วันจันทร์, สิงหาคม 17, 2569
"สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามถึง กกต. ว่ามีคนบางส่วนรู้เห็นกับการโกงเลือก สว. หรือไม่ #สั่งฟ้องสว
"ทวี สอดส่อง" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แนะ กกต. ให้สั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. ไปยังศาลฎีกา แค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าทุจริตก็ส่งฟ้องได้แล้ว #สั่งฟ้องสว
ท่องเที่ยวแนวใหม่ของจีน "การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์คอมมิวนิสต์" (red tourism) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
กระแสเกลียดจีนเกลียดยิว พุ่งแรงมาก ถึงขนาดสนธิ ลิ้ม เสนอให้ปิดประเทศ 😆
สนธิ เสนอปิดประเทศ ล้างข้าราชการเทา ทบทวน FTA จีน-ตัดสัมพันธ์อิสราเอล คืนศักดิ์ศรีให้คนไทย
Bright TV
10 hours ago
https://www.youtube.com/watch?v=OPTiU3691Lw
.....
Atukkit Sawangsuk
2 hours ago
·
กระแสเกลียดจีนเกลียดยิว พุ่งแรงมาก
ถึงขนาดสนธิ ลิ้ม เสนอให้ปิดประเทศ

(ใช้เศรษฐกิจพอเพียง อ้าว ประยุทธ์ที่เปิด EEC ให้จีน ก็ท่องเศรษฐกิจพอเพียงทุกวันไม่ใช่หรือ)
นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ฝ่ายขวาชาตินิยมจะใช้ชิงการนำไล่อนุทินแล้ววนลูป
:
น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน พวกคลั่งชาติไม่ได้เกลียดทุนจีนสีเทา หรือมาเฟียข้ามชาติ ยิว รัสเซีย เท่าแรงงานพม่า เขมร ลาว "แย่งงานทำ"
มาเฟียต่างชาติพัทยา ภูเก็ต พงัน ที่จริงก็รู้กันมาตั้งนานแล้ว
โรงงานจีนก่อมลพิษ ทิ้งขยะ ก็รู้กันมาตั้งหลายปี
สารพิษน้ำกก ก็ไม่ได้สนใจนักหรอก คลั่งเรื่องปราสาทตาเมือนธมปราสาทตาควายมากกว่า
ส่งอุยกูร์กลับจีนส่งคนลี้ภัย ก็ไม่ได้แยแส
:
จุดเดือดน่าจะเป็น "พ่อทิพย์ลูกทิพย์" มาแย่งความเป็นคนไทยอันหวงแหน
แล้วจะแย่งยึดครองแผ่นดินไทย (หรือจินตนาการไปว่าอีก 40 ปีจะเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรี)
ประกอบกับความกร่างของมาเฟียต่างชาติ
ท่าทีของทูตจีน ทูตอิสราเอล
ทำให้จุดติด
อันนี้คือชาตินิยมแบบเก่าคร่ำ ยึดติดกับแผ่นดิน ความเป็นคนไทย ใครอย่ามาแย่งของ Ku
(แบบไล่คนมุสลิมมลายูออกไป เอาแผ่นดิน 3 จังหวัดของ Ku คืนมา)
ไม่ใช่เกลียดจีนเพราะเรื่องคุณภาพชีวิต สิทธิมนุษยชน หรือถูกเอาเปรียบการค้า
:
ยังนึกขรรมว่า จะมีใครขุดบทความ "ยิวแห่งบูรพาทิศ" ของรัชกาลที่ 6 ขึ้นมาปลุกไหม
ตอนนี้มาทั้งจีนทั้งยิว
แต่ไม่ได้นะ รัชกาลที่ 6 พูดถึงคนจีนโพ้นทะเล เรียกร้องให้ทำตัวเป็นพลเมืองไทย เชื่อฟัง จงรักภักดี
ซึ่งคนจีนโพ้นทะเลยุคนั้น ก็คือบรรพบุรุษของคนไทยเชื้อสายจีนนับล้านๆ ในยุคนี้ และจำนวนไม่น้อยก็กลายเป็นชนชั้นนำทางเศรษฐกิจการเมืองหรือแม้แต่รัฐราชการ
:
บนความ "เกลียดจีน" จึงต้องเน้นว่า
1.ทุนเทาทุนดำมันอาศัยความห่วยแตก โกง ไร้ประสิทธิภาพ ของรัฐราชการไทย ซึ่งต่อเนื่องมาจากยุครัฐประหาร "ปิดประเทศ" เปิดรับจีน
2.ความเหิมลำพองของรัฐจีน ด้านหนึ่งมาจากความผยองว่าเป็นมหาอำนาจใหม่ พวกเพิ่งงอก
แต่อีกด้านหนึ่งก็มาจากนโยบายต่างประเทศไทย หงอทุกยุคสมัย ไม่กล้าต่อรอง ไม่คิดว่าตัวเองมีอำนาจต่อรอง ไม่ใช่แค่จีนหรอก กับเผด็จการทหารพม่ายังหงอเลย
https://www.facebook.com/baitongpost/posts/27995351673453296
นักวิจัยคะฉิ่นแฉความเห็นแก่ตัวของจีน ในยุทธศาสตร์ "แรร์เอร์ธ"

สำนักข่าวชายขอบ
Yesterday
·
นักวิจัยคะฉิ่นแฉจีนปราบเหมืองผิดกฎหมายในประเทศแต่ให้นักลงทุนยกทัพขุดแรร์เอิร์ธในเพื่อนบ้าน-“ธารา บัวคำศรี”เผยภาวะคำสาปทรัพยากร-เวทีวิชาการ“พม่าศึกษา”ผู้สนใจประเด็นแร่หายากล้นหลามพร้อมตั้งคำถามถึง TOR ไทย/พม่า
------------
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยพม่า-เมียนมาศึกษา ครั้งที่ 5 เป็นวันที่สองของงาน โดย 1 ในเวทีเสวนาหัวข้อ 'Rare Earth: Extractive Industry, Global Supply Chain and Transboundary Water Pollution' เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมีผู้เข้าฟังเป็นจำนวนมาก ดำเนินรายการโดย แกรี่ ลี ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ มูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ Rivers and Rights มีผู้ร่วมเสวนา 3 คน ได้แก่ Seng Li นักวิจัยชาวคะฉิ่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอย่างยั่งยืน (RCSD) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการ Climate Connector และ เพียรพร ดีเทศน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งมูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ
Seng Li กล่าวว่าหลังการรัฐประหารในพม่าเมื่อปี 2021 เหมืองแร่หายากหรือแร่แรร์เอิร์ธ ในรัฐคะฉิ่นได้พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยข้อมูลจาก Myanmar Witness พบจุดทำเหมืองมากถึง 400 แห่ง หรือคิดเป็นเกือบ 90% ของเหมืองแร่หายากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการของตลาดโลกและนโยบายปราบปรามเหมืองผิดกฎหมายภายในจีน ทำให้นักลงทุนจีนย้ายฐานเข้ามาขุดแร่ในรัฐคะฉิ่นเพื่อส่งกลับจีนไปแปรรูป
“การทำเหมืองแร่หายากกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญในการสร้างชาติขององค์กรเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independent Organization-KIO) โดยเฉพาะหลังรัฐประหารในพม่าในปี 2021 ที่กองทัพ KIA ต้องใช้เงินทุนสนับสนุนการสู้รบกับเผด็จการทหารและจัดหาอาวุธ แม้ในปี 2025 KIO จะเริ่มจัดระเบียบด้วยการออกกฎข้อบังคับ 8 หมวด ทั้งการจัดเก็บภาษี การควบคุมด่านส่งออก ควบคุมแรงงานต่างชาติ และปราบปรามยาเสพติดจนเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีที่ปนเปื้อนลงสู่แหล่งต้นน้ำลำธาร ปัญหาดินถล่ม ภูเขาถล่ม รวมถึงการขาดการคุ้มครองความปลอดภัยของแรงงาน และปัญหาการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานหญิงในพื้นที่เหมือง
นักวิชาการชาวคะฉิ่นผู้นี้กล่าวว่า สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือ KIO ต้องบังคับใช้กฎระเบียบในพื้นที่จริงอย่างเข้มงวด ตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิด ขณะเดียวกัน ประชาคมระหว่างประเทศควรเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ (EAOs) ในการสนับสนุนเชิงเทคนิคเพื่อสร้างธรรมาภิบาลในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่โปร่งใสและยั่งยืนร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการให้ความสนใจต่อองค์กรชาติพันธุ์ติดอาวุธ non-state actor
ธารา บัวคำศรี กล่าวว่าข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมตรวจพบจุดทำเหมืองแร่หายาก กระจายตัวอยู่ในรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสารพิษลงสู่แม่น้ำสายหลัก ทั้งแม่น้ำอิรวดี สาละวิน และแม่น้ำโขง ขณะที่รายงานของ Global Witness ระบุว่า ในปี 2023 จีนนำเข้าแร่หายากชนิดหนัก heavy rareearths สองชนิดที่สำคัญคือ ดิสโพรเซียม และ เทอร์เบียม จากพม่าในปี 2023 สูงถึง 41,700 ตัน หรือคิดเป็น 98% ของการนำเข้าแร่หายากชนิดหนักทั้งหมดของจีน เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในแม่เหล็กทนความร้อนสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กังหันลมผลิตไฟฟ้า และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก
“เหมืองแร่หายากในพม่าไม่ใช่แค่ปัญหากฎระเบียบที่อ่อนแอของประเทศหนึ่ง แต่มันคือ 'จุดเปราะบาง' สำคัญและเป็นจุดล้มเหลวเดี่ยว (Single Point of Failure) ของจีน เพราะแม้จีนจะครองกำลังการแยกและแปรรูปแร่หายากชนิดหนักถึง 99% ของโลก แต่จีนไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้และต้องพึ่งพาวัตถุดิบที่ขุดเจาะอยู่นอกระบบกฎหมายท่ามกลางสงครามกลางเมืองในพม่า” นักสิ่งแวดล้อมกล่าวและว่า “ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเมื่อกองทัพคะฉิ่น (Kachin Independent Army-KIA) เข้ายึดพื้นที่เหมืองในปี 2024 ยอดนำเข้าแร่ของจีนจากเมียนมาดิ่งลงเกือบ 90% ในเวลาเพียงเดือนเดียว ขณะเดียวกัน เมื่อกลุ่มติดอาวุธอย่างกองกำลังตะอาง (TNLA) สูญเสียรายได้จากการค้าทับทิมในเมืองโม่โกะ ทำให้เหมืองแร่หายากแห่งใหม่หลายสิบแห่งก็ผุดขึ้นทันที สะท้อนถึงภาวะ 'คำสาปทรัพยากร' ที่คำมั่นสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมพร้อมจะถูกละทิ้งเมื่อขาดแคลนรายได้”
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมผู้นี้กล่าวอีกว่าอุตสาหกรรมแปรรูปแร่แรร์เอิร์ทของจีนทำหน้าที่เสมือน 'เครื่องบดกาแฟ' ที่ผสมแร่จากทุกแหล่งรวมกันจนตรวจสอบย้อนกลับต้นตอไม่ได้ ขณะที่โมเดลเหมืองที่ไร้การควบคุมนี้กำลังขยายตัวไปยังสาธารณรัฐ สปป.ลาว เพิ่มขึ้น ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของภาคธุรกิจ แต่เป็นมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลุ่มทุนรัฐวิสาหกิจจีนใช้เมียนมาเป็น 'เขตสังเวย' ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ปลายน้ำระดับโลกและเวทีเจรจาสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ จะต้องนำประเด็นการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานแร่หายากและสิทธิของชุมชนพื้นเมืองขึ้นมาสู่โต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง
เพียรพร ดีเทศน์ กล่าวว่าวิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนจากกิจกรรมการทำเหมืองแร่ในรัฐฉานและพื้นที่รอยต่อชายแดนพม่ากำลังทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำในภาคเหนือของไทย ข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดินของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ พบการปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องตลอดระนะเวลากว่า 2 ปี ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญสำหรับระบบชลประทานและน้ำประปาของชุมชน ขณะที่การตรวจวัดตะกอนดินบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน พบปริมาณสารหนูปนเปื้อนสูงกว่าระดับอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำถึง 10 เท่า ท่ามกลางรายงานปลาป่วยและสัตว์น้ำผิดรูปทรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“การทำเหมืองแร่ในพื้นที่ไร้การควบคุมกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่รัฐคะฉิ่น รัฐฉาน ลามลงมาถึงลุ่มน้ำสาละวิน ตะนาวศรี จากภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลในพื้นที่พบเครื่องจักรและรถบรรทุกทำงานตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือตะกอนดินแม่น้ำที่เคยเป็นปุ๋ยธรรมชาติ วันนี้กลับกลายเป็นตะกอนดินพิษปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน”เพียรพร กล่าว
เพียรพรกล่าวว่า ขณะที่แม่น้ำสาละวินซึ่งพวกเราทำงานปกป้องให้ไหลอย่างอิสระมานานกว่า 25 ปี วันนี้ก็กำลังเผชิญกับการปนเปื้อนของโลหะหนักสารหนูและปรอท จนเกิดคำถามจากชุมชนปลายน้ำในรัฐมอญว่าน้ำยังปลอดภัยสำหรับการเกษตรหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น พม่าและลาวได้ลงนามแผนการศึกษาก่อสร้างโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ 2,790 เมกะวัตต์ บนแม่น้ำโขง เหนือสามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย อาจทำให้แม่น้ำโขงที่กำลังเผชิญวอกฤติสารพิษ จะกลายอ่างเก็บน้ำกลายเป็น 'อ่างเก็บสารพิษ' ที่พร้อมจะไหลบ่าลงสู่ท้ายน้ำ
เพียรพรกล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงมีข้อมูลและภาพถ่ายดาวเทียมทุกจุด แต่กลับไม่มีมาตรการปกป้องแม่น้ำและประชาชนอย่างจริงจัง ขณะที่การลงนามขอบเขตการดำเนินงาน (TOR) ระหว่างไทยและพม่าที่ผ่านมาก็ไม่ได้แตะต้องต้นตออย่างปัญหาเหมืองแร่เลย ข้อเรียกร้องสำคัญของภาคประชาชนคือ แม่น้ำทุกสายทั้งแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน กระบุรี และทุกแม้น้ำจะต้องถูกกำหนดให้เป็น 'พื้นที่ห้ามทำเหมืองแร่' อย่างเด็ดขาด เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของแหล่งน้ำดื่ม ดิน และความมั่นคงทางอาหารของคนรุ่นต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเสวนาดังกล่าวมีนักวิชการ นักวิจัย ให้ความสนใจเข้าฟังจนต้องเพิ่มเก้าอี้จำนวนมาก คำถามจากผู้เข้าร่วมที่น่าสนใจเช่น การลงนาม TOR ระหว่างไทยพม่าจะทำให้การเปิดเผยข้อมูลผลตรวจคุณภาพน้ำ ตะกอนดิน และอาหาร ต่อสาธารณะและชุมชนจะยังสามารถทำได้หรือไม่ และคำถามว่าจะมีแนวทางที่จะทำให้เกิดกลไกความรับผิดชอบข้ามพรมแดน ในระดับภูมิภาคและระดับสากลได้อย่างไร เพราะประเด็นแร่แรร์เอิร์ทเกี่ยวข้องกับแบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลกจำนวนมาก เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมการบินและยุทโธปกรณ์ รวมไปถึงพลังงานหมุนเวียน
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1726562039474597&set=a.504230305041116
แอปเปิ้ลส่งคำเตือน ใครที่ใช้ไอโฟน ไอแพด หรือแม็คบุ๊ค ควรอ่านอย่าปล่อยผ่าน (การสังเกตเตือนภัยของจริง ⚠️ หากได้รับข้อความหรืออีเมลแจ้งเตือน Apple ระบุชัดเจนว่า ข้อความเตือนของจริงจะไม่มีการแนบลิงก์ให้คลิก, ไม่มีไฟล์ให้ดาวน์โหลด, ไม่ขอให้ติดตั้งโปรไฟล์/แอปพลิเคชัน และจะไม่ถามรหัสผ่าน Apple Account เด็ดขาด)

iLaw
·
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ TechCrunch รายงานว่า แอปเปิ้ลได้ส่งข้อความเตือนชุดใหม่ให้ลูกค้าที่ต้องสงสัยว่า อาจตกเป็นเป้าหมายของสปาย์แวร์ที่แฮคโทรศัพท์ได้ ซึ่งแอปเปิ้ลเป็นบริษัทที่ส่งคำเตือนไปยังผู้ใช้หลายครั้งแล้วตามวาระโอกาสต่างๆ เพื่อเตือนลูกค้าที่ใช้ไอโฟน ไอแพด หรือแม็คบุ๊ค ที่อาจถูกเข้ายึดอุปกรณ์โดยสปายแวร์ที่โดยทั่วไปแล้วใช้งานโดยรัฐบาล
ความเคลื่อนไหวล่าสุดแอปเปิ้ล เปิดเผยว่าส่งข้อความเตือนไปยังผู้ใช้งานใน 110 ประเทศ ยังไม่ชัดเจนว่า ในประเทศไทยมีใครได้รับคำเตือนระลอกนี้จากแอปเปิ้ลบ้างหรือไม่ ซึ่งแอปเปิ้ลจะส่งข้อความให้ผู้ใช้โดยตรง แสดงผลบนหน้าจอ lock screen ของไอโฟน และจะส่งข้อความเตือนไปในอีเมล์ด้วย ผู้ใช้งาน iPhone จึงตรวจสอบได้จากอีเมล์ของตัวเองที่ลงทะเบียนเป็นบัญชี Apple ID เอาไว้
แอปเปิ้ลอธิบายว่า การโจมตีของสปายแวร์เหล่านี้ เกิดขึ้นน้อยมาก ไม่เหมือนกับอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วไป การโจมตีแบบนี้มีราคาหลักหลายล้านดอลล่าร์สหรัฐ และจะเกิดขึ้นกับคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้น
หากใครได้ข้อความเตือนจากแอปเปิ้ลว่า “Apple detected a mercenary spyware attack targeted at your iPhone…” อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และอย่าเพิ่งปิดทิ้ง ขอให้ใส่ใจกับข้อความเหล่านี้ และอ่านคำเตือนโดยละเอียด เพราะคนที่ได้รับข้อความเตือน “อาจจะ” กำลังตกเป็นเป้าหมายของการสอดแนมโดยเทคโนโลยีล้ำสมัย
ก่อนหน้านี้ในปี 2563-2564 เจ้าหน้าที่ไอลอว์เคยได้รับข้อความเตือนจากแอปเปิ้ลในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับการโจมตีโดยสปายแวร์ที่สนับสนุนโดยรัฐ ซึ่งหลังการตรวจสอบด้วยวิธีนิติวิทยาศาสตร์แล้วพบว่า มีการใช้สปายแวร์ชื่อ เพกาซัส ต่อคนไทยจำนวนมาก สำหรับการส่งข้อความเตือนในปี 2569 เจ้าหน้าที่ไอลอว์ตรวจสอบโทรศัพท์ไอโฟนของตัวเองแล้วยังไม่มีใครได้รับข้อความเตือนดังกล่าว ปัจจุบันยังไม่แน่ชัดว่า มีเทคโนโลยีใดที่สามารถตรวจสอบหรือป้องกันสปายแวร์ได้ 100% ขณะที่ผู้ผลิตสปายแวร์ก็พัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ หากมีคนไทยที่ได้รับข้อความเตือนลักษณะนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่าได้ชะล่าใจ ขอให้ติดต่อเราทาง inbox เพื่อประเมินความเสี่ยงของแต่ละคนต่อไป

.....
เพิ่มเติมจาก Gemini
Apple ได้ยืนยันกับสื่อสายเทคโนโลยีอย่าง TechCrunch ว่าได้ทำการส่ง "Threat Notifications" หรือข้อความเตือนภัยคุกคามระลอกใหม่เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ไปยังผู้ใช้งานใน 110 ประเทศ ทั่วโลก
สรุปรายละเอียดสำคัญจากรายงาน
เป้าหมายของการโจมตี: เป็นการเตือนภัยเกี่ยวกับการถูกตกเป็นเป้าหมายของ Mercenary Spyware (สปายแวร์สเปกสูงที่ดำเนินงานโดยผู้รับจ้างหรือองค์กรอิสระ ซึ่งส่วนใหญ่มักถูกซื้อไปใช้งานโดยหน่วยงานรัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคง)
กลุ่มคนที่มักตกเป็นเป้าหมาย: สปายแวร์ประเภทนี้มักไม่ใช้โจมตีคนทั่วไปแบบสุ่ม แต่จะเจาะจงบุคคลเฉพาะกลุ่ม เช่น นักข่าว, นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นักการเมือง, นักการทูต หรือผู้มีบทบาทสำคัญ
สถิติสะสม: นับตั้งแต่เริ่มเปิดตัวระบบแจ้งเตือนนี้ในปี 2564 Apple ได้ส่งคำเตือนภัยคุกคามในลักษณะนี้ไปยังผู้ใช้ครอบคลุมรวมแล้วมากกว่า 150 ประเทศ
ข้อแนะนำและการสังเกตเตือนภัยของจริง
⚠️ คำเตือนความปลอดภัย: หากได้รับข้อความหรืออีเมลแจ้งเตือน Apple ระบุชัดเจนว่า ข้อความเตือนของจริงจะไม่มีการแนบลิงก์ให้คลิก, ไม่มีไฟล์ให้ดาวน์โหลด, ไม่ขอให้ติดตั้งโปรไฟล์/แอปพลิเคชัน และจะไม่ถามรหัสผ่าน Apple Account เด็ดขาด
วิธีตรวจสอบความถูกต้อง
เข้าใช้งานโดยตรง: ให้ล็อกอินผ่านเบราว์เซอร์ที่เว็บไซต์
account.apple.com โดยตรง
ดูแถบแจ้งเตือน: หากอุปกรณ์ของคุณถูกตรวจพบการโจมตีจริง แถบแจ้งเตือนภัยคุกคามสีแดงของ Apple จะปรากฏขึ้นที่ด้านบนสุดของหน้าบัญชีทันที
สิ่งที่ควรทำหากได้รับการแจ้งเตือนจริง
เปิดใช้งาน Lockdown Mode: Apple แนะนำให้ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายเปิดโหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) บน iOS/macOS ทันที เพื่อจำกัดฟังก์ชันการทำงานบางส่วน และลดช่องทางที่สปายแวร์จะใช้เจาะระบบ
ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ: ติดต่อศูนย์ช่วยเหลือความปลอดภัยดิจิทัล เช่น Digital Security Helpline ขององค์กร Access Now เพื่อรับคำแนะนำทางเทคนิคฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
Puangthong Pawakapan
7 hours ago
·
นี่ก็รออยู่ว่ารอบนี้ Apple จะส่งอีเมล์มาเตือนว่าโทรศัพท์ของอิฉันโดนสปายแวร์อีกหรือไม่ รอบที่แล้วโดนเพกาซัสสปายแวร์ไป 5 ครั้ง - พวกจัญไรใช้เงินภาษีของประชาชนมาทำร้ายประชาชน
สปายแวร์สอดแนมพวกนี้ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า mercenary spyware หรือพวกทหารรับจ้าง - ตั้งชื่อได้เหมาะสมมาก เพราะทหารรับจ้างคือพวกไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มีอุดมการณ์ มีอาชีพรับจ้างฆ่าคน - ชื่อเข้ากันได้ดีกับไอ้พวกหน่วยงานความมั่นคง กับเพจกระจ๊อกรับจ้าง ที่ลอบกัดประชาชนด้วยเงินภาษีของประชาชน
เพื่อนพี่น้องคนใดที่เจอเพกาซัสรอบที่แล้ว ขอให้เช็คอีเมล์บ่อยๆ นะคะ อิฉันได้รับการยืนยันว่ามีโทรศัพท์ของนักการเมืองบางคนโดนโจมตีแล้ว ... แต่อยากให้เขาออกมาเปิดเผยเองค่ะ
โลกของหนังสือมือสองกำลังมีบางสิ่งที่น่าฉงนเกิดขึ้น ยอดขายทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น เบื้องหลังเกิดจากเอไอ (AI) หรือไม่

ร้านหนังสือบาร์เทอร์บุ๊กส์ในสหราชอาณาจักรเล่าว่า ปกติจะขายหนังสือมือสองได้ 2,000-3,000 เล่มต่อสัปดาห์ ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่เพียงรายการเดียวจากแคนาดาที่สั่งซื้อหนังสือปริมาณเท่านี้ในครั้งเดียว ขณะเดียวกันร้านขายหนังสือทั่วโลกต่างบอกเล่าว่า เคยได้รับคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่คล้าย ๆ กับกรณีนี้เช่นกัน•
ยอดขายหนังสือมือสองทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น เบื้องหลังเกิดจากเอไอ (AI) หรือไม่
ฟิลิปปา เวน
ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยี
บีบีซี
Publishedเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
โลกของหนังสือมือสองกำลังมีบางสิ่งที่น่าฉงนเกิดขึ้น
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ร้านหนังสืออิสระหลายร้านจับสังเกตได้ว่ามีการสั่งซื้อหนังสือในรูปแบบแปลก ๆ ซ้ำ ๆ โดยพวกเขาพบว่ามีการจัดส่งหนังสือนวนิยายจำนวนมากไปยังคลังสินค้าที่อยู่ห่างไกล
ในช่วงเวลาปกติ สจวร์ต แมนเลย์ จากร้านหนังสือบาร์เทอร์บุ๊กส์ ในมณฑลนอร์ธอัมเบอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร จะสามารถขายหนังสือมือสองได้ 2,000-3,000 เล่มต่อสัปดาห์ แต่เมื่อไม่นานมานี้มีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่เพียงรายการเดียวจากบริษัทแห่งหนึ่งในแคนาดาที่สั่งซื้อหนังสือในปริมาณเทียบเท่ากับยอดขายหนังสือที่เขาคาดว่าจะขายได้ในเวลา 7 วัน
เขาบอกว่า "ไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนเลยนับตั้งแต่ขายหนังสือมือสองมา 30 ปี"
แมนเลย์ไม่ใช่เจ้าของร้านหนังสืออิสระเพียงรายเดียว ทว่าร้านขายหนังสือทั่วโลกต่างบอกเล่าว่าพบคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่คล้าย ๆ กับกรณีนี้เช่นกัน
พวกเขาไม่แน่ใจว่าจุดหมายปลายทางของหนังสือที่ถูกซื้อไปจะไปลงเอยที่ไหนกันแน่
อย่างไรก็ดี มีข้อสันนิษฐานว่าหนังสือเหล่านี้ไม่ได้ถูกซื้อมาเพื่อผู้อ่านในต่างประเทศที่ชื่นชอบผลงานเหล่านั้น แต่กลับเป็นสิ่งอื่นที่มีความกระหายใคร่รู้ข้อมูลใหม่อย่างไม่รู้จักพอ นั่นคือปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI)
การต่อสู้ในศาลเรื่องหนังสือ
แนวคิดที่ว่าตลาดหนังสือมือสองมียอดขายพุ่งกระฉูดเพราะเอไอเติบโตอย่างก้าวกระโดดสามารถสืบย้อนกลับไปถึงคำตัดสินของศาลในสหรัฐอเมริกา
เมื่อปี 2025 ผู้พิพากษาในคดีหนึ่งมีคำตัดสินว่าการสั่งซื้อหนังสือจำนวนมากในลักษณะนี้เพื่อนำไปฝึกการเรียนรู้ของซอฟต์แวร์เอไอไม่เป็นการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ
คำตัดสินดังกล่าวเป็นข้อยุติจากคดีที่ผู้ประพันธ์หนังสือ 3 คนฟ้องร้องต่อบริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) บริษัทที่พัฒนาเอไอ โดยในคำพิพากษา ผู้พิพากษา วิลเลียม แอลซัพ กล่าวว่า การที่บริษัทแอนโทรปิกนำหนังสือของผู้เขียนมาใช้ถือเป็นการดัดแปลงขึ้นมาใหม่ในระดับที่สูงมากจึงถือว่าได้รับอนุญาตตามกฎหมายของสหรัฐฯ
เมื่อมีการเปิดเผยเอกสารของศาลเมื่อเดือนที่แล้ว ก็พบข้อมูลด้วยว่ามีการทำลายหนังสือในระหว่างกระบวนการฝึกฝน คล็อด (Claude) ซึ่งเป็นเอไอแชทบอตของบริษัทแอนโทรปิก
"คล็อด (Claude) ได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลที่ผสมผสานกันระหว่างข้อมูลของเว็บไซต์ที่เปิดต่อสาธารณะ ชุดข้อมูลที่ซื้อมาในเชิงพาณิชย์ และข้อมูลที่เราประมวลผลขึ้นเอง" โฆษกของบริษัทแอนโทรปิก กล่าว
พวกเขายืนยันด้วยว่าการใช้แหล่งข้อมูลจากหนังสือมาใช้ในการฝึกเอไอเป็นวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเอไอ
"ไม่มีโครงการจัดซื้อข้อมูลใด ๆ ของเราที่ซื้อและทำลายหนังสือหายากหรือหนังสือเก่า" คำชี้แจงจากแอนโทรปิก ระบุ
อย่างไรก็ตาม ความคิดที่ว่าหนังสือถูกนำไปบดทำลายก็กำลังสร้างความกังวลใจ
เดวิด โทบิน ซึ่งเปิดร้านหนังสือวอลเดน บุ๊กส์ ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ก็เปิดเผยว่าร้านของเขามียอดขายที่ผิดปกติเช่นกัน
"มองในบางมุม มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้ขายหนังสือบางเล่มที่ขายไม่ได้มานานหลายปี แต่มันจะน่าเศร้าหากหนังสือพวกนั้นที่สุดแล้วถูกเอาไปทำลาย" เขากล่าว
สแกนหนังสือด้วยการแยกชิ้นส่วนหนังสือ
เอกสารจากคำสั่งศาลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอไอแอนโทรปิกยังเปิดเผยถึงโครงการย่อยหนังสือเก่าของบริษัทซึ่งมีการอ้างอิงถึงชื่อโครงการในการสื่อสารภายในของบริษัทในชื่อ "โปรเจกต์ปานามา" (Project Panama)
เอกสารของศาลดังกล่าวบ่งชี้ถึงวัตถุประสงค์ของบริษัทนั้นก็เพื่อ "สแกนหนังสือทุกเล่มในโลกด้วยวิธีที่ทำลายตัวเล่ม"
การสแกนแบบทำลายเล่ม (destructive scanning) คือกระบวนการขนส่งหนังสือไปยังสถานที่ที่สามารถแปลงเป็นข้อมูลในหนังสือเป็นข้อมูลดิจิทัลได้ในปริมาณมากระดับอุตสาหกรรม
กระบวนการนี้รวมถึงการตัดสันหนังสือออกเพื่อให้สามารถสแกนหน้าหนังสือทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว และนำส่วนที่เหลือไปรีไซเคิล
"มีความลึกลับมากมายในโปรเจกต์ปานามา" แมนเลย์ เจ้าของร้านหนังสือบาร์เทอร์ บุ๊กส์ กล่าว

"ชื่อ ๆ นั้นมันใหม่สำหรับผม แต่ในความเป็นจริงของโปรเจกต์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด และเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในแวดวงคนขายหนังสือ"
อย่างไรก็ตาม เจ้าของร้านหนังสือผู้นี้ไม่ทราบว่าหนังสือของเขาที่ถูกซื้อไปถูกบริษัทเอไอรายอื่น ๆ นำไปใช้ในโครงการลักษณะแบบเดียวกันนี้หรือโครงการที่คล้ายกันหรือไม่
ทว่าเขากล่าวว่ายอดขายดังกล่าวนั้นสรรหาคำมาอธิบายได้ยาก เพราะดูเหมือนจะเกิดขึ้นแบบสุ่มโดย "ไม่มีเหตุผลหรือที่มาที่ไปที่ชัดเจน" กล่าวคือ หนังสือที่ขายไปมีตั้งแต่ตำราภาษาละตินที่หาอ่านยากไปจนถึงนิยายแนวคาวบอย
บรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การที่ต้องใช้หนังสือเนื้อหาหลากหลายก็บ่งชี้ไปถึงเอไอได้เช่นกัน เพราะข้อมูลหรือหนังสือที่แปลกและหายากเหล่านี้ อาจถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลชุดใหม่เพื่อพัฒนาการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ให้ดีขึ้นได้ซึ่งมันคือเทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของเครื่องมือเจนเนเรทีฟเอไอ (generative AI) อย่างเช่นแชทบอต
ศาสตราจารย์เอมิลี ฮัดสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่ากฎหมายลิขสิทธิ์ในสหราชอาณาจักรแตกต่างจากกฎหมายลิขสิทธิ์ในสหรัฐฯ
"จุดเริ่มในการพิจารณาของกฎหมายสหราชอาณาจักรคือ การกระทำคัดลอกทั้งหมดเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคลังสำหรับการฝึกและการดำเนินการฝึกเอง จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์" เธอกล่าว
ข้อกังวลด้านจริยธรรม
สำหรับคนขายหนังสือแล้ว เรื่องนี้ทำให้พวกเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พวกเขาไม่สบายใจกับการที่หนังสือถูกนำไปทำลาย แม้ว่าพวกเขาจะยอมรับว่าไม่ใช่หนังสือทุกเล่มที่ควรควรเก็บรักษาหรืออนุรักษ์ไว้
"มีหนังสือวิชาการที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาเพียง 100 เล่ม 75 เล่มได้ถูกนำไปไว้ในห้องสมุดแล้ว อาจถือเป็นของหายากในท้องตลาด แต่หากหนังสือสักเล่มหนึ่งต้องถูกทำลายไป ก็อาจไม่ใช่ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่นัก" เดเรด วอล์กเกอร์ เจ้าของร้านหนังสือแม็กนอตตันในเอดินบะระ กล่าว
"แต่เรามีหนังสือพวกนั้น และได้เคยขายไป ยกตัวอย่างเช่น หนังสือที่เป็นฉบับพิมพ์ในศตวรรษที่ 18 เพียงเล่มเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่"
"มันอาจจะเป็นปัญหาที่ใหญ่มากหากเป็นหนังสือแบบนั้นที่ถูกซื้อไปเพื่อเอาไปทำลาย ทั้งที่มันอยู่รอดมานานขนาดนั้น"
แมนเลย์กล่าวว่า การรีไซเคิลคือทางออกที่ดีสำหรับหนังสือที่คนไม่ต้องการเก็บไว้แล้ว โดยเฉพาะในยุคที่การค้าขยายตัวมากขึ้น
"บางคนอาจจะมีข้อกังวลทางจริยธรรมว่าหนังสือพวกนี้มันจะไปลงเอยที่ตรงไหนและมันจะถูกเอาไปทำลายหรือไม่" เขากล่าว
"แต่โลกไม่ได้จำเป็นต้องมีหนังสือ รหัสลับ ดาวินชี (The Da Vinci Code) ถึง 5 ล้านเล่มอีกต่อไป"
"ผมลงโฆษณาหนังสือบนเว็บมาตลอด 20 ปี แต่เพิ่งจะขายได้ก็ตอนนี้เอง" เขากล่าว
https://www.bbc.com/thai/articles/c8dnner5z23o
อะไร คือ สาระสำคัญของมหากาพย์โอดิสซีส์ของโฮเมอ ? หนังเวอร์ชั่นดัดแปลงโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน สะท้อนอะไร ?
.jpeg)
ผลงานศิลปะชิ้นนี้คือ *Odysseus (Sehnsucht nach der Heimat)* หรือ "โอดิสเซียสผู้โหยหาบ้าน"
แก่นแท้ของเรื่อง *The Odyssey* คือการสื่อว่าชีวิตเปรียบเสมือนบททดสอบอันยาวนานที่วัดคุณค่าของนิสัย สติปัญญา และความอดทน มหากาพย์ของโฮเมอร์สอนว่าความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงเกิดจากการใช้สติปัญญาเอาชนะสิ่งยั่วยวนและความยากลำบาก การรักษาความซื่อสัตย์ต่อครอบครัว และการให้คุณค่าแก่บ้านเกิดเหนือสิ่งอื่นใด
สติปัญญาเหนือพละกำลัง
การใช้สมอง: โอดิสเซียสเอาชนะได้ด้วยความฉลาด ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่ง เขาใช้อุบายหลอกล่อไซคลอปส์และวางแผนอย่างรอบคอบแทนที่จะบุ่มบ่ามเข้าสู่การต่อสู้
การควบคุมความทะนงตน: เมื่อโอดิสเซียสปล่อยให้อีโก้ครอบงำและโอ้อวดตนต่อหน้าไซคลอปส์ เขาจึงนำคำสาปแช่งมาสู่ตนเอง เรื่องราวนี้เตือนใจว่าความทะนงตนนำมาซึ่งความทุกข์โดยไม่จำเป็น
คุณค่าของบ้าน (Nostos)
การปฏิเสธสรวงสวรรค์จอมปลอม: โอดิสเซียสปฏิเสธเทพธิดาและชีวิตอมตะ เพราะเขาโหยหาบ้านเกิดที่แท้จริงและเรียบง่ายของตนมากกว่า
ความซื่อสัตย์และความยุติธรรม
การรักษาความมั่นคงในจิตใจ: ทั้งโอดิสเซียสและเพเนโลพีผู้เป็นภรรยาต่างรักษาความซื่อสัตย์ต่อกันตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ต้องพลัดพราก
การคืนสู่ความสงบเรียบร้อย: ในท้ายที่สุด ความซื่อสัตย์และความอดทนเป็นฝ่ายชนะ ในขณะที่คนหยาบคาย โลภมาก และละเมิดธรรมเนียมการต้อนรับแขกต่างได้รับบทลงโทษ
การเติบโตผ่านความทุกข์ยาก
การเรียนรู้ความอดทน: บททดสอบอันหนักหน่วงช่วยหล่อหลอมโอดิสเซียสและพิสูจน์จิตวิญญาณของเขา
ทางเลือกของมนุษย์: มหากาพย์เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์มักนำปัญหามาสู่ตนเอง แต่ก็สามารถเอาตัวรอดได้หากรู้จักวินัยและตัดสินใจอย่างชาญฉลาด

https://www.scmp.com/opinion/world-opinion/article/3363689/what-nolans-odysseus-tells-us-about-western-elites-existential-angst
บทความแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์ South China Morning Post (SCMP) เรื่อง "โอดิสซีส์ของโนแลนบอกอะไรเราบ้างเกี่ยวกับความวิตกกังวลทางด้านอัตถิภาวะของชนชั้นนำตะวันตก" (เขียนโดย โจว จงหยาน) วิเคราะห์การดัดแปลงมหากาพย์โอดิสซีของโฮเมอร์โดยคริสโตเฟอร์ โนแลน ว่าเป็นภาพสะท้อนของวิกฤตการณ์ทางสังคมและการเมือง และการตัดสินทางศีลธรรมของตะวันตกในปัจจุบัน
สรุปใจความสำคัญและประเด็นหลัก:
ตำนานอมตะเป็นกระจกสะท้อนปัจจุบัน
บทความระบุว่า มหากาพย์โอดิสซีของโฮเมอร์ได้รับการตีความใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายศตวรรษ ตั้งแต่ดันเต้จนถึงเจมส์ จอยซ์ เพื่อสะท้อนความวิตกกังวลที่แพร่หลายในแต่ละยุคสมัย
ภาพยนตร์ของโนแลนที่ดัดแปลงจากมหากาพย์โบราณนี้ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าต่างที่เปิดให้เห็นถึงจิตใต้สำนึกและการไตร่ตรองตนเองของชนชั้นนำตะวันตกในปัจจุบันด้วย
การเผชิญหน้ากับการแสวงหาอำนาจ
ในเวอร์ชันของโนแลน การพรรณนาถึงโอดิสซีอุสทำหน้าที่เป็นการเผชิญหน้ากับความจริงในยุคปัจจุบันเกี่ยวกับการแสวงหาอำนาจอย่างโหดเหี้ยมและไม่คำนึงถึงขอบเขตทางธรรมชาติหรือศีลธรรมของโลกตะวันตกทั้งในอดีตและปัจจุบัน
โอดิสซีอุส—ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษผู้ชาญฉลาด—ถูกนำเสนอใหม่เพื่อเน้นย้ำถึงผลที่ตามมาโดยไม่ตั้งใจ การประนีประนอมทางศีลธรรม และความหยิ่งผยองที่เกี่ยวข้องกับการครอบงำผู้อื่นและการขยายอิทธิพล
ความวิตกกังวลทางด้านอัตถิภาวะของชนชั้นนำตะวันตก
บทความนี้โต้แย้งว่าเรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตศรัทธาที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้นำตะวันตก ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเสื่อมถอย การสูญเสียอำนาจครอบงำโลกอย่างเบ็ดเสร็จ และภาระทางศีลธรรมของการครอบงำในอดีต
เช่นเดียวกับที่โอดิสซีส์ต้องเผชิญกับอันตราย ความสูญเสีย และความล่าช้าในการเดินทางกลับบ้านอย่างต่อเนื่องเนื่องจากความเย่อหยิ่ง (ฮิวบริส) และความขัดแย้งกับอำนาจที่สูงกว่า ชนชั้นนำตะวันตกสมัยใหม่ก็เผชิญกับการเสื่อมถอยภายใน การแตกแยก และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์หลังจากหลายทศวรรษของการขยายอิทธิพลไปทั่วโลกอย่างไม่ยับยั้ง
ธีมของข้อจำกัด ผลที่ตามมา และ 'การกลับคืน'
งานชิ้นนี้เน้นย้ำว่าการต่อสู้หลักในภาพสะท้อนของโนแลนคือการต่อสู้กับข้อจำกัด ในขณะที่การขยายตัวในยุคคลาสสิกเคยไม่มีขอบเขต ช่วงเวลาปัจจุบันเรียกร้องให้ตระหนักถึงข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นทางภูมิรัฐศาสตร์ นิเวศวิทยา หรือจริยธรรม
ความปรารถนาอย่างแรงกล้าของโอดิสซีส์ที่จะกลับ "บ้าน" เป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาในหมู่ชนชั้นนำตะวันตกเพื่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการฟื้นฟูคุณค่าพื้นฐานในโลกที่วุ่นวายและมีหลายขั้วมากขึ้นเรื่อยๆ
(Gemini ช่วยสรุป)
#ยืนหยุดทรราชw173 15 สิงหาคม 2569 เล่าต๋า ผู้ต้องโทษคดีค้ายาเสพติดและอาวุธปืน ถูกตัดสินจำคุกได้ไม่กี่ปี ก็ได้รับการลดโทษจนออกมาใช้เงินปร๋อแล้ว เผื่อแอนตี้แฟนของเพจนี้ไม่ทราบ แอดมินเลยขอแจ้งให้ทราบ สำหรับประเทศนี้ แค่มีความคิดแตกต่างจากรัฐดูจะเป็นภัยมากกว่าผู้ค้ายาเสพติด
We, The People
7 hours ago
·
#ยืนหยุดทรราชw173
15 สิงหาคม 2569
เล่าต๋า ผู้ต้องโทษคดีค้ายาเสพติดและอาวุธปืน ถูกตัดสินจำคุกได้ไม่กี่ปี ก็ได้รับการลดโทษจนออกมาใช้เงินปร๋อแล้ว เผื่อแอนตี้แฟนของเพจนี้ไม่ทราบ แอดมินเลยขอแจ้งให้ทราบ
สำหรับประเทศนี้ แค่มีความคิดแตกต่างจากรัฐดูจะเป็นภัยมากกว่าผู้ค้ายาเสพติด
#คืนสิทธิประกันตัวให้นักโทษการเมือง
#นิรโทษกรรมผู้ต้องขังทางการเมือง
1 เดือนของแคมเปญ “สั่งฟ้องสว” จนถึงปัจจุบันไม่มีใครปฏิเสธแคมเปญนี้อีกต่อไป
Thanapol Eawsakul
7 hours ago
·
การเมืองคือความเป็นไปได้
1 เดือนของแคมเปญ “สั่งฟ้องสว”
จนถึงปัจจุบันไม่มีใครปฏิเสธแคมเปญนี้อีกต่อไป
........
(1)
ท่ามกลางความสิ้นหวังจากระบอบสีน้ำเงิน โดยเฉพาะกลไกของสว.สีน้ำเงิน ที่แม้ทุกคนในประเทศนี้จะรู้ว่า "โกงกันเข้ามา" แต่มีอำนาจล้นเหลือ
แต่ดูเหมือนจะถูกเป่าคดีภายในวันที่ 31 สิงหาด้วยมติของกกต.
ที่ตั้งโดยสว.สีน้ำเงินเอง ที่ยึดครองเสียงข้างมากอยู่ในขณะนี้
วันนี้เมื่อ 1 เดือน ที่แล้ว 16 กรกฎาคม 2569
โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ไอลอว์ (iLaw) เริ่มแคมเปญ “สั่งฟ้องสว”
#สั่งฟ้องสว ชวนทุกคนส่งเสียงถึงกกต. ในช่วงโค้งสุดท้าย
การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายใต้ระบบพิเศษ “แบ่งกลุ่ม-เลือกกันเอง” ให้เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติสมัครเป็นสว. ได้มีสิทธิออกเสียงเลือกผู้สมัครคนอื่นโดยประชาชนทั่วไปไม่มีส่วนร่วมด้วย ระบบนี้เปิดทางให้คนที่มีพวกมากลากกันไปสมัครเยอะๆ เพื่อลงคะแนนเลือกตัวเองให้ได้รับเลือกเป็น สว. ได้ และเมื่อคนมีอิทธิพลจากหลายกลุ่มมาจับมือกัน ก็สามารถจัดตั้งระดับประเทศเพื่อ “ซื้อเสียง” หรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์จนส่งพวกเดียวกันไปเป็นสว. ยึดอำนาจในรัฐสภาได้
สว. ชุดปัจจุบันถูกขนานนามว่า “สว.สีน้ำเงิน” เพราะพบความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ คือ พรรคภูมิใจไทยที่ใช้สีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของพรรค โดยสว. จำนวนมากมาจากจังหวัดที่เป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคนี้ หลายคนเคยเป็นผู้สมัครสส. ของพรรคมาก่อน หลายคนเป็นพี่น้อง เป็นลูกพี่ลูกน้อง หรือเป็นญาติกับสส. ของพรรค และยังมีพยานหลายคนเปิดโปงว่า คนของพรรคภูมิใจไทยอยู่ในขบวนการที่จ่ายเงินและบังคับให้ผู้สมัครต้องลงคะแนนเลือกสว. ตามหมายเลขที่กำหนดไว้แล้ว (โพย) ทำให้มีสว. ชุดปัจจุบัน 138 คน รวมทั้งสส. และแกนนำของพรรคภูมิใจไทยรวมเป็น 229 คนอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี
แต่การดำเนินคดีฐานทุจริตการเลือกสว. ตามมาตรา 77 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้สั่งฟ้องคดีต่อศาลเท่านั้น โดยล่าสุดกกต. ให้ข่าวว่า อาจจะพิจารณาเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 และมีคำสั่งออกมา ทั้งที่กกต. ชุดปัจจุบัน 4 จาก 7 คนก็มาจากการเลือกของสว. ชุดนี้เองทำให้กกต. ไม่มีความเป็นกลางด้านที่มาและขาดความชอบธรรมที่จะพิจารณารายละเอียดเนื้อหาของคดีนี้ ที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นที่มาของกกต. ดังนั้นจึงต้องเรียกร้องร้องให้กกต. ไม่ใช้ดุลพินิจส่วนตัวและส่งข้อกล่าวหาทั้งหมดไปให้ศาลฎีกาซึ่งมีความน่าชื่อถือกว่า เป็นผู้วินิจฉัยโดยเร็ว
ขอแรงประชาชนช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องไปยังกกต. ให้สั่งฟ้องคดีและส่งเรื่องไปให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยอย่างเป็นกลาง เปิดเผย และเป็นธรรม โดยการแสดงความเห็นทางโซเชี่ยลมีเดียได้ทุกช่องทาง พร้อมใส่แฮชแท็กเดียวกัน #สั่งฟ้องสว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งฟ้องอย่างเป็นทางการ
https://www.ilaw.or.th/articles/58738
(2)
ถ้ามองย้อนหลัง เหตุการณ์นี้ก็คงเป็นเหมือนเหตุการณ์ปกติของการแคมเปญทั่วไปนั่นแหละครับดูจะไม่มีพลังทางการเมือง ท่ามกลางความสิ้นหวังของสังคมการเมืองเมืองไทย
เพราะแม้แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชนก็เคยจัดงาน ‘ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. คดีถึงไหนแล้ว’ ที่อาคารรัฐสภา
ในงานดังกล่าว พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ยังแสดงความกังวลว่า
“เวลานี้จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคดี และใน 1-2 เดือนข้างหน้าเราจะได้รู้คำตอบว่าเรื่องนี้จะไปถึงศาลหรือไม่ งานวันนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเอาหลักฐานเท่าที่จะเปิดเผยได้มากางให้สังคมได้รับรู้ร่วมกันว่าหลักฐานมีความชัดเจนเพียงใด ถ้าหน่วยงานยังไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เราก็จะได้ร่วมกันตรวจสอบหน่วยงานตรวจสอบเหล่านั้นได้อย่างมีน้ำหนักมากขึ้น
.
“ถ้าหน่วยงานตรวจสอบไม่ทำงานอย่างตรงไปตรงมาและไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ทุกอย่างก็จะจบ สังคมจะไม่ได้รับรู้ว่าหลักฐานเหล่านี้หนักแน่นชัดเจนเพียงใด” พริษฐ์กล่าว
.
หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงเสวนา เริ่มต้นที่ ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งระบุว่ากระบวนการฮั้ว สว. เป็นการสมคบกันทั้งระบบ มีกลุ่มที่ทำทั้งหมด 6 กลุ่ม รวมถึงมีการไปศึกษาระเบียบ กกต. ว่าจะฮั้วอย่างไรได้ กกต. ควรใช้โอกาสนี้เปิดหีบบัตรให้มีการตรวจสอบ นำนักคณิตศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์มาร่วมกระบวนการตรวจสอบ ถ้าการที่เลขเรียงเหมือนกัน 3 ตัวยังเกิดขึ้นยาก การเรียงกันได้ถึง 5 ตัวในการเลือก สว. ไม่มีทางเป็นความบังเอิญได้อยู่แล้ว การพิสูจน์เป็นเรื่องง่ายมากและใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ แม้ปัจจุบันจะกินรวบได้เกือบทั้งหมด แต่ที่ยังกินรวบไม่ได้คือศาลยุติธรรม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องส่งไปให้ถึงศาลยุติธรรมให้ได้
[ฝ่ายค้านเปิดหลักฐาน ‘คดีฮั้ว สว.’ ครบ 2 ปี เตือนถึงจุดชี้ชะตา หวั่น กกต. - ดีเอสไอ ปล่อยคดีจบก่อนถึงศาล ชี้ถ้าสำเร็จเท่ากับออกใบอนุญาตฮั้วการเมืองทั้งระบบ]
https://www.facebook.com/PPLEThai/posts/%E0%B8%9D%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%AA%E0%B8%A7-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A-2-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%95-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%AD-%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88/122201760218480817/
(3)
จนกระทั่งวันที่ 21 กรกฎา 2569 ดูเหมือนจะเป็นการยื่นหนังสือปกติธรรมดาของไอลอว์ นำโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ยื่นหนังสือถึงประธานวิปฝ่ายค้าน กรณีฮั้วเลือก สว. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบบุคคลในฝ่ายรัฐบาล โดยมี พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นผู้รับหนังสือ
https://www.facebook.com/PPLEThai/posts/-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%8C-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%87-%E0%B8%AA%E0%B8%A7-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-ilaw-%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7/122202736610480817/
เอาเข้าจริงข้อมูลที่ยิ่งชีพนำมายื่น ไม่ใช่เป็นข้อมูลใหม่อะไรหรอกครับ
ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้ว
สิ่งที่พิเศษมากกว่าครั้งอื่นๆก็คือการเปิดชื่อ ชื่อจริง นามสกุลจริง ของทั้ง 9 คนพร้อมพฤติกรรม
อันประกอบด้วย
- อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
- ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง และประธานวิปรัฐบาล
- พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- พิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย
- ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
https://thestandard.co/yingcheep-ilaw-senate-rigging.../
หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คืออาการดิ้นพล่านของพลพรรคภูมิใจไทย
ไล่ตั้งแต่หัวยันหาง
มีการแจ้งความตามสถานีตำรวจต่างๆทั่วประเทศ
มีการข่มขู่ คุกคาม แบล็คเมล์ ตามสไตล์ของการเมืองสีน้ำเงิน
ขณะเดียวกันก็มีสื่อของระบอบสีน้ำเงินเองที่ออกมาโจมตีเป็นระยะ
แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
(4)
แต่เพียงแค่เปิดวันแรกก็ยังไม่เพียงพอหรอกครับตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน
เปิดหลักฐานคดีโกง สว.ภาค 2 วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภาร
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1596408745187238&set=pb.100044543824757.-2207520000&type=3
เจาะลึกหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีโกง สว. (ภาคพิเศษ) --ภาค 3 วันที่ 4 สิงหาคม 2569
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1605873264240786&set=pb.100044543824757.-2207520000&type=3
เปิดหลักฐานคดีโกง สว.ภาค 4 วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภาร
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1611418947019551&set=pb.100044543824757.-2207520000&type=3
พยานบุคคลออกเดินสานสื่อทุกสำนัก
ระหว่างทางนั้นก็มีผู้เชียวชาญต่าง ๆ วิเคราะห์คะแนนการเลือก สว. ของกลุ่มต่าง ๆ ที่ออกมาในรูปแบบเดียวกันที่ไม่มีทางเป็นไปได้ทางคณิตศาสตร์ ถ้าไม่มีการโกงกัน
เราได้เห็นความต่อเนื่องของการเปิดโปงขบวนการโกงสว. โดยเฉพาะการจัดเวทีที่มีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสารหลักฐาน ไปจนถึงเส้นทางการเงินออกมาอย่างชัดเจนแน่นอนสุดท้ายก็คือคลิปเสียงแอบอ้างข้างบน
และสุดท้าย จะเรียกว่าเป็นการ “เปิดหลักฐานคดีโกง สว.ภาค 5”
[ เวทีผู้นำฝ่ายค้าน: “แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล“ ]
.นเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569
08.30 - 12.00 น.
โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1615299223298190&set=pb.100044543824757.-2207520000&type=3
สถานที่ จัดงานมีความสำคัญยิ่งเพราะว่า
นี่คือ "ศูนย์ทำโพย”
โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อยุธยา "ศูนย์ทำ โพย” ขนาดใหญ่ก่อนวันเลือก สว. ระดับประเทศ
https://www.facebook.com/photo?fbid=1488445103329104&set=a.625664036273886
สมนึก สุชัยธนาวนิช พยานคดีโกงเลือกสว.นำชี้จุดทำโพยโรงแรมกรุงศรีริเวอร์
https://www.facebook.com/photo?fbid=1489190783254536&set=a.625664036273886
(5)
ถึงตอนนี้ทุกสายตาของการเมืองไทยมองไปที่วันที่ 31 สิงหา 2569 เมื่อกกต. ชุดใหญ่ 7 คนจะลงมติอย่างไร
ซึ่งต้องย้อนหลับไปเมื่อปีที่แล้วด้วย
(5.1) 17 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 (ในสมัย รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตรที่มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็น รมว.ยุติธรรม) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน
สรุปผลสอบกรณีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 โดยมีมติส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งสิ้น 229 คนซึ่งประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน จำนวน 138 คน ส่วนอีก 91 คน เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. และสมาชิกพรรค มีมูลความผิดในคดีโกง “สว. 2567”
(5.2)
12 มีนาคม 2569 สมับรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกุล มีความคืบหน้าใน “คดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.)” คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คน ซึ่งประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน จำนวน 138 คน ส่วนอีก 91 คน เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. และสมาชิกพรรค ไม่มีมูลความผิดในคดี
อนุฯ กกต.มีมติ 5:2 ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. 229 คน ไม่มีมูลความผิด
https://www.thaipbs.or.th/news/content/503276
แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียง “ความเห็น” ของคณะอนุกรรมการฯ
ข้อวิจฉัยดังกล่าว จะต้องถูกส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาชี้ขาดวินิจฉัยต่อไป
(5.3) ตอนนี้ทางเลือกของ กกต. 7 คนมี 3 แนวทาง
(1) ปล่อยผี 229 คนไม่มีใครมีความผิด
(2) สั่งฟ้องบางคนใน 229 คน แนนอนว่า จะต้องไม่มีชื่ออนุทิน ชาญวีรกุล และแกนนำพรรคภูมิใจไทย
(3) สั่งฟ้องทุกคนรวม 229 คน แน่นอนว่าต้องมีชื่ออนุทิน ชาญวีรกุล และแกนนำพรรคภูมิใจไทย อยู่ด้วย
ตามตรรกะของการเมืองแห่งความจงรักภักดีก็จะบอกว่ากกต. 7 คนเสียงส่วนใหญ่อย่างน้อย 4 คนมาจากการรับรองของสว.สีน้ำเงิน อันประกอบด้วย
1. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ (ประธานกรรมการการเลือกตั้ง)
2. นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ (กรรมการการเลือกตั้ง)
3. นายณรงค์ รักร้อย (กรรมการการเลือกตั้ง)
4. นายจิรุตม์ วิศาลจิตร (กรรมการการเลือกตั้ง)]
คงจะไม่สั่งฟ้อง 229 คน เหมือนดังที่ตั้งกรรมการชุด 36 ขึ้นมานั่นแหละครับ
https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/pfbid02bQ72tgVgutZ6bTkae9KgWg1EPiVuaau1ZgVonkuJA4djjtbeWeVkphKpdUVh7NVil
(6)
ผมคิดว่าถ้ามองย้อนกลับไปหนึ่งเดือนที่แล้วก็คงมีคนบอกว่าคงยกฟ้องทั้งหมดตามมติของกรรมการชุด 36
แต่เวลา 1 เดือนที่ผานมามีหลักฐานชัดเจนมาก จนมั่นใจว่า ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ทุกคนก็พูดกันเสียงเดียวกันว่าตัวเลือก “ปล่อยผี 229 คน” ไม่มีใครมีความผิดนี้คงไม่ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เหตุผลไม่ใช่ว่า กกต. จะสำนึกได้นะครับ
แต่กกต.ก็กลัวจะติกคุก เข่นกัน
สรุป
เมื่อ 1 เดือนที่แล้วคงไม่มีใครคิดว่าการเมืองไทยจะมาถึงจุดนี้ได้
ที่จะเกิดการ “สั่งฟ้อง สว” ไม่ว่ามากก็น้อยก็ตาม
แต่ทั้งหมดเกิดจากการทำงานหนัก ต่อเนื่อง จนความเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้
แต่ถ้าจะหักมุกที่สุดผมคิดว่า กกต. ต้องสั่งไม่ฟ้อง 229 เหมือนกับว่า 1 เดืนที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
และตอนนั้น
อะไรที่เคยเห็นก็จะไม่ได้เห็น
และอะไรที่เคยเห็น ก็อาจจะไม่เห็นอีกต่อไป
ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย "นักวิชาการ ทนายความ นักกฎหมาย" กว่า 53 คน เรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. หลังคดีนี้มีข้อกังขาต่อสังคมในหลายด้าน

ประชาไท Prachatai.com
8 hours ago
·
"นักวิชาการ ทนายความ นักกฎหมาย" กว่า 53 คน ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก "การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในคดี ฮั้ว สว. ที่อาจ “ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย”" เรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. หลังคดีนี้มีข้อกังขาต่อสังคมในหลายด้าน ทั้งความล่าช้าในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาพิพากษา และความไม่โปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบของ กกต.
.
นักวิชาการ ทนายความ และนักกฎหมาย ที่ลงชื่อเรียกร้องให้ กกต.
.
1. ขอให้ กกต. มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาและพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตการสรรหา สว. ครั้งที่ผ่านมาตามที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้พิจารณาพิพากษาให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ตัดผู้ถูกกล่าวหาคนใดคนหนึ่งออกไปก่อนที่ศาลจะได้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนไต่สวน
.
2. ขอให้ กกต. ชี้แจงต่อสาธารณะพร้อมแสดงพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการสืบสวน สอบสวน และมีมติเกี่ยวกับคดีการทุจริตการเลือกตั้ง สว. ครั้งที่ผ่านมา ว่าวางอยู่บนข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและกระบวนการดำเนินการอย่างไร เหตุใดจึงใช้เวลายาวนานกว่าสองปีกว่าก็ยังไม่ได้ข้อสรุปในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา อันส่งผลให้ประเทศได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จากการที่ต้องยอมให้ สว. ที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบใช้อำนาจอธิปไตยในนามของประชาชนชาวไทยออกกฎหมายและแต่งตั้งบุคคลากรในศาลและองค์กรอิสระอีกจำนวนมาก
.
และขอเรียกร้องให้ กกต. ต้องทำหน้าที่ให้ “สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย” อันเป็นคำขวัญซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหน่วยงาน หาก กกต. ไม่ใช้อำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย ย่อมเป็นการบิดเบือนอำนาจอธิปไตยของประชาชนและเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และต้องมีความรับผิดทางกฎหมายและทางสังคมต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
.
อ่านต่อที่ลิงก์https://prachatai.com/journal/2026/08/118389
เกมการเมืองที่อันตราย ? ลองถาม AI ดู "การร่วมมือกันปกป้องสถาบันเพื่อไม่ให้ถูกใช้แอบอ้างเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยใช้กฏหมายเช่น 112 เหมาะสมไหม" AI ว่า ข้อกังวล ในทางตีความกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา การกระทำนั้นอาจ ไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ของ ม. 112 โดยตรง กฎหมายอื่นเหมาะสมกว่า
คลิปขบวนการโกง สว. แอบอ้างสถาบันชัดเจน กลุ่มคนรักสถาบันอยู่เฉยไม่ได้แล้วนะคะ เราต้องร่วมมือกันปกป้องสถาบันเพื่อไม่ให้ถูกใช้แอบอ้างเป็นเครื่องมือทางการเมืองแล้วค่ะ pic.twitter.com/Yo7dcZCrDk
— Rukchanok Srinork (@nanaicez) August 16, 2026
https://x.com/nanaicez/status/2088850395875688556
.....
การพิจารณาว่าควรใช้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในกรณีการแอบอ้างสถาบันฯ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือการทุจริตหรือไม่นั้น มีมุมมองทั้งในมิติทางกฎหมาย ข้อดี ข้อกังวล และแนวทางทางเลือกที่สังคมและนักวิชาการด้านกฎหมายได้ถกเถียงกันไว้ ดังนี้
1. มุมมองด้านบทบาทและขอบเขตของกฎหมาย
ข้อพิจารณาในการใช้ มาตรา 112
องค์ประกอบความผิด: ม. 112 ระบุบทลงโทษสำหรับการ "หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย" พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนองค์
กรณีการ "แอบอ้าง": หากพฤติกรรมเป็นการแอบอ้างชื่อหรือสถาบันฯ เพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว โกง หรือสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง โดยไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ในทางตีความกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา การกระทำนั้นอาจ ไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ของ ม. 112 โดยตรง
2. ผลกระทบและข้อกังวลในการนำ ม. 112 มาใช้
เสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองซ้ำซ้อน: เนื่องจาก ม. 112 เปิดให้ใครก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ หากนำมาใช้ในบริบทข้อขัดแย้งทางการเมืองหรือการตรวจสอบการทุจริต อาจเปิดช่องให้เกิดการแจ้งความกลั่นแกล้งกันไปมา ซึ่งกลับยิ่งทำให้สถาบันฯ ดึงลงมาสู่ด่านหน้าของความขัดแย้งมากขึ้น
น้ำหนักของคดีทุจริตเบี่ยงเบนไป: การเปลี่ยนประเด็นจากการ "ทุจริต/โกง" ไปเป็นคดีความมั่นคงตาม ม. 112 อาจทำให้การสืบสวนสอบสวนเรื่องต้นตอการโกง (เช่น การซื้อขายตำแหน่ง หรือการคอร์รัปชัน) ถูกลดความสำคัญลง
3. เครื่องมือทางกฎหมายอื่นที่ตรงจุดและเหมาะสมกว่า
หากเป้าหมายคือการลงโทษผู้กระทำผิดและป้องกันไม่ให้สถาบันฯ ถูกนำมาแอบอ้าง มีข้อกำหนดทางกฎหมายอื่นที่บังคับใช้ได้ตรงกับฐานความผิดโดยตรง:
กฎหมาย / ข้อหา
ความผิดฐานฉ้อโกง / ฉ้อโกงประชาชน
พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง / คอร์รัปชัน (ป.ป.ช. / กกต.)
ความผิดฐานหมิ่นประมาททั่วไป
สรุปภาพรวม: การปกป้องสถาบันไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างยั่งยืน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายฝ่ายจึงเสนอว่า ควรแยกแยะฐานความผิดให้ชัดเจน โดยใช้กฎหมายที่ตรงกับพฤติกรรม เช่น กฎหมายปราบปรามการทุจริต กฎหมายฉ้อโกง หรือ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพื่อให้การลงโทษมีความแม่นยำ เป็นธรรม และไม่เป็นการดึงสถาบันฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางการเมืองโดยไม่จำเป็น
.....
·
นี่เป็นเกมการเมืองที่อันตรายมาก แม้ผู้เขียนต้องการจะบอกถึงความล้มเหลวของระบบยุติธรรม แต่การเรียกร้องให้มีการฟ้อง 112 กับคู่อริ ทั้งๆ ที่พรรคตัวเองเคยมีนโยบายยกเลิกมาตรานี้ นี่มันเป็นอะไรที่ย้อนแย้งมาก
วันอาทิตย์, สิงหาคม 16, 2569
‘ไอ๊ซ์’ ตอกหน้าปลัดกระทรวงดีอีปังใหญ่ เอกสารที่อ้างว่าส่งให้กรรมาธิการตามขอ ๙ ฉบับนั้น “ดูถูกสติปัญญาประชาชน” ยิ่งนัก มือเทคชี้ เอไอที่จะเอามาใช้โครงการเรือธง เพียงรุ่นทดลอง
เปิดตัวมือเทคที่ ‘ไอ๊ซ์’ ใช้ข้อมูลตามจี้ตรวจสอบโครงการ TH-Ai Passport ของ ‘ลูกเทพ’ รัฐมนตรีว่าการ ‘ดีอี’ จนดิ้นแด่วๆ เป็นปลาไหล ไม่ยอมไปให้การกับ กมธ. เขาว่าทั้งที่ ‘ไชยชนก’ ให้มานิดเดียว เท่าที่พอหาได้ก็เพียงพอชี้ให้เห็นข้อน่าสงสัยเต็มไปหมด
รักชนก ศรีนอก ตอกหน้าปลัดกระทรวงดีอีปังใหญ่ เอกสารที่อ้างว่าส่งให้กรรมาธิการตามขอ ๙ ฉบับนั้น “ดูถูกสติปัญญาประชาชน” ยิ่งนัก “ข้อ ๒ ๓ ๔ และ ๕ ไม่ได้ขอ เพราะทุกคนใน กมธ.รู้อยู่แล้วว่าหาอ่านได้ในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
ส่วนข้อ ๖ ๗ ๘ และ ๙ ส่งมาล่าช้าไป ๑-๒ เดือน มิหนาซ้ำ บางอันมีแถบดำปิดข้อมูลสำคัญไว้ด้วย สำคัญสุด มีเอกสารสองชิ้นที่ทั่นปลัดฯ ไม่ได้ส่งให้ “คือ เอกสารประกอบการนำเสนอเพื่อยื่นประมูลโครงการ ทั้ง ๓ เจ้า และรายงานผลการพิจารณา”
กมธ.ศึกษาการจัดทำงบประมาณฯ ส่งหนังสือขอไปยังกระทรวงดิจิทัลฯ ๓ ครั้ง บางครั้งบางรายการเป็นการทวงซ้ำ รวม ๒๐ รายการ ได้รับการตอบกลับเพียง ๔ รายการ นอกนั้น “ยังไม่ได้” ส่วนที่ได้มาบางอันล่าช้า ๒ เดือน แถมมีแถบดำคาดปิดบางส่วน
ส่วนที่ยังไม่ได้สองรายการ อ้างว่าติดอยู่ที่อัยการบ้าง และให้มาเพียงส่วนของ ครม. แต่ไม่มีของระดับกระทรวง แล้วบางเรื่องชวนให้ประธาน ไอ๊ซ์ ตั้งข้อสังเกตุ “เพจจักวาลด้อมส้ม ลงเอกสาร press ก่อนทุกสำนักข่าว
และเมื่อเช็คแล้วดูเหมือนจะได้ข้อมูลก่อนข่าวช่องหลักซะอีก แถมลงข้อมูลเรื่องเอสการก่อน ‘เพจหลัก’ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้ง ๒ ชม อยากทราบว่าตอนนี้ท่านรัฐมนตรีและปลัดมีนโยบายใช้เพจ io เป็นโฆษกประจำกระทรวงแล้วหรือ”
ด้าน Max ธีระชาติ ก่อตระกูล คนที่ไอ๊ซ์ใช้อ้างอิง โพสต์ถึงเอกสาร “TOR ข้อ 2.2 ที่ระบุไว้ว่า เพื่อส่งเสริมให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย”
เขาว่า “ทำไม่ได้จริงโดยธรรมชาติของการประมวลผล” เนื่องจาก “ทุกโมเดลที่เคยกล่าวถึง ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีการประมวลผลข้อมูลในไทยแต่อย่างใด” คนเขียน TOR ถ้าไม่มุสา ก็ต้องมโนแน่ๆ เขาว่าที่ดีอีอ้างมีผู้ยื่นประมูล ๑๔ เจ้า และต่อมาเพิ่มเป้น ๓๐ เจ้านั้น
จริงๆ มีเพียง ๒ เจ้า ๓ รายการ คือ กูเกิ้ล ๒ รายการ และ ไมโครซ้อฟ ๑ รายการ เขาอ่านร่างสัญญาแล้ว “ไม่มีข้อต่อต้านสินบน ไม่มีข้อห้ามผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีข้อจริยธรรมทางธุรกิจ และไม่มีข้อให้รัฐเข้าตรวจสอบบริษัทได้เลย”
อีกสองเรื่องที่ดูเหมือนจะผิดผีผิดไข้ เรื่องแรก “กลุ่มเป้าหมายเราคือเยาวชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป แต่หลายบริษัท AI ไม่อนุญาตให้คนอายุต่ำกว่า ๑๘ ใช้งานเพื่อป้องกันความเสี่ยง” อีกเรื่องก็คือ “รุ่นเรือธงที่จะเอามาให้คนทั้งประเทศใช้ ยังเป็นรุ่นทดลอง” นะครับ
(https://www.facebook.com/maxteerachart/posts/2B32znMyn และ https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/2Q4suB2V)

