วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 23, 2569

รวยไม่ไหวแล้วโว้ย!! เตรียมตัว จ่ายภาษีเพิ่ม ก.คลังทำแผนรีดภาษีเพิ่มหลายตัวเสนอรัฐบาล


Reporter Journey
February 20

eonSdrtosp2g  2u0rfMu 4tlu32m a0gtcet:h1c452agru09y7ia9FlP8tb ·

#สรุป เตรียมตัว อิทธิฤทธิ์ขาดดุลงบประมาณจากรัฐตะบี้ตะบันใช้เงินอย่างไม่ยั้งมือ และการแจกเงินสารพัดโครงการกำลังย้อนกลับใส่ประชาชน กระทรวงการคลังทำแผนรีดภาษีเพิ่มหลายตัว ทั้งขึ้น VAT ภาษีน้ำมัน สุรา เบียร์ รถยนต์ เก็บภาษีความเค็ม-คาร์บอน ลดเพดานลดหย่อนภาษีให้จ่ายเพิ่ม
.
ภารกิจที่รัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะเข้ามาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายน กำลังถูกหลายภาคส่วน หลายหน่วยงาน "ฝากงาน" เพียบ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาด้านการเงินการคลังของรัฐบาล ที่นับว่าเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลนี้จะต้องชั่งน้ำหนักว่าพร้อมจะแลกกับสิ่งที่จะมีผลกระทบต่อคะแนนนิยมหรือไม่
.
ล่าสุดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลแหล่งเงินแหล่งทองหลักของประเทศ กำลังเดินหน้าแผนปฏิรูปการคลังครั้งใหญ่ ภายใต้หนึ่งในเป้าหมายคือ “เพิ่มรายได้รัฐ” เพื่อสกัดความเสี่ยงฐานะการคลังที่เปราะบาง ลดการขาดดุลงบประมาณ และประคองเสถียรภาพหนี้สาธารณะไม่ให้ล้ำเส้นเพดานที่กำหนดไว้ จากปัญหาสะสมด้านวินัยการเงินการคลังของหลายรัฐบาลที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาทของโควิด-19 ที่มีการกู้เงินมาใช้ในการรับมือรวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านบาท รวมทั้งการกู้เงินเพื่อใช้ในนโยบายประชานิยมอีกมากมายหลายคลัง ทั้งการแจกเงิน การอุดหนุนเงิน ซึ่งทำให้เพดานหนี้สาธารณะของรัฐบาลเลยจุดที่เรียกว่าอยู่ภายใต้วินัยบการเงินการคลังที่ดีไปไกล และต้องขยับเพดานขึ้นไป ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งกับประเทศไทย ที่ไม่อาจรักษาวินัยทางการเงินและการหารายได้เข้ารัฐเพิ่มจากกลไกทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนได้ราบรื่น
.
สำหรับแผนปฏิรูปนี้ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีด้วยดิจิทัลและฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยให้ไว้จำนวนมาก รวมทั้งการปรับลดผลประโยชน์ของประชาชนที่ได้การเสียภาษีอย่างถูกต้อง ไปจนถึงการขยับอัตราภาษีสำคัญต่างเพิ่มขึ้น หรือเก็บภาษีใหม่ๆ เข้าระบบ ทั้งการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และภาษีในกลุ่มสินค้าบาปต่างๆ
.
มติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบกรอบแผนการคลังระยะปานกลางปี 2570-2573 (MTFF) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งครอบคลุมไปถึงการอุดช่องโหว่การจัดเก็บรายได้เข้ารัฐที่อาจจะตกหล่นในระยะสั้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีความพยายามปรับโครงสร้างการคลังครั้งใหญ่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เป้าหมาคือลดระดับการขาดดุลงบประมาณให้ต่ำกว่า 3% ของ GDP ภายในปี 2572 ควบคู่กับการขยายฐานรายได้ใหม่ๆ จากการเก็บภาษีใหม่ๆ อีกหลายตัว
.
จากรายงาน MTFF ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของการเพิ่มการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ รัฐบาลได้วางแผนการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) โดยใน 3 ปีงบประมาณได้แก่ปี 2569 – 2571 กำหนดให้มีการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ต่อ GDP ไว้ที่ไม่น้อยกว่า 15.1%
.
โดยแผนปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษีหลัก รัฐบาลได้เห็นชอบแผนเพิ่มประสิทธิภาพ และปรับปรุงโครงสร้างภาษีผ่าน 3 กรมจัดเก็บ โดยแผนการปฏิรูปภาษีต่างๆ รอเสนอรัฐบาลใหม่ ดังนี้
.

1. กรมสรรพากร : การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากเดิม 7% ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ให้ยอยยกเลิกการปรับลดอัตราภาษีที่มีการต่ออายุการลดภาษี VAT ทุกปี และปรับเพิ่มขึ้นปีละ 1.5% โดยจะเปิดปรับสู่ระดับ 8.5% ในปีงบประมาณ 2571 และปรับเป็น 10% ในปี 2573
.
การบังคับใช้ Global Minimum Tax ในอัตราขั้นต่ำ 15% ได้กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของรัฐไทย โดยตั้งเป้ารายได้ 8,400 ล้านบาทในปี 2570 โดยเฉพาะจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เดิมใช้นโยบายลดหย่อนภาษีจนมีอัตราภาษีที่แท้จริงต่ำกว่าเกณฑ์สากล มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างรายได้ภาษี และป้องกันไม่ให้ภาษีส่วนต่างไหลออกไปให้ประเทศอื่นจัดเก็บแทน
.
นอกจากนี้จะมีการปรับโครงสร้างเก็บภาษี Global Minimum Tax คือข้อตกลงภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำของโลกในอัตรา 15% ที่ผลักดันโดย OECD และได้รับการยอมรับจากกว่า 140 ประเทศ รวมถึงไทย เป้าหมายหลักคือให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ต้องเสียภาษีในระดับใกล้เคียงกัน ไม่ว่าดำเนินธุรกิจในประเทศใด ลดการโยกย้ายกำไรไปยังประเทศภาษีต่ำ
.
สำหรับไทย แม้อัตราภาษีนิติบุคคลตามกฎหมายอยู่ที่ 20% แต่สิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนทำให้หลายบริษัทมีอัตราภาษีที่แท้จริงต่ำกว่า 15% หากไม่มีการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม ส่วนต่างดังกล่าวจะถูกประเทศที่เป็นที่ตั้งของบริษัทแม่เรียกเก็บแทน รัฐบาลจึงออกพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 เพื่อรักษาฐานรายได้ภาษีไว้ในประเทศ โดยให้มีผลกับรอบบัญชีตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป
.
2. กรมสรรพสามิต : การปรับขึ้นอัตราภาษีหลายตัวที่กรมได้ทำแผนเอาไว้ โดยภาษีที่จะกระทบกับทุกคนคือ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน (น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล) เพิ่มขึ้นจากอัตราปัจจุบัน ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 ลิตรละ 1 บาท จำนวน 33,000 ล้านบาท ซึ่งกรมมีการพิจารณาแนวทางการ ปรับปรุงอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต เช่น ราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ตลอดจนติดตามสถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกอบด้วย
.
มาตรการปรับปรุงโครงสร้างและปรับเพิ่มอัตราภาษีจากสินค้ากลุ่มภาษีบาปทั้ง สุรา เบียร์ และยาสูบ คาดว่าจะเพิ่มวงเงินได้ 5,450 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะแก้ไขการจัดเก็บภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว เป็นต้น
.
ในส่วนของมาตรการปรับปรุงโครงสร้างของสินค้าที่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมที่รวมถึง การนำภาษีคาร์บอนมาใช้พิจารณาประกอบ จำนวน 6,000 ล้านบาท และการจัดเก็บภาษีจากสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ภาษีความเค็ม จำนวน 320 ล้านบาท
.
ทั้งนี้ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาพรวมการจัดเก็บรายได้ตลอดทั้งปีงบประมาณ 2569 คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย หากมีการผลักดันมาตรการทางภาษีเพิ่มเติมจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะกฎหมายภาษีที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ที่คณะรัฐมนตรี เช่น โครงสร้างภาษีบุหรี่แบบอัตราเดียว (Single Rate) เนื่องจากโครงสร้างภาษีแบบอัตราเดียวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บได้ครอบคลุมทั้งในมิติของปริมาณ และมูลค่าสินค้าขณะเดียวกัน กรมฯ ได้มีการพิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ โดยการปรับโครงสร้างภาษีสินค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
.
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : มาตรการหลักอยู่ที่การปรับโครงสร้างค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ควบคู่กับการเปิดตัวบัญชีเพื่อการลงทุน Thailand Individual Saving Account (TISA) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจแล้ว และเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ
.
สำหรับการปรับโครงสร้างเพดานค่าลดหย่อนภาษี รัฐบาลกำหนดวงเงินรวมไม่เกิน 800,000 บาทต่อปี ครอบคลุมกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุน Thai ESG, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันบำนาญ และบัญชี TISA พร้อมเปลี่ยนวิธีคำนวณสิทธิลดหย่อนให้แตกต่างตามระดับรายได้อย่างชัดเจน
.
ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิลดหย่อนในอัตรา 1.3 เท่าของเงินลงทุน เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้กลุ่มรายได้ต่ำถึงปานกลางเริ่มออมตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิตการทำงาน
.
ผู้มีรายได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิลดหย่อนเพียง 0.7 เท่าของเงินลงทุน หายไป 30% ซึ่งสะท้อนแนวคิดการลดการอุดหนุนทางภาษีให้กับกลุ่มที่มีศักยภาพในการออมสูงอยู่แล้ว
.
หากใช้สิทธิเต็มเพดาน 800,000 บาท ผู้มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปีจะสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 1.04 ล้านบาท ขณะที่ผู้มีรายได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปีจะลดหย่อนได้สูงสุด 560,000 บาท
.
แต่สิ่งที่คนได้เห็นและได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการปรับอัตราภาษีในยุครัฐบาลใหม่คือ อัตราภาษีผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge หรือ PSC) โดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท เพิ่มขึ้น 53% มีผลตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของประทศไทยได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่
.
ค่า PSC ถูกบวกเข้าไปในราคาตั๋วเครื่องบิน เที่ยวบิน Low Cost ระยะเวลาบิน 4-5 ชั่วโมง ราคาเฉลี่ย 4,000-5,000 บาท หากเพิ่ม PSC อีก 390 บาท จะทำให้ราคาตั๋วแพงขึ้น 7-10% ทุกเที่ยว
.
ยกตัวอย่างการปรับราคา PSC สนามบินสุวรรณภูมิ สูงกว่าสนามบินที่ดีที่สุดหัวแถวของโลก ทั้งที่อันดับโลกของสนามบินสุวรรณภูมิยังอยู่เพียงอันดับ 39
.
ทั้งสนามบินชางงีของสิงคโปร์ อันดับ 1 ของโลก ประมาณ 1,600 บาท สนามบินฮาหมัดของกาตาร์ อันดับ 2 ประมาณ 600 บาท สนามบินฮาเนดะของญี่ปุ่น อันดับ 3 ประมาณ 600 บาท สนามบินอินชอนของเกาหลีใต้ อันดับ 4 ประมาณ 370 บาท สนามบินนาริตะของญี่ปุ่น อันดับ 5 ประมาณ 640 บาท และสนามบินฮ่องกง อันดับ 6 ประมาณ 800 บาท
.
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ไทยกำลังจะเก็บ PSC สูงกว่าสนามบิน 5 แห่งใน Top 6 ของโลก คำถามที่ตามมาคือ “เมื่อจ่ายระดับโลก แล้วผู้โดยสารจะได้รับบริการระดับไหน?”
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1474258864056924&set=a.226668178816005



ลือหนัก ! ธรรนัส เปิดดีลโค่นภูมิใจไทย เพ้อเจ้อ หรือ น่าเชื่อถือ ?



Thanapol Eawsakul
2 hours ago
·
จนถึงปัจจุบันผมยังไม่เชื่อหรอกครับว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะตั้งรัฐบาบ 300 เสียงโดยที่พรรคเพือไทยเป็นพรรคอันดับ 2 มี 74 เสียง แล้วพรรคฝ่ายค้านมี 200 เสียง
การตั้งรัฐบาลแบบนี้พรรคเพื่อไทยจะขี่คอพรรคภูมิใจไทย 100 % เพราะถอนตัวออกมารัฐบาลอนุทิน 2 ก็ล่มแล้ว
ใครก็อ่านออกว่าตั้งรัฐบาลแบบนี้คือการตั้งใจดึงงูเห่าจากพรรคกล้าธรรมมาเพิ่ม
แต่มันก็เสี่ยงเกินไป
ขณะเดียวกันผมก็ไม่เชื่อว่าจะมีการตั้งรัฐบาล 255 เสียง ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 และประชาชาติ 5 มาแข่งเช่นกัน
แต่ผมก็เชื่อว่าถ้า 4 พรรคนี้ยังรักษา 255 เสียงไว้ได้
นี่คือเสียงที่จะโค่นรัฐบาลอนุทิน 2 ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ




https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/26251904514449706




ถ้าตึกไม่ถล่ม เห็นแปลนตึก นึกว่าสร้างฮาเร็ม






https://x.com/peonie898/status/2025398404101329056



 

สำรวจ 4 "โรคทางเศรษฐกิจ" ที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ต่างชาติมองว่า ไทยเป็น "คนป่วยแห่งเอเชีย"

https://www.youtube.com/shorts/PR_GCaP3cyE



#ข่าวฮาประจำวัน ปาหี่ลิเกโรงใหญ่



วันที่ 22 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยวันนี้ และพบว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้เลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบจากคนในสำนักงาน กกต. พบว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในวันนี้ เป็นบัตรที่จัดพิมพ์ใหม่ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ กกต. ด้วยบัตรเลือกตั้งใช้ในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วย(กปน.) ได้ทำลายเจาะบัตรเลือกตั้งที่เหลือไปทั้งหมดแล้ว

ส่วนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในวันนี้เป็นการจัดพิมพ์ใหม่ ใช้สำหรับการเลือกตั้งในวันนี้เท่านั้น ซึ่ง กกต. รับทราบข้อทักท้วงของปัญหาบัตรเลือกตั้งของเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา และเมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้น บัตรเลือกตั้งที่เหลือก็จะถูกทำลายทันที ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติและทำตามระเบียบทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง

มีรายงานว่า กกต. มีการพูดคุยกัน และมีการคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจมีความพยายามในการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งในวันนี้

https://www.khaosod.co.th/politics/news_10146886



ชนชั้นนำ กับ ความพยายามรักษาผลการเลือกตั้ง (ล็อคมง)



ความพยายามรักษาผลการเลือกตั้ง

22 Feb 2026
อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์
Way Magazine

การจัดตั้งรัฐบาลในคราวนี้ ประกอบด้วยพลังจากชนชั้นนำหลายกลุ่ม ด้วยความคาดหวังว่าการรวมพรรคภูมิใจไทยเข้ากับพรรคเพื่อไทย จะเป็นพลังในการ ‘จำกัด/กำจัด’ พรรคประชาชนไปได้ในทีสุด เพื่อที่จะยับยั้งความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่รองรับ/สนับสนุนกระแสความคิดที่เสนอโดยพรรคประชาชน

ความคาดหวังทางการเมืองของกลุ่มชนชั้นนำนี้ได้นำมาซึ่งการทำ ‘การเมือง’ ที่ผิดแผกไปจากปกติวิสัยหลายประการ เช่น การประกาศศักดา หรือ การใช้กลไกรัฐท้องถิ่นกดดันไม่ให้ ‘หมาหอน’ ในคืนหมาหอน ( เฉพาะฝ่ายตรงกันข้าม) และที่รุนแรงอย่างมากที่สุด ก็คือ การปกป้อง/รักษาผลการเลือกตั้ง

จึงไม่แปลกใจที่จะมีนักกฎหมายชื่อดัง (เนติบริกร) ออกมาปกป้องกระบวนการจัดการการเลือกตั้งที่มีปัญหาเรื่องการลงคะแนนต้องเป็น ‘เรื่องลับ’ รวมไปถึงพรรคการเมืองที่ถูกวางตัวไว้ใน ‘โปรเจคท์ความคาดหวังทางการเมือง’ นี้ก็ไม่ได้แสดงตัวในการปกป้อง ‘ความลับ’ ของการลงคะแนนเลย

การใส่รหัสหมาย ( code) ทางเทคโนโลยีไอทีเช่นนี้ นอกจาก เป็นการทำลายความเชื่อมั่นพื้นฐานในระบบประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุดแล้ว การมี ‘ข้อมูลข่าวสาร’ จำนวนมหาศาลนี้ จะสามารถสร้างระบบการควบคุมพลเมืองได้อย่างเข้มข้น ลองคิดถึงระบบการควบคุมพลเมืองประเทศจีนผ่าน ‘ระบบเครดิตสังคม’ ( Social credit system) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงมากครับ

ความพยายามรักษาผลการเลือกตั้งที่จะต้องดำเนินต่อไป ทั้งๆ ที่สังคมไทยส่วนใหญ่กังวลต่อกระบวนการการจัดการเลือกตั้งทุกมิติอย่างมาก แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งกลับเลือกวิธีการ ‘หลบ’ สังคม โดยไม่ออกมาชี้แจงใดๆ แสดงเพียงความในกระดาษ รวมถึงการประกาศจะฟ้องร้องผู้คนที่มีความเห็นต่าง ล่าสุดก็ประกาศผลคะแนนออกมาในรูปแบบ ‘ดิบ’ ซึ่งก็มีคำถามตามมากมาย

การที่คณะกรรมการฯเลือกการ ‘หลบ’ สังคมเช่นนี้ ทำให้เห็นได้ชัดว่าคนหนุนหลังมีอำนาจมากพอจนทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้

ต้องย้ำว่ากระบวนการการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคมการเมืองประชาธิปไตยและสำนึกของพลเมืองอย่างยิ่ง ความพยายามรักษาผลการเลือกตั้งของชนชั้นนำ จึงควรที่จะตระหนักประเด็นนี้ให้ชัดเจน อย่าทำอะไรที่ทำร้ายและทำลายสังคมไทยไปให้มากกว่านี้

ทางออกในเรื่องกระบวนการเลือกตั้งที่ดีที่สุด ก็คือ การตัดสินว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ทางที่ดีที่สุดนี้ เครือข่ายชนชั้นนำและพรรคการเมืองที่ถูกจัดตั้งไม่สามารถยอมได้ เพราะไม่สามารถมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในบรรยากาศที่สังคม ‘โกรธ’ กับการจัดการเลือกตั้ง

ทางออกที่เครือข่ายชนชั้นนำน่าจะเลือก ได้แก่ การลงโทษคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่รักษาผลการเลือกตั้งไว้โดยเน้นว่าผลเสียหายจากการเสีย ‘ลับ’ นั้นยังไม่เกิด จึงถือว่าผลการเลือกตั้งยังคงถูกต้องอยู่ ส่วนปัญหาที่ตามมาก็คือ จำนวนบัตรไม่สอดคล้องกันในหลายมิติ ซึ่งก็คงเลือกใช้วิธีให้เลือกตั้งเป็นหน่วยๆ ไป ซึ่งทางออกนี้อาจจะลดกระแสความไม่พอใจในสังคมไปได้ระดับหนึ่ง แต่ความรู้สึก ‘ไม่ไว้วางใจ’ ยังคงไม่เหือดหายไปง่ายๆ

ทางเลือกในการแสวงหาทางออกในการรักษาผลการเลือกตั้งของเครือข่ายชนชั้นนำอาจจะมีมากกว่าที่กล่าวไว้ก็เป็นได้ เพราะพวกเขาคุมอำนาจไว้ในมือเกือบทั้งหมดแล้ว และคงมีแนวทางในการตีความกฏหมายให้ตอบสนองได้อย่าง ‘ถูกกฎหมาย’

แต่ก็ต้องเตือนเครือข่ายชนชั้นนำว่า สังคมกำลังจับจ้องการกระทำทั้งหลายของพวกท่านว่าจะมีอะไรบ้างไหมที่เป็นการทำเพื่ออนาคตของสังคม ไม่ใช่การกระทำเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะคนไทยจำนวนมากในสังคม เริ่มมีความรู้สึกที่แรงกล้ามากขึ้นว่า ทำไมจะยอมทนอยู่กับความหน้าด้านที่ฉ้อฉลนี้่

หวังไว้ว่าเครือข่ายชนชั้นนำจะแสวงหาทางออกในเรื่องนี้ได้ โดยไม่ทำร้ายผู้คนและสังคมมากไปกว่านี้

https://waymagazine.org/election2026-elite/




ฝ่ายค้านส้มเขียวหวาน เกมการเมืองอาจไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ?!?


Kitti Ruangphunglhuang
Yesterday
·
เกมการเมืองอาจไม่มีคำว่า "บังเอิญ"

ล่าสุดกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทย อาจจะส่งพรรคกล้าธรรมไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน กำลังถูกจับตามองอย่างหนักครับ เพราะนี่อาจไม่ใช่การแตกคอ แต่เป็น "การแตกแบงก์พัน" เพื่อไปคุมหัวหาดในจุดที่รัฐบาลเข้าไม่ถึง

และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ นี่อาจจะเป็นการส่ง "สายสืบ" ไปนั่งเฝ้าหน้าบ้านฝ่ายค้านหรือเปล่า?

ต้องยอมรับก่อนว่าในทางการเมือง คุณธรรมนัสกับค่ายสีน้ำเงินมีสายสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดามานาน หากพรรคกล้าธรรมภายใต้เงาของคุณธรรมนัสย้ายไปอยู่ฝั่งฝ่ายค้านจริง คำถามแรกที่ต้องถามคือ "สู้จริงหรือสู้หลอก?" เพราะหากลึกๆแล้วพวกเขายังเป็นเพื่อนกันอยู่

การส่งคนไปเป็นฝ่ายค้านก็เท่ากับรัฐบาลส่ง "คนของตัวเอง" ไปนั่งฟังแผนการซักฟอก และคอยตัดกำลังพรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรคประชาชนไปในตัว

จุดที่น่ากังวลที่สุดคือการโหวตในจังหวะสำคัญ เช่น งบประมาณ หรือ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามทฤษฎี ฝ่ายค้านต้องโหวตไปในทิศทางเดียวกันเพื่อกดดันรัฐบาล

แต่ถ้ากล้าธรรมไปนั่งตรงนั้นแล้วเลือก "งดออกเสียง" หรือ "โหวตสวน" ในจังหวะที่รัฐบาลต้องการเสียงสนับสนุนพอดี ฝ่ายค้านจะอ่อนแอลงทันที เพราะเสียงแตกกันเอง ทำให้พลังในการตรวจสอบลดน้อยลง

ภูมิใจไทยขึ้นชื่อเรื่องการเป็นพรรค "ตัวแปร" การที่มีพันธมิตรไปนั่งอยู่ในฝั่งฝ่ายค้าน จะทำให้ภูมิใจไทยมี "หูตา" ครบทุกมิติ

ในรัฐบาลเขาก็มีรัฐมนตรีเกรด A ในฝ่ายค้านเขาก็มีพันธมิตรคอยส่งข่าว นี่คือการปิดประตูแพ้ในทุกกระดาน เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนจะเคลื่อนไหวอย่างไร ภูมิใจไทยจะรู้ล่วงหน้าหนึ่งก้าวเสมอ

ข่าววันนี้ทำให้เรานึกถึงเรื่อง "ม้าไม้เมืองทรอย" ที่ดูภายนอกเหมือนของขวัญ แต่ข้างในกลับบรรจุกลยุทธ์ที่พร้อมจะทำลายจากภายใน

หากกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อกดฝ่ายค้านด้วยกันเองจริง เกมนี้คือชัยชนะที่เบ็ดเสร็จของฝั่งอำนาจเดิม

หากกล้าธรรมไปนั่งฝ่ายค้านจริง ให้รอดูที่การลงคะแนนในช่วง 3-6 เดือนแรกได้เลยครับ ถ้าโหวตตามหลักฝ่ายค้านแบบ 100% นั่นคือเพื่อนแท้

แต่ถ้าเริ่มมีแต้มบุญไหลไปทางฝั่งรัฐบาลเมื่อไหร่ นั่นแหละครับคือคำตอบว่า...เขาไม่ได้ไปค้านครับ

แต่เขาไปคุม!
 
https://www.facebook.com/photo?fbid=4309615872653215&set=a.1731540177127477




#ยืนหยุดทรราชw157 21 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยมีนักโทษการเมือง 61 คนแล้ว การแสดงความคิดเห็นอาจไม่ถูกใจบางคน แต่ไม่ได้ฆ่าใครตาย ทำไมโทษหนักกว่าฆ่าคนตาย?

https://www.facebook.com/watch/?v=2012540642642408


https://www.facebook.com/watch/?v=2012540642642408
https://www.facebook.com/wetheequalcitizen/posts/931792035869464



ณ ขณะนี้บริษัทหลายพันแห่งกำลังฟ้องร้อง Trump the “Tariff Man” เพื่อขอคืนเงินภาษีศุลกากร







https://x.com/Microinteracti1/status/2025511712074395956

Gandalv
@Microinteracti1

🚨 Thousands of companies are now suing for tariff refunds, because apparently the “Tariff Man” forgot tariffs are still governed by laws and math.

Court filings already top 1,000+ cases, with big names like Costco in the pile, all trying to lock in repayment of duties paid under the IEEPA tariff regime. And the potential refund bill being discussed is massive, easily into the hundreds of billions depending on what ultimately gets unwound.

And as the annoyingly awake reader you are, you might ask: why aren’t China, Europe, Vietnam, etc. filing lawsuits too, if they’re the ones “paying billions”?

Because they’re not. US importers pay the duty to US Customs. Then they pass it along to American shoppers like a little patriotic tip jar at the checkout.






อ.ปริญญา แฉ! พิรุธเคเบิลไทล์ หีบเลือกตั้งล็อกไม่จริง สาธิตให้ดู





 https://x.com/Thairath_TV/status/2025468358716440989



นัดชุมนุม ประชาชนผู้ใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตยทุกคน มาร่วมฟ้องร้อง จับผิด กกต. ใส่กรง วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 น. ณ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) อย่าปล่อยให้ กกต. ลอยนวล!


People GO network
16 hours ago
·
ด่วน ! นัดชุมนุม
ประชาชนผู้ใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตยทุกคน

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กปอพช.)
และ เครือข่าย People GO
เปิดเวที ไต่สวนสาธารณะ กกต. โกง เสียงประชาชน
โดย หนูหริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ และ เป๋า ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

ขอเชิญทุกท่านมาร่วมฟ้องร้อง
แฉ ทุกความบรรลัยของกกต. จับผิด กกต. ใส่กรง
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 – 20.30 น.
ณ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

พร้อมประกาศฉันทามติ เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
พอกันทีมรดกรัฐประหาร เริ่มต้นเดินทางไกลรัฐธรรมนูญของประชาชน

พบกับ
กิจกรรมไม่หนีบหีบหาย โดย SYSI และเครือข่ายคนรุ่นใหม่
คอนเสิร์ตไม่ หค. โดย วงสามัญชน

อย่าปล่อยให้ กกต. ลอยนวล!


https://www.facebook.com/photo?fbid=907121002024159&set=a.143967608339506







https://x.com/sudaratofficial/status/2025525621418533202



 

โลกโซเชี่ยลแห่แชร์ภาพ“ต้นขั้ว”บัตรเลือกตั้งสีชมพู แบบบัญชีรายชื่อ ของหน่วยเลือกตั้งที่ต้องเลือกใหม่วันนี้ 22 ก.พ. พบว่า แตกต่างจาก“ต้นขั้ว”ของบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่8 ก.พ. คือ ไม่มีการใส่ลำดับเลข ตามด้วยหมายเลข 8 หลัก ไว้ในเล่มที่ …และ เลขที่ ….


ป๋าต๋อย
12 hours ago
·
โลกโซเชี่ยลแห่แชร์ภาพ“ต้นขั้ว”บัตรเลือกตั้งสีชมพู แบบบัญชีรายชื่อ ของหน่วยเลือกตั้งที่ต้องเลือกใหม่วันนี้ 22 ก.พ.
.

พบว่า แตกต่างจาก“ต้นขั้ว”ของบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่8 ก.พ. คือ ไม่มีการใส่ลำดับเลข ตามด้วยหมายเลข 8 หลัก ไว้ในเล่มที่ …และ เลขที่ …. ดูภาพประกอบ
.

แบบนี้แปลความว่า บัตรเลือกตั้งถูกสั่งพิมพ์ใหม่ (ตั้งใจไม่ใช้บัตรเดิมที่เหลืออยู่ )โดยตัดหมายเลข ลำดับของ เล่มที่ และเลขที่ออก ไม่ให้รู้ว่า เมื่อสแกนบาร์โค้ดด้านล่างแล้ว จะไป match กับลำดับเลขที่บนตั้นขั้วด้านบนได้
.

ทำไมกกต.ไม่ทำกับบัตรเลือกตั้งทุกใบให้เป็นแบบนี่ในการเลือกตั้งตั้งแต่ วันที่8 ก.พ. แต่พอมีคนทักท้วงกันใหญ่โต ดันยอมแก้
.

แบบนี้ก็ยอมรับแล้วสิครับว่า บัตรวันที่ 8 ก.พ.ไม่เป็นความลับสืบค้นต้นขั้วจนรู้ว่าใครกาหมายเลขอะไร !!
.

มีข้อสังเกตุที่ต้องไปตามต่อคือ กกต.ทำบัตรเลือกตั้ง 2 แบบที่ใช้ในการเลือกตั้งคราวเดียวกัน ต่างกันที่ครั้งแรกเป็นการเลือกตั้งทั้งประเทศ
.

แต่เที่ยวนี้เป็นการเลือกตั้งเฉพาะเขต ก.ม.อนุญาตให้กกต.ทำเครื่องหมายอะไรลงในบัตรก็ได้ แถมยังไม่เขียนไว้ด้วยว่า การเลือกตั้งคราวเดียวกัน บัตรแบบเดียวกันจะต้องใช้เครื่องหมายเหมือนกัน มีช่องที่กกต.จะดิ้นหลุดในประเด็นนี้
.

หรือ ในต้นขั้วบัตร มีการแอบซ่อน รันเลขนัมเบอร์ไว้ที่สันปก ? หรือ ซ่อนความลับนั้นไว้ที่ไหนเอ่ย ?
 
https://www.facebook.com/photo?fbid=122148783752953757&set=a.122111954630953757




บวรศักดิ์” ฟาดกลับ “ทัวร์ลง” มาจาก Spctre C รึเปล่า?


บันทึกนักข่าว - Jin Somroutai
February 20
·
เดือด!!! “บวรศักดิ์” ฟาด “ทัวร์” มาจากSpctre C รึเปล่า?

หลัง “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกฯที่ดูแลด้านกฎหมาย ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบาร์โค้ด - คิวอาร์โค้ด ในบัตรเลือกตั้ง พร้อมบอกว่า “ยินดีเปิดที่จอดรถทัวร์ให้” ส่งผลให้คณะทัวร์ทยอยเข้าไป

ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา รองนายกฯบวรศักดิ์ ก็ออกมารับทัวร์ด้วยตัวเอง โดยตอบกลับคอมเมนต์ต่าง ๆ

มีคอมเมนต์หนึ่ง ระบุว่า “ปรสิต (Parasite) คือสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยการอาศัยและรับสารอาหารจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น (ที่เรียกว่า โฮสต์ หรือผู้ถูกอาศัย) โดยที่ปรสิตจะได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว ในขณะที่โฮสต์จะเสียประโยชน์หรืออาจได้รับอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ประเภทของปรสิตที่พบในมนุษย์ ท่านรู้ไหมครับปรสิตมีกี่ชนิด???“

อ.บวรศักดิ์ ได้โพสต์ตอบกลับว่า ”นี่มาจากSpctre C รึเปล่าน้า“

และบอกว่า ”พระพุทธเจ้าเคยถูกพราหมณ์ด่ามากมาย ท่านทรงนิ่ง พอด่าจบ ท่านถามพราหมณ์ว่า ถ้าเอาของมาให้ท่าน ท่านไม่รับ ของนั้นอยู่ที่ใคร comment ด่าแบบนี้ ผมไม่รับ ก็อยู่ที่คุณนั่นแหละ“

ขณะที่อีกคนคอมเมนต์ว่า “ระดับอาจารย์วิษณุอาจารย์บวรศักดิ์เทียบไม่ติดครับ” ซึ่ง อ.บวรศักดิ์ ก็ตอบกลับว่า “ไม่คิดเทียบอยู่แร้วววว“

https://www.facebook.com/photo?fbid=1609277040102480&set=a.711206873242839


https://www.facebook.com/reporterJin/posts/pfbid02uN69Y8CG7hFTimB4enssaqUPCCzFJXNa9X73ofUiHonMVmVex8rfCoYcfxXo7ecgl