วันเสาร์, พฤษภาคม 16, 2569

อ.สุลักษณ์ตอบแล้ว ในรายการ“คุยข้ามรุ่น” EP.1 "พระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันเนี่ย มีพระกระแสถามผมโดยตรงเลย ว่าสถาบันกษัตริย์จะอยู่ได้ไหมในเมืองไทย"


Pipob Udomittipong 
7 hours ago
·
“กม.มาตรา 112 ไม่ได้คุ้มครองสถาบันกษัตริย์ แต่คุ้มครองเผด็จการ ซึ่งอ้างว่าจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ควรจะเลิก ถ้าไม่เลิก ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข กม.นี้มีประโยชน์กับพวกเผด็จการ กับพวกที่ปกครองประชาชนโดยปราศจากความชอบธรรม” อ.สุลักษณ์ บอกน้องตะวันและหยก
อาจารย์บอกต่อว่า “สมัยกรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ เป็นรมว.มหาดไทย เคยไปเยี่ยมคุก และตกใจมาก พยายามให้ปรับปรุงคุก” แต่น่าเสียดายที่ “ศาลไทยไม่แม่นกฎหมาย ไม่มีความเมตตากรุณา” ตะวัน เสริมว่า “ผู้พิพากษาควรได้เข้าไปดูในคุก ไปดูว่าสภาพภายในเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเห็นการกดขี่ข้างใน กระบวนการยุติธรรม และคำพิพากษาจะออกมาดีกว่านี้” อาจารย์เห็นด้วย
สุดท้ายอาจารย์อ้างว่าได้คุยกับในหลวงองค์ปัจจุบัน และได้กราบทูลท่านว่า “ถ้าสถาบันกษัตริย์กระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์สุของราษฎร ก็จะอยู่รอดต่อไป แต่ถ้าสถาบันกษัตริย์ไม่ทำเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ก็อยู่รอดไม่ได้”
น่าฟังครับ ผมว่าอ.สุลักษณ์ตั้งใจตอบมาก เมื่อคคนถามเป็นเยาวชนคน เพราะอาจารย์รักและศรัทธาในการทำงานกับคนรุ่นใหม่


https://www.facebook.com/reel/1406925751195476




กลุ่มทนายความจากไอร์แลนด์เสนอชื่อ ‘อานนท์ นำภา’ เข้าชิงรางวัลสิทธิมนุษยชนของเนติบัณฑิตยสภาและองค์กรกฎหมายแห่งทวีปยุโรป


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
15 hours ago·

กลุ่มทนายความจากประเทศไอร์แลนด์ได้เสนอชื่อ อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกคุมขังในเรือนจำจากคดีตามมาตรา 112 เพื่อเข้ารับชิงรางวัลสิทธิมนุษยชนของเนติบัณฑิตยสภาและองค์กรกฎหมายแห่งทวีปยุโรป ประจำปี 2569 (The 2026 Council of Bars and Law Societies of Europe Human Rights Award)
.
ในส่วนการเสนอชื่อ อานนท์ นำภา เพื่อเข้าชิงรางวัลสิทธิมนุษยชนในปี 2026 นี้ เป็นการนำเสนอชื่อร่วมกันของสมาคมนักกฎหมายแห่งไอร์แลนด์ (Law Society of Ireland) และ เนติบัณฑิตยสภาแห่งไอร์แลนด์ (Bar Council of Ireland) ทั้งสององค์กรมีจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า อานนท์ นำภา ควรได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ และได้รับอนุญาตให้กลับไปประกอบวิชาชีพทนายความในการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อไป
.
นับตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2566 โดยได้รับการปฏิเสธการประกันตัวในทุกครั้ง ทั้งที่ได้มีการยื่นคำร้องขอประกันตัวไปแล้วกว่า 149 ฉบับ จนถึงขณะนี้ อานนท์ถูกศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 11 คดี และโทษจำคุกในคดีต่างๆ ที่ยังไม่สิ้นสุดรวมกัน ประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ ทุกคดียังอยู่ระหว่างการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์
.
ถึงแม้ว่าเขาจะยังคงถูกคุมขัง มีสถานะเป็นนักโทษทางความคิด แต่ อานนท์ นำภา ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นทนายความ และยังคงให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีในอีกกว่า 19 คดี อยู่ในเวลาเดียวกัน
.
อ่านบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/83583

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1388723306431469&set=a.656922399611567




คำเตือนมโนธรรมอันทรงพลังของ เช กูวาร่า : "หากคุณไม่สามารถเรียกสิ่งที่ผิดว่าผิดได้ คุณก็กำลังยืนอยู่ ณ ขั้นสุดท้ายของความเป็นทาส" - เช เกวารา



https://x.com/DeepPsycho_HQ/status/2054739099899363378
.....

คำกล่าวนี้มักถูกยกให้เป็นของเออร์เนสโต “เช” เกวารา และมันสะท้อนถึงแก่นแท้ของการปรับสภาพทางจิตวิทยาและการเมือง มันชี้ให้เห็นว่ารูปแบบสูงสุดของการกดขี่ไม่ใช่โซ่ตรวนทางกายภาพ แต่คือความไม่สามารถภายในที่จะรับรู้หรือเรียกชื่อความอยุติธรรมได้

เมื่อบุคคล—หรือสังคม—ถูกปรับสภาพให้ยอมรับ “ความผิด” ว่าเป็นเรื่องปกติ หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือ “ถูกต้อง” พวกเขาก็จะสูญเสียความเป็นอิสระทางปัญญาและศีลธรรมที่จำเป็นต่อการต่อต้าน

ขั้นตอนของการกดขี่

เพื่อให้เข้าใจคำกล่าวนี้ในบริบท ลองพิจารณาว่า “ขั้นตอน” ของการควบคุมโดยทั่วไปพัฒนาไปอย่างไร:

การบังคับทางกายภาพ: การควบคุมโดยใช้กำลังหรือการข่มขู่ด้วยความรุนแรง

การพึ่งพาทางเศรษฐกิจ: การควบคุมผ่านความจำเป็นในการดำรงชีวิต (ค่าจ้าง หนี้สิน ทรัพยากร)

การครอบงำทางอุดมการณ์: จุดที่ผู้ถูกกดขี่เริ่มหาเหตุผลมาสนับสนุนระบบที่กดขี่พวกเขา

ภาวะอัมพาตทางศีลธรรม ("ขั้นสุดท้าย"): ขั้นที่บุคคลไม่สามารถแยกแยะระหว่างถูกและผิดได้อีกต่อไป หรือหวาดกลัว/เหนื่อยล้าเกินกว่าจะเรียกความโหดร้ายนั้นว่าเป็นอย่างไร

ความสอดคล้องในยุคปัจจุบัน

แม้จะอยู่นอกบริบทของการเคลื่อนไหวปฏิวัติในศตวรรษที่ 20 ความรู้สึกนี้ยังคงมีความเกี่ยวข้องอย่างมากในการอภิปรายเกี่ยวกับ:

การบิดเบือนความจริง (Gaslighting): ทั้งในบริบทระหว่างบุคคลและทางการเมือง ที่ซึ่งความเป็นจริงถูกบิดเบือนจนกระทั่งเหยื่อสงสัยในสิ่งที่ตนเองรับรู้

ความเฉยเมยและการลดความรู้สึก: เมื่อปัญหาเชิงระบบกลายเป็นเรื่องธรรมดาจนการเรียกมันว่า "ผิด" รู้สึกไร้ประโยชน์หรือ "สุดโต่ง"

ภาษาและการใช้คำพูดที่สุภาพ: การใช้ภาษาที่ "ทำให้สุภาพ" เพื่ออธิบายความเป็นจริงที่โหดร้าย ทำให้ยากที่จะเรียกสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง

หมายเหตุเกี่ยวกับการอ้างอิงแหล่งที่มา: แม้ว่าความคิดนี้จะสอดคล้องกับงานเขียนของเกวาราเกี่ยวกับ "มนุษย์คนใหม่" และความจำเป็นของจิตสำนึกทางศีลธรรม แต่ก็เป็นหนึ่งในคำคมมากมายในยุคดิจิทัลที่มักถูกนำมาเรียบเรียงใหม่หรืออ้างอิงถึงเขาโดยไม่มีแหล่งที่มาหลักที่เฉพาะเจาะจง (เช่น สุนทรพจน์หรือบันทึกประจำวันเฉพาะเจาะจง) ไม่ว่าแหล่งที่มาที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร ตรรกะนี้ยังคงเป็นคำเตือนที่ทรงพลังต่อการยอมจำนนทางศีลธรรม




11 ปีผ่านไป หน้าเดิมๆ วิธีการเดิมๆ จะพัฒนาได้อย่างไร?


Thanapol Eawsakul
6 hours ago
·
11 ปัผ่านไป มันก็คือคนหน้าเดิม ๆ ตำแหน่งเดิม ๆ
เช็คชื่อเศรษฐีไ่ทยพบนายก
พบประยุทธ์ จันร์โอชา 3 ธันวาคม 2558
vs
พบอนทิน ชาญวีรกุล 15 พฤษภาคม 2569
(1)
24 เจ้าสัว หารือพัฒนาความร่วมมือ ตามเป้าหมาย "ประชารัฐ"
https://www.facebook.com/MinisterPichet/posts/790916467698330
เจ้าสัว 24 ท่าน ได้แก่
1. นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล
2. นางศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการบริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด
3. นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักล์ จำกัด (มหาชน)
4. นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน)
5. นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
6. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
7. นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
8. นายพิพัฒน์ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรชิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
9. นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนาพิบูล จำกัด (มหาชน)
10. นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด
11. นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน)
12. นายวิสุทธิ วิยฐานกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด
13. นายแพทย์ สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชชั่น จำกัด (มหาชน)
14. นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
15. นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
16. นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
17. นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
18. นายฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
19. นายทะนง โชติสรยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)
20. นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพฯ จำกัด
21. นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
22. นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
23. นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
และ 24. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(2)
ชื่นมื่น “อนุทิน” เผยคุยบิ๊ก CEO นาน 2 ชั่วโมงกว่า ถึงกับหูชา บอกคนระดับนี้ไม่ได้มาคุยเล่นๆ วงหารือชวนตอบแบบสอบถาม พร้อมเปิดใจถึงนายกฯ อยากให้รัฐบาลยุติโครงการไหน
https://www.thairath.co.th/news/politic/2933079...
ประกอบด้วย
- 3 สถาบัน กกร. และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1.นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์: ประธานกรรมการหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
2.นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล: ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
3. นายผยง ศรีวณิช: ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย
4. นายชัย อรุณานนท์ชัย: ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- กลุ่มสถาบันการเงิน
1. นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) ส่งนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
2. นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย: ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย
3. นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ : กรรมการ Chief Executive Officer, กรรมการบริหาร, กรรมการกำกับความเสี่ยง และกรรมการเทคโนโลยี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
- กลุ่มธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
1. นายธนินท์ เจียรวนนท์: ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
2. นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
3.นายภัคพล งามลักษณ์ ประธานคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
4. นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์: ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
5. นายปณต สิริวัฒนภักดี: กรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
6.นางวราภรณ์ โอสถานุพันธ์: กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด
- กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
1. นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
2. นายนรเชษฐ์ แซ่ตั้ง : Country Manager ประเทศไทย บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
3.นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด(มหาชน)
- กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
1. นายกลินท์ สารสิน: ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
2. นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์: กรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
3. นายครรชิต ไชยสุโพธิ์: รองประธาน บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
4. นางวราภรณ์ โอสถานุพันธ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด
- กลุ่มธุรกิจพลังงาน
1.นายสารัชถ์ รัตนาวะดี: ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
2.นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
3.นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช: ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
4. นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซียและโซลูชั่น ธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม พาวเวอร์ จำกัด(มหาชน)
- กลุ่มธุรกิจโรงแรม
1. นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์: นายกสมาคมโรงแรมไทย
2. นางสาวประชุม ตันติประเสริฐสุข รองประธานฝ่ายปฏิบัติการประจำประเทศไทย (ภาคกลางและภาคใต้) บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
- กลุ่มธุรกิจสุขภาพ (Healthcare & Wellness)
1. แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ: ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) BDMS
- กลุ่มธุรกิจก่อสร้าง
1.นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช: นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
2.นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม: กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
3.นายปลิว ตรีวิศวเวทย์: ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
- กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (นิคมอุตสาหกรรม)
1. นางสาวจรีพร จารุกรสกุล: ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
- กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs
1. นายณพพงศ์ ธีระวร: ประธานสมาพันธ์ SME ไทย
-กลุ่มธุรกิจค้าปลีก
1.นายชนวัฒน์ จิราธิวัฒน์ : กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
2.นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช: ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด
- กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
1.นายเวทิต โชควัฒนา: รองประธานกรรมการบริหาร / กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)
2. นางสาวดาลัดย์ ทรัพย์ทวีชัยกุล ประธานกรรมการ บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน)
3. นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์: ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด
4. นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์: ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดับเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)
ขณะที่ นางลินดา ลีสหะปัญญา: กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมได้ และไม่ได้ส่งตัวแทนร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย

https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/27128439456796203




เปิดผลสำรวจความต้องการนโยบาย 101 PUB : คนไทยอยาก ‘จบ’ ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา (อันดับ 1) จัดการอาชญากรรมข้ามพรมแดน (มาอันดับ 2)


The101.world 
13 hours ago
·
:: คนไทยอยาก ‘จบ’ ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา?: เปิดผลสำรวจความต้องการนโยบาย 101 PUB ::
.
เมื่อข้อพิพาทเขตแดนลุกลามกลายเป็นการใช้กำลังทางทหารสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาสองระลอกในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2025 ความบาดหมางขัดแย้งก็กัดกินความสัมพันธ์เพื่อนบ้านจนอยู่ในจุดตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี
.
แม้ภาวะหยุดยิงจะยังไม่ถูกทำลาย แต่สันติภาพชั่วคราวก็เปราะบางและไม่มีอะไรประกันว่าการปะทะจะไม่เกิดขึ้นอีก จนกว่าข้อพิพาทเขตแดนจะได้รับการแก้ไข
.
ประชาชนมีความเห็นต่อทิศทางการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างไร? มีเหตุผลอย่างไรรองรับ? 101 Public Policy Think Tank – 101 PUB ชวนสำรวจความเห็นของประชาชนต่อความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ผ่านผลสำรวจแนวคิดและความต้องการนโยบายสาธารณะของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากกลุ่มตัวอย่างภาคสนาม 6,146 คนใน 19 จังหวัดในทุกภูมิภาค และการสำรวจออนไลน์ 744 คน ระหว่างวันที่ 8-18 มกราคม 2026
.
อ่านบทความเต็มได้ที่: https://www.the101.world/policy-survey-thai-cambodia/
.
เรื่อง: ณรจญา ตัญจพัฒน์กุล
ภาพ: ปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล, , วนา ภูษิตาศัย


https://www.facebook.com/the101.world/posts/1521184306043037



3 ประเด็นที่น่าเศร้า หลังข่าว พบ #ปลาหมอคางดำ ที่พัทยา จากการหว่านแหจับปลา


ตุ๊ดส์review
18 hours ago
·
หลังข่าว พบ #ปลาหมอคางดำ ที่พัทยา จากการหว่านแหจับปลา

มี 3 ประเด็นที่น่าเศร้า

1) ปลาเอเลี่ยนสายพันธุ์แข็งแรงนี้ สามารถอยู่ได้ทุกสภาพน้ำเลย มีความถึก อดทน และเติบโตได้ดีทุกพื้นที่ สะท้อนความจริงว่า "การกำจัดให้หมด เป็นเรื่องยาก เพราะมันปรับตัวอยู่ได้ทุกพื้นที่น้ำ"

2) นักวิชาการด้านทะเลยืนยันว่า "รบกวนระบบนิเวศ เพราะมันอยู่ได้ทุกที่" แต่นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย เป็นระดับรัฐมนตรีช่วย ยืนยันว่า "ไม่รบกวน เพราะไม่สามารถอยู่ในน้ำเค็มได้" ส่วนตัวคิดว่า เราควรฟังคนที่มีความรู้จริงๆมากกว่า ประเทศจำเป็นต้องมีคนที่มีความรู้จริงมานั่งในตำแหน่งที่มีอำนาจบริหาร คนที่ยังไม่มีความรู้มากพอในความเข้าใจที่ถูกต้องต่อปัญหา จึงไม่สามารถแก้ปัญหา และบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จได้

3) หน่วยงานประมงของไทย แนะนำได้เพียงการจับกิน จะเห็นว่าเป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุเท่านั้น ทุกวันนี้ "รัฐบาลไม่กล้าแตะปลาสายพันธุ์นี้ และยังไม่สามารถเอาผิดผู้ที่ทำร้ายระบบนิเวศไทย นำปลาสายพันธุ์เอเลี่ยนมาระบาดประเทศ ยังคงจับมือใครดมไม่ได้ต่อไป ได้แต่บอกให้ประชาชนจับกินไปวันๆ"

นี่คือภาพความล้มเหลวของการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำของรัฐบาล ที่เราปล่อยให้ระบบนิเวศ และแหล่งอาหาร-สัตว์น้ำของประเทศถูกทำลายไปเรื่อยๆ โดยไร้ความรับผิดชอบใดจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

สิ้นหวังแท้

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1560220812335544&set=a.808136554210644




Money Buffalo พูดถึง กลุ่มทุนตั้งโรงงานในไทย กว้านซื้อที่ดินสร้าง “นิคม 0 เหรียญ” ที่ไม่ให้เงินไหลถึงคนไทยซักกะแดงเดียว เท่านั้นยังไม่พอ ยังผลิตของถูก ๆ ทำลายตลาดจนโรงงานไทยพากันเจ๊ง !





https://x.com/MoneyBuffaloTH/status/2055161253971296516
.....

คำว่า "นิคม 0 เหรียญ" เป็นคำที่ถูกหยิบยกมาใช้เรียกโครงการหรือเขตอุตสาหกรรมที่มีลักษณะคล้ายกับโมเดล "ทัวร์ 0 เหรียญ" ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมากในด้านเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

นี่คือสรุปประเด็นสำคัญของปรากฏการณ์นี้:

1. นิยามและลักษณะของ "นิคม 0 เหรียญ"

หมายถึง นิคมอุตสาหกรรมหรือโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมที่มีลักษณะดังนี้:

ทุนต่างชาติเบ็ดเสร็จ: ใช้เงินทุนจากต่างชาติ (โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีน) ในการกว้านซื้อที่ดิน พัฒนาสาธารณูปโภค และก่อสร้างโรงงาน

Supply Chain ปิด: ดึงซัพพลายเออร์จากประเทศเดียวกันเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ทั้งหมด ทำให้วงจรการผลิตและการจัดซื้อจัดจ้างหมุนเวียนอยู่เฉพาะในกลุ่มทุนชาตินั้นๆ

แรงงานและบริการ: มีการนำเข้าเครื่องจักร เทคโนโลยี แม้กระทั่งแรงงานระดับบริหารหรือช่างเทคนิคจากต่างประเทศ รวมถึงใช้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทในเครือข่ายตนเอง

2. ทำไมถึงถูกเรียกว่า "0 เหรียญ"?

เหตุผลที่เปรียบเปรยเช่นนั้นเพราะ "เงินแทบไม่ตกถึงมือคนท้องถิ่น" หรือตกน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุน:

กำไรจากการขายหรือเช่าที่ดินไหลกลับต่างประเทศ

การจ้างงานในระดับที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงมักไม่ใช่คนไทย

ผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าไม่ถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพราะสู้ราคาหรือมาตรฐานเครือข่ายเดิมไม่ได้

3. ผลกระทบที่สำคัญ

เชิงบวก: ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) พุ่งสูงขึ้น, มีการพัฒนาพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นเขตอุตสาหกรรมสมัยใหม่, และเกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีในบางระดับ


เชิงลบ: เกิดภาวะ "กินรวบ" ทางเศรษฐกิจ, ผู้ผลิตไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน, และอาจเกิดปัญหานอมินีในการถือครองที่ดินหรือประกอบธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย
4. ความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน (ปี 2026)

ในบริบทปัจจุบัน ปัญหานี้ถูกนำไปผูกโยงกับ:

การย้ายฐานการผลิต: ผลจากสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้กลุ่มทุนเร่งเข้ามาตั้งฐานในไทยแบบเบ็ดเสร็จเพื่อเลี่ยงกำแพงภาษี

โครงการ Landbridge: มีความกังวลว่าหากไม่มีมาตรการควบคุมที่รัดกุม พื้นที่รอบโครงการอาจกลายเป็นโมเดล 0 เหรียญในรูปแบบใหม่

สรุป: "นิคม 0 เหรียญ" คือความท้าทายของรัฐบาลในการวางสมดุลระหว่าง "การส่งเสริมการลงทุน" กับ "การปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติ" เพื่อไม่ให้ไทยเป็นเพียงแค่ "ทางผ่าน" ของเม็ดเงินลงทุน




ชาวนา 80 กว่าชีวิตที่บ้านหนองมะกอก อุทัยธานี หยุดทำนา ทั้งหมู่บ้าน


ชาวนาอุทัยธานี หยุดทำนา ทั้งหมู่บ้าน | ข่าวค่ำ | 13 พ.ค. 69

Thai PBS

May 13, 2026 

ต้นทุนการทำนาที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว สวนทางกับราคาข้าวที่ตกต่ำ ทำให้ชาวนาบ้านหนองมะกอก ในอำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ตัดสินใจหยุดทำนาทั้งหมู่บ้าน เพราะสู้กับต้นทุนการเพาะปลูกไม่ไหว ผลกระทบยังต่อเนื่องไปถึงคนรับจ้างไถนา ที่ต้องขาดรายได้มา 4 เดือนแล้ว ติดตามจากรายงานของคุณภัทรา ชวนชม

https://www.youtube.com/watch?v=APZzP4Hm8dE
.....


80 กว่าชีวิตที่บ้านหนองมะกอก อุทัยธานี วางมือจากนาข้าวพร้อมกันตั้งแต่มกราคม ทิ้งผืนดิน 3,000 ไร่ให้ว่างเปล่า

ปุ๋ยขึ้น ยาขึ้น น้ำมันขึ้น ค่าไถนาจากไร่ละ 300 กระโดดเป็น 500 ค่าเกี่ยวจาก 500 ขยับเป็น 600 ลงทุนรอบละ 50,000-60,000 บาท ยังไม่นับค่าเช่านาปีละ 25,000 แต่ราคาข้าวที่ได้กลับ ไม่ต้องพูดถึง คนรับจ้างไถนาซื้อรถมือสอง 400,000 ผ่อนไปปีเดียว งานก็หายวับ ขาดรายได้มา 4 เดือนเต็ม

คณะกรรมการหมู่บ้านไม่ได้ตัดสินใจตามอารมณ์ พวกเขาประชุมกันแล้วลงมติ "หยุด" เพราะดันทุรังต่อคือพากันล่มจม 127 ครัวเรือนเปลี่ยนจากทำนาเป็นปลูกถั่วฝักยาว รับจ้างรายวัน ประทังชีวิตไปวันต่อวัน เมื่อวานนี้ 13 พ.ค. ไทย PBS ลงพื้นที่และภาพที่เห็นคือทุ่งนาร้างสุดลูกหูลูกตา

(https://www.facebook.com/photo/?fbid=1013040991675684&set=a.117084214604704)



สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับคำเตือนของสี จิ้นผิง ต่อทรัมป์เรื่อง “ปัญหาไต้หวัน”



สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับคำเตือนของสี จิ้นผิง ต่อทรัมป์เรื่อง “ปัญหาไต้หวัน”

ฮ่องกง (เอพี) — จีนได้เพิ่มท่าทีแข็งกร้าวต่อไต้หวัน เกาะประชาธิปไตยที่จีนถือว่าเป็นดินแดนของตน เมื่อวันพฤหัสบดี โดยเตือนสหรัฐฯ ว่าปักกิ่งและวอชิงตันจะ “มีการปะทะและอาจถึงขั้นขัดแย้ง” หากปัญหานี้ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเน้นย้ำระหว่างการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า “ปัญหาไต้หวัน” เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและวอชิงตัน ตามรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศของจีน

“‘เอกราชของไต้หวัน’ และสันติภาพระหว่างสองช่องแคบนั้นเข้ากันไม่ได้เหมือนไฟกับน้ำ” สี จิ้นผิง กล่าวกับทรัมป์ ตามคำแถลง

น้ำเสียงที่แข็งกร้าวของสี จิ้นผิง สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นของจีนต่อสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรอย่างไม่เป็นทางการที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน ตามกฎหมาย สหรัฐฯ มีหน้าที่ต้องรับประกันว่าไต้หวันสามารถปกป้องตนเองได้ แต่โดยทางการแล้ว สหรัฐฯ กลับมีท่าทีที่เรียกว่า "ความคลุมเครือเชิงยุทธศาสตร์" ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปเกี่ยวข้องทางทหารหรือไม่ หากจีนตัดสินใจยึดไต้หวันคืนด้วยกำลัง

"หากจัดการอย่างเหมาะสม ความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยรวมจะมีความเสถียรภาพ มิฉะนั้น สองประเทศจะเกิดการปะทะและอาจถึงขั้นขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมดตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง" สี จิ้นผิง กล่าว ตามรายงานของกระทรวงการต่างประเทศ

ปักกิ่งได้เร่งดำเนินการรณรงค์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อดึงพันธมิตรทางการทูตของไต้หวันออกไป และเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อเกาะแห่งนี้

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า นโยบายของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน "ไม่เปลี่ยนแปลง" แต่เตือนว่าจะเป็น "ความผิดพลาดอย่างร้ายแรง" หากจีนยึดไต้หวันด้วยกำลัง

"นโยบายของสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นไต้หวันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ณ วันนี้" เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ NBC News

สี จิ้นผิง ต้องการให้จีนรวมเป็นหนึ่งเดียวกับไต้หวัน

จีนและไต้หวันปกครองแยกกันมาตั้งแต่ปี 1949 เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นสู่อำนาจในปักกิ่งหลังสงครามกลางเมือง กองกำลังพรรคชาตินิยมที่พ่ายแพ้ได้หนีไปยังไต้หวัน ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนผ่านจากกฎอัยการศึกไปสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรค

จีนมองว่าไต้หวันซึ่งปกครองตนเองเป็นมณฑลที่แยกตัวออกไป และจะถูกยึดคืนด้วยกำลังหากจำเป็น

ความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและไทเปตึงเครียดมาตั้งแต่ไต้หวันเลือกไช่ อิงเหวินเป็นประธานาธิบดีครั้งแรกในปี 2016 พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของเธอระบุว่าไต้หวันมีความเป็นอิสระในทางปฏิบัติและเป็นรัฐอธิปไตยของตนเอง จีนตัดขาดการเจรจาอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลไต้หวันเกือบทั้งหมด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปักกิ่งได้ส่งเรือรบและเครื่องบินรบเข้าใกล้เกาะไต้หวันเกือบทุกวัน

ผู้นำจีนเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าจีนจะ "รวมชาติ" กับไต้หวันอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเกาะที่มีประชากรประมาณ 23 ล้านคน

นอกเหนือจากเรื่องการเมืองแล้ว ไต้หวันยังเป็นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ชิปคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือวัดความแม่นยำรายใหญ่ การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ได้ผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของไต้หวันมีกำไรและรายได้สูงเป็นประวัติการณ์

ถ้อยคำเกี่ยวกับไต้หวันสะท้อนความกังวลของจีน

นักวิเคราะห์กล่าวว่า คำพูดของสี จิ้นผิง สะท้อนความวิตกกังวลของจีนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ

“หากจีนได้รับข้อตกลงที่สำคัญใดๆ เกี่ยวกับไต้หวันจากทรัมป์ ข้อตกลงนั้นจะต้องสะท้อนออกมา” ในรายงานอย่างเป็นทางการของปักกิ่งเกี่ยวกับการประชุมของผู้นำ กล่าวโดยวิลเลียม หยาง นักวิเคราะห์อาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือของกลุ่มวิเคราะห์วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ (International Crisis Group)

“การที่ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้และน้ำเสียงที่ค่อนข้างแข็งกร้าว บ่งชี้ว่าทรัมป์อาจยังไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องไต้หวันในหลักการ” เขากล่าว

ในเดือนธันวาคม ทีมงานของทรัมป์ประกาศแพ็คเกจอาวุธมูลค่า 11 พันล้านดอลลาร์สำหรับไต้หวัน ซึ่งเป็นแพ็คเกจที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ไต้หวันเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศด้วย

หม่า ชุนเหว่ย ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์จีน-ไต้หวันจากมหาวิทยาลัยตัมกังของไต้หวัน กล่าวว่า จีนอาจกังวลว่ารัฐบาลทรัมป์ได้เบี่ยงเบนไปจากภาษาทางการทูตมาตรฐานเกี่ยวกับไต้หวัน จุดยืนของสหรัฐฯ มานานแล้วคือการยอมรับจุดยืนของจีนเกี่ยวกับไต้หวัน แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการกับเกาะแห่งนี้

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ที่ออกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ระบุอย่างง่ายๆ ว่า “เราจะยังคงรักษานโยบายประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับไต้หวันต่อไป ซึ่งหมายความว่าสหรัฐอเมริกาไม่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่ฝ่ายเดียวในช่องแคบไต้หวัน”

โดยปกติแล้ว สหรัฐฯ มักใช้ภาษาที่เป็นมาตรฐานมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับไต้หวัน

“สำหรับสี จิ้นผิง เขาต้องแสดงให้เห็นว่าปัญหาไต้หวันอยู่ในมือของจีน เขาต้องแสดงภาพลักษณ์นี้ มิฉะนั้นเขาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์” หม่ากล่าว

ที่มา AP
What to know about Xi’s warning to Trump over the ‘Taiwan Question’

https://apnews.com/article/china-xi-trump-taiwan-independence-5d26e536240b881b06c26cd2be9ba632



ในการพบปะทรัมป์เมื่อวันพฤหัส แทนที่ สี จิ้นผิง พูดถึง สงครามในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดในไต้หวันโดยตรง แต่กลับหยิบยกสงครามเพโลปอนเนเซียนในกรีกโบราณ มาพูด พร้อมท้าทายทรัมป็ “จีนและสหรัฐอเมริกาจะสามารถก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า ‘กับดักธูซิดิส’ ได้หรือไม่” เรื่องนี้มีนัยอะไร และทรัมป์โต้ยังไง ?



กับดักธูซิดิสคืออะไร และทำไมสี จิ้นผิงถึงกล่าวถึงเรื่องนี้ในการพบปะกับโดนัลด์ ทรัมป์?

ผู้นำจีนยกเรื่องนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกโบราณอย่างธูซิดิสขึ้นมาพูดในการพบปะกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ปักกิ่ง

สงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดในไต้หวัน เมื่อผู้นำของสองมหาอำนาจโลกพบกันที่ปักกิ่งในสัปดาห์นี้ นี่คือประเด็นร้อนที่ทุกคนคาดหวังว่าจะมีการพูดคุยกัน

แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น สี จิ้นผิง ผู้นำจีนกลับหยิบยกสงครามโบราณอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา

ในคำกล่าวเปิดการพบปะเมื่อวันพฤหัสบดี สี จิ้นผิงได้อ้างถึงสงครามเพโลปอนเนเซียนในกรีกโบราณ ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่ยาวนานหลายทศวรรษที่ปะทุขึ้นระหว่างเอเธนส์และสปาร์ตาในปี 431 ก่อนคริสต์ศักราช

ในการส่งสัญญาณท้าทายการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ สี จิ้นผิงถามว่า:

“จีนและสหรัฐอเมริกาจะสามารถก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า ‘กับดักธูซิดิส’ และสร้างแบบแผนใหม่สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจได้หรือไม่?”

กับดักธูซิดิสคืออะไร?

แนวคิดเรื่องกับดักธูซิดิส ซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศ รวมถึงโดยสตีฟ แบนนอน อดีตหัวหน้ายุทธศาสตร์ของทรัมป์ หมายถึงแนวคิดที่ว่า เมื่อมหาอำนาจที่กำลังผงาดขึ้นมาคุกคามที่จะเข้ามาแทนที่มหาอำนาจที่ตั้งมั่นอยู่แล้ว ผลที่ตามมามักจะเป็นสงคราม

ธูซิดิสเขียนไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์สงครามเพโลปอนเนเซียนว่า “การผงาดขึ้นของเอเธนส์และความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในสปาร์ตาทำให้สงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

เช่นเดียวกับที่เอเธนส์เคยทำสงครามกับสปาร์ตา นัยยะก็คือ การผงาดขึ้นของจีนก่อให้เกิดความวิตกกังวลและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ

ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่า สี จิ้นผิง ใช้คำนี้มาหลายปีแล้ว แต่การอ้างอิงถึงวรรณคดีคลาสสิกนี้ในระหว่างการเยือนของทรัมป์อาจเป็นการบอกใบ้ถึงจุดยืนของเขาเกี่ยวกับไต้หวัน

ผู้นำจีนเตือนทรัมป์ในภายหลังว่า การกระทำใดๆ ที่ผิดพลาดเกี่ยวกับไต้หวันอาจผลักดันให้ทั้งสองประเทศเข้าสู่ “ความขัดแย้ง”

สี จิ้นผิง กล่าวถึงเกาะปกครองตนเองที่จีนอ้างว่าเป็นของตนเองว่า “ปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ”

เขากล่าวเสริมว่า “หากจัดการไม่ดี สองประเทศอาจปะทะกันหรือถึงขั้นเกิดความขัดแย้ง ซึ่งจะผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ไปสู่สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง”

แต่ในงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐในช่วงเย็น ผู้นำจีนกลับแสดงท่าทีประนีประนอมมากขึ้น โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ และจีนสามารถจัดการกับความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ได้ “การบรรลุเป้าหมายแห่งการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีน และการทำให้สหรัฐอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งนั้น สามารถดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างสมบูรณ์... อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนทั้งโลกได้อีกด้วย” นายสีกล่าว

ทางด้านนายทรัมป์ ได้ออกมาตอบโต้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่านายสีได้ “กล่าวถึงสหรัฐอเมริกาอย่างสละสลวยยิ่งนัก ในทำนองที่ว่าสหรัฐฯ อาจกำลังเป็นชาติที่กำลังเสื่อมถอยลง”

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์กล่าวเสริมว่า แน่นอนว่าคำกล่าวนั้นไม่ได้หมายถึงสหรัฐอเมริกาภายใต้การบริหารงานของตัวเขาเองแต่อย่างใด

“เมื่อสองปีก่อน ในความเป็นจริงแล้ว เราคือชาติที่กำลังอยู่ในภาวะเสื่อมถอย” นายทรัมป์โพสต์ข้อความลงบนสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเช้าตรู่ของวันศุกร์

“แต่ในขณะนี้ สหรัฐอเมริกาคือชาติที่กำลังมาแรงและโดดเด่นที่สุดในโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรากับจีนจะแน่นแฟ้นและดียิ่งกว่าที่เคยเป็นมา!”

ที่มา The Guardian
https://www.theguardian.com/us-news/2026/may/15/thucydides-trap-explained-xi-jinping-donald-trump-us-china-taiwan

What is the Thucydides Trap and why did Xi Jinping mention it in his meeting with Donald Trump?

14 May 2026
.....



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้คำพูดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกี่ยวกับ "กับดักธูซิดิส" ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี ซึ่งสี จิ้นผิง ดูเหมือนจะอ้างถึงทฤษฎีทางการเมืองที่ว่า ความกลัวของมหาอำนาจต่อมหาอำนาจที่กำลังเติบโตอาจนำไปสู่สงคราม

ทรัมป์อ้างว่าคู่สนทนาของเขาไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ กำลัง "เสื่อมถอย" ในปัจจุบัน แต่หมายถึงในช่วงที่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ดำรงตำแหน่ง

สี จิ้นผิง กล่าวในสุนทรพจน์เปิดงานเมื่อวันพุธ ตามการแปลสดว่า "โลกมาถึงทางแยกใหม่แล้ว จีนและสหรัฐฯ จะสามารถเอาชนะ 'กับดักธูซิดิส' และสร้างแบบแผนใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจได้หรือไม่"

ในโพสต์บน Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์กล่าวว่า "เมื่อประธานาธิบดีสีกล่าวถึงสหรัฐฯ อย่างงดงามว่าอาจเป็นประเทศที่กำลังเสื่อมถอย เขาหมายถึงความเสียหายอย่างใหญ่หลวงที่เราได้รับในช่วงสี่ปีของโจ ไบเดน และรัฐบาลไบเดน และในประเด็นนั้น เขาถูกต้อง 100%"

ไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าสี จิ้นผิงกำลังกล่าวถึงไบเดนในคำแถลงของเขา

ต่อมาทรัมป์กล่าวเสริมว่า "ที่จริงแล้ว ประธานาธิบดีสีได้แสดงความยินดีกับผมเกี่ยวกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มากมายในช่วงเวลาสั้นๆ สองปีที่แล้ว ที่จริงแล้วเราเป็นประเทศที่กำลังเสื่อมถอย ในเรื่องนี้ ผมเห็นด้วยกับประธานาธิบดีสีอย่างเต็มที่! แต่ตอนนี้ สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลก และหวังว่าความสัมพันธ์ของเรากับจีนจะแข็งแกร่งและดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา!"

ในทางรัฐศาสตร์ "กับดักธูซิดิส" หมายความว่าประเทศที่กำลังเสื่อมถอยควรเรียนรู้ที่จะยอมรับประเทศที่กำลังเจริญรุ่งเรือง มิฉะนั้นอาจเสี่ยงต่อการปะทะกันอย่างอันตราย คำอุปมาของสีดูเหมือนจะบอกว่าจีนกำลังเจริญรุ่งเรืองและสหรัฐอเมริกากำลังเสื่อมถอย




ในระเบียบปฏิบัติด้านความมั่นคงของอเมริกา และ จีน ในโลกของการทูตที่มีเดิมพันสูง วอชิงตันและจีน มองว่า ‘ความไว้วางใจ’ คือสิ่งฟุ่มเฟือยที่พวกเขาไม่อาจมีได้ในเวลานี้ ทรัมป์และคณะติดตามทั้งหมด ทิ้งสิ่งของทุกชิ้นที่ออกโดยจีนก่อนเดินทางออกจากจีน 🇨🇳🇺🇸”







https://x.com/visegrad24/status/2055314105402110172
.....

“เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ถูกยึดอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหมดก่อนเดินทางเยือนจีน และได้รับโทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้งแทน

สมาชิกของรัฐบาลทรัมป์ต้องทิ้งอุปกรณ์ส่วนตัวไว้ทั้งหมดด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เหล่านั้นถูกแฮ็กหรือถูกบุกรุกข้อมูล

การเดินทางครั้งนี้กำหนดให้เจ้าหน้าที่หลายร้อยคน ทั้งผู้ช่วยและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ต้องงดใช้อุปกรณ์ส่วนตัว และเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ชั่วคราวที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงด้านการสอดแนม การเจาะระบบ และการเก็บข้อมูล





 

ทรัมป์เดินทางออกจากปักกิ่งด้วยความสำเร็จเพียงเล็กน้อย แต่กล่าวชื่นชมสี จิ้นผิง



ทรัมป์เดินทางออกจากปักกิ่งด้วยความสำเร็จเพียงเล็กน้อย แต่กล่าวชื่นชมสี จิ้นผิง

สรุป
  • จีนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือที่ชัดเจนเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน และแสดงความไม่พอใจ
  • สี จิ้นผิง จะเยือนสหรัฐฯ ในฤดูใบไม้ร่วง
  • เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ชื่นชมข้อตกลงสินค้าเกษตร รายละเอียดน้อย
  • หุ้นโบอิ้งร่วงลงหลังคำสั่งซื้อต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
  • สี จิ้นผิง ออกคำเตือนอย่างรุนแรงเกี่ยวกับไต้หวันในการเจรจาแบบปิด
ปักกิ่ง 15 พฤษภาคม (รอยเตอร์) - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เดินทางออกจากจีนในวันศุกร์โดยไม่มีความคืบหน้าสำคัญใดๆ เกี่ยวกับการค้า หรือความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมจากปักกิ่งเพื่อยุติสงครามอิหร่าน แม้ว่าจะใช้เวลาสองวันในการกล่าวชื่นชมสี จิ้นผิง เจ้าภาพของเขา

การเยือนของทรัมป์ไปยังคู่แข่งทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจหลักของอเมริกา ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่การเดินทางครั้งล่าสุดในปี 2017 มีเป้าหมายเพื่อบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อยกระดับคะแนนนิยมที่ตกต่ำของเขาก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน สี จิ้นผิง จะเยือนสหรัฐฯ ในฤดูใบไม้ร่วงตามคำเชิญของทรัมป์ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าว

การประชุมสุดยอดเต็มไปด้วยพิธีการมากมาย ตั้งแต่ทหารเดินสวนสนามไปจนถึงการเยี่ยมชมสวนลับ แต่เบื้องหลังประตูที่ปิดสนิท สี จิ้นผิง ได้ออกคำเตือนอย่างชัดเจนต่อทรัมป์ว่า การจัดการกับปัญหาสำคัญที่สุดของจีนอย่างไต้หวันอย่างไม่เหมาะสม อาจลุกลามไปสู่ความขัดแย้งได้

ระหว่างการพบปะกับนักข่าวขณะเดินทางกลับสหรัฐฯ ทรัมป์กล่าวว่า สี จิ้นผิง บอกกับเขาว่าคัดค้านการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน

“ผมฟังเขาแล้ว ผมไม่ได้แสดงความคิดเห็น... ผมไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น” ทรัมป์กล่าว เขาเสริมว่าเขาจะตัดสินใจเกี่ยวกับการขายอาวุธให้ไต้หวันในเร็วๆ นี้ หลังจากได้พูดคุยกับ “บุคคลที่กำลัง...บริหารไต้หวันอยู่ในขณะนี้”

ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์หมายถึงประธานาธิบดีของไต้หวัน ไล่ ชิงเต หรือไม่ การสนทนาโดยตรงระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่กับผู้นำไต้หวันถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายปีนับตั้งแต่ที่วอชิงตันเปลี่ยนการรับรองทางการทูตจากไทเปไปปักกิ่งในปี 1979 และอาจทำให้จีนไม่พอใจ เนื่องจากจีนมองว่าเกาะที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้เป็นดินแดนของตนเอง


ในขณะที่ทรัมป์มองหาผลประโยชน์ทางธุรกิจในระยะสั้น เช่น ข้อตกลงขายเครื่องบินโบอิ้งที่ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับนักลงทุน สี จิ้นผิงกลับพูดถึงการปรับความสัมพันธ์ระยะยาวและข้อตกลงเพื่อรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ทางการค้ากับวอชิงตัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลำดับความสำคัญที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย

สี จิ้นผิง ผลักดันคำศัพท์ใหม่โดยอธิบายความสัมพันธ์นี้ว่า “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์” ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากกรอบความคิด “การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์” ที่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ใช้ ซึ่งปักกิ่งไม่ชอบ

“จนถึงตอนนี้ จีนยังไม่เคยเสนอทางเลือกอื่น – แต่ตอนนี้พวกเขาเสนอแล้ว – หากฝ่ายสหรัฐฯ เห็นด้วย นั่นคือความก้าวหน้า” ต้า เว่ย ผู้อำนวยการศูนย์ความมั่นคงและยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยชิงหัว ในปักกิ่ง กล่าว

ไม่มีความช่วยเหลือเกี่ยวกับอิหร่าน

บทสรุปสั้นๆ ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเจรจาเมื่อวันพฤหัสบดีเน้นย้ำสิ่งที่ทำเนียบขาวเรียกว่าความปรารถนาร่วมกันของผู้นำที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซนอกชายฝั่งอิหร่านอีกครั้ง และความสนใจของสี จิ้นผิง ในการซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง

แต่ก่อนที่ผู้นำจะพบกันเพื่อดื่มชาในวันศุกร์ กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกแถลงการณ์ที่ตรงไปตรงมาซึ่งสนับสนุนความพยายามในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ แต่กล่าวว่าความขัดแย้งไม่ควรเกิดขึ้นและไม่มีเหตุผลที่จะดำเนินต่อไป

ที่จงหนานไห่ ทรัมป์กล่าวว่าผู้นำทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับอิหร่านและรู้สึก "คล้ายคลึงกันมาก" แม้ว่าสี จิ้นผิงจะไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ระหว่างเที่ยวบินกลับบ้าน ทรัมป์กล่าวเสริมว่าเขาไม่ได้ "ขอความช่วยเหลือใดๆ" เกี่ยวกับอิหร่าน
"สิ่งที่น่าสังเกตคือไม่มีข้อผูกมัดใดๆ จากจีนที่จะทำอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับอิหร่าน" แพทริเซีย คิม นักวิจัยด้านนโยบายต่างประเทศจากสถาบันบรูคกิ้งส์กล่าว

หุ้นโบอิ้งร่วงลงจากข้อตกลงที่น่าผิดหวัง

ในอีกสัญญาณหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงขนาดของการประชุมที่ลดลง รายงานของทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงการปฏิรูปโครงสร้างในวงกว้างที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆ กดดันสี จิ้นผิง

แตกต่างจากการเดินทางครั้งก่อนของเขาในปี 2017 ทรัมป์ไม่ได้หารือเกี่ยวกับ "การปฏิรูปโครงสร้าง" "การกำกับดูแลเศรษฐกิจโลก" หรือ "ระบบการค้าระหว่างประเทศ" กับสี จิ้นผิง ตามรายงาน

แม้แต่ข้อตกลงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดจากการประชุมก็ยังน่าผิดหวัง หุ้นโบอิ้งร่วงลง 4% เมื่อทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าจีนจะซื้อเครื่องบินโบอิ้ง (BA.N) จำนวน 200 ลำ ซึ่งน้อยกว่าจำนวนประมาณ 500 ลำที่แหล่งข่าวแจ้งกับรอยเตอร์ว่าอยู่ระหว่างการเจรจาอย่างมาก

ต่อมาเขากล่าวเสริมว่าคำสั่งซื้ออาจเพิ่มขึ้นเป็น 750 ลำ "หากพวกเขาส่งมอบ 200 ลำได้ดี"

นายหวังกล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยกระทรวงของเขาว่า จีนและสหรัฐฯ ตกลงที่จะจัดตั้งคณะกรรมการการค้าและคณะกรรมการการลงทุนเพื่อแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าเกษตรและขยายการค้า "ภายใต้กรอบการลดภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทน"

การเคลื่อนไหวที่คาดการณ์ไว้มีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าอ่อนไหวซึ่งสามารถซื้อขายได้โดยไม่ละเมิดเส้นแดงด้านความมั่นคงของชาติ ทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะระบุสินค้ามูลค่า 30 พันล้านดอลลาร์ ข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ให้ปักกิ่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบเศรษฐกิจที่รัฐควบคุม ไปสู่เป้าหมายการค้าเชิงปริมาณในภาคส่วนที่ไม่ใช่เชิงยุทธศาสตร์ ในขณะที่ยังคงรักษาภาษีศุลกากรและการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีที่อ่อนไหวไว้ในวงกว้าง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่าพวกเขาได้ตกลงขายสินค้าเกษตรแล้ว แต่รายละเอียดมีน้อยมากและไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการขายชิป AI ขั้นสูง H200 ของ Nvidia (NVDA.O) ให้กับจีน แม้ว่าซีอีโอ เจนเซน หวง จะเข้าร่วมการเดินทางในนาทีสุดท้ายอย่างน่าทึ่งก็ตาม

ทรัมป์เดินทางกลับโดยไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแร่หายาก ซึ่งเป็นปัญหาที่รุมเร้าความสัมพันธ์มาตั้งแต่จีนใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุสำคัญนี้เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์ในเดือนเมษายน 2025

แม้ว่าผู้นำทั้งสองจะสงบศึกกันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยวอชิงตันจะลดภาษีเพื่อแลกกับการที่จีนยังคงส่งแร่หายากมาให้ แต่การควบคุมของปักกิ่งทำให้เกิดการขาดแคลนสำหรับผู้ผลิตชิปและบริษัทด้านอวกาศของสหรัฐฯ

เมื่อถูกถามว่าทั้งสองฝ่ายขยายความสงบศึกออกไปเกินกว่าปลายปีนี้หรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่าเขาและสี จิ้นผิง "ไม่ได้หารือเรื่องภาษี"

คิมจากสถาบันบรูคกิ้งส์กล่าวว่า การขยายเวลาดังกล่าวจะเป็น "เกณฑ์มาตรฐานขั้นพื้นฐานที่สุด" สำหรับความสำเร็จของการประชุมสุดยอดครั้งนี้

คำกล่าวของสี จิ้นผิงต่อทรัมป์ที่ว่า การจัดการไต้หวันอย่างไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ความขัดแย้งนั้น เป็นคำเตือนที่รุนแรงในระหว่างการประชุมสุดยอดที่ดูเป็นมิตรและผ่อนคลาย

ไต้หวัน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งจีน 50 ไมล์ (80 กิโลเมตร) เป็นจุดที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในความสัมพันธ์มานานแล้ว โดยปักกิ่งปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารเพื่อควบคุมเกาะ และสหรัฐฯ ก็มีพันธะทางกฎหมายที่จะต้องจัดหาเครื่องมือในการป้องกันตนเองให้แก่ไต้หวัน

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวกับ NBC News ว่า "นโยบายของสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นไต้หวันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ณ วันนี้"

ที่มา Reuters
Trump leaves Beijing with few wins but warm words for Xi

https://www.reuters.com/world/china/trump-xi-set-second-day-talks-after-taiwan-warning-2026-05-14/
May 14, 2026
.....









https://x.com/OopsGuess/status/2055293429522043294




 

วันศุกร์, พฤษภาคม 15, 2569

ทึ่งในความแปลกประหลาดของระบอบประชาธิปไตย ตรงที่ว่า “มันขัดกับสัญชาตญาณการรักษาอำนาจของมนุษย์” #นิ้วกลม ถอดความปาฐกถาของ แอนน์ แอ็ปเปิ้ลเบิม

ดูบันทึก #นิ้วกลม เกี่ยวกับความแปลกประหลาด ของระบอบประชาธิปไตย (ไม่มีสร้อยห้อยท้าย ไม่ว่าจะ #ของชนชั้นกรรมาชีพ หรือ #อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) แล้วทึ่ง ตรงที่ว่า “มันขัดกับสัญชาตญาณการรักษาอำนาจของมนุษย์”

เช่นถ้า “เมื่อคุณชนะเลือกตั้งและได้เข้าสู่อำนาจแล้ว คุณมีหน้าที่ต้องรักษากฎกติกาเดิมเอาไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกสี่ปีข้างหน้า ศัตรูหรือคู่อริของคุณจะสามารถกลับมาลงแข่งขันและอาจเอาชนะคุณได้” ในทางกลับกันหากคุณแพ้

“คุณต้องยอมให้คู่แข่งขึ้นครองอำนาจ โดยอาศัยความไว้วางใจว่าระบบจะยังคงยุติธรรมอยู่ คือพวกเขาจะยังรักษาระบบที่เป็นธรรมไว้ให้คุณกลับมาแข่งเพื่อเอาชนะพวกเขาได้” ใช่สิ “ใครมันจะยอมทำแบบนั้นเล่า” อันนี้นึกถึง ไอ๊ซ์ รักชนก ทันที

ตรงที่เธอบอกว่า “ถึงที่สุดคือก็ต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ ถึงจะมีอำนาจในการคุมงบประมาณ แล้วเลือกให้เงินสนับสนุนกับสิ่งที่ส่งเสริม สิ่งที่เล่าเรื่องเพื่อพาสังคมไปข้างหน้า อะไรที่จะพาสังคมย้อนอดีต ถอยหลัง ก็อย่าสนับสนุน แค่นั้นเอง”

จุดน่าสนใจในการถอดความคำปาฐกถาของ แอนน์ แอ็ปเปิ้ลเบิม นักประวัติศาสตร์รางวัลพูลิเซอร์ ตรงที่ว่า “ในโลกสมัยใหม่ ประชาธิปไตยไม่ได้ถูกทำลายจากการยึดอำนาจโดยรถถัง มันถูกทำลายจากคนที่ได้รับการเลือกตั้งมานี่แหละ”

คือ “พอได้อำนาจก็ไปรื้อถอนระบบตรวจสอบและทำลายสถาบันที่เป็นกลาง ยิ่งในสังคมที่มีความแตกแยกแบ่งขั้วกันรุนแรง คนจะมองฝ่ายตรงข้ามว่าต้องกำจัดให้หมดสิ้นไป ย่อมเอื้อต่อผู้ที่ขึ้นมามีอำนาจแล้วใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลในการเล่นงานอีกฝ่าย”

อันนี้ตัวอย่างโจ่งแจ้งก็นาย ดอนัลด์ ทรั้มพ์ ที่กำลังไปจุมพิต Arsh ของสีจิ้นผิงถึงปักกิ่งอยู่ขณะนี้ละ สาวกขบวนการ MAGA ของเขาในสภาแห่งรัฐหลุยเซียน่า ทำการถอดสมาชิกกรรมาธิการที่เป็นชนผิวดำและสังกัดพรรคเดโมแครทออกหมด เพื่อจัดเขตเลือกตั้งใหม่ให้รีพับลิกันได้เปรียบ

Atukkit Sawangsuk ขานรับข้อเขียนของ Sarawut Hengsawad นี้อย่างถึงแก่น เมื่อเปรียบเทียบกับประชาธิปไตยแบบไทยๆ ว่า “มันไม่มีที่ไหนในโลก ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ปปช. กกต. ยุบพรรคตัดสิทธิบิดเบือนการเลือกตั้งได้โดยไม่แยแสใคร

มัน Thailand Only (อ้อๆ มีฮุนเซนยืมไปใช้ ศาลยุบพรรคฝ่ายค้าน)” เขาว่า “เราไม่ได้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยปกติ อย่าโทษประชาธิปไตย เราอาจหงุดหงิดกับสถานการณ์เฉพาะหน้าแต่ต้องระวังไม่ให้สวิงไปอีกด้าน”

(https://www.facebook.com/baitongpost/posts/sfX3rqcQf และ https://www.facebook.com/roundfinger/posts/ZXVsLXWV)