https://x.com/webdevxp/status/2059863732302627130
.....
จริงหรือไม่ ที่มีคนบอกว่า บริษัทเอไออย่าง Open AI, Anthropics, Google ไม่สามารถดำเนินการทำข้อตกลงทางธุรกิจโดยตรงกับรัฐบาลประเทศต่างๆ ได้ หากรัฐบาลประเทศใดอยากจะซื้อสินค้ากับบริษัทเหล่านั้น จำเป็นต้องผ่านบริษัทตัวกลาง
Thoughts
ไม่จริง โดยรวมแล้ว ข่าวลือหรือคำกล่าวนี้ไม่ถูกต้อง หรืออย่างน้อยก็พูดเกินจริงและไม่ครอบคลุมบริบทจริงของการทำธุรกิจกับรัฐบาล
บริษัท AI เหล่านี้ทำข้อตกลงโดยตรงกับรัฐบาลได้
จากข้อมูลล่าสุด (ปี 2025-2026):
OpenAI: มีข้อตกลงโดยตรงกับรัฐบาลสหรัฐฯ หลายรายการ เช่น
ข้อตกลงกับ GSA (General Services Administration) สำหรับ ChatGPT Enterprise ให้หน่วยงานรัฐบาลกลางในราคา $1 ต่อหน่วยงาน
สัญญากับ Department of Defense (Pentagon/Department of War) มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ (รวมถึง classified work)
ผ่าน AWS และ Microsoft Azure แต่ก็มีสัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐบาล
OpenAI for Government และการเป็น vendor บน GSA Multiple Award Schedule
Anthropic:
เคยได้รับสัญญา $200 ล้านกับ DOD โดยตรง
มีข้อตกลงกับ GSA สำหรับ Claude Enterprise/Gov ในราคาพิเศษ
ต่อมามีปัญหากับ DOD เรื่อง guardrails (mass surveillance, autonomous weapons) จนถูกระบุเป็น “supply chain risk” ในบางกรณี แต่ก่อนหน้านั้นก็ทำสัญญาโดยตรงได้
Google (Gemini / DeepMind):
มีสัญญากับ Pentagon และรัฐบาลหลายประเทศโดยตรง
ขาย Gemini for Government ผ่าน GSA ในราคาต่ำ
มี Project Nimbus กับรัฐบาลอิสราเอล (cloud + AI) และสัญญากับรัฐบาลสหรัฐฯ อื่น ๆ
บริษัทเหล่านี้มีทีม Government Sales / Public Sector โดยตรง และประกาศข้อตกลงกับรัฐบาลบ่อยครั้ง
ทำไมบางคนถึงคิดว่าต้องผ่าน “ตัวกลาง”?
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล (โดยเฉพาะสหรัฐฯ): รัฐบาลมักใช้ GSA Schedule, FedRAMP, หรือ reseller อย่าง Carahsoft, Amazon Web Services, Microsoft เป็นช่องทางหลัก เพราะสะดวก ถูกกฎหมาย และมีราคาตกลงล่วงหน้า (Blanket Purchase Agreements) นี่เป็น มาตรฐานทั่วไปของการจัดซื้อ IT/Software ไม่ใช่กฎห้ามขายตรง
สำหรับงาน classified (ลับ) มักต้องผ่าน cloud provider ที่ได้รับการรับรอง (AWS, Azure, Google Cloud) เพื่อความปลอดภัย
ในบางประเทศ (รวมถึงไทย) อาจมีกฎระเบียบการจัดซื้อของรัฐที่บังคับใช้ตัวแทนในประเทศ (local partner) หรือผ่าน e-Government Procurement แต่ไม่ใช่เพราะบริษัท AI ห้ามขายตรง
สรุป
บริษัท OpenAI, Anthropic, Google สามารถและกำลัง ทำข้อตกลงทางธุรกิจโดยตรงกับรัฐบาลหลายประเทศ (โดยเฉพาะสหรัฐฯ) อยู่เป็นประจำ การใช้ตัวกลาง (reseller, cloud partner, GSA) เป็นวิธีการจัดซื้อมาตรฐานของรัฐบาล ไม่ใช่ข้อห้ามของบริษัท AI
ถ้ามีข่าวลือแบบนี้ มักมาจากการเข้าใจผิดระหว่าง “ขายตรง vs ผ่าน procurement vehicle” หรือกรณีพิเศษอย่าง Anthropic ที่มีปัญหาการเมืองกับ DOD ชั่วคราว
หากคุณหมายถึงประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นพิเศษ (เช่น ไทย) บอกเพิ่มเติมได้ ผมจะช่วยหาข้อมูลเจาะลึกกว่านี้
Pawoot.com@pawootวันนี้ผมได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถามสดในสภา กับทาง รมว.กระทรวง DE คุณไชยชนก ชิดชอบ ถึงเรื่องโครงการ TH-AI Passport ที่รัฐบาลจะแจก AI ให้คนไทย 5 ล้านคน มูลค่า 1,621 ล้านบาท
.
ฟังคำตอบแล้วยิ่งงงกว่าเดิมครับ.! (แนะนำถ้ามีโอกาสได้ดูคลิปการตั้งกระทู้ถาม จะเข้าใจมากขึ้น)
.
---
#เริ่มจากคำถามแรก ทำไมต้องแจก AI ให้ 5 ล้านคน?
.
เพราะได้ยินจากเจ้าหน้าที่ สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) หน่วยงานภายใต้การกำกับของท่านรัฐมนตรีเองนั่นแหละ ชี้แจงในกรรมาธิการว่า วิธีคิดง่ายมากเลย กองทุนมีเงินเหลือ 1,500-1,600 ล้าน เอาหารด้วยราคา AI หัวละ 300 บาท ก็ได้ 5 ล้านคนพอดี ฟังแล้วตกใจ ว่าตัวเลข 5 ล้านคน ไม่ได้มาจากความต้องการของประชาชนเลย
.
รัฐมนตรีตอบว่ามาจากการศึกษา AI Adoption Rate ของโลก ต้องการดันไทยขึ้นไปแข่งกับเวียดนาม แต่ที่น่าสังเกตคือรัฐมนตรีพูดตรงๆ เลยว่า "ผมไม่ทราบว่าหน่วยงานไปชี้แจงยังไง"
.
แปลว่ารัฐมนตรีกับ สดช. ให้เหตุผลคนละชุดกัน คนหนึ่งบอกคิดจากเงินที่เหลือ อีกคนบอกคิดจากตัวเลขโลก แล้วใครพูดความจริงครับ?
.
.
---
#คำถามที่สอง ทำไมโครงการนี้ประกาศและเปิดให้ยื่น ภายในแค่ 34 วัน? ซึ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุน DE
.
โครงการ 1,600 ล้านบาท ประกาศวันคริสต์มาส ให้เวลายื่นซองแค่ 34 วัน ทั้งที่โครงการระดับนี้ปกติใช้เวลา 3-6 เดือน แล้วยังมีสิ่งที่รู้สึกว่าบังเอิญเกินไปหลายอย่างมากในโครงการนี้
.
#บังเอิญแรก กลุ่มบริษัทที่มาทำราคากลาง กลายมาเป็นผู้ชนะประมูลเอง และชนะด้วยราคาต่ำกว่าราคากลางที่ตัวเองกำหนดแค่ 1.5% พอดิบพอดี
.
#บังเอิญที่สอง TOR บังคับให้โฆษณาผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา ทำไมโครงการ AI ต้องบังคับโฆษณาผ่านร้านสะดวกซื้อ? และมีกลุ่มทุนสื่อรายเดียวที่ถือครองสิทธิ์จอเหล่านั้นในประเทศไทย และกลุ่มทุนนั้นบังเอิญอยู่ในกิจการร่วมค้าที่ชนะประมูลด้วย
.
#บังเอิญที่สาม บริษัท 3 รายที่มาทำราคากลางโครงการนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำราคากลางโครงการ Big Data และคลังหน่วยกิตของกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาฯ รวมกันเป็นหมื่นล้านบาท
.
#บังเอิญที่สี่ กลุ่มบริษัทเดียวกันนี้ยังได้งานโครงการแข่งรถ Moto GP ที่บุรีรัมย์อีกด้วย (กลุ่มบริษัทนี้เก่งจัง ทำงานได้หลากหลายจริงๆ)
.
มันจะบังเอิญขนาดนี้ได้ยังไงครับ?
.
รัฐมนตรีตอบว่ากระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 5 เดือน มีประชาพิจารณ์ตามกฎหมาย และ TOR มี 33 หน้า ส่วนที่เกี่ยวกับสื่อมีแค่ 2 หน้า
.
มีจุดที่น่าสังเกตุ 2 จุด คือ
- หนึ่ง 5 เดือนเป็นการนับกระบวนการภายใน แต่เอกชนรายอื่นรู้จากวันประกาศ ซึ่งให้เวลาแค่ 34 วันจริงๆ ในทางปฏิบัติไม่มีทางเตรียมตัวการยื่นเสนอโครงการขนาดนี้ได้ทัน "ยกเว้นมีวงใจรู้ข้อมูลล่วงหน้า" หรือ "เป็นคนเขียนสเป็กเอง"
- สอง ความผิดกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า แค่บรรทัดเดียวที่ล็อกสเปกให้รายเดียวได้ประโยชน์ก็ผิดกฎหมายแล้ว ซึ่งใน 2 หน้าที่ท่านบอกมาว่าเป็นรายละเอียดของสื่อโฆษณาของโครงการ ก็เต็มไปด้วยการ ล๊อกสเป็กแล้ว
.
.
#คำถามที่สาม คุ้มค่าจริงหรือ?
.
ถ้าจะให้คนไทย 5 ล้านคนใช้ AI จริงๆ ไม่จำเป็นต้องซื้อแยก Account ให้แต่ละคน แค่ซื้อ Token เหมามาแบ่งกันใช้น่าจะใช้เงินหลักร้อยล้าน ไม่ใช่ 1,500 ล้าน
และทำไมต้องซื้อผ่านบริษัทตัวกลาง ทั้งที่สิงคโปร์ดีลตรงกับ OpenAI แล้วยังได้ OpenAI มาตั้งแล็บในประเทศอีก 300 ล้านดอลลาร์
.
รัฐมนตรีตอบว่าดีลตรงทำไม่ได้เพราะผิด Company Policy และกฎหมายไทย และถ้าซื้อตรงข้อมูลจะไหลออกนอกประเทศ พร้อมยืนยันว่าคุ้มค่าเพราะตกหัวละแค่ 27 บาทต่อเดือน ถูกกว่าสิงคโปร์ 20 เท่า
.
แต่ที่สังเกตได้คือโครงการรัฐไทยอื่นๆ เคยดีลตรงกับ Microsoft Azure และ AWS ได้มาแล้ว แล้วทำไมโครงการนี้ทำไม่ได้? อ้าวว....
.
และที่รัฐมนตรีบอกว่าซื้อตรงไม่ได้เพราะข้อมูลจะไหลออกนอกประเทศ แต่โครงการนี้ใช้ AI ต่างชาติ 8 แบรนด์เป็นหลักอยู่แล้ว ข้อมูลก็ยังต้องไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ต่างชาติอยู่ดี แล้วต่างกันตรงไหนครับ?
.
.
แล้วก็มีคำถามสุดท้ายที่ผมถามว่าเครือข่ายบริษัทเชื่อมโยงกับพรรคอย่างไร "ซึ่งรัฐมนตรีไม่ตอบเรื่องนี้เลย" แต่ปิดท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ผมตกใจที่สุดในวันนี้.! อ่านดีๆ นะครับ...
.
"ใครจะได้รับงาน ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้เป็นประเด็น และเป็นเรื่องของผม"
.
เงิน 1,621 ล้านบาทนี้ไม่ใช่เงินส่วนตัวของท่านนะครับ มันคือเงินภาษีของประชาชนทุกคน การบอกว่าใครได้งานไม่ใช่ประเด็น ผมคิดว่ามันคือการปฏิเสธความรับผิดชอบในสิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน
.
ผมขอเรียกร้องให้ "ระงับการเปิดลงทะเบียนโครงการนี้" ที่กำลังจะเปิดเดือนหน้าไว้ก่อน แล้วส่งให้ สตง. และ ป.ป.ช. เข้าตรวจสอบกระบวนการประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งหมดให้ชัดเจนก่อน ประชาชนมีสิทธิ์รู้ว่าเงินภาษีของตัวเองถูกใช้อย่างโปร่งใสหรือเปล่าครับ