วันศุกร์, ตุลาคม 02, 2569

‘น้ำกับไฟ’ ภัยพิบัติสองอย่างเวลานี้ ที่รัฐบาลสีน้ำเงินของ ‘อนุทิน’ มีมือเปรอะ ตัวเปื้อนเยอะอยู่ ตามการตรวจพบของ กมธ.ปภ.

‘น้ำกับไฟ’ ภัยพิบัติสองอย่างเวลานี้ ที่รัฐบาลสีน้ำเงินของ ‘อนุทิน’ มีมือเปรอะ ตัวเปื้อนเยอะอยู่ ตามการตรวจพบของ กมธ.ปภ.หรือกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาภัยธรรมชาติ ว่าการบริหารจัดการน้ำไม่ถึงขั้น กับบูรณาการข้อมูลน้ำล้มเหลว

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี และณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก ร่วมกันแถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์ เริ่มแต่ปัญหาการเตือนภัยที่ณฐชนนแจ้งว่า “ระบบ Cell Broadcast มักจะส่งล่าช้ากว่าเหตุการณ์จริงมาก”

เขายกตัวอย่างกรณีหมู่บ้าน Modern City ที่ระยอง ข้อความเตือนภัยมาถึงช้าไป ๑-๒ ชั่วโมง แต่ “หน่วยงานอย่าง ปภ. กับ สทนช. มักปฏิเสธความรับผิดชอบ และอ้างว่าเป็นหน่วยงานปลายทาง” หรือกรณี ฝายกากตะกอนแร่ที่ทองผาภูมิ เมืองกาญจน์ พังทลาย

“แต่ไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนว่าน้ำปลอดภัยต่อการใช้สอยหรือไม่” อีกเรื่อง นฤมาศ แถลงสถานการณ์พื้นที่ภาคตะวันออก วันที่ ๑ ตุลา ภัยน้ำท่วมที่แปดริ้วยังคงอยู่ในระดับสูง และรอคอยความช่วยเหลือ ส่วนที่อำเภอพานทอง ชลบุรี

“ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำแห่งสุดท้าย เริ่มมีมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่แล้วแม้ฝนจะไม่ตก” แล้วเจอผีซ้ำดั้มพลอย ดั่งวิกฤตซ้อนวิกฤตจากการที่ในพื้นที่ มีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมคึกโครมโจ๋งครึ่ม ที่ อ.ศรีมโหสภ จ.ปราจีนบุรี

“น้ำชะกากตะกอนเคมีมีคราบสายรุ้งมันวาวใกล้บ่อฝังกลบของเสียอันตราย” ไหลลงสู่ชุมชนและพื้นทีเกษตรกรรม อันจะส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศน์ทางอาหาร และสุขภาพของชาวบ้าน แล้วนี่เป็นเหตุภัยพิบัติ ซึ่ง “ยังไม่มีการประสานข้อมูลไปยังกรม ปภ.”

ภัทรพงษ์บอกว่านี่ละ “ปัญหาชัดเจนเรื่องการทำงานที่ไม่ประสานกัน ระหว่างหน่วยงานจัดการน้ำและภัยพิบัติ” ที่ทั้งนายกฯ อนุทิน และรองนายกฯ ทรงศักดิ์ ทองศรี สื่อสารต่อประชาชนอย่างสับสน คนละเรื่องเดียวกัน ประชาชนไม่รู้ว่าแต่ละวันน้ำจะขึ้นขนาดไหน

ย้อนไปเรื่องพลังงานที่เป็นปัญหามาแต่แรกๆ ซึ่งรัฐบาลนี้คุยโวเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ สฤณี อาชวานันทกุล ชี้ว่า “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP2026 แม้ดูเผินๆ จะดูดีเพราะมี ‘ทางเลือก’ ถึง ๔ ทาง แต่แท้ที่จริงมีสองอย่างที่เรา เลือกไม่ได้"

คือหนึ่ง “การเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มอีก 9,100 MW ระหว่างปี 2026-2037 (เพิ่มจาก 6,300 MW ในร่าง PDP2024 ที่ไม่ได้ประกาศ)” และ “การเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ SMR รวม 9,000 MW ตลอดแผน (ส่วนใหญ่ 8,700 MW เข้าระหว่างปี 2038-2050)”

ชี้ชัดว่า ‘ผู้มีอิทธิพล’ ซึ่งกำหนดนโยบายพลังงานให้แก่ชาติ เป็นผู้รับผลประโยชน์รายใหญ่ๆ

(https://www.facebook.com/SarineeA/posts/RSdPbZ7 และ https://www.facebook.com/thai.udd.news/posts/KAQswf5Kdt8i) 

พายุฝนซัดหนัก กระหน่ำประตูศาลรัชดา พังเสียหาย เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไข (ธรรมชาติยังไม่ทน หรือพยายามไล่ความชั่วร้ายออกไป คิดกันเองละกัน😆)

 
https://www.facebook.com/reel/1612319610435732

Matichon Online - มติชนออนไลน์

10 hours ago ·

ฝนกระหน่ำกรุง ลมแรงหลายพื้นที่ ซัดประตูศาล รัชดา พังเสียหาย เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไข
#ฝนตกหนัก
#น้ำท่วม
#น้ำท่วมกรุงเทพ




สฤณี อาชวานันทกุล โพสต์เรื่องน่าสนใจ เรื่องเงินปล่อยกู้ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับ คู่สมรสชาวจีนของ สส. ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย


Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล
7 hours ago ·

เพิ่งได้อ่านข่าวเรื่อง คู่สมรสชาวจีนของ สส. ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ไปอ่านแบบแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ สส. ไอซ์ เอามาเปิด ทำให้เห็นข้อมูลน่าสนใจว่า “ทรัพย์สิน” ก้อนใหญ่ที่สุดที่ สส. รายนี้แจ้ง ปปช. คือ เงินกู้ราว 1,400 ล้านบาท ปล่อยกู้ในปี 2021 ให้กับเฮดจ์ฟันด์คริปโตชื่อ Three Arrows Capital ซึ่งล้มละลายตั้งแต่ปีถัดมาคือ 2022 ผู้ก่อตั้งยังถูกตามหาตัวโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อยู่เลย
 
(เงินกู้นี้ก้อนเดียวคิดเป็น 73.6% หรือเกือบสามในสี่ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดราว 1,900 ล้าน ที่ สส. ยื่นต่อ ปปช.)
 
ดังนั้น ก็น่าสนใจนะคะว่าคู่สมรส สส. เอาเงินจากธุรกิจไหนมาปล่อยกู้ แล้วลูกหนี้ตัวเองล้มละลายตั้งแต่ปี 2022 แล้ว ทำไมยังไม่ตัดหนี้สูญอีก ทำไมยังเชื่อว่าลูกหนี้จะหาเงินมาคืนได้

(ประวัติของ Three Arrows Capital และผู้ก่อตั้งสองคนของบริษัทนี้สนุกดี ชวนอ่านเรื่องย่อในวิกิพีเดีย)
.....

Three Arrows Capital

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้กล่าวถึงกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สำหรับสัญลักษณ์ทางการเมืองของเยอรมนี ดูที่ Three Arrows

Three Arrows Capital

ประเภท เอกชน
อุตสาหกรรม กองทุนเฮดจ์ฟันด์
ก่อตั้ง ปี 2012 (14 ปีที่แล้ว)
ผู้ก่อตั้ง Kyle Davies, Su Zhu
ยุติการดำเนินงาน 27 มิถุนายน 2022 (4 ปีที่แล้ว)

สถานะ การชำระบัญชี[1]
การล้มละลาย[2]

สำนักงานใหญ่ สิงคโปร์

เว็บไซต์ www.threearrowscap.com

Three Arrows Capital (หรือที่รู้จักกันในชื่อ 3AC หรือ TAC) เป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ด้านสกุลเงินดิจิทัลที่มีฐานการดำเนินงานในสิงคโปร์ ซึ่งถูกศาลในหมู่เกาะบริติชเวอร์จินสั่งให้ชำระบัญชีเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2022[1] กองทุนนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดย Kyle Davies และ Su Zhu[3][4][5] บริษัทได้กู้ยืมเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อใช้ในการซื้อขาย และจากเอกสารการยื่นล้มละลายในเดือนกรกฎาคม 2022 พบว่าบริษัทเผชิญกับการเรียกร้องหนี้สินจากเจ้าหนี้รวมมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์[6][7] กองทุนดังกล่าวขาดทุนมากกว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2021 และ 2022 ส่งผลให้การล่มสลายของกองทุนนี้กลายเป็นหนึ่งในกรณีการขาดทุนจากการซื้อขายของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดตลอดกาล[8] ผู้ชำระบัญชีสำหรับทรัพย์สินในคดีล้มละลายของ Three Arrows Capital ซึ่งนำโดยบริษัท Teneo ได้รวบรวมยอดการเรียกร้องหนี้สินรวม 3.4 พันล้านดอลลาร์จากเจ้าหนี้ 154 รายที่มีต่อกองทุนเฮดจ์ฟันด์คริปโตที่ล้มละลายแห่งนี้

ประวัติ

Kyle Davies และ Su Zhu พบกันครั้งแรกที่ Phillips Academy และทั้งคู่ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ก่อนที่จะเข้าทำงานที่ Credit Suisse เป็นระยะเวลาสั้นๆ และก่อตั้ง Three Arrows ขึ้นในปี 2012[9][10] ในช่วงปีแรกๆ บริษัทมุ่งเน้นไปที่การทำกำไรจากส่วนต่างราคา (arbitrage) ของอนุพันธ์อัตราแลกเปลี่ยนในตลาดเกิดใหม่ และใช้วิธีการค้นหาอนุพันธ์ที่มีการตั้งราคาคลาดเคลื่อนบนแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ แล้วถือครองสถานะเหล่านั้นไว้แม้ว่าธนาคารจะขอให้ยกเลิกหรือแก้ไขรายการซื้อขายก็ตาม อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ส่งผลให้กองทุนได้รับผลตอบแทนเพียงเศษเสี้ยวของหนึ่งเซนต์ต่อทุกๆ หนึ่งดอลลาร์ที่มีการซื้อขาย แนวปฏิบัตินี้ดำเนินมาจนกระทั่งธนาคารต่างๆ เริ่มตัดช่องทางการระดมทุนของกองทุนจากตลาดดังกล่าวในปี 2017 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่บริษัทหันมาให้ความสำคัญกับสกุลเงินดิจิทัล[11]

แถลงการณ์ต่อสาธารณะครั้งล่าสุดของกองทุนระบุว่ามีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ[12] Nansen บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนประเมินเมื่อเดือนมีนาคม 2022 ว่า Three Arrows บริหารจัดการสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ[13] อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าสินทรัพย์ส่วนใหญ่ที่ปรากฏให้เห็นนั้นมาจากการกู้ยืมโดยไม่มีหลักประกันจากแพลตฟอร์มให้กู้ยืมหลายแห่ง[ต้องการอ้างอิง]

ผู้ก่อตั้งบริษัทมีผู้ติดตามจำนวนมากบน Twitter จากการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล โดย Su Zhu มีผู้ติดตามมากกว่า 500,000 คนในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่กองทุนจะล้มเหลว บริษัทได้ให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ อาทิ Aave[14], Avalanche, Luna[15], Worldcoin[16], BlockFi[17], Deribit[15], Ethereum[15], Polkadot[15], Solana[15] และ WOO Network[18] ข้อมูลจากการยื่นเอกสารต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ในเดือนมกราคม 2021 ระบุว่า Three Arrows ถือครองหน่วยลงทุนของ Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) เกือบ 39 ล้านหน่วย ณ สิ้นปี 2020[19] นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงทุนในโทเคน LUNA เป็นมูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ 2022[4][20][21]

ในเดือนเมษายน 2022 สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Three Arrows มีแผนจะย้ายสำนักงานใหญ่จากสิงคโปร์ไปยังดูไบ[22] อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2022 หน่วยงานกำกับดูแลของดูไบยืนยันว่า Three Arrows ไม่ได้จดทะเบียนกับ Dubai Financial Services Authority (DFSA)[23]

ตลาดสกุลเงินดิจิทัลเผชิญกับภาวะราคาดิ่งลงในวงกว้างในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 โดยโทเคนส่วนใหญ่มีมูลค่าตามราคาตลาดลดลงมากกว่าร้อยละ 50[24][25] สำหรับ LUNA ซึ่งเป็นเหรียญที่ Three Arrows เข้าไปลงทุนและ Su Zhu ได้ช่วยโปรโมตอย่างแข็งขันบน Twitter นั้น ราคาได้ร่วงลงจนเกือบเป็นศูนย์ในเดือนพฤษภาคม 2022[26] ส่วนต่างระหว่างราคาหน่วยลงทุนของกองทุน Grayscale GBTC กับราคา Spot ของ Bitcoin ได้ขยายตัวกว้างขึ้นตลอดช่วงปี 2021 และ 2022 โดย ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2022 หน่วยลงทุนดังกล่าวมีการซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนถึง 34%[27]

ประเด็นด้านใบอนุญาตและกฎระเบียบ

มีการยื่นฟ้องแบบกลุ่ม (class action) ในคดี Patterson v. TerraForm Labs Pte Ltd. et al. เพื่อเอาผิดบริษัท Three Arrows และบุคคลอื่น ๆ ต่อศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขตแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2022[28] ซึ่งต่อมาคดีดังกล่าวได้ถูกยกฟ้องไปแล้ว[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2022 หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของสิงคโปร์ (MAS) ระบุว่าได้ออกหนังสือตำหนิ Three Arrows กรณีละเมิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตบริษัทจัดการกองทุน (ซึ่งได้รับเมื่อเดือนสิงหาคม 2013) ว่าด้วยการจำกัดมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการไม่ให้เกิน 250 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์[29] นอกจากนี้ Three Arrows ยังถูกตำหนิในกรณีที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดแก่ MAS และไม่แจ้งให้ MAS ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกรรมการหรือการถือหุ้นของบริษัท[29]

ในเดือนตุลาคม 2022 มีรายงานว่า Three Arrows Capital กำลังถูกตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคทางการเงิน (CFPB) เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทได้ให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดแก่นักลงทุนเกี่ยวกับสถานะงบดุลของบริษัทหรือไม่ และบริษัทควรจะต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานทั้งสองแห่งดังกล่าวหรือไม่[30]

การชำระบัญชี

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2022 หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่า Three Arrows ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อเรียกร้องให้วางหลักประกันเพิ่ม (margin call) ได้[31] ต่อมาในวันที่ 22 มิถุนายน หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานว่า Three Arrows ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้จาก Voyager Digital ซึ่งเป็นนายหน้าซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล[32] และในวันที่ 27 มิถุนายน 2022 Voyager Digital ได้ออกหนังสือแจ้งการผิดนัดชำระหนี้
Three Arrows Capital

(Gemini ช่วยแปล)





ใครอุ้มใคร ใครพยุงใคร ?


บัส เทวฤทธิ์
·
Author

จำนวนแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี โดยมีข้อมูล ณ เดือนธันวาคมของแต่ละปี ดังนี้
ปี พ.ศ. 2564 มีจำนวนผู้ประกันตน 964,123 ราย
ปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนผู้ประกันตน 1,253,522 ราย
ปี พ.ศ. 2566 มีจำนวนผู้ประกันตน 1,420,688 ราย
ปี พ.ศ. 2567 มีจำนวนผู้ประกันตน 1,521,270 ราย
ปี พ.ศ. 2568 มีจำนวนผู้ประกันตน 1,543,802 ราย
การจัดเก็บเงินสมทบของแรงงานข้ามชาติ พบว่ายอดเงินสมทบมีการเติบโตขึ้นตามจำนวนผู้ประกันตน
ปี พ.ศ. 2564 มีการจัดเก็บเงินสมทบได้ 343,645,111 บาท จากผู้ประกันตนที่นำส่ง 131,085 คน
ปี พ.ศ. 2565 มีการจัดเก็บเงินสมทบได้ 590,996,037 บาท จากผู้ประกันตนที่นำส่ง 214,542 คน
ปี พ.ศ. 2566 มีการจัดเก็บเงินสมทบได้ 1,324,442,676 บาท จากผู้ประกันตนที่นำส่ง 290,269 คน
ปี พ.ศ. 2567 มีการจัดเก็บเงินสมทบได้ 1,555,630,839 บาท จากผู้ประกันตนที่นำส่ง 363,484 คน
ปี พ.ศ. 2568 มีการจัดเก็บเงินสมทบได้ 2,116,338,878 บาท จากผู้ประกันตนที่นำส่ง 466,109 คน
ข้อมูลรายจ่ายกรณีผู้ประกันตนแรงงานข้ามชาติที่มารับประโยชน์ทดแทนทั้ง 7 กรณี รวมทุกสัญชาติ มียอดการจ่ายเงินรวมในแต่ละปีดังนี้
ปี พ.ศ. 2564 มียอดการจ่ายประโยชน์ทดแทนรวม 7,081,312,187.88 บาท
ปี พ.ศ. 2565 มียอดการจ่ายประโยชน์ทดแทนรวม 1,128,199,670.12 บาท
ปี พ.ศ. 2566 มียอดการจ่ายประโยชน์ทดแทนรวม 1,329,551,571.36 บาท
ปี พ.ศ. 2567 มียอดการจ่ายประโยชน์ทดแทนรวม 1,517,136,052.24 บาท
ปี พ.ศ. 2568 มียอดการจ่ายประโยชน์ทดแทนรวม 1,387,127,189.26 บาท
เรียกว่าปี 68 ส่วนต่างเงินสมทบกับยอดการจ่ายประโยชน์ทดแทน 729,211,688.74 บาท
.....

Atukkit Sawangsuk
6 hours ago ·
ใครอุ้มใคร
.....

จากภาพโพสต์ของ บัส เทวฤทธิ์ มณีฉาย (สมาชิกวุฒิสภา / คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา) ประเด็น "ใครอุ้มใคร" หมายถึง "แรงงานข้ามชาติกำลังช่วยพยุง (อุ้ม) กองทุนประกันสังคม ไม่ใช่ระบบประกันสังคมหรือคนไทยที่เป็นฝ่ายแบกรับ (อุ้ม) แรงงานข้ามชาติ"

ข้อมูลและข้อเท็จจริงในประเด็นนี้มีดังนี้:

เงินสมทบมหาศาล: แรงงานข้ามชาติที่เป็นผู้ประกันตนกว่า 1.5 ล้านคน นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมรวมกว่า 2,116 ล้านบาทต่อปี ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเสถียรภาพให้กับกองทุนประกันสังคมของไทย

การใช้สิทธิที่น้อยกว่าเงินที่จ่าย: แรงงานข้ามชาติจำนวนมากนำส่งเงินสมทบชราภาพและเงินสมทบอื่นๆ เต็มจำนวนตามกฎหมาย แต่มีอุปสรรคในการเบิกใช้สิทธิประโยชน์บางประเภท เช่น การขอรับบำนาญชราภาพหลังเดินทางกลับประเทศต้นทางทำได้ยาก หรือไม่ได้รับสิทธิในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สรุป: แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจึงเปรียบเหมือน "ผู้พยุงกองทุนประกันสังคม" จากการร่วมจ่ายเงินสมทบเข้าสู่ระบบมากกว่าการเป็นภาระของระบบ



กรณีศึกษาการบริหารจัดการวิกฤติ ของ ไทยแอร์เอเชีย “คิดไว ทำไว”

 
https://www.facebook.com/reel/28199711423058856

น้อง-ธัญญารัตน์ ถาม่อย
a day ago ·

แชร์วิธีการ! “แอร์เอเชีย” แก้วิกฤติ!
ขนพนักงานขึ้นเครื่องบิน เชียงใหม่-ภูเก็ต-หาดใหญ่ ช่วยดอนเมือง หลังน้ำท่วม!




นิทานเงินเปลี่ยนนิสัย นิทานนี้สอนใคร ?

 
https://www.facebook.com/reel/1618051389813045
.....

นิทานเรื่อง "เงินเปลี่ยนนิสัย" สอนผู้ฟังหรือผู้อ่านทุกคน โดยมีข้อคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านตัวละครและสถานการณ์ ดังนี้:

สอนคนทุกคนเรื่องตัวตนที่แท้จริง: เงินไม่ได้เปลี่ยนนิสัยคนเราจริงๆ แต่เงินเป็นสิ่งที่เข้ามา "เผยตัวตน" หรือ "ขยายพฤติกรรม" ที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจออกมาให้เห็นชัดเจนขึ้น หากพื้นฐานเป็นคนเอื้อเฟื้อ เมื่อมีเงินก็จะยิ่งแบ่งปัน แต่หากมีจิตใจโลภหรือเห็นแก่ตัว เมื่อมีเงินก็จะยิ่งแสดงความก้าวร้าวหรือเห็นแก่ตัวมากขึ้น

สอนผู้ที่กำลังลำบากหรือประสบภัย (สะท้อนจากบริบทน้ำท่วม): ในภาวะวิกฤต เช่น น้ำท่วม การช่วยเหลือกันด้วยน้ำใจมีความหมายมากกว่ามูลค่าของเงินทอง เงินไม่สามารถซื้อความจริงใจหรือความเห็นอกเห็นใจในยามยากได้

สอนให้ตั้งสติและไม่ลืมตัว: เตือนใจผู้ที่เริ่มมีฐานะหรือมีอำนาจเงินในมือ ให้ระมัดระวังจิตใจตนเอง ไม่ให้ความมั่งคั่งมาทำให้ลืมตัว ลืมรากเหง้า หรือลดทอนความเคารพที่มีต่อผู้อื่น




ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ที่ได้รับ "รางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา 2569" และ “รางวัล สุรชัย แซ่ด่าน” เนื่องในโอกาศ 50 ปี 6 ตุลา ทุกท่าน

https://www.facebook.com/PEFThailand/posts/1667320058768128
People's Empowerment Foundation
8 hours ago ·

"รางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา" เป็นรางวัลเพื่อสดุดีความดีงามของคนธรรมดา ที่ได้ออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณในสิ่งที่เขาได้ทำเพื่อสังคมมาโดยตลอด
มูลนิธิศักยภาพชุมชน ได้มอบ ”รางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา” ประจำปี 2569 แด่

“ศุกาญจน์ตา สุขไผ่ตา” (คุณศุ)
“เกรียงไกร ชีช่วง” (คุณไก่)

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี 6 ตุลา แม่น้อย หรือ คุณปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยได้รับรางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดาในปี 2566 และยังเป็นภรรยาของ คุณสุรชัย แซ่ด่าน ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและแลกมาด้วยชีวิต ในปีนี้จึงได้มีการพิจารณามอบ “รางวัล สุรชัย แซ่ด่าน” เพิ่มให้ทั้ง 3 คน ได่แก่

“ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์” (คุณโอ๋)
“บุญเลิศ คณาธนสาร” (คุณเลิศ)
“จันทนา วรากรสกุลกิจ” (คุณซี)

โดยจะมีการมอบรางวัลในงานรำลึก 50 ปี 6 ตุลาฯ
ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์






เครือข่ายรำลึก 6 ตุลาฯ ยื่นหนังสือชวนเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ร่วมลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ

https://www.facebook.com/iLawClub/posts/1533225955517685

iLaw
10 hours ago ·

เครือข่ายรำลึก 6 ตุลาฯ ยื่นหนังสือชวนเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ร่วมลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ
.
1 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา เครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (ThumbRights) และเครือข่ายลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาจัดกิจกรรม “พรรคไหนจะลบ? มรดกรัฐประหาร 6 ตุลา” โดยยื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย
.
หนังสือดังกล่าวระบุว่า หลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มักถูกกล่าวถึง ในฐานะหน้าประวัติศาสตร์อันโศกเศร้าในฐานะบทเรียนความรุนแรงของรัฐ แต่สำหรับพวกเราที่ชีวิตถูกหักรากถอนโคนด้วยน้ำมือของเผด็จการ อีกทั้งมรดกบาปของการรัฐประหารในวันนั้น ยังคงฝังรากลึกและทำหน้าที่กดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทยอยู่จนถึงวินาทีนี้
.
จึงขอเชิญชวนทุกพรรคการเมืองมาร่วมกันลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ เพื่อให้การยกเลิกคำสั่งของคณะรัฐประหารไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นจุดร่วมของสังคมไทยว่า กฎหมายควรมาจากประชาชน และอนาคตของประเทศควรถูกกำหนดโดยระบอบประชาธิปไตย
.
จาตุรนต์ ฉายแสงและอดิศร เพียงเกษ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย และสาทิตย์ วงศ์หนองเตยและพงศกร ขวัญเมือง ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ รับข้อเสนอจากเครือข่ายโดยจะนำไปพิจารณาต่อไป
.
อ่านต่อได้ที่: https://www.ilaw.or.th/articles/59516
.....


iLaw
17 hours ago ·


กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ จริงๆ แล้วไม่เคยเป็นผลดีต่อใครเลย โดยแต่เดิม มาจากกฎมนเทียรบาล และพระอัยการกบฏศึก เรื่อยมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 สถาบันกษัตริย์จำเป็นต้องเปิดตัวมากขึ้น แต่ยังคงสถานะความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น จึงไปหยิบยืมกฎหมาย Lese-majestė Law ซึ่งแม้แต่ในรัฐโบราณ ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวบ้านจะไม่เดือดร้อน
.
ในรัฐจารีต มาตรา 112 มีฐานะเป็นเขื่อนกันความคิดเห็นมหาศาลจากประชาชน แต่ก็มีข้อเสียที่ทำให้ความสัมพันธ์กษัตริย์และประชาชนปริแตกจากกันกว่าเดิม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475
.
50 ปี 6 ตุลา 50,000 ชื่อ รื้อกฎหมายคณะรัฐประหาร ร่วมลงชื่อออนไลน์ได้ที่ https://decoup6octsins.com/
.
#50ปี6ตุลา #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา

https://www.facebook.com/share/v/18Eih1tBXg/




พยานปากนี้เล่ารายละเอียดลงลึกมาก พยานปากสำคัญในคดีโกงเลือกสว. ที่เอ่ยถึงความเกี่ยวข้องของทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีจากจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าของวลี “รัฐบาลเอาอยู่” กกต. ไม่เคยเรียกทรงศักดิ์ ทองศรี มารับทราบข้อกล่าวหา ทรงศักดิ์ไม่มีชื่อเป็นหนึ่งใน 229 คน ที่ถูกกล่าวหาคดีนี้ และยังไม่ถูกสั่งฟ้อง








https://x.com/iLawclub/status/2105601936158511275



 

https://www.facebook.com/iLawClub/posts/1533346235505657



ปัญหาเรื้อรังของการบริหารจัดการภัยพิบัติของรัฐบาลไทย รวมถึงรัฐบาลชุดนี้ แบบ ไร้ฐานข้อมูล ไร้ศูนย์บัญชาการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบถูไถไปรายวัน ปล่อยประชาชนอยู่กับน้ำท่วมแบบเคว้งคว้าง-สับสน จนถึงวันนี้ แผนที่ภัยพิบัติบนเว็บไซต์ ปภ. ยังแสดงจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติอยู่ที่ '0 จังหวัด' อยู่เลย 🤔

https://www.facebook.com/reel/1970538806961164

พรรคประชาชน - People's Party
is with Phattarapong Leelaphat - ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์.
8 hours ago ·

รัฐบาลรับมือภัยพิบัติแบบไร้ฐานข้อมูล ไร้ศูนย์บัญชาการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบถูไถไปรายวัน ปล่อยประชาชนอยู่กับน้ำท่วมแบบเคว้งคว้าง-สับสน
.
จนถึงวันนี้ แผนที่ภัยพิบัติบนเว็บไซต์ ปภ. ยังแสดงจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติอยู่ที่ '0 จังหวัด' อยู่เลย 🤔
.....


พรรคประชาชน - People's Party
7 hours ago ·

[ เช้าบอกอย่าง เย็นบอกอีกอย่าง: ระบบเตือนภัยพิบัติของรัฐกำลังทำประชาชนสับสนหนัก ]
.
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในเวลานี้ สิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะมีความคิดทางการเมืองอย่างไรน่าจะเห็นพ้องต้องกัน ก็คือการที่ระบบเตือนภัยของประเทศไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
.
หลายปีที่ผ่านมาทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ ได้มีการพูดถึงเรื่อง Cell Broadcast และการปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยโดยการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่ประเทศไทยมีอยู่มาใช้ ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลก็อ้างว่าได้พยายามแล้วที่จะลงทุนงบประมาณไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
.
แต่สุดท้ายเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดก็เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าทุกอย่างที่พูดและถอดบทเรียนกันมา เอาเฉพาะในด้านการเตือนภัยเพียงอย่างเดียว มันไม่มีความหมายเลย
.
ในวันนี้ (1 ต.ค. 2569) ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ปภ. จึงได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อรัฐบาล ถึงการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาล ไล่ตั้งแต่ข้อมูลเตือนภัย ไปจนถึงฐานข้อมูลที่รัฐบาลใช้บัญชาการสถานการณ์ ว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมาเราได้เดินไปข้างหน้าหรือเดินถอยหลังอย่างไรกันแน่ ทำไมอาการเดิมๆ ของความไม่สามารถเตือนภัยประชาชน ถึงได้สะท้อนออกมาให้เห็นอีกครั้งในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้
.
[ หน่วยงานรัฐ ต่างคนต่างมีข้อมูลคนละชุด ]
.
ภัทรพงษ์ยกตัวอย่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดมาให้เห็น ว่าโรคสุดคลาสสิกของหน่วยงานรัฐอย่างการที่ต่างหน่วยงานต่างมีข้อมูลคนละชุดคนละตัวเลขกัน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการบริหารสถานการณ์อยู่ แม้จนกระทั่งในปัจจุบัน
.
แค่ตัวเลขการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ประชาชนได้รับข้อมูลตั้งแต่ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไปจนถึง 2,500 และ 2,800 ลบ.ม./วินาที ขณะที่กรณีเขื่อนแม่กลอง กรมชลประทานแจ้งตัวเลขอย่างหนึ่ง แต่ Cell Broadcast จาก ปภ. กลับแจ้งอีกตัวเลขหนึ่ง
.
สำหรับประชาชน นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง ‘ตัวเลขคลาดเคลื่อน’ เพราะตัวเลขเหล่านี้หมายถึงระดับน้ำที่อาจต่างกันเป็นสิบเซนติเมตรหรือมากกว่าหนึ่งเมตร และหมายถึงการตัดสินใจว่าควรจะย้ายของ ย้ายรถ หรืออพยพครอบครัวหรือไม่
.
นี่คือโจทย์เดิมโจทย์เก่าที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่รัฐบาลก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้เสียที ทำไมรัฐบาลถึงมีข้อมูลชุดเดียวกันไม่ได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับคำเตือนที่ถูกต้อง ทันเวลา และเข้าใจว่าต้องทำอะไร?
.
[ ระบบ 116 ล้านบาท จมน้ำไปแล้วก็ยังไม่ขึ้นเตือน ]
.
นอกจากนี้ ภัทรพงษ์ยังเปิดข้อมูล ‘ระบบแผนที่สำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติ ห้องศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (EOC)’ ที่อยู่บนเว็บไซต์ของ ปภ. ซึ่ง ณ บ่ายวันที่ 30 กันยายน ขณะที่หลายพื้นที่จมน้ำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ระบบกลับยังคงแสดงจังหวัดที่ ‘ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ’ อยู่ที่ 0 จังหวัด
.
ซึ่งระบบนี้ ใช้งบประมาณปี 2567-2568 ในการลงทุนรวมทั้งสิ้น 116 ล้านบาท
.
ในภาวะวิกฤต แน่นอนว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบไม่สามารถแยกร่างลงไปเห็นทุกพื้นที่ได้ด้วยตัวเอง รัฐบาลจึงต้องมีฐานข้อมูลที่ตอบได้ทันทีว่าจังหวัดไหนกำลังเกิดอะไร พื้นที่ไหนที่สถานการณ์เกินกำลัง จังหวัดไหนต้องการเครื่องมือหรือกำลังคนเพิ่ม ภัยกำลังเคลื่อนจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดอย่างไร และส่วนกลางต้องส่งทรัพยากรอะไรไปที่ไหน
.
ถ้าข้อมูลตรงนี้ไม่พร้อม จะตั้งขึ้นมาสักกี่ War Room ก็ไม่มีทางที่จะบัญชาการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริง
.
[ ต้องปรับปรุงอย่างรุนแรง ]
.
จากทุกอย่างที่ภัทรพงษ์ได้อภิปรายไป อย่างน้อยที่สุดก็ยังดีที่ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้กำกับดูแล ปภ. ที่มาตอบกระทู้วันนี้ ยืนยันด้วยตัวเองกลางสภาฯ ว่าปัญหานี้มีอยู่จริง
.
โดยยอมรับว่าเว็บไซต์ที่ถูกนำมาแสดงนั้นมีปัญหา ถึงขั้นระบุว่าตัวเอง ‘ก็ไม่ใช้เลย’ และยอมรับด้วยว่าปัจจุบันการเชื่อมโยงข้อมูล EOC จากจังหวัดเข้าสู่ส่วนกลางยังมีปัญหา จนส่วนกลางไม่สามารถเปิดดูได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าแต่ละจังหวัดกำลังรับมือหรือแก้ปัญหาจุดใดอยู่
.
และยังดีที่รัฐมนตรียอมรับออกมาเองแล้วว่าทางกรม ‘ต้องปรับปรุงอย่างรุนแรง’ ในเรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดกับศูนย์บัญชาการแห่งชาติ อย่างน้อยที่สุด การยอมรับว่าปัญหามีอยู่จริงและต้องได้รับการปรับปรุงจริง ก็ยังเป็นสัญญาณที่ดี
.
การเตือนภัยประชาชนเป็นจุดบอดที่สุดของรัฐบาลในการรับมือภัยพิบัติมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการบริหารสถานการณ์
.
ภัยพิบัติหลายครั้งไม่ใช่เรื่องที่ป้องกันได้ หรือถ้าป้องกันได้ก็ยังอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นได้ แน่นอนส่วนนี้ทุกคนเข้าใจดี
.
แต่อย่างน้อยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่ประเทศไทยมี หรือต่อให้ไม่มีแต่โลกก็มีมาหลายทศวรรษแล้ว สามารถหามาใช้ได้ไม่ยาก ไม่ใช่การส่งจรวดไปดวงจันทร์ ประเทศไทยควรที่จะสามารถแจ้งเตือนภัยประชาชนให้ทราบได้ล่วงหน้า
.
โดยเฉพาะในกรณีน้ำท่วมล่าสุดที่คาดการณ์ได้จากปริมาณน้ำฝน ไม่ใช่เหตุแบบฉับพลันขนาดนั้นที่เกิดปุบปับไม่ทันตั้งตัว แบบไม่มีสัญญาณมาให้รู้ล่วงหน้าได้ก่อน ฝนตกหนักมาหลายวันแล้ว ปริมาณน้ำในเขื่อนและแม่น้ำต่างๆ ก็แสดงตัวเลขตลอด
.
ขั้นต่ำที่สุดของสิ่งที่รัฐบาลต้องทำได้ คือการแจ้งเตือน เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่ประชาชนต้องเผชิญให้มากที่สุด
.
กี่บทเรียนมาแล้ว เราควรต้องทำได้ดีกว่านี้

https://www.facebook.com/photo?fbid=122211297716480817&set=a.122093096804480817






เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สุชาดา แทนทรัพย์" สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ชนวนปะทุเดือดกลางสภาฯ หลัง "โรม" พาดพิงสามีเชื่อมโยงเครือข่ายข้ามชาติ ก่อนโดนเชิญออกจากห้องประชุม เผยทรัพย์สินรวมสามีออสเตรเลียทะลุ 1,974 ล้านบาท พบพอร์ตเงินกู้ยืมพุ่งสูงถึง 1.4 พันล้าน








เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สุชาดา แทนทรัพย์" สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ชนวนปะทุเดือดกลางสภาฯ หลัง "โรม" พาดพิงสามีเชื่อมโยงเครือข่ายข้ามชาติ ก่อนโดนเชิญออกจากห้องประชุม เผยทรัพย์สินรวมสามีออสเตรเลียทะลุ 1,974 ล้านบาท พบพอร์ตเงินกู้ยืมพุ่งสูงถึง 1.4 พันล้าน

  • ส.ส. สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ และสามีชาวออสเตรเลีย พร้อมบุตร มีทรัพย์สินรวมกันกว่า 1.97 พันล้านบาท และมีหนี้สินประมาณ 4.5 แสนบาท
  • ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นของสามี มูลค่ากว่า 1.84 พันล้านบาท โดยมีรายการสำคัญคือเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทเอกชนมูลค่ากว่า 1.44 พันล้านบาท
  • ในส่วนของ ส.ส. สุชาดา มีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินฝาก ที่ดิน และทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น นาฬิกาหรูและกระเป๋าแบรนด์เนม
สืบเนื่องจากประเด็นความขัดแย้งและปะทุเดือดกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างการพิจารณากระทู้ถามสดติดตามความคืบหน้ากรณีสินบน 40 ล้านบาท ถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ซึ่ง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้กล่าวอ้างและพาดพิงถึงสามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จนนำไปสู่การประท้วงอย่างหนักจาก น.ส.สุชาดา ที่ระบุว่าเป็นการกล่าวหาเลื่อนลอยทำลายชื่อเสียงครอบครัว โดยที่สามีตนเองไม่มีโอกาสชี้แจงในสภาฯ

เหตุการณ์ดังกล่าวบานปลายเมื่อ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม วินิจฉัยให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด แต่นายรังสิมันต์ยังคงยืนยันปฏิเสธ ประธานจึงสั่งการให้ตำรวจสภาฯ เชิญนายรังสิมันต์ออกจากห้องประชุมสภาฯ ตลอดทั้งวัน ต่อมาในช่วงบ่าย น.ส.สุชาดา ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวท้าเปิดหลักฐาน ยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตนและครอบครัวแสดงบัญชีทรัพย์สินและเสียภาษีถูกต้องทุกประการ พร้อมเตรียมดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกับนายรังสิมันต์ให้ถึงที่สุด

ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ระบุว่า น.ส.สุชาดา พร้อมด้วยคู่สมรสสัญชาติออสเตรเลีย และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,974,908,877.24 บาท และมีหนี้สินทั้งสิ้น 454,286.88 บาท
.
โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดา จำนวน 130,025,048.24 บาท ประกอบด้วย

เงินฝาก 12 บัญชี รวม 8,945,963.75 บาท
เงินลงทุน 16,147,434.44 บาท ในบริษัท อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด
ที่ดิน 4 แปลง ใน อ.เทพสถิต และ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ มูลค่า 17,419,146 บาท
โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ตึกชั้นเดียว อ.เทพสถิต มูลค่า 1,000,000 บาท
ยานพาหนะ รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 11,300,000 บาท
สิทธิและสัมปทาน ห้องพักโครงการสินธร ลุมพินี มูลค่า 37,514,000 บาท
ทรัพย์สินอื่น 37,698,504.05 บาท อาทิ สร้อยคอ Van Cleef, ต่างหูเพชร, แหวนเพชร, นาฬิกาหรู Patek Philippe, Rolex, กระเป๋าแบรนด์เนม Hermes Birkin/Kelly, Chanel และสร้อยคอ Bvlgari

น.ส.สุชาดา แจ้งมีหนี้สินเงินเบิกเกินบัญชี 454,286.88 บาท มีรายได้ต่อปีประมาณ 1,698,720 บาท (มาจากเงินเดือน 1,362,720 บาท และค่าเช่าสำนักงาน 336,000 บาท) มีรายจ่ายต่อปีประมาณ 500,000 บาท และมีเงินได้พึงประเมินตามภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา 4,930,367.80 บาท

ขณะที่ คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 1,845,941,078.42 บาท ประกอบด้วย

เงินฝาก 12 บัญชี รวม 154,096,887.60 บาท
เงินลงทุน 177,970,887 บาท อาทิ บริษัท สินอันดารู จำกัด (มหาชน), พฤกษาแลนด์ จำกัด, ศิริดิเล็กซ์ จำกัด
เงินให้กู้ยืม รวม 1,440,469,309.24 บาท (ยอดหนี้คงเหลือ 1,345,127,369.60 บาท ให้บริษัท ทรี แอดไวเซอรี่ ลิมิเต็ด กู้ยืม)
โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง คอนโดมิเนียมต่างประเทศ 1 รายการ มูลค่า 15,095,846.08 บาท
สิทธิและสัมปทาน ห้องพักโครงการสินธร ลุมพินี มูลค่า 37,514,000 บาท
ทรัพย์สินอื่น 20,794,148.50 บาท อาทิ นาฬิกา Patek Philippe และงานศิลปะ

ทั้งนี้ คู่สมรสไม่ได้แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ แต่แจ้งรายจ่ายต่อปีประมาณ 6,500,000 บาท ขณะที่บุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สิน 941,250 บาท (กำไลข้อมือทองคำ สร้อยคอทองคำพร้อมจี้ และทองคำแท่ง 10 บาท)

https://www.nationtv.tv/news/politics/378984236

.....






 

เฮียบรรจง เปิดข้อมูลสามีของ “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” หรือไอเดียร์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย พบทรัพย์สินกว่า 1.84 พันล้านบาท ก้อนใหญ่เป็นเงินให้กู้กว่า 1.44 พันล้านบาท บัญชีทรัพย์สินไม่ได้ระบุอาชีพของสามี สามีชื่อ “ไทหยาง ซาง” มีข้อมูลหลายจุดสอดคล้องกับ Taiyang Zhang ผู้ร่วมก่อตั้ง Ren Protocol ในวงการคริปโต ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการยืนยันว่า ทั้งสองข้อมูลคือบุคคลเดียวกัน


เฮียบรรจง
5 hours ago ·

เปิดข้อมูลสามีของ “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” หรือไอเดียร์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย พบทรัพย์สินกว่า 1.84 พันล้านบาท

ก้อนใหญ่เป็นเงินให้กู้กว่า 1.44 พันล้านบาท ขณะที่บัญชีทรัพย์สินไม่ได้ระบุอาชีพของสามี

สามีชื่อ “ไทหยาง ซาง” มีข้อมูลหลายจุดสอดคล้องกับ Taiyang Zhang ผู้ร่วมก่อตั้ง Ren Protocol ในวงการคริปโต

รวมถึงมีรายงานในอดีตว่า Taiyang Zhang เคยให้ Three Arrows Capital (3AC) กู้เงินหลายสิบล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการยืนยันว่า “ไทหยาง ซาง” ทั้งสองข้อมูลคือบุคคลเดียวกัน

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1651474689887507&set=a.588528266182160
.....

มีคนไปค้น คิดว่าคนเดียวกัน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ (ดูคอมเมนต์)




สภาเดือด! "โรม" แฉ สส.หญิงชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย อาจมีสามีเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ทำ “สุดาชา” ของขึ้น ซัดไม่แมนกล่าวหาไม่มีหลักฐาน ทำเสียหายต้องถอนคำพูด ขณะที่ "โรม" ยืนยันไม่ถอนคำพูด ก่อนถูก “มัลลิกา” ไล่พ้นห้องประชุมสภาฯ คุณช่อบอกในรายการนึงว่า ที่โรมไม่ถอนเพราะถ้าถอนก็เท่ากับยอมรับว่าที่พูดมาไม่ใช่เรื่องจริง และๆๆ ให้รอชมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เลย ปูเสื่อรอแล้ว😎


เดือด! เชิญ “โรม” พ้นห้องประชุม ไม่ถอนคำพูดกล่าวหา “สส.ภูมิใจไทย”

Oct 1, 2026 

สภาเดือด! "โรม" แฉ สส.หญิงชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย อาจมีสามีเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ทำ “สุดาชา” ของขึ้น ซัดไม่แมนกล่าวหาไม่มีหลักฐาน ทำเสียหายต้องถอนคำพูด ขณะที่ "โรม" ยืนยันไม่ถอนคำพูด ก่อนถูก “มัลลิกา” ไล่พ้นห้องประชุมสภาฯ


https://www.youtube.com/watch?v=LQvbb36Ay3M








https://x.com/jamps236/status/2105625666591084671