วันพุธ, มิถุนายน 17, 2569

แม้แต่หน่วยงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ยังติดตามเรื่องนี้ คิดดูว่าระดับความร้ายแรงมันขนาดไหน แต่ก็มีคนเตือนว่า ต้องมาดูกันอีกทีตอนฎีกา อย่าไปไว้ใจว่าระบบยุติธรรมไทยจะปกป้องสิทธิของประชาชนไทยขนาดนั้น - UN โปรดทราบด้วย !


UN Human Rights - Asia
Yesterday
·
[อ่านภาษาไทยด้านล่าง]
We welcome the verdict of #Thailand’s Court of Appeal on 11 June 2026 in an Information Operation case brought by women human rights defenders Angkhana Neelapaijit and Anchana Heemmina. By ordering the removal of defamatory content and providing compensation, the ruling sends a clear message: States must protect human rights defenders as they carry out their vital work.
.
สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ยินดีที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ในคดีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารซึ่ง อังคณา นีละไพจิตร และอัญชนา หีมมิหน๊ะ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงทั้งสองคนเป็นผู้ยื่นฟ้อง โดยศาลมีคำสั่งให้ลบข้อมูลที่ละเมิดสิทธิ และให้ชดใช้ค่าเสียหาย คำพิพากษานี้ส่งสารอย่างชัดเจนว่า รัฐต้องคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีความสำคัญยิ่งของพวกเขา


.....

Analayo KorsakulYesterday
Yesterday
·
คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติแถลงยินดีกับผลการตัดสินคดี IO ของศาลอุทธรณ์ที่ให้ กอ.รมน.ลบโพสออกและให้ชดใช้ค่าเสียหาย
ในฐานะที่ผมทำเพจที่เป็น HVT ของกองทัพก็ยินดีกับคำตัดสินนี้ แต่ก็นั่นแหละ ต้องมาดูกันอีกทีตอนฎีกา อย่าไปไว้ใจว่าระบบยุติธรรมไทยจะปกป้องสิทธิของประชาชนไทยขนาดนั้น มันมีอะไรให้เล่นอีกเยอะเพื่อจะล้มคดีนี้และให้ยกฟ้องในศาลสุดท้าย


ฉบับเต็ม! เปิดผลสอบคดีทุจริตกองทัพไทย ขุดลอกลำน้ำฉาว - งาบน้ำมัน 4.5 แสนลิตร


Next News TH

16 hours ago
·

อ้างหลงลืมฟังไม่ขึ้น!
.
ฉบับเต็ม! เปิดผลสอบคดีทุจริตกองทัพไทย ขุดลอกลำน้ำฉาว - งาบน้ำมัน 4.5 แสนลิตร
.
อ่านรายละเอียดใน
https://www.nextnewsth.com/th/investigative/corruption/6a2f4e295d36ded6134160d0



เปิดโปงคดีทุจริตกองทัพไทย ขุดลอกลำน้ำ 6 โครงการภาคใต้ฉาว งาบน้ำมัน 4.5 แสนลิตร | The X Files

Next News TH

Jun 13, 2026 

EP16_เปิดกรุคดีทุจริตใหญ่กองทัพไทย ขุดลอกลำน้ำ 6 โครงการภาคใต้ งาบน้ำมันกว่า 4.5 แสนลิตร พบพฤติการณ์ทุจริตหลายรูปแบบ ทั้งการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเกินความจำเป็น การปลอมเอกสารเบิกจ่าย การเช่าเครื่องจักรและจัดซื้ออะไหล่เป็นเท็จ รัฐเสียหาย 18.25 ล้าน

https://www.youtube.com/watch?v=PXFUCwVCz60



ในปี 63 มีการจัดกิจกรรมรำลึกคณะราษฎร กับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ... วันนั้น อานนท์ นำภา รับบทเป็นพิธีกร ปีนี้ จะมีงาน ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย เพื่อ ย้อนรำลึกถึงอรุณรุ่งของคนหนุ่มสาวที่มีอยู่จริง ความฝันแสนงาม ที่ถูกทำลาย ถูกคุมขัง ต้องลี้ภัย เสียชีวิต


People GO network
11 hours ago
·
ย่ำรุ่งวันที่ 24 มิถุนายน 2563
มีการจัดกิจกรรมรำลึกคณะราษฎร
กับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
...
วันนั้น อานนท์ นำภา รับบทเป็นพิธีกร
(ไม่ใช่ทนายปีศาจแบบในซีรีส์ดังตอนนี้)
กับทีมงานเบื้องหลังผู้บุกเบิกในเงามืดอีกมากมาย
...
จากวันนั้น ได้ก่อให้เกิดกระแสเคลื่อนไหวของคนหนุ่มสาว
เด็กนักเรียนมัธยมออกมาจัดวิ่งแฮมทาโร่
เกิดม็อบแฮรรี่พอตเตอร์ ไปจนถึง 10 สค.ที่ธรรมศาสตร์รังสิต
จนกลายเป็นการชุมนุมบนท้องถนนอีกมากมาย
เราได้เห็นพลังของคนหนุ่มสาวร่วมกับราษฎรทั้งหลาย
กลางสี่แยกลาดพร้าว รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
บนถนนราชดำเนิน ไปจนถึง ทำเนียบรัฐฐาล
...
งาน ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย
ที่จะเกิดขึ้นหกโมงเย็นวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นี้
จึงเป็นการ ย้อนรำลึกและทบทวนอรุณรุ่งของคนหนุ่มสาวที่มีอยู่จริง
ความฝันแสนงาม และ การเลือนหายไปจากหน้ากาลเวลา
จากการปราบปราม จากการทำให้หมดหวัง ทำให้รู้สึกพ่ายแพ้
...
คิดถึงผู้คนที่มีใบหน้าในท่ามกลางกระแสธารกาลเวลาอันเชี่ยวกราก
ที่ถูกคุมขัง ต้องลี้ภัย กระทั่งเสียชีวิตทั้งที่ยังถูกจองจำ
เพื่อยืนยันข้อเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเรา
...
มากกว่าการคืนอิสรภาพซึ่งยังอีกนานกว่าจะบรรลุผล
คือการสานต่อความคิดอุดมคติของเพื่อนร่วมสมัย
หลังชัยชนะในการประชามติเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
มาสู่การรณรงค์ให้สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของราษฎร
...
ทั้งหมดนี้คือเรื่องเดียวกัน
การทบทวนฤดูกาลแห่งการเบิกบานของคนหนุ่มสาว
การคิดถึงเพื่อนกับการทวงคืนอิสรภาพ คืนสิทธิประกันตัว
การสานต่อรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน
...
คือการยืนหยัดความหวังของเราทุกคน
ในย่ำค่ำที่มืดมน
สู่ย่ำรุ่ง อรุณใหม่ที่รอคอยเราอยู่
...
พบกันนะเพื่อนๆ
ที่เดิม
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
...
นัดไว้ก่อน
รายละเอียดจะตามมา

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1000304439372481&set=a.143967608339506




ผลกระทบปิดด่าน ก่อให้เกิดปัญหาเชิงซ้อนอีกอย่างหนึ่งคือ ผลักดันให้แรงงานหรือประชาชนชาวกัมพูชาที่ต้องการกลับเข้ามาหางานทำในประเทศไทยจะต้องจ่ายค่านำทางให้กับขบวนการค้ามนุษย์ประมาณ 14,000 บาทต่อคน ฝั่งไทยและกัมพูชา ซึ่งอาจจะหมายรวมถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งควบคุมเส้นทางจะได้รับคนละครึ่ง


ประชาไท Prachatai.com
17 hours ago
·
"ผลกระทบด้านแรงงานก็มีนัยทางเศรษฐกิจไม่น้อย โดยข้อมูลของกรมการจัดหางาน ณ เดือนมิถุนายน 2568 แสดงให้เห็นว่าแรงงานกัมพูชาภายใต้ระบบ MOU มีบทบาทสูงมากในเศรษฐกิจภาคตะวันออกและจังหวัดชายแดน เช่น ชลบุรี 37,559 คน ระยอง 15,576 คน ฉะเชิงเทรา 8,475 คน จันทบุรี 8,093 คน ปราจีนบุรี 7,252 คน ตราด 1,018 คน และสระแก้ว 1,075 คน ในหลายจังหวัดแรงงานกัมพูชาคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าครึ่งของแรงงาน MOU ทั้งหมด เช่น ระยอง 53.4% ตราด 61.2% และสระแก้ว 76.1% ข้อมูลท้องถิ่นยังระบุด้วยว่าการปิดด่านทำให้แรงงานกัมพูชาไม่สามารถเข้ามาทำงานส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน เช่นภาคก่อสร้างและการเกษตร (ไร่อ้อยและวัตถุดิบที่ใช้ป้อนโรงงานน้ำตาล) อย่างมีนัยสำคัญ

ปัญหาการปิดด่านก่อให้เกิดปัญหาเชิงซ้อนอีกอย่างหนึ่งคือ แรงงานหรือประชาชนชาวกัมพูชาที่ต้องการกลับเข้ามาหางานทำในประเทศไทยจะต้องจ่ายค่านำทางให้กับขบวนการค้ามนุษย์ตัวเลขล่าสุดเท่าที่มีการเปิดเผยกันเป็นการภายในของหน่วยงานด้านข่าวกรองของรัฐคืออยู่ที่ประมาณ 14,000 บาทต่อคนโดยผู้เกี่ยวข้องฝั่งไทยและกัมพูชา ซึ่งอาจจะหมายรวมถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งควบคุมเส้นทางจะได้รับคนละครึ่ง

สถานการณ์เช่นนี้บอกให้รู้ว่าถึงเวลาที่ทั้งไทยและกัมพูชาจะต้องหาทางกลับสู่สภาวะปกติ และฟื้นฟูความสัมพันธ์กันได้แล้ว ถ้อยแถลงของประธานาธิบดี เฟอร์ดินาน มาร์กอส จูเนียร์ หลังการประชุมผู้นำ 3 ฝ่ายระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า “ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันถึงความสำคัญของการรักษาช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้าง การใช้ความอดกลั้น การหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจยกระดับความตึงเครียด และการเดินหน้าสู่การเจรจาโดยสันติและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์"
.
.
.
ชวนอ่านบทความ ปฏิบัติการข่าวสารไทย-กัมพูชาและความท้าทายใหม่ในสถานการณ์ปั่นกระแส โดย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี

หมายเหตุ: ประชาไททำหน้าที่เป็นพื้นที่เผยแพร่ ข้อมูล ทัศนะความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ทัศนะและเนื้อหาในบทความไม่จำเป็นต้องตรงกับกองบรรณาธิการ

หากต้องการเผยแพร่ข้อเขียน บทความ ส่งมาให้พิจารณาได้ที่ editor@prachatai.com

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
https://prachatai.com/journal/2026/06/117744




ละครซีฟู๊ด







https://x.com/MatichonOnline/status/2066440309375193354

Matichon Online
@MatichonOnline

เปิดคลิปประชุมกระทรวงมหาดไทย สุดเดือด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ถามหารองซีฟู้ด ปล่อยข่าวปลดผู้ว่าภูเก็ตได้
จนกระทั่งปลัดถามหาใครชื่อรองกุ้ง ขณะที่ นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองภูเก็ต ยอมรับว่าชื่อเล่นว่ากุ้ง แต่ขอรายงานข้อเท็จจริงเป็นเอกสาร
ขณะที่นายอนุทิน บอกผู้ว่าภูเก็ต ว่านี่พยายามปกป้องนะ พร้อมสงสัยรองจะย้ายผู้ว่าได้ยังไง เพราะมีขั้นตอน ปลัดเสนอ เข้าครม. 
#รองซีฟู้ด #มหาดไทย.....
.....

Bunnaroth Buaklee
18 hours ago
·
ละครซีฟู๊ด

ดูรายงาน วิเคราะห์เรื่องราวของสื่อใหญ่ๆ ไม่ตรงใจเลย ในสายตาผมนี่คือเกมการชี้นำสื่อสารสังคมให้คล้อยตาม .. มันเป็นเกม ! ตั้งแต่ปล่อยข่าวนี้ออก หวังผลอะไร ?

_นายกเข้มทุบโต๊ะ คนมีอำนาจจริงอยู่นี่ ใครรองซีฟู้ด _จากนั้นก็มีทีมปล่อยคลิปการประชุมภายในของมหาดไทยออกมา_ไม่เคยมีมาก่อนนะครับ รายละเอียดท่าทีแข็งขันเอาจริง จัดการคนปล่อยข่าวขู่ย้ายผู้ว่าภูเก็ต_ เย็นเดียวกันก็มีคำสั่งย้ายรองผู้ว่าฯ _สื่อก็ต้องลงข่าวนี้ แต่พาดหัวไปตามธีมชี้นำ _ใช้คำเด้งซีฟู้ดพ้นภูเก็ต _ มีสื่อใหญ่ๆ พยายามรายงานข่าวความพัลวันทางการเมืองที่ภูเก็ต
 
เช้ามาเรื่องราวที่สื่อสารซีฟู้ดจบลงแค่ลงดาบย้ายข้าราชการซี9 เป็นไปตาม narrative ที่กำหนด ไม่ข้ามไปเรื่องใหญ่ที่เป็นประเด็นเบื้องหลังกว่า

ในสายตาผมเกมนี้คือการเมืองใหญ่ เดิมพันสูงมาก ทีมงานต้องรีบจัดให้นายกเล่นเอง ขนาดตัดคลิปประชุมภายในของมหาดไทยประกอบ เพื่อบูมข่าว
____

การเมืองภายในกระทรวงมหาดไทยเดือดมาตั้งแต่กลางปีก่อน นี่จะครบปีรอมมะร่อ ก่อนหน้านี้บรรดาบิ๊กเล็กบิ๊กน้อยวิ่งกันจ้าละหวั่นหลบกระสุนปืนใหญ่สาดไปมา ตอน รมว.ภูมิธรรมล้างบางสายน้ำเงิน รอบแรก กรกฎาคม กวาดอธิบดีลง แต่เมื่อการเมืองเปลี่ยน แค่อีกสามเดือนถัดมา ตุลาคม สีน้ำเงินกลับมา กวาดแดงลง อธิบดีนิรัตน์ กรมการปกครอง ไปเป็น ผู้ว่าภูเก็ต บิ๊กพวงบุรีรัมย์ขึ้นกรมปกครองแทน จำได้ไหมมีย้ายใหญ่ 200 กว่าตำแหน่งสลับนายอำเภอทั่วประเทศธันวาคม
 
รองซีฟู๊ด ขึ้นจากปลัดจังหวัดเป็นรองผู้ว่าภูเก็ต รอบนี้ด้วย
 
ต้นปี 2569 เลือกตั้งใหญ่ กกต.กำหนดให้นายอำเภอเป็น ผอ.ศูนย์เลือกตั้ง แล้วเรื่ิองราวก็ดำเนินไปอย่างที่เห็น
__

ภูเก็ต เดือดนะครับเดือดจัดๆ ออกแววตั้งแต่คณะนายกไปล้างมาเฟียแล้ว
 
”ช่วยสีน้ำเงินด้วย“ นี่ก็ภูเก็ตมั้ย ปลัดจังหวัดเกิดร้อนอะไรไม่รู้แฉนายสะเทือนไปทั้งกรมการปกครอง
 
และนี่ก็หยกๆ เลย กำลังสั่นสะเทือนวงการท่องเที่ยวภูเก็ต สัปดาห์ที่ผ่านมาเอง สดๆ ร้อนๆ ก่อนที่มหาดไทยแถลงข่าว ชุดเฉพาะกิจกรมการปกครองยกไปจับโรงแรมเถื่อนที่ภูเก็ต ใช้ชื่อปฏิบัติการ ”พิชิตอันธพาล“ เข้าใจตั้งชื่อ จับโรงแรมใหม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามพรบ. โรงแรม งานนี้ถูกกฎหมายจริงแต่ผู้ประกอบการระงม ยุคนี้ที่พักขนาดเล็กปรับเป็นบูติกโฮเต็ล ไม่ได้เงื่อนไขโรงแรมใหญ่ที่จอดรถระบบน้ำเสียรวมหรอก ชมรมโรงแรมเจ้าถิ่นก็ร้องขึ้นเพราะมันจะผิดไปครึ่งเกาะ
 
กรมการปกครอง ส่งกองปราบไปพิชิตอันธพาล แต่ก็ทับเส้นเย้ยหยันหน่วยท้องที่ในที ใครก็มองออกว่าฝูงราชสีห์กำลังเล่นอะไรกัน
 
นี่ก็ผ่านไปปีหนึ่งแล้ว ที่คนล่างๆ มหาดไทยยังไม่จบกับประเด็นฝักฝ่ายการเมือง ติดลมมาตั้งแต่ตุลาคมก่อนที่สีน้ำเงินคัมแบ็ค พวกที่อิงนายกระดี๊กระด๊าก้าวหน้า มีลมใต้ปีก ขึ้นบันไดพรวดๆ คนที่มีนายเป็นแบ็ค นายทะเลาะกัน เข้าหาอีกฝ่ายเป็นลูกไม้ลูกมือย่อมมีอาการพองเป็นธรรมดา ภาษาใต้เรียก “เอิด” มีควันย่อมมีไฟ มันใกล้โยกย้ายด้วย
 
ทั้งๆ ที่เรื่องแบบนี้ควรจบ ข้างบนนิ่งแล้ว แดงก็กลับมาร่วมรัฐบาลใหม่ประสาการเมืองไทย แต่ข้างล่างไม่นิ่ง เด็กนายบางคนดันเหาะเกินลงกา มันเยอะไปต้องตบกบาลโชว์แขก ถอดฟืนจากไฟไม่ให้ไปยุ่งเหยิงสมทบประเดประดังกับครัวเตาใหญ่ฮีตแตกแรงดันน้ำเดือดพลั่กๆ ที่อาการน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า AI passport เป็นมวยเรียกแขก ยังมีเกมจริงเจ็บจริง คดีฮั้วส.ว.มีคนยื่นฎีกาใช่มั้ย กระดานการเมืองร้อนแรงมากมีหรือเซียนบนยอดปราสาทหินที่ปกปัก ครม.จะมองไม่ออก

ช่วยน้ำเงินด้วย เป็นรหัสลับต้องห้ามที่ปรากฎแค่ไลน์นี้ หรือยังมีอีก ราชสีห์ ว.2 !!?
 
ถอดไฟจากเตาฟืน
 
ย้ายไปนครศรี สงขลา จังหวัดใหญ่กว่าเดิมเสียอีก พื้นที่ละเล่นเยอะ แถมเป็นบ้านเกิด ซีฟู๊ดมีของจริงๆ
ส่วนภูเก็ตนั้น พื้นที่นี้เดิมเป็นของกำนันเสียท่าให้ส้ม น้ำเงินแผ่อำนาจอันดามันทั้งสายขึ้นมาจากสตูลจรดระนอง ยังไงก็ต้องมีอะไรวางไว้
___

ความเห็นเช้านี้

https://www.facebook.com/bunnaroth.buaklee/posts/27947801798171197
6 hours ago
·
แรงสั่นสะเทือนจากการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ มิใช่เพียงแค่เรื่องของการสับเปลี่ยนตัวบุคคลตามวาระปกติ
 
หากแต่คือการเปิดแผลให้เห็นรอยร้าวลึกในเครือข่ายอำนาจของระบอบสีน้ำเงิน
 
เมื่อภูเก็ตคือพื้นที่ยุทธศาสตร์เกรด A ที่อบอวลไปด้วยผลประโยชน์มหาศาล การแย่งชิงเพื่อควบคุมกลไกของรัฐในพื้นที่จึงทวีความเข้มข้น จนนำไปสู่ความขัดแย้งเชิงเครือข่ายที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นแค่เรื่องตัวบุคคล
คำสั่งย้ายสายฟ้าแลบนี้ก็เป็นเพียงภาพสะท้อนของการพยายามจัด "ดุลยภาพใหม่" ในหมู่กลุ่มอำนาจเดิมที่ผลประโยชน์ไม่ลงตัว

ทว่าในฉากหลังของการจัดสมดุลอำนาจ สิ่งที่ต้องสูญเสียไปคือความเชื่อมั่นในระบบคุณธรรม
 
เมื่อความมั่นคงในเก้าอี้ข้าราชการไม่ได้ผูกโยงอยู่กับ "ผลงาน" หรือ "ความถูกต้อง" อีกต่อไป แต่กลับขึ้นอยู่กับความพลิกผันของพลวัตทางการเมือง

สัญญาณนี้ย่อมทำให้คนทำงานในระบบเลือกที่จะ "เพลย์เซฟ" หันไปใช้ยุทธศาสตร์เกียร์ว่าง หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเครือข่ายที่มีอิทธิพล และละทิ้งการตัดสินใจเชิงรุกเพียงเพื่อรักษาเก้าอี้ของตนเอง ซึ่งสุดท้ายแล้ว ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงย่อมตกเป็นภาระของประชาชน

ยิ่งไปกว่านั้น เหตุการณ์นี้ยังตั้งคำถามสำคัญถึงเส้นแบ่งระหว่าง "อำนาจตามกฎหมาย" กับ "อำนาจที่ใช้ได้จริง" ว่าท้ายที่สุดแล้ว ผู้นำสูงสุดอย่างนายกรัฐมนตรีสามารถควบคุมระบบได้อย่างแท้จริง หรือแท้จริงแล้วกลไกทั้งหมดกำลังถูกบงการโดยเครือข่ายผลประโยชน์ที่มองไม่เห็นอยู่เบื้องหลัง

นี่คือภาพสะท้อนอันเจ็บปวดที่ชี้ชัดว่าระบบราชการไทยกำลังถูกดึงเข้าสู่วังวนของการจัดวางตัวบุคคลเพื่อรักษาฐานอำนาจ มากกว่าการขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ

คำถามคือความเชื่อมั่นต่อระบบราชการไทยจะยังคงอยู่หรือไม่ ในวันที่ "ดุลอำนาจ" อยู่เหนือ "หลักคุณธรรม"?


https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/1530813411834225







พาดหัวแบบนี้ ไม่ใช่อยากเรียกแขกคลั่งชาติ มีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงๆ


Matichon Weekly - มติชนสุดสัปดาห์
Yesterday
·
❝ ปูนยุคต้นของอยุธยามาจากไหน?
สืบตัวางจากวัดราชบูรณะ ❞
.
ลวดลายปูนปั้นงามวิเศษบนพระปรางค์ วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังถูกบูรณะซ่อมแซมโดยความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี
.
ทำไมต้องเป็นทีมจากมหาวิทยาลัยโคโลญจน์?
.
ไม่ใช่เป็นเพียงเพราะแค่เงินยูโรปึกหนาๆ และเทคโนโลยีล้ำๆ จากประเทศมหาอำนาจ แห่งนั้นหรอกนะครับ
.
แต่เป็นเพราะ “ปูน” ที่ปั้นประดิษฐ์เป็นลวดลายต่างๆ บนองค์พระปรางค์แห่งนี้ มีองค์ประกอบกันใกล้เคียงกับปูนที่ประดับอยู่ทั่วไปในเมืองพระนคร และเมืองพระนครหลวง (นครธม) ในประเทศกัมพูชา จนเรียกได้ว่าเทคโนโลยีในการผลิตปูนในยุคอยุธยาตอนต้น ที่สร้างพระปรางค์วัดราชบูรณะนั้น ได้รับการถ่ายทอดเทคนิควิธีการผลิตปูนมาจากพวกขอมในยุครุ่งเรืองเลยทีเดียว
.
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ซึ่งได้ทำการศึกษา และซ่อมแซมงานปูนปั้นทั้งหลายในปราสาทขอมโบราณ ที่ประเทศกัมพูชานั้น จึงได้สนใจมาทำการบูรณะลวดลายปูนปั้นที่ประดับอยู่บนพระปรางค์วัดราชบูรณะด้วย จนทำให้เกิดโครงการความร่วมมือที่ว่านั่นเอง
.
พระราชพงศาวดารอยุธยาระบุว่า วัดราชบูรณะ ถูกสร้างขึ้นในเรือน พ.ศ.1967 โดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (หรือที่มักจะคุ้นเคยกันมากกว่าในพระนามก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์คือ “เจ้าสามพระยา”)
.
ปีแรกสถาปนาวัดดังกล่าวเป็นปี พ.ศ. เดียวกันกับปีที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์
.
ดังนั้น ถึงแม้ในพระราชพงศาวดารจะระบุว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 จะทรงเคยยกทัพไปตีเมืองพระนครหลวง ซึ่งก็ได้รับชัยชนะ และคงจะมีการกวาดต้อนชาวเมืองพระนครหลวง (หรือที่มักจะเรียกกันในปัจจุบันว่าเมืองเสียมราฐ คือเมืองที่สยามรบชนะ แต่ฝ่ายกัมพูชาเรียกว่า เมืองเสียมเรียบ ซึ่งหมายถึงเมืองที่ชาวสยามรบแพ้?) ที่ส่วนใหญ่ก็คงจะถือตนว่าเป็นชาวเขมรกลับมายังอยุธยา (ซึ่งถ้าจะมีช่างปูนฝีมือเยี่ยมกลับมาด้วยก็ไม่แปลก)
.
แต่นั่นก็เป็นเหตุการณ์เมื่อ พ.ศ.1974 หรืออีก 7 ปีหลังจากที่พระองค์ทรงครองราชย์ และได้สถาปนาวัดราชบูรณะแล้ว
.
แน่นอนว่า การที่พระปรางค์ วัดราชบูรณะ จะยังสร้างไม่เสร็จเมื่อวันเวลาย่างเข้ามาถึงปี พ.ศ.1974 ที่พระบรมราชาธิราชที่ 2 จะตีเมืองพระนครหลวงแตก และพาช่างปูนฝีมือชั้นครูกลับมายังอยุธยา แล้วค่อยมาปั้นปูนประดับลงบนพระปรางค์องค์นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
.
ยิ่งเมื่อลวดลายปูนปั้นต่างๆ เหล่านี้นับเป็นส่วนประดับขององค์พระปรางค์ อันเป็นงานส่วนเกือบจะท้ายที่สุดในระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างพระปรางค์ ก็ยิ่งชวนให้นึกถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว
.
ยิ่งเมื่อยังมีร่องรอยอื่นๆ จากพระราชพงศาวดารฉบับปลีก และจารึกขุนศรีไชยราชมงคล ซึ่งพบแถบ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี จะทำให้เราทราบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า เจ้าเมืองพิมาย และเจ้าเมืองพนมรุ้ง (อันเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมขอมโบราณอย่างทั้งแนบปั๊ก และแน่นปึ๊ก) ยังเคยเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระมหากษัตริย์อยุธยาพระองค์นี้ และนำมาสู่การหลั่งไหลของชาวเมืองพิมาย และพนมรุ้งเข้ามาสู่อยุธยา
.
ก็ยิ่งชวนให้ไพล่คิดไปถึงการหลั่งไหลของกระแสอารยธรรม และเทคโนโลยีจากพวกขอม ที่แพร่หลายเข้ามาสู่อยุธยาอย่างท่วมท้นในสมัยของพระองค์ จนทำให้ปูนปั้นที่พระปรางค์วัดราชบูรณะนั้น เป็นของที่อยุธยาอิมพอร์ตเข้ามาจากพวกขอมในสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 นี่แหละ
.
แต่การณ์กลับไม่น่าจะคาดเดาได้ง่ายดายอย่างนั้นนะครับ เพราะเราก็มีตัวอย่างของปูนเกรดพรีเมียมในศาสนสถานยุคต้นอยุธยาที่อื่นๆ อีกด้วย บางแห่งก็มีอายุเก่าแก่กว่าปูนปั้นที่พระปรางค์ วัดราชบูรณะ มีตัวอย่างสำคัญอยู่ที่ พระปรางค์องค์เล็ก จากวัดส้ม เป็นอาทิ
.
เทคโนโลยีการผลิตปูนชั้นเยี่ยมในช่วงต้นกรุงศรีอยุธยา (หรืออาจจะรวมไปถึงช่วงก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาด้วย) นั้น จึงน่าจะมีที่มา หรืออย่างน้อยก็ได้รับถ่ายทอดมาจากพวกขอมมาแต่เดิม ก่อนรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 โน่นแล้วต่างหาก

ปูนยุคต้นของอยุธยา ได้เทคโนโลยีมาจากพวกขอม ตัวอย่างจากวัดราชบูรณะ
.....

(แม้แต่คำราชาศัพท์ของไทยจำนวนมากเป็นคำยืมมาจากภาษาเขมร)


https://www.facebook.com/photo/?fbid=1396678135827715&set=a.627369302758606




แฟนบอลชาวญี่ปุ่นกำลังเป็นที่จับตามองในศึกฟุตบอลโลก ไม่ใช่เพราะความวุ่นวาย แต่เป็นเพราะการช่วยกันทำความสะอาดสนามหลังจบการแข่งขัน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ พวกเขาก็จะช่วยกันเก็บขยะและดูแลสถานที่ให้สะอาดหมดจด ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998

https://www.facebook.com/reel/2508180776294219
.....

เป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจและได้รับเสียงชื่นชมจากคนทั่วโลกทุกครั้งที่มีการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ๆ เลยครับ พฤติกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรักษาความสะอาดชั่วคราว แต่สะท้อนถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของชาวญี่ปุ่น

หากมองลึกลงไปในวัฒนธรรมของพวกเขา สิ่งนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้ครับ:

ปรัชญา "อาตาริมาเอะ" (Atarimae): แปลว่า "เรื่องธรรมดาที่พึงปฏิบัติ" ชาวญี่ปุ่นถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก (ผ่านกิจกรรมการทำความสะอาดโรงเรียนที่เรียกว่า โซจิ หรือ Souji) ว่าการดูแลพื้นที่ส่วนรวมและไม่ทิ้งภาระไว้ให้ผู้อื่นเป็นหน้าที่ปกติของทุกคน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้ใครมาสั่ง

แนวคิดเรื่องการให้เกียรติสถานที่: มีสำนวนญี่ปุ่นที่ว่า "มาอย่างไร ควรกลับไปอย่างนั้น" (หรือการทำสถานที่ให้สะอาดกว่าตอนที่มา) การเก็บขยะหลังจบเกมจึงเป็นการแสดงความเคารพต่อประเทศเจ้าภาพและสนามกีฬาที่ให้พวกเขาเข้าไปร่วมเชียร์

ภาพลักษณ์สะท้อนส่วนรวม: แฟนบอลชาวญี่ปุ่นตระหนักดีว่าเมื่อพวกเขาเดินทางไปต่างประเทศ พวกเขาไม่ได้ไปในฐานะปัจเจกบุคคล แต่เป็นตัวแทนของประเทศ พฤติกรรมที่งดงามนี้จึงกลายเป็นการส่งต่อภาพลักษณ์เชิงบวกของชาติต่อสายตาชาวโลก

จุดเริ่มต้นในฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศส (ซึ่งเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกของทีมชาติญี่ปุ่น) ได้กลายเป็นบรรทัดฐานและส่งต่อเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าผลการแข่งขันในสนามจะจบลงด้วยความสมหวังหรือผิดหวัง แต่ในแง่ของวัฒนธรรมและสปิริต พวกเขาชนะใจคนทั้งโลกเสมอครับ




ที่ประชุม G7 มีวาระการประชุมเรื่องอะไรบ้าง และ มีประเทศใหนที่ได้รับเชิญเข้าประชุม นอกเหนือจากประเทศสมาชิกหลัก



การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ประจำปี 2026 จัดขึ้นที่เมือง Evian-les-Bains ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 15–17 มิถุนายน โดยฝรั่งเศสในฐานะเจ้าภาพได้วางวาระการประชุมที่มุ่งเน้นการจัดการกับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังตึงเครียด ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจและ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain "De-risking") 

วาระสำคัญที่มีการหารือในที่ประชุม มีดังนี้:

1. วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางและความมั่นคงทางพลังงาน

เป็นประเด็นเร่งด่วนที่ถูกยกขึ้นมาหารือในวันแรก ๆ จากผลกระทบของการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงที่ผ่านมา

ข้อตกลงหยุดยิง: ติดตามและผลักดันรายละเอียดของกรอบข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่คาดว่าจะมีการลงนามในสัปดาห์นี้

ความมั่นคงทางทะเล: การร่วมมือกันเคลียร์ทุ่นระเบิดและคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียเพื่อให้ระบบโลจิสติกส์พลังงานโลกกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง

เส้นทางพลังงานสำรอง: การหารือร่วมกับประเทศพันธมิตรนอกกลุ่ม G7 (เช่น อียิปต์ กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เพื่อหาทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานพลังงาน

2. สงครามในยูเครน

การกดดันเพื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจา: กลุ่มประเทศยุโรปและแคนาดากำลังประสานความร่วมมือเพื่อกดดันรัสเซีย ทั้งในมิติการทหารและการเงิน เพื่อบังคับให้เข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการ

การสนับสนุนระยะยาว: ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เดินทางเข้าร่วมประชุมในฐานะแขกรับเชิญ เพื่อแสดงความคืบหน้าในแนวหน้าและเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ (ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์) เพื่อรักษาฐานการสนับสนุนในระยะยาว

3. ความขัดแย้งทางการค้าและความสมดุลทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Imbalances)

ฝรั่งเศสพยายามชูประเด็น "ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก" เพื่อลดแรงกดดันเรื่องกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นไปที่:

ปัญหาการผลิตล้นเกิน (Overcapacity): โดยเฉพาะการส่งออกและมาตรการอุดหนุนอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งเป็นจุดร่วมที่ทั้งสหรัฐฯ และยุโรปเห็นพ้องว่าเป็นความเสี่ยงต่อตลาดโลก

การเจรจาทวิภาคีลดความตึงเครียด: การหารือนอกรอบเพื่อสกัดกั้นสงครามภาษีระลอกใหม่ โดยมีการเชิญผู้นำจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่าง อินเดีย บราซิล เกาหลีใต้ และเคนยา เข้าร่วมสังเกตการณ์ในเซสชันนี้ด้วย

4. ความมั่นคงด้านแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals) และการลดความเสี่ยง (De-risking)

การสร้างพันธมิตรเพื่อลดความพึ่งพาซัพพลายเชนจากจีน โดยเฉพาะกลุ่มแร่หายาก (Rare Earth Elements) และแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและการตรวจสอบย้อนกลับ (Due Diligence) ที่โปร่งใส

5. การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) และเทคโนโลยี

การสร้างกรอบการทำงานระหว่างประเทศเพื่อควบคุมและพัฒนา AI อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม โดยในงานนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ (เช่น OpenAI และ Mistral AI) เข้าร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับการรักษาสมดุลระหว่างอำนาจอธิปไตยทางดิจิทัล การออกกฎระเบียบความปลอดภัย (เช่น มาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียในเยาวชน) และการส่งเสริมนวัตกรรม

6. สาธารณสุขโลกและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา (International Solidarity)

การรับมือโรคระบาด: การประสานงานร่วมกันระดับนานาชาติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ในแอฟริกา

สถาปัตยกรรมการเงินเพื่อการพัฒนา: การปรับปรุงแนวทางการให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ผ่านโมเดลความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) เพื่อให้การใช้เงินทุนเพื่อการพัฒนามีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น ท่ามกลางภาวะเงินทุนช่วยเหลือต่างประเทศ (ODA) ที่ตึงตัว

มีประเทศใหนที่เข้าประชุม

การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ประจำปี 2026 ที่เมืองเอวีย็อง-เล-แบ็ง (Évian-les-Bains) ประเทศฝรั่งเศส มีการแบ่งกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมประชุมออกเป็น ประเทศสมาชิกหลัก และ ประเทศที่ได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษ (Guest Countries) เพื่อเข้าร่วมหารือในวาระเฉพาะ ดังนี้:

1. ประเทศสมาชิกหลักของกลุ่ม G7 (7 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ)

🇫🇷 ฝรั่งเศส (เจ้าภาพ) – นำโดย ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง
🇺🇸 สหรัฐอเมริกา – นำโดย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
🇬🇧 สหราชอาณาจักร – นำโดย นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์
🇨🇦 แคนาดา – นำโดย นายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์
🇩🇪 เยอรมนี – นำโดย นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิรซ์
🇮🇹 อิตาลี – นำโดย นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี
🇯🇵 ญี่ปุ่น – นำโดย นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ (การเข้าร่วม G7 ครั้งแรกของเธอ)

2. ตัวแทนจากสหภาพยุโรป (EU)

เข้าร่วมประชุมในฐานะสมาชิกที่ไม่มีสิทธิ์โหวต (Non-enumerated member) นำโดยประธานคณะมนตรีแห่งภาพยุโรป (อันโตนิโอ กอสตา) และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อุร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน)
3. ประเทศแขกรับเชิญพิเศษ (Invited Countries)

ในปีนี้ฝรั่งเศสได้เชิญผู้นำจากนอกกลุ่ม G7 เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะประเทศที่มีบทบาทสำคัญในวิกฤตตะวันออกกลาง ห่วงโซ่อุปทาน และเศรษฐกิจโลก:

กลุ่มพันธมิตรและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Partner Countries):

🇮🇳 อินเดีย (นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี)
🇧🇷 บราซิล (ประธานาธิบดี ลูอิส อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา)
🇰🇷 เกาหลีใต้ (ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง
🇰🇪 เคนยา (ประธานาธิบดี วิลเลียม รูโต)

กลุ่มประเทศผู้มีบทบาทสำคัญและตัวกลางในวิกฤตตะวันออกกลาง:

🇪🇬 อียิปต์ (ประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี)
🇶🇦 กาตาร์ (เชค ตะมีม บิน ฮะมัด อัษษานี - เจ้าผู้ครองรัฐ)
🇦🇪 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นะห์ยาน)
🇸🇾 ซีเรีย (ประธานาธิบดี อะห์มัด อัล-ชารา) — เป็นการเข้าร่วมสังเกตการณ์ประชุม G7 ครั้งแรกของซีเรีย

ประเทศในภาวะสงคราม:

🇺🇦 ยูเครน (ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี) เข้าร่วมเพื่อเจรจาแผนความมั่นคงและการสนับสนุนทางการทหารระยะยาว



ข้อความทวีตของสำนักข่าว Al Jazeera English สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญและน่าประหลาดใจที่สุดในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปยังนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ระหว่างการประชุม G7





https://x.com/AJEnglish/status/2066928106934325274
.....

นัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์จากคำกล่าวของทรัมป์ในครั้งนี้:

1. บริบทและชนวนเหตุ: "ดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน"

สาเหตุหลักที่ทำให้ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอิสราเอลอย่างรุนแรงเช่นนี้ เกิดจากความพยายามของเขาในการผลักดัน กรอบข้อตกลงสันติภาพประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

จังหวะเวลาที่เป็นปัญหา: ก่อนหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพียงไม่กี่ชั่วโมง อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงใส่ศูนย์บัญชาการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเบรุต เพื่อตอบโต้เหตุโดรนโจมตีก่อนหน้านั้น

ทรัมป์มองว่าอิสราเอลกำลังขัดขวาง: ทรัมป์แสดงความโกรธเคืองอย่างมาก โดยระบุว่าการโจมตีของอิสราเอลทำให้ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ต้องล่าช้าออกไปหลายชั่วโมง เขามองว่าสงครามกับฮิซบอลเลาะห์เป็นเพียง "สงครามย่อย" (Minor war) ที่ไม่ควรถูกนำมาทำให้ "ดีลใหญ่" ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต้องพังลง

2. การวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง "พลเรือนเสียชีวิต" อย่างดุดัน

ถ้อยคำที่ทรัมป์ใช้โจมตีกลยุทธ์ทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนนั้น ถือว่ารุนแรงและตรงไปตรงมาอย่างมาก ซึ่งเป็นโทนเสียงที่มักจะมาจากฝั่งเสรีนิยมหรือองค์กรระหว่างประเทศมากกว่าตัวเขาเอง:

"อิสราเอลสู้กับฮิซบอลเลาะห์นานเกินไปแล้ว และมีผู้คนล้มตายมากเกินไป คุณไม่จำเป็นต้องระเบิดตึกอพาร์ตเมนต์ทิ้งทุกครั้งที่คุณกำลังตามล่าหาใครสักคนหรอก เพราะในตึกนั้นมีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย และพวกเขาไม่ใช่ฮิซบอลเลาะห์ทั้งหมด ผมบอกคุณได้เลย"

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังตอกย้ำถึงอิทธิพลของสหรัฐฯ ที่มีเหนืออิสราเอลเพื่อกดดันเนทันยาฮู โดยกล่าวว่า "ถ้าไม่มีสหรัฐฯ ก็ไม่มีอิสราเอล... แต่ตอนนี้บีบี (เนทันยาฮู) ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้"

3. นัยยะสำคัญ: การผลักภาระให้ "ซีเรีย" จัดการฮิซบอลเลาะห์

ประโยคที่สร้างความประหลาดใจให้แก่นักวิเคราะห์ทั่วโลกมากที่สุด คือการที่ทรัมป์เสนอให้ ซีเรียทำหน้าที่ควบคุมและจัดการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แทนอิสราเอล

ซีเรียยุคใหม่: ปัจจุบันซีเรียอยู่ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อะห์มัด อัล-ชารี (หรืออดีตผู้นำกลุ่มติดอาวุธ อบู มูฮัมหมัด อัล-โจลานี) ซึ่งได้พยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีและแสดงความภักดีต่อสหรัฐฯ และทรัมป์มาโดยตลอด

ตรรกะของทรัมป์: ทรัมป์มองว่ารัฐบาลซีเรียชุดใหม่นี้มีศักยภาพและไม่ชอบกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (ซึ่งหนุนหลังโดยอิหร่านในอดีต) อยู่แล้ว สหรัฐฯ จึงมองซีเรียเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจำกัดอิทธิพลของฮิซบอลเลาะห์ โดยไม่ต้องพึ่งพาการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่สร้างความสูญเสียต่อพลเรือนสูงและถูกนานาชาติต่อต้าน ทรัมป์สรุปสั้นๆ ว่า: "ถ้าอิสราเอลทำงานนี้ไม่ได้โดยไม่ฆ่าคนอื่นทั้งหมด ซีเรียก็จะเป็นคนทำเอง"
4. ปฏิกิริยาตอบกลับจากฝั่งอิสราเอล

คำกล่าวของทรัมป์เผชิญกับการต่อต้านในทันทีจากกรุงเยรูซาเลม:

ปฏิเสธการถอนทหาร: นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ ปฏิเสธการถอนทหารออกจากเลบานอน โดยระบุว่าอิสราเอลได้สร้าง "เขตความมั่นคง" ในฉนวนกาซา เลบานอน และซีเรีย เพื่อปกป้องพรมแดนของตน และจะคงกำลังไว้ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

ไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ: รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายขวาจัดของอิสราเอลระบุอย่างชัดเจนว่า "ข้อตกลงของทรัมป์ไม่มีผลผูกพันกับเรา" และยืนยันว่าอิสราเอลต้องทำลายล้างฮิซบอลเลาะห์ให้สิ้นซาก แทนที่จะหยุดชะงักเพื่อดีลทางการทูตของสหรัฐฯ
บทสรุป

การขยายความในโพสต์นี้แสดงให้เห็นว่า ทรัมป์กำลังจัดระเบียบภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางใหม่ (Geopolitical Realignment) โดยให้ความสำคัญกับการบรรลุข้อตกลงระดับประวัติศาสตร์กับอิหร่านเพื่อเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเขา และมองว่าการเดินหน้าทำสงครามของอิสราเอลในเลบานอนเป็นอุปสรรค แผนการของทรัมป์คือการใช้ "ซีเรีย" เป็นกันชนและผู้คุมกฎในเลบานอนแทน เพื่อแลกกับการถอนทหารของอิสราเอล ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการของอิหร่าน ในขณะที่ยังคงสามารถควบคุมกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ไว้ได้นั่นเอง





 

จากการที่ อิสราเอลถูกกันออกไปและแสดงท่าทีคัดค้านแนวทางการเจรจาทางการทูตที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อิสราเอลอาจสร้างความยุ่งยากให้กับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต่อไปได้อย่างไร


ภาพจาก NPR

อิสราเอลสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อทำให้การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านซับซ้อนขึ้น - NPR

จากรายงานข่าวของ NPR (โดยเฉพาะในรายการ Up First และ Morning Edition) อิสราเอลมีแนวทางและมาตรการที่เป็นรูปธรรมหลายประการที่กำลังดำเนินอยู่ หรืออาจเลือกดำเนินการ ซึ่งส่งผลให้การเจรจาสันติภาพและการลงนามข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต้องเผชิญกับความซับซ้อนอย่างมาก ดังนี้:

1. การปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงและเดินหน้าปฏิบัติการทหารในเลบานอน

เงื่อนไขสำคัญที่อิหร่านเรียกร้องในกรอบความตกลงระดับภูมิภาคคือ การหยุดยิง "ในทุกแนวรบ" ซึ่งหมายความว่าอิสราเอลจะต้องยุติการสู้รบและถอนกำลังทหารออกจากดินแดนทางตอนใต้ของเลบานอน

การตอบโต้ของอิสราเอล: นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล (รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ) ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ถอนกำลังและจะไม่หยุดปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ตามแรงกดดันทางการเมืองจากภายนอก การที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าทิ้งระเบิดในกรุงเบยรูตและสั่งการให้ทหารแนวหน้าลุยต่อจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย จึงขัดแย้งโดยตรงกับเงื่อนไขการหยุดยิงของอิหร่าน และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจทำให้ข้อตกลงล่มลงได้

2. การขยายพื้นที่ควบคุมทางทหารและการสู้รบในฉนวนกาซา

กรอบสันติภาพในตะวันออกกลางมักจะผูกโยงความสงบสุขของทุกแนวรบเข้าด้วยกัน แต่ท่าทีในทางปฏิบัติของอิสราเอลในกาซากลับสวนทางกับแนวทางทางการทูตอย่างสิ้นเชิง

การตอบโต้ของอิสราเอล: นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูได้ประกาศต่อสาธารณะว่า กองทัพอิสราเอลมีแผนจะขยายการควบคุมพื้นที่ในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นเป็น 70% (จากเดิมประมาณ 60% กว่า) การเดินหน้าแคมเปญทางทหารและการยึดครองพื้นที่ถาวรนี้ ทำให้กลุ่มฮามาสปฏิเสธที่จะปลดอาวุธ และส่งผลให้การเจรจาในประเด็นการฟื้นฟูกาซาหยุดชะงัก ซึ่งในมุมมองของอิหร่านที่ถือว่าแนวรบทั้งหมดเชื่อมโยงกัน การกระทำของอิสราเอลจึงเป็นการทำลายโอกาสในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในภาพรวม

3. การแสดงจุดยืน "พร้อมปฏิบัติการฝ่ายเดียว" เพื่อต่อต้านกรอบการเจรจาที่อิสราเอลถูกกันออกไป

เนื่องจากอิสราเอลไม่ได้ถูกนับรวมเป็นภาคีในข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้เนทันยาฮูเผชิญแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศอย่างหนักก่อนการเลือกตั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยถูกวิจารณ์ว่าปล่อยให้อิสราเอลตกขบวนและถูกทิ้งไว้ข้างหลังท่ามกลางภัยคุกคามที่ยังไม่หมดไป

การตอบโต้ของอิสราเอล: เพื่อตอบโต้การถูกกันออกจากการเจรจา (Sidelined) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลจึงส่งสัญญาณว่า "ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน จะไม่สามารถมาชี้นำหรือกำหนดทิศทางความมั่นคงของอิสราเอลได้" อิสราเอลพร้อมที่จะใช้มาตรการทางทหารฝ่ายเดียว (Unilateral action) ทุกเมื่อหากรู้สึกว่าเผชิญความเสี่ยง ซึ่งการประกาศว่าปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอลนั้น "อยู่เหนือข้อตกลงทางการทูตใดๆ" ถือเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นและสร้างความซับซ้อนให้กับการเจรจาของสหรัฐฯ อย่างยิ่ง

4. การกดดันในประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่าน

อิสราเอลเน้นย้ำเสมอว่าเป้าหมายสูงสุดของตนคือการทำลายความทะยานอยากด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน

การตอบโต้ของอิสราเอล: เนื่องจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในระยะแรกเป็นเพียงกรอบข้อตกลงเบื้องต้น และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจัดการกับประเด็นนิวเคลียร์อย่างไร อิสราเอลจึงอาจใช้มาตรการกดดัน คัดค้าน หรือตั้งเงื่อนไขที่เข้มงวดเป็นพิเศษ (เช่น ต้องมีการตรวจสอบแบบ "ทุกที่ ทุกเวลา") ซึ่งหากข้อตกลงของสหรัฐฯ อ่อนข้อให้อิหร่านในจุดนี้ อิสราเอลก็พร้อมที่จะปฏิเสธและไม่ให้ความร่วมมือในแผนสันติภาพระยะยาว

สรุปสั้นๆ: มาตรการที่อิสราเอลทำได้ (และกำลังทำ) เพื่อแทรกแซงการเจรจา คือการปฏิเสธที่จะหยุดยิงในเลบานอน การขยายพื้นที่ยึดครองในกาซา และการยืนยันว่าจะใช้กำลังทหารฝ่ายเดียวโดยไม่สนใจข้อตกลงที่สหรัฐฯ ทำกับอิหร่านครับ





https://x.com/AJEnglish/status/2066883499286749590



 

อนาคต? โครงการ "TH-AI Passport" ที่เดินหน้าต่อไปกับความเสี่ยงทางการเมืองของรัฐบาล จะเป็นอย่างไรต่อไป วิเคราะห์กับ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์







https://x.com/ThaiPBS/status/2066898113739341908

.....

เพิ่มเติม

ข้อความทวีตจาก Thai PBS นี้กำลังพูดถึงประเด็นร้อนแรงในเดือนมิถุนายน 2569 เกี่ยวกับโครงการ "TH-AI Passport" ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นโครงการแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับ Pro/Premium (เช่น ChatGPT Plus, Gemini Advanced, Claude Pro) ให้กับคนไทยจำนวน 5 ล้านคน ควบคู่ไปกับแพลตฟอร์มฝึกทักษะการใช้งาน โดยใช้งบประมาณสูงถึง 1.6 พันล้านบาทจากกองทุนดีอี

แต่สิ่งที่รายการ "ตอบโจทย์" นำมาขยี้ร่วมกับ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล (นักวิชาการกฎหมายชื่อดังจาก ม.ธรรมศาสตร์) คือเรื่อง "ความเสี่ยงทางการเมืองของรัฐบาล และอนาคตของโครงการนี้" ซึ่งหากวิเคราะห์ตามหลักรัฐศาสตร์และกฎหมายมหาชน สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ครับ:
3 ปมเสี่ยงทางการเมืองที่ "TH-AI Passport" กำลังเผชิญ

1. ความคุ้มค่าของงบประมาณ 1.6 พันล้านบาท (Value for Money)

โครงการนี้กำลังถูกสังคมและฝ่ายค้านตั้งคำถามอย่างหนักว่าเป็นการ "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ" หรือไม่ เนื่องจากเงิน 1.6 พันล้านบาท ถูกนำไปซื้อสิทธิ์ (License) จากบริษัทบิ๊กเทคต่างชาติ (เช่น OpenAI, Google, Anthropic) เพื่อให้คนไทยใช้ฟรีเป็นเวลา 1 ปี

มุมมองความเสี่ยง: ดร.ปริญญา มักจะเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและการใช้เงินภาษีประชาชน หากครบ 1 ปีแล้วเงินหมด โครงการจบลงโดยที่ไทยไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI หรือโมเดลภาษาของตัวเอง (เช่น ThaiLLM) ขึ้นมาอย่างยั่งยืน รัฐบาลจะเผชิญข้อหาว่าใช้เงินงบประมาณเพื่อ "แจกของหวังผลทางการเมืองสไตล์ประชานิยม" มากกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

2. เสถียรภาพของรัฐบาลและนโยบายที่อาจ "สะดุด"

สถานการณ์การเมืองไทยมีความไม่แน่นอนสูง หากรัฐบาลเผชิญอุบัติเหตุทางการเมือง มีการปรับคณะรัฐมนตรี หรือเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี โครงการขนาดใหญ่ที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) หรือเพิ่งเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ อาจถูกสั่งชะลอ ตรวจสอบ หรือพับเก็บไปได้ง่ายๆ

3. ประเด็นข้อกฎหมายและธรรมาภิบาล (Governance & Privacy)

เมื่อเป็นโครงการรัฐที่ต้องเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนของรัฐ (เช่น แอปทางรัฐ หรือ ThaID) เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ ย่อมหนีไม่พ้นคำถามเรื่อง:

ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy): ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน AI ของประชาชน 5 ล้านคนจะถูกจัดเก็บอย่างไร? มีการรั่วไหลไปยังบริษัทต่างชาติหรือไม่?

ความโปร่งใสใน TOR: เงื่อนไขการประมูล (Terms of Reference) ที่กำหนดว่าต้องใช้ AI ระดับโลก 8-12 โมเดล เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่งที่เป็นตัวกลาง (Aggregator) ในการดึง API เข้ามาหรือไม่ ซึ่งนี่เป็นจุดเสี่ยงทางกฎหมายที่ดร.ปริญญา มักให้ความสำคัญมาก

💡 บทสรุปของการวิเคราะห์: > โครงการ TH-AI Passport มีเจตนาที่ดีในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและเร่งการใช้ AI ในประเทศ (ซึ่งปัจจุบันไทยมีอัตราการใช้ AI ต่ำกว่าสิงคโปร์และเวียดนามมาก) แต่จุดตายทางการเมืองคือ "วิธีบริหารจัดการ" ที่เน้นการซื้อสิทธิ์แจกชั่วคราว หากรัฐบาลไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงิน 1.6 พันล้านนี้จะเปลี่ยนเป็น "ทักษะที่เพิ่มรายได้ให้ประชาชนได้จริง" โครงการนี้ก็อาจกลายเป็นชนวนเหตุให้รัฐบาลถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือถูกตรวจสอบจากองค์กรอิสระจนไปต่อได้ยากครับ




คาดว่า เหตุที่ทำให้รายการเจาะลึกทั่วไทยของคุณดนัย กับคุณอมรรัตน์ ต้องหลุดจากผังช่อง 9 น่าจะมาจากการออกอากาศช่วงนี้


พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
Yesterday
·
คาดว่า เหตุที่ทำให้รายการเจาะลึกทั่วไทยของคุณดนัย กับคุณอมรรัตน์ ต้องหลุดจากผังช่อง 9 น่าจะมาจากการออกอากาศช่วงนี้ คุณดนัย กล่าวว่า

”บรรยากาศเวทีเอไอ พาสปอร์ต ฟอรัม… กับ เวทีปราศรัยหาเสียงช่วงที่กำลังมีการเลือกตั้ง ดูเหมือนกัน ดูมันคล้ายกัน อย่างไรก็ไม่รู้ คล้ายกับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเดียว คล้ายกันมากเกินไปหรือเปล่า อย่างน่าประหลาด“

ประโยคชุดนี้ สงสัยจะทิ่มแทงหัวใจของ “ผู้นำเงา” ของระบอบสีน้ำเงินครับ

ใครที่ยังไม่ได้ดู แนะนำให้ไปดูในYouTube รายการเจาะลึกฯ ของวันที่ 12 มิถุนายน ได้ครับ

https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/1530074901908076
.....

https://www.facebook.com/reel/2290693994667723




วันอังคาร, มิถุนายน 16, 2569

‘หมาแก่’ ลาจอช่อง ๙ อสมท. “เชือดไก่ตัวใหญ่ กดดันบอร์ด อสมท.ให้ถอดออกจากผังรายการ เขาว่ากันว่า ถ้าไม่งั้น ปลด ผอ.ปลดบอร์ด ตัดงบ ก็ต้องเลือกเอา”

คงไม่ใช่แน่ๆ ที่ หมาแก่ จะปิดรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ของเขาไปเพราะทำมานานเต็มทีแล้ว ดังที่เขาอ้างสั่งลา “แบบลาไปยิ้มไป” ตามที่ เพ็ญพรรณ ลำเหลือง เพื่อนร่วมอาชีพผู้ประกาศข่าวของเขา เขียนถึงไว้ว่าเกิดจาก “พลังอันยิ่งใหญ่จริง” ๆ

ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ หรือ หมาแก่ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ หรือ แมวสาวสองพิธีกร ‘TAC team’ สมรรถนะสูงในการเจาะประเด็นข่าว “เป็นหนึ่งในรายการที่ผู้นำประเทศ ผู้บริหารระดับสูง รวมถึงสื่อมวลชนหลายสำนักติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ”

“แกคือคนที่ บก.ข่าว คนข่าวด้วยกันต้องฟังทุกเช้า ว่าพี่ดนัยจะเปิดประเด็นอะไร คนอื่นจะได้ตาม หรือรู้ว่าวันนั้นมีเรื่องอะไรเป็นประเด็นใหญ่” อีกคำนิยมจากพรรณิการ์ วานิช แห่งคณะก้าวหน้า ผู้บอกว่า “ติดตามรายการพี่ดนัยมาตลอดตั้งแต่เป็นนักข่าวมาจนเป็นนักการเมือง”

พร้อมทั้งข้อสังเกตุเด็ดขาดจาก ช่อ ที่ว่า นี่เป็นรายการวิจารณ์ข่าวรายที่สองนับแต่หลังเลือกตั้งมา “ที่โดนถอดจากผังทีวีแบบฟ้าผ่า ก่อนหน้าพี่ดนัย มีอีกรายการ คือ ยิ่งคุย ยิ่งลึก ของ อ.ยิ่งศักดิ์ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าช่อง ๗ ถอดรายการออกด้วยเหตุผลอะไร”

เป็นไปได้อย่างยิ่งว่ามีใบสั่งลงมาให้ถอดรายการหมาแก่ จากผังของช่อง ๙ อสมท. และกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนฯ ซึ่งมี ภคมน หนุนอนันต์ จากพรรคประชาชนเป็นประธาน นัยว่ามูลมาจาก TH-AI Passport “กล่องดวงใจ” ของครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย

“เด้งจนได้” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ย้อนประสบการณ์ของตนเองเมื่อ มกราคม ๒๕๖๖ ที่ “พี่หมาแก่สัมภาษณ์ผม ในหัวข้อ เด้งจนได้ คือผมถูกสั่งย้ายจากจะนะไปสะบ้าย้อยจนได้ เพราะวิพากษ์กัญชาและนโยบายที่ไม่เวิร์คของอนุทิน”

เคราะห์ร้ายของหมาแก่เช่นกัน มันสะท้อนพฤติกรรม เชือด ทางการเมืองของพวกที่อยู่ใน ระบอบสีน้ำเงินซึ่งหมอสุภัทรบอกว่า “เชือดไก่ตัวใหญ่ กดดันบอร์ด อสมท.ให้ถอดออกจากผังรายการ เขาว่ากันว่า ถ้าไม่งั้น ปลด ผอ.ปลดบอร์ด ตัดงบ ก็ต้องเลือกเอา”

อดีตวีรบุรุษโรงพยาบาลจะนะชักชวนให้สังคมไทยลุกขึ้นมาปกป้อง และเรียกร้องให้หมาแก่ได้คืนจอช่อง ๙ “สื่อช่วยเรา เราช่วยสื่อ อย่าให้ระบอบสีน้ำเงินปิดปากสื่อของประชาชนครับ”

(https://www.facebook.com/supathasuwannakit/posts/tZxXuz1X9, https://www.facebook.com/photo/?fbid=1510883037736322&set=a.630649625759672 และ https://www.facebook.com/chor.wanich/posts/08dRxnXWpi)