วันจันทร์, มีนาคม 16, 2569

Thai PBS พูดคุยกับนักศึกษาไทยที่เพิ่งกลับมาจากอิหร่าน เพิ่งเรียนที่นั่นได้ 2 ปี และคุยกับคุณพ่อของเขา ซึ่งเป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องอิหร่านที่หลายคนอาจคุ้นเคยผ่านหน้าสื่อ ประสบการณ์ของทั้ง 2 คนอาจทำให้ได้เห็นมุมมองต่อสงครามต่างออกไป





https://x.com/ThaiPBS/status/2032831008178139282



 

เคยสงสัยบ้างมั้ย ทำไมสงครามมักถูกตั้งชื่อตามประเทศที่ถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นสงครามเวียดนาม สงครามอิหร่าน หรือสงครามในอัฟกานิสถาน มีคนตั้งข้อสังเกตุว่า ถ้าตั้งตามชื่อฝ่ายผู้โจมตีแทน คงจะดูสับสนวุ่นวายน่าดู เพราะกว่า 80% คงจะถูกเรียกว่า "สงครามสหรัฐฯ" กันไปหมด (มีคนเสนอว่าก็ไส่ชื่อประเทศที่ถูกโจมตีเข้าไปด้วย เช่น American War in Vietnam ก็น่าจะดี)


March Australia
Yesterday
·
Interesting that wars are named after the country attacked. Vietnam war, Iran war, Afghanistan war,

I guess if we named them after the attacker it would become pretty confusing.

Because 80% of the conflicts would be called the US war.

Photo. Le Monde
.....
Rose Harbridge
It is called the Americam War in Vietnam. They know whose war it was!

Brenton Culshaw
In Vietnam, the Vietnam War is commonly known as the "American War" (or in full, the Resistance War Against America to Save the Nation, Vietnamese: Kháng chiến chống Mỹ, cứu nước). It is also referred to as the "War Against the Americans to Save the Nation" or simply the "Resistance War against America".

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1342614981238094&set=a.549502603882673




‘ม.ล.กรกสิวัฒน์’ ชี้ไทยต้นทุนพลังงานสูงเกินจริง ขายน้ำมันแพงกว่าประเทศอื่นแต่ยังต้องตรึงราคา (ค่าใช้จ่ายทิพย์ ?)

https://www.facebook.com/reel/2334330283703238



ประชาชนชาวเลบานอนไม่ได้เลือกสงครามครั้งนี้ พวกเขาถูกลากเข้าไปพัวพันกับมัน สารของข้าพเจ้าถึงคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายนั้นชัดเจน: จงหยุดยิง - อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ






Pipob
@pipob69

เป็นแพทเทิร์นเดียวกับที่เกิดขึ้นใน #ฉนวนกาซา

@nytimes รายงาน ใน #เลบานอน #อิสราเอล โจมตีสังหารบุคลากรทางการแพทย์ไปกว่า 31 คน ทั้งยังอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า กลุ่มฮิซบอลลาห์ใช้รถพยาบาลและเครื่องมือทางการแพทย์ในการโจมตีพวกเขา

แบบเดียวกับที่เคยอ้างว่า กลุ่มฮามาสในกาซาใช้รพ.เป็นฐานทัพบ้าง ขุดอุโมงก์ใต้ดินบ้าง ส้องสุมกำลังในรพ.บ้าง และยิงถล่มเจ้าหน้าที่กู้ภัยและจนท.ทางการแพทย์ตายไปอย่างน้อย 1,700 คน ในช่วงสงครามระหว่างปี 2023 จนถึงปัจจุบัน

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลได้คร่าชีวิตบุคลากรทางการแพทย์อย่างน้อย 31 คน และบาดเจ็บอีก 51 คน โดยอิสราเอลได้โจมตีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ฉุกเฉินอย่างน้อย 37 ครั้ง ในช่วงเวลาแค่สองสัปดาห์

ผอ. องค์การอนามัยโลก ประณามการโจมตีบุคลากรทางการแพทย์และกล่าวว่านี่เป็น “พัฒนาการที่น่าเศร้าในวิกฤตการณ์ตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น”

จนถึงตอนนี้ อิสราเอลฆ่าพลเรือนในเลบานอนไปประมาณ 820 คนแล้ว และทำให้บาดเจ็บอีก 2,000 คน โดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้การโจมตีของฮิซบอลลาห์ ในขณะที่กองทักอิสราเอลบอกกับ
@NyTimes ว่า “ระบบป้องกันภัยทางอากาศของเราสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธเหล่านั้นเป็นส่วนใหญ่ และยังไม่มีผู้เสียชีวิต”

บางคนอาจไม่ทราบว่า ทุกวันนี้ IDF โปรยใบปลิวในเลบานอนตอนใต้ รวมทั้งเบรุต ออกคำสั่งให้ประชาชนอพยพออกไปจากใจกลางกรุงเบรุต ก่อนการโจมตีทางอากาศ

พูดอีกอย่าง จนถึงตอนนี้ IDF สั่งให้ประชาชนในพื้นที่ประมาณ 10% ของดินแดนเลบานอน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนตนเอง ไปกางเต้นท์นอนในที่ต่าง ๆ ตามข้อมูลของ
@PBS ทำให้ประชาชนประมาณ 800,000 คนต้องพลัดพรากจากบ้านเรือน

การสั่งอพยพประชาชน (Forced displacement) อาจเป็น #อาชญากรรมสงคราม

ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ คำสั่งให้อพยพไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะหมู่บ้านที่เป็นชาวมุสลิมเท่านั้น แต่รวมถึงหมู่บ้านที่เป็นชาวคริสต์ ซึ่งคิดเป็นประมาณเกือบ 30% ของประชากรในเลบอนอน

อย่างเช่น หมู่บ้าน Alma al-Shaab ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์ ตั้งอยู่ห่างจากเบรุตไปทางใต้ 70 ไมล์ ใกล้กับชายแดนเลบานอน-อิสราเอล เป็นหนึ่งในหมู่บ้านแห่งแรก ๆ ที่ถูกสั่งให้อพยพ ตอนแรกชาวบ้านไม่ยอมย้าย เพราะคิดว่าตัวเองเป้นชาวคริสต์ ไม่เกี่ยวกับฮิซบอลลาห์คงไม่ถูกโจมตี แต่ผิดคาด อิสราเอลทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้านคริสต์แห่งนี้ด้วยและแห่งอื่น ๆ ด้วย

รายงานระบุด้วยว่า หมู่บ้านทางตอนใต้ของเลบานอนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์ มักรอดพ้นจากสงครามระหว่างปี 2023–2024 ผู้สื่อข่าวมักพักในโรงแรมในท้องถิ่น และใช้เป็นฐานทำงานเพื่อรายงานข่าวจากแนวรบทางใต้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เปลี่ยนไปหลังจากหมู่บ้านบางแห่งถูกโจมตีทางอากาศโดยอิสราเอล และถูกรวมอยู่ในคำเตือนให้อพยพ ตั้งแต่ช่วงสงครามครั้งใหญ่ในเลบานอนในเดือนตุลาคม 2024 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง

ไม่ต้องวิเคราะห์ให้ยากเลย การโจมตีและคำสั่งบังคับให้ประชาชนอพยพทางตอนใต้ของเลบานอน เป็นแผนการที่อิสราเอลต้องการขยายแนวกันชน “buffer zone” ส่งกำลังทหารบุกเข้าไปยึดครองดินแดนของประเทศอื่น อ้างว่าเพื่อให้ประเทศตัวเองปลอดภัย

ไม่ได้คำนึงว่าจะเป็นการรุกรานดินแดนประเทศอื่น หรือทำให้ประชาชนในประเทศอื่นเดือดร้อน ต้องสูญเสียที่ดินของตัวเองไปอย่างไร เพราะอิสราเอลเป็นประเทศที่ไม่รู้จักการอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้นเอง

https://nytimes.com/2026/03/14/world/middleeast/lebanon-medical-workers-killed.html?smid=nytcore-ios-share https://pbs.org/newshour/show/christian-villages-in-lebanon-suffer-as-israel-targets-hezbollah










 

วิกฤตราคาน้ำมัน วรภพ อดีต สส.ประชาชน มอง ต้องแก้โครงสร้าง ต้องกล้าแตะกลุ่มทุน ?





https://x.com/matichonweekly/status/2033018095464493427


 

สำนักข่าว South China Morning Post เจาะลึกขบวนการผูกขาดมะพร้าว: เมื่อเงินทุนจีนบีบให้เกษตรกรไทยต้องจนมุม


https://www.scmp.com/week-asia/economics/article/3346531/inside-coconut-cartel-how-chinese-money-squeezes-thai-farmers

(สรุปข่าว)

เจาะลึกขบวนการผูกขาดมะพร้าว: เมื่อเงินทุนจีนบีบให้เกษตรกรไทยต้องจนมุม

ในปี 2026 อุตสาหกรรมมะพร้าวของไทยได้ก้าวมาถึงจุดวิกฤตขั้นรุนแรง สิ่งที่เคยเป็นแหล่งสร้างความมั่งคั่งให้กับเกษตรกรรายย่อย—โดยเฉพาะผู้ที่ปลูกมะพร้าวพันธุ์ "น้ำหอม" ระดับพรีเมียม—กลับต้องสั่นคลอนลงด้วยฝีมือของ "ขบวนการผูกขาด" (Cartel) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน และได้เข้ายึดครองอำนาจควบคุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดไว้อย่างเบ็ดเสร็จ

ณ เดือนมีนาคม 2026 ทางการไทยได้ระดมกำลังเข้ากวาดล้างครั้งใหญ่ในพื้นที่ "เข็มขัดมะพร้าว" (ได้แก่ จังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร และนครปฐม) เพื่อทำลายเครือข่ายผิดกฎหมายนี้ให้สิ้นซาก

1. กลยุทธ์ "นอมินี" (ตัวแทนบังหน้า)

หัวใจสำคัญของกลไกการบีบกดนี้คือช่องโหว่ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ "นอมินี" คนไทย ภายใต้กฎหมายไทยนั้น สิทธิในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจะสงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น แต่นักลงทุนชาวจีนกลับใช้วิธีการต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อบังคับนี้ ดังนี้:

การถือครองกรรมสิทธิ์แบบแฝง: พวกเขาก่อตั้งบริษัทขึ้นโดยให้พนักงานคนไทยหรือคนในท้องถิ่นถือครองหุ้นจำนวน 51% ตามเอกสารทางกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เงินทุนที่ใช้และอำนาจในการตัดสินใจบริหารจัดการทั้งหมดกลับยังคงอยู่ในมือของ "นักลงทุน" ชาวจีน

การบูรณาการธุรกิจแบบครบวงจร (Vertical Integration): ซึ่งแตกต่างจากพ่อค้าคนกลางแบบดั้งเดิมของไทย (ที่เรียกกันว่า "โรง") ซึ่งทำหน้าที่เพียงแค่รับซื้อและขายต่อเท่านั้น แต่พ่อค้าคนกลาง "กลุ่มใหม่" เหล่านี้กลับเข้าควบคุมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ กล่าวคือ พวกเขาเป็นผู้เช่าที่ดินเพาะปลูก เป็นผู้บริหารโรงงานแปรรูปผลผลิต และยังเป็นเจ้าของใบอนุญาตส่งออกสินค้าไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยตนเอง

2. การบีบกดราคา

หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดของ "ขบวนการผูกขาด" นี้ คือความแตกต่างของราคาที่สูงลิ่วระหว่างราคาที่เกษตรกรขายได้หน้าสวน กับราคาที่วางจำหน่ายบนชั้นวางสินค้าในร้านค้าปลีก

ส่วนแบ่งของเกษตรกร: ในเดือนมีนาคม 2026 ราคาหน้าสวนสำหรับมะพร้าวน้ำหอมเกรดพรีเมียมได้ดิ่งลงอย่างรุนแรงเหลือเพียง 2–5 บาท (ประมาณ 0.06–0.15 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อผล เกษตรกรบางรายระบุว่าราคาตกลงไปต่ำถึงเพียง 1 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่เพียงพอแม้กระทั่งจะครอบคลุมต้นทุนค่าปุ๋ยหรือค่าจ้างเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยซ้ำ

ราคาเมื่อส่งออก: มะพร้าวผลเดียวกันเหล่านั้นถูกส่งออกไปจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตของจีนในราคาผลละ 35–50 บาท (หรือคิดเป็นเงินหยวนราว 7–10 หยวน)

บทสรุป: มีรายงานว่ากลุ่มบริษัทขนาดเล็กเพียง 15–20 แห่งกำลังกอบโกยผลกำไรไปได้นับร้อยล้านบาท ในขณะที่เกษตรกรไทยกลับต้องจำยอมปล่อยให้ผลผลิตเน่าคาต้นโดยไม่เก็บเกี่ยว หรือจำต้องโค่นต้นมะพร้าวทิ้งเพื่อยุติการเพาะปลูก 3. การผูกขาดตลาดและความคล่องตัวแบบ "ล่าเหยื่อ"

ผู้นำในอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงเจ้าของแบรนด์ All Coco ได้ออกมาเตือนว่าระบบนิเวศทางธุรกิจในท้องถิ่นกำลังถูก "กัดเซาะจนกลวงเปล่า"

การกำหนดราคาตามอำเภอใจ: เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติเป็นผู้ควบคุมเส้นทางการส่งออกไปยังประเทศจีน (ซึ่งเป็นผู้บริโภคมะพร้าวน้ำหอมของไทยเกือบ 80%) พวกเขาจึงสามารถกำหนดราคาได้ตามที่ต้องการ หากเกษตรกรปฏิเสธข้อเสนอ พวกเขาก็จะไม่มีผู้ซื้อรายอื่นที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับซื้อและจัดส่งสินค้าในปริมาณมากได้

ความคล่องตัวในการดำเนินงาน: รายงานจากจังหวัดราชบุรีระบุว่า บริษัทเหล่านี้ดำเนินงานด้วย "ความคล่องตัวในระดับสูงยิ่ง" โดยมักจะจัดตั้ง "สำนักงานชั่วคราวแบบตู้คอนเทนเนอร์" และโรงงานแปรรูปขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เพื่อเข้าครอบครองผลผลิตในท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะย้ายฐานปฏิบัติการไปยังพื้นที่อื่นต่อไป

4. แรงกดดันจากปัจจัยคู่แข่ง

แม้ว่า "กลุ่มผู้ผูกขาดตลาด" (Cartel) จะเป็นเป้าหมายหลักของการสอบสวนในขณะนี้ แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงอีกด้วย:

ปัจจัยจากเวียดนาม: ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 เป็นต้นมา เวียดนามได้ลงนามในพิธีสารการส่งออกอย่างเป็นทางการร่วมกับประเทศจีน ส่งผลให้มีมะพร้าวราคาถูกจากเวียดนามทะลักเข้าสู่ตลาดและกัดเซาะส่วนแบ่งตลาดของไทย (ซึ่งลดลงจาก 75% เหลือต่ำกว่า 50% ในบางภูมิภาค)

ภาวะอุปทานส่วนเกิน: พื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวของไทยขยายตัวขึ้นเกือบ 50% ในช่วงระหว่างปี 2021 ถึง 2025 ก่อให้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด ซึ่งกลุ่มผู้ผูกขาดตลาดได้ใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อกดราคารับซื้อให้ต่ำลงไปอีก

มาตรการตอบสนองของภาครัฐ

ณ วันที่ 12 มีนาคม 2026 กระทรวงพาณิชย์ของไทยและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการดังต่อไปนี้:

เข้าตรวจค้นบริษัทจำนวน 15 แห่งใน 5 จังหวัด เนื่องจากต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

กำหนดราคาขั้นต่ำ: พยายามสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดโดยกำหนดราคาพื้นฐานไว้ที่ 5–7.5 บาทต่อผล ผ่านกลไกการแทรกแซงของภาครัฐ

การคุ้มครองสิทธิ์ GI: ผลักดันให้มะพร้าวจากจังหวัดราชบุรีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าที่มี "สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" (Geographical Indication หรือ GI) ในตลาดทวีปยุโรปและตะวันออกกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีนลง




เปิดโฉมหน้า 5 คณะกรรมการกองทุนสู้ กกต. ระดมทีมจ่อฟ้องกลับ ประชุมนัดแรก 16 มี.ค



เปิดโฉมหน้า 5 คณะกรรมการกองทุนสู้ กกต. ระดมทีมจ่อฟ้องกลับ ประชุมนัดแรก 16 มี.ค. แจงวัตถุประสงค์ก่อตั้ง-แนวทางระดมทุน

15.03.26
มติชนออนไลน์

จากกรณีภาคประชาชนที่ติดตามการจัดเลือกตั้ง รวมทั้งผลการเลือกตั้ง ส.ส.2569 ถูก กกต.แจ้งความดำเนินคดีหลายข้อกล่าวหา หนึ่งในนั้นคือนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กลายเป็นคู่กรณีของ กกต.ด้วย โดยนายสมชัยมีแนวคิดตั้งกองทุนสู้กับ กกต. ทั้งสู้คดีและฟ้องกลับ เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นผู้ใช้เฟซบุ๊กร่วมกันเสนอชื่อ “คนนอก” ร่วมเป็นผู้บริหารกองทุน

พร้อมกำหนดคุณสมบัติคร่าวๆ ขอเป็นคนอายุไม่มาก (เตรียมสู้ 10 ปี), ไม่เอานักการเมือง, รู้กฎหมายบ้าง, มีจุดยืนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมยาวนาน, มีฐานะ มีงานประจำ มีรายได้ประจำของตัวเอง, พร้อมทำงานโดยไม่มีสิ่งตอบแทน, หาตัวไม่ยาก กระทั่งมีผู้แสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผย 5 รายชื่อ ที่คัดเลือกมาเรียบร้อยแล้ว โดยระบุผ่านทางแฟนเพจ

ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร ความดังนี้

คณะกรรมการกองทุนสู้ กกต. (ชื่อชั่วคราว) ประกอบด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ 5 คน คือ

1.รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

2.น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการพีเน็ต หรือมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย

3.นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw หรือโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน

4.นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ผู้อำนวยการ We Watch หรือเครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์เลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย

5.นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

การประชุมคณะกรรมการครั้งแรก จะมีขึ้นในเวลา 14.00 น. (วันที่ 16 มีนาคม) ณ ห้อง 211 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะมีการแถลงข่าวร่วมกันถึงรายละเอียดกองทุน ในเวลา 15.00 น. (วันที่ 16 มีนาคม)


https://www.matichon.co.th/politics/news_5635482




คำขอของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อเร็วๆ นี้ที่ต้องการให้มีการร่วมกลุ่มทางเรือระหว่างประเทศเพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซนั้น ได้รับการตอบสนองจากประเทศสำคัญๆด้วยความระมัดระวังอย่างมาก



นี่คือคำตอบของประเทศสำคัญๆ ณ กลางเดือนมีนาคม 2026:

สหราชอาณาจักร กำลังพิจารณา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เอ็ด มิลลิแบนด์ กล่าวว่า สหราชอาณาจักรกำลัง "พิจารณาทางเลือกต่างๆ" รวมถึงโดรนล่าทุ่นระเบิด แต่เน้นย้ำว่าการยุติสงครามเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง

ญี่ปุ่น ลังเล
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวว่า เกณฑ์ทางกฎหมายสำหรับการส่งกำลังนั้น "สูงมาก" ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เน้นสันติภาพ การตัดสินใจอาจต้องรอจนกว่าเธอจะเยือนทำเนียบขาวในวันที่ 19 มีนาคม

เกาหลีใต้ กำลังพิจารณา
กระทรวงการต่างประเทศ "รับทราบ" คำขอและกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ ขณะนี้พวกเขากำลังติดตามความปลอดภัยของเรือบรรทุกน้ำมันเกาหลีหลายลำที่ติดอยู่ในช่องแคบ

จีน ไม่แสดงท่าทีใดๆ
ปักกิ่งเรียกร้องให้ "ยุติการสู้รบโดยทันที" และเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของทุกฝ่ายในการรับประกันการจัดหาพลังงาน แต่ยังไม่ได้ยืนยันการส่งกำลังทางเรือใดๆ

เยอรมนี ปฏิเสธ
นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมอร์ซ กล่าวว่าเขา "ไม่เห็นเหตุผล" ใดๆ สำหรับปฏิบัติการทางทหารในช่องแคบ ซึ่งเป็นท่าทีที่ทำให้สมาคมการเดินเรือของเยอรมนีบางแห่งไม่พอใจ

ฝรั่งเศส มีเงื่อนไข
ขณะที่ส่งกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินไปยังภูมิภาคที่กว้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการป้องกัน เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าภารกิจคุ้มกันใดๆ ต้องรอจนกว่า "สถานการณ์จะเอื้ออำนวย" และการสู้รบจะสงบลง

อุปสรรคทางกฎหมาย:
พันธมิตรหลายประเทศกำลังถกเถียงกันว่าการปิดล้อมในปัจจุบันถือเป็น "สถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอด" (ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทางกฎหมายสำหรับการป้องกันร่วมกันในญี่ปุ่นและที่อื่นๆ) หรือว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่ชื่อว่าปฏิบัติการ Epic Fury ยังคงเป็นการกระทำฝ่ายเดียว

หมายเหตุ:
สวิตเซอร์แลนด์ได้แสดงท่าทีตีตัวออกห่างจากความขัดแย้งอย่างชัดเจน โดยปฏิเสธคำขอของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้เครื่องบินลาดตระเวนใช้พื้นที่น่านฟ้าของตน

(Google Gemini รวบรวม)





 

สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น และจุดประกายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยขณะนี้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว จากระดับราว 70 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันนั้นถูกกำหนดขึ้นได้อย่างไร? สำนักข่าว Al Jazeera มีคำอธิบาย





https://x.com/AJEnglish/status/2033219170876416293


 



 

คดี ‘112’ จากขบวนเสด็จฯ เมื่อถ้อยคำจำกัดเพียงการสรรเสริญ “ไปไหนก็เป็นภาระ” จึงถูกดำเนินคดี


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
12 hours ago
·
คดี ‘112’ จากขบวนเสด็จฯ
เมื่อถ้อยคำจำกัดเพียงการสรรเสริญ
“ไปไหนก็เป็นภาระ” จึงถูกดำเนินคดี
.
ช่วงเย็นของวันที่ 15 ต.ค. 2565 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปรากฏเหตุการณ์ชายคนหนึ่งถูกจับกุมและรวบตัวเข้าไปในบริเวณหอประชุมฯ จากกรณีตะโกนคำว่า ‘ไปไหนก็เป็นภาระ’ ในระหว่างมีขบวนเสด็จฯ ของรัชกาลที่ 10 และราชินี เคลื่อนผ่าน หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบชื่อภายหลังว่าคน ๆ นั้นคือ “อติรุจ” ประกอบอาชีพโปรแกรมเมอร์ ซึ่งขณะนั้นอายุ 25 ปี ผู้จบการศึกษาสาขาด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ แม้เขาจะเคยเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองมาบ้าง แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาแสดงออกทางความคิดเห็นผ่านคำพูด
.
วันนั้นประโยคเพียงประโยคเดียว กลับกลายให้เขาถูกล้อมตัวลากดึงจากเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ หนำซ้ำยังถูกแจ้งข้อหา ก่อนฟ้องเป็นจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน
.
ชวนอ่านบทสนทนากับอติรุจ หลังคดีดำเนินผ่านมาสู่ชั้นอุทธรณ์ โดยศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 16 มี.ค. 2569 นี้ในเวลา 13.00 น. หลังจากเมื่อปี 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และได้ประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์
.
ท่ามกลางบทสนทนาว่าด้วยชีวิตและความสนใจทางการเมือง ผ่านอาชีพโปรแกรมเมอร์ งานสายเทคนิค ที่ต้องคอยอัปเดตข่าวสารในและนอกประเทศ อติรุจมักย้อนเปรียบเทียบประวัติศาสตร์การเมืองไทย ใน 100 ปีหลัง ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะก้าวไปหนทางข้างอย่างไร ยิ่งกับการรัฐประหารรอบหลัง ๆ ที่ส่งผลให้ประเทศยังมีปัญหาด้านกฎหมายจำกัดเสรีภาพการแสดงออก อันล้วนสร้างภาระให้คนรุ่นหลังอย่างเขาไม่น้อยเลยทีเดียว
.
.
หมายเหตุ บทสัมภาษณ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2566
.
อ่านบทสัมภาษณ์เต็มบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/62155

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1338951078075359&set=a.656922399611567





#ยืนหยุดทรราชw159 14 มีนาคม 2569 “เปลวเทียนน้อย ด้อยแสง กว่าแสงไข แต่เจ้าใย ยังกระทำ ด้วยยากเข็ญ อ่อนแรงลม ทั้งแรงล้า แสนยากเย็น สู้ให้เห็น ว่าเปลวเทียน นี้มีแรง” —ฟ้า พรหมศร

https://www.facebook.com/watch/?v=940637931836999

https://www.facebook.com/wetheequalcitizen/posts/pfbid0ZjhKQ61Rtcfb6Aup1iXRN18Mz2d1qw6GRKqm4Y9bNByas6q7yt4GwYtYKMfcWfrPl

We, The People 
13 hours ago
·
#ยืนหยุดทรราชw159
14 มีนาคม 2569
“เปลวเทียนน้อย ด้อยแสง กว่าแสงไข
แต่เจ้าใย ยังกระทำ ด้วยยากเข็ญ
อ่อนแรงลม ทั้งแรงล้า แสนยากเย็น
สู้ให้เห็น ว่าเปลวเทียน นี้มีแรง”
—ฟ้า พรหมศร
#คืนสิทธิประกันตัว
#ปล่อยเพื่อนเรา
#นิรโทษกรรมประชาชน




ผู้เชี่ยวชาญการขุดเจาะน้ำมันของไทยรายหนึ่งชี้ การโจมตีเกาะค้าร์กโดยสหรัฐ จะปิดตายปลายท่อน้ำมันดิบแหล่งใหญที่สุดของโลก

ท่ามกลางความตื่นตระหนกต่อการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในไทย ผู้เชี่ยวชาญการขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติรายหนึ่ง ปริวิตกถึงการที่สหรัฐส่งกำลังทหารเข้ายึดเกาะค้าร์กในช่องแคบฮอร์มุซ ว่าจะทำให้ปลายท่อของบ่อน้ำมันแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกถูกปิดตาย

ภาณุรัช ดำรงไทย วิศวกรที่มีชื่อเสียงในด้านการขุดเจาะน้ำมันดิบ ปัจจุบันเป็นประธานนโยบายพลังงานของพรรคไทยก้าวใหม่ซึ่งมี สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าและผู้ก่อตั้ง เขียนถึงสถานการณ์โจมตียึดครองเกาะค้าร์กโดยสหรัฐว่าคือ ฝันร้าย

“นี่คือ 1 ใน 6 จุดยุทธศาสตร์ที่หากล่มสลาย โลกจะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง...หลายคนมองว่าเกาะ Kharg เป็นแค่ท่าเรือส่งออก แต่ในทางวิศวกรรมปิโตรเลียม มันคือ "ปลายก๊อก" ของโครงข่ายใต้ดินที่มหึมาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

• น้ำมันดิบมหาศาลถูกสูบขึ้นมาจากแหล่ง Ahvaz, Marun และ Gachsaran ซึ่งอยู่ลึกใต้ดินหลายพันเมตร

• ผ่านกระบวนการแยกก๊าซ (Degassing Stations) และสถานีเพิ่มแรงดัน (Pumping Stations) นับร้อยจุด

• ไหลผ่านท่อส่งน้ำมันข้ามน้ำข้ามทะเลมารวมกันที่เกาะเล็กๆ ขนาดเพียง 20 ตร.กม. แห่งนี้ เมื่อเกาะถูกยึดระบบ Upstream จะถูกปิดตาย”

แม้นว่าถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรั้มพ์อ้างว่า การโจมตีได้ทำลายเป้าหมายทางทหารอย่างราบคาบ แต่ไม่ได้แตะต้องระบบโครงสร้างของอุตสาหกรรมน้ำมันแต่อย่างใด “ด้วยเหตุผลของการรู้ผิดชอบชั่วดี” ทรั้มพ์กล่าวด้วยความสามหาว

“แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ่อน้ำมันของไทย เขาอธิบายว่า “หากอเมริกายึดเกาะได้ หรือมีการโจมตีจนเรือลูกค้า (โดยเฉพาะจีน) ไม่สามารถเข้ามารับน้ำมันได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ‘Consequence’ ที่รุนแรงระดับลูกโซ่:

1. Storage Overflow: คลังเก็บน้ำมันบนเกาะที่มีความจุกว่า 30 ล้านบาร์เรลจะเต็มภายในไม่กี่วัน เมื่อส่งออกไม่ได้ น้ำมันจะ ล้นท่อ

2. The Forced Shut-in: เมื่อปลายทางเต็ม ฝั่งต้นทาง (Upstream) ต้องรีบ "สั่งปิดหลุม" ทันที ซึ่งนี่คือความยุ่งยากระดับนรกของวิศวกร! การปิดหลุมผลิต (Well Shut-in) ไม่ใช่การบิดวาล์วหน้าบ้าน แต่มันคือการคุมแรงดันมหาศาลใต้ชั้นหิน หากปิดไม่ดีหรือปิดกะทันหันเกินไป แรงดันจะตีกลับจนอุปกรณ์พัง หรือร้ายที่สุดคือ ‘Formation Damage’ (ชั้นหินกักเก็บอุดตันถาวร)

3. The Invisible Damage: การยึดเกาะทำได้ในวันเดียว แต่การ ไล่ปิดระบบผลิต ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายท่อใช้เวลาเป็นสัปดาห์ และทุกวินาทีที่ล่าช้าคือความเสี่ยงที่ระบบท่อจะระเบิดจากแรงดันสะสม!”

เหตุผลสำคัญที่เขาชี้ชัดเช่นนั้นก็คือ “อเมริกาอาจยึดเกาะได้ แต่สิ่งที่พวกเขาจะได้ไปคือ ซากปรักหักพัง ของเทอร์มินัล เพราะเกาะ Kharg เล็กเกินกว่าจะเลี่ยงการทำลายสถานีปั๊มและคลังน้ำมันได้” ดังนั้น “เมื่อ 20 ล้านบาร์เรลหายไปจากสมการ” ผลกระทบต่อโลกก็ตามมา

“จีนและลูกค้ารายใหญ่จะเริ่ม แย่งชิง น้ำมันดิบเกรดใกล้เคียงจากทุกที่ในโลก (Supply Shock) ราคาน้ำมันจะพุ่งเป็นจรวด เพราะทุกคนรู้ดีว่า การกู้ระบบผลิตน้ำมันคืนมา ไม่ได้เร็วเหมือนการสร้างตึก”

(https://www.facebook.com/panurach.dumrongthai.58/posts/qHzPZmGV และ https://www.aol.com/articles/trump-faces-220858598.html?guccounter=1)

วันอาทิตย์, มีนาคม 15, 2569

🇺🇸 🇮🇷 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชวนชาติอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำมันจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งเรือเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ








จาก Occupy Democrats โพสต์ใน X

ด่วน! น่าสมเพช! ทรัมป์ขอความช่วยเหลือจากทั่วโลกเพื่อช่วยเขาออกจากวังวนปัญหาอิหร่าน ไม่ถึงสัปดาห์หลังจากที่ประกาศว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือเพราะเขา "ชนะแล้ว!"

เพื่อตอบโต้สงครามที่ผิดกฎหมายและไร้เหตุผลของทรัมป์ต่ออิหร่าน อิหร่านจึงปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมเหตุสมผล เหมือนที่พวกเขาเคยกล่าวไว้ว่าจะทำหากถูกโจมตี ซึ่งทำให้การขนส่งเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลกหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และสร้างหายนะที่คาดการณ์ได้สำหรับทรัมป์

ตอนนี้ทรัมป์จึงถูกบังคับให้ขอร้องประชาคมระหว่างประเทศให้ส่งเรือมาช่วยเปิดช่องแคบ เพื่อให้สามารถนำเข้าน้ำมันสำหรับแฟนๆ ของเขาที่ขับรถกระบะ F-150 ที่ดัดแปลงเกินความจำเป็น

“หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการที่อิหร่านพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งเรือรบไปร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาความปลอดภัยและเปิดใช้งานช่องแคบ เราได้ทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปแล้ว 100% แต่พวกเขายังสามารถส่งโดรนหนึ่งหรือสองลำ ทิ้งทุ่นระเบิด หรือยิงขีปนาวุธระยะใกล้ไปยังที่ใดที่หนึ่งตามแนวหรือในน่านน้ำนี้ได้ ไม่ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้อย่างยับเยินเพียงใดก็ตาม”

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร และชาติอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดที่ถูกสร้างขึ้นนี้ จะส่งเรือรบเข้ามาในพื้นที่ เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซไม่ตกเป็นภัยคุกคามจากชาติที่ถูกตัดหัวจนไร้สภาพอีกต่อไป ในระหว่างนี้ สหรัฐอเมริกาจะระดมทิ้งระเบิดถล่มแนวชายฝั่งอย่างหนักหน่วง และจะยิงเรือเล็กเรือใหญ่ของอิหร่านให้จมลงสู่ก้นทะเลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ในไม่ช้าเราจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมา ‘เปิดทำการ ปลอดภัย และเป็นอิสระ’ อีกครั้ง! ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์!”

การที่ทรัมป์ต้องออกมากล่าวถ้อยคำเช่นนี้ ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าสถานการณ์สงครามครั้งนี้กำลังดำเนินไปอย่างเลวร้ายเพียงใดสำหรับตัวเขา เพราะเมื่อหกวันก่อนหน้านี้เองที่เขาเพิ่งประกาศว่า “เราไม่จำเป็นต้องให้ใครเข้ามาร่วมรบในสงคราม ในเมื่อเราได้รับชัยชนะไปแล้ว!”

สถานการณ์ในความเป็นจริงนั้นห่างไกลจากคำว่า “ได้รับชัยชนะ” ไปมาก เพราะสงครามครั้งนี้กำลังลุกลามกลายเป็นหายนะระดับเดียวกับสงครามเวียดนามอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ในครั้งนี้ มันไม่มีเหตุผลอันใดเลยที่จะต้องก่อสงครามขึ้น และทรัมป์ก็ได้สร้างขุมนรกส่วนตัวขึ้นมาด้วยน้ำมือของเขาเอง

ยิ่งเมื่อพิจารณาจากบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของสงครามเวียดนามแล้ว เราย่อมมองเห็นสัญญาณเตือนภัยที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า และสามารถหลีกเลี่ยงที่จะไม่ก้าวเข้าไปสู่หายนะซ้ำรอยเดิมได้ บางทีเราควรหันมามุ่งเน้นดูแลกิจการภายในฝั่งของเราเอง และปล่อยให้ชาติอื่นๆ เขาได้ใช้ชีวิตตามวิถีทางของพวกเขาไปเถอะ

(Google Translate)