วันอาทิตย์, พฤษภาคม 10, 2569

เอิ่ม ผู้ลี้ภัย ๑๑๒ แซะพรรคส้มซะแล้ว ที่เสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙๕ ให้อายุความคดีสะดุดหยุดลงเมื่อผู้ต้องหาหนี กลับมานับต่อเมื่อมีการดำเนินคดี

เอิ่ม ผู้ลี้ภัย ๑๑๒ แซะพรรคส้มซะแล้ว Nithiwat Wannasiri ผู้ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศสจากคดีอาญามาตรา ๑๑๒ โพสต์เมื่อวันก่อน “อิส้มเอาอีกแล้ว ออกกฎหมายป้องกันผู้ลี้ภัยการเมืองได้กลับบ้าน 555” แล้วยังแขวะผู้ลี้ภัยอีกคน “สงสารตาเจียมเลย”

กฎหมายที่ว่าเป็นข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกลไกในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๕ เรื่องการนับอายุความในคดี ซึ่งระบุอายุความในคดีต่างๆ ไว้ตามพิกัดโทษ เช่นโทษประหาร จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก ๒๐ ปี ให้มีอายุความ ๒๐ ปี แล้วลดหลั่นลงไป

โดยปกติการขาดอายุความคดีตามมาตรา ๙๕ มีสองส่วน คือวรรคแรก ถ้าไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ภายในเวลาอายุความที่กำหนด ให้ถือว่าคดีขาดอายุความ ส่วนวรรคสอง ในกรณีนำตัวผู้กระทำความผิดมาฟ้องได้แล้ว

แต่หลบหนีไปกลางคัน หรือวิกลจริต ในส่วนนี้ที่พรรคประชาชนเสนอแก้ไขมาตรา ๙๕/๑ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพิ่มกรณีที่ “ถ้าได้ยื่นฟ้องแล้ว แต่ไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลได้ เนื่องจากหลบหนีและศาลสั่งงดการพิจารณาคดีไว้”

ให้ “อายุความสะดุดหยุดลงนับแต่วันที่หลบหนี หรือวันที่ศาลสั่งงดการพิจารณา ซึ่งจะบังคับใช้กับคดีอาญาที่พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้ว และคดีอาญาที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแล้วด้วย” ทั้งนี้ผู้มีอำนาจสั่งให้อายุความสะดุดหยุดลง ได้แก่

“พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน หรือผู้เสียหายในคดีซึ่งเป็นโจทก์” โดยต้องมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของการที่ผู้กระทำผิดหลบหนีประกอบคำสั่งนั้นด้วย ส่วนคดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนหรืออัยการสั่งฟ้องแล้ว ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องได้

ไอลอว์รายงานข่าวนี้โดยยกตัวอย่าง คดีตากใบซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังสลายการชุมนุมและขนย้ายผู้ถูกจับกุม เป็นเหตุให้เสียชีวิต ๘๕ ราย ศาลดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นจนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย”

จำเลยตั้งทนายไปร่วมการไต่สวน แต่ไม่มีใครไปศาล แม้ศาลออกหมายจับฐานหลบหนี ตำรวจก็ไม่สามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้จนกระทั่งหมดอายุความ ๒๐ ปี เมื่อ ๒๕ ตุลา ๒๕๖๗ จำเลยเหล่านั้น “ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี”

แต่ถ้าข้อเสนอของพรรคประชาชนบรรจุอยู่ในกฎหมายนั้นแล้ว ในคดีตากใบทราบว่าจำเลยหลบหนีเมื่อวันที่ ๑๒ กันยา ๖๗ ถ้าผู้เสียหายร้องต่อศาล “ให้สั่งงดพิจารณาคดีชั่วคราว” ไว้ได้ อายุความจะสะดุดหยุดชงัก จนเมื่อกลับมาเริ่มคดีใหม่ ก็ยังมีอายุความเหลืออยู่อีก ๔๓ วัน

อนึ่ง นิธิวัต วรรณศิริ หรือ จอมไฟเย็นนั้นได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากรัฐบาลฝรั่งเศสมาตั้งแต่ มิถุนา ๖๓ เขาเคยกล่าวหลังจากชนะคดีถูกลอบทำร้ายในฝรั่งเศสว่า “ได้รับการดูแลเหมือนพลเมืองฝรั่งเศสทั่วไป...หลังเกิดเหตุ...พาไปส่งตรวจร่างกาย ทุกอย่างฟรีทั้งหมด”

(https://prachatai.com/journal/2022/01/96856 และ https://www.ilaw.or.th/articles/57746=IwY2xjawRs) 

อย่าลืมพวกเขา ผู้ต้องหาคดีการเมือง ปี 63 - 69 ถูกดำเนินคดีเกือบ 2,000 คน


อย่าลืมพวกเขา ผู้ต้องหาคดีการเมือง 6 ปีถูกดำเนินคดีเกือบ 2,000 คน | TODAY

สำนักข่าวทูเดย์

May 8, 2026 

อย่าลืมพวกเขา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยข้อมูลผู้ต้องหาคดีการเมืองในห้วงปี 2563 - 2569 พบถูกดำเนินคดีเกือบ 2,000 คน
https://www.youtube.com/watch?v=F6qSt49TLjE
.....


Kasian Tejapira
20 hours ago
·
วิถีทิวากร
%%%
ทิวากรแจ่มฟ้า................ฟ่องหาว
ส่องสว่างกลืนดาว...........เด่นแจ้ง
วิถีย่างทอดยาว..............เหยียดทิศ ไหนเฮย
ตนเที่ยงตรงบ่แสร้ง.........ซื่อน้ำใจใส

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10242606312116899&set=a.2556231547988



การพังทลายทางศีลธรรม : ระหว่างการไต่สวน ทนายอานนท์ นำภา ซักค้าน ประเด็นซึ่งเป็นความเป็นจริงเกี่ยวกับกษัตริย์ พยานโจทก์จะตอบเพียง “ไม่ขอตอบ “ คำถามหนึ่งที่ทนายอานนท์ถามพยานโจทก์ก็คือ “ ผู้ชายที่เคยหย่าร้างหลายคน และยังมีเมียหลายคน สมควรเป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นใหม๋ได้หรือไม่ ” คำตอบคือ “ ไม่ขอตอบ “ และ”ไม่มีความเห็น”


Somyot Pruksakasemsuk
18 hours ago
·
การพังทลายทางศีลธรรม

คดี 19 กันยา ทวงคืนอำนาจราษฎรวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เป็นการสืบพยานฝ่ายโจทก์ จำนวน 3 ปาก แต่ศาลให้ตัดพยานโจทก์คนที่ 2 ออก เนื่องจากบันทึกคำให้การไม่มีข้อเท็จจริงส่วนใดให้การไปถึงจำเลย 22 คน จึงให้ตัดออก การสืบพยานโจทก์ในตอนบ่าย ระหว่างการไต่สวน ทนายอานนท์ นำภา ซักค้าน มีประเด็นซักค้านซึ่งเป็นความเป็นจริงเกี่ยวกับกษัตริย์ พยานโจทก์จะตอบเพียง “ไม่ขอตอบ “ คำถามหนึ่งที่ทนายอานนท์ถามพยานโจทก์ก็คือ “ ผู้ชายที่เคยหย่าร้างหลายคน และยังมีเมียหลายคน สมควรเป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นใหม๋ได้หรือไม่ ” คำตอบคือ “ ไม่ขอตอบ “ และ”ไม่มีความเห็น”

เป็นเพียงคำถามเชิงศีลธรรมที่เป็นค่านิยมในสังคมไทย เป็นถึงข้าราชการระดับสูงไม่รับรู้และไม่มีความเห็น ไม่กล้าที่จะตอบ นั่นหมายความว่า ศีลธรรมในสังคมไทยพังทลายลงไปแล้ว ทั้งๆที่รับรู้กันทั่วไปแล้วว่า ผู้มีอำนาจการเมืองในสังคมไทยที่ควรเป็นผู้นำทางศีลธรรม แต่กลับมีพฤติกรรมสำส่อน ผิดศีลธรรม และ ทำลายค่านิยม ผัวเดียว เมียเดียว ไปจนหมดสิ้น
ไม่ใช่ศีลธรรมพังทลายไปแล้วเท่านั้น แต่ความกล้าหาญ และการพูดความจริงยังถูกทำลายออกไปจากตัวบุคคลไปอีกด้วย

แต่สำหรับคนที่สูญเสียอิสรภาพอย่างทนายอานนท์ นำภา ขณะที่ต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส อานนท์ นำภา ยังรักษาศีลธรรมและความจริงอย่างไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าศีลธรรมและความจริงนั้นจะทำให้อานนท์ถูกจองจำในคุกตะรางก็ตาม
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2052487665620594&set=a.121739258695454




จากรายงานของ Bloomberg อัยการสหรัฐฯ สงสัยว่าบริษัท OBON Corp ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการลักลอบนำเข้าเซิร์ฟเวอร์ของ Super Micro Computer Inc. มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งบรรจุชิป AI ของ Nvidia Corp. ที่ถูกจำกัดการใช้งาน ไปยังประเทศจีน

https://www.facebook.com/watch/?v=2033868843909748

Bloomberg
Yesterday
·
US prosecutors are said to suspect a Thai AI company of helping smuggle Nvidia chips to China, with Alibaba one of multiple end customers. bloom.bg/3PtzqlC
.....

จากรายงานของ Bloomberg ในเดือนพฤษภาคม 2026 อัยการสหรัฐฯ สงสัยว่าบริษัท OBON Corp ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการลักลอบนำเข้าเซิร์ฟเวอร์ของ Super Micro Computer Inc. มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งบรรจุชิป AI ของ Nvidia Corp. ที่ถูกจำกัดการใช้งาน ไปยังประเทศจีน โดยมี Alibaba Group Holding Ltd. เป็นลูกค้าปลายทางหลัก แผนการนี้มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการยกระดับการสืบสวนคดีลักลอบนำเข้าเทคโนโลยี AI อย่างมีนัยสำคัญ

รายละเอียดสำคัญของข้อกล่าวหา

ตัวกลาง: บริษัท OBON Corp ซึ่งเชื่อมโยงกับความพยายามด้าน AI ของประเทศไทย ถูกระบุว่าเป็น "บริษัทที่ 1" ในคำฟ้องของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ร่วมงานของ Super Micro

แผนการ: มีรายงานว่าเซิร์ฟเวอร์ถูกส่งผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรจุใหม่ และส่งไปยังประเทศจีน โดยเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: มีการกล่าวหาว่าปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับพนักงานจาก Super Micro การตอบสนอง: Alibaba ระบุว่าพวกเขาไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ OBON หรือ Super Micro และไม่ได้ใช้ชิปที่ถูกจำกัดการใช้งาน บริษัท Siam AI ซึ่งเชื่อมโยงกับ OBON ปฏิเสธการมีส่วนร่วม

ความสำคัญ

ผลกระทบต่อประเทศไทย: ข้อกล่าวหาดังกล่าวคุกคามความพยายามของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาค

การควบคุมที่เข้มงวดขึ้น: เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องในวอชิงตันให้บังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI ไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้มงวดมากขึ้น

การพัฒนาครั้งนี้ตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของข้อจำกัดที่มุ่งป้องกันไม่ให้กองทัพจีนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูง ตามรายงานของ Bloomberg



ข่าวเด่นของวงการไอทีโลกในรอบวันนี้คือ Bloomberg ออกมาแฉว่ามีบริษัทไทยแห่งหนึ่งเป็นทางผ่านในการส่ง GPU ของ NVIDIA ไปยัง Alibaba เพื่อลบเลี่ยงการแบนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา บริษัทแห่งนี้มีชื่อว่า OBON Corporation (อ่านว่า โอบีโอเอ็น) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับ Siam AI Cloud ที่เจ้าของคือ หลานชายทักษิณ

https://nextnewsth.com/th/investigative/dark-economy/69ff33745d36ded61379ffca


https://www.facebook.com/isriya.paireepairit/posts/122113383159123449

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์
18 hours ago
·
บริษัทไทย OBON ทางผ่านขาย GPU สหรัฐให้จีน?
ข่าวเด่นของวงการไอทีโลกในรอบวันนี้คือ Bloomberg ออกมาแฉว่ามีบริษัทไทยแห่งหนึ่งเป็นทางผ่านในการส่ง GPU ของ NVIDIA ไปยัง Alibaba เพื่อลบเลี่ยงการแบนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
บริษัทแห่งนี้มีชื่อว่า OBON Corporation (อ่านว่า โอบีโอเอ็น) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับ Siam AI Cloud ที่เจ้าของคือ หลานชายทักษิณ
บริษัท Siam AI Cloud มีผู้ก่อตั้งและซีอีโอคือ รัตนพล วงศ์นภาจันทร์ บุตรชายของเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาวของอดีตนายกทักษิณ ซึ่งรัตนพลก็เคยนั่งเป็นซีอีโอของ OBON มาก่อนด้วย โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าไม่เกี่ยวข้องกับ OBON แล้วหลังเขามาเปิดอีกบริษัทคือ Siam AI Cloud
ในหน้าเว็บของ OBON ระบุว่าทำธุรกิจขายส่งฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอุปกรณ์เครือข่าย ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าบอกว่าจดทะเบียนในปี 2561 แต่ส่งงบถึงแค่ปี 2566 มีรายได้ปีสุดท้าย 29 ล้านบาท ขาดทุน 8.7 ล้านบาท ชื่อกรรมการมีคนเดียวคือ นายณฐพล องค์มรกต ซึ่งค้นหาดูแล้วไม่มีชื่อปรากฏต่อสาธารณะว่าทำอะไรมาบ้าง
อีกจุดที่น่าสนใจคือมีทุนจดทะเบียนสูงถึง 100 ล้านบาท แต่ถ้ามองว่าอดีตซีอีโอ (และน่าจะเป็นอดีตกรรมการ) คือหลานทักษิณ ก็พอเข้าใจได้ว่ามีทุนจดทะเบียนได้มากพอ (บริษัท Siam AI มีทุนจดทะเบียน 950 ล้านบาท)
จากการสอบสวนของ Bloomberg บอกว่า เซิร์ฟเวอร์ถูกผลิตจากบริษัทไต้หวัน Super Micro ที่เพิ่งมีข่าวฉาวเรื่องการลักลอบขายฮาร์ดแวร์ให้จีนจนซีอีโอต้องลาออก แล้วขายเข้าไทยมายังบริษัท OBON ระหว่างปี 2024-2025 เป็นมูลค่าสูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ OBON บริษัทโนเนมของไทยกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่อันดับ 11 ของ Super Micro อยู่ช่วงหนึ่งด้วย
ตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลว่าเซิร์ฟเวอร์มันขายผ่าน OBON มาได้อย่างไร ลงรายได้กันอย่างไร เพราะงบมีถึงแค่ปี 66
สิ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ OBON มีความเชื่อมโยงกับ Siam AI Cloud และเป็นผู้ส่งเครื่องต่อไปให้ Siam AI Cloud จริง ในเอกสารข่าวแจกของ OBON เมื่อปี 2024 (2567) เขียนไว้ชัดเจนว่า OBON กำลังสร้างคลัสเตอร์ที่ใช้ชิป NVIDIA H100 ให้กับ Siam AI Cloud และระบุที่อยู่เว็บไซต์ของ OBON เป็น siam.ai (ไม่ใช่ obon.co.th ซึ่งมีเว็บไซต์แยกกันอยู่ก่อนแล้ว)
นักข่าวของ Bloomberg ยังบอกว่าลงสำรวจพื้นที่สำนักงานของ OBON ย่านพัฒนาการ มีป้ายชื่อบริษัท Siam AI ในตึกเดียวกัน แต่ไม่มีชื่อของ OBON อยู่ในรายชื่อผู้เช่าตึก
ในการเปิดตัวบริษัท Siam AI Cloud เมื่อปี 2567 เป็นงานใหญ่ระดับชาติ เพราะบริษัทหน้าใหม่ที่เพิ่งจดทะเบียนเดือนมกราคม 2567 ไม่เคยมีผลงานใดๆ มาก่อน กลับสามารถเชิญ Jensen Huang ซีอีโอของบริษัทระดับโลกอย่าง NVIDIA มาร่วมงานได้
ผมอยู่ในงานเปิดตัวรอบนั้นด้วย ก็พบว่าเป็นงานที่มีผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น อดีตนายกทักษิณ หรือมหาเศรษฐีใหญ่ของประเทศไทย ทั้งเจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์ ที่มาพร้อมลูกชาย 2 คน (สุภกิต-ศุภชัย), ฐาปน สิริวัฒนภักดี ลูกชายของกลุ่ม Thai Beverage, สารัชถ์ รัตนาวะดี แห่ง Gulf
ถ้าดูบริบทการเมืองในตอนนั้นที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล นายกรัฐมนตรีชื่อเศรษฐา ทวีสิน (ประมาณ 4 ก่อนเศรษฐาหลุดจากตำแหน่ง) ก็พอเข้าใจได้ว่าการเปิดตัว Siam AI ในฐานะ "ธุรกิจใหม่" ของตระกูลชินวัตร ที่เป็นธุรกิจไฮเทคก้าวทันโลกตามที่อดีตนายกทักษิณถนัด จะต้องเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ มีแขกระดับผู้หลักผู้ใหญ่เข้าร่วมกันมากมาย
อย่างไรก็ตาม ตัวโมเดลธุรกิจของ Siam AI Cloud ก็มีประเด็นที่น่าตั้งคำถามหลายข้อ เริ่มจากความสามารถในการทุ่มซื้อ GPU ของ NVIDIA ราคาแพงมหาศาล และทั้งโลกกำลังแย่งกันซื้อ การเป็นบริษัทหน้าใหม่ของวงการไม่น่าจะสามารถทำเองได้เพียงลำพัง (แม้มีเงินมากขนาดไหนก็ตาม) คงต้องใช้พลังคอนเนคชั่นระดับเทพด้วยเช่นกัน
คำถามถัดมาคือ ทุ่มซื้อ GPU แล้วเอามาทำอะไรต่อ? จากข่าวที่ปรากฏช่วงหลังจากนั้น Siam AI Cloud ได้เซ็นสัญญากับธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไทยจำนวนมาก เช่น กลุ่ม CP/True หรือกลุ่ม Gulf (ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่เจ้าสัวทั้งสองรายมาปรากฏตัวในงาน) เพื่อให้บริการเช่าใช้งาน GPU ต่อด้วย อันนี้ด้วยคอนเนคชั่นระดับเทพของกลุ่มชินวัตรก็ไม่น่าแปลกใจที่ Siam AI สามารถเจรจากับกลุ่มทุนใหญ่ๆ ของไทยได้โดยง่าย
แต่คำถามที่ผมยังสงสัยต่อไปก็คือ การทุ่มเงินขนาดนี้เพื่อให้บริการเช่าใช้งาน GPU มันเป็นโมเดลธุรกิจคุ้มค่าจริงหรือ เพราะเราเห็นข่าวบริษัทไอทีระดับโลกทุ่มทุนซื้อ GPU กันมหาศาลกว่านั้นมาก เป็นระดับแสนล้านหรือเกินล้านล้านบาทไทย แถมบริษัทระดับโลกเหล่านี้ก็ไม่สามารถ "ทำเงิน" จากการให้เช่า GPU ได้โดยตรงเท่าไรนัก อย่างที่เราเห็นข่าวกันว่าบริษัท AI ล้วนขาดทุนหนักๆ กันถ้วนหน้า ที่ยังอยู่ได้ในปัจจุบันก็เป็นเพราะมีเงินจากนักลงทุน VC หรือมีเงินมหาศาลจากธุรกิจอื่น (เช่น กูเกิลมีรายได้มหาศาลจากโฆษณา) มาช่วยอุ้มไว้เท่านั้น
นี่จึงนำไปสู่ข้อสงสัยสุดท้ายของผมว่า หรือจริงๆ แล้วการเล่นใหญ่ทุ่มซื้อ GPU มาให้บริษัทใหญ่ๆ ในไทยเช่าใช้งาน มันเป็นแค่ฉากหน้าที่ดูดี แต่โมเดลธุรกิจของจริงมันเรียบง่ายกว่านั้นมาก นั่นคือเป็นทางผ่านขาย GPU ไปยังบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนที่มีเงินสดพร้อมจ่ายค่า GPU ให้ทันที ไม่ต้องรอไปทำกำไรจากค่าเช่าในภายหลัง
พรรคประชาชนจะใช้กลไกของรัฐสภา ตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปครับ
อัพเดต: ภาคต่อว่า OBON คือใคร ใครเป็นผู้ถือหุ้นบ้าง https://www.facebook.com/share/p/1CLzGffuTY/

https://www.facebook.com/isriya.paireepairit/posts/122113411401123449

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์
12 hours ago
·
ข้อมูลเพิ่มเติมของบริษัท OBON Corporation อ้างอิงจากฐานข้อมูลบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยมี log การเปลี่ยนแปลงที่เก็บไว้โดย Creden ครับ (ใครมี Creden เข้าไปดูกันเองได้เลยครับ)
2561 - จดทะเบียนในชื่อบริษัท เพย์เมนต์ เกตเวย์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
2562 - เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น โอบีโอเอ็น คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 11 ล้านบาท
2563 - ข้อมูลผู้ถือหุ้น ระบุชื่อ ชนิกานต์ เลิศชวลิตานนท์ (ภรรยาของรัตนพล) ถือหุ้นใหญ่ 91% และรัตนพลถือ 8.91%
2565 - นายรัตนพล วงศ์นภาจันทร์ เข้ามาเป็นกรรมการบริษัท
2567 - นายวีระชัย วงศ์นภาจันทร์ บิดาของรัตนพล เข้ามาเป็นกรรมการอีกคนหนึ่ง เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่บริษัท Siam AI Cloud จดทะเบียนบริษัทในวันที่ 15 มกราคม, สัดส่วนหุ้นของชนิกานต์เพิ่มเป็น 99.02%
2568 - นายรัตนพล ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท, วีระชัยเข้ามาถือหุ้นแทนรัตนพล
14 ก.พ. 2569 - นายวีระชัย ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท และมีกรรมการคนใหม่ชื่อ นายณฐพล องค์มรกต ซึ่งเป็นกรรมการคนเดียวในปัจจุบัน
(แปลว่านายณฐพลเพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการได้ประมาณ 3 เดือนเท่านั้น ในขณะที่การซื้อเครื่องจาก Super Micro เกิดขึ้นในระหว่างปี 2567-2568 เป็นหลัก)
==================================
จากข้อมูลข้างต้น และในโพสต์ก่อนหน้านี้
1. นายรัตนพล มีความเกี่ยวข้องกับ OBON แน่นอน และนายรัตนพลก็ยอมรับเรื่องนี้เองกับ Bloomberg โดยบอกว่าลาออกจาก OBON มาแล้วหลังเปิดอีกบริษัทคือ Siam AI Cloud
2. เจ้าของบริษัท OBON ในปัจจุบันคือ ชนิกานต์ (ภรรยาของรัตนพล) และ วีระชัย (บิดาของรัตนพล) โดยมีนายณฐพล องค์มรกต ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัท เราไม่รู้ว่าณฐพลคือใคร แต่ความเป็นเจ้าของยังอยู่กับครอบครัวของรัตนพลแน่นอน
3. ทาง Siam AI Cloud ออกมาชี้แจงแล้วว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขาย GPU ให้ประเทศจีน แต่ทาง OBON (ซึ่งถือครองหุ้นโดยกลุ่มทุนเดียวกัน) ยังเงียบอยู่ และไม่ได้ออกมาปฏิเสธใดๆ ในเรื่องนี้
==================================
สิ่งที่เราอยากรู้จาก OBON
1. ตกลงแล้วอำนาจในการบริหาร OBON ในปัจจุบันอยู่ที่ใคร นายณฐพล องค์มรกต คือใคร
2. OBON ได้ซื้อคลัสเตอร์ GPU มูลค่าสูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์จาก Super Micro จริงตามที่ Bloomberg กล่าวอ้างหรือไม่ (เอกสารของรัฐบาลสหรัฐ บอกว่า Super Micro ขายให้บริษัทแห่งหนึ่งจริง ส่วน Bloomberg ตามมาชี้ว่าเป็นบริษัท OBON ในไทย)
3. ถ้าจริง ทำไม OBON ถึงสามารถหาซื้อ GPU มูลค่าสูงเกินทุนจดทะเบียนบริษัทมากๆ ได้ (ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ซื้อของราคารวมกัน 8 หมื่นล้านบาท ต่อให้เป็นการทยอยซื้อก็เยอะอยู่ดี)
4. เพราะเหตุใด OBON ซึ่งถือเป็นบริษัทโนเนมในไทย ถึงสามารถซื้อ GPU รุ่นดังที่ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกต้องการอย่างหนักและแย่งชิงกันซื้อ ต้องต่อคิวกันเป็นปี อะไรคือ secret sauce ในการทำธุรกิจ
5. ปัจจุบันคลัสเตอร์ GPU เหล่านี้อยู่ที่ใดบ้าง ขายต่อให้ Siam AI Cloud ไปทั้งหมด หรือขายให้ลูกค้าเจ้าอื่นด้วย
6. คลัสเตอร์ GPU บางส่วนถูกส่งต่อไปยังลูกค้าในประเทศจีนตามที่ Bloomberg รายงานหรือไม่




พวกเราเลี้ยงกุ้ง แต่สิ่งที่ได้ คือ ปลาหมอคางดำ 10 ตัน ขณะที่ รมช.เกษตร ยัน ยังควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำได้ ไม่พบการระบาดเพิ่ม (ฮ่วย !)





https://x.com/ThaiPBS/status/2052754516806947255


 

ไวเว่ออออ ราขกิจจาฯ เผยแพร่ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ก.คลังกู้เอง ใช้เอง ตรวจสอบเอง จู่ๆ ก็เป็นหนี้แบบไม่จำเป็น ฝากหวังกับฝ่ายค้านยื่นศาล รธน. ให้เบรคนะฮะ

THE STANDARD
@thestandardth

พรรคประชาชนสับ พ.ร.ก. กู้เงินแก้วิกฤตพลังงาน ตั้งข้อสังเกตไร้รายละเอียด ย้ำการยื่นศาล รธน. ตีความคือกลไกสภา ไม่ใช่นิติสงคราม

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกต ภายหลังจากที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

โดยระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีความยาวเพียง 5 หน้ากระดาษ และปราศจากรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการกู้เงินหรือรายละเอียดของโครงการที่จะนำไปใช้จ่าย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการขอสินเชื่อทั่วไปที่ต้องมีเอกสารประกอบอย่างรัดกุม ตลอดจนแตกต่างจาก พ.ร.ก. กู้เงินในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่มีกลไกการกลั่นกรองชัดเจน โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เป็นประธาน

ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างการบริหารจัดการเงินกู้ก้อนนี้ว่า รัฐบาลได้กำหนดให้ปลัดกระทรวงการคลังทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการแทนเลขาธิการสภาพัฒน์ ในขณะที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ซึ่งสังกัดกระทรวงการคลังเช่นกัน รับหน้าที่ประเมินโครงการ โครงสร้างดังกล่าวส่งผลให้กระทรวงการคลังมีบทบาทซ้ำซ้อน ทั้งในฐานะผู้กู้เงิน ผู้กลั่นกรองโครงการ และผู้ตรวจสอบประเมินผลเบ็ดเสร็จในกระบวนการเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความโปร่งใส

นอกจากนี้ บัญชีแนบท้ายของ พ.ร.ก. ยังระบุกรอบการใช้จ่ายไว้ในลักษณะที่กว้างขวาง โดยในส่วนของแผนการเยียวยาที่ระบุว่าจะครอบคลุมเกษตรกรและผู้ประกอบการนั้น พบว่าเพียงแค่โครงการไทยช่วยไทยพลัส โครงการเดียว ก็ใช้งบประมาณสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบทั้งหมดของวงเงินในส่วนนี้

ขณะที่แผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ก็มีการตีความขอบเขตครอบคลุมไปถึงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงาน ทำให้ฝ่ายค้านเกิดคำถามถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบรรจุโครงการเหล่านี้ไว้ในกฎหมายกู้เงินพิเศษ จึงเป็นที่มาของการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

สำหรับข้อกังวลของสังคมที่ว่า การที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นการสกัดกั้นหรือทำให้รัฐบาลไม่สามารถนำเงินมาเยียวยาประชาชนได้หรือไม่นั้น

รองหัวหน้าพรรคประชาชน ขอยืนยันว่า รัฐบาลยังคงสามารถเดินหน้ากู้เงินเพื่อนำมาเยียวยาประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาล เนื่องจากการยื่นคำร้องดังกล่าวจะมีผลเพียงแค่การชะลอกระบวนการอนุมัติจากรัฐสภาออกไปไม่เกิน 60 วันเท่านั้น และถึงแม้ในท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. บางส่วนขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผลกระทบก็อาจจะจำกัดอยู่เพียงแค่แผนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่กระบวนการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์รูปแบบการแจกเงินเยียวยาของรัฐบาล ที่ถูกมองว่ามีลักษณะสุ่มหรือเกือบถ้วนหน้า จนอาจทำให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงบางส่วนตกหล่นนั้น นางสาวศิริกัญญามองว่า ประเด็นนี้ควรใช้กลไกการตรวจสอบและคัดค้านผ่านระบบรัฐสภา มากกว่าการดึงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาแทรกแซงการบริหารงาน

ศิริกัญญา ได้กล่าวย้ำถึงเจตนารมณ์ของพรรคประชาชนว่า การยื่นคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านในครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจตามปกติในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อตรวจสอบว่าการออกกฎหมายระดับ พ.ร.ก. ของฝ่ายบริหาร ขัดต่อหลักการในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งถือเป็นขอบเขตอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง

บริบทนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพฤติกรรมของกลุ่มนักร้องเรียนที่มักยื่นเรื่องให้ศาลตีความอย่างพร่ำเพรื่อ เพื่อขยายขอบเขตอำนาจศาลและใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง หรือที่เรียกว่านิติสงคราม จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า พรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมในกระบวนการที่บิดเบี้ยวเหล่านั้น และจะยังคงยึดมั่นในการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ภายใต้หลักการประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอย่างตรงไปตรงมา 

ภาพ: ฐานิส สุดโต








 

'สมชัย' ชี้ศาล รธน. ถามปมร้องเรียนบัตรเลือกตั้ง คล้าย 'สอบปลากระป๋อง'



'สมชัย' ชี้ศาล รธน. ถามปมร้องเรียนบัตรเลือกตั้ง คล้าย 'สอบปลากระป๋อง'

9 พ.ค. 2569
Next News TH

'สมชัย' อดีต กกต. ชี้ตรรกะศาลรัฐธรรมนูญตั้งคำถามบัตรเลือกตั้งติดคิวอาร์โค้ดคล้ายตรรกะ "สอบปลากระป๋อง" พร้อมเปิดประเด็น 5 ให้ผู้ร้องเรียนบัตรเลือกตั้งตอบ

สำนักข่าว Next NEws รายงานว่าเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเปรียบเทียบตรรกะการตั้งคำถามของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคดีกับสถานการณ์สมมติที่ต้องตรวจสอบปลากระป๋อง พร้อมทั้งเผยแพร่ประเด็นคำถามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ร้องเรียนจัดทำความเห็นเป็นหนังสือในเรื่องพิจารณาที่ ศ. 30/2569.

นายสมชัยระบุว่า การตั้งคำถามของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีลักษณะที่มุ่งเน้นการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของพยานและผู้ร้องเรียนอย่างละเอียด โดยยกตัวอย่างการสอบถามเกี่ยวกับการบริโภคปลากระป๋อง ดังนี้:

  1. "มื้อเที่ยง ท่านกินปลากระป๋อง หรือไม่" หากตอบว่าไม่กิน คำตอบข้อหลังจะไม่มีน้ำหนัก
  2. "ท่านสังเกตหรือไม่ ว่า ปลากระป๋องที่ท่านเปิดมา ปลามีหนังลายผิดปกติ" หากไม่สังเกต คำตอบถัดไปจะไม่น่าเชื่อถือ แต่การสังเกตเห็นแสดงถึงความช่างสังเกตเป็นพิเศ
  3. "หากท่านสังเกตเห็นในข้อ 2 ท่านรู้ไหมว่า การใส่ปลาหมอคางดำ แทนปลาแมคคาเรล เป็นการติดสลากที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง" คำตอบจะไม่มีน้ำหนักหากไม่ได้สังเกตเห็นตั้งแต่แร
  4. "ท่านเริ่มสงสัยว่า เป็นปลาหมอคางดำ เมื่อใด หลังหรือก่อนสื่อมวลชนเสนอข่าว" หากตอบว่าหลังสื่อเสนอข่าว อาจถูกมองว่าได้รับอิทธิพลจากสื่อ แต่หากตอบว่าก่อนสื่อเสนอข่าว ถือเป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก.
นายสมชัยสรุปว่า คำตอบที่ได้จากกระบวนการถามลักษณะนี้มักจะไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเท่านักกฎหมายมหาชนที่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ.

พร้อมกันนี้ นายสมชัยได้เปิดเผยประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ร้องเรียนในคดี ศ. 30/2569 จัดทำความเห็นเป็นหนังสือ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้ง ดังนี้:
  1. ท่านไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 หรือไม่
  2. ในขณะออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ท่านสังเกตเห็นรหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) บนบัตรเลือกตั้ง หรือไม่
  3. หากท่านสังเกตเห็นรหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) บนบัตรเลือกตั้ง ท่านคิดว่ามีวิธีการใดที่ทำให้ทราบผลการลงคะแนนของบุคคลอื่นหรือสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากรหัสดังกล่าว
  4. ท่านโต้แย้งคัดค้าน ร้องเรียน หรือแจ้งความ กรณีการกำหนดรหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) บนบัตรเลือกตั้ง ต่อหน่วยงานใดบ้าง และเมื่อใด ก่อนหรือหลังที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวต่อสื่อสาธารณะโดยทั่วไป กรณีการกำหนดรหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) บนบัตรเลือกตั้
  5. จัดส่งเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี).
ติดตามต่อได้ที่: 

#ศาลรัฐธรรมนูญ มีหนังสือพร้อมคำถาม 5 ข้อ เพื่อประกอบการพิจารณาคดี #บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่งถึงผู้ร้องเรียนทุกราย และเริ่มมีการโพสต์สาธารณะกันแล้ว เรือบิน ธรรม์ธีร์ @thuntee จึงอยากรวบรวมข้อมูลความเห็นนี้ให้เป็นระบบ จากผู้ใช้สิทธิจริง ลิงก์ข้างล่าง

ธรรม์ธีร์ เรือบิน สุกโชติรัตน์
7 hours ago
·
#ศาลรัฐธรรมนูญ มีหนังสือพร้อมคำถาม 5 ข้อ เพื่อประกอบการพิจารณาคดี #บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่งถึงผู้ร้องเรียนทุกราย และเริ่มมีการโพสต์สาธารณะกันแล้ว โดยหลายคนมีการแสดงความเห็นเรื่องนี้กัน

ผมจึงอยากรวบรวมข้อมูลความเห็นนี้ให้เป็นระบบ เพื่อเป็นการ #รวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ จากผู้ใช้สิทธิจริง โดยหากได้จำนวนผู้ตอบมากเพียงพอ จะเผยแพร่ผลสรุปต่อสาธารณะตามหลักวิชาการ (ผลที่เผยแพร่จะเป็นข้อมูลผลรวมเท่านั้น ไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ระบุตัวตนผู้ตอบ) และนำผลสรุปส่งตามกระบวนการของศาลฯ ในฐานะ #ข้อมูลประกอบเชิงวิชาการ ไม่ใช่คำร้องเรียนรายบุคคลครับ

ฝาก #ช่วยกันตอบ หรือแชร์ เพื่อรวบรวมความเห็นให้มากเท่าที่พอจะทำได้กันนะครับ
ขอบคุณครับ
.
ลิงค์ตอบแบบสอบถาม: https://forms.gle/LRQpCXzskMSzLxK86
.
#barcodeเลือกตั้ง #เลือกตั้ง69

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1515468353282004&set=a.373033367525514




ในเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้สื่อข่าวต่างประเทศของ CNN ได้เผยแพร่รายงานเชิงสืบสวนเรื่อง "ด้านมืดของการรีไซเคิลแฟชั่นแบบรวดเร็ว" ในขณะที่ผู้บริโภคชาวตะวันตกอาจรู้สึกว่าพวกเขากำลังให้ "ชีวิตที่สอง" แก่เสื้อผ้าโดยการบริจาค แต่การรีไซเคิลในปัจจุบันในปานิปัตมักส่งผลให้เกิด "ราคาที่ร้ายแรง" สำหรับคนงานและระบบนิเวศในท้องถิ่น

https://www.youtube.com/shorts/RANBFVG7CUQ

The dark side of fast fashion recycling

"ด้านมืดของการรีไซเคิลแฟชั่นแบบรวดเร็ว"

ในเดือนพฤษภาคม 2026 ฮานาโกะ มอนต์โกเมอรี ผู้สื่อข่าวต่างประเทศของ CNN ได้เผยแพร่รายงานเชิงสืบสวนเรื่อง "ด้านมืดของการรีไซเคิลแฟชั่นแบบรวดเร็ว" ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ในเมืองปานิปัต ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ "เมืองหลวงแห่งขยะของโลก"

รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงข้อค้นพบที่สำคัญดังต่อไปนี้:

กระบวนการรีไซเคิล
แหล่งที่มา: เมืองปานิปัตรับเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งหลายล้านตันจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ

แรงงาน: คนงานอย่างราเจช (ที่กล่าวถึงในทวีตของคุณ) ใช้เวลาทั้งวันในโรงงานที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยฝุ่น ป้อนผ้าสีขาวลงในเครื่องบด วัสดุนี้จะถูกแปรรูปเป็น "เส้นด้ายคุณภาพต่ำ" ซึ่งจากนั้นจะถูกทอเป็นพรม ผ้าห่ม และของตกแต่งบ้านสำหรับผู้ค้าปลีกทั่วโลก

ขนาด: เมืองนี้แปรรูปขยะสิ่งทอประมาณ 4,000 เมตริกตันต่อวัน ซึ่งมาถึงในตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 170 ตู้
ต้นทุนที่ซ่อนเร้น

อันตรายต่อสุขภาพ: การตรวจสอบเผยให้เห็น "ต้นทุนที่น่าเศร้า" ต่อแรงงาน ในเมืองที่คนงาน 84% ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับงาน การสูดดมฝุ่นสิ่งทอทุกวันนำไปสู่โรคปอดเรื้อรัง อาการไอเรื้อรัง และอายุขัยที่สั้นลง
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: โรงงานย้อมและฟอกขาวมักขาดระบบระบายน้ำที่เหมาะสม น้ำเสียที่เป็นพิษซึ่งไม่ได้รับการบำบัดและเต็มไปด้วยสารเคมีอันตรายซึมลงสู่พื้นดินและไหลลงสู่แม่น้ำยมุนา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญสำหรับผู้คนนับล้าน

การขาดการกำกับดูแล: โรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการ แม้ว่าบางแห่งจะเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงที่สะอาดกว่า เช่น ชีวมวล แต่หลายแห่งยังคงเกินขีดจำกัดมลพิษทางอากาศ และกากตะกอนเคมีอันตรายหลายพันตันไม่ได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานท้องถิ่น

รายงานสรุปว่า ในขณะที่ผู้บริโภคชาวตะวันตกอาจรู้สึกว่าพวกเขากำลังให้ "ชีวิตที่สอง" แก่เสื้อผ้าโดยการบริจาค แต่โครงสร้างพื้นฐานการรีไซเคิลในปัจจุบันในปานิปัตมักส่งผลให้เกิด "ราคาที่ร้ายแรง" สำหรับคนงานและระบบนิเวศในท้องถิ่น





จากรายงานของรอยเตอร์และแหล่งข่าวท้องถิ่นอื่นๆ ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 settlers ชาวอิสราเอลบังคับให้ครอบครัวชาวปาเลสไตน์ขุดศพของบิดาของพวกเขาออกจากหลุมฝังศพที่เพิ่งขุดใหม่ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง โดยอ้างว่าที่ดินสุสานเป็นส่วนหนึ่งของการตั้งถิ่นฐานของพวกเขา






https://x.com/Reuters/status/2053195801606738174

จากรายงานของรอยเตอร์และแหล่งข่าวท้องถิ่นอื่นๆ ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569

ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลบังคับให้ครอบครัวชาวปาเลสไตน์ขุดศพของบิดาของพวกเขาออกจากหลุมฝังศพที่เพิ่งขุดใหม่ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง โดยอ้างว่าที่ดินสุสานเป็นส่วนหนึ่งของการตั้งถิ่นฐานของพวกเขา

จากรายงานของรอยเตอร์และแหล่งข่าวท้องถิ่นอื่นๆ ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองได้บังคับให้ครอบครัวชาวปาเลสไตน์ขุดศพของบิดาของพวกเขา นายฮุสเซน อาซาซา อายุ 80 ปี ขึ้นมาหลังจากที่เขาถูกฝังได้ไม่นาน

รายละเอียดสำคัญของเหตุการณ์:

สถานที่: หมู่บ้านอาซาซา ตั้งอยู่ใกล้เมืองเจนินทางตอนเหนือของเวสต์แบงก์ สุสานตั้งอยู่ใกล้กับนิคมที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ของซา-นูร์ (หรือที่รู้จักกันในชื่อทาร์ซาลา)

การฝังศพ: นายฮุสเซน อาซาซา เสียชีวิตด้วยสาเหตุธรรมชาติในวันศุกร์ โมฮัมเหม็ด อาซาซา บุตรชายของเขา กล่าวว่า การฝังศพเกิดขึ้นในเย็นวันนั้น โดยได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากกองทัพอิสราเอล และมีทหารประจำการอยู่ที่สถานที่จัดงานศพ

การเผชิญหน้า: ไม่นานหลังจากงานศพเสร็จสิ้น ผู้ตั้งถิ่นฐานจากนิคมซา-นูร์ได้เดินทางมาถึงหลุมฝังศพพร้อมอุปกรณ์ขุดดิน พวกเขาอ้างว่าที่ดินสุสานเป็นส่วนหนึ่งของนิคม และการฝังศพที่นั่นไม่ได้รับอนุญาต

การขุดศพ: มีรายงานว่าผู้ตั้งถิ่นฐานขู่ว่าจะใช้รถไถขุดหลุมฝังศพ ตามคำบอกเล่าของครอบครัว เมื่อพวกเขากลับไปยังสถานที่นั้น พวกเขาพบว่าผู้ตั้งถิ่นฐานได้เริ่มขุดแล้วและขุดไปถึงศพแล้ว เพื่อป้องกันการลบหลู่เพิ่มเติมโดยผู้ตั้งถิ่นฐาน ครอบครัวจึงตัดสินใจขุดศพขึ้นมาเอง

การฝังใหม่: ภาพวิดีโอที่ได้รับการยืนยันโดยรอยเตอร์แสดงให้เห็นว่าครอบครัวกำลังแบกศพออกไปโดยมีทหารอิสราเอลเฝ้าดูอยู่ ต่อมาครอบครัวได้นำศพไปฝังใหม่ในสุสานอื่นในหมู่บ้านอื่น

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการ:

กองทัพอิสราเอล (IDF): กองทัพอิสราเอลยืนยันว่างานศพได้รับการวางแผนล่วงหน้า แต่กล่าวอ้างว่าไม่ได้สั่งให้ครอบครัวนำศพไปฝังใหม่ พวกเขาระบุว่าทหารถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับรายงานเรื่อง "ความขัดแย้ง" และได้ยึดเครื่องมือขุดดินจากผู้ตั้งถิ่นฐานเพื่อป้องกันความขัดแย้งเพิ่มเติม กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ประณามการกระทำที่ละเมิด "ศักดิ์ศรีของทั้งผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่และผู้เสียชีวิต"

เจ้าหน้าที่/แหล่งข่าวปาเลสไตน์: แหล่งข่าวในท้องถิ่นและสำนักข่าว WAFA ของปาเลสไตน์กล่าวหาว่ากองทัพอิสราเอลยืนดูเฉยๆ ขณะที่ผู้ตั้งถิ่นฐานข่มขู่ครอบครัว และในบางรายงานกล่าวหาว่ากองทัพให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อการเรียกร้องให้ย้ายศพเนื่องจากอยู่ใกล้กับนิคม

กลุ่มสิทธิมนุษยชน: เหตุการณ์นี้ถูกประณามโดยสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและกลุ่มสนับสนุนต่างๆ ว่าเป็น "การกระทำที่เสื่อมทรามทางศีลธรรม" และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้เสียชีวิต

เดิมทีชุมชนซา-นูร์ถูกอพยพออกไปในปี 2548 แต่เพิ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่โดยรัฐบาลอิสราเอลชุดปัจจุบัน ส่งผลให้ความตึงเครียดและการปะทะกันในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น




กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับยูเอฟโอที่ครอบคลุมหลายทศวรรษ


ภาพถ่ายที่บันทึกไว้บนดวงจันทร์ระหว่างภารกิจ Apollo 12 ในปี 1969 เผยให้เห็นเงาของนักบินอวกาศ พร้อมด้วยพื้นที่สว่างเหนือเส้นขอบฟ้าซึ่งแสดงถึง "ปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้" ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหม
NASA / ผ่านทางกระทรวงกลาโหม

กระทรวงกลาโหมเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับยูเอฟโอที่ครอบคลุมหลายทศวรรษ

รายงานในช่วงสงครามเย็นเกี่ยวกับจานบินหมุนได้ลึกลับ การพบเห็นวัตถุรูปทรงรีโลหะลอยอยู่กลางอากาศเมื่อไม่นานมานี้ และรายงานอื่นๆ เกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAPs (คำที่กองทัพใช้เรียกยูเอฟโอ) ถูกอธิบายไว้ในเอกสารจำนวนมากที่กระทรวงกลาโหมเผยแพเมื่อวันศุกร์

โดยรวมแล้ว เพนตากอนเผยแพเอกสารมากกว่า 160 ฉบับ โดยอ้างถึงคำเรียกร้องของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต้องการความโปร่งใสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในการให้ประชาชนเข้าถึงบันทึกของรัฐบาลกลางและกองทัพที่เกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าที่ไม่สามารถอธิบายได้กับปรากฏการณ์แปลกประหลาด

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวผ่าน Truth Social ว่า ด้วยเอกสารและบันทึกอื่นๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ "ประชาชนสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองว่า 'เกิดอะไรขึ้นกันแน่?' ขอให้สนุกและเพลิดเพลิน!"

บันทึกเหล่านี้ถูกโพสต์ไว้ในพอร์ทัลเว็บเฉพาะ war.gov/info ซึ่งจะรวบรวมไฟล์เพิ่มเติมเมื่อมีการเผยแพอย่างต่อเนื่อง

“เอกสารเหล่านี้ซึ่งถูกปกปิดเป็นความลับมานาน ได้ก่อให้เกิดการคาดเดาที่สมเหตุสมผล และถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวอเมริกันจะได้เห็นด้วยตาตนเอง” พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวในโพสต์ของกระทรวงกลาโหมบนเฟซบุ๊ก ขณะที่กระทรวงได้เปิดเผยเอกสารเหล่านี้สู่สาธารณะ

ทุลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติกล่าวว่า การดำเนินการในวันศุกร์ “เป็นก้าวแรกในความพยายามร่วมกันในการเปิดเผยและเผยแพร่เอกสารอย่างต่อเนื่อง”

เอกสารฉบับหนึ่งอ้างถึงปรากฏการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการสรุปภารกิจของทีมงานด้านเทคนิคของยานอวกาศอะพอลโล 11 ในเดือนกรกฎาคมปี 1969 โดยระบุว่านักบินอวกาศ บัซ อัลดริน ได้สังเกตการณ์สามอย่างจากภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งนั้น ได้แก่ “หนึ่ง วัตถุบนเส้นทางออกไปยังดวงจันทร์ สอง แสงวาบภายในห้องโดยสาร และสาม การพบเห็นแสงสว่างจ้าในระหว่างการเดินทางกลับ ซึ่งลูกเรือสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นเลเซอร์”

หนึ่งในเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 1948 รายงานจากกองอำนวยการข่าวกรองกองทัพอากาศสหรัฐฯ ถูกระบุว่าเป็นความลับสุดยอด และระบุถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ ของการพบเห็นวัตถุที่ไม่สามารถระบุได้ในท้องฟ้าเหนือยุโรป

"มีการรายงานจากหลายแหล่งและจากหลายสถานที่มากจนเราเชื่อมั่นว่าไม่สามารถเพิกเฉยได้" รายงานระบุ "และต้องมีคำอธิบายบนพื้นฐานบางอย่างซึ่งอาจเกินขอบเขตความคิดด้านข่าวกรองในปัจจุบันของเราเล็กน้อย"

รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุต่อไปว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้หารือกับเพื่อนร่วมงานในหน่วยข่าวกรองของสวีเดนเกี่ยวกับวัตถุเหล่านั้น และได้รับคำตอบว่า "ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของทักษะทางเทคนิคขั้นสูง ซึ่งไม่อาจระบุที่มาว่าเป็นฝีมือของอารยธรรมใดๆ บนโลกที่เรารู้จักในปัจจุบันได้เลย"

เอกสารฉบับนั้นดูเหมือนจะไม่มีการปิดบังข้อมูลส่วนใดไว้เลย แต่รายละเอียดหลายอย่างในบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลังกลับถูกปิดทึบไว้ โดยบันทึกดังกล่าวได้ถ่ายทอดเรื่องราวของสตรีท่านหนึ่งผู้มีประสบการณ์อย่างโชกโชนเกี่ยวกับอากาศยานทางทหารและโดรนของสหรัฐฯ ซึ่งได้รายงานถึงเหตุการณ์การพบเห็นวัตถุประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้เมื่อเดือนกันยายน ปี 2023 ในพื้นที่ซึ่งถูกประกาศปิดน่านฟ้าเพื่อวัตถุประสงค์ในการทดสอบ

เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวประกอบด้วยภาพสเก็ตช์ของวัตถุโลหะรูปทรงรีที่ลอยอยู่เหนือแนวต้นไม้ โดยมีแสงสว่างจ้าส่องประกายอยู่ที่ปลายด้านหนึ่งของวัตถุนั้น

"พวกเขาเฝ้าดูวัตถุนั้นเป็นเวลา 5 ถึง 10 วินาที จากนั้นวัตถุก็พลันหายไป" รายงานระบุไว้เช่นนั้น

ตามข้อมูลในรายงาน มีบุคคลหลายคนซึ่งโดยสารมาในรถยนต์อย่างน้อยสองคันได้ให้การยืนยันตรงกันถึงเหตุการณ์การพบเห็นดังกล่าว นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า สตรีนิรนามผู้ซึ่งได้เข้าให้ข้อมูลแก่สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) นั้น "คงจะไม่ยอมรายงานเรื่องการพบเห็นวัตถุนี้อย่างแน่นอน หากเธอเป็นเพียงผู้เดียวที่ได้พบเห็นมัน"

และเพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติเชิงลบหรือ 'ตราบาปทางสังคม' ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่มักขัดขวางการรวบรวมและการถกเถียงเกี่ยวกับคำบอกเล่าจากพยานผู้พบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ รายงานจึงได้ระบุไว้ว่า "เพื่อนร่วมงานของเธอหลายคนได้พากันล้อเลียนเธอในเวลาต่อมา อันเนื่องมาจากรายงานที่เธอได้แจ้งไปนั้น"

เอกสารบันทึกเหตุการณ์บางฉบับยังปรากฏชื่อของพยานผู้พบเห็นที่มีสถานะน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในสังคม ตัวอย่างเช่นกรณีที่มีชื่อเสียงในปี 1955 เมื่อคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งนำโดยวุฒิสมาชิก Richard Russell (ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการบริการทางทหารของวุฒิสภาในขณะนั้น) ได้รายงานว่าพวกเขาพบเห็นวัตถุประหลาดสองชิ้นจากหน้าต่างขบวนรถไฟขณะเดินทางอยู่ในดินแดนของอดีตสหภาพโซเวียต โดยคณะบุคคลกลุ่มนี้ ซึ่งรวมถึงพันโท E. U. Hathaway แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ได้รายงานว่าสิ่งที่พวกเขาพบเห็นนั้นมีลักษณะคล้ายกับ "อากาศยานรูปทรงจานบิน"

เจ้าหน้าที่ทูตทหารฝ่ายทหารอากาศประจำสหรัฐฯ ผู้ซึ่งเป็นผู้จัดทำรายงานฉบับดังกล่าว ได้ระบุถึงสถานะของพยานผู้พบเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ว่าเป็น "แหล่งข้อมูลชั้นเลิศ"

รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุต่อไปว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้หารือกับเพื่อนร่วมงานในหน่วยข่าวกรองของสวีเดนเกี่ยวกับวัตถุเหล่านั้น และได้รับคำตอบว่า "ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของทักษะทางเทคนิคขั้นสูง ซึ่งไม่อาจระบุที่มาว่าเป็นฝีมือของอารยธรรมใดๆ บนโลกที่เรารู้จักในปัจจุบันได้เลย"

เอกสารฉบับนั้นดูเหมือนจะไม่มีการปิดบังข้อมูลส่วนใดไว้เลย ทว่ารายละเอียดหลายประการในบันทึกล่าสุดฉบับหนึ่งกลับยังคงเป็นปริศนา เนื่องจากบันทึกดังกล่าวได้ถ่ายทอดเรื่องราวของสตรีผู้หนึ่งซึ่งมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับอากาศยานทางทหารและโดรนของสหรัฐฯ โดยเธอได้รายงานถึงการพบเห็นวัตถุประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้เมื่อเดือนกันยายน ปี 2023 ในพื้นที่ซึ่งถูกประกาศปิดน่านฟ้าเพื่อวัตถุประสงค์ในการทดสอบ

เอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวประกอบด้วยภาพสเก็ตช์ของวัตถุโลหะทรงรีที่กำลังลอยนิ่งอยู่เหนือแนวต้นไม้ โดยมีแสงสว่างจ้าเปล่งออกมาจากปลายด้านหนึ่งของวัตถุชิ้นนั้น

รายงานระบุว่า "พวกเขามองดูวัตถุนั้นเป็นเวลาห้าถึงสิบวินาที แล้ววัตถุนั้นก็หายไป"

มีหลายคนในรถอย่างน้อยสองคันยืนยันการพบเห็นดังกล่าว ตามรายงานระบุว่า หญิงนิรนามที่พูดคุยกับเอฟบีไอ "คงไม่รายงานวัตถุนั้นหากเธอเห็นมันด้วยตัวเอง"

และเพื่อเป็นการบอกเป็นนัยถึงความอคติที่ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการรวบรวมและอภิปรายคำบอกเล่าจากพยานผู้เห็นเหตุการณ์ รายงานระบุว่า "เพื่อนร่วมงานหลายคนของเธอหัวเราะเยาะเธอในภายหลังเนื่องจากรายงานของเธอ"

บันทึกบางส่วนรวมถึงพยานผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น กรณีที่รู้จักกันดีในปี 1955 เมื่อกลุ่มที่นำโดยวุฒิสมาชิกริชาร์ด รัสเซลล์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริการกองทัพวุฒิสภาในขณะนั้น รายงานว่าพวกเขาเห็นวัตถุแปลกประหลาดสองชิ้นจากหน้าต่างรถไฟในอดีตสหภาพโซเวียต กลุ่มดังกล่าวซึ่งรวมถึงพันโท อี. ยู. ฮาธาเวย์ แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ รายงานว่าเห็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น "ยานบินรูปทรงจานบิน"

เจ้าหน้าที่ทูตฝ่ายทหารอากาศของสหรัฐฯ ที่จัดทำรายงานฉบับนี้ อธิบายว่าพยานเหล่านั้นเป็น "แหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยม"

การพบเห็นในปี 1955 นั้น มีรายละเอียดอยู่ในบันทึกที่ซีไอเอเคยเผยแพร่มาก่อนแล้ว แต่รายงานฉบับนั้น ซึ่งอ้างอิงจากโทรเลขที่ได้รับจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ดูเหมือนจะถูกตัดทอนไปบางส่วน

รายงานเกี่ยวกับวัตถุที่ไม่สามารถระบุได้นั้น ไม่ใช่ข้อมูลข่าวกรองเพียงชิ้นเดียวที่คณะสำรวจชาวอเมริกันนำกลับมา: ในแฟ้มเอกสารยังมีคำอธิบายและแผนภาพของเครื่องบินทิ้งระเบิดไอพ่น และเรื่องราวเกี่ยวกับระบบสับเปลี่ยนรางรถไฟที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความกว้างที่แตกต่างกันของรางรถไฟรัสเซียและเช็ก

ที่มา NPR
UFO files spanning decades are released by Defense Department

https://www.npr.org/2026/05/08/g-s1-121186/ufo-files-released-defense-department
May 8, 2026



Pentagon releases batch of UFO files spanning decades

NBC News

May 8, 2026 
#Pentagon #Space
The Pentagon began releasing files related to unidentified anomalous phenomena — previously and more infamously known as unidentified flying objects, or UFOs. NBC News' Tom Costello breaks down what's in the files, including incidents spanning back to the Apollo missions.

https://www.youtube.com/watch?v=_gZ2YhofOTE






 

นี่หรืออเมริกาประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ที่พวกเราเคยรู้จัก ข้อถกเถียงทางจริยธรรม ตอนนี้ ประชาชนบางคนต้องขายเลือดของตัวเอง เพื่อหาเงินมาซื้อของกินและจ่ายค่าเช่า

 
https://www.youtube.com/shorts/9435YhllwA8

In the richest country on Earth, no one should have to sell their blood to afford groceries and rent. No one should have to ration lifesaving medicines because they can’t afford them. Republicans have taken a broken system and made it a whole lot worse.
.....

ในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ไม่มีใครควรต้องขายเลือดเพื่อซื้อของกินและค่าเช่า

ไม่มีใครควรต้องประหยัดยาที่ช่วยชีวิตเพราะไม่มีเงินซื้อ

พรรครีพับลิกันได้นำระบบที่พังอยู่แล้วมาทำให้แย่ลงไปอีก

วุฒิสมาชิก
เอลิซาเบธ วอร์เรน
.....

นั่นคือความจริงที่หนักหน่วง และข้อมูลก็สนับสนุนคำกล่าวของคุณอย่างแน่นอน มันชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ชัดเจนในสถานการณ์ปัจจุบัน: ในขณะที่สหรัฐอเมริกายังคงเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจาก GDP รวม แต่ประชากรจำนวนมากกลับใช้การบริจาคพลาสมาเป็นกลยุทธ์ในการเอาชีวิตรอด

ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจในปี 2026

ในขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีมูลค่ามากกว่า 31 ล้านล้านดอลลาร์ อุตสาหกรรม "เงินสดแลกพลาสมา" ได้เติบโตขึ้นเป็นภาคส่วนที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ สำหรับหลายๆ คน นี่ไม่ใช่แค่ "งานเสริม" เท่านั้น แต่มันเป็นการตอบสนองที่จำเป็นต่อสภาพแวดล้อมที่มีค่าครองชีพสูง

ปริมาณการบริจาค: รายงานจากต้นปี 2026 ชี้ให้เห็นว่ามีผู้คนประมาณ 200,000 คนต่อวันไปรับพลาสมาที่ศูนย์รับบริจาคพลาสมาทั่วประเทศ

แรงผลักดันด้าน "สิ่งจำเป็น":
การศึกษาแสดงให้เห็นว่าเหตุผลหลักในการไปรับพลาสมาคือการจ่ายค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร ค่าเช่า และค่าสาธารณูปโภค มากกว่าการใช้จ่ายตามดุลยพินิจ

การครองตลาดโลก:
ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาจัดหาพลาสมาประมาณ 70% ของโลก ส่วนใหญ่เป็นเพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่อนุญาตให้บริจาคได้บ่อยครั้งและได้รับค่าตอบแทน (สูงสุดสองครั้งต่อสัปดาห์)

ค่าครองชีพเทียบกับความมั่งคั่ง
ความขัดแย้งที่คุณเน้นย้ำมักเกิดจากช่องว่างระหว่างความมั่งคั่งของชาติและความสามารถในการจ่ายของแต่ละบุคคล:

GDP รวม
~31.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับ 1 ของโลก)

เศรษฐกิจพลาสมา
ประมาณการว่าผู้บริจาคได้รับรายได้มากกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

รายได้โดยทั่วไป
~50 ถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อการบริจาค (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น)

การใช้งานหลัก: ชำระหนี้ ค่าเช่า และค่าอาหาร

นอกเหนือจากตัวเลขแล้ว ยังมีการถกเถียงทางจริยธรรมที่ชัดเจนเกี่ยวกับการ "ทำให้ร่างกายกลายเป็นสินค้า" นักวิจารณ์มักโต้แย้งว่าเศรษฐกิจที่ดีไม่ควรบังคับให้พลเมืองใช้ทรัพยากรทางชีวภาพเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างค่าจ้างและค่าอาหารของพวกเขา

สถานการณ์เช่นนี้ดูขัดแย้งอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นเป็นประวัติการณ์และการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี มันเน้นให้เห็นว่า "ความมั่งคั่ง" เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับว่าคุณดูจากงบดุลหรือใบเสร็จรับเงินจากร้านขายของชำ