วันพุธ, พฤษภาคม 23, 2561

สี่ปีที่ผ่านมา…… จากรายงานของนิตยสาร Forbes ที่โด่งดัง…


...

สี่ปีที่ผ่านมา……

จากรายงานของนิตยสารForbes ที่โด่งดัง…

เศรษฐี ที่รวยที่สุด 50 คนของไทย มีทรัพย์สินรวมกันเพิ่มขึ้นจาก 97พันล้านเหรียญ( 3.1ล้านล้านบาท)ในปี 2014 เป็น 162พันล้านเหรียญ( 5.2ล้านล้านบาท)ในปี 2018 เพิ่มขึ้น 67% หรือคิดเป็นอัตราทบต้น 13.7%ต่อปี

มหาเศรษฐีที่มั่งคั่งถึงระดับพันล้านเหรียญ มีเพิ่มขึ้น จาก 16 คน เป็น 32 คน

มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย มีทรัพย์สิน 30พันล้านเหรียญ จากสี่ปีที่แล้วคนรวยสุดมี 12.7 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

ทั้งหมดนี่เกิดขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ตำ่เตี้ยที่สุดในเหล่าประเทศเกิดใหม่ เฉลี่ยแค่ 3% ต่อปีตลอดสี่ปี (ใครได้ใครเสียคิดเอาเองนะครับ)

ลองเทียบกับญี่ปุ่น ประเทศที่มีประชากร 130 ล้านคน มีขนาดเศรษฐกิจ $4.9ล้านล้าน เป็นอันดับสามของโลก รายได้ต่อคน$39,000 (ไทยมี 65 ล้านคน ขนาดเศรษฐกิจ $0.45ล้านล้าน รายได้ต่อคน$6,000)

ของญี่ปุ่น… คนรวย 50 คนแรก มีทรัพย์สินรวมกัน $172พันล้าน พอๆกับพี่ไทย แต่คนรวยที่สุด(Mayasoshi Sonแห่งSoftbank)มีแค่ $21.9พันล้าน แพ้พี่ไทยหลุดลุ่ย

ปล.(สำคัญมาก…ต้องอ่านนะครับ)

1. ทั้งหมดนี่คัดลอกมาจากรายงานของForbes ไม่เกี่ยวกับผลงานสี่ปีที่เขากำลังจะแถลงแต่อย่างใด ไม่ได้ยุยงปลุกปั่นตาม ปอญ.116 หรือขัดคำสั่งใดๆนะครับ

2. ความรวยไม่ใช่ความผิดนะครับ คนรวยก็ไม่ใช่คนผิด ตราบเท่าที่ความรำ่รวยนั้นได้มาในหนทางที่ถูกต้อง เขามีหน้าที่สร้างความรำ่รวยเพิ่มด้วยซำ้ ถ้าเขาไม่ทำ…เศรษฐกิจอาจจะติดลบ ย่ำแย่กว่านี้อีก

3. รัฐมีหน้าที่ ก.ไม่ให้การสร้างความรำ่รวยนั้นมาจากวิถีที่ไม่ถูกต้อง ไม่ให้มาจากคอร์รัปชั่น ไม่ให้มาจากการผูกขาด สร้างกลไกให้มีการแข่งขันสมบูรณ์ ข.สร้างโอกาสให้คนในสังคมมีโอกาสได้ความรู้ ได้เข้าถึงทรัพยากร ได้มีโอกาสสร้างความมั่งคั่งได้ตามศักยภาพ ค.ให้ประชาชนได้รับบริการพื้นฐานสวัสดิการจำเป็น โดยใช้ระบบภาษีเคลื่อนย้ายทรัพยากรมาจากผู้มั่งคั่งมากระจายตามควร

ก็มันบิดเบี้ยวอย่างนี้ เราถึงต้องการ”ปฏิรูป”ไงครับ



Banyong Pongpanich