วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 27, 2569

ศาลยกคำร้องขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังการเมือง 2 คน ที่เข้าเกณฑ์ พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ ระบุต้องให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัยก่อน - เอ้า ! บ้า งั้นให้เขาประกันตัวสิ)


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
8 hours ago
·
ศาลยกคำร้องขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังการเมือง 2 คน ที่เข้าเกณฑ์ พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ ระบุต้องให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัยก่อน
.
.
วันที่ 26 ส.ค. 2569 ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องขังการเมืองจำนวน 2 คน ที่เข้าเกณฑ์ได้รับประโยชน์ ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มาตรา 8 วรรคสอง รวมทั้งให้แก้ไขโทษเดิมของผู้ต้องขังอีก 3 คน ที่มีข้อกล่าวหาที่เข้าเกณฑ์ได้รับประโยชน์
.
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2569 เว็บไซต์พระราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในการนิรโทษกรรมทางการเมือง สำหรับการชุมนุมหรือแสดงออกทางเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568 โดยให้ยกเว้นคดีตามมาตรา 112 และความผิดแก่ชีวิตหรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

.

ในส่วนของผู้ต้องขังทางการเมืองที่ทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลย ตามมาตรา 8 วรรคสอง ของพระราชบัญญัติดังกล่าว มีทั้งหมด 2 คน ในคดีของศาลอาญา ได้แก่ “วิจิตร” (นามสมมติ) และ ประวิตร (สงวนนามสกุล)
.
นอกจากนั้นยังมีการยื่นขอให้ศาลแก้ไขหรือเพิกถอนการบังคับโทษเดิม ในส่วนคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ จำนวน 3 คน ได้แก่ “มานี” เงินตรา คำแสน, “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา, “จินนี่” จิรัชยา สกุลทอง เนื่องจากเห็นว่าคดีของทั้งสามคน มีข้อกล่าวหาอื่น ๆ นอกจากมาตรา 112 ที่เข้าเกณฑ์ได้รับการนิรโทษกรรมตามบัญชีแนบท้าย
.
ในคำร้องระบุใจความสำคัญของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ตามมาตรา 7 และตามมาตรา 8 วรรคสองบัญญัติว่า “คดีใดที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษผู้นั้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น และถ้าผู้นั้นอยู่ระหว่างการรับโทษให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง และปล่อยตัวผู้นั้นไป”
.
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาประมาณ 16.16 น. ในส่วนคดีของวิจิตร ศาลอาญาได้มีคำสั่งว่า "กรณีตามคำร้องของผู้ร้อง ต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเสริมสร้างสังคมสันติสุข ไม่อยู่ในอำนาจของศาล ให้ยกคำร้อง"
.
เช่นเดียวกับคดีของประวิตร ที่ศาลอาญา มีคำสั่งเห็นว่ากรณีตามคำร้องยังไม่มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามมาตรา 6 (1) จึงให้ยกคำร้อง
.
ส่วนในคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้นั้น ศาลได้ส่งคำร้องให้ศาลเจ้าของสำนวนพิจารณา จึงยังไม่มีคำสั่งภายในวันนี้

.

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 มีคดีที่ศาลอาญาได้สั่งยุติการพิจารณาคดี ยกเลิกการสืบพยาน พร้อมให้ปลดกำไล EM เนื่องจากเห็นว่าเข้าข่ายการได้รับการนิรโทษกรรม คือคดีชุมนุม #ม็อบ16สิงหาไล่ล่าทรราช เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2564 ซึ่งจำเลยสามคนถูกฟ้องในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216
.
สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ยังมีความสับสนในแนวทางการดำเนินการตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ว่าคดีต่าง ๆ ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นก่อนหรือไม่ หรือศาลสามารถพิจารณาและสั่งยุติคดีตามมาตรา 8 ได้เลย
.
สำหรับคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างรอการแต่งตั้งคณะกรรมการในสัดส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาจะต้องมีการประชุมครั้งแรกภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ. นี้มีผลใช้บังคับ คือภายในวันที่ 23 ก.ย. 2569
.
.
อ่านบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/85851

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1476403370996795&set=a.656922399611567




ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! 14 สส. ชายแดนใต้จับมือข้ามขั้วรัฐบาล-ฝ่ายค้าน แถลงจุดยืนร่วมแก้ปัญหาความไม่สงบกว่า 20 ปี

https://www.facebook.com/reel/1041491752116420



5 ประเด็นต้องจับตา ก่อน กกต. ลงมติ "คดีฮั้วเลือก สว."

วิปฝ่ายค้านจัดกิจกรรม "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาคพิเศษ) โดยมีการนำเสนอประสบการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในการเลือก สว. โดยมีพยานบุคคลร่วมให้ข้อมูลในเวทีเปิดเมื่อ 4 ส.ค. 2569

5 ประเด็นต้องจับตา ก่อน กกต. ลงมติ "คดีฮั้วเลือก สว."

เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
บีบีซีไทย

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวกรณีคณะกรรมการ กกต. จะลงมติสำนวนข้อกล่าวหา "คดีฮั้วเลือก สว." ปี 2567 ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้ หลังจากมีรายงานตรงกันในสื่อหลายสำนัก โดยระบุว่า กกต. อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน

สำนวนคดีจำนวนกว่า 90,000 หน้าที่อยู่ในมือของ กกต. ชุดใหญ่ จะเป็นหลักฐานที่ชี้ขาดว่า "คดีฮั้ว เลือก สว." จะถูกส่งฟ้องต่อศาลฎีกาหรือไม่ หลังมีการตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 2 ชุดขึ้นมาพิจารณาและกลั่นกรองคดีนี้

นี่เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการพิจารณาสำนวนกรณีนี้ของคณะกรรมการ กกต. ที่เริ่มประชุมพิจารณามาตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดที่สองที่พิจารณาคดีนี้ มีมติออกมาเมื่อเดือน มี.ค. 2569 และส่งเรื่องให้ กกต. ชุดใหญ่

คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม จำนวน 229 คน แบ่งเป็น สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน, กลุ่มของรัฐมนตรี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.), คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และเครือข่ายของพรรค ภท. รวม 41 คน และกลุ่ม สว. สำรองและผู้สมัคร สว. รวม 50 คน

ในเวลาเดียวกัน พรรคฝ่ายค้านคือพรรคประชาชน (ปชน.) และภาคประชาชนโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ได้ออกมาเปิดเผยพฤติกรรม ขบวนการ และตัวละครที่เกี่ยวข้องกับการ "ฮั้วเลือก สว." ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ต่อเนื่องเดือน ส.ค.

ล่าสุดวานนี้ (25 ส.ค.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ไอลอว์เปิดข้อมูลในสำนวน "คดีโกงเลือก สว." พบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นสำนวนของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงินในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ (DSI) และเขามีข้อสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวได้มาอย่างไร

ขณะที่ดีเอสไอมอบอำนาจให้กองกฎหมายเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่นำเอกสารพยานหลักฐานและรายงานการสอบสวนในคดีพิเศษที่ 24/2568 คดีความผิดฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน กรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ออกเผยแพร่สู่สาธารณะ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากไอลอว์ออกมาเปิดเผยหลักฐานล่าสุดที่อ้างว่าเป็นข้อมูลการโทรเข้า-ออกระหว่างผู้สมัคร สว. อ่างทอง กับ สองนักการเมืองพี่น้องตระกูลปริศนานันทกุลของพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

บีบีซีไทยรวบรวม 5 ประเด็นที่ต้องจับตาก่อนที่คณะกรรมการ กกต. จะลงมติในคดีนี้

1. กกต. จะมีมติส่งฟ้องศาลทั้ง 229 คนหรือไม่

ย้อนไปในเดือน ก.พ. 2568 ซึ่ง สว. ชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่แล้วราว 8 เดือน กลุ่ม สว. สำรอง ผู้สมัคร สว. บางส่วนกว่า 40 คน ได้ออกมาเรียกร้องให้ กกต. เร่งสอบสวนคำร้องเกี่ยวกับการจัดเลือกตั้ง สว. ที่ไม่สุจริตจำนวน 570 คำร้อง และเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ โดยขอให้ดีเอสไอเข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ด้วย

ก่อนหน้านั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะคณะอนุกรรมการตามที่ กกต. มอบหมาย ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการ "ฮั้วเลือก สว." จำนวน 3 คำร้องที่ได้รับระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. 2567 อยู่แล้ว และมีข้อสรุปว่า "ปรากฏข้อเท็จจริง เชื่อได้ว่ามีขบวนการในรูปแบบคณะบุคคล มีการจัดตั้งเครือข่ายขบวนการซึ่งปกปิดวิธีการ" และ "มีการวางแผนสลับซับซ้อน ทราบเฉพาะในกลุ่มขบวนการ" อีกทั้งยังพบ "โพยฮั้ว" ผู้ได้รับเลือกเป็น สว. จำนวน 138 คน และอยู่ในลำดับสำรอง 2 คน

ต่อมาในวันที่ 19 มี.ค. 2568 กกต. ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ


21 ก.ค. 2569 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ แถลงเปิดพฤติกรรมของ 9 นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าไอลอว์ "ได้รวบรวมข้อมูลจากการลงสนามติดตามทุกขั้นตอน และจากปากคำของพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์"

มติจากคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 เห็นควรให้ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน แบ่งเป็น สว. 138 คน และหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค สส. และเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) 91 คน ตามรายงานในเวลานั้น

ทั้งหมดถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

สำหรับรายชื่อของผู้ถูกกล่าวหาใน "คดีโกงเลือก สว." ทั้ง 229 คน เมื่อ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ไอลอว์ได้เปิดเผยรายชื่อที่อ้างว่ามาจากคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กกต. และดีเอสไอ รวม 4 กลุ่ม ดังนี้
  • สว. 138 คน ซึ่งรวมถึง สว. ที่ถูกตัดสิทธิ์และเสียชีวิต 5 คน ได้แก่ วิเชียร ชัยสถาพร กลุ่ม 16 จ.ลำพูน (ถูกตัดสิทธิ์) , สุพรรณ์ ศรชัย กลุ่ม 18 จ.สุรินทร์ (เสียชีวิต), คอดียะฮ์ ทรงงาม กลุ่ม 18 จ.อ่างทอง (ถูกตัดสิทธิ์), เกศกมล เปลี่ยนสมัย กลุ่ม 19 จ.เพชรบุรี (ถูกตัดสิทธิ์), สมชาย เล่งหลัก กลุ่ม 19 จ.สงขลา (ถูกตัดสิทธิ์)
  • สว. สำรองและผู้สมัคร สว. รวม 50 คน
  • รัฐมนตรี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.), และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ภูมิใจไทย รวม 21 คน ในจำนวนนี้มีชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมอยู่ด้วย
  • เครือข่ายพรรคภูมิใจไทยรวม 20 คน ในกลุ่มนี้ปรากฏชื่อของ นายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย, ผู้ช่วยดำเนินการ สส. ภท., อดีตทีมงานของ สส. ภท. เป็นต้น

2. คนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะโดนสั่งฟ้องด้วยหรือไม่

จากรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 เห็นควรส่งฟ้องจำนวน 229 คน ในจำนวนนี้เป็นรัฐมนตรี (รมต.), สส. และ กก.บห. พรรค ภท. 21 คน และยังมีบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทยอีก 20 คน

ก่อนหน้านี้ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ได้ยื่นเรื่องต่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เพื่อขอให้ตรวจสอบ 9 บุคคลสำคัญในรัฐบาล ซึ่งรวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วย แต่ละคนถูกกล่าวหาด้วยพฤติกรรมแตกต่างกันไป ตั้งแต่ "มีส่วนรู้เห็น" "มีส่วนร่วม" "เป็นผู้วางแผน" โดยบางรายถูกระบุว่าเป็น "หัวหน้าขบวนการ"

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรค ภท. ออกมาแถลงว่าผู้ที่ถูกกล่าวอ้างชื่อทั้งหมดรวมถึงนายอนุทินจะดำเนินคดีนายยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาท


สถานที่ที่พยานระบุว่าเดินทางไปประชุมหารือก่อนถึงวันเลือก สว. ระดับประเทศ มีอย่างน้อย 7 แห่งที่ฝ่ายค้านเรียกว่า "ศูนย์ทำโพย" โดยฝ่ายค้านได้รวบรวมมานำเสนอในเวทีกิจกรรม "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะลึกหลักฐาน 'คดีโกง สว.' ภาค 2" เมื่อ 26 ก.ค. 2569

ในเวลาต่อมา ฝ่ายค้านและไอลอว์ได้ออกมาเปิด "พยานบุคคล" และ "หลักฐาน" ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามมติของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ทั้งหลักฐานที่อ้างว่าเป็น "เส้นเงิน", "ศูนย์ทำโพย" และข้อมูลการโทรเข้า-ออก ที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลบางส่วนในพรรค ภท. รวมถึงเครือข่ายของ ภท. เช่น


5 บุคคลที่ถูกพาดพิงว่ามีส่วนร่วมในขบวนการเลือก สว.

ล่าสุด ในเวทีเลกเชอร์ "ชนกำแพงให้จบ ๆ ผ่าพิภพ สว." เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายยิ่งชีพ ผอ.ไอลอว์ ได้เปิดข้อมูลที่อ้างว่าเป็นบันทึกการใช้โทรศัพท์ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 ระบุว่าตอนช่วงเช้าเวลาประมาณ 04.00-05.00 น. มีผู้สมัคร สว. อ่างทองหลายคนโทรหานายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.จังหวัดอ่างทอง เขต 1 และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง เขต 2 และ กก.บห. พรรคภูมิใจไทย โดยมีข้อมูลต้นสายและปลายสายชัดเจนว่าอยู่ในสถานที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

"ทั้งท่านขวัญชัย (แสนหิรัณย์) ท่านสืบศักดิ์ (แววแก้ว) ท่านคอดียะฮ์ (ทรงงาม) พอออกมาช่วงเช้ามืดก็โทรหาท่านภราดร โทรหาท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล หนักไปกว่านั้น เวลาที่เขาโทรมีสายที่เกิดขึ้นในเวลาช่วงเที่ยงคืนกว่า ๆ เที่ยงคืนกว่า ๆ ยังเลือกไม่เสร็จนะครับ และทุกคนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมา ผู้สมัคร สว. ทุกคนต้องถูกยึดมือถือและเอามือถือคืนไม่ได้ แต่มีหมายเลขโทรศัพท์ของ สว. อ่างทอง ที่โทรไปหาท่านกรวีร์ โทรไปหาท่านภราดร ในช่วงที่คนอื่นโทรศัพท์ไม่ได้… นี่เป็นตัวอย่างของข้อมูลที่ไปถึง ไม่ใช่มีแค่หลักฐานอันควรเชื่อด้วย" นายยิ่งชีพระบุ

ด้านนายภราดร ให้สัมภาษณ์เมื่อ 24 ส.ค. ตั้งถามว่าข้อมูลรายการโทรศัพท์รับสายเข้า-โทรออกดังกล่าวเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เอามาปะติดปะต่อเป็นข้อมูลเท็จหรือจริง อีกทั้งยังเป็นข้อมูลลับส่วนบุคคลที่ไม่สามารถนำข้อมูลมาได้ง่าย และหากยิ่งข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลสำนวนของ กกต. ยิ่งไม่ควรถูกเผยแพร่ออกมา ต้องถามไปที่ กกต.ด้วยว่าเป็นข้อมูลจริงจาก กกต. หรือไม่

นายภราดรยังชี้แจงถึงข้อมูลที่ไอลอว์อ้างว่าเป็นข้อมูลจากคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ของ กกต. ด้วยว่า จากที่เคยเข้าชี้แจงกับ กกต. ไม่มีการชี้แจงในประเด็นนี้


เอกสารที่นายยิ่งชีพ ผอ.ไอลอว์ อ้างว่าเป็นข้อมูลการโทรศัพท์เข้า-ออก ระหว่างผู้สมัคร สว. อ่างทอง กับนายภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล รมต. และ กก.บห. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อ 26 มิ.ย. 2567 ซึ่งเป็นวันเลือก สว. ระดับประเทศ

ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล กก.บห. พรรค ภท. สส.เขต 2 จ.อ่างทอง และประธานวิปรัฐบาล กล่าวเมื่อ 25 ส.ค. ว่าสิ่งที่ไอลอว์นำมาเปิดเผยเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และหากเป็นข้อมูลที่เป็นเจ้าหน้าที่ภายในนำออกมาให้ เขาไม่เคยถูก กกต. ตั้งข้อกล่าวหาในประเด็นเกี่ยวกับโทรศัพท์มาก่อน

ต่อมาเมื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ออกมาเปิดเผยว่าข้อมูลที่ไอลอว์นำมาเปิดเป็นสำนวนคดีของดีเอสไอจริง นายกรวีร์ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ช่องเนชั่นทีวี 22 และรายการ "กรรมกรข่าวคุยนอกจอ" ของวันที่ 26 ส.ค. ว่าในวันดังกล่าวยืนยันได้แน่นอนว่าตนไม่ได้อยู่ที่เมืองทองธานี และการที่มีใครโทรหา หรือรู้จักใคร ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายใด ๆ

"พวกนี้คือสิ่งที่ไอลอว์พยายามจะเชื่อมโยงว่ามีการพูดคุยกัน มีการโทรคุยกัน และบอกว่าผมเข้าไปเกี่ยวข้อง ไปกระทำการผิดกฎหมาย แต่ที่ผมฟังมาทั้งหมดยังไม่มีข้อไหนที่บอกว่าแล้วผมไปกระทำอะไรที่ผิดกฎหมายหรือเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เมื่อเขาเป็นผู้สมัครแล้ว ห้ามโทรหาผม ห้ามโทรหาคนที่เป็น สส. อย่างนั้นหรือครับ"

ส่วนรายชื่อที่ไอลอว์นำมาเปิดเผยทั้ง 3 รายชื่อว่ามีข้อมูลโทรเข้า-ออก นายกรวีร์กล่าวว่า คนที่ไม่ได้เป็น สว. ที่ไปสมัครตนรู้จัก และ "การรู้จักใครมันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะผมเป็นผู้แทนฯ"

3. กกต. จะใช้สำนวนของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดไหน

สำนวนของคณะกรรมการที่สอบสวนและกลั่นกรอง "คดีฮั้วเลือก สว." ของ กกต. มีอยู่ 2 ชุด

ชุดแรกคือ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 มติของคณะกรรมการชุดนี้ เห็นควรให้ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน

ต่อมาสำนักงาน กกต. ได้มีความเห็นยืนตามมติของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ส่งต่อไปยังคณะกรรมการอีกชุดที่มีชื่อว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568

5 เดือนถัดมา สื่อหลายสำนัก อาทิ สำนักข่าวเน็กซ์นิวส์ (Next News TH), เว็บไซต์ผู้จัดการ และเนชั่นทีวี รายงานตรงกันว่า คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 นี้ มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ยกคำร้องต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน เมื่อ 12 มี.ค. 2569

อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวไม่เคยได้รับการยืนยันจาก กกต. ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ โดย Next News TH รายงานว่าเลขาธิการ กกต. และผู้บริหารภายในสำนักงาน กกต. ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องนี้ และบอกว่าสำนวนเป็นความลับ

ทั้งนี้ ในการพิจารณาของ กกต. จะใช้สำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. กับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นหลัก ตามการเปิดเผยของนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการ กกต. เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

4. กกต. จะตีความกฎหมายอย่างไร

เมื่อสำนวนการพิจารณา "คดีโกงเลือก สว." เข้าสู่ชั้นพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. จากการให้ข้อมูลของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่าจะเป็นการพิจารณารายจังหวัด และพิจารณาตามข้อหาที่ตั้งไว้ 7 ข้อหา

ที่ผ่านมาฝ่ายค้าน พรรค ปชน. และไอลอว์ ได้ทยอยเปิดข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงกลไกภาคปฏิบัติการของ "ขบวนการโกงเลือก สว." ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานที่อ้างว่าเป็น "เส้นเงิน" ที่ทีมงานของนักการเมืองใน จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.หนองบัวลำภู โอนเงินให้แก่ผู้สมัคร สว. ในอำเภอและจังหวัดเดียวกันในช่วงก่อนและหลังเลือก สว. ชุดที่ 13 เมื่อปี 2567

นอกจากนี้ยังมีการนำอดีตผู้สมัคร สว. ที่ฝ่ายค้านระบุว่าเป็น "พยานบุคคล" มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ "ศูนย์ทำโพย" ต่าง ๆ 7 แห่ง ในช่วงก่อนวันเลือกระดับประเทศ (24-25 มิ.ย. 2567)

จากการเปิดข้อมูลของฝ่ายค้านและไอลอว์อย่างน้อย 3 ครั้งบนเวทีสาธารณะ พบว่ามี สว. ปัจจุบันอย่างน้อยจาก 11 จังหวัดปรากฏตัวในศูนย์ทำโพยตามคำบอกเล่าของพยาน แบ่งเป็น สว. นครศรีธรรมราช 3 คน, นครพนม 3 คน, สุโขทัย 2 คน, ภูเก็ต 1 คน, ศรีสะเกษ 1 คน, หนองบัวลำภู 2 คน, อ่างทอง 2 คน

นอกจากนี้ยังมี สว. อีก 3 คนที่ถูกเอ่ยชื่อ เพราะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับรัฐมนตรีในสังกัดพรรค ภท. โดยเป็น สว. จากบุรีรัมย์, พัทลุง, สงขลา ขณะเดียวกันยังมีอีก 2 ศูนย์ทำโพยที่มีนักการเมืองอื่น ๆ ปรากฏตัวในสถานที่แห่งนั้นด้วย



ในช่วงสุดท้ายที่ กกต. เตรียมลงมติสำนวน "โกงเลือก สว." นายยิ่งชีพ กล่าวย้ำบนเวทีเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่าอำนาจการพิจารณาของ กกต. กฎหมายเขียนชัดเจนว่า ถ้ามีเหตุควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต มีการโกงเลือก สว. กกต. ต้องส่งศาลเท่านั้น

เขาชี้ว่า กกต. ไม่มีอำนาจใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยหรือพิพากษาเอง และอย่าพยายามบอกว่าหลักฐานไปถึงใครหรือไปไม่ถึงใคร เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏออกมามีทั้งพยานตัวจริง คะแนนการเลือกที่ล้นกระดาน รวมทั้งรูปแบบการโหวตที่เป็นแพทเทิร์น

"ถ้าท่านเลือกจะฟ้องเพียงบางคน เลือกตัดตอนฟ้องตัวเล็กตัวน้อย [ฟ้อง] คนที่ผิดพลาดทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้ให้ตามสืบตามเจอ และท่านปล่อยตัวใหญ่ลอยนวล เราจะดูว่าท่านปล่อยใครไปและคนนั้นมีหลักฐานอะไร ถ้าท่านยกคำร้องของคนไหน เราเปิด [ข้อมูล] ของคนนั้น" นายยิ่งชีพกล่าว


ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ กล่าวเมื่อ 23 ส.ค. ว่าหาก กกต. ไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคนใดใน 229 คน เขาจะเปิดข้อมูลในสำนวนคดีที่อยู่ในมือไอลอว์ทั้งหมด

ส่วนการออกมาให้ความเห็นของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่ระบุว่าการส่งสำนวนคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณา "คดีฮั้วเลือก สว." ของ กกต. ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 ข้อ กกต. จึงจะส่งคำร้องเรื่องการเพิกถอนสิทธิผู้สมัครรับเลือก สว. ให้ศาลฎีกาได้ ตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ต้องเป็นการกระทำของผู้สมัครหรือผู้สมัครรู้เห็นการกระทำของบุคคลอื่น, ต้องมีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริต เช่น จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน สมยอมแลกคะแนน หรือให้ประโยชน์เพื่อเลือกตนเอง และต้องมีหลักฐานเชื่อได้ว่าการเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม

เกี่ยวกับประเด็นนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. และประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาแย้งโดยยก พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 ที่เขียนชัดเจนว่า เมื่อคณะกรรมการฯ ประกาศผลการเลือกแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า "ผู้สมัครหรือผู้ใด" กระทำการทุจริตหรือรู้เห็นในการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการฯ ร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธินั้นได้ ดังนั้นจากมาตรานี้จึงไม่จำกัดแค่ผู้สมัครเท่านั้น และในอดีต กกต. เคยสั่งฟ้องหลายคดีไปที่ศาลฎีกาโดยที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เป็นผู้สมัคร สว. แต่อย่างใด



นายพริษฐ์ชี้ว่ากรณีนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า กกต. หรือบางส่วนของ กกต. พยายามจะ "ฟอกขาว" ผู้ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นเครือข่ายพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่อยู่ในระดับการวางแผน

"ที่มีการคาดการณ์ว่าสั่งฟ้องบางคน และไม่สั่งฟ้องบางคน สิ่งที่ผมกังวลใจคือ กกต. จะใช้ยุทธวิธีสังเวยน้ำเงินอ่อน เพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม พูดง่าย ๆ ก็คือ ใครที่เป็น สว. ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจมาก ใครที่เป็นหัวคะแนนระดับปฏิบัติการก็สั่งฟ้องได้ แต่ถ้าเป็นนักการเมืองที่อยู่ใน ครม. เป็นผู้บริหารพรรคการเมืองก็มีความกังวลใจว่า กกต. จะปกป้องอย่างเต็มที่" นายพริษฐ์ กล่าวกับรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ทางเนชั่นทีวี 22 เมื่อ 24 ส.ค.

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการพิจารณาสำนวนของ กกต. คือ การเปิดเผยหลักฐานใหม่ที่ไม่อยู่ในสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 มาก่อน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้สรุปมติไปตั้งแต่เมื่อปี 2568 หลักฐานชุดใหม่จะถูกนำมาพิจารณาในชั้น กกต. ชุดใหญ่หรือไม่ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ หนึ่งในคณะกรรมการ กกต. เคยตอบเรื่องนี้ไว้เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาว่า กกต. ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน เพราะได้รับการพิสูจน์และโต้แย้งกันแล้ว เมื่อมีฝ่ายกล่าวหา ก็ต้องให้ฝ่ายถูกกล่าวหามาชี้แจงด้วย


"ดังนั้นหากอยู่นอกสำนวน แม้จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้ผ่านกระบวนการให้อีกฝ่ายได้แก้ข้อกล่าวหาด้วย ก็ไม่สามารถนำมาพิจารณาได้" นายสิทธิโชติ กล่าว

5. กกต. 4 คนที่ สว.ชุดนี้รับรอง จะเป็นผู้ร่วมลงมติคดีนี้ด้วย

อีกประเด็นที่ฝ่ายค้านและไอลอว์ แสดงความกังวลต่อการพิจารณาสำนวน "ฮั้วเลือก สว." คือ คณะกรรมการ กกต. 4 จาก 7 คน ถูกรับรองเลือกโดย สว. ชุดปัจจุบัน โดยนายยิ่งชีพ ผอ.ไอลอว์ ชวนให้จับตาการลงมติของ กกต. ทั้ง 4 คน ซึ่งได้แก่
  • นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. - วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้เป็น กกต. ด้วยคะแนนเสียง 165 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง เมื่อ 22 ก.ค. 2568 (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตหัวหน้าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา และเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้เป็น กกต.)
  • นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการ กกต. - วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้เป็น กกต. ด้วยคะแนนเสียง 137ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 29 เสียง เมื่อ 20 ต.ค. 2568 (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตอธิบดี 3 กรม)
  • นายณรงค์ รักร้อย กรรมการ กกต. - วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้เป็นกกต. ด้วยคะแนนเสียง 135 ต่อ 0 งดออกเสียง 32 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง เมื่อ 20 ต.ค. 2568 (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตผู้ว่าราชการ 3 จังหวัด และเคยปฏิบัติงานร่วมกับนายอลงกต วรกี สว. ชุดปัจจุบัน)
  • นายจิรุตม์ วิศาลจิตร - วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้เป็น กกต. ด้วยคะแนนเสียง 144 ต่อ 1 งดออกเสียง 26 เสียง (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 26 มี.ค. 2569 เป็นอดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ดำรงตำแหน่งในสมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม)ฃ
ส่วน กกต. อีก 3 คนที่มาจากการแต่งตั้งของ สว. ชุดเฉพาะกาลคือ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ครบวาระไปแล้วเมื่อ ธ.ค. 2568 (แต่เนื่องจาก สว. ชุดนี้ไม่รับรอง กกต. คนใหม่ 1 คน ทำให้นายฐิติเชฏฐ์ยังต้องอยู่ทำหน้าที่ต่อไปในระหว่างเริ่มต้นกระบวนการสรรหา กกต. คนใหม่), นายชาย นครชัย จะครบวาระในเดือน ต.ค. 2573 และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ จะครบวาระในเดือน มี.ค. 2574


https://www.bbc.com/thai/articles/cz6zxz4670qo




วิเคราะห์ การมาไทย ของ USS Abraham Lincoln รอบนี้ กับ คำถามว่า จะกระตุ้น เศษฐกิจการท่องเที่ยวพัทยาได้มากน้อยขนาดไหน


Bhanuwat Jittivuthikarn
17 hours ago
·
วิเคราะห์ การมาไทย ของ USS Abraham Lincoln รอบนี้ กับ คำถามว่า จะกระตุ้น เศษฐกิจการท่องเที่ยวพัทยาได้มากน้อยขนาดไหน

ในอดีต ชาวพัทยา จะมีคำ เรียก การมาของเรือรบ อเมริกา ว่า “เรือลง” ยุคนั้น เรือจะมาจอดกลางอ่าวพัทยา สร้าง เศษฐกิจ รายได้ ตั้งแต่ เรือเล็กรับส่งพาทหารมาลงถึงหน้าหาด ไป ถึง โรงแรม ห้าดาว ยุคนั้น พัทยายังเป็นเมือง เล็กๆ การมาของเรือรบบรรทุกเครื่องบิน ระดะบ เรือธง ที่มีเรือรบคุ้มครองตามมาอีก สี่ลำ คือ เหมือน ยกเมืองอีกเมือง มาไว้ที่เมืองพัทยา ยุคนั้น ทั้งเมืองประดับธง ชาติอเมริกา ตอนรับ กันอย่างอบอุ่น การมาของเรือรบ ห้าวัน สามารถทำให้คนพัทยาหลายๆคนตั้งเนื้อตั้งตัวกันได้เลย

แต่นั้น มันคือภาพจำในอดีต เมื่อ สามสิบกว่าปีมาแล้ว ปรากฎการครั้งสุดท้าย คือ การมา ของ uss midway หลัง จาก ชัยชนะในสงครามอ่าวเปอร์เซีย

แต่ ในวันนี้ โลก มันเปลี่ยนไปแล้ว ทั้ง พัทยาเองที่โตขึ้น จนไม่ต้องหวังรอการมาของทหารเรือเมกา และ กองทัพเรือเมกาเองที่ หลังๆเลือก ไปจอดพักสิงค์โปร มากกว่า เลือกมาไทย

ต้องบอกก่อนนะครับ ระดับความมันส์ของการขึ้นบก ของเรือ ที่มาฝึกรบประจำปี ก้บ เรือรบ ที่ กลับจากการรบจริงมันต่างกันมาก ที่เราเห็นยุคหลังๆคือ เรือรบ มาฝึกรบ cobra gold แนวนี้คือ ทหารใหม่ งบน้อยเบี้ยน้อย ไม่ได้สร้างเศษฐกิจอะไร แต่ ถ้าเป็นเรือรบที่กลับบ้าน แล้ว แวะ พัก พัทยา เป็น Last port call ก่อนกลับฐาน แบบ USS Abraham Lincoln ที่ Deployment อยู่ที่ อ่าวเปอร์เซียถึง สามร้อยกว่าวัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการเดินทางที่ยาวนานและทรหดที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ นับตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนามเลยทีเดียวครับ

แต่จริงๆ แล้ว รอบนี้ USS Abraham Lincoln จอดที่ ท่าเรือแหลมฉบัง นะครับไม่ได้มาโชว์ตัวหน้าอ่าวพัทยาเหมือนแต่ก่อนแล้ว

USS Abraham Lincoln เป็น เรือธง Nimitz class คือ เป็นเรือบบรทุกเครืองบินที่ ใช้พลังงานนิวเคลียร์ ไม่ต้องเติมนำ้มัน ตลอดอายุการใช้งาน แต่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆอยู่ที่ แปดล้าน usd ต่อวัน
คือวันละประมาณ 300 ล้านบาทไทย

ภาพจำผิดๆที่คนไทยส่วนใหญ่ เข้าใจผิดเกี่ยวกับ ทหารเรือ เมกา ซึ้งควรแยกออกจากทหารบก GI คือ เราชอบคิดว่า sex คือสิ่งแรกที่พวกเขาคิดถึง แต่ จริงๆ แล้ว สำหรับทหารเรือ มันต่างออกไปนะครับ ยุค สงครามเวียดนาม เรามีภาพจำ สาวไทยกับทหาร GI มันเป็นเพราะ พวกเขาประจำการในพื้นที่ ยาวนาน เกิดความเหงา และมีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมไืยอย่างดี แต่ ทุกครั้ง ที่ ทหาร เรือขึ้นบกในไทย มันคือการ ฉลอง การจบภาระกิจ ทหารเรือจะเน้นหนักไปทางเมา ทางปาตี้ พวกเขามีกฎืี่เรียกว่า Liberty buddy ทหารเรือจะไม่มีสิทธิ์เดินเที่ยวคนเดียว พวกเขาต้องจับคู่หรือไปเป็นกลุ่ม 2-3 คนขึ้นไป สิ่งแรกที่พวกเขาทำ เมื่อ ได้ liberty call หรือช่วงเวลาอิสระ เมื่อขึ้นบกคือการดืมเหล้า rum หมดขวดในรอบเดียว แล้ว เอาฝาขวดเหล้านั้นไปติดเป็นเหรียญกล้าหาญ ที่เรียกกันว่า Libery medals

สิ่งที่ผมแอบกังวบรอบนี้คือ USS Abraham Lincoln กับภารกิจที่ อ่าวเปอร์เซียรอบนี้ คือพวกเขา มีความเครียดสะสม จากการรบยาวนาน และเป็นปฎิบัติการณ์ที่พวกเขาล้มเหลวอีกด้วย ดังนั้น บรรยากาศการ liberty รอบนี้มันอาจยะไม่สดใสเหมือนตอนรบชนะอิรักในสงครามอ่าว ปี 1991

สอง ผมกังวล ปัญหา ยาเสพติด กัญชา ที่ขายกันอย่างเสรีในไทย จะสร้างปัญหา
เพราะ หาก เกิด ปัญหา นี้ขึ้นมา ตั้งแต่วันแรก ทางกองทััพเรือจะมีคำสั่งเรียกกำลังพลกลับขึ้นเรือทันที เศษฐกิจ ที่เราคาดหวังอาจจะเสียหายไปด้วย

สาม รอบนี้ ยังไง พัทยาก็ไม่ได้เต็มๆ ต้องแบ่งเค้กให้ กทม ด้วย มีรายงานว่า 30% ของทหารเรือที่จะมารอบนี้ เลือกซื้อ แพกเจกทัวร์ไปเที่ยว กรุงเทพ มากกว่าเลือกมาพัทยา กลุ่มนี้ส่วนมากเป็นนายทหาร และ ทหารเรือหญิง ดังนั้น ระดับความอู่ฟู่คึกคักในพัทยารอบนี้ก็คง เทียบตำนวน midway 1991 ไม่ได้แน่ๆ

สี่ ทหารเรือเมกาเวลา มีเรื่อง ทะเลาะ ตีกับคนไทย ตำรวจไทยไปจับไม่ได้นะครับ เขาจะมี MP มาจัดการคนของเขาเอง รอบนี้ผมเลยกังวลความปลอดภัยของคนไทยที่ทำงานในพัทยาด้วย

สุดท้าย USS Abraham Lincoln คือเรือบรรทุกเครื่องบินรบ ระดับตำนาน ที่มี คติประจำเรือว่า “Shall Not Perish"

ที่มาจาก สุนธพจน์ ของ ปธน Abraham Lincoln เคยกล่าวไว้ ในช่วง civil war ว่า "...and that government of the people, by the people, for the people, shall not perish from the earth."

welcome to Pattaya นะครับ Abe‘s crew

ปล ภาพคือ USS Nimitz สมัยมา จอดหน้าอ่าวพัทยา




ศาลรธน.เริ่มไต่สวนพยาน5 ปากคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สั่งงดถ่ายทอดทางภาพและเสียงตามคำขอกกต. กำชับห้ามเผยแพร่ข้อมูลไต่สวนโดยเด็ดขาด ด้าน ปธ.กกต.ร่วมสังเกตการณ์


The Politics ข่าวบ้าน การเมือง
13 hours ago
·
ศาลรธน.เริ่มไต่สวนพยาน5 ปากคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สั่งงดถ่ายทอดทางภาพและเสียงตามคำขอกกต. กำชับห้ามเผยแพร่ข้อมูลกไต่สวนโดยเด็ดขาด ด้าน ปธ.กกต.ร่วมสังเกตการณ์

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานจำนวน5 ปากในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยรับเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50(7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224 โดยการไต่สวนวันนี้ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ประธานกกต.ได้มาร่วมสังเกตการณ์ไต่สวนด้วย

ทั้งนี้พยานจำนวน 5 ปากเป็นพยานที่ศาลเรียกประกอบด้วย 

1. นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมชำนาญการ สำนักงาน กกต. 
2. นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. 
3. นายภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 
4. นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และ 
5. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

https://www.facebook.com/photo?fbid=1523887793113044&set=a.479371834231317




หน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ กล่าวว่ารับทราบถึงวิดีโอที่ออกอากาศโดยสื่อของรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งดูเหมือนจะข่มขู่บาร์รอน ทรัมป์ บุตรชายวัย 20 ปีของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยในวิดีโอระบุว่ามีการตั้งค่าหัว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการสังหารเขา เนื้อหาวิดีโอ: วิดีโอความยาวเกือบสามนาทีชื่อ "จะฆ่าบาร์รอน ทรัมป์ได้ที่ไหน?!"




 


ลิงก์ของวิดีโอ
https://x.com/izrailov94/status/2091840593332723866




อิหร่านกำลังกำลังเล่นเกมวัดใจ (game of ‘chicken’) โดยเดิมพันว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่เกิดจากสงครามของสหรัฐฯ ประกอบกับความกังวลของพรรครีพับลิกันเกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางเทอม จะบีบให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องยอมถอยก่อน






https://x.com/AJEnglish/status/2092532371954212884
.....

นี่คือ "เกมวัดใจ": ทั้งสองฝ่ายต่างเดิมพันว่าจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของอีกฝ่ายจะบีบให้ต้องถอยก่อน วอชิงตันอาศัยมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวและอำนาจทางทหารเพื่อบีบให้เตหะรานยอมจำนน ในขณะที่เตหะรานเดิมพันว่าความวิตกกังวลทางการเมืองภายในประเทศและความผันผวนของตลาดจะบีบให้วอชิงตันต้องถอยหรือยอมประนีประนอม

ความเห็นนี้ จับประเด็นความตึงเครียดหลักที่ผลักดันให้เกิดการเผชิญหน้าอย่างใกล้ชิดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปัจจุบัน พลวัตนี้เกี่ยวข้องกับแรงกดดันหลักสามประการ:

ปัญหาคอขวดทางเศรษฐกิจ: เตหะรานใช้ประโยชน์จากศักยภาพของการหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลก ความไม่แน่นอนในการขนส่ง และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากรัฐเผด็จการสามารถรับมือกับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจได้โดยไม่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งในทันที อิหร่านจึงคำนวณว่าตนสามารถทนต่อความเจ็บปวดในตลาดได้นานกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

ความเปราะบางทางการเลือกตั้งภายในประเทศ: ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันโดยตรงผ่านทางอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศมักชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญกับความเสี่ยงทางการเมืองอย่างมหาศาลในช่วงการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจในวงกว้างส่งผลกระทบต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งภายในประเทศ


การคำนวณนี้จะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าสิ่งใดจะพังทลายก่อน: ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของเตหะรานภายใต้การควบคุมอย่างต่อเนื่อง หรือความเต็มใจของวอชิงตันที่จะรับผลกระทบทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง




ท่ามกลางความแตกแยกในสหรัฐฯ ฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาหันมาร่วมมือกันคัดค้านศูนย์ข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพราะ สิ่งที่เข้ามา "แย่งงานของเรา ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และซ้ำเติมวิกฤตสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังสร้างปัญหามลพิษทางเสียงที่รบกวนความเป็นอยู่ของคนในชุมชนอีกด้วย"



ท่ามกลางความแตกแยกในสหรัฐฯ ฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาหันมาร่วมมือกันคัดค้านศูนย์ข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เมืองเมอร์ด็อก รัฐเนแบรสกา (AP) — ในพื้นที่ชนบททางตะวันออกของรัฐเนแบรสกา การปฏิวัติทางเทคโนโลยีอาจเกิดขึ้นท่ามกลางไร่ข้าวโพดและถั่วเหลือง ในรูปแบบของศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทว่าเช่นเดียวกับในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ กระแสการต่อต้านกำลังก่อตัวขึ้นในลักษณะที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางการเมืองแบบเดิมๆ เกษตรกรที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมและกลุ่ม Sierra Club ประจำรัฐได้หันมาร่วมมือกันคัดค้านโครงการนี้ โดยพวกเขาได้ไปรวมตัวกันที่สถานีดับเพลิงในเมืองเมอร์ด็อก (ซึ่งมีประชากรราว 275 คน) เพื่อแลกเปลี่ยนความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่รวดเร็วเกินไป

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มกันอย่างไม่น่าเป็นไปได้ของคนที่มีความกังวลร่วมกันในเรื่องพื้นที่เกษตรกรรมที่ลดน้อยลง ปริมาณน้ำที่ลดลง และค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น อีกทั้งยังรวมถึงความกังวลว่าบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าเมืองเล็กๆ ในอเมริกา ให้กลายเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อในเครือข่ายคลังข้อมูลคอมพิวเตอร์ระดับประเทศ

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับโครงการศูนย์ข้อมูลถือเป็นประเด็นร่วมสมัยที่หาได้ยากยิ่งซึ่งสามารถเชื่อมโยงผู้คนข้ามเส้นแบ่งพรรคการเมือง กลุ่มประชากร และภูมิศาสตร์เข้าด้วยกัน ตั้งแต่รัฐที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอย่างเนแบรสกา เท็กซัส และไวโอมิง ไปจนถึงรัฐที่เป็นสมรภูมิการเลือกตั้ง (swing state) อย่างเพนซิลเวเนีย และรัฐที่มีแนวโน้มสนับสนุนพรรคเดโมแครตอย่างนิวเม็กซิโก

จูดี้ สตรอย เกษตรกรชาวเนแบรสกาซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 5 (โดยสามีผู้ล่วงลับและลูกชายของเธอต่างก็ทำอาชีพปลูกข้าวโพดและถั่วเหลือง) แสดงความกังวลว่า "ด้วยปริมาณที่ดินที่ถูกกว้านซื้อไปเรื่อยๆ ในแต่ละปี แหล่งผลิตอาหารของเรากำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยง"

"นั่นเป็นเรื่องที่น่าจะทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดหวั่น" เธอกล่าว 

บางพื้นที่ได้ระงับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center)

พื้นที่เพาะปลูกของคุณ Stroy ตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของหมู่บ้าน Murdock ซึ่งตั้งชื่อตามเจ้าหน้าที่รถไฟของบริษัทที่เข้ามาวางรางรถไฟในพื้นที่นี้เป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1890 ภายในหมู่บ้านมีทั้งโรงเรียน ที่ทำการไปรษณีย์ บาร์ และสาขาของธนาคาร Corn Grower’s State Bank รวมถึงสหกรณ์ Midwest Farmer’s Coop ซึ่งเป็นสถานที่ที่เกษตรกรนำผลผลิตมาขายและหาซื้อปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่น อาหารสัตว์และปุ๋ย

หมู่บ้าน Murdock ตั้งอยู่ในเขต Cass County ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้อนุมัติมาตรการระงับการอนุญาตให้มีการพัฒนาศูนย์ข้อมูลชั่วคราวเป็นเวลา 12 เดือน

มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้แผนของบริษัทพลังงาน Tenaska ต้องหยุดชะงักลง แผนงานนี้เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาเพื่อขอสิทธิ์ในการใช้ที่ดินกว่า 1,300 เอเคอร์ริมทางหลวงหมายเลข 75 ทางตอนใต้ของหมู่บ้าน Murray และ Beaver Lake ซึ่งเป็นโครงการที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวกังวลว่าจะปูทางไปสู่การสร้างศูนย์ข้อมูลและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสำหรับจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูลแห่งนั้นโดยเฉพาะ

Leighton Elise Eusebio โฆษกของ Tenaska กล่าวว่า ทางบริษัทกำลังศึกษา "ความเป็นไปได้ในการพัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในปริมาณมาก ไม่ว่าจะเป็นสำหรับศูนย์ข้อมูลหรือรูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจอื่นๆ"

"เราเชื่อว่ามีโอกาสที่จะร่วมมือกับหน่วยงานด้านพลังงานของรัฐ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ในการพัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าที่จะสร้างประโยชน์ให้กับชาวเนแบรสกา" Eusebio กล่าวในแถลงการณ์

ในขณะเดียวกัน CyrusOne ซึ่งเป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ก็ถือครองสิทธิ์ในที่ดินเกือบ 400 เอเคอร์บริเวณรอบนอกของ Plattsmouth อีกหนึ่งชุมชนในเขต Cass County และอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 75 เช่นกัน แต่โฆษกของ CyrusOne ระบุว่ายังไม่มีการพัฒนาพื้นที่หรือการประกาศโครงการใดๆ ออกมา

พื้นที่ดังกล่าวอาจถือว่ามีความได้เปรียบเป็นพิเศษเนื่องจากมีการขยายถนนทางหลวง ทำให้สามารถเดินทางไปยังเมือง Omaha ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และเมือง Lincoln ซึ่งเป็นเมืองมหาวิทยาลัยทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีแม่น้ำ Missouri เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่อยู่ไม่ไกลนัก

เจ้าของที่ดินบางรายยอมรับเงินก้อนโตจากการขายที่ดิน ชาวบ้านระบุว่าโดยปกติแล้วราคาที่ดินในท้องถิ่นจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ต่อเอเคอร์ แต่บางครั้งนักพัฒนาก็เสนอราคาให้สูงถึงสี่เท่าหรือมากกว่านั้น

ผลตอบแทนก้อนโตเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจอย่างมาก โดยเฉพาะในภาวะที่ต้นทุนการทำเกษตรสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการส่งออกถั่วเหลืองที่ลดลงท่ามกลางสงครามภาษีระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของพืชชนิดนี้

"ถ้ามีคนเสนอซื้อที่ดินของผมในราคา 40,000 ดอลลาร์ต่อเอเคอร์ล่ะก็ มันคงยากที่จะปฏิเสธข้อเสนอนั้น" Stroy ยอมรับ Ken Winston ทนายความจาก Nebraska Sierra Club ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้บริจาคเงินให้กับโครงการต่างๆ ของเทศบาลเมืองลินคอล์น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากศูนย์ข้อมูล (data centers)

“เราต้องตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งอย่างแน่นอน” วินสตันกล่าว “แต่ชุมชนจำเป็นต้องสามารถปกป้องตนเองได้ และหากพวกเขาไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ พวกเขาก็ควรมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ”

โครงการขนาดใหญ่ก่อให้เกิดความเห็นต่างในรัฐนิวเม็กซิโก

ไม่มีมาตรการระงับการพัฒนาใดในรัฐนิวเม็กซิโกที่จะสามารถหยุดยั้ง “Project Jupiter” (โครงการจูปิเตอร์) ซึ่งเป็นกลุ่มศูนย์ข้อมูล (data center) มูลค่า 1.65 แสนล้านดอลลาร์ที่วางแผนจะก่อสร้างใกล้ชายแดนเม็กซิโกได้ แต่ความกังวลเรื่องปริมาณน้ำที่ลดน้อยลงกำลังทวีความรุนแรงขึ้น

“เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเรื่องสีฟ้า (พรรคเดโมแครต) หรือสีแดง (พรรครีพับลิกัน) หรือการที่รัฐหรือเขตของเราจะเป็นสีม่วง (พื้นที่ที่มีคะแนนเสียงก้ำกึ่งระหว่างสองพรรค) แต่อย่างใด” ซาแมนธา บาร์นแคสเซิล ซาโลเพก (Samantha Barncastle Salopek) ทนายความด้านกฎหมายน้ำที่มีประสบการณ์ยาวนานและกำลังลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรครีพับลิกันเพื่อชิงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการเขต Doña Ana (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงการนี้) กล่าว

“นี่เป็นเรื่องของการที่ชุมชนท้องถิ่นรวมตัวกันแล้วพูดว่า ‘เดี๋ยวก่อนๆ’ เราได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ และตอนนี้เราก็กังวลมาก เพราะเราเองก็จำเป็นต้องลดการใช้น้ำลงอยู่แล้ว” เธอกล่าว

บาร์นแคสเซิล ซาโลเพก ซึ่งครอบครัวประกอบอาชีพปลูกถั่วพีแคน กล่าวว่าเธอมักได้รับโทรศัพท์แสดงความกังวลจากเกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ และเจ้าของธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งมีความเห็นทางการเมืองหลากหลายและมาจากรัฐอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

“เมื่อเราต้องแย่งชิงทรัพยากรส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่ บริษัทขนาดใหญ่เหล่านั้นย่อมเป็นฝ่ายชนะ” เธอกล่าวถึงแรงกดดันที่มีต่อปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ รัฐนิวเม็กซิโกกำลังเผชิญกับภาวะภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง และแม่น้ำริโอแกรนด์ (Rio Grande) ในพื้นที่ตอนกลางของรัฐก็แห้งขอดไปเป็นบริเวณกว้าง

อ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดมีปริมาณน้ำเหลือเพียง 1.3% ของความจุ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1970 แม้ว่ารัฐนิวเม็กซิโกจะมีพันธะต้องจัดสรรน้ำเพิ่มเติมให้กับรัฐเท็กซัสตามข้อตกลงที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ อนุมัติเมื่อเร็วๆ นี้ก็ตาม กลุ่มนักเคลื่อนไหวกังวลว่าไร่ถั่วพีแคน ไร่พริก และฟาร์มอื่นๆ ในนิวเม็กซิโกอาจต้องปิดตัวลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงโรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงธุรกิจและรายได้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย

บริษัท Oracle ซึ่งเป็นผู้ประกาศเปิดตัว Project Jupiter ได้เสนอเงินทุนสนับสนุนโครงการสำหรับเยาวชน และให้คำมั่นว่าจะลงทุนมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ในระบบจัดการน้ำและน้ำเสียในเขต Doña Ana

นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนที่จะร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อติดตั้งเซ็นเซอร์ที่ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์แก่เกษตรกร เพื่อช่วยให้ใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคาดว่าจะช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 21 ล้านแกลลอนต่อปีในท้ายที่สุด โฆษกของ Oracle เรียกโครงการนี้ว่าเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในรอบยุคสมัยสำหรับรัฐนิวเม็กซิโก โดยระบุว่าจะสร้างรายได้ภาษีมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์ และก่อให้เกิดการจ้างงานทั้งในส่วนการก่อสร้างกว่า 7,000 ตำแหน่งและตำแหน่งงานระยะยาวอีก 1,500 ตำแหน่ง อีกทั้งยังได้รับการออกแบบมาให้ใช้น้ำในปริมาณน้อยตลอดระยะเวลา 15 ปี ด้วยระบบระบายความร้อนแบบวงจรปิดและระบบเซลล์เชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่ม Center for Biological Diversity ได้ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลสูงสุดรัฐนิวเม็กซิโก เพื่อคัดค้านการที่รัฐอนุมัติให้มีการขุดเจาะบ่อน้ำเพื่อนำน้ำปริมาณหลายล้านแกลลอนมาใช้ในการก่อสร้าง "Project Jupiter"

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ศาลได้อนุมัติตามคำร้องดังกล่าว โดยสั่งระงับการอนุญาตให้ใช้น้ำจากบ่อใหม่จนกว่ากระบวนการทางกฎหมายจะสิ้นสุดลง

ในการประท้วงที่เมืองซานตาเฟซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเมื่อเร็วๆ นี้ มีผู้เข้าร่วมรวมถึง Jesus Rodriguez ซึ่งเดินทางไกลกว่า 4 ชั่วโมงมาจากฟาร์มขนาดเล็กของเขาในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐนิวเม็กซิโก

"ความจริงก็คือตอนนี้เรื่องเงินเข้ามามีอิทธิพลเหนือทุกสิ่ง" Rodriguez ผู้ซึ่งกล่าวว่าตนรู้สึกผิดหวังกับการเมืองอเมริกันกล่าว "มันแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นพรรคเดโมแครต พรรครีพับลิกัน หรือพรรคอื่นใดก็ตาม พวกเขาไม่ได้สนใจผืนดิน แต่สนใจเรื่องเงิน และนั่นก็เป็นเพราะพวกเขาต้องการอำนาจ"

ผู้นำแรงงานบางส่วนมองเห็นโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ

ศูนย์ข้อมูล (Data centers) ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มแรงงานรวมถึง Mike Gage ประธานและเลขานุการ-เหรัญญิกของ Nebraska State AFL-CIO โดย Gage กล่าวว่าแม้ส่วนตัวเขาจะกังวลเรื่องที่คนงานบางส่วนถูก AI เข้ามาแย่งงาน แต่ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถสร้างงานก่อสร้างและตำแหน่งงานระยะยาวสำหรับผู้ที่จะเข้ามาดูแลระบบเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ได้เช่นกัน

"ปัญหานี้ยังถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับชุมชนขนาดเล็กบางแห่งด้วย" Gage กล่าว พร้อมยกตัวอย่างศูนย์ข้อมูลที่สร้างขึ้นเมื่อหลายทศวรรษก่อนในเมือง Council Bluffs รัฐไอโอวา (ใกล้กับเมือง Omaha) ซึ่งปัจจุบันยังคงมีการจ้างงานพนักงานอยู่ประมาณ 60 คน

Heather McKenzie ผู้ทำงานด้านแรงงานสัมพันธ์ในเมือง Lincoln กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนศูนย์ข้อมูลในรัฐเนแบรสกาอาจช่วยชะลอการย้ายถิ่นฐานออกไปนอกรัฐของคนหนุ่มสาวที่มีทักษะความสามารถ

"ฉันไม่คิดว่าจะมีคนเข้าใจมากพอว่าโครงการนี้จะสร้างงานที่ดีจริงๆ" เธอกล่าว "ฉันคิดว่าหลายคนมองเรื่องนี้ในแง่ลบเพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันโดยที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัว"

Chris Backemeyer ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตในเขตพื้นที่ซึ่งรวมถึงเมือง Murdock นั้น เป็นอดีตพนักงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เขากล่าวว่าตนได้รับทราบข่าวเรื่องที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เสนอตัวเป็นที่ตั้งศูนย์ข้อมูล (data center) ให้กับสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของเทคโนโลยีไว้นอกประเทศ

“เรื่องนี้ทำเอาผมรู้สึกหวาดหวั่นอย่างยิ่ง” Backemeyer กล่าว

ทรัมป์สนับสนุนแนวคิดเรื่องศูนย์ข้อมูล แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนยังคงมีความกังวล

ประธานาธิบดีได้ออกมาเตือนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน ในขณะที่ Mike Johnson ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันระบุว่า การสั่งระงับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลในระดับรัฐบาลกลางอาจเป็น “สิ่งที่สุ่มเสี่ยงและอันตราย”

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของ Fox News เมื่อเดือนกรกฎาคมระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่คัดค้านการสร้างศูนย์ข้อมูล (data center) ในพื้นที่ของตน ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน 60% และกลุ่มผู้สนับสนุนแนวคิด MAGA อีก 53%

Kathy Hochul ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กจากพรรคเดโมแครต ได้สั่งระงับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เป็นเวลาหนึ่งปี ส่วน Josh Shapiro ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนียซึ่งสังกัดพรรคเดโมแครตเช่นกัน กล่าวว่ารัฐบาลของเขาจะไม่ให้ความสำคัญกับโครงการศูนย์ข้อมูลอีกต่อไปในเรื่องการออกใบอนุญาตก่อสร้างหรือการให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีมูลค่ามหาศาลแก่ผู้พัฒนา หากโครงการเหล่านั้นไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้

ทางด้าน Greg Abbott ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสจากพรรครีพับลิกัน ประกาศระงับการอนุมัติศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ จนกว่าจะมีการตรวจสอบผลกระทบที่มีต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐให้แน่ชัดเสียก่อน

Abbott กล่าวกับสำนักข่าว ABC News ว่า ที่ผ่านมาศูนย์ข้อมูลไม่ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือท้องถิ่น และ "เปรียบเสมือนขุดหลุมฝังตัวเองจากปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างที่สมควรได้รับ"

หน่วยงานหาเสียงเลือกตั้งวุฒิสภาของพรรครีพับลิกันมีความกังวลอย่างมากว่าประเด็นนี้อาจส่งผลชี้ขาดต่อผลการเลือกตั้งในรัฐโอไฮโอ จนถึงขั้นมีการร่างบันทึกข้อความเพื่อกำหนดแนวทางการตอบโต้ อย่างไรก็ตาม นักการเมืองจากทั้งสองพรรคต่างก็ใช้ประเด็นเรื่องศูนย์ข้อมูลเป็นเป้าโจมตีทางการเมือง

Chuck Gray รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศประจำรัฐไวโอมิง (Secretary of State) ซึ่งสังกัดพรรครีพับลิกันและกำลังลงสมัครชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ว่างอยู่ ได้ให้คำมั่นว่าจะสั่งระงับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลเหล่านี้

"หากซิลิคอนวัลเลย์ต้องการสร้างอาณาจักรของกลุ่มเสรีนิยม พวกเขาก็ควรไปสร้างที่อื่น" เขากล่าวในโฆษณาหาเสียง

ถ้อยคำดังกล่าวสอดคล้องกับโฆษณาหาเสียงของ Paige Cognetti นายกเทศมนตรีเมืองสแครนตัน รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งสังกัดพรรคเดโมแครต โดยเธอกล่าวว่า "เมืองของเราไม่ได้มีไว้ขาย" ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล ทั้งนี้ Cognetti กำลังพยายามเอาชนะ Rob Bresnahan สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันที่เพิ่งดำรงตำแหน่งเป็นสมัยแรก ในเขตเลือกตั้งที่เป็นสมรภูมิสำคัญ

ในขณะเดียวกัน Trump ยังคงยืนกรานในจุดยืนเดิม โดยกล่าวว่าศูนย์ข้อมูลนั้น "นำมาซึ่งการจ้างงาน เม็ดเงินมหาศาล และการลดภาษีให้กับชุมชน" อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับว่าบริษัทเทคโนโลยีและผู้พัฒนาโครงการอาจ "ต้องการความช่วยเหลือด้านการประชาสัมพันธ์สักหน่อย"

เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับราคาค่าสาธารณูปโภคที่พุ่งสูงขึ้น Trump ระบุว่ารัฐบาลของเขาได้ผลักดันให้ศูนย์ข้อมูลสร้างโรงไฟฟ้าของตนเอง

กระนั้น ในการประชุมเมื่อเร็วๆ นี้ที่เมือง Tyler รัฐเท็กซัสตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยม ชาวบ้านต่างร้องเรียนว่าพวกเขาต้องจำใจใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลาง "กลุ่มควันก๊าซ" เพียงเพื่อให้ศูนย์ข้อมูลได้รับกระแสไฟฟ้าอย่างเพียงพอ ข้อร้องเรียนดังกล่าวสะท้อนถึงความเห็นคัดค้านในทำนองเดียวกันจาก Kardal Coleman ผู้นำพรรคเดโมแครตในเขต Dallas County ซึ่งเป็นเขตเมืองใหญ่ โดยเขาได้เขียนอีเมลเมื่อเร็วๆ นี้เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ศูนย์ข้อมูล (data centers) ว่าเป็นสิ่งที่เข้ามา "แย่งงานของเรา ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และซ้ำเติมวิกฤตสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังสร้างปัญหามลพิษทางเสียงที่รบกวนความเป็นอยู่ของคนในชุมชนอีกด้วย"


ที่มา AP
In a divided America, the left and right unite to oppose artificial intelligence data centers

https://apnews.com/article/data-centers-bipartisan-opposition-trump-democrats-a419be82fb6b32a8fc048ac7ffbd1de3?taid=6a8eb4f06aa06700017f2047
August 26, 2026




Meta เคยมีแผนให้ AI เข้ามารับหน้าที่จัดการงานประจำวันส่วนใหญ่ที่พนักงานหลายพันคนเคยทำ และผู้บริหารได้พิจารณาแผนลดขนาดทีมงานลงสูงสุดถึง 60% แต่ทว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะเริ่มการเลิกจ้างระลอกแรก CEO เปลี่ยนใจ ระงับแผน เพราะกระแสต่อต้านภายในและปัญหาด้านประสิทธิภาพ







https://x.com/Reuters/status/2092567733057831147
.....

รายงานฉบับนี้อ้างอิงข้อมูลจากการสืบสวนของ Katie Paul ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีของสำนักข่าว Reuters ซึ่งเปิดเผยรายละเอียดว่าผู้บริหารของ Meta เคยพิจารณาแผนการเชิงรุกเพื่อนำโมเดล AI มาแทนที่พนักงานที่เป็นมนุษย์ โดยมีเป้าหมายที่จะลดขนาดทีมงานลงสูงสุดถึง 60% เพื่อปรับเปลี่ยนองค์กรให้เป็นแบบ "AI-native" (องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก)

ประเด็นสำคัญจากรายงานมีดังนี้:

เป้าหมายสู่การเป็น "AI-native": ผู้บริหารของ Meta ได้พิจารณาแผนการลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ในหลายแผนก โดยตั้งสมมติฐานว่า AI agent ที่ทำงานได้เองและระบบเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติจะสามารถรับหน้าที่จัดการงานประจำวันส่วนใหญ่ที่เดิมเคยทำโดยพนักงานที่เป็นมนุษย์จำนวนหลายพันคนได้

กระแสต่อต้านภายในและปัญหาด้านประสิทธิภาพ: แผนการเชิงรุกดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักจากพนักงานภายในองค์กร ซึ่งรวมถึงการประท้วงเรื่องซอฟต์แวร์ติดตามการเคลื่อนไหวของเมาส์และการกดแป้นพิมพ์ที่นำมาใช้เพื่อฝึกสอนโมเดล AI อีกทั้งยังมีการเตือนเรื่องความน่าเชื่อถือและปัญหาด้านประสิทธิภาพของ AI เมื่อต้องรับมือกับภาระงานในปริมาณมาก

การปรับเปลี่ยนทิศทางโดย CEO: เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะมีการเริ่มมาตรการลดพนักงานครั้งใหญ่ตามเป้าหมายการลดกำลังคน 60% ดังกล่าว Mark Zuckerberg ซึ่งเป็น CEO ได้ตัดสินใจระงับแผนงานนี้ โดยลดขอบเขตการเลิกจ้างพนักงานในทันทีลง และกลับมาประเมินกรอบเวลาอันเร่งรีบสำหรับการนำเครื่องมือ AI มาแทนที่พนักงานใหม่อีกครั้ง




Killer Robots: Can We Stop Them? องค์การสหประชาชาติและสภากาชาดได้ออกมาเตือนว่า โลกกำลังเข้าใกล้สถานการณ์ในอนาคตที่ "หุ่นยนต์สังหาร" อาจมุ่งเป้าโจมตีมนุษย์อย่างน่ากังวล พร้อมทั้งเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้มีการกำหนดกฎระเบียบระหว่างประเทศเพื่อควบคุมอาวุธที่มีระบบทำงานอัตโนมัติ


Killer Robots: Can We Stop Autonomous Weapons? | United Nations

UN

May 30, 2025

Lethal autonomous weapon systems — AI-powered machines that can select and kill targets without human oversight — are no longer science fiction. This eye-opening explainer breaks down the risks of killer robots and why the United Nations is calling for a global ban. 

This is not just about technology. It's about the future of warfare—and who gets to decide who lives or dies. With momentum building and lives at stake, the world faces a critical decision: How do we control AI weapons? 

Featuring UN Under-Secretary-General Izumi Nakamitsu, Mary Wareham (Human Rights Watch), Nicole van Rooijen (Stop Killer Robots), and Thompson Chengeta (AI & Human Rights Expert) we explore:
 
What autonomous weapons really are
How they could change the future of warfare
Why they risk violating human rights and humanitarian law 
The push for a legally binding treaty 

Chapters: 
00:00 - Intro: Killer drones and UAVs 
01:40 - What are lethal autonomous weapons? 
03:16 - AI-enabled weapons and decision making 
04:27 - International Humanitarian Law 
06:07 - A new framework: Prohibition & Regulation


https://www.youtube.com/watch?v=VqCMkXftDx8




 

iLaw เปิดข้อมูลคดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดย ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิบัติหน้าที่แทน แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำเอกสารสรุปความเห็นไว้ เสนอให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ สว.อย่างน้อย 136 คน ที่มีชื่อปรากฏในโพย







https://x.com/themomentumco/status/2092545535609893139
.....

The Momentum
@themomentumco

‘เอกสารหลุด’ พบความเห็น รองเลขาฯ กกต. เสนอยื่นรายชื่อ สว. 136 คน ตามโพยฮั้ว ให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

วันนี้ (26 สิงหาคม 2569) โครงการอินเทอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน (iLaw) เปิดข้อมูลคดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยในเอกสารระบุว่า คดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภานั้น ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิบัติหน้าที่แทน แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำเอกสารสรุปความเห็นไว้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 โดยเสนอให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ สว.อย่างน้อย 136 คน ที่มีชื่อปรากฏในโพย และยังพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้สมัคร สว.อีกอย่างน้อย 17 กรณีทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งอดีตนักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยบางส่วน

สำหรับตัวเลข สว. 136 คน เป็นไปตามรายงานการสืบสวนและไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของ กกต.ที่ให้สั่งฟ้อง สว. 136 คน รวมถึงนักการเมือง กรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายอื่นๆ รวม 229 คน อย่างไรก็ตาม วันถัดมาคือวันที่ 16 กันยายน กกต.มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมา เพื่อกลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ กกต.ชุดใหญ่ กระทั่งวันที่ 12 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าคณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสนอ กกต.ชุดใหญ่ให้ยกคำร้องทั้งหมด

ในโพสต์วันนี้ iLaw ยังเปิดเผยกรณีของ สิทธิกร ธงยศ สว.จังหวัดนครพนม ซึ่งมีพยานผู้สมัคร สว.ให้ข้อมูลว่า สิทธิกรพูดในที่ประชุมเรื่องการฮั้ว สว.ทำนองว่า “ไม่ต้องกลัว ถึงไม่มีหมายเลขของเรา จังหวัดอื่นก็จะเลือกหมายเลขของเราอยู่แล้ว” และ “ถ้าใครไม่มีแต้ม มาเอาเงินสดกับผมเลย 3 แสนบาท” โดยสิทธิกรให้การว่า ได้ไปที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ไม่ได้พูดถ้อยคำดังกล่าว แต่แสวงเห็นว่า พยานมีความน่าเชื่อถือ

เอกสารความเห็นของเลขาธิการ กกต.ยังระบุด้วยว่า การที่สิทธิกรพูดถ้อยคำข้างต้น เป็นการเสนอให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อจูงใจให้ผู้สมัคร สว.ลงคะแนน นอกจากนี้ การไต่สวนตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินเชื่อได้ว่า สิทธิกรจองตั๋วเครื่องบินให้แก่ ปริญญา ธรเสนา จึงเชื่อว่าเป็นทีมงานเดียวกัน จึงเห็นควรยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของสิทธิกรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1) และให้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญา

นอกจากนี้ มีพยานผู้สมัคร สว.ยืนยันว่า สิทธิกรโทร.มาหาและบันทึกเสียงการสนทนาไว้ โดยสิทธิกรพูดคุยเรื่องการจัดตั้งกลุ่มในการลงคะแนน เสนอเงินให้ 1 ขีด (1 แสนบาท) โดยจะมัดจำก่อนครึ่งขีด (5 หมื่นบาท) และจะออกค่าที่พักและค่าเครื่องบินให้ พร้อมเสนอตำแหน่งผู้ช่วย สว. ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์คลิปเสียงและคลิปภาพและเสียง ไม่พบร่องรอยการตัดต่อ

ในวันเดียวกัน สิทธิกรยังโทรศัพท์ชวนผู้สมัคร สว.อีกคนหนึ่ง และบอกว่าจะให้ค่าเสียเวลา 2 ขีด (2 แสนบาท) และยังมีการพบกันของผู้สมัคร สว.จังหวัดนครพนมที่โรงงานคอนกรีตซีแพค อำเภอบ้านแพง สิทธิกรแจ้งผู้สมัครว่า สามารถฝากซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านพนักงานของตนเพื่อเดินทางพร้อมกันได้

“เลขาธิการ กกต.เห็นว่า แม้ผู้สมัคร สว.บางคนจะไม่ได้เดินทางด้วยตั๋วเครื่องบินดังกล่าว แต่การให้สำเนาบัตรประชาชนแก่สิทธิกรก็ถือว่าเป็นการรับประโยชน์แล้ว” ข้อมูลจากเอกสารหลุดที่ iLaw นำมาเผยแพร่ระบุ




"คนมีอำนาจกำลังสร้าง 'ระบบโกง' ให้คนโกงได้ดิบได้ดี แล้วก้าวหน้าไปเรื่อยๆ กดทับผู้คนที่ตั้งใจใช้ชีวิต ให้รู้สึกหมดศรัทธาในประเทศของตัวเอง" ภาพความจริงอันเจ็บปวดที่เราเห็นตรงหน้า



ตุ๊ดส์review
13 hours ago
·
"คนมีอำนาจกำลังสร้าง 'ระบบโกง' ให้คนโกงได้ดิบได้ดี แล้วก้าวหน้าไปเรื่อยๆ กดทับผู้คนที่ตั้งใจใช้ชีวิต ให้รู้สึกหมดศรัทธาในประเทศของตัวเอง"

ภาพความจริงอันเจ็บปวดที่เราเห็นตรงหน้า คือวงจรอันตรายที่กำลังกัดกินรากฐานของประเทศไทย ที่โจ่งแจ้งมากขึ้นทุกวัน

เมื่อ "ข้าราชการโกงสอบ" จับมือกับ "นักการเมืองโกงเลือกตั้ง" จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของความทุจริตได้ขยายผลกลายเป็นโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว เมื่อคนที่ข้ามขั้นตอนด้วยความทุจริตได้เข้าไปนั่งในตำแหน่งหน้าที่ เขาย่อมไม่อาจปกป้องประโยชน์ของประชาชน แต่กลับเข้าไป เอื้อให้นักการเมืองโกงทำงานสะดวกขึ้น นำไปสู่การใช้อำนาจรัฐเพื่อสร้างนโยบายที่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุน ฮั้วงบประมาณ เรียกรับเงินใต้โต๊ะ และแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างเป็นระบบ

สิ่งนี้ทำให้ระบบอุปถัมภ์และ Connection ถูกใช้เป็นเกราะป้องกันและต่อยอดการโกงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น กลายเป็น "ระบบนิเวศแห่งความ corrupt" ที่ไม่มีพื้นที่ให้ความถูกต้อง

ผลลัพธ์ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่ตัวเลขงบประมาณที่รั่วไหล แต่คือ "การทำลายความหวังและมโนธรรมของคนในสังคม"

- "ความเหลื่อมล้ำทางโอกาสที่กดทับ" : คนที่พยายามเรียนอย่างหนัก อ่านหนังสือจนดึก หรือทำงานด้วยความซื่อสัตย์ กลับต้องเพลี่ยงพล้ำให้ระบบเส้นสายและเงินใต้โต๊ะ คนตั้งใจใช้ชีวิตอย่างดีกลายเป็นคนไร้ตัวตนและไร้โอกาส

- เราเริ่มตั้งคำถามต่อคำว่า "ทำดีได้ดี" : เมื่อสังคมชี้ให้เห็นว่า "คนโกงกลับได้ดิบได้ดี มีหน้ามีตาในสังคม" ความเชื่อมั่นในมโนธรรมก็พังทลาย คนเริ่มอยู่ไปวันๆ อย่างสิ้นหวัง เพราะความซื่อสัตย์กลายเป็นจุดอ่อนในสังคมที่บิดเบี้ยว

- "อนาคตที่เราต้องตอบลูกหลาน" : เรากำลังส่งต่อประเทศแบบไหนให้คนรุ่นหลัง? เราจะสอนลูกหลานอย่างไรว่าให้เป็นคนดี ในเมื่อความเป็นจริงรอบตัวเขาบอกว่าความซื่อสัตย์ไม่มีค่า?

หากเราปล่อยให้ระบบนี้ดำเนินต่อไป ความสิ้นหวังจะกลายเป็นโรคร้ายเรื้อรังที่ทำให้สังคมหยุดพัฒนา เพราะไม่มีใครอยากทุ่มเททำสิ่งดีๆ ไม่จำเป็นต้องตั้งใจใช้ชีวิตอีกต่อไป การหันมาโกง เป็นทางลัดที่ประสบความสำเร็จเร็วกว่าเยอะ

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะเลิกมองว่าการทุจริตเป็นเรื่องที่ต้องยอมจำนน แต่เราควรส่งเสียง ไม่ยอมรับระบบอุปถัมภ์ที่ไม่ถูกต้อง และร่วมกันตั้งคำถามกับโครงสร้างอำนาจเหล่านี้ เพื่อคืนความหวัง คืนความยุติธรรม และสร้างสังคมที่ "ความพยายามและความซื่อสัตย์" มีค่ามากกว่าคำว่า "เส้นสายและการโกง"

ถ้าเรายังเพิกเฉย ไม่ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง คุณจะมองไม่เห็นอนาคตที่นี่ และลูกหลานเราจะเติบโตมาอย่างลำบากกว่านี้ อีกมากทีเดียว

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1653904916300466&set=a.808136554210644




เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 บริเวณแนวชายแดนเนปาล-ทิเบต โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านภัยพิบัติกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดที่แน่ชัด: ชนวนเหตุและสาเหตุ: เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.4 ทางฝั่งทิเบต (บันทึกข้อมูลโดย USGS เมื่อเวลา 08:37 น. ตามเวลาท้องถิ่น)






มีรายงานยืนยันว่าเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 บริเวณแนวชายแดนเนปาล-ทิเบต โดยหน่วยงานด้านภัยพิบัติกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดที่แน่ชัด:

ชนวนเหตุและสาเหตุ: เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.4 แมกนิจูดทางฝั่งทิเบต (บันทึกข้อมูลโดย USGS เมื่อเวลา 08:37 น. ตามเวลาท้องถิ่น) ข้อมูลเบื้องต้นจากนักวิจัยและ ICIMOD ระบุว่าเกิดเหตุดินและน้ำแข็งถล่มลงมาปิดกั้นแม่น้ำ Lhende (ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำ Bhotekoshi) จนเกิดเป็นเขื่อนชั่วคราว ต่อมาเขื่อนดังกล่าวได้พังทลายลงอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงลงมายังเขต Rasuwa ของเนปาล นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์กำลังตรวจสอบด้วยว่าปรากฏการณ์น้ำท่วมฉับพลันจากการแตกของทะเลสาบธารน้ำแข็ง (GLOF) มีส่วนทำให้เกิดกระแสน้ำรุนแรงดังกล่าวหรือไม่

ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย: เหตุการณ์น้ำท่วมส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70–95 ราย และมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวบ้านในพื้นที่กว่า 300 คน) ซึ่งไม่ใช่จำนวนผู้สูญหายถึง 1,000 คนตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้

ผลกระทบ: กระแสน้ำได้พัดพาถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดนเสียหาย อีกทั้งยังสร้างความเสียหายแก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งตลอดแนวแม่น้ำ Bhotekoshi และ Trishuli ขณะนี้ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป





บีบีซีไทย - BBC Thai 
 6 hours ago
·
ดินโคลน-น้ำท่วมฉับพลันซัดถล่มด่านชายแดนเนปาล-ทิเบต สูญหายหลายร้อยชีวิต
.
เกิดเหตุดินโคลนและน้ำท่วมฉับพลันเข้าซัดถล่มบริเวณด่านชายแดนเนปาล-ทิเบตห่างจากกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 25 กม. ทำให้มีผู้สูญหายหลายร้อยคน โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 291 คน ขณะที่ตำรวจเนปาลระบุว่ามี 18 คนที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว
.
กล้องวงจรปิดบริเวณด่านชายแดนได้บันทึกภาพวินาทีที่กำแพงน้ำปริมาณมหาศาลพร้อมกับดินโคลนเข้าซัดถล่มอาคารของที่ทำการด่านชายแดนดังกล่าว ขณะที่วิดีโอที่ได้รับการยืนยันจากฝั่งเนปาล เผยให้เห็นสะพานแห่งหนึ่งและอาคารหลายชั้นถูกกระแสน้ำพัดถล่ม นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายอื่น ๆ ที่เผยให้เห็นอาคารบ้านเรือนบางส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำโคลน
.
ด้าน รมว.ต่างประเทศของเนปาล ระบุว่า รายงานเบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจมีสาเหตุจากแผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดหิมะถล่มจนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันตามมา