วันพฤหัสบดี, มีนาคม 05, 2569

บีบีซีไทยร่วมสังเกตการณ์ “การเลือกตั้งจำลอง” ที่จัดขึ้นภายในอาคารรัฐสภา ซึ่งใช้เวลาราว 2 ชม. ผลปรากฏว่าระดับความแม่นยำของ “ทีมนักสืบ” ทั้ง 5 ทีมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 88% โดยมีอยู่ 3 ทีมที่สามารถถอดรหัสบาร์โค้ดได้ 100%


สมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นผู้ดำเนินการหลักในการสาธิต "เลือกตั้งจำลอง"

ถอดรหัสบาร์โค้ดบนบัตร "เลือกตั้งจำลอง" สืบย้อนกลับไปหาผู้เลือกได้ 88%

หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว

ห้องรับรองสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชั้น 2 ของอาคารรัฐสภา แปรสภาพเป็น "หน่วยเลือกตั้งจำลอง" โดยมีอุปกรณ์ครบถ้วน ทั้งคูหาเลือกตั้ง หีบบัตรเลือกตั้ง ปากกา แบบขีดคะแนน และที่ขาดไม่ได้คือบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด (barcode)

เมื่อถึงเวลานัดหมาย 13.55 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ชี้แจงขั้นตอนสาธิต "การเลือกตั้งจำลอง" ซึ่งคล้ายคลึงกับการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แทบทุกประการ เพียงแต่ในสถานการณ์จำลองนี้ ให้ผู้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกก๋วยเตี๋ยวที่ชอบแบบบัญชีรายชื่อ 1 เมนู จากทั้งหมด 6 เมนู เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจกติกาตรงกัน ก็ได้เวลาเปิดหีบเลือกตั้ง

อาสาสมัคร 10 คน ซึ่งมีทั้งผู้สื่อข่าว นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และประชาชนรับบทผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกก๋วยเตี๋ยวที่ชอบ โดยมีอาสาสมัครอีก 4 คนทำหน้าที่กรรมการประจำหน่วยลงคะแนน (กปน.) ให้โหวตเตอร์ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตร จากนั้น กปน. ฉีกบัตรลงคะแนนที่มีบาร์โค้ดส่งให้ผู้ใช้สิทธิเข้าไปกากบาทเลือกในคูหา แล้วนำมาหย่อนลงหีบบัตรด้วยตนเอง

ทว่ากติกาพิเศษที่ผิดแผกไปจากการเลือกตั้งจริงคือ ให้ผู้ใช้สิทธิสามารถถ่ายรูปบัตรลงคะแนนที่กากบาทแล้วเอาไว้เป็นหลักฐาน

เมื่อโหวตเตอร์ทุกคนใช้สิทธิครบถ้วนแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการนับคะแนน โดยมี "ทีมนักสืบ" 5 ทีมร่วมภารกิจพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดสามารถระบุผู้ลงคะแนนได้จริงหรือไม่

ในขณะที่ กปน. เปิดหีบ-กางบัตรออกมาขานคะแนน-บันทึกคะแนนลงแบบขีดคะแนนบนกระดาน ทีมวิเคราะห์ข้อมูลก็ตั้งกล้องถ่ายรูปบัตรลงคะแนนทุกใบ ทดลองถอดรหัสด้วยอุปกรณ์ที่จัดเตรียมมาเองใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที และเปรียบเทียบกับผลการนับคะแนน

ผลปรากฏว่า ระดับความแม่นยำของ "ทีมนักสืบ" ทั้ง 5 ทีมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 88% โดยมีอยู่ 3 ทีมที่สามารถถอดรหัสได้ 100% คือตอบถูกหมดว่าโหวตเตอร์ทั้ง 10 คนลงคะแนนเลือกก๋วยเตี๋ยวเมนูใด และ 1 ทีมถอดรหัสได้ 90% (ตอบถูก 9 จาก 10 คน) และอีก 1 ทีมถอดรหัสได้ 40% (ตอบถูก 4 จาก 10 คน)



กมธ.การเมืองฯ ปัดแทรกแซง กกต. แค่ "ศึกษาเชิงวิชาการ"

กิจกรรมนี้จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ในวันเดียวที่ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน จาก 21 พรรคการเมือง ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนกว่า 37.8 ล้านคน โดยใช้บัตรเลือกตั้งสีชมพูที่มีบาร์โค้ด ท่ามกลางข้อถกเถียงของสังคมว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนน "ไม่เป็นความลับ" และ "ขัดต่อรัฐธรรมนูญ" หรือไม่

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า การทดลองนี้มีจุดประสงค์เพื่อ "ศึกษาเชิงวิชาการ" และจะนำข้อมูลไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษากระบวนการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม (Free & Fair Election) ซึ่งครอบคลุมทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง โดยจะเสนอรายงานและข้อเสนอแนะให้วุฒิสภาพิจารณาในสมัยประชุมหน้า พร้อมยืนยันว่า ข้อสรุปที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กระบวนการตีความข้อกฎหมายว่าการลงคะแนนเป็นความลับหรือไม่ลับ หรือขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ต้องการพิสูจน์ความเสี่ยงจากการมีบาร์โค้ดเท่านั้น เพื่อ กกต. จะได้นำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการทดลองไปพิจารณาและปรับปรุงการการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เขาย้ำด้วยว่า กมธ. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าให้จัดการเลือกตั้งจำลองนี้ตามที่ได้รับการประสานงานมา แต่ยอมรับว่ามีเพื่อน กมธ. บางส่วนตั้งคำถาม แต่เมื่ออธิบายว่าเป็นการพิสูจน์ทางวิชาการ ก็เข้าใจ


6 เมนูก๋วยเตี๋ยวที่ให้ผู้ออกเสียงโหวตเลือกในการเลือกตั้งจำลอง

ส่วนที่มีนักกฎหมายออกมาตั้งข้อสังเกตว่า กมธ. ไม่มีอำนาจตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งขององค์กรอิสระ เข้าข่ายแทรกแซงอำนาจหน้าที่ของ กกต. นั้น นายนรเศรษฐ์ย้ำว่าเจตนาของ กมธ. คือศึกษาเชิงวิชาการ ไม่ได้ทำเพื่อหาว่าใครถูกใครผิด กมธ. ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือบอกว่า กกต. ต้องทำหรือไม่ทำอะไร แต่มองว่าการพัฒนาการเมืองที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากคูหาเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนก็เริ่มที่คูหาเช่นกัน หากมีความสงสัยในกระบวนการเลือกตั้งย่อมกระทบต่อกระบวนการประชาธิปไตย

เช่นเดียวกับเสียงวิจารณ์ที่ว่าการจัดจำลองการเลือกตั้งเพื่อ "ฟอกขาว" ให้กลุ่มบุคคลที่ถูก กกต. กล่าวโทษดำเนินคดีอาญา ซึ่งประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ขอปฏิเสธ โดยบอกว่าเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ขณะนี้มีเพียงข่าว ยังไม่มีใครเห็นเนื้อหาของหมายแจ้งข้อกล่าวหาประชาชนแต่อย่างใด

ทีมนักสืบแกะรอยบาร์โค้ดหาผู้เลือกได้อย่างไร

สำหรับ "ทีมนักสืบ" ที่เข้าร่วมภารกิจแกะรอยบาร์โค้ดมีทั้งหมด 5 ทีม ประกอบด้วย ทีมนักศึกษามหาวิทยาลัย 2 ทีม ทีมนักเรียนมัธยม 1 ทีม และทีมประชาชนทั่วไป 2 ทีม แต่ละทีมใช้เทคนิคถอดรหัสบาร์โค้ดแตกต่างกันไป

ในการวัดความแม่นยำ ผู้จัดงานให้โหวตเตอร์อาสาสมัครมายืนประจันหน้ากับทีมนักสืบ แล้วให้แต่ละทีมทายผลการลงคะแนนของโหวตเตอร์รายนั้น ๆ

หญิงที่ชื่อ "ศิ" คือโหวตเตอร์คนแรกที่ใช้สิทธิและถูกทายผลการออกเสียง ซึ่งปรากฏว่ามี 4 จาก 5 ทีม ตอบถูกว่าเธอกากบาทเลือกก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หรือคิดเป็นความแม่นยำที่ 80%

จากนั้นโหวตเตอร์ที่เหลือ ก็ทยอยมาแสดงตัว-ให้ทีมนักสืบทายผลการออกเสียง พบว่า
  • มีบัตรลงคะแนนของโหวตเตอร์ 5 คน ที่ทีมนักสืบทุกทีมตอบถูกว่าออกเสียงอย่างไร คิดเป็น 100%
  • มีบัตรลงคะแนนของโหวตเตอร์ 4 คน ที่ทีมนักสืบ 4 จาก 5 ทีมตอบถูกว่าออกเสียงอย่างไร คิดเป็น 80%
  • มีบัตรลงคะแนนของโหวตเตอร์ 1 คน ที่ทีมนักสืบ 3 จาก 5 ทีมตอบถูกว่าออกเสียงอย่างไร คิดเป็น 60%

ทีมนักสืบปฏิบัติภารกิจสแกนบาร์โค้ด ในระหว่างการนับคะแนนเลือกตั้งจำลอง

เมื่อประมวลภาพรวมทั้งหมด ปรากฏว่ามี 3 ทีมที่สามารถถอดรหัสบาร์โค้ดได้ 100% คือตอบถูกหมดว่าโหวตเตอร์ทั้ง 10 คนลงคะแนนอย่างไร

ทีมนักศึกษาสายสืบ 1 ที่ทายผลถูกทั้งหมด เฉลยวิธีการถอดรหัสบาร์โค้ดเพื่อสืบย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนเสียงว่าใช้วิธีการถ่ายภาพ และใช้แอปพลิเคชันไลน์ยิงสแกนบาร์โค้ดตอนนับคะแนนซึ่งตรวจจับได้ไวมาก และสามารถระบุได้ว่าโหวตเตอร์ลงคะแนนอย่างไรหากรู้ว่าอยู่ในลำดับผู้ใช้สิทธิที่เท่าไร ทีมนี้ใช้เวลา 12 นาทีในการถอดรหัสบาร์โค้ด โดยไม่มีการสุ่มหรือคาดเดาเลย

ทีมนักศึกษาสายสืบ 2 อีกทีมที่ทายผลถูก 100% ใช้การถ่ายภาพนิ่งผู้ใช้สิทธิ และถ่ายภาพนิ่งบาร์โค้ดตอนนับคะแนน แล้วนำมา 2 ส่วนมาเทียบหาลำดับผู้ลงคะแนน แต่มีอุปสรรคเล็กน้อยจากการที่บาร์โค้ดโหวตเตอร์คนที่ 5-6 สแกนไม่ติด จึงต้องอาศัยการสุ่ม แต่ก็เดาถูก

ทีมนักสืบประชาชน สามารถถอดรหัสได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที ด้วยการเก็บคะแนนบัตรเลือกตั้งเป็นรายใบ และนำไปสแกนบาร์โค้ด เพื่อเช็กลำดับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในตารางที่เขาเขียนและบันทึกเอาไว้

ขณะที่ทีมนักเรียนสายสืบ ที่ทายถูก 60% แจ้งว่า พวกเขาใช้การอัดคลิปวิดีโอทั้งช่วงเลือกตั้งและขานคะแนน ทำให้ภาพบาร์โค้ดไม่ชัดเจน นำมาสแกนไม่ได้ ต้องอาศัยการคาดเดาร่วมด้วย

ผู้จัดงานสรุปว่า ความแม่นยำขึ้นกับการเตรียมตัว ความเข้าใจต่อกระบวนการเลือก และอุปกรณ์ที่ใช้งาน


ทีมนักสืบ 3 ทีมที่ทำผลงานการถอดรหัสบาร์โค้ดได้ถูกต้อง 100%

"เสียลับ" ในเลือกตั้งจำลอง จะส่งผลต่อเลือกตั้ง 8 ก.พ. หรือไม่

กระบวนการการเลือกตั้งจำลองใช้เวลา 2 ชม. ได้รับความสนใจจากผู้คนหลากหลายแวดวง อาทิ นักวิชาการด้านกฎหมาย นักการเมือง นักกิจกรรมการเมือง ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน รวมถึงประชาชนที่มีชื่อปรากฏว่าถูก กกต. แจ้งความดำเนินคดี ร่วมสังเกตการณ์การถอดรหัสบาร์โค้ดด้วย

อย่างไรก็ตามไม่มีผู้แทนจากสำนักงาน กกต. และตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตมาร่วมแต่อย่างใด ถึงแม้ กมธ. ทำหนังสือเชิญไปแล้วก็ตาม

ผู้ร่วมสังเกตการณ์ 2 คนคือ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ "บก.ลายจุด" นักเคลื่อนไหวการเมือง บอกตรงกันว่า กิจกรรมนี้ไม่ควรต้องจัดด้วยซ้ำ หาก กกต. ยอมรับว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้สืบย้อนกลับไปหาผู้ออกเสียงลงคะแนนได้

รศ.ดร.ปริญญาเรียกร้องให้ กกต. ยืนยันกับประชาชนว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่มีการใช้บาร์โค้ดอีก ซึ่งการพิสูจน์ในวันนี้สะท้อนว่าเพียงแค่รู้ลำดับการใช้สิทธิ ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าใครเลือกใคร เพราะบัตรเลือกตั้งไล่เรียงไปตามหมายเลข หากหัวคะแนนเพียงไปนั่งเฝ้า ก็สามารถจำหน้าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ และแค่สแกนบาร์โค้ดก็สามารถตรวจสอบผลการลงคะแนนได้ โดยไม่ต้องมีต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ดังนั้น กกต. จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยใด เขตใด ทุจริต

"ถ้าประชาชนรับเงินมา เขาต้องมีสิทธิกาไม่เลือกได้ นี่คือหลักเลือกตั้งโดยลับที่ กกต. ต้องคุ้มครองประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย" นักกฎหมายจาก มธ. กล่าว

นักกฎหมายอีกคนที่มาร่วมสังเกตการณ์คือ ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ความเห็นว่า คนที่บอกว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่เป็นโมฆะถือว่า "มีธง" ส่วนตัวไม่มีธง และขอแบ่งความลับการเลือกตั้งออกเป็น 3 ระดับ
  • ระดับผู้ใช้สิทธิออกเสียง หากเดินผ่านคูหาเลือกตั้ง ก็จะรู้ได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร แบบที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2549
  • ระดับเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีข้อถกเถียงว่าหากจับหัวกับหางบัตรเลือกตั้งมาเจอกัน ก็จะรู้ได้ว่าใครเลือกอะไร
  • ความลับในระบบ ซึ่งต้องหาต้นขั้วบัตรมาประกบกับหางบัตร ถึงจะรู้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร
"ที่ผ่านมา มีผู้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่ถูกซื้อจริง สิ่งที่ทำในวันนี้เปิดเผยให้เห็นว่ามันเปิดเผยผลการเลือกได้ทั้งหน่วย ถ้ารู้ลำดับที่การใช้สิทธิ และหมายเลขบัตรเลือกตั้ง ก็มีโอกาสรู้ว่าใครกาอย่างไร" ดร.เจษฎ์กล่าว

นักกฎหมายรายนี้กล่าวต่อไปว่า หาก กกต. คาดเดาได้ว่าเหตุที่เกิดการทราบคะแนนจากการทดลองต่าง ๆ 7 กกต. และเลขาธิการ กกต. ก็อาจถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการนี้

เขาจึงคาดหวังว่าผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องไปแล้วพิจารณา เพราะหากยังอยู่ในความคลางแคลงใจ การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ทำให้คนเชื่อว่าสุจริตไม่ได้ คนก็จะมองว่ารัฐบาลมาจากการโกง รัฐมนตรีมาจากการโกง ไม่ทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้


เจษฎ์ โทณะวณิก บอกว่า เขาไม่มีธงว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ต้องเป็นโมฆะหรือไม่

ผลการพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยวิธีที่เป็นวิทยาศาสตร์-ผ่านบัตรเลือกตั้งจำลองในวันนี้ อาจเพิ่มน้ำหนักให้กับสมมติฐานของฝ่ายที่ระบุว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสีชมพู ทำให้ "เสียลับ" ตามทัศนะของ ดร.เจษฎ์

เขายอมรับว่านี่เป็นเพียงการ "พิสูจน์ทางทฤษฎี" ยังไม่มีผลทางกฎหมาย ซึ่งภาระในการพิสูจน์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นของผู้ร้อง และต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการเรียกพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ความลับ เช่น อาจให้นำต้นขั้วบัตรและหางบัตรที่มีบาร์โค้ดเมื่อ 8 ก.พ. ไปพิสูจน์ หรือถ้าศาลเห็นว่าการเลือกตั้งจำลองวันนี้มีประโยชน์ ก็อาจนำไปประกอบได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลเลย

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 กำหนดให้การเลือกตั้ง สส. ใช้วิธี "ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ"

เอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญ 2560 จัดทำโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ขยายความหมาย "การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ" ว่าบุคคลอื่น "ไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด"


ธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ (ซ้าย) กับ ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหา 2 จาก 6 คน โดยมี กกต. เป็นผู้ฟ้องคดี

ภายหลังการเลือกตั้ง มีนักการเมือง นักกิจกรรมการเมือง และประชาชนฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. จากกรณีปรากฏบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในหลายศาลและหลายคดี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ออกมาพูดถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อ 3 มี.ค. ว่า ไม่มีความกังวลใจ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย และเป็นสิทธิของผู้ยื่นเรื่องฟ้องร้อง กกต. ก็จะสู้คดีต่อไป ไม่มีอะไร

นอกจากตกที่นั่งผู้ถูกกล่าวหา กกต. ก็ขอเป็นผู้กล่าวหา โดยมอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความต่อกองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในระหว่างการออกเสียงลงคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม. เมื่อ 22 ก.พ.

ถึงตอนนี้ กกต. ยังไม่เคยระบุชัดเจนว่าบุคคลที่ถูกฟ้องคือใคร แต่สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่ามีผู้ถูกกล่าวหา 6 คน ซึ่งมีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี/ไอที/เอไอ, นักการเมือง, อดีต กกต. และสื่อมวลชน โดยตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 66 วรรคสอง (ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.), ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่นฯ) มาตรา 209 (อั้งยี่) มาตรา 322 (เปิดเผยความลับ) และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14

ในวันนี้มี 3 จาก 6 คนที่ปรากฏชื่อในข่าวว่า กกต. แจ้งความให้มีการดำเนินคดีมาร่วมกิจกรรมจำลองการเลือกตั้งด้วย ประกอบด้วย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต., นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ "ดร.เรือบิน" ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม, นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีบล็อกเชน

https://www.bbc.com/thai/articles/cq57y97l405o




การเลือกก๋วยเตี๋ยวบนบัตรเลือกตั้งจำลองของภาคประชาชน ทำให้ กกต.หน้าชา อีกรอบ

https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid0zzXSJQxCCHNeK9jz9D8hMeKHaYrqa5wfT19RDsPNS5RsQY7KdjAsL6mBuEUPbHfsl

ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร 
8 hours ago
·
การเลือกก๋วยเตี๋ยวบนบัตรเลือกตั้งจำลองของภาคประชาชน ทำให้ กกต.หน้าชา อีกรอบ
เพราะลบคำว่า “ยากมาก” ออกจากพจนานุกรมของ กกต. ที่บอกว่า การสืบย้อนไปยังตัวบุคคล “ยากมาก“ เพราะต้องเอาของวิเศษ 3 อย่างมาประกอบกัน คือ บัตรที่เก็บไว้อย่างแน่นหนาในหีบ ต้นขั้วบัตรที่ซุกซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย และ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งมหาดไทยเป็นผู้ดูแล
แต่กลายเป็น “ง่ายมาก” เพราะแค่สังเกตุการณ์หน้าหน่วยกับมือถือที่ถ่ายภาพได้เครื่องเดียว ก็สามารถย้อนกลับได้ว่า บัตรแต่ละใบของใครเป็นผู้ลงคะแนน
ทีมนักสืบ 5 ทีม ประกอบด้วย
มี 3 ทีมที่ทายผลการเลือกของคน 10 คน ถูก ต้อง 100%
มี 1 ทีม ทายผลถูก 9 ใน 10 คน หรือ ทายถูก 90% และ อีก 1 ทีม ทายถูก 4 ใน 10 ราย หรือทายถูก 40 % เนื่องจากปัญหาจากการเลือกสื่อบันทึกภาพ
หากคิดเป็นร้อยละรวม จาก 50 รายการที่ทายถูกมี 43 รายการ หรือ คิดเป็นทายถูก 86%
ตัวเลข 86% ไม่ใช่มายากล ไม่ใช่ป๋าหี่ แต่มาการทดลองเชิงประจักษ์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ท่ามกลางการทำข่าวของสื่อที่มากันแออัดเป็นสักขีพยานกว่า 50 คน
บทสรุปคือ การออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด เป็นฝันร้ายของกกต. ที่อาจนำไปสู่การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้
กกต.ควรออกมายอมรับถึงความบกพร่องดังกล่าว มากกว่าการสะกดจิตตัวเองว่า ทำถูกกฎหมาย ไม่มีอะไรผิด หนำซ้ำยังเที่ยวข่มขู่คนไปทั่ว
วันนี้ หากยังไม่เชื่อ อยากให้ไปทดลองหน้าสำนักงาน กกต. แจ้งวัฒนะไหม จะ 50 ตัวอย่าง 100 ตัวอย่าง หรือ 300 ตัวอย่าง จัดให้ได้ครับ ขอให้บอกมา
Cr. ภาพ : The Standard
.....

Atukkit Sawangsuk 
5 hours ago
·
กกต.หค.ฟาดงวงฟาดงาหาเรื่องเอาผิดคนอื่น
เพื่อปกปิดความผิดตัวเอง
ความวิปริตผิดปกติมโหฬารในการเลือกตั้งครั้งนี้
แยกแยะทีละประเด็น เป็นความผิดอาญาได้ทั้งนั้น
ตั้งแต่การที่แอพนับคะแนนล่ม ใครจัดซื้อจัดจ้าง
ล่มแล้วทำอะไรกับตัวเลขในเวลา 3-4 ชั่วโมง
จนป่านฉะนี้ รับรอง สส.แล้วยังไม่ประกาศคะแนน
ไม่รู้คะแนนรวมตรงกับคะแนนหน้าหน่วยที่ประชาชนถ่ายภาพไว้หรือเปล่า
รับรอง สส.ปาร์ตี้ลิสต์
ไม่ประกาศคะแนนรวม คะแนนพรรค แล้วคำนวณมายังไง
พรรคใหญ่พรรคเล็ก พรรคที่ไม่ได้ สส. แจ้ง 157 ได้หมด
:
หีบบัตรมีปัญหา แบบชลบุรีไม่ยอมนับใหม่
สุพรรณบุรีถ้าไม่มีคนแจ้งไว้ก่อนก็คงไม่ยอมนับ
พอนับแล้วคะแนนผิดเป็นร้อย
ปัญหามันไม่ใช่แค่ความผิดของ กปน.อย่างที่พยายามตัดตอน
มันต้องไปดูว่าใครตั้ง กปน. การแต่งตั้งมีความผิดปกติไหม
มันมีข้อสังเกตว่า การตั้ง กปน.ครั้งนี้ ใช้ข้าราชการน้อยมาก ใช้อาสาเกือบทั้งหมด
คือข้าราชการต้นทุนสูง มานับคะแนนโกงเล็กโกงน้อยโดนไล่ออกปลดออกไม่คุ้ม ใช้อาสาง่ายกว่า
ใครรับผิดชอบต่อการตั้ง กปน.แบบนี้ ที่เอื้อให้มีการโกง




ทีใครทีมัน ความยุติธรรมบ้านเรา - ย้อนรอย 77 ปี เหตุการณ์สังหารโหด 4 อดีตรัฐมนตรี อาชญากรรมโดยรัฐและสัจธรรมการเมืองไทย หากขั้วอำนาจเปลี่ยนเมื่อไหร่ ความอีกข้างก็ปรากฏ?


BrandThink
19 hours ago
·
SOCIETY: ย้อนรอย 77 ปี
เหตุการณ์สังหารโหด 4 อดีตรัฐมนตรี
อาชญากรรมโดยรัฐและสัจธรรมการเมืองไทย
หากขั้วอำนาจเปลี่ยนเมื่อไหร่ ความอีกข้างก็ปรากฏ?
.
กลางดึกค่อนเช้ามืดของวันที่ 4 มีนาคม 2492 หรือเมื่อ 77 ปีที่แล้ว บริเวณถนนพหลโยธิน ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างการควบคุมตัวอดีตรัฐมนตรี 4 คน ได้แก่ ทองอินทร์ ภูริพัฒน์, จำลอง ดาวเรือง, ถวิล อุดล และ ทองเปลว ชลภูมิ ที่ล้วนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏ ย้ายจากสถานีตำรวจต่างๆ ไปฝากขัง ณ สถานีตำรวจนครบาลบางเขน
.
ทว่าเสียงปืนไม่รู้กี่สิบนัดดังขึ้น ณ ทุ่งบางเขน ชีวิต 4 อดีตรัฐมนตรีร่วงผล็อยด้วยรอยกระสุนขณะที่มือยังถูกกุญแจมือล็อกคาเอาไว้
.
กรณีนี้ทางกรมตำรวจแถลงว่ามีโจรจีนมลายูมาชิงตัวสี่อดีตรัฐมนตรี จึงเกิดการปะทะจนอดีตรัฐมนตรีทั้งสี่ถูกลูกหลงอยู่ในรถจี๊ปสเตชันแวกอนของตำรวจสันติบาล
.
แต่ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นายที่เดินทางมาอารักขาพร้อมอาวุธครบมือ กลับไม่แม้แต่จะได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายแต่ประการใด
.
ข้อฉงนหลายประการจึงอึงอลในสังคม เพราะนอกจากที่ตำรวจหลายนายจะไม่เป็นอะไรแล้ว เหตุใดผู้ก่ออาชญากรรมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรก่อเหตุอยู่ทางภาคใต้ เหตุใดต้องมาชิงตัวนักการเมืองที่ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองจากแดนอีสาน มีเพียงทองเปลว ชลภูมิ ที่ไม่ใช่นักการเมืองจากอีสาน ทั้งยังเป็นนักการเมืองที่มาจากปราจีนบุรี
.
อีกอย่าง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ปรากฏว่าโจรจีนมลายูที่เจ้าหน้าที่อ้างถึงนั้นเป็นใคร จับกุมได้แล้วหรือไม่
.
สังคมจึงพุ่งเป้าสาเหตุไปที่การกำจัดผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองของรัฐ ท่ามกลางความผันผวนภายหลังการรัฐประหารในปี 2490
.
สี่อดีตรัฐมนตรี พวกเขาล้วนเริ่มต้นเส้นทางทางการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้เป็นรัฐมนตรีในช่วงระหว่างที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม สิ้นอำนาจและถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรสงคราม และช่วงก่อนจะเกิดรัฐประหาร 2490 ที่นำโดย จอมพลผิน ชุณหะวัณ
.
หากกล่าวอย่างง่ายที่สุด ช่วงเวลาที่นักการเมืองเหล่านี้เป็นรัฐมนตรี คือช่วงเวลาที่ฝ่ายเสรีนิยมและสังคมนิยม ซึ่งมี ปรีดี พนมยงค์ เป็นแกนกลาง มีบทบาทโดดเด่นที่สุด เหนือกลุ่มอนุรักษนิยมที่เคยร่วมขบวนการเสรีไทยด้วยกันมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
.
ทั้งนี้อดีตรัฐมนตรีทั้งสี่ล้วนมีความสัมพันธ์อันดีและให้การสนับสนุนปรีดีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น ทองอินทร์, จำลอง และถวิล หรือสามอดีตรัฐมนตรีจากอีสานล้วนเคยเป็นสมาชิกของขบวนการเสรีไทย ส่วนทองเปลวเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ด้านกฎหมายของปรีดี ตั้งแต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงการปกครอง และเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะราษฎรในเวลาต่อมา
.
แต่ในที่สุด จอมพล ป. ก็หวนคืนสู่อำนาจอีกครั้งในปี 2491 ด้วยการสนับสนุนของคณะรัฐประหาร โดยมี พันเอกเผ่า ศรียานนท์ ในฐานะลูกเขยของจอมผลผิน และลูกน้องคนสนิทของจอมพล ป. เป็นผู้เทียบเชิญ
.
กลายเป็นว่าอดีตสี่รัฐมนตรีพลอยได้รับชะตากรรมไม่ต่างกัน นั่นคือการถูกควบคุมตัว ถูกตั้งข้อหาในฐานะผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐ
.
ในปี 2491 ทองอินทร์ ถวิล และจำลอง ถูกจับกุมในข้อหากบฏแบ่งแยกดินแดนอีสาน แต่ถูกปล่อยตัวเพราะไม่พบหลักฐานในการกระทำผิด ส่วนทองเปลวถูกจับกุมในเหตุการณ์กบฏเสนาธิการ หลังออกจากที่คุมขังก็ลี้ภัยไปยังปีนัง
.
หากคิดว่านี่เป็นการปราบปรามผู้ที่ถูกมองเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองที่เข้มข้นแล้ว ต้องเรียกว่าในเวลาอีกไม่นานจะปรากฏเหตุการณ์ที่เป็นขั้นกว่า เพราะจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ ‘กบฏวังหลวง’ ในปี 2492 เมื่อ ‘ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์’ ของปรีดี เปิดฉากยึดอำนาจกลับจากฝ่ายคณะรัฐประหาร แต่ต้องจบลงด้วยความล้มเหลว
.
คณะรัฐประหารจึงใช้โอกาสนี้จับกุมและกวาดล้างศัตรูทางการเมืองครั้งใหญ่ ส่งผลให้ทองอินทร์, ถวิล และจำลอง ถูกจับกุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2492 ส่วนทองเปลวได้รับโทรเลขลวงจากรัฐบาลแจ้งว่าปฏิบัติการของปรีดีสำเร็จ จึงเดินทางกลับไทยโดยเครื่องบินและถูกจับกุมตัวในวันที่ 1 มีนาคม 2492
.
แต่ละคนถูกคุมขังต่างสถานที่กัน ทองเปลวถูกคุมขังที่กองตำรวจสันติบาล จำลอง ดาวเรือง ถูกคุมขังยังสถานีตำรวจยานนาวา ถวิล ถูกคุมขังที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง และทองอินทร์ ถูกคุมขังในสถานีตำรวจจนครบาลสามเสน จนกระทั่งทั้งสี่ ถูกย้ายจากที่คุมขังเดิมและเกิดเหตุอันน่าสะพรึงขึ้น
.
ทว่าความฉงนสงสัยทั้งมวลค่อยๆ ลอยหายไปตามสายลม ไม่มีใครริอ่านแม้แต่จะปริปากท่ามกลางยุค ‘อัศวินผยอง’ ที่กรมตำรวจภายใต้การนำของพลตำรวจตรีเผ่า ศรียานนท์ ที่ถูกโอนย้ายมานั่งเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ (ที่ดูจะมีอำนาจเหนือกว่าอธิบดีตัวจริงเป็นไหนๆ) เรืองอำนาจและคอยเป็นมือเป็นไม้ในการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่ทวีเข้มข้นขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม อำนาจหาใช่สิ่งจีรังยั่งยืน เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตัดสินใจยึดอำนาจจากจอมพล ป. ในปี 2500 เป็นอันปิดฉากอำนาจทั้งจอมพล ป. และอธิบดีฯ กรมตำรวจ พลตำรวจเอกเผ่า ทั้งคู่ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ สิ้นยุคอัศวิน ผลัดเปลี่ยนสู่ยุคของคณะปฏิวัติ ยุคการเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ
.
นำไปสู่การรื้อฟื้นคดีเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มพิจารณาคดีครั้งแรกในปี 2502 มีการพิจารณากันสามชั้นศาล กระทั่งคดีสิ้นสุดเมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาในปี 2504
.
ความในคำพิพากษาลำดับเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุเอาไว้ว่า เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 3 มีนาคม 2492 พันตำรวจตรีหลวงพิชิตธุระการ รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เตรียมขบวนรถยนต์ตำรวจ 3 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 20 นาย ออกจากสวนอัมพรเพื่อไปรับตัวอดีตรัฐมนตรีทั้งสี่คน โดยหลวงพิชิตธุระการอ้างว่าจะนำตัวไปทำการสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน
.
อดีตรัฐมนตรีทั้งสี่ถูกให้นั่งรวมกันในรถคันที่ 2 และใส่กุญแจมือคู่กัน เมื่อรถเข้าสู่ริมคลองประปาสามเสน ได้มีการสั่งให้ดับไฟหน้ารถคันที่ 2 และ 3 โดยใช้เพียงไฟหรี่
.
จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น. นับเป็นวันที่ 4 มีนาคม 2492 เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14-15 ของถนนพหลโยธิน รถยนต์คันหน้าที่หลวงพิชิตธุระการนั่งไปได้ขับช้าลงแล้วมีเสียงปืนลั่นขึ้น 1 หรือ 2 นัด แล้วรถยนต์คันนั้นก็หยุด
.
หลวงพิชิตธุระการได้บอกให้อดีตรัฐมนตรีทั้งสี่ลงจากรถเพื่อความปลอดภัย โดยอ้างว่ารถคันหน้าถูกยิง แต่ทั้งสี่ไม่ยอมลง อีกทั้งอดีตรัฐมนตรีผู้หนึ่งยังเอ่ยปากร้องขอชีวิตขึ้น
.
ขณะนั้น พลตำรวจจัตวาผาด ตุงคะสมิต รองผู้กำกับการ กอง 4 กองตำรวจสันติบาลได้พูดขึ้นว่า “ไอ้พวกนี้กบฏแบ่งแยกดินแดน เอาไว้ทำไม” แล้วพลตำรวจจัตวาทม จิตรวิมล ผู้กำกับการ กอง 2 กองตำรวจสันติบาล ก็พูดเช่นเดียวกันว่า “ไอ้พวกนี้เป็นกบฏเอาไว้ทำไม”
.
พอสิ้นประโยค ได้ยินเสียงร้อยตำรวจเอกผาดเรียก “แนบๆ” สิบตำรวจเอกแนบ นิ่มรัตน์ พลตำรวจสมัคร ประจำกองตรวจตำรวจนครบาลใต้ วิ่งเข้ามาทางด้านหลังหลวงพิชิตธุระการ ถือปืนกลทอมสันยิงถล่มไปยังรถคันที่มีสี่อดีตรัฐมนตรีนั่งมาด้วย
.
หลังจากที่มั่นใจว่าอดีตรัฐมนตรีทั้งหมดเสียชีวิต นำไปสู่การสร้างพยานหลักฐานเท็จและอำพรางคดี โดยหลวงพิชิตธุระการสั่งให้ลูกน้องยิงข้างรถตนเองเพื่อทำรอยกระสุน และให้ตำรวจนำปลอกกระสุนกับบุหรี่ไปโรยตามโคนต้นไม้ รวมถึงเดินลุยน้ำในคูเพื่อให้ดูเหมือนมีคนร้ายดักซุ่มยิงแล้วหนีไป
.
ระหว่างนี้หลวงพิชิตธุระการ พลตำรวจจัตวาผาด พลตำรวจจัตวาทม ได้ไปแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ว่ามีคนร้ายดักชิงตัวผู้ต้องหาจนเกิดการปะทะ
.
ศาลจึงพิเคราะห์ว่า “ตามรูปคดีน่าเชื่อว่าผู้ตายทั้งสี่คนถูกนำตัวไปกำจัดเสีย ตามความประสงค์ของผู้เมาอำนาจขณะนั้น และผู้ตายถูกยิงถึงแก่ความตายด้วยน้ำมือของเจ้าพนักงานตำรวจที่ควบคุมตัวผู้ตายไปนั้นเอง” ไม่ได้มาจากการมีกลุ่มคนร้ายมาชิงตัวแต่ประการใด รวมถึงเชื่อว่า “ไม่มีเหตุที่จะต้องย้ายไปทำการควบคุมที่อื่นรวมกันไว้ทั้งสี่คน”
.
พลตำรวจจัตวาผาด พลตำรวจจัตวาทม และสิบตำรวจเอกแนบ ในฐานะจำเลยที่ 1, 2 และ 5 ของคดีนี้ ถูกตัดสินให้ถูกจำคุกตลอดชีวิตตามความผิดในมาตรา 249 ของกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 (เพราะการกระทำเกิดขึ้นก่อนที่ประเทศไทยจะหันไปใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499)
.
ส่วนพันตำรวจตรีหลวงพิชิตธุระการเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2499 จึงไม่ได้ตกเป็นจำเลยและถูกพิจารณาคดี
.
ด้านหนึ่ง การรื้อฟื้นคดีที่ผ่านมาแล้วนับสิบปี ถือเป็นการคืนความยุติธรรมให้กับฝั่งผู้เสียชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งอาจมองได้เช่นกันว่า ท้ายที่สุดความยุติธรรมในสังคมไทย ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ถือครองอำนาจไว้ แทนที่จะเป็นสิ่งอันควรคาดหวังได้เป็นสิ่งแรกๆ ของสังคม เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกและเหตุการณ์เดียว…
BrandThink

อ้างอิง:
เหตุการณ์สังหาร 4 อดีตรัฐมนตรี. https://tinyurl.com/5ab9frzy
อ่านคำพิพากษาคดีฆาตกรรมทางการเมือง “สี่อดีตรัฐมนตรี”. https://tinyurl.com/3mnh5353
ริมถนนพหลโยธินเลยแยกเกษตรไปทางเหนือ. https://tinyurl.com/bmhskdpu
ยิงทิ้ง 4 อดีตรัฐมนตรี นิยายของนักเขียนชั้นสวะ! อ้างเหตุผลไม่เข้าท่า! ตร.อาชีพฉีกหน้า ตร.สมุนการเมือง!. https://tinyurl.com/tazratsp
พล.ต.ท.หลวงพิชิตธุระการ ผู้ ‘สังหาร’ สี่อดีตรัฐมนตรี. https://tinyurl.com/azdv3utj
พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์. https://tinyurl.com/nzzcu7ct

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1496785802009751&set=a.811136580574680



สเปนนำร่องโลกไปแล้วหนึ่ง เรื่องที่ไม่อนุญาตให้เครื่องบินรบสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในสเปนโจมตีอิหร่าน


ทันโลก กับ Thai PBS
9 hours ago
·
นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีที่สเปนไม่อนุญาตให้เครื่องบินรบสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในสเปนเพื่อโจมตีอิหร่าน
.
หนึ่งวันหลังจากทรัมป์ขู่จะตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมดกับสเปน นายกรัฐมนตรีซานเชซ กล่าวในการแถลงผ่านโทรทัศน์ว่า “จุดยืนของรัฐบาลสเปนสามารถสรุปได้ด้วยคำว่า : ไม่เอาสงคราม”

“เราจะไม่ร่วมมือในสิ่งที่เป็นอันตรายต่อโลก ที่ขัดต่อคุณค่าและผลประโยชน์ของเรา เพียงเพราะกลัวการตอบโต้”

“เราคัดค้านหายนะครั้งนี้” ซานเชซกล่าว โดยให้เหตุผลว่าจุดยืนของเขามีหลายฝ่ายเห็นด้วย ทั้ง “รัฐบาลอีกหลายประเทศ” และ “ประชาชนหลายล้านคนทั่วยุโรป อเมริกาเหนือ และตะวันออกกลาง ที่ไม่ต้องการสงครามหรือความไม่แน่นอน”

เมื่อวานนี้ระหว่างพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่ทำเนียบขาว ทรัมป์เรียกสเปนว่าเป็นพันธมิตรที่ “แย่มาก” และเอ่ยถึงการที่นายกรัฐมนตรีซานเชซ ปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เรื่องการให้คำมั่นกับนาโต้ที่จะเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็นร้อยละ 5 ของจีดีพี ทั้งนี้ทรัมป์โต้แย้งมาตลอดว่าสหรัฐฯ แบกรับภาระของในนาโต้มากเกินไป

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1321024143391961&set=a.360866449407740
.....

เชียร์สเปนเป็นแชมป์บอลโลกเหยียบหน้าทรัมป์บนแผ่นดินสหรัฐเลย
Atukkit Sawangsuk







 

ชาวอเมริกันที่ติดอยู่ในตะวันออกกลาง ไม่พอใจต่อรัฐบาลสหรัฐฯที่ไม่แจ้งล่วงหน้าพอ อะไรคืออุปสรรค รัฐบาลอเมริกันมีแผนดำเนินการอย่างไรต่อจากนี้


American stuck in Middle East amid travel chaos voices frustration with U.S. government

CNS News

Mar 3, 2026

Sasha Hoffman, an American currently stranded in Dubai amid the U.S.-Israeli war against Iran, told CBS News' Shanelle Kaul she's frustrated after the State Department told U.S. citizens to leave the Middle East without any solutions.

https://www.youtube.com/watch?v=pBqV3E7AS8A
.....

ที่จริงแล้ว รัฐบาลทรัมป์ได้ออกคำเตือนเร่งด่วน แต่จังหวะเวลาและโลจิสติกส์ได้ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งอย่างมาก ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งอย่างเป็นทางการแก่ชาวอเมริกันในประเทศตะวันออกกลางกว่าสิบประเทศว่า "จงออกจากประเทศทันที" แต่พลเมืองจำนวนมากกลับพบว่าตนเองติดค้างอยู่เนื่องจากความรวดเร็วของการยกระดับความขัดแย้ง

นี่คือสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับคำเตือนและการตอบสนองของรัฐบาล:

1. คำสั่ง "ออกจากประเทศทันที"
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026 กระทรวงการต่างประเทศได้ออกประกาศเตือนภัยความมั่นคงระดับสูงสำหรับ 14 ประเทศและดินแดน รวมถึงอิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และจอร์แดน โดยเรียกร้องให้ชาวอเมริกันออกจากประเทศทันทีโดยใช้การขนส่งเชิงพาณิชย์ใด ๆ ที่มีอยู่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการเปิดตัว "ปฏิบัติการ Epic Fury" เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

2. ทำไมจึงไม่เตือนเร็วกว่านี้
นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่าคำเตือนดังกล่าวออกมาหลังจากที่การปฏิบัติการรบเริ่มต้นขึ้นและน่านฟ้าเริ่มปิดตัวลง ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงเรื่องนี้ในห้องทำงานรูปไข่ โดยระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวถูกดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการโจมตีที่อิหร่านวางแผนไว้ต่ออิสราเอลและพันธมิตรอื่นๆ เขากล่าวว่า:

"ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก... เราคิด—ผมคิดว่า... เรากำลังจะถูกโจมตี"

นักวิเคราะห์ทางทหารชี้ว่า คำสั่งอพยพล่วงหน้าจะส่งสัญญาณถึงการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้สูญเสียความได้เปรียบด้านการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว และอาจทำให้ทรัพยากรทางทหารถูกนำไปใช้ในการอพยพซึ่งจำเป็นสำหรับการสู้รบ

3. อุปสรรคในปัจจุบันสำหรับชาวอเมริกัน
ปัญหาหลักไม่ใช่การขาดการเตือนในขณะนี้ แต่เป็นความยากลำบากในการปฏิบัติตามคำเตือนนั้น:

การปิดน่านฟ้า: ศูนย์กลางสำคัญในดูไบ โดฮา และเทลอาวีฟ เผชิญกับการปิดตัวลงอย่างมากหรือการหยุดชะงักอย่างรุนแรง

บริการสถานทูตจำกัด: สถานทูตในหลายประเทศ (เช่น เลบานอนและคูเวต) ได้ระงับบริการตามปกติหรือสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉินเดินทางออกไป

ความวุ่นวายด้านโลจิสติกส์: ผู้เดินทางรายงานว่าต้องรอสายกับสายด่วนของกระทรวงการต่างประเทศเป็นเวลานานหลายชั่วโมง และหลายคนถามว่า "จะเดินทางออกไปได้อย่างไร" หากเที่ยวบินพาณิชย์ถูกระงับ

4. ขณะนี้กำลังดำเนินการอะไรบ้าง?
ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการตามมาตรการต่อไปนี้:

เครื่องบินทหารและเครื่องบินเช่าเหมาลำ: กระทรวงการต่างประเทศประกาศเมื่อวันที่ 3 มีนาคมว่ากำลังจัดหาเครื่องบินทหารและเครื่องบินเช่าเหมาลำเพื่ออพยพพลเมืองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และจอร์แดน

ความช่วยเหลือทางการเงิน: รัฐบาลระบุว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของเที่ยวบินเช่าเหมาลำเหล่านี้

เส้นทางภาคพื้นดิน: ในสถานที่ต่างๆ เช่น อิสราเอล สหรัฐฯ แนะนำให้เดินทางทางบกไปยังอียิปต์ (ผ่านด่านทาบา) เป็นทางออกที่เหมาะสมกว่าสนามบินเบนกูเรียนที่ปิดทำการ

(Google Gemini)



ผลสำรวจความเห็นของชาวอเมริกัน ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน


Majority of Americans disapprove of U.S. military action against Iran, CBS News poll shows

CBS News

Mar 3, 2026 

New CBS News polling captures how Americans feel about the war with Iran. CBS News executive director of elections and surveys Anthony Salvanto breaks down the findings.
.....


Pipob Udomittipong
11 hours ago
·
ผลสำรวจล่าสุดของ @CNN พบว่า คนอเมริกันเกือบ 6/10 คนไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการโจมตี #อิหร่าน เพราะกลัวว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารในระยะยาว ในทำนองเดียวกัน คนอเมริกัน 60% คิดว่าโดนัลด์ ทรัมป์ไม่มีแผนการที่ชัดเจนในการจัดการกับความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น

ส่วนอีก 62% บอกว่า ทรัมป์ควรขออนุมัติจากรัฐสภา หากจะมีการดำเนินการทางทหารใด ๆ เพิ่มเติม และมีเพียง 1/4 (27%) ที่เห็นว่าสหรัฐฯ ได้พยายามมากพอแล้วในการเจรจาทางการทูตกับอิหร่าน ก่อนจะใช้กำลังทหาร โดย 39% มองว่าสหรัฐฯ ไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการเจรจาทางการทูตก่อน และ 33% ไม่แน่ใจ

ก็แสดงว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ นอกจากไม่เห็นด้วยกับสงครามครั้งนี้ พวกเขายังเชื่อว่าทรัมป์เปิดฉากสงครามโดยไม่มีแผนรับมือกับผลลัพธ์ที่ตามมา เห็นนักข่าวถามทรัมป์ในการให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกเมื่อวาน นับแต่เปิดฉากโจมตีเมื่อวันเสาร์ว่า มีแผนการอพยพคนอเมริกันที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไร ทรัมป์ไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน คงเพราะไม่ได้เตรียมอะไรมาก่อนเลย

Stephen Zunes ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการโครงการศึกษาตะวันออกกลาง มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโกให้สัมภาษณ์ @France24 (https://youtu.be/s0uTJrtFfFI) น่าสนใจมากว่า เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยประธานาธิบดีบุช ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์ The State of Union ก่อนจะเปิดฉากสงครามใน #อิรัก

บุชใช้เวลากว่าครึ่งในการพูด เพื่อกล่อมคนอเมริกันให้สนับสนุนสงครามในอิรัก แม้ว่าข้ออ้างของเขา (Weapon of Mass Destruction ฯลฯ) จะได้รับการพิสูจน์ในเวลาต่อมาว่าเป็นข้อมูลเท็จก็ตาม แต่อย่างน้อยบุชทุ่มเทพลังงานและเวลาเพื่อโน้มน้าวใจคนอเมริกันและรัฐสภาให้สนับสนุนสงครามของเขา

ในทางกลับกัน ทรัมป์ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์เดียวกันนานถึง 1 ชม. 48 นาที นานสุดเป็นประวัติศาสตร์ แต่เขาใช้เวลาเพียง 3 นาทีเพื่อพูดเรื่องอิหร่าน และพูดแบบกว้าง ๆ เท่านั้น แสดงว่าทรัมป์ไม่แคร์ว่าคนอเมริกันหรือรัฐสภาจะคิดยังไงกับเรื่องนี้ หรือตอนนั้นอาจยังไม่ชัวร์ว่าจะบุกอิหร่านหรือไม่

ทั้งที่การตัดสินใจครั้งนี้มีต้นทุนมหาศาลแน่นอน และ “Wars are expensive.” ขีปนาวุธแต่ละลูกที่ยิงเพื่อโจมตี หรือเพื่อป้องกัน (interception) มีมูลค่ามหาศาล และจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพ.ย.แน่นอน

อล่าลืมว่า ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีครั้งแรก เพราะพวก “white working class” ที่เปลี่ยนใจจากการโหวตให้เดมโมแครต หันมาโหวตให้ทรัมป์ เพราะมองว่าฮิลลารี คลินตันมีภาพเป็น “เหยี่ยว” “hawkish” สนับสนุนสงครามในอิรัก อัฟกานิสถาน ลิเบีย ฯลฯ ในขณะที่ทรัมป์เสนอตัวเองเป็น “peace candidate” “Bring the troops home” “America First” ซึ่งถ้าทรัมป์ปล่อยให้สงครามอิหร่านยืดเยื้อต่อไป เขาจะต้องสูญเสียโหวตเตอร์กลุ่มนี้ไป

และแน่นอนฐานเสียงสำคัญของเขาคือ #MAGA ซึ่งไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรในการทำสงครามเพื่อประเทศอื่น

ปมสำคัญอย่างหนึ่งของพวก MAGA คือ #อิสราเอล สาวกหลายคน รวมทั้ง Tucker Carlson มองว่า ทรัมป์เอาใจประเทศนี้มากเกินไป มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน MTG ที่เคยเป็นสาวกทรัมป์อย่างเหนียมแน่น แต่ตอนหลังลาออกจากการเป็นสส. เพราะขัดแย้งกับเขาเรื่องเอปสตีนไฟล์ ออกมาจวกทรัมป์แรงมาก “เรากำลังทำสงครามบ้า ๆ (_cking war) อีกครั้ง และทหารอเมริกันกำลังถูกฆ่า” “เราจำเป็นต้องมีการพูดคุยอย่างจริงจังเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศนี้”

และตอนนี้หลังจากบอมบ์โรงพยาบาลไป 9 แห่ง บอมบ์โรงเรียนหญิงล้วน ฆ่าเด็กตายไป 150 กว่าคน สหรัฐฯ และอิสราเอลยังบอมบ์โรงยิมของนักบาสเกตบอลหญิง บอมบ์อาคารสภาเสี้ยวเดือนแดง บอมบ์สถานีโทรทัศน์ และโจมตีอาคารที่พักอาศัย ทำให้คนตายไปน่าจะเกิน 800 คนแล้ว โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะหาทางลงได้

สงครามในอิหร่านกำลังจะกลายเป็น “A forever war” อีกครั้ง แบบเดียวกับในอัฟกานิสถาน แบบเดียวกับอิรัก

แต่อาจจะเลวร้ายกว่านั้นอีก เพราะอิหร่านมีประชากรมากกว่าอิรักถึง 3 เท่า มีความหลากหลายด้านชาติพันธุ์ ศาลนา ขนเผ่า อุดมการณ์ และความหลากหลายทางการเมืองมากกว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแสวงหาอุดมการณ์ร่วม ซึ่งเป็นที่ยอมรับของประชากรกว่า 90 ล้านคนได้ ขนาดอิรักที่เล็กกว่าถึงสามเท่า อเมริกายังไม่สามารถทำ “regime change” ที่นำไปสู่สันติภาพถาวรได้เลย

ไม่ต้องพูดว่าตอนนี้ ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ IAEA ให้สัมภาษณ์ NBC News ว่า คณะผู้ตรวจสอบของเขาไม่พบหลักฐานว่ามีโครงการสร้างอาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นระบบในอิหร่าน แม้ว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ จะกล่าวอ้างเช่นนั้นก็ตาม

ราฟาเอล กรอสซี บอกว่า หน่วยงานของเขายังไม่พบ "องค์ประกอบของโครงการที่เป็นระบบและมีโครงสร้าง ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์" ในอิหร่าน หมายความว่าที่อ้างว่า อิหร่านเป็น “imminent threat” “ภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น” กับสหรัฐฯ จึงน่าจะเป็นเรื่องโกหก แบบเดียวกับเรื่อง WMD ในสมัยสงครามอิรัก

ที่สำคัญอีกอย่างคือ คำอธิบาย “narrative” ที่กลับกลอกไปมา โดยก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า สาเหตุที่สหรัฐฯ ต้องบอมบ์อิหร่าน เพราะอิสราเอลแจ้งว่าจะมีการโจมตีอิหร่าน ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้อิหร่านตอบโกลับด้วยการบอมบ์เป้าหมายของสหรัฐฯ เช่นกัน เป็นเหตุให้สหรัฐฯ ต้องบอมบ์อิหร่านก่อน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อิหร่านบอมบ์สร้างความเสียหายให้กับฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือที่เรียกว่า “preemptive strike”

แต่เมื่อวาน ในการปรากฏตัวเพื่อให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรกในรอบสามวัน (ซึ่งผิดปรกติวิสัยของทรัมป์ที่ขอบตอบคำถามสื่อ) ทรัมป์บอกว่า อิสราเอลไม่ใช่เป็นปท.ที่กดดันให้สหรัฐฯ บอมบ์อิหร่าน และมาร์โก รูบิโอที่พูดตรงข้ามกับที่ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ โดยบอกว่าเป็นสหรัฐฯ ต่างหากที่บอกให้อิสาราเอลยิงถล่มอิหร่านก่อน

จึงยังสรุปไม่ได้อยู่ดีว่า สาเหตุที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเพียงประเทศเดียวคืออิสราเอล ทำไมต้องบอมบ์อิหร่าน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงฉบับใหม่ โดยมีโอมานเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยวันเดียวกับที่ทรัมป์โจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ สื่อรายงานว่า รมต.ต่างประเทศโอมานให้สัมภาษณ์ CBS News บอกว่า มีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อควบคุมโครงการนิวเคลียร์

โดยเขาบอกว่าเป็น "ความสำเร็จที่สำคัญที่สุด” และ “ผมเชื่อว่านี่คือข้อตกลงที่จะทำให้อิหร่านไม่มีวันจะมีวัตถุดิบเพื่อผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้" เขาบอกอีกว่า ตามข้อตกลงใหม่นี้ อิหร่านจะอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบจาก IAEA เข้าไปในโรงงานนิวเคลียร์ของตนด้วย ซึ่งถือว่าเป็น "ความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"

ชัดเจนว่า ยุทธวิธีของอิหร่านตอนนี้คือการยิงแบบฟาดหัวฟาดหาง เพราะมันเป็นสงครามเพื่อ “ความอยู่รอด” ของระบอบทรราช ยิงหมดทุกประเทศแถวนั้น เท่าที่จะสามารถยิงได้ รวมทั้งการยิงถล่มโอมานที่เป็นมิตรประเทศด้วย เพื่อสร้างความปั่นป่วนทางทหารในภูมิภาค และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ

ทั้งหมดเป็นเพราะอิหร่านรู้ว่า ทรัมป์มีเวลาไม่มากในการทำสงครามราคาแพงครั้งนี้ เพราะอิหร่านรู้ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการทำสงคราม ไม่ต้องพูดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าราคาน้ำมันกับก๊าซขึ้นไปอีก เพราะอิหร่านรู้ว่า คะแนนเสียงของทรัมป์ตกต่ำอย่างมาก เพราะอิหร่านรู้ว่า กำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่ปลายปีนี้ ซึ่งอาจทำให้รีพับลิกันสูญเสียเสียงข้างมากในทั้งสองสภา ทำลาย "trifecta" การครองเสียงข้างมากทั้งในฝ่ายบริหาร และทั้งสองสภาของทรัมป์ไป
 
https://www.facebook.com/photo?fbid=10163816759876649&set=a.10150096728651649







 https://x.com/AJEnglish/status/2029147614499717329




มีคนทำคลิปรายละเอียด ระบบการป้องกันที่ขีปนาวุธของอิหร่านโดยอิสราเอลว่า จำเป็นต้องผ่านกี่ชั้นก่อนที่จะเข้าถล่มได้





https://x.com/SpeakWithDeeDee/status/2029166020154233314


 

อดีตเจ้าหน้าที่มอสสาด อารี เบน เมนาเช ยืนยันว่าเนทันยาฮูกำลังแบล็กเมล์ทรัมป์ “รัฐบาลอเมริกันถูกอิสราเอลดักจับ เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่พวกเขาใช้เพื่อดักจับพวกเขา”






https://x.com/AdameMedia/status/2029052882738151876

ADAM
@AdameMedia

Ex-Mossad Ari Ben Menashe confirms Netanyahu is BLACKMAILING Trump. “The American Government is TRAPPED by the Israelis. Jeffrey Epstein was one of their tools to trap them.”

We’re all paying the price.
.....

Voranai Vanijaka
@voranai
·8h

อดีตเจ้าหน้าที่มอสสาด อารี เบน เมนาเช ยืนยันว่าเนทันยาฮูกำลังแบล็กเมล์ทรัมป์ 

“รัฐบาลอเมริกันถูกอิสราเอลดักจับ 

เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่พวกเขาใช้เพื่อดักจับพวกเขา”

พวกเราทุกคนกำลังจ่ายราคาอยู่



Russian Pranksters หลอก เรซา ปาห์ลาวี ให้เชื่อว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของนายเมอร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แม้จะมีข้อพิรุธหลายข้อ เรซา ปาห์ลาวี ยังตกหลุมพลาง





https://x.com/DD_Geopolitics/status/2029139480787980628


 

ลับ ลวง พราง




จุดแข็งและจุดอ่อนของ “เมืองขีปนาวุธ” ใต้ดินของอิหร่าน


Iran military shows footage giving tour of underground 'missile city'

ShanghaiEye

Mar 26, 2025

Footage shared on Tuesday (March 25) showed Iranian Chief of staff of the Armed Forces, General Mohammad Bagheri, and Amir Ali Hajizadeh, IRGC Aerospace Force Commander, visiting what Iranian media said was an underground missile city. The two officials boarded a vehicle that toured the underground complex, passing by rows of parked vehicles carrying various ballistic missiles. An Iranian flag and IRGC logo were displayed on the lead vehicle in a convoy carrying weapons. "If we start today, we will unveil a new missile city every week, the project will continue for the next two years," said Hajizadeh in an interview.

https://www.youtube.com/watch?v=v2xVNk1LEw8
.....

“เมืองขีปนาวุธ” ใต้ดิน ของอิหร่าน

Gemini กล่าวว่า

“เมืองขีปนาวุธ” ของอิหร่านเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ของฐานทัพใต้ดินที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา ออกแบบมาเพื่อจัดเก็บ ผลิต และยิงขีปนาวุธและขีปนาวุธร่อนจำนวนมากของประเทศ

สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์การป้องปรามของอิหร่าน มีจุดประสงค์เพื่อให้กองทัพสามารถเอาตัวรอดจากการโจมตีชิงลงมือและสามารถตอบโต้ได้อย่างรุนแรง

1. โครงสร้างและขนาด
ตามรายงานของสื่อของรัฐอิหร่านและเจ้าหน้าที่ทหาร “เมือง” เหล่านี้มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ความลึก: โดยทั่วไปแล้วจะถูกเจาะเข้าไปในภูเขาที่ความลึกถึง 500 เมตร (ประมาณ 1,640 ฟุต) ทำให้แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากระเบิดเจาะบังเกอร์แบบธรรมดา

ระบบอัตโนมัติ: ภาพวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นถึงระบบอัตโนมัติที่ซับซ้อนคล้ายกับระบบรถไฟ ขีปนาวุธถูกจัดเก็บในแนวตั้งใน "คลังเก็บ" (คล้ายปืนลูกโม่ขนาดใหญ่) และเคลื่อนย้ายไปตามรางไปยังตำแหน่งยิง ทำให้สามารถยิงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เครนในการบรรจุใหม่ด้วยมือ

อเนกประสงค์: นอกเหนือจากการจัดเก็บแล้ว สถานที่เหล่านี้มักรวมถึงสายการประกอบใต้ดิน คลังเชื้อเพลิง และศูนย์บัญชาการและควบคุม

2. สถานที่ทางยุทธศาสตร์
แม้ว่าสถานที่หลายแห่งยังคงเป็นความลับ แต่สถานที่สำคัญหลายแห่งได้รับการระบุหรือเปิดเผยผ่านการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ:

คอร์รามะบาด (จังหวัดโลเรสถาน): หนึ่งในสถานที่ที่ใหญ่ที่สุดและมีการป้องกันอย่างแน่นหนาที่สุด เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บขีปนาวุธระยะไกล เช่น ชาฮับ-3

ทาบริซ (อาเซอร์ไบจานตะวันออก): ถูกระบุว่าเป็นฐานยิงขีปนาวุธระยะไกลขนาดใหญ่ที่สามารถโจมตีเป้าหมายทั่วตะวันออกกลางและยุโรปได้

ฮอร์โมซกันและชายฝั่งทางใต้: "เมือง" เหล่านี้มักเป็นที่เก็บขีปนาวุธต่อต้านเรือและโดรนที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีทรัพย์สินทางทะเลในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ

อีเกิล 44 (โอฆับ 44): ฐานทัพอากาศใต้ดินเฉพาะทางที่เปิดตัวในปี 2023 ออกแบบมาเพื่อเก็บเครื่องบินรบและโดรนที่ได้รับการปกป้องจากหินภูเขาหนา

3. วัตถุประสงค์: ขีดความสามารถในการ "โจมตีตอบโต้"
เป้าหมายหลักของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้คือการอยู่รอด

การป้องกัน: ด้วยการย้ายคลังอาวุธลงใต้ดิน อิหร่านจึงปกป้องทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดจากสายตาสอดแนมและการทิ้งระเบิดทางอากาศจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอล

การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว: ฐานทัพเหล่านี้ทำให้อิหร่านสามารถยิงขีปนาวุธจาก "ช่องเปิด" ที่ซ่อนอยู่บนพื้นดินหรือด้านข้างของภูเขา ทำให้ฝ่ายตรงข้ามคาดเดาได้ยากว่าการโจมตีจะมาจากที่ใด

สงครามจิตวิทยา: อิหร่านมักเผยแพร่วิดีโอคุณภาพสูงของอุโมงค์เหล่านี้ ซึ่งประกอบไปด้วยขีปนาวุธที่มีความแม่นยำสูงและหน่วยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ชั้นยอด เพื่อเป็น "การแสดงแสนยานุภาพ" ในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดในภูมิภาคสูง

4. จุดอ่อน
แม้จะมีรูปลักษณ์ที่น่าประทับใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนหลายประการ:

จุดคอขวด: ทางเข้าและทางออกเป็น "จุดอ่อนเพียงจุดเดียว" หากอุโมงค์พังทลายหรือถูกปิดกั้นด้วยการโจมตีอย่างแม่นยำ ฐานทัพจะกลายเป็น "สุสาน" สำหรับอุปกรณ์ภายใน

อันตรายจากสภาพแวดล้อม: การเก็บขีปนาวุธเชื้อเพลิงเหลวไว้ในอุโมงค์ที่ปิดมิดชิดโดยปราศจากระบบระบายอากาศและระบบดับเพลิงระดับโลกนั้นอันตรายอย่างยิ่ง การรั่วไหลหรือประกายไฟเพียงครั้งเดียวอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ร้ายแรงได้



เริ่มมีการแชร์และพูดถึง “เมืองขีปนาวุธ” ใต้ดิน ของอิหร่าน ที่อาจจะทำให้สงครามครั้งนี้ยืดเยื้อไม่จบเร็ว


Iranian Missile City On Cam: IRGC Showcases Kheibar Shekan, Sejil, Emad and Qadr Missile Systems

Times of India

Mar 4, 2026 

Before its war with Israel and U.S., Iran revealed what it describes as its most strategically important underground missile city, buried deep within its rugged mountainous terrain. The sprawling subterranean complex was shown in state media footage as housing thousands of advanced ballistic missiles, including long-range Kheibar Shekan, Sejil, Emad and Qadr systems, among others, all designed to bolster Tehran’s strike capability and deterrence posture. Iranian military officials then hailed the facility as a core pillar of the nation’s defence network, showcasing hardened infrastructure and diverse missile assets at a time of escalating regional tensions. Watch.

https://www.youtube.com/watch?v=E77VPwbh2OA






 

วันพุธ, มีนาคม 04, 2569

นักวิชาการชาวแคนาดาเชื้อสายจีนชี้ ทรั้มพ์นำประเทศเข้าสู่สงครามทั้งๆ ที่มีเสียงค้านระงม เพราะความอหังการ (Hubris) ของเขาเอง

สัปดาห์ที่สองของสงคราม อิสรเอล/สหรัฐ ต่ออิหร่าน ท่ามกลางการตอบโต้ด้วยจรวดนำวิถีและโดรนจากอิหร่าน ยิงใส่ภายในกรุงเทลอาวิฟและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ หลายแห่งเป็นที่ตั้งยุทธศาสตร์ทางทหารสำคัญๆ สำหรับอเมริกา

แม้ประธานาธิบดีทรั้มพ์และลูกน้องจะตีอกชกลมประโคมตนเองว่าชนะศึกอย่างงดงาม แต่ก้ยังไม่สามารถตอบคำถามจากสื่อและมหาชนอเมริกันได้ว่า ได้มีการวางแผนจบสงครามไว้อย่างไร โดยเฉพาะเป็นการก่อสงครามโดยไม่ถามสภาคองเกรส

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์การกระทำของทรั้มพ์ที่ใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ดั่งเป็นกษัตริย์สมบูรณายาสิทธิราช บทวิจารณ์รายหนึ่งกล่าวถึงความน่าจะเป็นต่อไป จากการสัมภาษณ์ศาสตราจารย์ เจียง คิวกิน นักวิชาการสัญชาติแคนาดา เชื้อสายจีน ไว้น่าสนใจ

โปรเฟสเซอร์เจียง ผู้มีชื่อเสียงในการวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์การเมืองโลกทางช่องยูทู้บ รายการ Predictive History’ ซึ่งเขาทำนายไว้ถูกต้อง ๒ ใน ๓ ข้อเกี่ยวกับ ดอแนลด์ ทรั้มพ์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๒๔ ว่าทรั้มพ์จะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และสหรัฐจะทำสงครามกับอิหร่าน

ข้อที่สามที่อยู่ระหว่างรอดูผล นั้นเขาทำนายว่าท้ายที่สุดสหรัฐจะพ่ายสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน เขายืนยันข้อนี้เมื่อตอบคำถามของรายการ Breaking Point เมื่อวันก่อน ด้วยเหตุผลว่า อิหร่านเตรียมการรับมือกับสงครามนี้มาแล้ว ๒๐ ปี

จะเห็นได้ว่าการสูญเสียผู้นำสูงสุดพร้อมๆ กับแกนนำอีกหลายคน ไม่ได้ทำให้ศูนย์บัญชาการการนำต้องสั่นคลอนหรือล่มสลายอย่างที่ทรั้มพ์และพวกมุ่งหวังแต่อย่างใด วันนี้อิหร่านมีผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งเป็นลูกชายของ คาไมนี

และโหมปฏิบัติการ เอาคืน กับอิสรเอลและประเทศลิ่วล้อสหรัฐในตะวันออกกลางอย่างระเห็ด ศจ.เจียงบอกว่ากองทัพสหรัฐไม่ได้ออกแบบมาให้สู้ศึกในศตวรรษที่ ๒๑ แต่ใช้ทำการรบในสงครามเย็นเป็นหลัก จึงเต็มไปด้วยเทคโนโลยี่ขั้นสูงที่ราคาแพงและสิ้นเปลือง

เขายกตัวอย่างว่าการโจมตีที่มั่นทางทหารในเทลอาวิฟของโดรนอิหร่าน สามารถเล็ดรอดการสกัดกั้นด้วยจรวดนับสิบของสหรัฐได้ง่ายดาย โดรนลูกเดียวราคาเพียงล้านเหรียญสามารถทำลายเป้าหมายตรงเผง แต่จรวดอเมริกันสิบลำราคา ๑๐ ล้านเหรียญ วืดพลาดเป้าซะงั้น

เจียงยังตอบคำถามเรื่องที่ว่ารัฐมนตรีกลาโหมอเมริกัน พี้ธ แฮ้กเส็ธ แย้มว่าอาจส่งกองกำลังทหารภาคพื้นดินบุกเข้าไปยึดเตหะราน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอเมริกันส่วนมากจะต่อต้าน ดูจากเมื่อเริ่มทิ้งระเบิดอิหร่าน คนอเมริกัน ๗๘% ไม่เห็นด้วย

เจียงตอบคำถามอีกข้อได้อย่างน่าทึ่ง ที่ว่าเพราะอะไรทรั้มพ์จึงก่อสงครามทั้งๆ ที่ขัดแย้งความรู้สึกประชาชน เขาว่าเพราะทรั้มพ์โดนซาอุดิอาราเบียและอิสรเอลติดสินบน (Bribe) ซาอุฯ ซื้อทรั้มพ์ด้วยเงินอุดหนุนให้แก่ แจเร็ด คุสเนอร์ ลูกเขยของเขา ๒ พันล้านเหรียญ

จากอิสรเอล มิเรียม อิเดลสัน ภรรยาของ เชลดอน อิเดลสัน มหาเศรษฐียิวที่สนับสนุนกลุ่มการเมืองขวาจัดในสหรัฐ ในปี ๒๕๑๖ เคยมอบเงิน ๒๕ ล้านดอลลาร์ให้กับการหาเสียงของทรั้มพ์ กับอีก ๖๕ ล้านแก่พรรครีพับลิกัน แล้วยังปาวารณาจะให้อีก ๒๕๐ ล้านถ้าทรั้มพ์ลงเลือกตั้งอีกเป็นสมัยที่สาม

ประเด็นสำคัญที่ ศจ.เจียงเชื่อว่าทำให้ทรั้มพ์ก่อสงครามทั้งๆ ที่ผู้บัญชาการร่วมกองทัพสหรัฐคัดค้าน อยู่ที่ความ อหังการ (Hubris) ของทรั้มพ์เองที่คิดว่ามีสมรรถนะทางทหารสูง ทำอะไรก็ได้ เขาจึงก่อสงครามเพื่อสร้างสถานการณ์

เพราะความยะโสโอหัง ต้องการจะเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สาม ทั้งๆที่ธรรมเนียมปฏิบัติไม่มีใครเป็นเกินสองสมัย ถ้าการรบกับอิหร่านบานปลายขยายเป็นสงครามขนาดใหญ่ระดับสงครามโลก เขาอาจจะขอเลื่อนการเลือกตั้งกลางเทอมออกไป

รวบรัดไปอีกสองปีเลือกตั้งเมื่อครบเทอม นั่นในภาวะสงครามจะทำให้คองเกรสยินยอม และเขาได้ลงชิงตำแหน่งอีกสมัย เป็นประธานาธิบดีมากสมัยกว่าใครๆ ในประวัติศาสตร์ นี่เองที่อธิบายความอหังการได้อย่างเหมาะเหม็ง

(https://x.com/Bricktop_NAFO/status/2028820108919898524, https://x.com/TheDefiantGhost/status/2028951545325461867 และ https://www.google.com/Professor+Jiang+Xueqinid=opera&ie=oe=UTF-8)