วันพุธ, สิงหาคม 05, 2569

สส.ปชน.เขาโฆษณา “ผมพัฒนาระบบนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถเห็น ถึง ผลการตรวจสารพิษในน้ำ ในตะกอนดิน ผลผลิตทางเกษตร รวมทั้งพิกัดเหมือง และภาพเคลื่อนไหวเส้นทางไหลลำน้ำ

เอ้า IO หรือ E-bag ไหนเคยว่าฝ่ายค้านดีแต่พูด ไม่เคยทำ ดูซะ สส.ปชน.เขาโฆษณา “ผมพัฒนาระบบนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถเห็น ถึง ผลการตรวจสารพิษในน้ำ ในตะกอนดิน ผลผลิตทางเกษตร รวมทั้งพิกัดเหมือง และภาพเคลื่อนไหวเส้นทางไหลลำน้ำ

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ว่ายังมีพัฒนาต่อในส่วนเพิ่มเติมที่รอข้อมูล “ตัวเลขข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกแร่ในแต่ละด่านของประเทศไทยด้วย นำเข้ามาทางไหน ส่งต่อไปไหน พร้อมกับการตรวจปลา และผลตรวจน้ำ-ตะกอนดินในน้ำที่กระบุรี

เขาว่า นี่เป็นระบบเดียวจบครบทุกลำน้ำ ไม่ว่า กก-สาย-รวก-โขง-สาละวิน-กระบุรี รายละเอียดทั้งหมดได้มาจากผลการปฏิบัติงานของอนุกรรมาธิการ มลพิษทางน้ำข้ามแดน ที่เขาเป็นประธานอยู่ โดยข้อมูลที่ใช้ก็ได้มาจากทั้งองค์กรเอกชนและหน่วยงานรัฐ

ข้อสำคัญไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐแม้แต่บาทเดียว ส่วนค่าโดเมนเว็บไซ้ต์ก็แค่หลักร้อย จุดมุ่งหมายของคณะอนุกรรมาธิการก็พียง “เราตั้งใจออกแบบให้ประชาชนได้เห็นข้อมูลที่ทุกคนต้องรับรู้ว่า ปัญหานี้มันขยายวงไปถึงไหนแล้ว

ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง และต้นตอของมันมาจากไหน” อีกทั้งไม่เพียงให้ประชาชนทั่วไปได้เห็น รัฐบาลอยากใช้ก็เอาไปใช้ได้เลย จะได้ทำให้ การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน (และ Big Brother China) ของนายกฯ อนุทิน “ไม่ไร้ข้อมูลแบบที่ผ่านมา”

(ลิ้งค์เว็บไซต์ระบบ: https://waterpollution.disaster-mp.org/)

เขามีภาพตัวอย่าง #1 ดูผลตรวจน้ำ/ตะกอนดิน “เมื่อเปิดชั้นข้อมูลแล้ว คลิ๊กดูที่รายจุดได้ เพื่อดูว่าเกินมาตรฐานเท่าไหร่ และกราฟแนวโน้มการเพิ่มขึ้น/ลดลงตามแต่ละช่วงเวลาเป็นยังไง รวมถึงตารางแสดงสีค่าสารพิษของการตรวจทุกครั้ง”

#2 พิกัดเหมือง “เมื่อเปิดชั้นข้อมูลนี้แล้วสามารถซูมเข้าไปเลือกจุดเหมืองได้ เพื่อดูข้อมูลรายละเอียด เหมืองประเภทไหน ตำแหน่งอะไร และคลิ๊กไปดูภาพถ่ายทางดาวเทียมจากGoogle และSentinel ได้ครับ และ

#3 ผลการตรวจผลผลิตทางการเกษตร “ตรงนี้จะไม่ระบุพิกัดนะครับ แต่จะบอกเป็นพื้นที่ให้ทุกคนเห็นภาพว่าตอนนี้พืชผักปนเปื้อนยังไงบ้าง จากมาตรฐานEU และมาตรฐานของไทยครับ”

(https://www.facebook.com/pleelaphat/posts/2svdpEyD5) 

ภาคเอกชนเสนอบ้าง ‘ปฏิรูป’ ระบบราชการไทย ที่ใหญ่เทอะทะ ควรเริ่มจากการ ‘ติดกระดุมให้ถูกเม็ด’ ก่อน จัดการปัญหา รายจ่ายภาครัฐเพิ่มเกือบเท่าตัวในเวลา ๑๐ ปี ทั้งที่จำนวนบุคคลากรไม่เปลี่ยน

ความพยายาม ปฏิรูป ระบบราชการไทย ที่ใหญ่เทอะทะ ในปัจจุบันเคยมีแล้วในภาครัฐ จากข้อเสนอ “ผ่าตัดราชการไทย” โดย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี (ดู https://www.facebook.com/permalink.61567701994985) แต่ก็ไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ จากรัฐบาล

คราวนี้ภาคเอกชนเสนอบ้าง โดย THE STANDARD WEALTH รวมความเห็นของ ๓ ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ แพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เพียงพนอ บุญกล่ำ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ ศ.ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ มาแพร่หลาย

บอกว่าทั้งสามท่านมองตรงกันว่า “รัฐบาลควรเริ่มจากการ ‘ติดกระดุมให้ถูกเม็ด’ ผ่านการเร่งการทบทวนภารกิจ (Mission Audit) และหาขนาดของระบบราชการที่เหมาะสม (Right Sizing) ก่อน ‘ลดคน’ พร้อมเร่งกระบวนการกิโยตินกฎหมาย (Regulatory Guillotine)

เริ่มที่ “เปิดปมปัญหา รายจ่ายบุคลากรไทย ‘สูง’ เมื่อเทียบกับหลายประเทศ” สะท้อนถึง ‘ค่าเสียโอกาส’ จากการที่ เมื่อเก็บภาษีมาได้ทุกๆ ๑๐๐ บาทต้องตัดจ่าย ๔๐ บาทไปให้กับ บุคคลากรขณะประเทศอื่น เช่น มาเลเซียสามารถจัดสรรงานภาครัฐด้วยต้นทุนถูกกว่ามาก

รายงานระบุด้วยว่ารายจ่ายสำหรับสวัสดิการของบุคคลากรภาครัฐนี้ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในระยะเวลา ๑๐ ปี ทั้งที่จำนวนคนคงที่ นั่นคือในตัวเลขตัวเลขเพิ่มขึ้น ๙๐% จากเกือบ ๓ แสนล้านบาท ในปี ๒๕๖๐ มาอยู่ที่เกือบ ๖ แสนล้านบาท ในปี ๒๕๗๐

แต่ว่าจำนวนกำลังคนในภาครัฐ ในช่วงทศวรรษเดียวกันนั้น คงที่ระหว่าง ๓.๐ ถึง ๓.๒ ล้านคน (ระหว่างปี ๒๕๖๑-๒๕๖๗) สะท้อนว่า รายจ่ายบุคลากรภาครัฐต่อคนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ๕% ต่อปี” ดังนั้น “โจทย์สำคัญอาจจะไม่ได้อยู่ที่การลดกำลังคนก้ได้

แต่ควรดูต้นทุนต่อคนมากกว่า” ปัญหาหนึ่งที่พบ รายจ่ายบุคลากรภาครัฐกระจัดกระจายหลายหมวด ได้แก่ แผนงานบุคคลากรภาครัฐ สัดส่วน ๕๙% งบกลางราว ๓๙% และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒% เป็นต้น

เขาสรุปว่า “รายจ่ายที่กระจัดกระจายนี้ ทำให้สาธารณชนทำความเข้าใจภาพรวมภาระงบประมาณบุคลากรได้ยาก”

(https://www.facebook.com/thestandardwealth/posts/q9LHJrN7r ดูบทความเต็มที่ https://l.facebook.com/l.php?reform-thai-bureaucracy-personnel-costs) 

วันอังคาร, สิงหาคม 04, 2569

‘คุณไหม’ ยอมรับหน้าชื่น ก็ขออภัย “ที่ในอดีต เราเคยมีการตัดสินใจที่ไม่ได้ล่วงรู้ว่าจะถูกบิดข้อตกลง” และ “เป็นบทเรียนที่ทำให้เราหลาบจำ”

อีกคนในแกนนำพรรคประชาชน ยอมรับอย่างหน้าชื่นในความผิดพลาด ที่ว่า “รัฐบาลมาถึงจุดนี้ได้เพราะพรรคประชาชนไปโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี” ศิริกัญญา ตันสกุล ถึงกับประกาศว่า “หลาบจำแล้ว” ไม่มีเช่นนั้นอีกเด็ดขาด

น่าจะมาจากเหตุตั้งต้นเมื่อภรรยาครูใหญ่พรรคภูมิใจไทยโพสต์ข้อความแปร่งๆ “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ...” ทำให้สื่อวิเคราะห์วิจารณ์กันว่า คงมีอะไรไม่ลงรอยระหว่างแกนนำพรรคน้ำเงินกับพรรคเขียวแน่ๆ พอถามนายกฯ ก็เอาเลย

“โอ้โห พี่ต่ายผม แปลกตรงไหน” แล้วเสียดสีเชิงตวาดนักข่าว “เอาความเท็จมาออกสื่อสาธารณะ หิวแสงไม่มีข้อมูล ไม่มีอาชีพแล้วมาทำตัวเป็นนักวิเคราะห์ข่าวการเมือง” พร้อมทั้งเหยียดสติปัญญา “การศึกษาช่วยอย่างหนึ่งคือทำให้เราวิเคราะห์ได้”

ไม่ว่าพวกเขาจะความรู้ต้อยต่ำเพียงใดในสายตานายกฯ ความไม่แปลกแต่แปร่งของข้อความที่ กรุณา ชิดชอบ เขียนบนหน้าเฟชบุ๊ค สุมไฟเสียงซุบซิบการเมืองว่าพรรคเขียวของผู้กองแป้ง อาจจะชวนพรรคแดงแยกวงก็ได้

นักข่าวก็เลยเอาไปถามนำกับรองหัวหน้าพรรคส้ม ถึงเรื่องดีลระหว่างพรรคเขียวกับแดง “ทำให้รัฐบาลสั่นคลอน” เลยนะ คุณไหม ได้ช่องปั่นกระแสว่า ถึงไม่มีการดีลเขียว-แดง รัฐบาลก็สั่นคลอนอยู่แล้วด้วยปัญหาร้อยแปดพันประการ

ทั้ง “ข่าวฉาว ข่าวไม่ดีต่างๆ ตั้งแต่การทุจริตคอร์รัปชัน การโกง สว. หรือการบริหารจัดการภายในที่นำไปสู่ ปัญหาอื่นที่เป็นปรากฏการณ์ เช่น พ่อทิพย์” เป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่ จนทำให้พรรคร่วมรัฐบาลคิดหนัก จะแบกกันต่อดีหรือไม่ดี

ครั้นถามแย้ปต่อว่าถ้าแดงออกแล้วส้มจะสวมไหม คุณไหมตอบทันใด “จุดยืนเราชัดเจน...ในฐานะที่เราก็กำลังทำงานในฝ่ายค้าน ได้เห็นข้อบกพร่องของแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเยอะมาก แต่จะให้เข้าไปร่วม ไม่มีทางทำได้”

พอบอกว่าคนยังพูดกันอยู่นะว่ารัฐบาลมาถึงจุดนี้ เพราะพรรคประชาชนไปโหวตให้ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ มิใช่หรือ คุณไหมส่ายหน้า “ยังวกกลับไปอยู่ได้อีกหรือ จริงๆ นายกฯ ก็เลิกขอบคุณพรรคประชาชนมาสักพักแล้วนะ”

ถ้ายังคิดแบบนั้นกันอยู่ “ดิฉันก็ห้ามไม่ได้” ก็ขออภัย “ที่ในอดีต เราเคยมีการตัดสินใจที่ไม่ได้ล่วงรู้ว่าจะถูกบิดข้อตกลง...ท้ายที่สุด ก็เป็นบทเรียนที่ทำให้เราหลาบจำ”

(https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/0UZSw43xo และ https://www.msn.com/th-th/news/other/87/ar-AA28PJIN)

มี สาส์นจาก ‘ตั๊กแตน ชลดา’ “ถ้าเราปกป้องแม่น้ำไม่ได้…วันหนึ่งแม่น้ำก็ปกป้องชีวิตเราไม่ได้” โรงงานปล่อยน้ำเสียลงลุ่มน้ำ ป่าสัก บางปะกง ท่าจีน พอง ชี ตะคอง ออกซิเจนในน้ำแทบไม่เหลือ

สาส์นจาก ตั๊กแตน ชลดา บอกว่า is feeling sorry. ที่ “วันนี้อาจยังไม่ใช่บ้านของคุณ วันนี้อาจยังไม่ใช่ลูกหลานของคุณที่ต้องใช้น้ำสายนี้ แต่วันหนึ่ง…มันอาจเป็น”

และ “อย่าปล่อยให้การปกป้องธรรมชาติเป็นหน้าที่ของคนเพียงไม่กี่คน ถ้าคุณรักแม่น้ำ รักแผ่นดิน รักอนาคตของลูกหลาน ขอเพียงช่วยกันแชร์ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างโปร่งใสและเท่าเทียม”

สัญญานปรากฏแล้ว “ตอนนี้ลุ่มน้ำป่าสักก็มีมีการแอบปล่อยน้ำเสียลงคลองตรวจพบสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐาน ลุ่มน้ำบางปะกงก็มีมีคนแอบปล่อยน้ำล้างแร่และสารเคมีช่วงฝนตก

ลุ่มน้ำท่าจีนมีคนลอบต่อท่อปล่อยน้ำเสียลงคลองและโรงงานฟอกย้อม ลักลอบปล่อยน้ำทิ้งไม่บำบัด ชายฝั่งตะวันออกก็มีการปล่อยน้ำเสียสิ่งปฏิกูลลงทะเลแหล่งท่องเที่ยว ไหนจะคราบน้ำมันและสารเคมีอีก

รวมไปถึงลุ่มน้ำฝังอีสาน พอง ชี ลำตะคอง มีการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานน้ำเสียจนทำให้ออกซิเจนในน้ำแทบไม่เหลือ ตอนนี้สัตว์น้ำตายเกลื่อน” สมการง่ายๆ “ถ้าเราปกป้องแม่น้ำไม่ได้…วันหนึ่งแม่น้ำก็ปกป้องชีวิตเราไม่ได้...นะคะพี่น้องชาวไทย”

(https://www.facebook.com/takkatan7002/posts/pq6PUYnVY) 

เรื่อง ‘แก้วตา’ อีกครั้ง เธอเคือง (แค้น) พรรคประชาชนไม่สร่าง “จะให้ไปคุยอะไร...สายไปแล้ว...หน้าที่ขององค์กรคือการคุ้มครองผู้เสียหาย...#พรรคกระจอก”

คงต้องแตะเรื่อง แก้วตา อีกครั้ง ไม่ใช่เพราะมันยังไม่จบ (ง่ายๆ) ตราบเท่าที่เจ้าตัวยังไม่ตัดสินใจให้แน่ชัดว่าจะเอายังไง เท่าที่เห็นจากสื่อเมื่อเธอไปให้สัมภาษณ์ บางแห่งอาจนั่งฌานเขียน พออนุมานได้ว่า เธอมีความขุ่นเคือง (แค้น) พรรคประชาชนไม่สร่าง

ทั้งๆ ที่กรณีถูกอดีต สส.ชายของพรรคนายหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศเมื่อ ๔ ปีที่แล้ว เพิ่งมาเป็นความเมื่อมีการเปิดเนื้อเรื่องในข้อเขียนตอนหนึ่งของหนังสือชื่อ ประชาชนที่ไม่ยอมจำนน ของเธอ จนทำให้หนังสือขายดีกว่าที่คาดมาก

(อันนี้ เจ้าตัวบอกเองว่าแรกเซ็นไว้ให้ ๑๐๐ เล่มแรก พอเป็นข่าวเลยต้องเซ็นเพิ่มอีก ๓๐๐ เล่ม) จากที่เคยเงียบ แม้จะเต็มไปด้วยความคับแค้นภายใน ซึ่งพอจะประเมินได้จากคำของเธอที่ว่า กลัว หรือไม่กล้าเปิดตัว โวย ด้วยตนเอง

ไม่ทราบ ใคร ที่ธิษะณาอ้างว่าไปอ่านเจอส่วนเล็กๆ เกี่ยวกับการถูก raped ในหนังแล้วเอามาเปิดสู่สาธารณะ หลังจากหนังสือวางตลาดไปแล้วกว่าสามเดือน แต่เธอก็ออกโรงสวมบทของผู้ถูกกระทำอย่างคล้องจอง เหมือนรอให้ใครสักคนช่วยเปิดแทน

จนเมื่อ สส.ผึ้ง พนิดา มงคลสวัสดิ์ รองโฆษก ปชน.แจ้งว่าพรรคได้ “ส่งหนังสือเชิญ น.ส.ธิษะณา ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นสมาชิกพรรค ให้ข้อมูลต่อพรรคเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป” แก้วตากลับโพสต์ตอบว่า “จะให้ไปคุยอะไร...เคยพูดไปหมดแล้ว”

ขณะที่ทาง สส.ผึ้ง และพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สองคนที่แก้วตาแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอให้รับรู้ ทั้งคู่ชี้แจงว่าครั้งนั้นเจ้าตัวไม่ต้องการเอาเรื่อง ไม่ยอมบอกชื่อผู้ล่วงละเมิดคนนั้น และก็ไม่ได้บอกรายละเอียดเหตุการณ์ แต่ตอนนี้เธออ้าง

“ผู้กระทำไม่ได้ดำรงตำแหน่ง (แต่ได้ลง สส.ต่อนะหลังจากเกิดเรื่องและมีคนทราบ และยังได้ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมายขณะยังดำรงตำแหน่ง) จะเยียวยายังไง? ต่อให้ให้เงินเดือนของผู้กระทำผิดทั้งเดือนทุกเดือนตลอดชีวิต ก็ไม่พอกับการกระทำที่ย่ำยีศักดิ์ศรี”

เธอว่า “สายไปแล้ว” และ “ดิฉันคือผู้เสียหาย...เหตุใดดิฉันจึงต้องเป็นฝ่ายเข้าไปชี้แจงต่อพรรค” คงจะอนุมานอีกแหละว่า เจ้าตัวไม่ต้องการเป็นคนฟ้อง “เพราะหน้าที่ขององค์กรคือการคุ้มครองผู้เสียหาย... #พรรคกระจอก”

และที่บอกในรายการ คุยข่าว ช่อง ๓ “ตอนนี้จะมาช่วยเพราะเรื่องมันแดง มากระตือรือร้นเหมือนแค่ทำเอาหน้า” ดั่งว่าตั้งตาเอาเรื่องกับพรรคเท่านั้น ที่ไม่สามารถจัดการปัญหาเรื่องเพศที่เกิดกับเธอได้ดังที่คาดหมาย ถ้างั้นต้องทำอย่างที่ Voranai Vanijaka แนะ

“การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมาย” มีโทษคุก ๑ ถึง ๕ ปี และปรับ ๒ หมื่น ถึง ๑ แสนบาท” ถ้าไม่ต้องการไปชี้แจงที่พรรค ก็ “ไปชี้ตัวที่โรงพักเลย...แต่ไม่ไปแจ้งความ ผู้กระทำก็จะลอยนวลและกระทำต่อ”

(https://x.com/voranai/status/2084112376887156764, https://www.facebook.com/watch/?v=1309134691293448, https://www.facebook.com/tisanach/posts/cagYNBVc67 และ https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/jTBuKFyx) 

วันจันทร์, สิงหาคม 03, 2569

ม็อบแฮรี่พอตเตอร์ Revisited ๒ สิงหา อ่าน ‘จดหมายจากคุกอัซคาบัน’ ของ อานนท์ นำภา ชวนกันเสกคาถา “เพื่อถอนรากถอนโคนอำนาจสีน้ำเงิน”

ม็อบแฮรี่พอตเตอร์ Revisited บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราชดำเนิน ๒ สิงหา ๖๙ อ่าน จดหมายจากคุกอัซคาบันของ อานนท์ นำภา ชวนกันเสกคาถา “เพื่อถอนรากถอนโคนอำนาจสีน้ำเงิน ด้วยการเข้าชื่อแก้ไขกฎหมาย”

ผู้ร่วมชุมนุมต่างสวมเสื้อคลุมแฮรี่พอตเตอร์ ถือป้าย ‘Free Anon’ หรือภาพใบหน้าของอานนท์ ธัชพงศ์ แกดำ เป็นผู้อ่านจดหมายจากอานนท์ กล่าวถึงการที่เขาถูกจำคุกด้วยคำพิพากษาในคดี ม.๑๑๒ ทับถมเพิ่มเติมเรื่อยมาจนขณะนี้ รวม ๓๒ ปี ว่า

“คำพิพากษาเหล่านั้น เป็นเพียงการสาดน้ำใส่ขุนเขา ไม่มีความหมายอะไร เพราะต่อไปในภายภาคหน้า ลูกหลานของเราจะกลับมาพิพากษา ให้ตนเองกลับมาเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างแน่นอน” บอย ธัชพงศ์ ให้คำอธิบายความหมาย คุกอัซคาบัน

ว่ามันเป็นสัญญลักษณ์ของการใช้ความหวาดกลัวควบคุมผู้คน ดังปรากฏในเนื้อเรื่องหนังแฮรี่พอตเตอร์ เขายังพาดพิงถึง พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุขว่า “ไม่สามารถสร้างสันติสุขได้ หากยังไม่นำคดีตามมาตรา ๑๑๒ เข้ามาอยู่ในกระบวนการนิรโทษกรรม”

นอกจากนั้นขณะนี้ประเทศตกอยู่ภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่ครอบงำกลไกอำนาจรัฐ “จึงเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขกฎหมาย เพื่อ ‘ถอนรากถอนโคน’ โครงสร้างอำนาจดังกล่าว” ผู้ร่วมชุมนุมหลายคนสลับกันขึ้นปราศรัย

นอกจากธัชพงศ์แล้ว มีอานนท์ ชวาลาวัลย์ ใบปอ ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ และ มายด์ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล เป็นต้น

(https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/g9xmTd5g และ  https://www.facebook.com/thestandardth/posts/9RBYxQV3s) 

‘ยิ่งชีพ’ ตามจี้ สว.อำนาจเจริญไม่ลดละ ล่าสุดคุ้ย สว.ก๋วยเตี๋ยวปลา ตอนสมัครบอกว่าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ มว่านเครือเป็น สส.สีน้ำเงิน ส่งผู้ช่วยไปทำงานให้

ยิ่งชีพ ตามจี้ สว.อำนาจเจริญไม่ลดละ ในฐานะที่เป็นกลุ่มที่รวมหัวกันยื่นฟ้องเขาในข้อหาหมิ่นประมาท จากการเปิดโปงหลักฐานคดีฮั้ว สว. แล้วก็ไม่บังเอิญที่บางคนมีความผูกพันต่อกันและกัน ทั้งในทางว่านเครือ ญาติมิตร และผู้ร่วมงานการเมือง

คนหนึ่งที่เขาเอ่ยถึงล่าสุด ซึ่งเดิมอ้างว่าเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นก๋วยเตี๋ยวปลา “ท่านได้แจ้งความดำเนินคดีกับผมฐานหมิ่นประมาท...และไม่รู้จริงๆ ว่าที่ผมพูดไปมีอะไรเข้าองค์ประกอบให้สั่งฟ้องได้เหรอ”

แต่เขาว่าใจจริงอยากให้ฟ้องมาก จะได้ซักค้านถามหาข้อเท็จจริงต่างๆ หลายอย่าง แต่ยังไม่ได้รับหมาย ไม่รู้จะมาเมื่อไร จึงเอาคำถามที่เตรียมไว้ซักค้าน มาถามต่อสาธารณะเสียก่อน เผื่อจะตอบก่อนฟ้อง ข้อแรกก็เรื่องขายลูกชิ้นปลา

อุตส่าห์ไปค้นกูเกิ้ล ไม่เจอร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาขนาดใหญ่พอใช้อ้างสมัคร สว.กลุ่ม ๑๐ เจอแต่ร้านดังชื่อ ครัวต้นกระโดน มีรูปทั่น สว.กำลังลวกเส้นอยู่ แต่ตอนที่พี่โจ้ อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ไปเยี่ยมชิมกับมหาสมปอง คนที่ออกต้อนรับไม่ยักใช่ทั่น

ภาพคนที่ออกมาต้อนรับลูกค้า คือ สท.ต้น หรือศิริพล เรืองบุญ สังกัดกลุ่มภูมิใจไทยอำนาจเจริญ ถามว่าทำไมให้นักการเมืองท้องถิ่นมาต้อนรับลูกค้าสำคัญ “ผมยังเห็นว่า เพจของร้านครัวต้นกระโดนโพสต์ภาพวันเปิดร้านในปี ๒๕๕๘

แปลว่า ท่านเริ่มขายก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้มาไม่ถึง ๑๐ ปี นับถึงวันสมัคร สว. ใช่หรือไม่” แล้วก่อนหน้านั้นขายอยู่ร้านไหน อีกข้อที่ต้องถามทั่น สว.สมพาน พละศักดิ์ ก็เรื่องว่าทั่น “มีพี่สาวชื่อเวียง จริงหรือไม่? คนที่ชื่อเวียงนั้นแต่งงานกับคนชื่อโต้ง

ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับสุขสมรวย วันทนียกุล สส.พรรคภูมิใจไทย ในจังหวัดอำนาจเจริญ” เท่ากับว่าทั่น สว.เป็นญาติกับ สส. แล้วเรื่องสำคัญทั่นมีผู้ช่วย สว.นายหนึ่งชื่อ อัครพล รัตนวัน ซึ่งเฟชบุ๊คส่วนตัวระบุว่าทำงานอยู่ที่ บจ.อำนาจเจริญ

อัครพลนอกจากทำงานสองตำแหน่ง แล้วยังเคยโพสต์ภาพคู่กับ สุขสมรวย วันทนียกุล หลายครั้ง สุขสำรวยคนนี้เป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลอนุทินชุดนี้ อัครพลยังได้โพสต์ภาพร่วมเฟรมกับ ญาณีนาถ เข็มนาค สส.เขต ๒ จังหวัดอำนาจเจริญ

เขียนแค้ปชั่นว่า “กับเจ้านายที่รักและผู้ใหญ่ที่เคารพ” แสดงว่าอัครพลวิ่งวนเวียนช่วยงาน สส.คนนั้นบ้างคนนี้ด้วย แต่ไม่เห็นเคยโพสต์ประชาสัมพันธ์งานของ สว.ที่มีตำแหน่งกินเงินเดือนหลวงบ้างเลย

(https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/33YomT6jtz) 

วันอาทิตย์, สิงหาคม 02, 2569

ภาพสองตัวเอกของพรรคภูมิใจเธอว์ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต โพสต์ว่า “เมื่อมีอำนาจ กฎเกณฑ์และธรรมเนียมของสังคม ก็ถูกยกเว้น สิ่งที่ไม่เคยเห็น ก็ได้เห็น”

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต Aug.1 at 9:44 pm โพสต์ภาพสองตัวเอกของพรรคภูมิใจเธอว์ ว่า “เมื่อมีอำนาจ กฎเกณฑ์และธรรมเนียมของสังคม ก็ถูกยกเว้น สิ่งที่ไม่เคยเห็น ก็ได้เห็น”

เม้นต์กันมันส์ อาทิ Chaitat Wutthikhetkarn “ยังดีนะไม่มาแค่กางเกงใน 55” สุภโชค บ่าวเชียงราย ว่า“กระเบื้องเฟื่องฟูลอย” ส่วน Addy Pornthep บอก “งานแต่งลูกมันก้อแต่งแบบนี้ เอาให้เต็มที่เลยเพ่”

พิราบขาว บนก้อนเมฆ สะกิด “คุณไอซ์ติดบัตรตรงชายเสื้อ บอกไม่รู้กาลเทศะ” ด้าน ธนากูล บุปผะโพธิ์ แนะ “ไม่ใส่ผ้าขาวม้ามานั่งก็ถือว่าบุญแล้ว” ขณะ กิติ นวลอินทร์ เยอะ “ซอฟเพาเวอร์บุรีรัมย์ส่งเข้าประกวด”

คนเห็นด้วยก็มีนะ Anupong Panomsilp ว่าแก่แล้วเลยตามเลย “เดี๋ยวนี้ไปใหนมาใหนผมก็ใส่แต่กางเกงขาสั้นแบบนี้ แก่แล้วขี้เกียจแต่งตัว บางครั้งไปถึงงานแล้วนึกขึ้นได้ก็เลยตามเลย”

ส่วน Chakrit Chaoprayoon เห็นเป็นของธรรมดา “ปกตินะ ผมอายุ 44 ก็ใส่ขาสั้นไปงานแต่ง ในฐานะผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว (เสียด้วย) มันแปลกหรอ !!!”

แต่รายนี้มีข้อมูลพิเศษ June Suphansa ชี้ “ถ้าจำไม่ผิดได้ไปอ่านข่าวเพจประชาสัมพันธ์จังหวัด จังหวัดเขาจัดพิธีบวงสรวงวันที่1สิงหาคมและมีประธานอีกชุด แต่ทีมนี้มาบวงสรวงตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม ตัดหน้าไปเลยค่ะ”

ยังมีอีกเยอะ ใครยังติดใจความบันเทิง ตามไปอ่านได้ที่ https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/GosAdWUz

ความ Sore มันคนละ Level กัน แม้นว่าต่างพูดถึง การละเมิดทางเพศภายในพรรคประชาชน ธัญวัจน์ ติงอย่าเงียบเกินไปนัก แต่ ‘แก้วตา’ ทวง คนทำผิดได้ไปต่อ เธอกลับไม่

เคสนี้น่าเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างการติติงและจิกกัด ที่มาจากคนที่เลิกไปต่อและไม่ได้ไปต่อ จะเห็นว่าความ Sore มันคนละ Level กันเลย แม้นว่าต่างพูดถึงกรณีเดียวกัน คือการละเมิดทางเพศภายในพรรคประชาชน (ก้าวไกล-อนาคตใหม่)

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อดีต สส.ก้าวไกล ออกมาตั้งคำถาม “พรรคประชาชนเงียบเกินไปไหมคะ” ต่อข้อกล่าวหาซึ่งปรากฏในหนังสือ ประชาชนที่ไม่ยอมจำนน เขียนโดยธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.พรรคก้าวไกลอีกคน

“เป็นการละเมิดทางเพศโดยอดีต สส.ท่านหนึ่ง เหตุเกิดระหว่างการไป Outing กับพรรค ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง” ซึ่ง แก้วตา บอกว่าได้แจ้งให้ผู้บริหารพรรครับรู้ไปแล้ว แต่ต่อมา “คนที่กระทำผิด ได้รับโอกาสให้ไปต่อ” ส่วนเธอไม่ และชี้ว่า

“ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในพื้นที่การเมือง ไม่ได้เกิดจาก คนไม่ดีคนเดียวเท่านั้น แต่เกิดจากวัฒนธรรมองค์กร ที่มักเลือกปกป้องภาพลักษณ์ มากกว่าปกป้องผู้ถูกกระทำ เกิดจากระบบอำนาจที่ทำให้ผู้หญิงต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างการพูดความจริงกับการถูกทำลายชื่อเสียง”

เป็นถ้อยความที่ถูกต้องด้วยหลักการทางสังคมและความยุติธรรม แม้นว่าผู้พูดจงใจเปิดประจานต่อพรรคการเมืองที่ตนเคยสังกัด แล้ว “ไม่ได้ไปต่อ” ก็ตาม แน่นอนว่าพรรคประชาชนจำเป็นต้องตอบข้อกล่าวหานี้ “เพราะความเงียบอาจทำให้เกิดคำถามมากกว่าคำตอบ”

ทั้งที่จำได้ว่าพวกเขาก็พยายามตอบแล้วโดยรวม ไม่ใช่ต่อตัวบุคคลผู้นี้รายเดียว คอมเม้นต์หนึ่งในเธรดจึงรับฟังได้ “ทำไมวันที่เกิดเรื่องไม่แจ้งความ พอผิดใจแล้วเล่าเรื่อง” ปฏิกิริยาจาก WATERMAN @piphan55 ที่ว่า “วันนี้พูดเพื่อ ให้พรรคดูเเย่” เท่านั้นหรือเปล่า

(https://x.com/kru_tun/status/2083364752550773187) 

ถึงขิงจะขึ้นรา แต่ข่าอย่าเล่นแรง ‘ไหม’ ศิริกัญญา ติงน้องร่วมพรรค “วัยรุ่นใจร้อน” และป้อง ‘ภาวุธ’ “คดีแรง ทำให้เสียสมาธิ” แต่แฟนคลับ ชี้ ถ้างั้นก็ถอยหลังออกมาสิ

ขิงขึ้นรา ข่าขึ้นแรง อีกเรื่องภายในพรรคส้มที่เป็นอาหารปาก ท้อปนิวส์ และไอโอ ประโคมว่าฟัดกันเอง บ้างเรียก กัด ถ้าจำกันได้ ไอ๊ซ์ เป็นคนแรกและคนเดียวที่ออกมาฟาด ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ อย่างหนักหน่วง ว่ายอมงอเพราะกลัวหัก

จากการตรวจสอบโครงการ ๖๐๐ ล้าน Th-Ai Passport กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มใกล้เป้า ล้มดีล แล้วจู่ๆ ก็ถอยไปพูดถึงสรรพคุณของแอ็พแทนว่าใช้ได้ หลังจากที่ตนเองโดยใส่คดี Forex แล้วเป๋ จน รักชนก ศรีนอก เดือดปุด

แต่แล้วต่างฝ่ายต่างพยายามลดเสียง รักษาภาพลักษณ์และบรรยากาศได้พอสมควร แต่แล้ว สรยุทธสุทัศนะจินดา ก็มาฟื้นฝอยหาตะเข็บเอากับ ศิริกัญญา ตันสกุล ซึ่งกล้อมแกล้มไปว่า ถึงขิงจะขึ้นรา แต่ข่าอย่าเล่นแรง ว่างั้น

บอก ไอ๊ซ์ น่ะ “วัยรุ่นใจร้อน” และ “ย้ำนักการเมืองไม่มีบัญชีส่วนตัว” กันอยู่แล้ว ร้อนถึง Voranai Vanijaka @voranai สมาชิกชุมชน เอ็กซ์ ที่ active รายหนึ่ง ฟังแล้วอึดอัดขัดสน ถามว่า “คดีแรง ทำให้เสียสมาธิ” นี่นะ

“บางคนเจอ 112 ก็ไม่เสียสมาธิยังสู้ไม่ถอย บางคนเจอ Forex ก็เสียสมาธิ” แล้วว่าต่อ “ไม่เป็นไร หากพบว่าตนเป็นคนเสียสมาธิ ก็ถอยหลังมาเป็นประชาชนธรรมดาก็ได้ เลื่อนขั้นบัญชีรายชื่อให้กับคนที่จะไม่เสียสมาธิจะสู้ไม่ถอย” ดีกว่าไหม

“เพราะคาราคาซังแบบนี้ อาจรักษาความเป็นเพื่อนในพรรค แต่กระทบความนิยมของพรรค เพราะประชาชนจะตั้งคำถามว่า สรุปเขาจะต่อสู้เพื่อพวกเราจริงหรือ?” ไง

(https://x.com/voranai/status/2083404957634658538 และ https://x.com/MorningNewsTV3/status/2083105115549167779) 

วันเสาร์, สิงหาคม 01, 2569

“ไอโอปั่นข่าวปลอม เพื่อโจมตีทำลายทั้งนักสิทธิมนุษยชนและ สส.พรรคประชาชน เริ่มได้ผล” เห็นชุกในช่วงสองสามวันนี้เป็นการดิสเครดิต สว.นันทนา นันทวโรภาส


“ไอโอปั่นข่าวปลอม เพื่อโจมตีทำลายทั้งนักสิทธิมนุษยชนและ สส.พรรคประชาชน เริ่มได้ผล” ณรรธราวุธ เมืองสุข ยกกรณีการทำภาพปลอมโจมตี สส.รอมฎอน ปันจอร์ ดดยเอาภาพลูกชายคนเล็กของ สส.มาตัดต่อใส่ร้าย อ้างว่าเป็นหมายจับ

เขาว่า “บางคอมเม้นท์ที่เห็นถึงขั้นบอกว่า สะใจ นี่มันคือกระบวนการสร้างคนให้เป็นซอมบี้ของแท้ ทำให้คนพวกนี้ไม่มีชีวิตจิตใจ ไร้สำนึกความเป็นมนุษย์ การทำให้มนุษย์คิดน้อย เชื่อง่ายกับข้อมูลปลอม สร้างความคิดความเชื่อฝังแน่น คืองานหลักของไอโอ”

ที่เห็นชุกในช่วงวันสองวันนี้ เป็นการดิสเครดิต สว.นันทนา นันทวโรภาส ซึ่งรณรงค์เปิดโปงกรณี ฮั้ว สว.สีน้ำเงินอย่างมุ่งมั่นมาตลอด ไม่เพียง ศุภชัย ใจสมุทร ที่พยายามเกาะติดตอบโต้กับ สว.นันทนาไม่ยอมลดละ ยังมีเพจไอโออีกอย่างน้อย ๓ แห่ง ที่ช่วยกันกัด

‘INFO Thailand’ นี่ใช่แน่ๆ เขียนเรื่อง “ป้าแว่น กับหลักฐานมัดตัว” เก็บเอาข้อโจมตีของศุภชัยมาแตกหน่อโจมตีว่า “ไปคุยกับเดอะแก๊งงานจัดใหญ่ที่ Impact ใช้เงิน ใช้ทองกันทั้งนั้น” ด้าน ‘Ringsideการเมือง ตัดต่อคลิปจากงานที่เมืองทองธานีมายำ

แล้วเอาคำปราศรัยของ ปรียานุช เปรมชัยพร แห่งประชาไท มาตั้งกังขาสองแง่สองง่าม “อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่า สู้ลําพังไม่ชนะ ถ้าเราคิดว่าเกมนี้มันคือเกมประชาธิปไตยที่ต้องชนะด้วยกันเนี่ย มันต้องสู้ด้วยกัน”

เอาการพูดถึงแผนงานมาแสดง ให้รู้สึกก้ำกึ่งระหว่างการพบปะแนะนำตัวต่อกันและกันของ สว.ประชาชน กับ สว.ฮั้วจัดตั้ง ๑๓๔ คน ซึ่งคดีทุจริตยังวางอยู่บนหิ้งของ กกต. แล้วยังมีเพจตัวการหลักชื่อ ข่าวกระสวยซึ่งแหลมคมทีเดียว

พาดหัวว่า “ฟ้าเดียวกันจ่ายจริง จิมทอมป์สันจัดเต็ม แล้วนันทนาไปอ้าง 'แชร์ค่าใช้จ่าย' กับใคร” โดยเอาข้อโต้แย้งต่างๆ ของศุภชัยมาทำซ้ำ ให้กระจายไปทั่วๆ บนสื่อสังคม ซึ่งจะได้ผลถ้ายิงใส่ผู้เสพหลายแหล่ง หลายเวลา ตามสูตร โฆษณาชวนเชื่อ โดยแท้

(https://www.facebook.com/permalink.php=100071632564183, https://www.facebook.com/watch/?v=1458604899620665, https://www.facebook.com/reel/1025354536769908 และhttps://www.facebook.com/nattharavutm/posts/9skeGpGc58)

สถานการณ์ผู้อพยพ จากมอร็อคโคเข้าสู่เขตปกครองของสเปน เข้าขั้นวิกฤต ซ้าย-ขวาในอเมริกาเถียงกันหนัก ฝ่ายหนึ่งว่าสหรัฐแกล้งสเปน อีกฝ่ายอ้างนายกฯ สเปนประกาศรับเอง

สถานการณ์ผู้อพยพ ชนเชื้อสายอาฟริกัน ข้ามแดนจากมอร็อคโคเข้าสู่เขตปกครองของสเปนบนฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน เซอูตา กับ มาเลยา เข้าขั้นวิกฤต เมื่อจำนวนคนเกิน ๘ หมื่นภายในเวลาข้ามวัน

สำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่า เป็นผลจากคำพิพากษาศาลสูงสเปนเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “ผู้อพยพเข้าประเทศทางทะเล จะถูกผลักดันให้กลับออกไปทันทีเลยไม่ได้” ถูกฝ่ายขวาในสหรัฐเอาไปตีความว่าเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ

@EricLDaugh เขียนบนแพลตฟอร์ม เอ็กซ์ ว่า “เปโดร ซานเชซเชื้อเชิญคนพวกนี้ โดยให้นิรโทษกรรมผู้อพยพ ๑ ล้านคน และเปิดเขตแดนรับเพิ่มขึ้น” ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนัก แท้จริงคำพิพากษาศาลบอกว่า

“จะส่งตัวผู้อพยพกลับโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม (due process) ไม่ได้ ศาลไม่ได้มอบสิทธิตามกฎหมายให้ผู้อพยพเข้าประเทศ หรืออยู่ได้อย่างถาวร” อย่างไรก็ดี การถกเถียงทางการเมืองสองฝ่ายดูจะเป่าให้สถานการณ์วิกฤตในทางสื่อสังคม

ข่าวบางกระแสอ้างว่ามีการสกัดกั้นโดยกำลังทหารติดอาวุธ ยิงใส่ผู้อพยพที่กำลังพยายามปีนกำแพงสูง ร่วงเป็นเบือ คลิปนั้น อีลอน มัสค์โพสต์เองทาง เอ็กซ์ ของเขา อีกส่วนบอกว่าผู้อพยพว่ายน้ำข้ามทะเลกันสะบักสะบอม

แต่ก็มีคนมาแจงแย้งโดยทำภาพกร๊าฟฟิคประกอบว่า ผู้อพยพเพียงอ้อมกำแพงเขตแดน ลุยลงไปในน้ำหน่อยเดียว ฮวน มากูโฟ ชี้ว่า “พวกเขาไม่ได้ว่ายน้ำเป็นกิโล ๆ เสียหน่อย ไม่มีใครตาย นี่ไงเส้นทาง เบื่อหน่ายการโกหกของสื่อขายตัวเสียจริง”

ถึงกระนั้นข้อถกเถียงกล่าวหากันทางการเมืองดำเนินต่อไป ฝ่ายซ้ายบอกว่าสหรัฐเป็นผู้สร้างสถานการณ์เพราะสหรัฐใกล้ชิดมอร็อคโค เอกสารจากสภาคองเกรสเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมายืนยันว่า เซอูตาและมาเลยา ยังคงอยู่ในเขตแดนของมอร็อคโค

(https://x.com/wallyrashid/status/2083021437632156025, https://x.com/JuanMuncc/status/2083063524763308356,   https://x.com/EricLDaugh/status/2082898700431430112 และ https://x.com/YourAnonNews/status/2083192315619754262) 

‘โฉมใหม่’ ของสองฟากถนนราชดำเนินกลาง สะท้อนการเปลี่ยนประวัติศาสตร์จาก ‘อาร์ตเดโก’ ของคณะราษฎร ไปเป็นสถาปัตยกรรม ‘นีโอคลาสสิก’ ภาพแทนของรัชกาลที่ ๕

ช่วงสัปดาห์ของวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ รัชกาลที่ ๑๐ ที่ผ่านมา มีการพูดถึง โฉมใหม่ของสองฟากถนนราชดำเนินกลางกันเป็นพิเศษ ไม่เพียงการประดับแสง สี และเสียง สดุดีวันที่ ๒๘ กรกฎา

หากแต่กล่าวถึงการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของถนนสายสำคัญแห่งชาติเส้นนี้ด้วย

“สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้มีโครงการปรับปรุงภายนอกอาคาร หรือที่เรียกว่า ‘ฟาสาด’ (façade) สองข้างทางถนนราชดำเนินกลาง เปลี่ยนสถาปัตยกรรม อาร์ตเดโกของคณะราษฎร ไปเป็นสถาปัตยกรรม นีโอคลาสสิก ภาพแทนของรัชกาลที่ ๕”

ประชาไทชวนทำความรู้จักศิลปะ ‘อาร์ตเดโก’ “ที่ผสมผสานเข้ากับแนวคิดหลัก ๖ ประการของคณะราษฎร” เอาไว้จากการสัมภาษณ์ ชาตรี ประกิตนนทการ แห่งคณะสถาปัตย์ฯ ม.ศิลปากร ว่าได้กลายเป็น “คาแรกเตอร์ประจำตัวคณะราษฎร”

จุดเด่นของสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโก “หลังคาตัด ตัวอาคารเรียบเกลี้ยง มีความเป็นทรงเรขาคณิต ปฏิเสธลวดลายฟุ่มเฟือย เพื่อสื่อสารถึงความเสมอภาค ความเท่าเทียม และระบอบใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ” มีอาคารอื่นในลักษณะเดียวกัน คือ

“ไปรษณีย์กลางบางรัก หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี เป็นต้น” ความเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาคารริมถนนราชดำเนิน เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ ด้วยการรื้ออาคารโรงหนัง เฉลิมไทย เพื่อเปิดโล่งให้เห็น โลหะปราสาทวัดราชนัดดาฯ

มีความกังวลกันมาพักใหญ่แล้วว่า ไม่ช้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตรงสี่แยกตัดถนนดินสอ คงจะต้องอันตรธานหายไป ด้วยเจตนาลบล้างภาพจำของคณะราษฎร เฉกเช่นหมุดเหล็กที่ลานพระรูปฯ และอนุสาวรีย์ปราบกบฏ (บวรเดชฯ) ที่แยกบางเขน

ไอคอน ของการลบภาพคณะราษฎรบนถนนราชดำเนินเฟสแรก คืออาคาร สถิตไทยชโย ซึ่งถูกเปลี่ยนแมเป็นนีโอคล้าสสิคล้วนๆ มีการแสดงแสงสีเสียง immersive โยการจัดทำของบริษัทแพลนบีมีเดีย ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๘ ก.ค. ต่อเนื่องด้วยโครงการหวังสูง

พยายามทำให้ถนนราชดำเนินกลางกลายเป็น “พื้นที่เศรษฐกิจแบบ High-end มีห้างหรู โรงแรมราคาแพง มีธุรกิจระดับบนเข้ามาเต็ม” เทียบเคียงกับถนนช็องเซลีเซ หรือ Avenue des Champs-Élysées ของนครปารีส

ในวันนี้มีคำถามกรุ่นอยู่ภายในว่า จิตสำนึกของประชาชนทั่วไปสอดรับกับแผนสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบล้ำหน้าแต่ว่าย้อนยุคนี้เพียงไร การผุดขึ้นของศูนย์การค้าขนาดยักษ์ ไม่ว่าจะเป็น villes ต่างๆ ของเครือเซ็นทรัล เซ็นทรา เซ็นทาร่า

หรือว่า สยาม โน่น นั่น นี่ และ ไอค่อนเรามีกันไม่เพียงพอหรือไร

(https://www.facebook.com/thematterco/posts/WEruLezFytW, https://www.facebook.com/ThaiPBS/posts/24n1bLHXcX และ https://www.facebook.com/Prachatai/posts/y3nyQXz6b)