วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 20, 2569

เรื่อง #บัตรเขย่ง กกต.หค. จะเลิกกินก๋วยเตี๋ยวกี่โมง !


Ronnakrit Rattanasriampaipong
February 17
·
ส่งการบ้านอาจารย์ Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล เรื่อง #บัตรเขย่ง ของการ #เลือกตั้ง2569

จากข้อมูลที่อาจารย์แชร์ (https://docs.google.com/.../1qHfinVgpd9CuHgk9oG4J.../edit...)

โดยพลอตแยกข้อมูลของ 400 เขตเลือกตั้งตามภูมิภาค (6 ภาค + กรุงเทพมหานคร) และพลอตเฉพาะเขตที่มีบัตรเขย่งเกิน 100 ใบขึ้นไป ทั้งสองกรณี คือ

(1) พลอตฝั่งซ้ายมือ: บัตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ (บัตรชมพู) มากกว่า บัตร ส.ส. เขต (บัตรสีเขียว)
(2) พลอตฝั่งขวามือ: บัตร ส.ส. เขต (บัตรสีเขียว) มากกว่า บัตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ (บัตรชมพู)

กล่องของ Box plots ระบายสีตามพรรคที่ชนะ ส.ส. เขต (ชนะบัตรเขียว) โดยขีดตั้งกลางกล่องแสดงค่ามัธยฐาน (Median) ของจำนวนบัตรเขย่งของแต่ละพรรคที่ชนะ ส.ส. เขตในแต่ละภูมิภาค จุดสีดำที่อยู่แนวเดียวกับกล่อฝแสดงจำนวนบัตรเขย่งรายเขต

แกนนอนแสดงจำนวนบัตรเขย่ง (log scale): บัตรเขย่ง = บัตรเขียว - บัตรชมพู (ถ้าไม่เขย่งค่าต้องเป็น 0)

จากการสังเกตไว ๆ เราจะเห็นว่า
(1) เขตในกทม. มีจำนวนบัตรเขย่งต่ำกว่าเขตในภูมิภาคอื่น ๆ
(2) จำนวนเขตที่พรรคน้ำเงินชนะแล้วมีบัตรเขย่งมีมากที่สุด (ดูจากจำนวนจุดดำที่อยู่แถวเดียวกับกล่องน้ำเงิน)
(3) เขตที่มีบัตรเขย่งมากกว่า 1000 ใบ ส่วนใหญ่จะมีพรรคน้ำเงินเป็นพรรคที่ชนะ ส.ส. เขต (31 เขต) รองลงมาคือ พรรคส้ม (10 เขต) พรรคเขียว (8 เขต) แดง (5 เขต)

ใด ๆ คือ #กกต จะเลิกกินก๋วยเตี๋ยวหกคนกี่โมงครับ
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=34710099261910635&set=a.194937790520223




เมื่อ "วิษณุ" บอก การเลือกตั้ง 8 กุมภา 2569 อาจจะ ไม่ลับ ขัดรัฐธรรมนูญ โมฆะ






TheDaily_ข่าวร้อนวันนี้
@TheDaily_Thai
·9h

"วิษณุ" ฟันธง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง "ผิดหลักการ-ไม่ลับจริง" ชี้แค่มีโอกาสรู้ก็จบแล้ว .
ดราม่าบัตรเลือกตั้งยิ่งร้อนแรง! นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และมือกฎหมายระดับปรมาจารย์ ออกมาแสดงความเห็นส่วนตัวแบบฟาดๆ ถึงประเด็นร้อนเรื่องบาร์โค้ด (Barcode) บนบัตรเลือกตั้ง ชี้ชัดว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนลับอย่างชัดเจน 
.
🔸 "ผิดเต็มประตู" ชี้บัตรเลือกตั้งไม่ลับจริง: นายวิษณุระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ในมุมมองส่วนตัว การมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นถือว่า "ผิด" และ "ไม่ได้เป็นความลับ" 
.
🔸 ตรวจสอบย้อนกลับได้ = ความลับแตก: มือกฎหมายแถวหน้าของประเทศ ชี้ให้เห็นถึงแก่นของปัญหาว่า ประเด็นสำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือ "มีโอกาสรู้หรือไม่ว่าใครกากบาทเลือกใคร?" หากระบบสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ถ้าคำตอบคือ "ใช่" นั่นก็แปลว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป 
.
🔸 หล่นวาทะกลางเวทีนิด้า: 
การแสดงทรรศนะสุดคมคายนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา ระหว่างที่นายวิษณุไปเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย" ให้กับผู้เข้าอบรมหลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.รุ่น 14) ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) 
ขอบคุณข้อมูลจาก: 
การบรรยายหลักสูตร วบส.รุ่น 14 สถาบันนิด้า (18 ก.พ. 69)


https://x.com/Js_live2/status/2024322506082185315




หลักฐานชัดเจนว่ากกต.ทำผิดกฎหมายเรื่องบัตรเลือกตั้ง

https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/pfbid02E8hH4bjWBFeQcUbA3kRx9cwiCezHTR1Jdi2tpvgsbcBJYTUgpA7e3PLpLvWniDoPl

Thanapol Eawsakul 
10 hours ago
·
หลักฐานชัดเจนว่ากกต.ทำผิดกฎหมาย และหลอกลวงประชาชน 100%
....
โชคดีที่ยังเก็บคู่มือการเลือกตั้ง ส.สนนทบุรี เขต 1 ที่จัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี
ในหน้า 2 ได้บอกข้อห้ามการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยในหัวข้อ 3 เขียนไว้ชัดเจนว่า
" ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง"
ในหน้า 4 ก็ได้แสดงตัวอย่างบัตรเลือกตั้งสีชมพูสำหรับ สส. บัญชีรายชื่อ และสีเขียว สำหรับ
สส.เขต
ซึ่งภาพตัวอย่างทั้ง 2 ใบนั้น ก็ไม่ได้มี เครื่องหมายใดๆ ที่ปรากฏ
แต่ในบัตรเลือกตั้งจริงที่ใช้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั่วประเทศ
(ดังปรากฏในการนับคะแนนใหม่ ที่ปทุมธานีเขต 7 วันนี้)
สำหรับบัตรสีเขียว ที่เป็นสส.เขต ปรากฏ QR Code ที่มุม ซ้ายล่างตามภาพ
ส่วน บัตร สีชมพูที่เป็นสส. บัญชีรายชื่อ ปรากฏ บาร์โค้ด อยู่ตรงกลางด้านล่าง อย่างชัดเจนเช่นกัน
เอาแค่ไม่ต้องพิสูจน์เลยว่า มีการสืบย้อนหลังไปได้หรือไม่ ก็ปรากฏชัดเจนแล้วว่า กกต.จงใจทำผิดกฎหมาย ที่ตัวเองเขียน ไว้ในคู่มือ อันนี้ต่ำสุดกกต. ทั้ง 7 คนรวมทั้งเลขาธิการ ก็ต้องติดคุกแล้วครับ
ขั้นตอนต่อไปก็ต้องพิสูจน์ว่า การมีทั้งบาร์โค้ดและ QR Code นั้น จะทำให้ การ ออกเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นความลับหรือไม่ และจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือเปล่าก็ต้องพิสูจน์กัน
และเมื่อพิสูจน์ได้แล้ว ยังจะทำให้ ผลของการเลือกตั้งยังคงอยู่หรือไม่ ก็ว่ากันอีกต่อหนึ่ง



ประเทศไทยกับมายาคติของทางสายกลาง นักวิชาการ มองว่า "ทางสายกลาง" หรือสถานะรายได้ปานกลางของไทย ไม่ใช่แค่จุดพักชั่วคราว แต่กลายเป็น "กับดักถาวร" ตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง การกระจายอำนาจและรายได้ให้เป็นธรรมกว่านี้ การเมืองที่วนเวียนอยู่กับรัฐประหารและการปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นนำ จะทำให้ไทยไม่สามารถก้าวไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้จริง


Nat Luengnaruemitchai
21 hours ago
·
ประเทศไทยกับมายาคติของทางสายกลาง

ศาสตราจารย์ Pietro Masina ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เขียนถึงทำไมประเทศไทยถึงติดอยู่ใน "กับดักรายได้ปานกลาง" (Middle Income Trap) และทำไมชนชั้นกลางของไทยถึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อนประชาธิปไตยและการพัฒนาอย่างที่ทฤษฎีตะวันตกมักเชื่อกัน

ผมได้ลองสรุปประเด็นสำคัญจากบทความและแนวคิดหลักของ Masina มีดังนี้ครับ

1. มายาคติเรื่อง "ชนชั้นกลาง" (The Myth of the Middle Class)

• ความเชื่อทั่วไป: ทฤษฎีการพัฒนาของตะวันตกมักเชื่อว่า เมื่อประเทศหนึ่งร่ำรวยขึ้นและมี "ชนชั้นกลาง" มากขึ้น ชนชั้นกลางเหล่านี้จะเรียกร้องประชาธิปไตย เสรีภาพ และผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทางเศรษฐกิจ

• ความเป็นจริงในไทย: Masina ชี้ให้เห็นว่าชนชั้นกลางในไทย (โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ) กลับมีพฤติกรรมทางการเมืองที่ต่างออกไป แทนที่จะสนับสนุนประชาธิปไตย พวกเขากลับมักสนับสนุนรัฐประหารหรืออำนาจนิยม (เช่น การรัฐประหารปี 2006 และ 2014) เพื่อปกป้องสถานะของตนเองจากการขยายตัวของกลุ่มการเมืองรากหญ้า (เช่น กลุ่มคนเสื้อแดงหรือขั้วอำนาจทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม)

• ผลลัพธ์: การที่ชนชั้นกลางจับมือกับชนชั้นนำ (Elites) และกองทัพ ทำให้โครงสร้างทางการเมืองแช่แข็ง และไม่เกิดการปฏิรูปที่จำเป็นต่อการก้าวข้ามไปสู่ประเทศรายได้สูง

2. กับดักรายได้ปานกลางที่ "สร้างขึ้นเอง" (Self-inflicted Trap)

• ปัญหาเศรษฐกิจของไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากโครงสร้างอำนาจ

• โมเดลที่หมดอายุ: ไทยเติบโตมาด้วยการเป็นฐานการผลิตสินค้าราคาถูกและรับการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) แต่ตอนนี้ไทยสูญเสียความได้เปรียบเรื่องค่าแรงให้เวียดนามหรือกัมพูชา ในขณะเดียวกันก็ไม่มีเทคโนโลยีขั้นสูงพอที่จะแข่งกับเกาหลีใต้หรือไต้หวัน

• ขาดการยกระดับ: รัฐและกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของไทยพอใจกับการกินบุญเก่า ไม่มีการลงทุนด้านการศึกษา (Education) และการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างจริงจัง ทำให้ไทยติดอยู่ตรงกลาง ไม่สามารถขยับไปผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงได้

3. ปัญหาความเหลื่อมล้ำและกลุ่มทุนผูกขาด

• เศรษฐกิจไทยถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มทุนใหญ่ (Conglomerates) ไม่กี่ตระกูล ซึ่งมีอำนาจผูกขาดสูง ทำให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) เติบโตยาก

• ความเหลื่อมล้ำที่สูงมากทำให้ "กำลังซื้อภายในประเทศ" ไม่เข้มแข็งพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวมากเกินไป จนเมื่อโลกเปลี่ยน ไทยจึงเปราะบาง

4. บทสรุป

Masina มองว่า "ทางสายกลาง" หรือสถานะรายได้ปานกลางของไทย ไม่ใช่แค่จุดพักชั่วคราว แต่กลายเป็น "กับดักถาวร" ตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง "สัญญาประชาคม" (Social Contract) ใหม่ ที่จะกระจายอำนาจและรายได้ให้เป็นธรรมกว่านี้ การเมืองที่วนเวียนอยู่กับรัฐประหารและการปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นนำ จะทำให้ไทยไม่สามารถก้าวไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้จริง

สรุปในสรุป คือ เขาพยายามบอกว่า ประเทศไทยเราติดกับดักเพราะการเมืองที่ชนชั้นกลางเลือกเข้าข้างชนชั้นนำ แทนที่จะผลักดันประชาธิปไตยและการกระจายรายได้ ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างเศรษฐกิจล้าหลังและไปต่อไม่ได้ครับ ไม่ต้องไปโทษคนอื่นครับ

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10162005931331751&set=a.10150779118116751




การเมืองแบบ "หักหลังรอบวง" ของ อนุทิน/เนวิน ใครโดนมาแล้วบ้าง


Thanapol Eawsakul 
7 hours ago
·
การเมืองแบบ "หักหลังรอบวง" ของ อนุทิน/เนวิน จะนำไปสู่อะไร
...
ถ้านับจากการเลือกตั้ง 2566 จนถึงปัจจุบัน
อนุทิน/เนวินหักหลังใครมาแล้วบ้าง
หักหลังทักษิณ พรรคเพื่อไทย
หักหลังณัฐพงษ์ พรรคประชาชน
ล่าสุดหักหลังธรรมนัส พรรคกล้าธรรม



https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/26221045504202274?ref=embed_post




ความพยายามของผู้มีอำนาจจะสร้างชาติ ชาติ ชาตินิยม ไม่เคยหยุดหย่อน รัฐบาลอนุทิน(2) คงเข้มข้นอีกมาก


The Active
August 20, 2025
·
เรามักได้ยินคำกล่าวหาว่า “เด็กสมัยนี้เรียนประวัติศาสตร์น้อยไป ทำให้ขาดความรักชาติ” จึงต้องเพิ่มเนื้อหาให้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริง เด็กไทยยุคนี้กลับเรียนวิชาประวัติศาสตร์ “เข้มข้นกว่ายุคก่อน” เสียด้วยซ้ำ
.
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และการปรับโครงสร้าง พ.ศ. 2552 กำหนดให้นักเรียนเรียน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ต่อเนื่องตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ที่ถูกแยกออกมานับหน่วยกิตต่างหาก พร้อมวางมาตรฐาน ส 4.3 เน้นให้เด็กเข้าใจความเป็นมาของชาติไทย รักและภูมิใจในความเป็นไทย ซึ่งสะท้อนว่าการศึกษาไทยมุ่งสอนให้ “รักชาติ” ผ่านวิชาประวัติศาสตร์มาตลอดกว่า 20 ปีแล้ว
.
The Active ชวนย้อนดูว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา "วิชาประวัติศาสตร์" ถูกหยิบขึ้นมาเป็นนโยบายการศึกษาของรัฐอย่างไรบ้าง
.
23 พ.ย. 2565 – ตรีนุช เทียนทอง ผลักดันนโยบาย 8+1 แยกวิชาประวัติศาสตร์ออกจากสังคมศึกษา เพื่อปลูกฝังความรักชาติและหวงแหนมรดกบรรพบุรุษ

17 พ.ย. 2566 – พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. รับนโยบายจาก อนุทิน ชาญวีรกูล จับมือหน่วยงานรัฐลงนาม MOU ผลักดันการเรียนรู้ที่เน้นการเทิดทูนสถาบันหลักและภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติ

7 ก.พ. 2567 – เพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัด อว. ส่งหนังสือถึงมหาวิทยาลัย แนะสอนนิสิตให้รักชาติและสถาบัน ผลักดันการเรียนประวัติศาสตร์เข้มข้นเพื่อเป็น Soft Power พร้อมมาตรการป้องกันการ “ยุยงแตกแยก”

14 มิ.ย. 2567 – สพฐ. เพิ่มเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย โดยกำหนดว่าผู้เข้าสอบต้องแสดงความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทย รักชาติ และจงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งไม่เคยมีในเกณฑ์ปี 2563 มาก่อน

18 ส.ค. 2568 – นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เสนอให้ ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาเอกสอบเข้า ม.1 และ ม.4 เพื่อยกระดับสถานะวิชา พร้อมย้ำว่า “ประวัติศาสตร์ไทยไม่เหมือนชาติใดในโลก”

20 ส.ค. 68 - ว่าที่ ร.ต. ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. (2566 - ปัจจุบัน) เตรียมประสาน อว. ใช้ความสามารถด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมืองคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
.
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “วิชาสังคมศึกษา” ถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐในการหล่อหลอมความคิดพลเมือง และก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะตลอดประวัติศาสตร์ เราเห็นความพยายามของผู้มีอำนาจในการช่วงชิง “ความหมาย” ของตำราเรียนสังคมศึกษาอยู่เสมอ
.
อดีตที่ผ่านมาได้ย้ำเราเสมอว่า “ชาติ” มักถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้าย “คนในชาติ” เพียงเพราะต่างมีวิธีรักชาติไม่เหมือนกัน ดังนั้น ห้องเรียนประวัติศาสตร์ไม่ควรผลิตซ้ำความขัดแย้งเดิม แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราเข้าใจรากเหง้า ความคิด และความแตกต่างของเพื่อนร่วมสังคม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างเคารพกันและกัน

ชวนอ่านงานของ The Active เพื่อสำรวจปัญหาในการยัดเยียดวิชาประวัติศาสตร์ และมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อสร้างเด็กไทยให้คิดไกลไปถึงเป็นพลเมืองโลก
.
.
วิชาประวัติศาสตร์ เรียนให้หนัก รักชาติไม่ลง
https://theactive.thaipbs.or.th/video/education-20231209

ข้อสอบ(ไม่)เป็นภัยคุกคามชาติ : ว่าด้วยความเข้าใจ เรื่องที่ ‘พูดยาก’ ในวิชาสังคมฯ
https://theactive.thaipbs.or.th/read/social-studies-exam

ทะลุกะลาตำรา: สอนสังคมศึกษาอย่างไร ให้ไม่ไร้เดียงสา
https://theactive.thaipbs.or.th/read/social-science-textbook

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1181340617354618&set=a.647529040735781




เราจะรู้ได้ยังไงว่า รัฐบาลถังแตกแล้วหรือยัง ดูจากการเก็บภาษี


ปลั๊กไทย by มหาชะนี
18 hours ago
·
ช่อง ตต. ช่องหนึ่ง น่าจะเป็นทายาทของหมูสะเต๊ะเจ้าดังอพอลโลจากชลบุรี ได้แชร์ประสบการณ์ว่า การวาดผนัง จะถูกเสียภาษีป้ายพื้นที่ที่วาดทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องมีชื่อร้าน สัญลักษณ์ของร้าน แต่แค่อะไรก็ตาม ที่สื่อโยงถึงร้านจะถูกคำนวนหมด
.
.
เช่นตัวอย่าง ถ้าเปิดร้านกาแฟ และผนังไปเพ้นท์ วาด หรือมีสติ๊กเกอร์ รูปแก้วกาแฟ โดยที่ไม่มีชื่อร้าน หรือโลโก้ใดก็ตาม ก็อาจจะถูกคำนวนภาษีป้ายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ด้วย
.
.
ต่อให้ที่วาดไม่มีโลโก้ชื่อร้าน ก็จะถูกเก็บภาษีป้ายอยู่ดี เพราะมีภาพอาหาร
.
.
มีคอมเม้นท์แนะนำว่า ให้ติดป้ายด้านในและทำกระจกใส คนมองข้างนอกเห็น แต่มีคนให้ข้อมูลว่า ป้ายในร้าน ถ้าภายในเกิน 3 ตารางเมตรก็เสีย หรือถ้าทำป้ายในอาคาร ที่เห็นจากภายนอกได้ ก็ยังเสียภาษีป้ายอยู่ดี
.
.
ส่วนน้องถูกเก็บภาษีป้ายทั้งตึก เพราะเพ้นท์รูปไว้ทั้งตึก น้องบอกเป็นบทเรียนราคาแพง เพราะไม่ทราบข้อมูลนี้มาก่อนจริงๆ
ช่องและคลิปต้นทาง ลองดูลองอ่านคอมเม้นท์ได้ครับ >> https://vt.tiktok.com/ZSmyc3NgU/

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1211040527867070&set=a.556020413369088




@.lukjor บทเรียนราคาแพง 😢 #ลูกจ๊อไม่ใช่ลูกท้อ #ลูกจ๊อ #วัยรุ่นสร้างตัว #ปลดหนี้ #ฟีดดดシ ♬ original sound - mixxy - dengzyyy



 

สรุปเหตุที่ "ยุน ซ็อก-ย็อล" อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหา "เป็นผู้นำการก่อกบฏ" (Insurrection) จากเหตุการณ์ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 จากอัยการที่เสนอให้ลงโทษประหารชีวิต ซึ่งเป็นโทษสูงสุดตามกฎหมายกบฏ


https://www.heygotrade.com/en/news/yoon-suk-yeol-jailed-for-life-the-real-reason-behind-the-verdict/

สรุปจากบทความข้างบนโดย Gemini (Google AI) 

"ยุน ซ็อก-ย็อล" ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต: เบื้องหลังคำพิพากษาประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026 ศาลเขตกลางกรุงโซลได้มีคำพิพากษาตัดสินให้ นายยุน ซ็อก-ย็อล (Yoon Suk Yeol) อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จำคุกตลอดชีวิต ในข้อหา "เป็นผู้นำการก่อกบฏ" (Insurrection) จากเหตุการณ์ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดทางการเมืองของผู้นำสายอนุรักษนิยมที่เคยทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่ง

สรุปเหตุผลหลักเบื้องหลังคำพิพากษา:

เจตนาทำลายระบอบรัฐธรรมนูญ: ศาลระบุว่าการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุนในวันที่ 3 ธันวาคม 2024 ไม่ใช่เพียงการใช้อำนาจตามปกติ แต่เป็น "ความพยายามใช้กำลังทหารเพื่อขัดขวางการทำงานของรัฐสภา" โดยศาลมีหลักฐานชัดเจนว่าเขาสั่งการให้ส่งทหารติดอาวุธและเฮลิคอปเตอร์เข้าปิดล้อมรัฐสภา เพื่อจับกุมนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามและประธานรัฐสภา หวังจะกุมอำนาจเบ็ดเสร็จและขัดขวางไม่ให้สมาชิกรัฐสภาลงมติยกเลิกประกาศดังกล่าว

ขาดความสำนึกผิด (Zero Remorse): ผู้พิพากษา จี กวี-ยอน (Jee Kui-youn) เน้นย้ำว่าตลอดการพิจารณาคดี นายยุนไม่เคยแสดงความเสียใจหรือขอโทษต่อสาธารณชน เขายังคงยืนกรานว่าการกระทำของเขาเป็น "อำนาจโดยชอบ" เพื่อปกป้องประเทศจาก "กองกำลังต่อต้านรัฐ" (anti-state forces) และเขายังปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการพิจารณาคดีในหลายวาระ ซึ่งศาลมองว่าเป็นการไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม

สร้างความเสียหายต่อรากฐานประชาธิปไตย: คำพิพากษาระบุว่า การกระทำของนายยุนทำให้ "ความเป็นกลางทางการเมือง" ของกองทัพและตำรวจถูกทำลายลงอย่างยับเยิน และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของเกาหลีใต้ในระดับสากล ทำให้สังคมเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง

เหตุผลที่ไม่ตัดสินประหารชีวิต: แม้ทางอัยการจะเสนอให้ลงโทษประหารชีวิต ซึ่งเป็นโทษสูงสุดตามกฎหมายกบฏ แต่ศาลตัดสินเลือกโทษจำคุกตลอดชีวิตแทน โดยให้เหตุผลว่า:

แผนการก่อรัฐประหารครั้งนี้ "ขาดความละเอียดรอบคอบ" และล้มเหลวอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง

นายยุนพยายามจำกัดการใช้กำลังที่นำไปสู่การเสียชีวิต (ไม่มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากเหตุการณ์นั้น)

จำเลยไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน
สถานะปัจจุบัน:

นายยุนเป็นอดีตประธานาธิบดีคนแรกในยุคประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ที่ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต (นับตั้งแต่ ชุน ดู-ฮวาน ในช่วงปี 1990)

ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งถูกตัดสินจำคุก 5 ปีในข้อหาขัดขวางการจับกุมและปลอมแปลงเอกสารราชการ

ทีมทนายความของนายยุนประกาศว่าการตัดสินนี้เป็น "การพิจารณาคดีทางการเมือง" และเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป

สรุปสั้นๆ: เหตุผลที่เขาโดนจำคุกตลอดชีวิตไม่ใช่แค่เพราะ "ประกาศกฎอัยการศึก" แต่เพราะศาลมองว่าเป็น "ความพยายามก่อกบฏด้วยอาวุธเพื่อทำลายระบบรัฐสภา" และการที่เจ้าตัว "ไม่มีความสำนึกผิด" ตลอดการดำเนินคดีครับ

Gemini is AI and can make mistakes.







ศ.สิริพรรณ อ่านเกม ‘อนุรักษ์’ชนะศึกครั้งนี้ได้ ? นี่คือส่วนต่อขยายรัฐบาลประยุทธ์ ชี้ปัญหาอยู่ที่ฝ่ายค้านทำร้ายตัวเอง?






https://x.com/matichonweekly/status/2024507517133615301



 

เรื่องเพศนี่ พรรคประชาชน คิดผิดซ้ำซากหลายรอบแล้ว


Pipob Udomittipong
7 hours ago
·
นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า พรรคยึดหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด และที่ผ่านมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้อง

แต่การเป็น “ผู้แทนประชาชน” อันทรงเกียรติ มันต้องมีมาตรฐานสูงกว่ากฎหมายหรือไม่? มาตรฐานจริยธรรมมันสูงกว่ากฎหมายแน่นอน

ในคดีนี้ (1) ผู้เสียหายเป็นนศ.ปี 3 ขณะเกิดเหตุ เลยจากวัยเยาวชนมาหน่อยเดียว (2) เขาสู้ถึง 3 ศาล สู้มาตั้งแต่ปี 63 จนถึงปัจจุบัน และสู้ด้วยการร้องสอดเพื่อเป็นโจทก์ร่วม (ไม่งั้นอัยการอาจไม่อุทธรณ์ต่อ) แม้ว่า 2 ศาลแรกจะยกฟ้องก็ตาม แสดงว่าเขามีความมั่นใจสูงมากว่าเขาถูกละเมิด

(3) สภาพการณ์ต่าง ๆ อย่างเช่น การเปิดห้องเพียงห้องเดียวในโรงแรม การพาน้องเขาไปสังสรรค์จนถึงตีสาม เมื่อกลับมานอนห้องเดียวกัน การมอมยา ล้วนเป็นพฤติการณ์ที่ส่อถึงเจตนามิชอบ

และ (4) จากที่เรียกค่าเสียหายไปรวมกัน 7 แสน ศาลให้มาแค่ 2 แสน ถือว่าศาลให้ความสำคัญกับความทุกข์ทรมานทางกายและใจของเหยื่อทางเพศน้อยเกินไป พรรคต้องแสดงท่าทีเรื่องนี้ด้วย และต้องขอโทษผู้เสียหาย นอกจากขอโทษประชาชน

ผมคิดว่าเรื่องนี้ #พรรคประชาชน ทำผิดพลาดมหันต์ มันเป็น gamble ที่ใหญ่เกินไปที่จะเอาคนแบบนี้มาเสนอเพื่อเป็นผู้แทนของปวงชน ไม่มีคนอื่นที่เหมาะสมกว่านี้แล้วหรือ? ผิดพลาดแบบเดียวกับแคนดิเดตที่แม่สอด ซึ่งมีคนเตือนแกนนำพรรคหลายคนแล้ว น่าจะรวมถึงรังสิมันต์ โรมว่า เขาเป็นสีเทา แต่พรรคก็ยังดันทุรังส่งลงเลือกตั้ง

ลิงก์คำพิพากษาศาลฎีกา https://www.facebook.com/share/p/1PwUYiiDQR/

https://www.facebook.com/photo?fbid=10163758430746649&set=a.10150096728651649




'กฎหมายต้องเป็นไปตามครรลอง' กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสผ่านแถลงการณ์หลังจากแอนดรูว์ถูกจับกุม "ในระหว่างนี้ สมาชิกราชวงศ์และข้าพเจ้าจะยังคงปฏิบัติหน้าที่และรับใช้พวกท่านทุกคนต่อไป" - แอนดรูว์จะถูกนำตัวไปที่ "ห้องขังในห้องควบคุมตัว" ที่มีเพียง "เตียงและห้องน้ำ" ซึ่งเขาจะต้องรอจนกว่าจะถูกเรียกไปสอบสวนโดยตำรวจ



อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ถูกจับกุมฐานต้องสงสัยประพฤติมิชอบในหน้าที่ราชการ เรารู้อะไรบ้าง


แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน วินด์เซอร์ ผู้ซึ่งถูกถอดฐานันดรศักดิ์เจ้าฟ้า เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2568

19 กุมภาพันธ์ 2026
7 ชั่วโมงที่แล้ว
บีบีซีไทย

วันนี้ (19 ก.พ.) ในช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่นในอังกฤษ ( หรือราว 17.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ลูซี แมนนิง ผู้สื่อข่าวพิเศษของบีบีซี รายงานว่า แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์และอดีตพระอนุชาของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ถูกตำรวจเทมส์วัลลีย์ (Thames Valley Police) จับกุมในข้อสงสัยว่ากระทำความผิดฐานประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า เขาถูกจับกุมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยวันนี้ยังเป็นวันเกิดอายุครบ 66 ปี ของเขาด้วย

ต่อมาในเวลา 17.09 น. มีรายงานว่ามีรถยนต์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นรถตำรวจที่ไม่ได้ติดสัญลักษณ์ ปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ในเขตพระราชฐานซานดริงแฮมในมณฑลนอร์ฟอล์ก ซึ่งเป็นที่พักของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์นับตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านในพระราชวังวินด์เซอร์

นี่นับเป็นครั้งแรกที่อดีตเจ้าชายรายนี้ ซึ่งเคยเผชิญข้อกล่าวหาจำนวนมากเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำความผิดคดีทางเพศที่ถูกตัดสินจำคุกและถูกจับกุม

ที่ผ่านมา แอนดรูว์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องและหนักแน่นมาโดยตลอด

บีบีซี นิวส์ เข้าใจว่า เขาถูกจับกุมในข้อสงสัยว่ากระทำความผิดฐานประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ

แถลงการณ์จากตำรวจเทมส์วัลลีย์ ระบุว่า "ในฐานะส่วนหนึ่งของการสอบสวน วันนี้ (19 ก.พ.) เราได้จับกุมชายวัยหกสิบกว่าปีจากนอร์ฟอล์ก ในข้อสงสัยว่าเขากระทำความผิดฐานประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกำลังดำเนินการตรวจค้นสถานที่ในเบิร์กเชียร์และนอร์ฟอล์ก"

แถลงการณ์ยังชี้ว่า ชายคนดังกล่าวยังคงอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจในขณะนี้

"เราจะไม่เปิดเผยชื่อผู้ถูกจับกุม ตามแนวปฏิบัติระดับชาติ และขอให้สื่อมวลชนระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูล เนื่องจากคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดอำนาจศาล (contempt of court)"

ด้าน โอลิเวอร์ ไรต์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ กล่าวว่า "หลังจากการประเมินอย่างรอบด้าน เราได้เปิดการสอบสวนต่อข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้ว"

ไรต์ เสริมว่า "เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องรักษาความถูกต้องและความเป็นกลางของกระบวนการสอบสวน ขณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหานี้"

"เราเข้าใจดีถึงความสนใจของสาธารณชนในคดีนี้ และจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเวลาที่เหมาะสม"

ฌอน คัฟลัน ผู้สื่อข่าวราชสำนักของบีบีซี ชี้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น "พัฒนาการที่ไม่ธรรมดาอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องราวที่ไม่ธรรมดามาตั้งแต่ต้น"

เขาเสริมว่า "ยากที่จะนึกถึงกรณีตัวอย่างใดในอดีตที่คล้ายกับการจับกุมแอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ อดีตพระอนุชาของกษัตริย์"

ผู้สื่อข่าวราชสำนักรายนี้ย้ำว่า การจับกุมครั้งนี้ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นข้อบ่งชี้ถึงความผิด และขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาใด ๆ ขณะที่แอนดรูว์ได้ปฏิเสธการกระทำผิดมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของตำรวจที่ตรงไปตรงมาและไม่อ้อมค้อมนั้น ให้ความรู้สึกเหมือน "แรงสั่นสะเทือนทางข่าว" อย่างชัดเจน โดยเฉพาะถ้อยคำที่ว่า "ชายคนดังกล่าวยังคงอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจในขณะนี้"

"เราไม่ทราบว่าเช้าวันนี้เขาอยู่ที่ใด แต่ภาพที่ชวนให้จินตนาการถึงก็คือ ฉากเรียบง่ายท่ามกลางแก้วพลาสติกและความรกรุงรังภายในสถานีตำรวจ กับการที่พระอนุชาของกษัตริย์ถูกควบคุมตัวอยู่ที่นั่น"

"นับเป็นการร่วงหล่นครั้งใหญ่จากความโอ่อ่าแห่งพระราชวังบักกิงแฮมและพระราชวังวินด์เซอร์" คัฟลัน ระบุ

ทั้งนี้ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ได้ปฏิเสธการกระทำความผิดใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไฟล์เอปสตีน


นี่คือภาพที่เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณใกล้บ้านพักของแอนดรูว์ในเขตพระราชฐานซานดริงแฮมเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร


ลูซี แมนนิง ผู้สื่อข่าวพิเศษของบีบีซี ยังรายงานถึงความเชื่อมโยงของแอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินและผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีที่เสียชีวิตไป

ข้อกล่าวหาที่นำไปสู่การจับกุมนายแอนดรูว์ เกี่ยวข้องกับเอกสารในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งทูตการค้า ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าได้แชร์ให้กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน

เมื่อช่วงเช้าตามเวลาในสหราชอาณาจักร เว็บไซต์เมล์ออนไลน์ (Mail Online) เผยแพร่ภาพที่ดูเหมือนกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่บริเวณใกล้เคียงกับเขตพระราชฐานแซนดริงแฮม และผู้สื่อข่าวสามารถยืนยันได้ว่ามีการจับกุมเกิดขึ้นในช่วงเช้านี้จริง

ตำรวจเทมส์วัลลีย์เป็นหน่วยงานที่กำลังสอบสวนข้อกล่าวหาต่อแอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์

พวกเขากำลังตรวจสอบทั้งข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ รวมถึงข้อกล่าวหาว่า มีผู้หญิงรายที่สองถูกเจฟฟรีย์ เอปสตีน ส่งมายังสหราชอาณาจักรเพื่อมีความสัมพันธ์ทางเพศกับแอนดรูว์

ผู้สื่อข่าวพิเศษของบีบีซีชี้ว่า การจับกุมครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น และสถานการณ์ตอนนี้นับเป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งที่อดีตเจ้าชายถูกจับกุม

รายการบีบีซี เรดิโอ ไฟฟ์ ไลฟ์ (BBC Radio 5 Live) ได้พูดคุยกับ แดนนี่ ชอว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตำรวจ เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในการจับกุมแอนดรูว์

โดยชอว์กล่าวว่า ระยะเวลาที่นานที่สุดที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวอดีตเจ้าชายไว้ได้คือ 96 ชั่วโมง แต่จะต้องมีการขยายเวลาหลายครั้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงและศาลมาจีสเตรท (Magistrate Court) (บีบีซีไทยสืบค้นคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับศาลมาจีสเตรท พบว่าตามคำอธิบายของสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า ศาลนี้ทำหน้าที่พิจารณาพยานหลักฐานในการไต่สวนมูลฟ้อง เพื่อตัดสินใจว่า คดีมีมูลเพียงพอที่จะส่งตัวจำเลยไปพิจารณาหรือไม่ )

ในกรณีส่วนใหญ่ ผู้ต้องสงสัยจะถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 12 หรือ 24 ชั่วโมง จากนั้นจะถูกตั้งข้อหาหรือปล่อยตัวเพื่อรอการสอบสวนเพิ่มเติม ชอว์กล่าว

แอนดรูว์จะถูกนำตัวไปที่ "ห้องขังในห้องควบคุมตัว" ที่มีเพียง "เตียงและห้องน้ำ" ซึ่งเขาจะต้องรอจนกว่าจะถูกเรียกไปสอบสวนโดยตำรวจ

ชอว์กล่าวด้วยว่า "จะไม่มีการปฏิบัติพิเศษใด ๆ สำหรับเขา"

ขณะที่ ดาล บาบู อดีตผู้กำกับการตำรวจนครบาล กล่าวกับบีบีซีนิวส์ว่า มีแรงกดดัน "เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ" ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงรายนี้กล่าวว่า การจับกุมแอนดรูว์จะทำให้ตำรวจสามารถ "เข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ไฟล์ต่าง ๆ ภาพถ่าย และหลักฐานอื่น ๆ" ได้

เขาบอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ "สามารถทำการค้นสถานที่ใด ๆ ที่เขา [แอนดรูว์] เป็นเจ้าของหรือครอบครอง หรือสถานที่อื่น ๆ ที่เขาครอบครอง ดังนั้นอาจมีการตรวจค้นในพื้นที่อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน"


อดีตเจ้าชายถูกพบเห็นขณะกำลังขี่ม้าอยู่ที่วินด์เซอร์ เกรท พาร์ค เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา // The former prince was seen horseriding at Windsor Great Park earlier this month

อย่างไรก็ตาม โดมินิค คาสเซียโน ผู้สื่อข่าวบีบีซี ด้านกฎหมายและกิจการภายในประเทศ บอกว่าในข้อสงสัยว่ากระทำความผิดฐานประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการเป็นการกระทำผิดที่มีความซับซ้อนมาก โดยหลักแล้วมันคือการกล่าวหาว่าบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ในนามของประชาชนชาวอังกฤษได้กระทำการที่ผิดอย่างร้ายแรง โดยรู้ว่านั่่นเป็นการกระทำที่ผิด

ทั้งนี้ มี สี่ "องค์ประกอบ" หรือปัจจัยที่ตำรวจต้องให้ความสำคัญในระหว่างการสอบสวน เพื่อให้พนักงานอัยการสามารถตัดสินใจได้ในภายหลังว่าสมควรแก่ถูกตั้งข้อหาหรือไม่

ประการแรก ตำรวจต้องตรวจสอบว่าบุคคลที่พวกเขากำลังสอบสวนเป็น "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" หรือไม่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่หรือไม่

หากเป็นไปเป็นเช่นนั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนจะมองหาหลักฐานว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นผู้ต้องสงสัย "จงใจ" ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจประพฤติในทางมิชอบในทางอื่นใด ซึ่งคำจำกัดความที่ยืดยาวนี้เป็นเหตุให้เกิดการถกเถียงทางกฎหมายมานานแล้ว

คำถามต่อไปคือ การกระทำที่พวกเขาได้กระทำนั้นร้ายแรงถึงขนาด "เป็นการละเมิดความไว้วางใจของประชาชน" หรือไม่

โดยสุดท้ายนี้ หากหลักฐานผ่านการทดสอบทั้งสามข้อข้างต้นแล้ว ตำรวจจำเป็นต้องตรวจสอบว่าบุคคลที่ถูกสอบสวนกระทำการ "โดยปราศจากข้อแก้ตัวหรือเหตุผลอันสมควร" หรือไม่

คำถามสุดท้ายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง มันเป็นหลักการพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ผู้ต้องสงสัยว่ากระทำผิดจะต้องได้รับโอกาสในการนำเสนอเรื่องราวในส่วนของตนเอง และขั้นตอนนั้นเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อตอนที่ตำรวจมาเคาะประตูบ้านของพวกเขา

'กฎหมายต้องเป็นไปตามครรลอง' กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสผ่านแถลงการณ์หลังจากแอนดรูว์ถูกจับกุม

บีบีซีได้รับพระราชทานแถลงการณ์จากกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 หลังข่าวการจับกุมแอนดรูว์ โดยนี่คือข้อความฉบับเต็ม:


ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวเกี่ยวกับแอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ และข้อสงสัยเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบในตำแหน่งราชการด้วยความกังวลอย่างยิ่ง


สิ่งที่จะตามมาต่อจากนี้คือกระบวนการที่ครบถ้วน ยุติธรรม และเหมาะสม ซึ่งจะมีการสอบสวนประเด็นนี้ในลักษณะที่เหมาะสมและโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในเรื่องนี้ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ พวกเขาได้รับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างเต็มที่จากข้าพเจ้า

ขอให้ข้าพเจ้ากล่าวอย่างชัดเจนว่า กฎหมายต้องเป็นไปตามครรลอง

ในขณะที่กระบวนการนี้ดำเนินต่อไป จะเป็นการไม่เหมาะสมหากข้าพเจ้าจะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่องนี้

ในระหว่างนี้ สมาชิกราชวงศ์และข้าพเจ้าจะยังคงปฏิบัติหน้าที่และรับใช้พวกท่านทุกคนต่อไป

(พระปรมาภิไธย)

ชาร์ลส์ อาร์.


https://www.bbc.com/thai/articles/cy4wv1dlwpxo



การจับกุม อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ที่เกี่ยวข้องกับคดีของ Epstein เป็นภัยคุกคามต่ออนาคตของสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษมาก พิธีกรชื่อดัง Piers Morgan กล่าว "ผมไม่เคยเห็นภัยคุกคามต่ออนาคตของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้เลย!"






 

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ปฏิเสธคำเชิญของโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เข้าร่วม "คณะกรรมการสันติภาพของทรัมป์" “ท่านประธานาธิบดี ท่านต้องการมอบสันติภาพอะไรให้แก่โลก ในเมื่อรัฐบาลของท่านได้จุดชนวนวิกฤตการณ์ระดับโลกมากมายในฉนวนกาซา ยูเครน... (และ) กฎหมายที่ตราขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2.. นั้นถูกบ่อนทำลายไปแล้ว"