วันศุกร์, มีนาคม 20, 2569

การ ‘ซื้อ’ งูเห่า (หรือ ‘ดูด’) จนได้เป็นรัฐบาล ทำให้การ ‘ขายตัว’ ยกระดับไปเป็น ‘วิชามาร’ มันไปถึงจุดที่ ถ้าระบบการเมืองดี ไม่เปิดช่องให้แบบนี้

พูดถึง งูเห่า ในการเมืองไทยแม้จะมีมานานนมแล้ว แต่ก็มองกันว่าเป็นเพียงกลเม็ดเด็ดพรายในการ โกง อย่างหนึ่งเท่านั้น จนกระทั่งพรรคการเมืองที่ช่ำชองในการ ซื้องูเห่า (หรือ ดูด) จนได้เป็นรัฐบาล ทำให้การ ขายตัว ยกระดับไปเป็น วิชามาร

Thanapol Eawsakul เปรยถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยดูด สุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต ๗ ของพรรคประชาชนด้วยวงเงินล่ำซำ ๒๐ ล้าน จ่ายรายเดือนอีก ๔ แสน พร้อมเงินอัดฉีดตามวาระ ว่า “ไม่เข้าใจ...เนวิน/อนุทิน ทำไปเพื่ออะไร”

ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจดีว่า ตั้งแต่ยุค สส.งูเห่าพรรคอนาคตใหม่ในอดีตที่เคยดูดไปเมื่อครั้งปี ๒๕๖๓ ต่างสอบตกกันหมด Nattharavut Kunishe Muangsuk แจงรายชื่อ งูเห่าเหล่านั้นทั้งจากพรรค อนค. และ กก. ไม่ว่า ศรีนวล บุญลือ หรือ คารม พรพลกลาง

แม้กระทั่ง คริส โปรตระนันทน์ ที่แม้ไม่ใช่งูเห่า แต่ก็ปฏิบัติตนเยี่ยงเดียวกัน จากการอภิปรายเชิดชู อนุทิน ชาญวีรกูล เสียเลิศลอยว่าจะเป็น รัฐบุรุษ อีกคนของประเทศ อันเป็นที่น่าจับตายิ่งกว่าการเป็นรัฐบุรุษของอนุทิน หากแต่ศักดิ์ศรีการเมืองของคริส

อย่างไรก็ดี กรณีสุริยา เงิน ๒๐ ล้านกับเงินเดือน ๔ แสนนอกเหนือจากเงินเดือน สส.อีกแสนกว่า คุ้มไหมกับการไม่ได้ไปต่อสมัยหน้า ไม่นับการเข้าหน้าไม่ติดกับชาวบ้านที่เลือกตนเข้าสภา และอาจถึงขั้นทำหน้าที่ สส.ไม่ได้ หรือไม่สมบูรณ์

สำหรับ ผู้ซื้อ นั้น “ขณะที่เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลก็มีอยู่มากเพียงพออยู่แล้ว” คงไม่เพียงแค่ต้องการแสดงว่า “กูทำอะไรก็ได้” ให้รู้กันไปว่ากูเด็กใคร คนคุ้มหัวใหญ่ขนาดไหน แต่การหวังผลทำร้าย/ทำลาย พวก อนค./ กก./ ปชน. สำคัญกว่า

มันจะแสดงความสามารถที่เหนือกว่า ผู้ได้รับมอบหมายรายก่อน ที่ทำไม่สำเร็จ แต่สำหรับ ผู้ขาย หรือ ผู้ถูกซื้อ(สองคำนี้มีนัยยะซึ่งต่างกัน) “ถือเป็นความบกพร่องของกระบวนการสรรหาผู้สมัครหรือไม่” หรือว่าควรต้องตั้งคําถามกับคนที่ซื้อมากกว่า

“โดยเฉพาะเรื่องกลไกกฎกติกาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ถ้าระบบการเมืองดี ไม่เปิดช่องให้แบบนี้ การเมืองคงดีขึ้น” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จี้จุดที่หัวใจของปัญหา นำไปสู่ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ ที่พรรค ภท.และเครือข่ายอนุรักษ์ระบบเก่าพยายามปิดกั้น

รวมทั้งกรณี “สส.มีปัญหาการเงินในการหาเสียง” ผลักดันให้พวกเขาขายตัวใช่ไหม เรื่องนี้ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ให้คำตอบอย่างขื่นๆ ว่า “มันเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่า พรรคไม่มีผลประโยชน์ใด ที่คอยเลี้ยงดูปรนเปรอ ส.ส.ในสังกัดของพรรคเลย”

(https://www.facebook.com/MatichonOnline/posts/M1mNQ56s, https://www.facebook.com/nattharavutm/posts/KXZuz6P5, https://www.facebook.com/ThaiPBS/posts/TrXQf99w และ https://www.facebook.com/sorrayuth9115/posts/HHkHjyLWB) 

“งูเห่า” ไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง แต่มันคือคำถามที่เจ็บที่สุดของประชาธิปไตยไทย… ถ้างูเห่ายังมีราคา เสียงของประชาชน ก็อาจมีค่าแค่วันเลือกตั้ง… แต่ไร้น้ำหนัก ในวันที่ประเทศถูกกำหนดอนาคตจริง

 
https://www.facebook.com/reel/800048483147498

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต 
9 hours ago
·
งูเห่า…หรือระบบที่ป่วย?”
“งูเห่า”
ไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง
แต่มันคือคำถามที่เจ็บที่สุดของประชาธิปไตยไทย…
วันนี้คุณยังคิดว่า
คุณเป็น “เจ้าของเสียงของตัวเอง” อยู่หรือเปล่า?
กรณีของ สุริยา วงศ์อารีย์
ไม่ใช่แค่การโหวตสวนมติพรรค
แต่มันคือการพา
“คะแนนเสียงของประชาชนในอุดรธานี เขต 7”
เดินออกจากคำมั่นทางการเมือง
ในวันที่สำคัญที่สุดของประเทศ…แบบเงียบๆ
เพราะอย่าลืมว่า
คนที่เลือกเขา
ไม่ได้เลือกแค่ “ตัวบุคคล”
แต่เลือก
นโยบาย
อุดมการณ์
และจุดยืนของพรรคประชาชน
ดังนั้น การโหวตหนุนอนุทิน
มันไม่ใช่แค่ “เอกสิทธิ์ของ สส.”
แต่มันคือการ
เอาอำนาจที่ยืมมาจากประชาชน
ไปแปลงเป็นทรัพย์สินส่วนตัวทางการเมือง
นี่แหละ…คือปัญหาจริง
ยิ่งย้อนดูฐานนิยมก่อนเลือกตั้ง
พรรคประชาชนเคยมีแรงหนุนระดับประเทศสูงมาก
มากกว่าภูมิใจไทยอย่างชัดเจน
นั่นแปลว่า
ผู้คนจำนวนมาก “ไม่เลือกทางนี้”
แต่สุดท้าย
เสียงของพวกเขา…ถูกพามาทางนี้
บางคนบอกว่า
“สส.ไม่ใช่หุ่นยนต์ของพรรค”
ใช่…แต่ก็ไม่ใช่เจ้าของอำนาจด้วย
เขาเป็น “ตัวแทน”
ที่ต้องรักษาความสอดคล้องระหว่าง
เสียงประชาชน
คำมั่นที่ใช้หาเสียง
และจุดยืนของพรรค
เมื่อห่วงโซ่นี้ขาด
สิ่งที่พัง
ไม่ใช่แค่วินัยพรรค
แต่คือ
ความไว้วางใจทางการเมืองทั้งหมด
เพราะงูเห่า
ไม่ใช่แค่คนทรยศพรรค
แต่มันคือ “ผลผลิตของระบบ”
ที่ให้รางวัลกับการทรยศ
มากกว่าความซื่อสัตย์
และสุดท้าย
ประชาชนต้องเจอคำถามที่โหดที่สุดอีกครั้ง…
เรากำลังเลือก “ผู้แทน”
หรือแค่ปล่อยให้ใครบางคน
ยืมคะแนนเราไป…
แล้วเอาไป “ขาย”
ในวันจัดตั้งอำนาจ
ถ้างูเห่ายังมีราคา
เสียงของประชาชน
ก็อาจมีค่าแค่วันเลือกตั้ง…
แต่ไร้น้ำหนัก
ในวันที่ประเทศถูกกำหนดอนาคตจริง



น่าผิดหวังมากๆ Chavez ผู้นำแรงงานภาคเกษตรคนสำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกา แต่เบื้องหลังก็เป็นนักข่มขืน


Pipob Udomittipong
17 hours ago
·
ที่แท้ก็ Pedophile อีกคนหนึ่ง จากการสอบสวนของ The New York Times พบว่า Cesar Chavez (1927-1993) อดีตผู้นำแรงงานอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกัน และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง ซึ่งร่วมก่อตั้งสหภาพแรงงานภาคเกษตรใหญ่สุดแห่งหนึ่ง เป็นนักข่มขืนอย่างต่อเนื่อง
เหยื่อของเขารวมถึงเด็กผู้หญิง (ที่เป็นลูกของแกนนำด้วยกัน) อายุเพียง 12 ปี และผู้หญิงที่เป็นแกนนำขบวนการแรงงานด้วยกัน แต่มีการเก็บเป็นความลับไว้ เพราะกลัวว่าจะทำร้ายขบวนการสหภาพแรงงาน
การข่มขืนบางกรณียังเกิดขึ้นระหว่างที่เซซาร์ ชาเวซเป็นแกนนำเดินขบวนประท้วงช่วงฤดูร้อนปี 1975 ระยะทาง 1,000 ไมล์เริ่มจากชายแดนแคลิฟอร์เนีย เพื่อฉลองกฎหมายใหม่ของรัฐที่คุ้มครองสิทธิของแรงงานภาคเกษตรที่สามารถรรวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน และจัดตั้งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ภาคเกษตรขึ้นมาได้
เซซาร์ ชาเวซ เป็นนักรณรงค์เพื่อแรงงานภาคเกษตรที่มีชื่อเสียงมากในยุคก่อนกึ่งศตวรรษที่แล้ว โรงเรียนจำนวนมากทั่วสหรัฐอเมริกาตั้งชื่อตามเซซาร์ ชาเวซ โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียและแอริโซนา 25 ปีที่แล้ว แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกที่ประกาศให้วันเกิดของเซซาร์ ชาเวซ 31 มีนาคม เป็นวันหยุดราชการ ต่อมาอีกหลายรัฐก็ประกาศเป็นวันหยุดเช่นกัน
สมัยโอบามาเป็นประธานาธิบดี เขายังประกาศให้มีวันเซซาร์ ชาเวซ (แต่ไม่ใช่วันหยุดอย่างเป็นทางการ ประกาศในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น)
รายงานสอบสวนครั้งนี้ เกิดจากการสัมภาษณ์เหยื่อและผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการสหภาพแรงงาน 60 กว่าคน รวมทั้งเอกสารต่าง ๆ
เหยื่อสองคนที่ให้สัมภาษณ์ @Nytimes บอกว่า ชาเวซเริ่มล่วงละเมิดทางเพศต่อพวกเธอในช่วงทศวรรษ 1970 ขณะที่พวกเธออายุ 12 และ 13 ปี เดบรา โรฮาส และอนา มูร์เกีย ต่างเป็นลูกสาวของผู้นำสหภาพแรงงานเกษตรกร (United Farm Workers) ส่วนชาเวซตอนนั้นอายุประมาณ 40 ปี และดำรงตำแหน่งประธานสหภาพแรงงาน
โรฮาส บอกว่า ในระหว่างการเดินขบวนของ UFW ที่โด่งดังไปทั่วแคลิฟอร์เนียในปี 1975 ชาเวซได้ข่มขืนเธอในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งขณะที่เธออายุ 15 ปี
โดโลเรส ฮูเออร์ตา ผู้ร่วมก่อตั้งสหภาพแรงงานเกษตรกรกับชาเวซ และทำงานเป๋นแกนนำกับเขามาอย่างยาวนาน ให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า ครั้งหนึ่งชาเวซกดดันให้เธอมีเพศสัมพันธ์กับเขา และอีกครั้งในปี 1966 เขาได้ข่มขืนเธอในรถยนต์ เธอตั้งครรภ์จากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งสองครั้ง และได้จัดการให้ครอบครัวอื่นเลี้ยงดูบุตรของตนเอง
ส่วนคำถามที่ว่าทำไมเก็บงำความลับนี้มาถึง 60 ปี โดโลเรส ฮูเออร์ตาบอกว่า เธอเคยชื่นชมเขามาโดยตลอด แต่ในวันนี้เธอได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า "ดิฉันอายุเกือบ 96 ปีแล้ว และตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ดิฉันเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะเชื่อว่าการเปิดเผยความจริง จะทำร้ายขบวนการแรงงานเกษตรกรที่ดิฉันทุ่มเทชีวิตเพื่อการต่อสู้"
"I am nearly 96 years old and, for the last 60 years, have kept this secret because I believed that exposing the truth would hurt the farmworker movement I have spent my entire life fighting for."
ผมว่าคนแบบนี้ในขบวนการแรงงานไทยก็มี เชื่อมั้ย?
https://www.nytimes.com/.../cesar-chavez-sexual-abuse...

https://www.facebook.com/photo?fbid=10163895451981649&set=a.10150096728651649


Victims detail alleged abuse they faced from civil rights leader Cesar Chavez

KBAK - KBFX - Eyewitness News - BakersfieldNow

Mar 18, 2026 

A New York Times report is raising questions about the legacy of the late labor leader Cesar Chavez. In a year-long investigation, the NYT spoke with victims who say they faced sexual abuse from Chavez.

https://www.youtube.com/watch?v=UhnZtyKt-GQ




การหารือระหว่างทรัมป์และทาคาอิจิ ในทำเนียบขาววันนี้ ไม่ใช่การเยือนเพื่อสังคม แต่เป็นการเจรจาที่ทาคาอิจิจะถูกกดดันอย่างหนัก ทาคาอิจิมาเพื่ออธิบายข้อจำกัดว่าทำไมเข้าร่วมไม่ได้ (No War) แต่ทรัมป์มาเพื่อเรียกร้องมากกว่านั้น






https://x.com/Its_ereko/status/2034607892150493262


 


 




เนทันยาฮูออกมาแถลง : อิสราเอลปฏิบัติการเพียงลำพังในการโจมตีแหล่งก๊าซของอิหร่าน





https://x.com/i24NEWS_EN/status/2034709938581180721


 

ส.ส. โกลด์แมน (D-NY) เปิดเผยหลักฐานจับโกหกทรัมป์ กรณี Epstein Files "เขาบังคับให้เด็กหญิงอายุ 13 ปี ก้มศีรษะลง"







https://x.com/PopularLiberal/status/2034351550399693095
.....

แดน โกลด์แมน เปิดเผยความจริง!

ส.ส. โกลด์แมน เพิ่งเปิดเผยหลักฐานจาก FBI ตามมาตรา 302 หลักฐานแสดงให้เห็นว่าทรัมป์รูดซิปกางเกงของเขา บังคับให้เด็กหญิงอายุ 13 ปี ก้มศีรษะลง และเมื่อเธอกัดอวัยวะเพศของเขาเพื่อป้องกันตัว เขาจึงชกเธอและด่าเธอว่า "สารเลว"

FBI สอบปากคำเธอถึงสี่ครั้งในขณะที่คดีถูกปิดบัง แพม บอนดี โกหกต่อสภาคองเกรส โดยอ้างว่า "ไม่มีหลักฐาน" เกี่ยวกับอาชญากรรมเหล่านี้ ในขณะที่เธอมีเอกสารที่อธิบายถึงการทำร้ายร่างกายนี้อย่างชัดเจน นี่คือการให้การเท็จและการปกปิดความผิดของผู้กระทำผิด

คุณไม่สามารถ "ปกป้องเด็กๆ" ได้ ในขณะที่อัยการสูงสุดของคุณปกปิดเอกสารเกี่ยวกับการทำร้ายเด็กที่ต่อสู้ขัดขวาง ประวัติศาสตร์จะจดจำผู้ที่ให้การสนับสนุน

เรายืนหยัดเคียงข้างเด็กๆ ที่กัดอวัยวะเพศของเขาเพื่อป้องกันตัว



 



 

“ตรงนั้นก็เครน ตรงโน้นก็ทุบ” “สองข้างทางบนถนนราชดำเนินกลางกำลังจะถูกเปลี่ยนโฉมหน้ารูปแบบ ศิลปะแบบอาร์ตเดกอ(Art Deco) ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคคณะราษฎร ให้เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอ-คลาสสิค (Neo-Classic) หากเกิดขึ้นจริง อาจถือได้ว่าเป็นโครงการทำลายประวัติศาสตร์และความทรงจำของคณะราษฎรครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัฐประหาร 2490 เป็นต้นมา”


Decode.plus
8 hours ago
·
ถ้านับเอาหลักกิโลเมตรที่ ๑ ให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นจุดนำสายตา
ถ้ามองตามมือขวาที่ชี้ชวน “ตรงนั้นก็เครน ตรงโน้นก็ทุบ” เธอพึมพำออกเสียง

“สองข้างทางบนถนนราชดำเนินกลางกำลังจะถูกเปลี่ยนโฉมหน้ารูปแบบ ศิลปะแบบอาร์ตเดกอ(Art Deco) ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคคณะราษฎร ให้เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอ-คลาสสิค (Neo-Classic) หากเกิดขึ้นจริง อาจถือได้ว่าเป็นโครงการทำลายประวัติศาสตร์และความทรงจำของคณะราษฎรครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัฐประหาร 2490 เป็นต้นมา”
— ชาตรี ประกิตนนทการ
.

ความทรงจำเกี่ยวกับพื้นที่ประวัติศาสตร์ราชดำเนินกำลังจะเปลี่ยนไป...
เมื่อหน้าตาของตึกเปลี่ยนไป เรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องก็จะถูกเล่าน้อยลง
เมื่อไม่ถูกพูดซ้ำ ความทรงจำอาจจางหายไปราวกับดอกไม้ไฟ
“แค่เปลือกนอกมันสำคัญขนาดไหนเชียว” เธอถาม
“คุณก็คิดดูสิว่าหนึ่งตึก 60 ล้าน รวม ๆ แล้วนับพันล้านบาท เพื่อเปลี่ยนหน้าตาตึก”
“มันต้องมีเป้าหมายที่ใหญ่มากนะ” เธอพยักหน้าคล้อยตาม
.

#Playread สัปดาห์นี้เอาใจคนลืมยาก ปัดฝุ่นความทรงจำจากหนังสือที่ควรอ่านซ้ำ ซึ่งพิมพ์ซ้ำมาแล้ว 4 ครั้ง ต่อให้กระแสหลักจะมองประวัติศาสตร์ 2475 ว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยน่าจดจำ “ลืม ๆ มันไปซะ” การช่วงชิงพื้นที่และความหมายของ “เปลือกนอก” บนถนนราชดำเนินกลางยังคงดำเนินต่อไปในยุคสมัยเราและการอ่านก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการคิด แต่คือการชำระประวัติศาสตร์และความทรงจำที่กำลังจะถูกลบอีกครั้ง

อ่านบทความเต็มจากลิงก์ในคอมเมนต์

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1248273600789097&set=a.574741691475628

https://decode.thaipbs.or.th/20260307-memory-and-power-on-ratchadamnoen-avenue/




เนลสัน แมนเดลา เคยบอกว่า ถ้าอยากเข้าใจประเทศนั้น คุณเข้าไปในคุก เพราะคุณจะได้เห็นว่าประเทศนั้นเป็นยังไง (ประเทศไทยมันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ บางทีก็ไม่ต้องไปเห็นถึงในคุก ดูแค่ในคอมเม้นก็ยังได้เลย)


มนุษย์กรุงเทพฯ

11 hours ago
·
“เดือนมีนาคม 2567 ผมต้องเข้าไปในเรือนจำด้วยคดี 112 ชีวิตคนในนั้นคือประเทศขนาดย่อเลย มีอีลีทในเรือนจำที่เรียกว่า สมเด็จ มักเป็นคนโดนคดีเว็บพนันและคดีทุจริต พวกเขามักคุยว่า วันนี้การเมืองเป็นยังไง เศรษฐกิจเป็นยังไง หุ้นตัวนี้เป็นยังไง ถ้าไม่มองเรื่องความผิด พวกเขาเป็นคนมีวิสัยทัศน์มากนะ บางคนเป็นข้าราชการระดับสูง ก็คุยเรื่องปัญหากระบวนการยุติธรรม ผมคุยด้วยทุกวัน เถียงกันทุกวัน ทำให้ผมได้ฝึกดีเบตกับคนมีความรู้

“ถามว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงทำผิดกฎหมาย คนที่โดนคดีทุจริตเล่าว่าตัวเองโดนอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง เรื่องจริงคืออะไรผมไม่รู้ ส่วนคนโดนคดีเว็บพนันก็ตามนั้นแหละ (หัวเราะ) ผมมองว่าความหมายชีวิตของพวกเขาคือ แค่มีเงินเยอะ มีชีวิตที่ดี ส่วนในอนาคตจะโดนอะไรค่อยว่ากัน แต่พอเข้ามาอยู่ในนี้ ทุกคนพูดตรงกันว่า ไม่เอาอีกแล้ว มันคืออิสรภาพที่เสียไป ความคิดนี้เกิดขึ้นกับทุกคดี สิ่งที่ทุกคนคุยกันเสมอคือ เราจะได้ออกไปเมื่อไร ชั้นขึ้นมาเท่าไร อภัยโทษมาเมื่อไร ลดโทษเท่าไร

“ในนั้นจะมีการรวมกลุ่มเป็นบ้านด้วย แต่บางคนก็อยู่แบบไม่มีบ้าน มักเป็นคนที่ทำผิดคดีทั่วไป แต่ไม่ได้มีเส้นสาย หลายคนเป็นคนจน ผมมักใช้ชีวิตอยู่กับสมเด็จและคนไม่มีบ้าน ถ้าสมเด็จคุยเรื่องมหภาค คนโดนคดีทั่วไปมักคุยกันว่า ปีนขึ้นบ้านยังไง ขโมยสายไฟด้วยวิธีไหน บางคนก็ขโมยเพื่อเอาเงินไปซื้อยาเสพติด สิ่งที่ได้ฟังจากพวกเขา คือเรื่องราวที่อยากให้คนอื่นรู้แหละ แต่ลึกๆ แล้ว เราไม่รู้หรอกว่าคนนั้นทำอะไรมา

“ข้างในนั้นมีโฮมเลสด้วย มีคนที่เก็บขยะ เก็บกิ่งไม้ หาถุงมาใส่ ล้วงข้าวที่คนกินแล้วมากิน ทั้งที่ในนั้นมีข้าวให้กิน หลังจากนั้นไม่นานก็ออกไป ผมว่าคนนี้ป่วยทางจิตแหละ อาจโดนย้ายไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์ อาจไปอยู่ แดน 1 ที่มีไว้สำหรับคนแก่และคนป่วย หรืออาจพ้นโทษไป อีกแบบคือคนที่อยากเข้ามาเพื่อมีบารมี ตอนอยู่ข้างนอกเขาเป็นคนข้างทาง แต่พอเข้ามาแล้วเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ ชีวิตได้รับการยอมรับ เป็นการทำผิดซ้ำแล้วเข้ามาอีก ก็วิเคราะห์ว่าอาจตั้งใจทำผิด

“ในนั้นมีกองงานให้ทำ แต่ค่าแรงน้อยมาก เขาต้องติดนานแค่ไหนถึงจะมีต้นทุนไปเริ่มต้นชีวิตได้ บางคนติดนานมาก ตอนเข้ามาโลกเป็นแบบหนึ่ง ชีวิตในนั้นแทบไม่รับรู้ข่าวสาร ไม่รู้เลยว่ามีสิ่งที่เรียกว่า AI แล้ว พอถึงวันที่ออกมาจะปรับตัวยังไง บางอาชีพที่เขาเคยทำ ปัจจุบันพัฒนาไปไกลแล้ว แต่คุณไม่ได้อัพเดทการฝึกอาชีพ คนส่วนใหญ่เลยอยู่ไปวันๆ เพื่อรอวันออก เจ้าหน้าที่ให้เงินโฮมเลสแล้วบอกว่า ‘กลับบ้านซะนะ’ แต่เขาไม่มีบ้าน ไม่มีงานทำ ไม่มีครอบครัว แล้วเขาต้องไปไหน

“การได้เห็นได้คุยกับคนเหล่านั้น ทั้งคนที่ร่ำรวยมหาศาล ไปจนถึงคนที่ไม่มีบ้าน ทำให้ผมเข้าใจผู้คนมากขึ้น โลกไม่ได้มีแค่เรา มีหลายกลุ่มหลายชนชั้นหลายความคิด เนลสัน แมนเดลา เคยบอกว่า ถ้าอยากเข้าใจประเทศนั้น คุณเข้าไปในคุก เพราะคุณจะได้เห็นว่าประเทศนั้นเป็นยังไง ผมเคยเขียนจดหมายออกไปข้างนอกแล้วโดนเซ็นเซอร์ พอไปเรียกร้องกับเจ้าหน้าที่ เขาพูดหน้าเสาธงเลยว่า ‘ไอ้พวกเรียกร้องสิทธิ ที่นี่ไม่มีให้หรอก’ ผมมองว่าคุกไทยและประเทศไทยเป็นแบบนี้แหละ”

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1470450211117426&set=a.649473419881780
.....

Anupong Kongkheaw
ทุกอย่างสรุปไว้ที่ย่อหน้าสุดท้าย ประเทศไทยมันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ บางทีก็ไม่ต้องไปเห็นถึงในคุก ดูแค่ในคอมเม้นก็ยังได้เลย




เสื้อ 30 พลัส+ ต้อนรับนายกคนใหม่ 30 ไม่ใช่อายุ แต่เป็นโทษจำคุกรวมในคดีล่าสุดของอานนท์ นำภา ที่ปัจจุบันสูงถึง 31 ปี 8 เดือนแล้ว สั่งเลย รอบนี้ 2 สีและมีทุกไซต์ !! ลิงก์สั่งอยู่ข้างล่าง


อานนท์ นำภา

12 hours ago
·
เสื้อ 30 พลัส+ ต้อนรับนายกคนใหม่ pre-order ได้เลย 590 รวมส่ง มีทุกไซต์ s จนถึง 5XL จำนวน 2 สี (สี sand และ สีดำ) จัดส่ง 1 เม.ย. เป็นต้นไป
.
30 ไม่ใช่อายุ แต่เป็นโทษจำคุกรวมในคดีล่าสุดของอานนท์ นำภา ที่ปัจจุบันสูงถึง 31 ปี 8 เดือนแล้ว
ลิงก์สั่งอยู่นี่ 

https://www.facebook.com/photo/?fbid=34482158988065400&set=a.163415147033223




หลังจากกองทัพอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่าน (โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปที่อาซาลูเยห์) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนไปยังศูนย์กลางพลังงานสำคัญหลายแห่งทั่วอ่าวเปอร์เซีย


Gulf states say Iran targeting oil and gas infrastructure

CBC NNews

Mar 19, 2026

Iranian airstrikes hit oil and gas facilities in Kuwait, Qatar and Saudi Arabia on Thursday, following an Israeli attack on South Pars, Iran's main oil field. Iran says more attacks on its oil infrastructure will lead to further retaliation.

https://www.youtube.com/watch?v=Wm-vLtqAirs
.....

(Google Gemini รวบรวม)

หลังจากกองทัพอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่าน (โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปที่อาซาลูเยห์) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนไปยังศูนย์กลางพลังงานสำคัญหลายแห่งทั่วอ่าวเปอร์เซีย

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศว่าสินทรัพย์ด้านพลังงานในภูมิภาคหลายแห่งเป็น "เป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย" ซึ่งนำไปสู่การโจมตีสถานที่ต่อไปนี้:

กาตาร์

เมืองอุตสาหกรรมราสลาฟฟาน: เป้าหมายหลักของอิหร่านคือศูนย์กลางขนาดใหญ่แห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและโรงงาน Pearl Gas-to-Liquids (GTL) รายงานระบุว่า "ความเสียหายอย่างกว้างขวาง" และไฟไหม้ครั้งใหญ่ ทำให้กำลังการส่งออก LNG ของกาตาร์ลดลงเกือบ 20%

ซาอุดีอาระเบีย

โรงกลั่น SAMREF (ยานบู): ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลแดง โรงกลั่นร่วมทุนระหว่าง Saudi Aramco และ ExxonMobil ถูกโจมตีทางอากาศ

โรงกลั่น Ras Tanura: หนึ่งในท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบและโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกบังคับให้ปิดการดำเนินงานเนื่องจากภัยคุกคามจากการโจมตี

โรงงานปิโตรเคมี Jubail: แม้ว่าจะถูกโจมตีและนำไปสู่การอพยพ แต่มีรายงานว่าระบบป้องกันของซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธหลายลูกที่มุ่งหน้าไปยังพื้นที่นี้และริยาดได้

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

โรงงานก๊าซ Habshan: สถานที่แปรรูปก๊าซหลักของอาบูดาบีถูกโจมตี ทางการท้องถิ่นรายงานว่าโรงงานถูกเศษซากที่ตกลงมาจากขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้น ทำให้ต้องปิดทำการชั่วคราว

โรงงานก๊าซ Al Hosn: โรงงานแห่งนี้ก็ถูกระบุว่าเป็นเป้าหมายเช่นกัน ทำให้ต้องมีการอพยพและแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยทันที

ศูนย์กลางน้ำมันฟูไจราห์: รายงานระบุว่ามีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในท่าเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันที่สำคัญแห่งนี้ก่อนหน้านี้

คูเวตและอิสราเอล

โรงกลั่นน้ำมันในคูเวต: โรงกลั่นน้ำมันสองแห่งในคูเวตถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน

โรงกลั่นน้ำมันกลุ่มบาซาน (ไฮฟา): ในอิสราเอล โรงกลั่นน้ำมันทางเหนือในไฮฟาได้รับความเสียหายเล็กน้อยและเกิดไฟไหม้หลังจากการโจมตีโดยตรง

ผลกระทบเชิงกลยุทธ์

การยกระดับความขัดแย้งส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 19 มีนาคม แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะแถลงว่าอิสราเอลจะไม่โจมตีแหล่งน้ำมันเซาท์พาร์สอีก แต่เขาก็เตือนว่าสหรัฐฯ จะ "ทำลายล้าง" โครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซทั้งหมดของอิหร่านหากการโจมตีทรัพย์สินของกาตาร์ยังคงดำเนินต่อไป
...

การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านเมื่อวันที่ 18 และ 19 มีนาคม 2026 ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่าวิกฤตพลังงานโลกที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 การโจมตี "ศูนย์กลางการแปรรูป" ของตลาดก๊าซโลก ทำให้ความขัดแย้งเปลี่ยนจากการหยุดชะงักของการขนส่งไปสู่วิกฤตอุปทานขั้นพื้นฐาน

1. ราคาพุ่งทะยาน

ตลาดตอบสนองทันทีเมื่อข่าวความเสียหายที่ราสลาฟฟาน (กาตาร์) และเซาท์พาร์ส (อิหร่าน) แพร่กระจาย:

ก๊าซธรรมชาติยุโรป (TTF ของเนเธอร์แลนด์): ราคาพุ่งขึ้น 24% ถึง 35% ในวันเดียว แตะระดับ 74 ยูโร/เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าราคาที่เห็นก่อนเริ่มปฏิบัติการ Epic Fury ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงสองเท่า

ราคาก๊าซในสหราชอาณาจักร: พุ่งขึ้น 23% โดยนักวิเคราะห์เตือนถึงผลกระทบ "ร้ายแรง" ต่อค่าสาธารณูปโภคในครัวเรือนในทันที

ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในเอเชีย: พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน (ซึ่งคิดเป็น 59% ของการส่งออก LNG ในภูมิภาค) เริ่มการประมูลอย่าง "ดุเดือด" สำหรับสินค้าที่เหลืออยู่ที่ไม่ใช่จากกลุ่มประเทศอ่าว

2. การขาดแคลนอย่างมหาศาล

การสูญเสียก๊าซในปริมาณมากครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรม:

การปิดโรงงานของกาตาร์: การประท้วงหยุดงานที่โรงงาน Ras Laffan บังคับให้ QatarEnergy ต้องประกาศเหตุสุดวิสัย ซึ่งส่งผลให้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวน 80 ล้านตันต่อปี (mtpa) หรือประมาณ 19% ของอุปทานทั่วโลกหายไปจากตลาดในชั่วข้ามคืน

ระยะเวลาของผลกระทบ: ในขณะที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกว่าการหยุดชะงักจะกินเวลาเพียงสองเดือน แต่ปัจจุบัน Wood Mackenzie ประเมินว่าความเสียหายนั้น "กว้างขวาง" และมีแนวโน้มที่จะเกินกว่านั้น รายงานบางฉบับระบุว่าอาจต้องใช้เวลา 3 ถึง 5 ปีในการซ่อมแซมหน่วยผลิตก๊าซเหลว (LNG "trains") บางส่วนให้แล้วเสร็จ

การลดลงของปริมาณสำรอง: วิกฤตนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูหนาวปี 2025–2026 ระดับการจัดเก็บพลังงานในยุโรป ซึ่งโดยปกติจะเติมเต็มในฤดูใบไม้ผลิ ขณะนี้คาดว่าจะสูงสุดเพียง 70% (เทียบกับ 90% ขึ้นไปตามปกติ) ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนพลังงานอย่างรุนแรงในฤดูหนาวที่จะมาถึง

3. ผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

นอกเหนือจากความร้อนและไฟฟ้าแล้ว การประท้วงยังทำให้เศรษฐกิจในวงกว้างไม่มั่นคง:

อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น: นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากราคายังคงอยู่ในระดับนี้ตลอดฤดูร้อน อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นอีก 0.8% ถึง 1.0% ซึ่งอาจบังคับให้ธนาคารกลางต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยแม้จะมีความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ปุ๋ยและความมั่นคงทางอาหาร: ก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับปุ๋ยไนโตรเจน เมื่อฤดูเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามาในซีกโลกเหนือ คาดว่าราคาสินค้าจะพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อของชำเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปลายปี 2026

ความผันผวนของตลาดหุ้น: ดัชนีทั่วโลกร่วงลง ในช่วงต้นของการซื้อขายวันพฤหัสบดี ดัชนี Nikkei 225 ลดลง 3.4% และดัชนี KOSPI ลดลง 2.7%




“เรากำลังสร้างผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ขึ้นมาทั้งรุ่นในตะวันออกกลาง” ชัค เฮเกล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวกับ คริสเตียน อามันพัวร์






https://x.com/amanpour/status/2034695983112609907


 

ยิ่งสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลเสียต่อทรัมป์มากขึ้นเท่านั้น ไม่เชื่อ ? ลองศึกษาประวัติศาสตร์ดูสิ


https://www.npr.org/2026/03/19/nx-s1-5751262/war-polling-trump-presidents-iran

บทความของ NPR โดยโดเมนิโก มอนทานาโร ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 ตรวจสอบว่าความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่านอาจกลายเป็นภาระทางการเมืองที่สำคัญสำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ได้อย่างไร ข้อโต้แย้งหลักคือ ในขณะที่การปฏิบัติการทางทหารบางครั้งอาจให้ผล "รวมใจรับธงชาติ" ชั่วคราว แต่ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าสงครามที่ยืดเยื้อหรือล้มเหลวเกือบทุกครั้งนำไปสู่การล่มสลายของคะแนนนิยมของประธานาธิบดี

การเปรียบเทียบทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ

บทความนี้เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันของทรัมป์กับประธานาธิบดีหลายคนก่อนหน้าซึ่งการดำรงตำแหน่งของพวกเขาถูกกำหนด—และมักจะล้มเหลว—โดยความขัดแย้งในต่างประเทศ:

แฮร์รี ทรูแมน (สงครามเกาหลี): ทรูแมนมีคะแนนนิยมต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Gallup (22% ในปี 1952) เนื่องมาจากภาวะชะงักงันในเกาหลีและภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ

ลินดอน บี. จอห์นสัน (สงครามเวียดนาม): แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในด้านนโยบาย "สังคมที่ยิ่งใหญ่" ภายในประเทศ แต่สงครามเวียดนามทำให้คะแนนนิยมของ LBJ ลดลงจาก 78% เหลือเพียง 35% ซึ่งในที่สุดก็ทำให้เขาต้องถอนตัวจากการลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ในปี 1968

จิมมี คาร์เตอร์ (วิกฤตตัวประกันอิหร่าน): ในช่วงแรก คาร์เตอร์ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น แต่ภารกิจช่วยเหลือตัวประกันที่ล้มเหลวในปี 1980 (ปฏิบัติการกรงเล็บอีเกิล) ทำให้คะแนนนิยมลดลงอย่างมาก (จาก 43% เหลือ 31%) ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ "ผู้นำที่อ่อนแอ"

จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (สงครามอิรัก): บุชมีคะแนนนิยมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (90%) หลังเหตุการณ์ 9/11 แต่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อและเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางศาสนาในอิรัก ทำให้คะแนนนิยมของเขาตกลงเหลือเพียง 29% ในปี 2007

โจ ไบเดน (การถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน): บทความระบุว่า คะแนนนิยมของไบเดนไม่เคยฟื้นตัวหลังจากเหตุการณ์ถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานอย่างวุ่นวายและมีผู้เสียชีวิตในปี 2021 ซึ่งทำลายภาพลักษณ์ของเขาในฐานะ "ผู้นำที่มีความสามารถ"

ความเสี่ยงสำหรับทรัมป์

การวิเคราะห์เน้นย้ำถึงอันตรายเฉพาะหลายประการสำหรับรัฐบาลปัจจุบัน:

ขาด "ผลกระทบจากการรวมพลัง": แตกต่างจากความขัดแย้งครั้งก่อนๆ บทความชี้ให้เห็นว่าไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของคะแนนสนับสนุนสำหรับทรัมป์ในช่วงเริ่มต้นของสงครามครั้งนี้

ประชาชนที่เหนื่อยหน่ายกับสงคราม: หลังจากความขัดแย้งในอิรักและอัฟกานิสถานยาวนานกว่าสองทศวรรษ ทั้งประชาชนชาวอเมริกันทั่วไปและฐานเสียงทางการเมืองของทรัมป์เองต่างก็ไม่ไว้วางใจการแทรกแซงทางทหารในต่างประเทศที่ยืดเยื้อ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและภายในประเทศ: บทความกล่าวถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น เช่น การโจมตีโรงงานก๊าซและเกาะคาร์ก ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อทรัมป์หากต้นทุนทางเศรษฐกิจของสงครามเริ่มส่งผลกระทบต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง

ไม่มีกลยุทธ์การถอนตัวที่ชัดเจน: NPR อธิบายสถานการณ์ปัจจุบันว่าเป็นสงคราม "ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงอย่างชัดเจน" โดยระบุว่าแม้ทรัมป์จะประกาศว่า "เราชนะแล้ว" แต่ความเป็นจริงของการต่อสู้ที่ยืดเยื้ออาจกัดกร่อนทุนทางการเมืองของเขาได้ยิ่งนานเท่าไหร่

ประเด็นสำคัญคือ แม้ว่านโยบายต่างประเทศมักจะอยู่ในลำดับท้ายๆ ของความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่สงครามที่กลายเป็น "บึงโคลน" นั้น ในอดีตเคยเป็น "ผลเสียที่แก้ไขไม่ได้" สำหรับประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่




บทความจาก The Economist : "Operation Epic Fury" น่าจะถูกเรียกว่า "Operation Blind Fury" ("ปฏิบัติการความโกรธแค้นที่ไร้จุดหมาย") เสียมากกว่า






https://x.com/TheEconomist/status/2034608380958953731


บทความเรื่อง "ปฏิบัติการความโกรธแค้นที่ไร้จุดหมาย" (ตีพิมพ์ในนิตยสาร The Economist ฉบับวันที่ 14 มีนาคม 2026) วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026

ใจความสำคัญของบทความคือ การโจมตีครั้งนี้—ซึ่งอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านและโค่นล้มสาธารณรัฐอิสลาม—เป็น "การกระทำที่สิ้นหวัง" ทางยุทธศาสตร์ที่ละเลยความเป็นจริงในภูมิภาคและก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก

ประเด็นสำคัญของบทสรุป:

การคำนวณผิดพลาดทางยุทธศาสตร์: The Economist โต้แย้งว่าผู้ที่วางแผนปฏิบัติการ (ซึ่งเรียกว่า "ความโกรธแค้นที่ไร้จุดหมาย" เนื่องจากเป้าหมายที่ไม่ชัดเจนและตอบสนองต่อสถานการณ์) ประเมินความสามารถในการฟื้นตัวของอิหร่านต่ำเกินไป แทนที่จะทำให้ระบอบการปกครองล่มสลายอย่างรวดเร็ว การโจมตีกลับทำให้ประชาชนอิหร่านรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ธงชาติและทำให้ผู้นำสายแข็งกร้าวแข็งแกร่งขึ้น

เศรษฐกิจ "ช็อกสองด้าน": บทความนี้เน้นย้ำถึงผลกระทบระดับโลกที่ร้ายแรงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยอธิบายถึง "ช็อกสองด้าน" ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นในขณะที่การค้าโลกหยุดชะงัก คุกคามภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก บทความนี้กล่าวถึงความเปราะบางอย่างยิ่งของเศรษฐกิจในเอเชีย (ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ที่พึ่งพาเส้นทางนี้โดยเฉพาะ

ผลกระทบย้อนกลับในระดับภูมิภาค: ประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบทางการทูต นิตยสาร The Economist ตั้งข้อสังเกตว่าพันธมิตรดั้งเดิมของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย เช่น โอมานและกาตาร์ มองว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ เป็นภาระมากกว่าเกราะป้องกัน บทความนี้อ้างถึงคำวิจารณ์ต่อสาธารณะที่หาได้ยากของรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ซัยยิด บาดร์ อัลบูไซดี ที่ว่าสหรัฐฯ "สูญเสียการควบคุมนโยบายต่างประเทศของตนเอง"

ข้อกังวลด้านมนุษยธรรมและกฎหมาย: บทความนี้กล่าวถึง "หลักการทำลายล้าง" ที่ถูกนำมาใช้ โดยเปรียบเทียบกับความขัดแย้งก่อนหน้านี้ในฉนวนกาซาและเลบานอน รายงานเตือนว่า การทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในอิหร่านในระดับที่รุนแรงนั้น อาจทำให้ประชาคมระหว่างประเทศตีตัวออกห่างอย่างถาวร และอาจเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

การขาด "จุดจบที่ชัดเจน": บรรณาธิการสรุปว่า ไม่มีแผนการที่ชัดเจนสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น "ในวันถัดไป" พวกเขาโต้แย้งว่า แม้ว่าเป้าหมายทางทหารจะบรรลุผลสำเร็จ แต่สุญญากาศทางอำนาจที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีประชากร 90 ล้านคน จะเป็น "ฝันร้ายทางภูมิรัฐศาสตร์" ที่ทั้งอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาต่างก็ไม่พร้อมรับมือ

บทสรุป:

บทความนี้ได้ให้คำเตือนว่า "ปฏิบัติการ Blind Fury" อาจถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะจุดเปลี่ยนที่อิทธิพลของโลกตะวันตกในตะวันออกกลางได้พังทลายลงในที่สุด โดยถูกสังเวยไปเพื่อแลกกับ "ทางออก" ทางทหารในระยะสั้น ซึ่งกลับสร้างโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและความไร้เสถียรภาพยิ่งกว่าเดิมอย่างมหาศาล








Rosenun Chesof
20 hours ago
·
อิสราเอลเพิ่งตัดสินใจทางทหารที่อันตรายที่สุดของสงครามครั้งนี้ และแทบไม่มีใครเข้าใจว่าพวกเขาได้จุดชนวนอะไรขึ้นมา

อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตี แหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่สิ่งที่พวกเขาอาจไม่รู้ หรือไม่สนใจคือ: "แหล่งนี้ถูกบริหารร่วมกันโดยอิหร่านและกาตาร์"

นั่นหมายความว่า พวกเขาไม่ได้แค่โจมตีอิหร่านอีกต่อไป แต่กำลังโจมตี “โครงสร้างพลังงาน” ของพันธมิตรอ่าวของตัวเองด้วย

ลองคิดตามดู

IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน) ประกาศว่า
โครงสร้างพลังงานทั้งหมดในกลุ่ม GCC เป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” และเตือนว่าจะมีการโจมตี “ภายในไม่กี่ชั่วโมง”

เป้าหมายที่ถูกระบุ:
• ศูนย์ LNG ของกาตาร์
• โรงงานของ Saudi Aramco
• ท่าเรือน้ำมันของ UAE

Saudi Aramco เริ่มอพยพพนักงานจากโรงกลั่น SAMREF ที่เมือง Yanbu แล้ว พวกเขา “รู้” ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

แฮกเกอร์อิหร่านโจมตีระบบดิจิทัลของ Aramco แล้วเผยแพร่ภาพ และขู่จะทำให้โครงสร้างพื้นฐาน “หยุดชะงัก”

มีรายงานเสียงระเบิดในกรุงริยาด พร้อมเสียงไซเรนเตือนภัย (อ้างอิง Reuters, AFP, AP)

คุณเข้าใจหรือไม่ว่าเรื่องนี้ใหญ่แค่ไหน?

ศูนย์ LNG ของกาตาร์ คือ “ใหญ่ที่สุดในโลก”
ส่งออกก๊าซให้โลกประมาณ 30% ถ้าโดนโจมตี ยุโรปอาจขาดพลังงาน “ทันที”

Saudi Aramco คือบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก (~1.8 ล้านล้านดอลลาร์) ผลิตน้ำมัน ~12 ล้านบาร์เรล/วัน ถ้าถูกโจมตี → น้ำมันโลกหายไป ~10%

ปี 2019 การโจมตีด้วยโดรนเพียงครั้งเดียว ทำให้กำลังผลิตหายไป 5.7 ล้านบาร์เรล/วัน และราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 15% ภายในวันเดียว

สิ่งที่กำลังถูกนำเสนอคือ “การโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างแม่นยำ”

แต่สิ่งที่ไม่ได้ถูกพูดถึงคือ มันอาจกลายเป็น “ข้ออ้าง” ให้อิหร่านโจมตีโครงสร้างพลังงานทั้งอ่าว

ลำดับเหตุการณ์ตามตรรกะ:

→ โจมตีแหล่งก๊าซที่ “กาตาร์ร่วมถือครอง”
→ กาตาร์ (พันธมิตร) ออกมาประณาม
→ อิหร่านใช้เป็นเหตุผลโจมตีโครงสร้างพลังงานทั้งหมด
→ IRGC ประกาศว่าเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม”
→ Aramco เริ่มอพยพ
→ มีรายงานระเบิดในริยาด
→ จากการอ่อนแออิหร่าน กลายเป็นการเปิดทางให้ “เศรษฐกิจอ่าวทั้งภูมิภาคเสี่ยงพัง”

ถ้านี่คือ “ชัยชนะทางยุทธศาสตร์” ทำไม Aramco ต้องอพยพพนักงานตอนนี้?

ถ้าอิหร่าน “อ่อนแอ” ทำไมหลายประเทศในอ่าวต้องรีบป้องกันแหล่งพลังงานของตัวเอง?

นี่ไม่ใช่แค่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอีกต่อ ไป แต่มันอาจกลายเป็นสงครามที่กระทบโครงสร้างพลังงานของโลกครึ่งหนึ่ง

โปรดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แปลจาก https://x.com/noalphalimits/status/2034323006613278987?s=46

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10237361557371781&set=a.10200951488182807