วันพุธ, กุมภาพันธ์ 20, 2562

สนช.ประเคนให้อีก พรบ.พันธุ์ข้าว ประดับบารมี 'เจ้าสัว' ที่แนบแน่นทหาร

มัวแต่ใส่ใจ ซิงเกิ้ล เก่าเอามาโปรโมทใหม่ หนักแผ่นดิน ที่มีคนบอกว่าฟาดเข้าไปร้อยล้านแล้วขั้นทดลองจ่ายให้อำนาจ ผบ.ทบ. ไม่นับรายได้ส่วนตัวขณะนี้ ยืนยันได้ว่าหนัก (งบประมาณ) แผ่นดิน ในระดับต้นๆ

(นอกจากเงินเดือน ผบ.ทบ. แสนสอง เงินเดือน คสช. หย่อนหน่อยแต่ก็เกือบแสนสอง เงินเดือน สนช. อีกแสนกว่า บวกเบี้ยประชุมยุทธศาสตร์ชาติครั้งละ ๖ พัน แถมเงินตอบแทนจากกองสลากแห่งชาติในฐานะประธานกรรมการเท่าไหร่ไม่รู้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ มีรายได้ปกติเหยียบๆ สี่แสน)


ผู้คนเลยอาจไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควรกับรายการประเคนให้ คสช.ตามต้องการ ที่ สนช. เร่งมือ ผ่าน ตอนตีนปลายอยู่ขณะนี้ คือ พรบ.ข้าวที่เข้าสู่การพิจารณาในวาระ ๒ ของ สนช.วันนี้ (๒๐ กุมภา) และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันหนักหน่วงมาเกือบอาทิตย์แล้ว

โดยเฉพาะในประเด็นที่จะทำให้ชาวนาไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ในปีต่อไปได้ หากไม่จดทะเบียนตามระเบียบของกรมการข้าว ไม่เช่นนั้นจะมีโทษจำคุก ๑ ปี และปรับไม่เกิน ๑ แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ

เรื่องนี้ถูกเปิดประเด็นตั้งแต่วันที่ ๑๐ ก.พ.โดยนักวิจัย ทีดีอาร์ไอ ที่กล่าวถึงร่างฯ มาตรา ๒๗ และ ๓๔ ซึ่งนอกจากจะให้อำนาจรับรองการพัฒนาและการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวต่อกระทรวงเกษตรฯ ผ่านกรมการข้าว

“และให้อำนาจเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถเข้าไปตรวจสอบโรงสีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ทั้งที่หน้าที่นี้ควรเป็นของกรมการค้าภายใน” ซึ่ง ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ชี้ว่า “การให้อำนาจนี้เสี่ยงต่อประเด็นการเรียกรับ (การทำมาหากิน) ของเจ้าหน้าที่”

เป็นเหตุให้รัฐบาล คสช. ผ่านทางรองโฆษกสำนักนายกฯ ออกมาแก้ต่างพร้อมทั้งขู่ว่า ข้อมูลที่แชร์กันแพร่หลายไม่ถูกต้อง “ผู้ที่โพสต์หรือส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือน อาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย”

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค ชี้แจงกรณีที่เป็นข่าว พรบ.ข้าวกำหนดความผิดชาวนาที่เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ “และยังเป็นกฎหมายที่เอื้อนายทุนด้วยนั้น” รองโฆษกฯ อ้างถึงบางเพจที่โวยเรื่องคุก ๕ ปี ปรับ ๕ แสน “รัฐบาลขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง”

ถึงอย่างนั้นก็ได้มีนักแสดงตลก (ป๋องแป๋ง มกจ๊ก) อัดคลิปครวญเพลงโอดเรื่องทุกข์ยากของชาวนา ที่มาถูกซ้ำเติมด้วย พรบ.ข้าว ออกแพร่หลายเกลื่อนแล้ว
 
มิใยรัฐมนตรีช่วยว่าการพาณิชย์ จะออกมาย้ำข้อแก้ตัวตามแถลงของนายกรัฐมนตรีด้วยว่า กระทรวงได้ทำการปรับแก้ร่างเดิมที่ส่งไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว “กระทรวงพาณิชย์ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น และเสนอความเห็นที่ควรปรับแก้ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว

ซึ่งในร่างฉบับที่จะเสนอสนช. พิจารณาในวันที่ ๒๐ ก.พ. นี้ ได้มีการแก้ไขตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอขอแก้เป็นส่วนใหญ่แล้วค่ะ” แก้อย่างไร รมช. ชุติมา บุณยประภัศร ไม่ได้ลงรายละเอียด จึงต้องหันไปหานักวิชาการเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรฯ

อจ.เดชรัตน์ สุขกำเนิด โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย “ขอเคลียร์เรื่อง ร่าง พ.ร.บ. ข้าว จากร่างที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. มาตราที่ห้ามมิให้คนที่ไม่มีใบรับรองพันธุ์ข้าวขายเมล็ดพันธุ์ข้าวคือ มาตรา ๒๖ (ตอนนี้ขยับเป็นมาตรา ๒๗ แล้ว)

มาตรานี้มีโทษจำคุก (ไม่เกินสองปี) และโทษปรับจริงตามที่เป็นข่าว (ระบุไว้ในมาตรา ๓๔) อย่างไรก็ดี มาตรานี้มีข้อยกเว้นไว้สำหรับ “ชาวนาที่ขายและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวจากที่นาที่เป็นของตนเอง”

แปลว่า ชาวนาถ้าปลูกข้าวในที่ดินของตนเอง ขายได้ และแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นได้ แต่หากเป็นชาวนาที่ไม่ได้ทำกินบนที่ดินของตนเอง (เช่น เช่านา) จะไม่ได้รับการยกเว้น แต่การให้ข่าวของหน่วยราชการบอกว่า “ชาวนาทั่วไปทำได้ไม่ผิด”

ตีความได้ว่า ร่างกฎหมายยกเว้นให้เฉพาะผู้ที่นำเมล็ดพันธุ์จากที่นาของตนเองไปขายหรือแลกเปลี่ยนเท่านั้น ถ้าเรานำข้าวที่ไม่ได้ปลูกในที่นาของตนเอง (เช่น แลกมาจากเพื่อน หรือเพื่อนให้มา หรือปลูกในนาเช่า) ไปขายหรือไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่นอีกทอดหนึ่ง เราจะผิดทันทีครับ (ถ้าเอามาปลูกไม่ผิดนะครับ)”

อจ.เดชรัตน์อธิบายเพิ่มเติมในโพสต์ของเขาภายหลัง (๑๙ ก.พ.) ว่าข้อเสียของ พรบ.ข้าวฉบับนี้อยู่ที่ทางการพยายามแก้ปัญหาจากมุมมองของข้าราชการ ที่ต้องการเข้าไปกำกับควบคุมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จึงได้มีบทลงโทษปรากฏอยู่

“แต่บทบาทของเครือข่ายชาวนาในการอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ข้าว กลับถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดายจากผู้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้” และจากการพูดคุยกับชาวนาและค้นคว้าวิจัยพบว่า มี หนามตำใจ พี่น้องชาวนากลุ่มนี้อยู่มากปัญหา

นับแก่การที่เจ้าของที่นาไม่เกื้อหนุนจุนเจือผู้เช่าที่ทำนาตามกฎหมาย การที่รัฐบาล คสช. ยกเว้นข้อบังคับผังเมืองเอื้อเจ้าสัวนายทุนเข้าไปตั้งโรงงานในพื้นที่ศักยภาพการผลิตข้าวชั้นดี มาตรการชดเชยต่อความเสี่ยงเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วมอ่อนมาก

บวกกับความล่าช้าและด้อยประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการในการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และความล้าหลังในการสนับสนุนระบบโลจิสติคส์กระจายสินค้า เหล่านั้นทำให้ชาวนากลายเป็นเบี้ยรองบ่อนของนายทุนใหญ่ๆ มาตลอด

ซ้ำร้ายในยุค คสช.ตลอดจะ ๕ ปีที่ผ่านมา เจ้าสัวรายใหญ่ๆ ไม่เพียงได้เป็นหุ้นส่วนประชารัฐของคณะรัฐประหารอย่างแนบแน่น ไม่ว่าเจ้าสัวเหล่านั้นจะเคยเป็นผู้ค้าอาหารสัตว์ โรงต้มเหล้า หรือค้าปลีกมาก่อน

เดี๋ยวนี้ทุกรายไม่เพียงมีเอี่ยวในโครงการเมกกะโปรเจ็คยักษ์ๆ ของ คสช. ไม่ว่าโทรคมนาคม ท่าเรือน้ำลึก อุตสาหกรรมไอที ฯลฯ เท่านั้น ต่างคนต่างยื่นมือควานลงไปในอ่างอุตสาหกรรมการเกษตรกันถ้วนหน้าด้วย

เจ้าสัวเหล่านี้มีนายทหารของ คสช.เข้าไปเป็นที่ปรึกษา กรรมการ ประดับบารมีกันสลอน จนทำให้นายทหารใหญ่บางคนบางรายเหลิงระเริงมากล้น เที่ยวชี้หน้าคนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า อย่าล้ำเส้น บ้าง หนักแผ่นดิน บ้าง

ระวังแล้วกันอย่าให้ เส้นของทั่น แผ่นดินของเธอว์ บางและเบาเสียจนก้าวล้ำและลอยล่องจนกู่ไม่กลับ


นายกลุงตู่ ไปเดินตลาดสด "ผมชอบเรื่องนี้ อ่านแล้วเบาสมอง"





"ผมชอบเรื่องนี้ อ่านแล้วเบาสมอง"
..นายกลุงตู่ ไปเดินตลาดสด ทักทายสอบถามพ่อค้าแม่ค้าทุกแผง จึงหยุดคุยกับแผงพ่อค้าขายหมู

นายก:“เป็นไง? ขายดีมั้ย ?”
พ่อค้า​: ปกติก็ขายดี แต่วันนี้ยังไม่ได้ขายเลย
นายก​: อ้าว...ทำไมล่ะ ?
พ่อค้า​: เพราะท่านมา ลูกค้าเลยเข้ามาไม่ได้

นายก​: อืม! งั้นผมช่วยอุดหนุน 2 กิโล
พ่อค้า​: ขายไม่ได้คับท่าน
นายก​: ทำไมละ ?
พ่อค้า​: เพราะท่านมา เขาห้ามเอามีดเข้ามา
นายก​: ไม่มีมีดก็ไม่เป็นไร ผมซื้อทั้งชิ้นเลย
พ่อค้า​: ก็ขายไม่ได้อีกนั่นแหละคับ

นายก​: อ้าว! ทำไมอีกล่ะ
พ่อค้า​: เพราะตอนท่านไม่มา ผมขายโลละ100 แต่พอท่านมา เขาบอกให้ผมขายโลละ 60 ผมขาดทุน 40 บาทคับท่าน

นายก​: งั้นก็คิดไปเลยโลละ100 ผมเอาชิ้นนี้
พ่อค้า​: ก็ขายไม่ได้อยู่ดีน่ะแหละคับท่าน
นายก​: ปั๊ดโธ่วว...อะไรอีกวะ​!?
พ่อค้า​: เพราะผมไม่ใช่พ่อค้าหมู ผมเป็นทหารนอกเครื่องแบบคับท่าน

นายก​: งั้นไปตามหัวหน้ามึงมาเดี๋ยวนี้เลย
พ่อค้า​: หัวหน้าผมก็กำลังขายผัก อยู่ตรงแผงโน๊นอ่ะคับท่าน! นั่นไงคับท่าน!..😖😥😂

Cr. หยิบเรื่องมาเล่าต่อ


Anan Lut


ระเบิดปลอมโผล่ - 555 ฮึ จะตัดงบกระทรวงกรูใช่ไหม ฮึ




พบระเบิด 2 ลูกวางในซอยกลางกรุง ตรวจสอบแล้วเป็นระเบิดปลอม เร่งตรวจกล้องวงจรปิดหาตัวคนมาวาง ตำรวจยังไม่ตั้งธงแรงจูงใจโยงไปถึงเรื่องเลือกตั้ง หรือแค่ขู่จากปัญหาส่วนตัว

วันที่ 19 ก.พ. เวลา 09.20 น. ตำรวจ สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุ มีผู้พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดจำนวน 2 ลูก วางอยู่ข้างถังขยะใกล้เสาไฟฟ้า ในซอยอินทามระ 55 เขตดินแดง กทม. จึงปิดถนนภายในซอยและกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากบริเวณเพื่อป้องกันอันตราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบและเก็บกู้พบวัตถุต้องสงสัยพบลูกหนึ่งเป็นระเบิดปลอม ลักษณะเป็นกระป๋องที่นำมาประกอบให้คล้ายวัตถุระเบิดแบบแสวงเครื่อง ส่วนอีกลูกคล้ายระเบิดชนิดซ้อมชนิดL56 ที่ไม่มีอานุภาพทำลายล้างซึ่งระเบิดชนิดนี้มีใช้ในราชการ

หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD)ได้นำวัตถุต้องสงสัยทั้ง 2 ลูกส่งพนักงานสอบสวนสน. สุทธิสารลงบันทึกและจะนำไปทำลายภายในสนามซ้อมต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร กล่าวว่า จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เพื่อค้นหาบุคคลต้องสงสัยเป็นอันดับแรก และซักถามถึงแรงจูงใจการก่อเหตุ แต่คาดว่าเป็นการกระทำเพื่อขู่ให้กลัวเท่านั้น ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นการสร้างกระแสในช่วงก่อนการเลือกตั้ง หรือเป็นความขัดแย้งของคนในพื้นที่กันเองหรือไม่ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนในเชิงลึกก่อนว่า ระเบิดลูกซ้อมนั้นมีเลขทะเบียนกำกับมาจากหน่วยงานราชการใด ก่อนนำไปตรวจสอบและทำลายต่อไป

ทั้งนี้ต่อมามีการยืนยันว่าเป็นระเบิดปลอมทั้ง 2 ลูก



เพลงหนักแผ่นดิน (ใหม่ เก่า) กระหึ่ม...


..




https://www.facebook.com/talearm/videos/10157232570438243/

เพลง #หนักแผ่นดิน v.2019
เนื้อร้อง : มิตรสหายท่านหนึ่ง
เรียบเรียง/ร้อง : ผม
คอรัส : มิตรสหาย

———-
#ชอบก็แชร์ด้วย จะได้มีกำลังใจผลิตผลงาน!!!
———-

คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน
ได้อาศัยกรมกอง เลี้ยงปากท้องทุกวัน
แต่ใจมัน ยังเฝ้าคิดจัญไร

คนใดเห็นไทยเป็นทาส
แต่อ้างชาติ เกณฑ์ลูกหลานคนไทย
เอาไปรบกับหญ้า ฆ่ากับมด เลี้ยงไก่
เหยียดคนไทยเป็นทาสของมัน

(สร้อย)
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน
คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน
คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)

คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย
ปลุกระดมกำลังพล สร้างความสับสนวุ่นวาย
เพื่อคนไทย แบ่งฝ่ายรบกันเอง

คนใด ขายชาติให้คนอื่น
ชาติเดียวกัน พวกมึงยืนข่มเหง
ขายแผ่นดินสัมปทาน รัฐประหารไทยกันเอง
ทีชาติอื่นเกรง ดังพ่อของมัน

(สร้อย)

คนใด ขายตน ขายชาติ
ได้โอกาส ขยายอำนาจกลุ่มทุน
สวาปามสัมปทาน แจกกันบาน ไม่ประมูล
จนคนไทย สิ้นสูญกิจการ

คนใด คิดร้ายราวี ก่อคดี ยึดสถานที่ราชการ
เกื้อหนุนอคติ เป็นพวกลัทธิ อันธพาล
ปิดถนน ยึดทำเนียบ สนามบิน

(ซ้ำท่อนสร้อย 2 ครั้ง)

..



https://www.facebook.com/GoodLordAbove/videos/352721461985989/

...

..



ทษช. ยืนยันเดินหน้าต่อ!







‘พฤษภา 35’ ใครมาบ้างยกมือขึ้น ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาเสมอ เราเรียนรู้อะไรจากเธอบ้าง





‘พฤษภา 35’ ใครมาบ้างยกมือขึ้น


21 May 2018 - กองบรรณาธิการ


ประเด็นเรื่อง ‘นายกรัฐมนตรีคนนอก’ ชวนเรากลับไปทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง เงื่อนไขทำนองเดียวกันเคยเป็นชนวนเรียกคนหนุ่มสาว นักคิด นักวิชาการ นักการเมือง และพลังของประชาชนจำนวนมากให้ลุกขึ้นสู้ กระทั่งเกิดเหตุการณ์ ‘พฤษภาทมิฬ’ เมื่อ 26 ปีที่แล้ว

ผ่านสองทศวรรษครึ่ง เราเคยคิดว่าเรื่องนี้ได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วว่าความพยายามดังกล่าวจะพาประเทศชาติไปสู่อะไร แต่วันดีคืนร้ายกลายเป็นว่าเรื่องนี้ต้องกลับมาถกเถียงอีกครั้งราวกับประเทศนี้ไม่มีประวัติศาสตร์

เราขุดคุ้ยคลังภาพที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก นิตยสารอาทิตย์-ข่าวพิเศษ ก่อนพบว่ามีภาพจำนวนมากที่ถูกบันทึกไว้แต่ปรากฏสู่สายตาคนน้อยมากจนถึงอาจไม่เคยเห็นเลย อย่างน้อยก็ในมุมนี้

ภาพเก่าในช่วงปี 2534 – 2535 ซึ่งเป็นสถานการณ์คาบเกี่ยวกัน พาเราไปพบผู้คนวันนั้น เห็นเจตนารมณ์ของวันวาน ขณะเดียวกันก็พาเรากลับไปทบทวนเส้นทางของเหตุการณ์ ผู้คน ในปัจจุบัน เผื่อช่วยย้ำเตือนความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้บ้าง และที่สำคัญคือตรวจสอบปัจจุบัน ว่าหลักยึดจุดยืนของเรายังมั่นคงอยู่ไหม

…..

นักการเมืองหญิงที่ออกมาต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ รสช.



ใครมาบ้าง

ดูภาพเต็ม ๆได้ที่...
https://waymagazine.org/thailand-black-may-1992-who-was-there/

#สุมหัวคิด ถอดรหัส "เพลงหนักแผ่นดิน" กับ พล.ท.พงศกร รอดชมพู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย




https://www.facebook.com/soomhuakid/videos/708780439519515/


มันส์... ตัดงบทหาร ปฏิรูปกองทัพ? | ถามตรงๆกับจอมขวัญ | 19 ก.พ.62




https://www.youtube.com/watch?time_continue=5&v=9gdsGkXpPwg

Thairath
Published on Feb 19, 2019

ศึกเลือกตั้งครั้งนี้หลายพรรคต่างชูนโยบาย ลดงบทหาร เลิกการเกณฑ์ทหาร เพื่อปฏิรูปกองทัพ ขณะที่ ผู้บัญชาการทหารบก ซัดกลับ ไล่ให้ไปฟัง “เพลงหนักแผ่นดิน” ตัดงบทหาร ปฏิรูปกองทัพ ทำได้จริงหรือไม่ ร่วมถกกันกับ พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ โฆษกพรรครวมพลังประชาชาติไทย


วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 19, 2562

อุบาทว์การ ‘หนักแผ่นดิน’ ดูเหมือนจะเป็น ๖ ตุลา ‘Revival’


อุบาทว์การของวาทกรรม หนักแผ่นดินที่กำลังปั่นป่วนสังคมขณะนี้ ดูเหมือนจะเป็น ๖ ตุลา ‘Revival’ คืนชีพ เห็นได้จากคนที่จุดกับคนที่โหมกระพือ ยังขาดก็แต่บทบาทคนลงมือ จะหือแรงได้เหมือนครั้งก่อนหรือไม่

คนที่จุดไฟคราวนี้ชื่อแรกอักษร จ. ชื่อสกุล Yugala อำมาตย์ดั้งเดิม ศักดินา ญาสิทธิราช คนกระพือคือขุนศึกสมัยไล่ยิงเข่นฆ่า เสื้อแดงเดี๋ยวนี้ใหญ่คับแผ่นดินภายใต้ม่านฟ้าฝ่าละอองฯ คนลงมือยังอึ้งอั้นกันไว้ภายใน พรรคการเมืองหน่วยฟอกขาวประชาธิปไตยให้กับนักรัฐประหาร ชื่อย่อคลับคล้าย รสช.

ทั้งสามประสานเกี่ยวพันกันล้ำลึก พร้อมที่จะจุดติดได้เหมือนเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ที่ตำรวจชายแดน กระทิงแดง นวพล ลูกเสือชาวบ้าน อาวุธพร้อมมือทั้งปืนผา มีด ไม้ ระดมถล่มที่ชุมนุมของนักศึกษาใน ม.ธรรมศาสตร์ ตายไปนับได้เกือบ ๘๐ ราย นับไม่ได้และหนีหายเข้าป่าอีกบานเบอะ

ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์รัฐศาสตร์ มธ. ฟื้นความหลังไว้บนทวิตเตอร์ถึงเพลง หนักแผ่นดินที่ถูกจุดและโหมโดยหม่อมเจ้าจุลเจิมกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ว่า “เป็นเพลงที่ขบวนการฝ่ายขวาใช้ปลุกระดมความเกลียดชังต่อนักศึกษา และประชาชนที่เคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมทางสังคมหลัง ๑๔ ต.ค.

การปลุกระดมทำผ่านวิทยุของหน่วยความมั่นคง กองทัพและสื่อฝ่ายขวา จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมสังหารหมู่นักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ในวันที่ ๖ ต.ค. ๒๕๑๙” นักวิชาการผู้นี้ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า “เพลง #หนักแผ่นดิน เข้าข่ายเป็น hate speech” วาทกรรมสร้างความชิงชัง ทำให้ผู้คนต่างความคิดใช้ความรุนแรงฆ่าแกงกัน
 
ณ เวลานี้ ภายในสโมสรกองทัพบกโหมเปิดเพลงกระตุ้นความชิงชังนี้อยู่ทุกวัน ๓ เวลา โดยพันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบกชี้แจงว่า “ผู้บัญชาการทหารบกสั่งการให้กรมกิจการพลเรือนทหารบก เปิดเพลงที่มีเนื้อหาปลุกใจกำลังพล ในวิทยุเครือข่ายกองทัพบกทั่วประเทศ”

เพื่อ “เน้นปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ รักแผ่นดิน มีความจงรักภักดี” ทั้งนี้จะเปิดสลับกับเพลงปลุกใจอื่นๆ เช่น เราสู้หนัก รักกันไว้เถิด เกิดเป็นไทย สยามานุสติ และสามัคคีสี่เหล่า เป็นต้น แต่ หนักแผ่นดิน จะเป็นตัวชูโรง

จึงเป็นที่กังขาว่านี่เป็นการปลุกระดมทหารด้วยยุทธวิธีก่อกวนให้น้ำขุ่นก่อนจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ในเมื่อคนจุดนั้นแสดงตนในที่สาธารณะว่าไม่ต้องการเลือกตั้ง แม้ระยะหลังๆ มักจะทำเนียนมุสาปะหน้าไว้ก่อนว่า “มิได้จะพูดถึงเรื่องการเมืองแต่อย่างใด”

คนโหมก็ทำเนียน อิเหนาเป็นเอง เช่นกัน เที่ยวกร่างเตือนฝ่ายการเมืองตรงข้ามของพรรค คสช. อย่าล้ำเส้น เพียงเพื่อจะเป็นเสียเอง ในเมื่อถูกนักข่าวตั้งคำถามว่า มีพรรคการเมืองกำหนดนโยบายตัดงบประมาณกองทัพลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อนำไปช่วยสร้างรายได้แก่คนรุ่นใหม่ในประเทศ

เท่านั้น ผบ.ทบ.ก็เอาเชียว ถีบกลับให้ไปฟังเพลง #หนักแผ่นดิน พอถามรัฐมนตรีกลาโหม พี่ใหญ่รองหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เอาบ้าง “ให้ไปฟังเพลงที่ ผบ.ทบ. บอกให้ฟัง”

จึงได้มีใครต่อใครออกมาโต้กลับกันเป็นทิวแถว นุ่มๆ แต่หนัก ก็ว่าที่นายกฯ เสนอโดยพรรคเพื่อไทย หญิงหน่อยบรรจงตอบว่า ทีกับคนเสนอตัวเป็นนายกฯ ที่มาจากคณะรัฐประหาร ผบ.ทบ. “ที่มีท่าทีอ่อนน้อมอย่างยิ่ง” 
แต่กับฝ่ายที่มาทางสายประชาชนกลับแข็งกร้าว “ทั้งที่โดยสถานะผบ.ทบ. ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง” อีกทั้ง “งบประมาณที่ขอแบ่งมา ๑๐% นี้เป็นจำนวน เพียง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณกระทรวงกลาโหม ทั้งหมด กว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท”

และยืนยันว่างบประมาณที่ ขอแบ่ง จากทหารนี้ “จะไม่กระทบต่อการดูแลรายได้ และสวัสดิการของกำลังพล” ขณะที่โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ทะลวงเข้าไปถึงประเด็นที่ว่า “การที่กองทัพแสดงท่าทีอย่างนี้ ยิ่งมีเหตุผลจำเป็นมาก ว่าจะต้องมีการปฏิรูปกองทัพ

...สร้างระบบเสนาธิการร่วมให้รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ” น.ส.พรรณิการ์ วานิช ให้สัมภาษณ์จัดหนักพอดูว่า “ไม่มีใครหนักแผ่นดิน ทุกคนหนักเท่ากันบนแผ่นดินนี้ ทำงานจ่ายภาษีเหมือนๆ กัน แต่ที่เรารู้แน่ๆ คือ งบประมาณกองทัพหนักและเป็นภาระแผ่นดินมากเกินความจำเป็น”

คุณช่อ อนาคตใหม่ย้ำด้วยว่าถ้าอยากฟังเพลงที่ทันสมัย ควรฟัง ประเทศกูมีหลายๆ รอบจะดีกว่า “เพลงประเทศกูมียอดวิวกว่า ๕๖ ล้านวิว เทียบกันแล้วย่อมเห็นได้ว่าประชาชนต้องการฟังอะไร และมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร ทุกคนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศ”

ส่วนคำตอบโต้ต่อเลขาฯ คสช. ของหัวหน้าพรรคเสรีนำไทยไปไกลกว่า บอกให้ “ผบ.ทบ.ไปฟังเสียเองก็หมดเรื่อง” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส สาวไส้กลับไปยาวถึงช่วงอายุขัยบุพการีของ เด็กเมื่อวานซืนว่า “พ่อเค้ายึดอำนาจมา แถมก่อนตายยังถูกฟ้องแย่งสมบัติ เกือบ ๓ พันกว่าล้าน เอาเงินมาจากไหนหรือ ยึดอำนาจมันรวยนัก”

มหากาพย์ของ บิ๊กจ๊อด พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ หัวหน้ารัฐประหาร 'รสช.' ยึดอำนาจรัฐบาล ชาติชาย ชุณหะวัน (๒) เมื่อปี ๒๕๓๔ เป็นอย่างไร พอดี ไทยรัฐออนไลน์ ขุดขึ้นมาตีแผ่ไว้ทันใจให้อ่านอย่างซึมซับกัน ที่นี่ http://www.thairath.co.th/content/1499115


ไม่เพียงเท่านั้น การ “ไล่ไปฟังเพลง #หนักแผ่นดิน ทำให้เรารู้จัก ผบ.ทบ. และกองทัพมากขึ้น” Weeranan Kanhar ตั้งข้อสังเกตุไว้ถึงเรื่อง “ทรัพย์สิน ฐานะทางสังคมแต่ละคนในครอบครัวของ ผบ.ทบ.” ที่อย่างน้อยๆ ตอนนี้มีโผล่ออกมาแล้ว
 
จากบทความมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ ๙-๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เนื้อหาบ่งถึง ดร.อ้อผู้เป็นแรงใจ บิ๊กแดง ~Voteจ้า @iamasiam เสริมว่า “หนักแผ่นดินคือมายา หนักกระเป๋า สิของจริง” ชนิดที่ ‘Boeing @b969 เอาไปทวี้ตซุบซิบ “แกๆ เมียผบ.ทบ.เป็นกรรมการอิสระบริษัทไทยเบฟฯ ด้วยหละ”

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปจะมีเบื้องลึกของเก่าคดี ค้ามนุษย์ ที่ วิคตอเรีย ซีเคร็ท ซึ่งจบไปอย่างรวดเร็วนานแล้ว หลุดออกมาใหม่ด้วยไหม แว่วๆ ว่าข้อมูลมีอยู่แล้วไม่น้อยในตอนนี้

ชัยเกษม’ ถามผบ. ทบ. ฟังเพลงหนักแผ่นดิน เตือนใจตัวเองหรือเตือนใคร + รู้สึกเป็นห่วงวิธีคิดของ ผบ.ทบ.





ชัยเกษม’ ถามผบ. ทบ. ฟังเพลงหนักแผ่นดิน เตือนใจตัวเองหรือเตือนใคร

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยระบุ เดินหน้าแคมเปญปฏิรูปกองทัพ ปรับลดงบประมาณ ติง ผบ.ทบ. ทำบรรยากาศเลือกตั้งเสีย เหมือนทหารเป็นข้าราชการที่แตะต้องไม่ได้

“ถ้าถามผม ผมว่ามันไม่มีอะไรเกี่ยวกัน เพราะเดาใจท่านไม่ถูก แม้ท่านจะพูดต่อเนื่องว่ามีความเห็นกับความเห็นของคุณหญิงหน่อยว่าอย่างไร แล้วท่านก็ตอบว่าให้ไปฟังเพลง ผมก็ไปฟังเพลงแล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านหมายความว่าอย่างไร ว่าท่านเตือนตัวเอง หรือท่านเตือนคุณหญิงหน่อย หรือเตือนผม หรือยังไง มันไม่ความชัดเจน แมนๆ พูดออกมาให้ชัดเลยดีกว่าครับว่าจะเอายังไง”

นายชัยเกษมตั้งคำถามพร้อมทั้งระบุด้วยว่า ถ้าการออกมาพูดของ ผบ.ทบ. เป็นการปรามให้หยุดพูดเรื่องการปฏิรูปกองทัพ หรือหยุดพูดเรื่องการปรับลดงบประมาณทหารก็เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง

“ก็น่าเป็นห่วง เพราะเมื่อออกมาในลักษณะแบบนี้แล้วคนก็ชักจะสงสัยว่าเอ๊ะท่านมีวัตถุประสงค์อย่างไร ซึ่งก็ทำให้มันทำลายบรรยากาศของการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นจริงๆ ผมอยากให้ถามท่านชัดๆ ว่าท่านหมายความว่าอย่างไร”

ทั้งนี้นายชัยเกษมระบุว่า หากไม่ต้องการให้หาเสียงด้วยประเด็นนี้ก็ให้ออกคำสั่งโดยอาศัยมาตรา 44 ออกมาเลย
“ถ้าท่านจะทำอย่างนั้นว่าไม่ให้ทำไม่ให้พูดไม่ให้มาหาเสียงเรื่องนี้ท่านก็พูดออกมาตรงๆ เพราะท่านก็เป็นเลขาธิการของ คสช. ก็ให้ คสช. ออกคำสั่งมาเลยครับว่าการออกมาหาเสียงห้ามพูดถึงการตัดงบประมาณของทหาร ห้ามพูดถึงเรื่องการปฏิรูปทหาร ถ้าเป็นคำสั่งออกมาตามมาตรา 44 ผมเองก็ไม่ฝ่าฝืนละครับ ยินดีปฏิบัติตาม คุณหญิงหน่อยก็น่าจะยินดีปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน” อดีตอัยการสูงสุดกล่าวและว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง และทำลายบรรยากาศการเลือกตั้ง

ทั้งนี้หากไม่มีคำสั่งห้าม ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้ารณรงค์เป็นหนึ่งในประเด็นหาเสียงขอพรรคต่อไป โดยนายชัยเกษมระบุด้วยว่ามี 3 ประเด็นใหญ่ในการปฏิรูปกองทัพ ได้แก่ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ปรับลดจำนวนนายทหาร และการนำที่ดินของทหารออกมาใช้ประโยชน์

“ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พรรคเพื่อไทยก็คงจะต้องเดินตามนั้นต่อไป แต่ทำได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร เราไม่ใช่พรรคที่จะหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะฉะนั้น จะทำอะไร เมื่อถึงเวลาแล้วก็ต้องคุยกัน บางอย่างที่มันเกินเลยในเรื่องของกองทัพ สมควรต้องตัดออกก็ต้องตัดออก อะไรที่มีความจำเป็นต่อกองทัพ ก็ต้องให้ แต่ผมยังเชื่อว่าจากที่ผ่านมา เนื่องจากว่าไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาลที่ปกติ ที่ผ่านมางบประมาณของกองทัพ-ถ้าดูจากข่าว ก็ใช้เกินเลยไปมาก อย่างเช่น ซื้อเรือดำน้ำ ผมคิดว่าประชาชน เจอใครก็บอกว่าไม่เห็นด้วยทั้งสิ้น ซึ่งแบบนี้ก็อาจจะต้องมาคุยกันว่าจำเป็นอย่างไร ไม่ใช่ถึงเวลาก็มาหั่นๆๆๆ ทุกอย่างเป็นไปตามความเหมาะสม ตามเหตุผลอันสมควร”
ทั้งนี้ นายชัยเกษมระบุว่า ประเด็นการปฏิรูปกองทัพและลดงบประมาณทหาร เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้รับการสะท้อนมาจากประชาชน และเขาเห็นว่ามีพรรคการเมืองที่เห็นสอดคล้องกันในประเด็นดังกล่าวด้วย

"ผมเองก็เคยเห็นพ้องกับบางพรรคการเมืองด้วยซ้ำว่า เรื่องการเกณฑ์ทหารก็มีข่าวออกมามากมาย เกณฑ์ไปแล้วก็ไปใช้เขาผิดวัตถุประสงค์ เกณฑ์ไปแล้วก็ไปทำให้เขาบาดเจ็บเสียหาย"

“จริงๆ คนอยากเป็นทหารมีเยอะ แต่เมื่อเขาอยากเป็นทหารแล้วให้เขาสมัครใจไปเป็นก็จะได้ทหารที่ดี และผมเชื่อว่าถ้าเราปรับปรุงสวัสดิการคนเข้าไปเป็นทหารแล้ว ต้องได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกว่านี้ ลดจำนวนแต่คุณภาพดีขึ้น ขณะเดียวกันต้องฝึกเขา เป็นการฝึกที่ทำประโยชน์ให้กับสถาบันทหารได้จริงๆ อย่าไปฝึกเขาเลี้ยงไก่ อย่าไปฝึกเขาซักผ้า อย่าไปฝึกเขาล้างรถ ซึ่งพวกนี้มันไม่ใช่กิจที่จะให้พลทหารเขาไปทำ นอกจากดูไม่ดีแล้ว ผมว่ามันจะเสื่อมเกียรติของทหารด้วยซ้ำ” นายชัยเกษมกล่าว

ที่มา FB

Somsri Chantorn




ooo




รู้สึกเป็นห่วงวิธีคิดของ ผบ.ทบ.

ที่ถือเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ของประเทศ ที่มีท่าทีอ่อนน้อมอย่างยิ่งกับคนที่เสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่มีที่มาจากการรัฐประหาร แต่แข็งกร้าวกับคนที่เสนอตัวมาเป็นตัวแทนประชาชนตามครรลองประชาธิปไตยแบบไร้เส้น ทั้งที่โดยสถานะผบ.ทบ. ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ถ้าจะต้องให้บอกว่า จะเพิ่มงบให้กระทรวงกลาโหมจากแสนกว่าล้านบาทเป็นสองแสนกว่าล้านบาท แบบที่รัฐบาลนี้ทำ จึงจะเป็นคนไม่หนักแผ่นดินในสายตา ผบ.ทบ.

ดิฉันจะขอยืนยันในความถูกต้อง ที่ได้เสนอขอปรับลดงบกระทรวงกลาโหมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน ที่ประชาชนคนส่วนใหญ่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส กับปัญหาปากท้อง และในเวลานี้ยังไม่ปรากฏภัยคุกคามทางความมั่นคงของประเทศ ถึงขั้นจะต้องใช้กำลังคนและ อาวุธยุทโธปกรณ์มากไปกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ดิฉันขออนุญาตพูดอีกครั้งหนึ่ง
เผื่อผู้มีอำนาจจะฟังบ้าง เราเสนอให้ลดงบประมาณลงเพียง 10% ในส่วนที่ใช้ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่เราเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องซื้ออย่างมากมายในสภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศที่แย่อย่างทุกวันนี้

เราชวนกลาโหมให้มาช่วยกันสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับคนรุ่นใหม่ และประชาชนคนตัวเล็ก ๆ ในภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำและตำแหน่งงานน้อยลง งานหายากขึ้น และคนจะตกงานมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ จากภาวะเศรษฐกิจ และความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เข้ามากระทบต่ออาชีพต่าง ๆ
ซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนคนไทยและเด็กรุ่นใหม่ของเรา

งบประมาณที่ขอแบ่งมา 10% นี้เป็นจำนวน เพียง 20,000 ล้านบาท จากงบประมาณกระทรวงกลาโหม ทั้งหมด กว่า 200,000 ล้านบาท จะเอามาช่วยคนรุ่นใหม่ให้มีอาชีพ ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเด็กรุ่นใหม่ และประชาชนได้ มากกว่า30,000 คนต่อปีซึ่งเป็นการให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้มาเป็นกำลังในการผลิตและสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ทหารและงบประมาณทหารมีความจำเป็น แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็นและใช้ให้มีประสิทธิภาพต่อการพัฒนากำลังพลและศักยภาพของกองทัพ

การเสนอให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ให้ใช้ระบบสมัครใจเข้ารับราชการ จะ เป็นการพัฒนาบุคลากรที่เข้ารับราชการทหารเพราะได้เข้ามาด้วยความเต็มใจก็จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะใช้งบประมาณน้อยกว่า

เรายืนยันว่างบประมาณส่วนที่ขอแบ่งมาจากงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพียง 10% นี้จะไม่กระทบต่อการดูแลรายได้ และสวัสดิการของกำลังพล ตรงกันข้ามเรากลับมองว่า เราควรจะสนับสนุนในการเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อย เพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สมกับความเสียสละของเขาที่ถือเป็นเหล่าทหารกล้า

โดยส่วนตัวดิฉันชื่นชมทหารที่เป็นทหารอาชีพ เพราะเขาเหล่านั้นเป็นผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และสนับสนุนให้ทหารอาชีพเหล่านี้ได้มีเกียรติมีศักดิ์ศรี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

แต่ดิฉันไม่ชื่นชมทหารที่มาทำรัฐประหารยึดอำนาจจากประชาชน

ผลิตโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
พรรคเพื่อไทย 

ที่มา FB