วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 27, 2565

ใครหนอทำให้เราเป็นแบบนี้


Yapong Mcfc
2d

70 ปีที่แล้ว เราแข่งกับญี่ปุ่น
60 ปีที่แล้ว เราแข่งกับไต้หวัน
50 ปีที่แล้ว เราแข่งกับเกาหลี
40 ปีที่แล้ว เราแข่งกับสิงค์โปร์
30 ปีที่แล้ว เราแข่งกับฟิลิปปินส์
20 ปีที่แล้ว เราแข่งกับมาเลเซีย
10 ปีที่ผ่านมา เราแข่งกับเวียตนาม เมียร์ม่าร์ กัมพูชา ลาว.
.
เลยจุดนี้ไป ...เราก็จะไร้คู่แข่งแล้ว!

กลยุทธ์การตอบโต้ คฝ. แบบสันติวิธี ที่ท่านอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน


ประเวศ ประภานุกูลกิจ
2d

การตอบโต้ คฝ. แบบสันติวิธี ต้องทำให้ คฝ. สลายตัวแยกย้ายกันไปเอง ง่ายๆก็...เก็บขี้หมา(ที่มีเกลื่อนถนน)ใส่ถุงพลาสติค...พลิกถุงเอาด้านในออกข้างนอกโดยสรวมมือไว้ หยิบขี้หมาแล้วพลิกถุงกลับ ใส่น้ำในถุงเล็กน้อยเพื่อละลายขี้เร่งกลิ่น รัดปากถุงให้แน่น อันนี้จะเตรียมไปกี่ถุงก็ได้ ลงทุนเพียงค่าถุงพลาสติคและยางรัดปิดปากถุง
เมื่อไปถึง เผชิญหน้า คฝ. ให้ระดมขว้างถุงขี้ใส่ คฝ. ขว้างวิถีโค้งเข้าไปให้ตกใส่หัว คฝ. ถุงขี้จะแตก ขี้กระจาย 1 ถุงน่าจะสาดขี้ใส่ คฝ.ได้ 2 คนเป็นอย่างน้อย อิอิอิ
ข้อสำคัญ...เมื่อไปถึง เจอ คฝ.ตั้งแถวอยู่ ให้ระดมขว้างถุงขี้ใส่ทันที...อย่ารอให้ คฝ.ลุยเข้ามาตีพวกเรา...ถึงตอนนั้นจะขว้างขี้ก็ไม่ทันแล้ว อาจขว้างโดนพวกเรากันเองได้
ต้องชิงลงมือก่อน ขว้างถุงขี้ใส่ คฝ. ก่อนที่แถว คฝ.จะเคลื่อนไหว
เมื่อคืนระหว่าที่พูดหัวข้อนี้ มีไอโอของทหารเข้ามาดิ้น พยายามแสดงความเห็นไม่ให้เราทำ....#นั่นแสดงว่าพวกเขากลัวเราใช้วิธีนี้
การระดมขว้างถุงขี้ใส่ คฝ. ไม่ทำร้ายใคร ไม่มีคนเจ็บคนตาย...มันคือ #สันติวิธีเต็มรูปแบบ
ลองใช้วิธีนี้สักครั้ง แล้วคอยดูว่าหมารับใช้เหี้ย(คฝ.) จะทนกลิ่นขี้ได้นานแค่ไหน
แต่อย่างว่า หมากินขี้ คฝ.เป็นหมารับใช้เหี้ย อาจชอบกลิ่นขี้หมาก็ได้

หลังมีคนตาย 10 คนเพราะเพลิงไหม้ ออกจากที่พักไม่ได้ เนื่องมาตรการล็อคดาวน์โควิดที่อุรุมชี เขตปกครองตนเอง #ซินเจียง #อุยกูร์ คนออกมาประท้วงมากมาย ‘Down with the party! Down with Xi Jinping!’ Free Xinjiang!’ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยิน

คลิปเผยให้เห็นผู้ประท้วงจำนวนมากเดินขบวนไปตามถนนสายต่าง ๆ และร้องตะโกนต่อต้านการล็อกดาวน์

บรรยาการการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ในกาตาร์ ทำคนจีนถาม "เราอยู่กันคนละโลก"

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คือแฟนฟุตบอลตัวยง เขาเดาะลูกบอลระหว่างการเยือนกรุงดับลิน ไอร์แลนด์

ฟุตบอลโลก 2022 : บรรยาการการแข่งขันในกาตาร์ทำคนจีนถาม "เราอยู่กันคนละโลก"

โดย เคน อัลเลน
บีบีซี มอนิเตอริง
24 พฤศจิกายน 2022

ในสัปดาห์นี้ สื่อของทางการจีนให้ความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ทว่าภาพที่ปรากฏทางจอโทรทัศน์ทำให้ชาวจีนจำนวนมากไม่พอใจ และตั้งคำถามต่อมาตรการควบคุมโควิดอย่างเคร่งครัดของรัฐบาล

คนจีนจำนวนมากไม่สนใจที่จะชมการถ่ายการแข่งขัน เพราะทีมชาติจีนไม่ได้เข้ารอบ และเจ็บปวดใจกับภาพการเฉลิมฉลองของกองเชียร์ที่ไม่ต้องใส่หน้ากาก และการชุมนุมตามท้องถนนของทีมที่ชนะ

ผู้คนในโลกโซเชียลใช้สิ่งที่พวกเขาเห็นจากการแข่งขันฟุตบอลโลกมาตั้งคำถามต่อยุทธศาสตร์โควิดเป็นศูนย์ของรัฐบาลจีน ซึ่งสั่งล็อกดาวน์ชุมชนทันทีที่พบผู้ติดเชื้อแม้เพียงไม่ถึง 10 ราย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับการระบาดครั้งใหม่ที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 6 เดือน

ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมในจีน แม้แต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็เป็นแฟนฟุตบอลตัวยง เขาเคยประกาศว่าฝันอยากเห็นจีนได้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกสักครั้ง

ด้วยเหตุนี้ ซีซีทีวี สถานีโทรทัศน์ของทางการจีน จึงเป็นแม่ข่ายถ่ายทอดการแข่งขัน และพยายามนำเสนอ "ความมีอยู่" ของจีนในศึกลูกหนังระดับโลกนี้ เช่น เดอะโกลบอลไทมส์ สื่อสิ่งพิมพ์ภาษาอังกฤษของทางการจีน รายงานว่า มีสินค้าที่ผลิตจากจีนมากมายอยู่ในการแข่งขันนี้ ตั้งแต่รถบัสรับส่งระหว่างสนาม ไปจนถึงเครื่องปรับอากาศ และซีซีทีวีก็ถ่ายทอดภาพแพนด้า 2 ตัวที่เดินทางถึงการต้าร์เพื่อ "พบปะ" แฟนฟุตบอล



มาตรการล็อกดาวน์ในจีนทำให้บรรยากาศการเฉลิมฉลอง และการชมฟุตบอลโลกเป็นไปอย่างจำกัด

เที่ยวบินระหว่างการตาร์กับจีนมีน้อยมาก ปิดโอกาสแฟนบอลที่อยากไปดูที่สนาม การระบาดระลอกใหม่ในหลายเมืองใหญ่ยังทำให้หลายธุรกิจที่ถูกมองว่าไม่มีความจำเป็น ต้องปิดตัวชั่วคราว ประชาชนถูกจำกัดการเดินทาง สถานบันเทิงต้องปิดตัว จนแฟน ๆ "เลือกชมการแข่งฃันที่บ้านกับครอบครัวแทน"


บรรยากาศที่ผับในนครเซี่ยงไฮ้

แฟนบอลจำนวนมากรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวของจีนจากการแข่งขันในระดับโลกครั้งนี้ มีคนเขียนจดหมายเปิดผนึกตั้งคำถามนโยบายโควิดเป็นศูนย์ และถามว่าจีน "อยู่กันคนละโลก" กับการตาร์หรือเปล่า จดหมายนี้ถูกแชร์ไปมากมายทางแอปแชต WeChat ก่อนถูกปิดกั้น

ทางเครือข่ายสังคมออนไลน์เวยป๋อ/เวยโป๋ มีผู้คนจำนวนมากแสดงความเห็นเรื่องที่ว่าชาวจีนรู้สึกแปลกแยกจากทั้งโลกในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ บางคนบอกว่ารู้สึก "ประหลาด" มากที่เห็นผู้คนนับแสนไปรวมตัวกันโดยไม่ใส่หน้ากาก หรือต้องแสดงผลตรวจโควิด

"ผู้ชมก็ไม่ต้องนั่งแยกกัน ไม่มีคนใส่ชุดขาว-น้ำเงินแบบแพทย์อยู่ข้าวสนาม โลกนี้แบ่งแยกกันชัดเจนมาก"

"ฝั่งหนึ่งของโลก มีเทศกาลฟุตบอลโลก แต่อีกด้านหนึ่ง ก็มีระเบียบห้ามไปในที่สาธารณะเป็นเวลา 5 วัน"

ผู้ปกครองบางคนบอกว่า เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้ลูกหลานเข้าใจว่า ทำไมภาพที่เห็นจากสนามฟุตบอลโลกช่างแตกต่างอย่างมากจากสิ่งที่ประชาชนที่ประเทศจีนต้องเผชิญ

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากในจีนที่ตำหนิประเทศอื่น ๆ ที่เปิดประเทศกลับสู่ภาวะปกติในขณะที่องค์การอนามัยโลกประกาศว่าไวรัสโควิด-19 เป็น "ภาวะฉุกเฉินฉับพลันของโลก"

มหกรรมดนตรี กวี การเมือง เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่



อานนท์ มายด์ เดี่ยวไมค์โครโฟน

Friends Talk คุยกับเพื่อน

Streamed live 12 hours ago

26 พ.ย.65 

เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่ 

มาเที่ยวงานมหกรรม ดนตรี กวี การเมือง 
#พบกับ ดนตรี กวี อาหารตามฤดูกาล เครื่องดื่มไทบ้าน ฟังเดี่ยวไมค์โครโฟน 
#ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 ตั้งแต่ #เวลา 17.30 - 22.00 น. 
ณ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป (สวนเงินมีมา) ถ.เจริญนคร แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ (ใกล้โตโยต้าธนบุรี โชว์รูมเจริญนคร) 
จัดโดย สมัชชาคนจน, สถาบันสันติประชาธรรม และ สมาคมวิถีชนบท

รัฐคนดีย์ประชาชีสยดสยอง

 
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=8375869445787711&id=100000942179021
.....
Thanapol Eawsakul
15h
ผู้พิพากษาตัดสินโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ประชาชน วิจารณ์ผู้พิพากษา
ผู้พิพากษาฟ้องประชาชน
ผู้พิพากษาตัดสิน
ประชาชนติดคุก
ที่นี่ประเทศไทย
...
วิทยา การวัชพืช
รัฐคนดีย์ประชาชีสยดสยอง

งานเสวนา “นี่แหละทรราชย์: บทเรียนสู้เผด็จการจากโลกถึงไทย”


Bookscape was live.
14h

[LIVE] งานเสวนา “นี่แหละทรราชย์: บทเรียนสู้เผด็จการจากโลกถึงไทย”
.
bookscape ร่วมกับคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนคนรักประชาธิปไตยที่มีใจต่อสู้กับทรราชย์ มาร่วมวงสนทนาว่าด้วยเส้นทางการต่อสู้กับระบอบทรราชย์ ข้ามผ่านผู้นำเผด็จการ เพื่อฝ่าฟันสู่ประชาธิปไตย ในงานเสวนา
.
“นี่แหละทรราชย์: บทเรียนสู้เผด็จการจากโลกถึงไทย”
.
ร่วมถอดบทเรียนจากประวัติศาสตร์โลกตะวันตก แล้วสะท้อนย้อนมองประเทศไทย แลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้มีประสบการณ์ต่อสู้เผด็จการ พร้อมเสนอแนะแนวทางต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพในระบอบทรราชย์ เพื่อมุ่งสู่สังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
.
ร่วมเสวนาโดย
.
ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ประธานคณะก้าวหน้า
.
พริษฐ์ ชิวารักษ์
นักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมือง
.
ชวนสนทนาโดย
ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย
.
.
ชวนคิดชวนคุยจากหนังสือ
.
"นี่แหละทรราชย์ Graphic Edition: 20 บทเรียนจากศตวรรษที่ 20"
(On Tyranny Graphic Edition: Twenty Lessons from the Twentieth Century)
Timothy Snyder เขียน Nora Krug ภาพประกอบ
แปลโดย สายพิณ ศุพุทธมงคล อาจารย์ผู้สอน คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
.
อ่านรายละเอียดหนังสือได้ที่
https://bookscape.co/.../histo.../on-tyranny-graphic-edition
.
.
วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2565
14.15-17.00 น.
ณ ห้องประชุมคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
.
#bookscape #tusocant #นี่แหละทรราชย์

ลิงค์วิดีโอ https://www.facebook.com/bookscape.co/videos/922753202042998

#MetooTH ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ความจริงของหญิงคนหนึ่ง ที่ถูกบังคับขืนใจทางเพศ


Kanchana Di-ut
Yesterday

ความจริงของมนุษย์คนหนึ่ง: ฉันเป็นผู้หญิงที่รอดจากการเคยถูกข่มขืนซึ่งกระทำโดยผู้ชายที่เป็นเหยื่อของระบบสังคมชายเป็นใหญ่
ขอให้ความจริงเยียวยาเราทุกคน ทั้งผู้ถูกกระทำและผู้เผลอกดขี่คนอื่น
สวัสดีค่ะทุกคน สิ่งที่กานต์กำลังจะเล่าต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง หากรู้สึกไม่สบายใจ สามารถหยุดฟังได้ทุกเมื่อ และอาจกระตุ้นความทรงจำเลวร้ายเกี่ยวกับประสบการณ์เคยได้รับความรุนแรงโดยเฉพาะความรุนแรงทางเพศ แนะนำว่าเตรียมรับมืออาการทรอม่าไว้ก่อนก็ดีนะคะ
กานต์ขอบคุณความกล้าหาญของผู้หญิงแรงงานข้ามชาติที่ตัดสินใจฟ้องคดีเพราะถูกผู้ชายไทยข่มขืนและเขาก็ถูกศาลพิพากษารับโทษแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน
ขอบคุณความกล้าหาญของคุณเอิน-นลินรัตน์ ตู้ทับทิม ผู้หญิงที่ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 ในการชุมนุม #บ๊ายบายไดโนเสาร์ ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มนักเรียนเลว คือเรื่องเมื่อครั้งคุณเอินเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ที่เธอถูกครูผู้ชายคนหนึ่งลวนลาม การได้อ่านเรื่องราวของเธอทำให้ภาพวันที่กานต์ถูกข่มขืนไหลผ่านเข้ามาในความรู้สึกนึกคิดอย่างหยุดไม่ได้ จนกานต์ตัดสินใจรวบรวมพลังทั้งหมดเท่าที่มีออกมาเล่าความจริงของกานต์ในวันนี้ได้
เรื่องที่ถูกข่มขืน
เมื่อหน้าร้อนปี 2543 หลังตัดสินใจเข้าร่วมการชุมนุมครั้งแรกในชีวิตเพื่อต่อต้านความอยุติธรรมอันเป็นผลของการกู้เงินจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี โดยเข้าร่วมขบวนกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และพี่น้องชาวบ้าน องค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ
หลังการชุมนุมจบ กานต์ได้ทำงานเป็นผู้ช่วยทำงานบ้านและงานจิปาถะต่างๆ ให้กับผู้ชายอาวุโสที่ให้การสนับสนุนขบวนการนักศึกษาประชาชนครานั้น กานต์ประทับใจ ศรัทธา ชื่นชม และไว้วางใจในตัวเขามาก
วันหนึ่งเขาเชิญให้กานต์เป็นนางแบบนู้ดให้เขา แล้วเขาก็โถมตัวทับร่างกานต์ กานต์ช็อคนิ่ง ทำอะไรไม่ได้ เขาข่มขืนกานต์
กานต์ร้องไห้เสียใจอย่างหนัก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี หลังพยายามคิดอย่างรอบด้านว่า หากบอกแฟน ครอบครัว เพื่อน อาจารย์ที่ตนเองรู้จักในมหาวิทยาลัย จะเกิดอะไรขึ้น กานต์พบว่ามีโอกาสที่ตนเองจะถูกประนาม ถูกหาว่าทำให้ครอบครัวและชุมชนแปดเปื้อน และเป็นความผิดของกานต์เองที่เปลื้องผ้าเป็นนางแบบให้เขา กานต์ได้ถามเขาด้วยว่าหากใครรู้เข้าจะทำอย่างไร เขาบอกว่า “ผมก็จะบอกว่าไม่จริง และคุณก็ไม่ต้องบอกใครนะ”
เขาเป็นคนมีชื่อเสียงระดับประเทศ มีคนนับหน้าถือตาเขามากมาย อาจมีกระทั่งบางคนไม่เชื่อกานต์แล้วว่าร้ายกานต์กลับ
กานต์เห็นว่าไม่มีทางออกอื่นใดเลย นอกจากบอกตนเองว่า ให้ลืมมันซะ ให้ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะหากใครรู้เข้า ชีวิตเธอก็จะมีแต่พังทลาย
กานต์กลัวมาก แม้กระทั่งจะหายหน้าไปก็ไม่กล้า กานต์จึงบังคับให้ตนเองทำงานเป็นผู้ช่วยจิปาถะให้เขาต่อไปและยอมให้เขานอนด้วยยามที่เขาต้องการ เพราะหากจะปฏิเสธตามที่ใจตนเรียกร้อง ก็กลัวว่าหากขัดใจเขา เขาอาจทำให้กานต์ตกที่นั่งลำบาก เช่น เขาอาจจะบอกแฟนกานต์ กานต์รักแฟนคนแรกในชีวิตมาก หากแฟนรู้เข้า เขาต้องเสียใจมากๆ
จนกระทั่งเลิกกับแฟนคนแรก และต่อมากานต์ได้พบกับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่กานต์รู้สึกรักเขาอย่างท่วมท้น พร้อมจะสร้างครอบครัวกับเขา และอยากปกป้องความรักของเรา ก่อนค่ำวันหนึ่งกานต์ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาผู้ชายคนที่ข่มขืนกานต์ บอกเขาว่า ต่อไปนี้กานต์จะไม่ยอมให้เขานอนกับกานต์อีกแล้ว เขาถามว่าเพราะอะไร กานต์ตอบไปว่า “เพราะหนูสัญญากับแม่หนูไว้” เขาทำสีหน้าตกใจและพูดออกมาทันทีว่า “ห๊ะ แม่คุณรู้เรื่องนี้เหรอ” กานต์ตอบไปว่า หนูสัญญากับแม่ว่าจะเป็นคนรักที่ดีของแฟนคนปัจจุบันของหนูค่ะ ความจริงตอนนั้นกานต์ไม่ได้บอกแม่ แต่ที่ต้องเอาแม่มาเป็นข้ออ้าง เพราะกานต์มองไม่เห็นใครอื่นอีกแล้วที่จะสามารถทำให้เขายอมเลิกนอนกับกานต์ หลังจากกานต์ได้บอกออกไปด้วยเสียงชัดเจนแบบนั้น กานต์ก็รู้สึกโล่งใจมากและ เขาก็ไม่เคยขอนอนกับกานต์อีกเลย
แต่กานต์ก็ยังทำงานต่อไป ไม่กล้าแม้จะหายหน้าไป เพราะกลัวใครจะสงสัยและอาจรู้ว่ากานต์เคยนอนกับเขา บวกกับความจำเป็นที่จะต้องหารายได้เพิ่ม และเขาก็จ่ายค่าจ้างให้กานต์ในอัตราที่สูงกว่าที่อื่น กานต์จึงทำงานให้เขาต่อมา จนกานต์ขับรถได้ ก็ได้เป็นคนขับรถให้เขาด้วย
กานต์กับเขาจึงสนิทสนมกันระดับหนึ่ง เพื่อนๆ ที่อยู่แถวชุมชนหน้าวัดอุโมงค์ไล่ไปจนถึงชุมชนวัดโป่งน้อยจะเห็นกานต์กับเขาไปไหนด้วยกันเป็นประจำ บางคนเข้าใจผิดว่ากานต์เป็นลูกของเขาก็มี ในช่วงที่กานต์มีปัญหาหนักบางเรื่องจนร้องไห้ กานต์ก็ปรึกษาเขา เขาเองก็เคยเล่าเรื่องที่ติดค้างในใจให้กานต์ฟัง ระหว่างเดินเล่นวันหนึ่งในบริเวณบ้านเขา เขาชี้ให้กานต์ดูตำแหน่งที่เคยเป็นกระท่อมหลังหนึ่งแล้วบอกประมาณว่า “หากคนนั้นรู้ว่าเตียงมันสูงแบบนั้น เขาจะรู้ว่าไม่ใช่การข่มขืน”
กานต์กับเขาสนิทกัน ในระดับที่เราเป็นห่วงเป็นใยกัน มาจนถึงวันนี้ กานต์ก็ยังรู้สึกว่าเขาคือเพื่อนคนสำคัญคนหนึ่งของชีวิตกานต์ และกานต์ก็รับความช่วยเหลือภายใต้ระบบอุปถัมป์จากเขาด้วย
เขาได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ
แต่หลังจากเขาได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติในปี 2560 กานต์ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจว่าใครๆ อาจรู้ว่าเขาเคยนอนกับกานต์ กานต์รู้สึกกลัวจนตัวสั่น
กานต์เล่าแผนที่ตนจะไปเยี่ยมเขาให้เพื่อนคนที่กานต์ไว้ใจฟัง ว่ากานต์จะไปเยี่ยมเขา เพื่อนคนนี้พอจะทราบเรื่องระหว่างกานต์กับเขาบ้างแต่ไม่รู้รายละเอียด เพื่อนได้บอกกานต์ว่า “เขาทำร้ายเธอแล้วเธอยังจะไปหาเขาอีกเหรอ”
นั่นเป็นครั้งแรกที่กานต์ยอมรับเต็มๆ ว่า เขาคือคนที่ทำร้ายกานต์ แล้วทำไมกานต์จะต้องบังคับตนเองให้ดูแลเขาอย่างเดียว ทำไมกานต์ไม่ดูแลความรู้สึกของตนเองด้วย
แต่กานต์ก็ยังไม่รู้จะดูแล เยียวยาความป่วยไข้ของตนเองอย่างไร กานต์พอจะทราบขึ้นมาแล้วว่า อาการซึมเศร้า ไบโพลาร์ ที่กานต์เป็นมาโดยตลอดนั้น สาเหตุสำคัญหนึ่งคือการข่มขืนครั้งนั้นที่เขาทำต่อกานต์
วันหนึ่ง กาต์เห็นภาพในจินตนาการของตนเองว่า กานต์ไปเยี่ยมเขาที่จังหวัดน่าน บ้านเกิดกานต์ ที่เขาย้ายไปพักถาวรจนถึงปัจจุบัน ภาพผุดขึ้นมาในหัวกานต์คือ กานต์เดินเล่นกับเขาแล้วกานต์ผลักเขาตกบ่อน้ำตาย กานต์ตกใจมาก และรู้ว่าตนเองจะต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะในความรู้เนื้อรู้ตัว กานต์ไม่ได้คิดจะฆ่าเขาเลย กานต์ไม่ได้อยากทำร้ายใครเลย เพราะกานต์รู้ว่า คนที่ถูกทำร้าย มันเจ็บปวดเพียงใด
จนวันนี้ กานต์เห็นว่า ความจริงจะเยียวยาเราทุกคน ทั้งกานต์ เขา และสังคมที่ป่วยไข้ ที่ยังมีการข่มขืนอยู่ทุกวันนี้
กานต์พยายามคิดหาคำตอบ พอจะได้ใจความสำคัญว่า
• ที่กานต์ไม่กล้าเล่าความจริงให้ใครฟัง เพราะกานต์ยอมรับเอาการโทษเหยื่อ ว่าผู้หญิงที่ถูกข่มขืน คือผู้หญิงที่แปดเปื้อน ทำให้กานต์รู้สึกว่าตนเองไม่ดีพอ ไม่มีค่าที่จะเป็นที่รักอย่างแท้จริงของใคร กานต์จึงพยายามทำงานอย่างหนัก จนหนักเกินไปและป่วยมาหลายรอบ เพื่อที่ตนเองจะเป็น ลูกสาวที่ดี แม่ที่ดี คนทำงานที่ดี เป็นคนดีของสังคม แต่กานต์ไม่ได้เป็นคนดีของตนเองเลย
อาการป่วยต่างๆ ของกานต์ส่งผลกระทบทำให้กานต์ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร จนถึงขั้นถูกให้ออกจากงานโดยไม่มีความผิด แต่เพราะความป่วย ช่วงที่ต้องพักปรับตัวรับยาลิเทียมถึงสามเดือน กานต์ดูแลลูกเองไม่ได้ ต้องเอาลูกไปฝากบ้านญาติ ลูกร้องไห้เพราะไม่อยากจากแม่ แต่กานต์ก็ทำอะไรไม่ได้เลย ร่างกายกานต์ทนไม่ได้กับอาการข้างเคียงต่างๆ ของยาทุกชนิด ยาชนิดหนึ่งทำให้กานต์สวิงไปเป็นขั้วเฟื่อง ช่วงอาการหนักๆ กานต์ออกจากบ้านเวลากลางคืน อยู่ในสภาพเสียสติ และนอนกับผู้ชายไปหลายคนอย่างไม่สนใจอะไรเลย และมันก็ทำให้กานต์เสียใจและเกลียดตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นต้น
กานต์เคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง
ล่าสุด ในระหว่างร่าง เรียบเรียง สิ่งที่จะพูดนี้ ระหว่างขับรถ กานต์คิดถึงเรื่องนี้อย่างควบคุมตนเองไม่ได้ ขาดสติ เกิดอุบัติเหตุรถชนกำแพงกั้นกลางถนน ตอนนี้รถยนต์ก็ยังจอดรอซ่อมอยู่ที่อู่
แล้วอะไรหล่ะที่ทำให้เขาข่มขืน
o จากที่เขาเล่าให้ฟัง เช่น เขาถูกล้อว่าหน้าตาไม่หล่อเลย จนกระทั่งเขารู้สึกว่าสิ่งที่ดูดีที่สุดในร่างกายเขาคือเท้าของเขาเท่านั้น ที่ดูดีจนเป็นแบบให้ปั้นเท้าได้ เขาไม่มั่นใจในตนเองและไม่รู้วิธีแสดงความรักอย่างถูกต้อง เขาเคยถูกบูลลี่มาก่อน ดังนั้นการจะมีสัมพันธ์กับผู้หญิง เขาต้องใช้ความกล้า และ
o ในยุคที่เขาเติบโตมา พระเอกหนังก็ใช้วิธีบอกรักนางเอกด้วยการโถมตัวใส่นางเอก ใช้การข่มขืนนางเอกเป็นการบอกรัก เขาเคยบอกว่ารักกานต์ด้วย และกานต์เข้าใจว่าเขาเลียนแบบพระเอกหนังในยุคเขา เพราะสื่อเหล่านั้นบอกว่าทำได้ พระเอกใจกล้าต้องกล้าโถมตัวเข้าหาผู้หญิง
o นอกจากนั้น ความมีชื่อเสียง การมีคนนับหน้าถือตาของเขา ความเป็นนักเขียนและศิลปินวาดภาพที่โด่งดังระดับประเทศ การเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเด็ก และเขาก็มีเพื่อนที่อยู่ในตำแหน่งมีอำนาจมากมาย อำนาจและบารมีที่เขามีก็ทำให้เขารู้ว่า ใครๆ จะฟังเขา เชื่อเขา มากว่าจะฟังหรือจะเชื่อผู้หญิงที่เขาโถมตัวใส่
o และเขาก็ใช้เงินและทรัพย์ต่างๆ ที่เขามี อันได้มาจากการเขียนและการวาดภาพของเขา เพื่อมาจ่ายค่าตอบแทนให้กานต์ในอัตราสูงกว่างานที่กานต์ทำที่อื่น ๆ ความสัมพันธ์เชิงอุปถัมป์ ได้ช่วยปิดปากคนที่รับการอุปถัมป์จากเขาเช่นกานต์มาโดยตลอด เพราะหากกานต์พูดไป กานต์จะถูกใครๆ หาว่า อกตัญญูได้
แต่ ณ วันนี้ กานต์เห็นแล้วว่า สภาพแบบนี้ ยิ่งทำให้เราพากันรักษาไว้ซึ่งความรุนแรงต่อผู้หญิง
กานต์ไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดอำนาจนิยมปิตาธิปไตยอีกต่อไปแล้ว
กานต์ไม่อยากให้ใครถูกข่มขืนหรือถูกละเมิดทางเพศอีกแล้ว และเชื่อว่าความรุนแรงทุกรูปแบบควรยุติลง
กานต์จึงพร้อมแล้วที่จะพูดความจริง เพื่อเยียวยาทุกคน ทั้งตัวกานต์เอง เขา และสังคมที่ใช้ความรุนแรง เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากัน
ผู้ชายคนที่ข่มขืนกานต์คือ เทพศิริ สุขโสภา ที่ปัจจุบันคือศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2560 ของประเทศไทย
ทางออกของปัญหาการทำความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิงนั้น ต้องมุ่งยุติที่สาเหตุระดับโครงสร้างและความเชื่อ
กานต์เห็นว่าเทพศิริ ก็คือผู้ที่ถูกระบบสังคมชายเป็นใหญ่และอำนาจนิยม สร้างให้เป็นคนที่ข่มขืนผู้อื่น ดังนั้นเทพศิริ และทุกคนที่ข่มขืนผู้อื่น รวมทั้งคนที่ปกป้องคนที่กระทำการข่มขืน ควรได้รับการแก้ไขความเข้าใจเสียใหม่ กานต์เชื่อว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ กานต์จึงมุ่งให้เราเข้าใจความเป็นมาเป็นไปในภาพรวมทั้งหมด เพื่อจะป้องกันไม่ให้ใครกลายเป็นนักข่มขืนอีก
และสมาชิกครอบครัวของเทพศิริควรได้รับความเห็นอกเห็นใจ ไม่ควรถูกมุ่งร้าย เพราะสิ่งที่เทพศิริทำ ไม่ควรให้คนอื่นมารับผิดชอบแทนเขา แม้แต่เทพศิริเอง เขาก็ควรได้รับความยุติธรรมด้วยในฐานะที่สังคมปิตาธิปไตยและอำนาจนิยมได้ทำลายความเป็นมนุษย์ในด้านนี้ของเขาลง
หากเทพศิริยังพอมีสติระลึกรู้ได้ และสามารถเรียนรู้ว่า การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้รับความยินยอม คือการละเมิดทางเพศ คือการข่มขืน คือความรุนแรง หากเทพศิริยอมรับว่าทำผิด กานต์ก็พร้อมจะรับฟังคำขอโทษ ถึงแม้การข่มขืนจะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ก็ตาม
แต่กานต์จะไม่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำจิตใจกานต์เพราะมันจะทำลายตัวกานต์เอง กานต์อยากใช้พลังชีวิตที่เหลืออยู่และความรักในความเป็นมนุษย์เพื่อร่วมกันกับทุกคนสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ขึ้นค่ะ
กานต์เชื่อในข้อความว่า “เกลียดกลัวบาป แต่ไม่เกลียดกลัวคนที่ทำบาป” เหมือนที่กานต์ไม่เห็นด้วยกับโทษประหารค่ะ เพราะลำพังการมุ่งเอาผิดระดับบุคคลที่กระทำการข่มขืนไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริงแบบถอนรากถอนโคน กานต์จึงมุ่งแก้ที่สาเหตุคือระบบปิตาธิปไตยที่ผู้ชายกดขี่ผู้หญิงและเพศสภาพอื่น หรือ lgbtiqp+
เราสามารถเสริมอำนาจให้ผู้ที่ผ่านการละเมิดและความรุนแรงทางเพศได้เยียวยาตนเองได้ เช่น ให้มีกลไกการร้องเรียนที่ปลอดภัยและการบริการที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกและสถานการณ์ของผู้ได้รับความรุนแรงทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เป็นเด็ก นักเรียน นักศึกษา แรงงาน ที่ผู้ชายผู้กระทำอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจมากกว่า
ตราบใดที่ผู้หญิงไม่ปลอดภัย ทุกคนก็ยังไม่ปลอดภัยจากความรุนแรง เพราะอำนาจนิยมกับปิตาธิปไตยและความเป็นชายที่เป็นพิษนั้นคือการใช้ความรุนแรงต่อทุกคนที่มีอำนาจน้อยกว่า
ยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เริ่มได้ด้วยพื้นที่ปลอดภัย ให้ทุกคนที่เคยได้รับความรุนแรง ได้ออกมาพูด เพื่อเรียกศักดิ์ศรีของตนคืนมา และการแก้ไขไปสู่สังคมที่ปราศจากความรุนแรงของเราทุกคนร่วมกันค่ะ
ความหวัง
กานต์มีความหวังอย่างเต็มเปี่ยม และอยากชวนทุกคนมาร่วมกันสร้างสังคมปลอดภัยปราศจากความรุนแรงต่อผู้หญิงและทุกคนค่ะ ขอเชิญทุกคนมาช่วยกันระดมความเห็นและลงมือด้วยกัน ที่กานต์คิดออกบางข้อเช่น
• สร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้ทุกคนที่เคยได้รับความรุนแรงทางเพศสามารถพูดออกมาได้ เพื่อความยุติธรรมสำหรับทุกคน ซึ่งต้องจัดให้มีการเยียวยาบาดแผลร้ายแรงหรือทรอม่าที่เกิดจากความรุนแรงด้วย
• ทบทวน ปรับปรุง และขยายกลไกการให้บริการ โดยให้ผู้เคยได้รับความรุนแรงมีส่วนร่วม เพื่อให้มีกลไกการร้องเรียนที่ปลอดภัย และให้บริการอย่างอ่อนไหวต่อความรู้สึกและสถานการณ์ของผู้ได้รับความรุนแรง
• สร้างความเข้าใจใหม่ เปลี่ยนปิตาธิปไตยและอำนาจนิยมเป็นประชาธิปไตย เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนเท่ากัน ยกเลิกการโทษเหยื่อ
• เสริมอำนาจให้ผู้หญิง เด็กผู้หญิง กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ lgbtiqp นอนไบนารี่ และกลุ่มผู้มีอำนาจน้อยหรือกลุ่มชายขอบทุกกลุ่ม
เชิญทุกคนระดมความเห็นและร่วมกันลงมือปฏิบัติ
หากเราร่วมกัน เราสามารถยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและทุกคนได้
ขอให้ความจริง ปลดปล่อย และเยียวยาเราทุกคน
ชวนทุกคนเอาความรักและความหวัง มาสร้างสังคมปลอดภัย ปราศจากความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงทุกรูปแบบร่วมกันค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านและรับฟังกานต์นะคะ
กานต์
#ฉันคือผู้หญิงที่รอดจากการถูกข่มขืนที่ทำโดยชายผู้เป็นเหยื่อของระบบอำนาจนิยมปิตาธิปไตย
#25พย_วันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงสากล

ปล่อยคลิปแล้ว! พระเอกถูกตบกลางห้างเกาหลี หน้าสั่นแล้ว 1 ปมไม่ยอมกินปู


เผือกร้อน กกท ออกมาพูดซิ !! การกีฬาแห่งประเทศไทยซื้อลิขสิทธิ์มาจากเงิน 600​ ล้านบาทที่ กสทช.มอบให้ โดยเจตนาให้ประชานไทยได้ชมฟุตบอลโลกได้ "ทุกช่องทาง" คำถามคือ ทำไมการกีฬาแห่งประเทศไทยจึงโอนลิขสิทธิ์นี้ให้ ทรู ซึ่งจ่าย 300 ล้าน เป็นผู้ตัดสินใจ


Pipob Udomittipong
7h

การกีฬาแห่งประเทศไทยซื้อลิขสิทธิ์มาจากเงิน 600​ ล้านบาทที่ กสทช.มอบให้ โดยเจตนาให้ประชานไทยได้ชมฟุตบอลโลกได้ "ทุกช่องทาง"
คำถามคือ ทำไมการกีฬาแห่งประเทศไทยจึงโอนลิขสิทธิ์นี้ให้ ทรู ซึ่งจ่าย 300 ล้าน เป็นผู้ตัดสินใจ

Siripan Nogsuan Sawasdee

ลิขสิทธิ์ (Media Rights Licensees) อย่างเป็นทางการ เป็นของการกีฬาแห่งประเทศไทย ( หรือ SAT--Sports Authority of Thailand) ตามที่ปรากฎใน digitalhub ของ FIFA

การกีฬาแห่งประเทศไทยซื้อลิขสิทธิ์จากเงิน 600​ ล้านบาทที่ กสทช.มอบให้ โดยเจตนาให้ประชานไทยได้ชมฟุตบอลโลกได้ "ทุกช่องทาง"

คำถามคือ ทำไมการกีฬาแห่งประเทศไทยจึงโอนลิขสิทธิ์นี้ให้ ทรู ซึ่งจ่าย 300 ล้าน เป็นผู้ตัดสินใจ

การกีฬาแห่งประเทศไทยควรออกมาชี้แจง และเปิดเผยสัญญา/ข้อตกลงที่ทำกับทรู

เงิน 600 ล้านบาทเป็นเงินของประเทศและประชาชน เมื่อนำไปใช้ควรเปิดเผย ตรวจสอบได้

https://digitalhub.fifa.com/.../FIFA-World-Cup-Qatar-2022... ...
.....
Kumron Chudecha
กกท พูดซิ !!!!

ลูก ไม้หนึ่ง ก.กุนที เขียนจดหมายถึงพ่อ "ปัญหาเรื่องรัฐสวัสดิการ ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นยังเหมือนเดิม ม.112 ก็ยังอยู่ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือคนหนุ่มสาวตาสว่างกันแล้วครับพ่อ"



สวัสดีครับพ่อ

ผ่านมาหนึ่งปีแล้วตั้งแต่เขียนจดหมายหาพ่อรอบก่อน ตอนนี้ผมเข้ามหาวิทยาลัยตามความตั้งใจของผมได้แล้วครับ

ก่อนมหาวิทยาลัยจะเปิด ผมกังวลใจว่าจะปรับตัวได้ไหม จะไหวไหม จะเข้ากับเพื่อนได้หรือเปล่า ผมครุ่นคิดทบทวนกับตัวเองอยู่หลายรอบ เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าสังคม พูดไม่ค่อยเก่ง แถมเรียนอยู่นอกระบบมานาน ดีที่มหาวิทยาลัยเขาจะมีให้เรียนปรับพื้นฐาน 2-3 สัปดาห์ก่อนเปิดเทอมเรียนจริง

ช่วงแรกเรียนออนไลน์ ตรงนั้นผมไม่ค่อยห่วง แต่ประเด็นคือช่วงวิชาต่อมาที่เป็นแบบ on site นั้นทำให้ผมรู้สึกเกร็งขึ้นมาบ้าง แน่นอนว่าความรู้สึกมันต่างกันโดยลิบลับกับคนที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องอย่างผม ไม่ค่อยออกไปเจอผู้คน หรือสุงสิงกับใครสักเท่าไหร่



ที่มหาวิทยาลัยของผมมีกิจกรรมรับน้องที่ให้รุ่นพี่สายสัมพันธ์กับรุ่นน้อง ได้ทำความรู้จักกับเพื่อน ก็ตามปกติของมหาวิทยาลัยทั่วไปนั่นแหละ โดยตัวผมก็ได้เข้าร่วมกิจกรรม เลยพอคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมสถานที่เรียน ทำให้โล่งใจได้เปราะนึง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ช่วงหลังของการเรียนปรับพื้นฐานมันจะมีวิชา producer ซึ่งเป็นวิชาหลักของสาขาที่ผมเรียนคือดนตรีเชิงพาณิชย์ เรียนเกี่ยวกับการทำเพลง ทำดนตรี ซึ่งตรงกับความสนใจของผมที่จะเข้าสาขานี้

ผมอยากจะทำพวก OST เพลงประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นเพลงประกอบเกมส์ อย่างที่ผมเคยเขียนๆ ไป

ช่วงเวลาก่อนเรียน ผมรู้สึกตื่นเต้นและเครียดเป็นอย่างมาก แต่พอได้ลองเรียนจริงๆ มันก็ผิดกับภาพที่คิดในหัวไว้ เพราะอาจารย์เฟรนด์ลี่มาก เขาเริ่มสอนตั้งแต่เบสิคการหัดใช้โปรแกรม แต่ผิดกับวิชา Ear Training ซึ่งเป็นวิชาการฟัง ที่ตอนเรียนปรับพื้นฐานกลุ่มที่ผมเรียนเจออาจารย์ที่เขาค่อนข้างจะเข้มงวด เข้าใจได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ผมเริ่มเครียดว่าผมจะไปรอดไหม แถมพอมาเปิดเทอม ผมก็แจ็คพอทแตก ได้กลุ่มอาจารย์คนนี้มาสอนวิชาทฤษฎีดนตรีและโสตทักษะอีก

จริงๆ อาจารย์แกก็สอนดีแหละครับ แต่ผมรู้สึกว่าอาจารย์แกเคร่งเกินไป

ตอนเปิดเทอมที่ผมได้เข้าไปเรียนจริงที่มหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสและมีความท้าทายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอบรวมวงครั้งแรก การที่ผมได้ลองหัดทำเพลงแรกของตัวเองขึ้นมา ได้ลองใช้ไมค์อัดร้องครั้งแรก ซึ่งมันก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เรียกได้ว่าค่อนไปทางที่เละเลยก็ได้ แต่ผมก็กัดฟันสู้แล้วพยายามต่อไป



ส่วนเรื่องอื่นๆ นอกจากการเรียน ปีนี้เป็นปีที่ผมได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเองครั้งแรก เป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และคนที่ผมเลือกก็ได้เป็นจริงๆ

ผมสนใจนโยบายที่เขาจะปรับปรุงการจัดการ กทม. ในด้านต่างๆ เช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจราจร การกำจัดขยะ การแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชน การสนับสนุนด้านการศึกษา เป็นต้น

ไหนจะเป็นเรื่องการเปิดจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น ดนตรีในสวน ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น แล้วพอเขาขึ้นเป็นผู้ว่าฯ เขาก็ทำได้จริง

แต่กรุงเทพฯ ไม่ใช่ประเทศไทยครับพ่อ ปัญหาเรื่องรัฐสวัสดิการ ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นยังเหมือนเดิม ม.112 ก็ยังอยู่ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือคนหนุ่มสาวตาสว่างกันแล้วครับพ่อ.

ที่มา nan dialogue

หมายเหตุบรรณาธิการ : ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีผู้จากไปด้วยกระสุนปืนเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2014 เขามีลูกชายสองคน (นาวาและนาวินทร์) วาระครบรอบ 53 ปี ชาตกาล ลูกชายทั้งสองเขียนจดหมายหาพ่อ ผ่านเวที nan dialogue

อัยการสก๊อตแลนด์ไม่สั่งฟ้องผู้ตะโกนด่าจ้าชายแอนดรูว์ว่า 'เฒ่าวิตถาร' ระหว่างพระองค์เข้าร่วมพิธีแห่พระราชศพของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2565



อัยการสก๊อตแลนด์ตัดสินใจใช้ทางเลือกอื่น แทนการดำเนินคดีกับชายวัย 22 ปี หลังถูกจับกุมและแจ้งข้อหา 'ก่อความไม่สงบ' จากการตะโกนวิจารณ์ดยุคแห่งยอร์คว่า 'เฒ่าวิตถาร (sick old man)' ระหว่างพระองค์เข้าร่วมพิธีแห่พระราชศพของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2565

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา สื่อ Sky News รายงานว่าสำนักงานอัยการสก๊อตแลนด์ตัดสินใจใช้ทางเลือกอื่น แทนการดำเนินคดีกับชายวัย 22 ปี หลังเขาถูกตำรวจจับกุม และแจ้งข้อหา 'ก่อความไม่สงบ' จากการตะโกนวิจารณ์ดยุคแห่งยอร์คว่า 'เฒ่าวิตถาร (sick old man)' ระหว่างพระองค์เข้าร่วมพิธีแห่พระราชศพของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ บนถนนรอยัลไมล์ ในเอดินบะระ สก๊อตแลนด์ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2565

โฆษกสำนักงานอัยการของสก๊อตแลนด์ระบุว่า "หลังพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนและระมัดระวังแล้ว คดีนี้ได้รับการจัดการด้วยวิธียื่นข้อเสนอทางเลือกอื่นแทนการดำเนินคดี" แม้ไม่ได้มีการอธิบายเพิ่มเติมว่าทางเลือกดังกล่าวมีรายละเอียดเป็นอย่างไร แต่สื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าปกติแล้วทางเลือกแทนการดำเนินคดี ได้แก่ การตักเตือน การบำเพ็ญประโยชน์ การจ่ายค่าปรับ และการชดเชยด้วยวิธีอื่น

โฆษกแถลงเพิ่มเติมอีกว่าจะไม่มีการดำเนินการใดๆ กับหญิงวัย 22 ปี ที่ถือป้ายต่อต้านสถาบันกษัตริย์ และถูกจับกุมบริเวณหน้ามหาวิหารเซนต์ไจลส์ ในเอดินบะระ เมืองหลวงของสก๊อตแลนด์ เมื่อ 11 ก.ย. 2565 ก่อนการประกาศครองราชย์ของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม "สำนักงานอัยการขอสงวนสิทธิในการดำเนินการในอนาคตหากเหมาะสมและเป็นประโยชน์ของสาธารณะในการทำเช่นนั้น"

เมื่อต้นปีนี้เจ้าชายแอนดรูว์ยอมจ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินมหาศาลเพื่อไกล่เกลี่ยคดีล่วงละเมิดทางเพศในสหรัฐอเมริกา หลังเวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์ จุฟเฟร ฟ้องพระองค์ว่า ล่วงละเมิดทางเพศเธออย่างน้อย 3 ครั้ง ขณะที่เธออายุ 17 ปี 'และเป็นเหยื่อค้าประเวณีเด็กของเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักธุรกิจชาวอเมริกันเจ้าของฉายา ‘นักค้ากาม’ ที่ฆ่าตัวตายในเรือนจำเมื่อปี 2562 ระหว่างรอการไต่สวนข้อหาก่ออาชญากรรมทางเพศ'

ระหว่างพระราชพิธีศพของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 และการแถลงขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เกิดประท้วงขึ้นหลายแห่งในสหราชอาณาจักร แม้มีการจับกุมและถูกวิจารณ์จากกลุ่มสิทธิว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน แต่กรมตำรวจนครบาลของอังกฤษยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิเต็มที่ในการประท้วง และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาความปลอดภัยในพระราชพิธีศพอย่างชัดเจนมาโดยตลอด

บทบาทของสถาบันกษัตริย์อังกฤษมีคะแนนนิยมลดลงในช่วงที่ผ่านมา และถูกตั้งคำถามในช่วงที่เกิดวิกฤติค่าครองชีพในสหราชอาณาจักร เมื่อ ต.ค. ที่ผ่านมา พระราชวังบักกิงแฮมประกาศว่าจะมีการจัดพิธีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ในวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค. 2566 ที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ กรุงลอนดอน ขณะที่กลุ่มรีพับบลิก เตรียมจัดประท้วง อย่างสันติเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการจัดพิธีดังกล่าว

แปลและเรียบเรียงจาก
Prince Andrew heckler will not face court
ที่มา ประชาไท


วันเสาร์, พฤศจิกายน 26, 2565

ประกาศกระทรวงดิจิทัล ขึ้นแท่น ม.๑๔ พรบ.คอมพิวเตอร์ เป็นกฎหมายวิเศษเท่า ม.๑๑๒ “ใครฟ้องใครก็ได้”

แต่ก่อน พรบ.คอมพิวเตอร์ ม.๑๔ เทียบชั้นได้กับ ลูกพี่ลูกน้อง ของ ป.อาญา ม.๑๑๒ เพราะถูกใช้ควบกันเวลาเล่นงานพวกเห็นต่างที่แสดงความเห็นทางสื่อสังคม เดี๋ยวนี้ ตั้งแต่ประกาศในราชกิจจาฯ เมื่อ ๒๖ ตุลา ๖๕ ขึ้นแท่นเป็น กม.วิเศษ เหมือนกัน

กระทรวงอีดีออกประกาศเรื่องระงับการแพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลนั้นออกจากระบบ ซึ่งต่างจากประกาศเดิม (ฉบับปี ๒๕๖๐) อย่างสำคัญ ตรงที่เปิดให้ ใครฟ้องใครก็ได้ แบบเดียวกับกฎหมายหมิ่นกษัตริย์ฯ ทว่าไปไกลกว่านิดหนึ่ง

คือ เมื่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (รวมถึงโซเชียลมีเดีย) ได้รับคำร้องเรียนจากการกรอกรายละเอียด ในแบบคำร้องแล้ว ต้องทำการลบเนื้อหาที่ถูกร้องเรียนนั้นภายใน ๒๔ ชั่วโมง แม้นว่าเมื่อมีการยื่นฟ้อง ม.๑๑๒ ในทางปฏิบัติตำรวจและอัยการต้องรับคดี

แบบฟอร์มร้องเรียนนั้นผู้ให้บริการฯ ต้องจัดเตรียมไว้ให้ “ใครก็ตาม” แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกหรือมีบัญชีผู้ใช้อยู่กับแพล้ทฟอร์มที่เกิดเหตุ นอกจากต้องระบุชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และบัญชีอินเตอร์เน็ต เช่น อี-เมล แล้ว

ต้องแจ้งรายละเอียดความเสียหายตามมาตรา ๑๔ ของ พรบ.คอมพิวเตอร์ กับมีคำรับรองว่าข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริง แต่ประกาศมิได้ระบุไว้ว่า ใครเป็นผู้ให้คำรับรองนี้ได้ หรือมีหลักเกณฑ์ใดเพื่อให้คำรับรองถูกต้อง เชื่อถือได้

ประกาศในส่วนที่ ๒ ว่าถึงการอุทธรณ์ และการเพิกถอนคำสั่ง โดยบอกไว้เลยในข้อ ๑๐ ว่า “การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่ง” นี่เท่ากับไม่มีทางยับยั้งก่อนที่คำสั่งจะก่อเกิดความเสียหายได้เลย ต้องรอจนการอุทธรณ์ถึงที่สุด

นอกจากนั้น ไอลอว์ชี้ให้เห็นด้วยว่า ไม่มีการ “เปิดช่องให้โต้แย้งการลบข้อมูล” ที่ถูกฟ้องนั้นได้เลย ผิดกับประกาศฉบับเดิม ที่ยินยอมให้มีการโต้แย้งได้เมื่อเห็นว่าการร้องเรียนให้ลบข้อมูลของตน ไม่ถูกต้องหรือเพียงกลั่นแกล้งกัน

แนวทางในการทำโทษผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ที่มิได้ทำการลบข้อมูลซึ่งมีคนร้องเรียนภายในกำหนด ๒๔ ชั่วโมงดังกล่าว ก็คือจะโดนข้อหาความผิด ม.๑๔ และ ๑๕ พรบ.คอมพิวเตอร์ กระทรวงดีอีส่งสำนวนให้ตำรวจ (พนักงานสอบสวน)

และประสานกับสำนักงานกำกับการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม (กสทช.) ให้ดำเนินคดี และถ้าไม่ปฏิบัติตามหลายหน ก้จะนำไปสู่การดำเนินการระงับใบอนุญาตประกอบการต่อไป ประกาศนี้มีผลบังคับใน ๙๐ วัน คือตั้งแต่ ๒๕ ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

(https://ilaw.or.th/node/6322 และ https://ilaw.or.th/sites/default/files/T_0057.PDF_.pdf)