วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 14, 2569

ข้อเท็จจริงปรากฏ ปปช.ชุดนี้ ‘สีน้ำเงิน’ นอกจากหักด้ามพล้าคดีศักดิ์สยาม และดองคดีอดีตโฆษกภูมิใจไทย แล้วยังเล่นเส้นเล่นพวกภายในองค์กรไม่โปร่งใส

และแล้วข้อเท็จจริงก็ปรากฏ ว่า ปปช.ชุดนี้ สีน้ำเงิน จึงได้บังอาจ หักด้ามพล้า ศาลรัฐธรรมนูญ ในการพลิกคดี สั่ง ศักดิ์ดิ์สยาม ชิดชอบ ออกจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม เพราะใช้นอมินีคุมบริษัทก่อสร้างของตน แล้วยังดองคดีของอดีตโฆษกพรรคภูมิใจไทย 

คดีของนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา อดีตโฆษกพรรคภูมิใจไทย ทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ โดย “รับค่ารักษาพยาบาลจากบุคคลอื่นจำนวนกว่า ๑.๓ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๖๒ แลกกับการจ้างผู้เชี่ยวชาญประจำตัว” นี้ ปปช.ดอง ไม่ยอมฟ้องจนกระทั่งบัดนี้

แถมเรื่องใหม่ที่จะตอกตะปูปิดฝาโลง ปปช.ชุดที่มี สุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นประธานนี้ เพราะความ “เละตุ้มเป๊ะ” ภายในองค์กร เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ถึงขนาดมีการรวบรวมรายชื่อกันยื่นฟ้องศาลปกครอง

“ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อระงับการบังคับใช้” ระเบียบการโยกย้ายข้าราชการปี ๒๕๖๙ ที่ก่อเกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่ข้าราชการในสำนัก ปปช. เนื่องเพราะองค์กรที่มีไว้ตรวจสอบความโปร่งใส กลับถูกตำหนิเรื่องโปร่งใสเสียเอง

เพจ ข่าวปนคน คนปนข่าวปูดประเด็น “โยกย้ายเป็นเหตุ…ข้างในก่อหวอดเสื่อมศรัทธา” ต่อ คนใหญ่คนโตในสำนักงานจนเอาไปเปรียบเปรยกับคำพูดของนายกฯ อนุทินที่ภูเก็ต ขณะลงตรวจสอบปัญหามาเฟียท้องถิ่นยึดครองพื้นที่สาธารณะ ที่ว่า

“ทำให้คนนินทา หมาดูถูก” เหตุเกิดจากคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงล้อตใหญ่ ๑๔ ตำแหน่ง เมื่อปลายเดือนมกรา ๖๙ นั้น กรณีของนายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ “เป็นตัวอย่างการจุดประเด็นสำคัญ หลังเจ้าตัวยื่นอุทธรณ์คำสั่งโยกย้าย”

ในคำร้องอุทธรณ์ระบุว่าการโยกย้าย “ทำให้ตนต้องหลุดออกจากสายงานกระบวนการยุติธรรม ไปอยู่ในสายงานตรวจราชการ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง...ส่งผลให้บทบาทในการกำกับนโยบายและการตัดสินใจเชิงบริหารลดลงจากเดิมอย่างชัดเจน”

นอกจากนั้นผู้ร้องยังแจ้งว่า นับแต่สำนักงาน ปปช.ก่อกำเนิดมา “ยังไม่เคยมีรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.คนใด ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการในลักษณะเช่นนี้มาก่อน” เป็นผลกระทบถึงความเชื่อมั่นของสังคมต่อสำนักงานโดยตรง

“วิกฤตศรัทธาที่กำลังก่อตัวขึ้นในวันนี้ อาจกลายเป็น ‘สนิมเนื้อใน’ ที่กัดกร่อนองค์กร ป.ป.ช.จากภายใน ปัญหาในระยะยาวอาจไม่หยุดอยู่แค่ความขัดแย้งภายใน แต่จะลุกลามไปสู่ความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.ทั้งระบบในอนาคต”

(https://www.facebook.com/khaobonkonkonbonkhao/posts/0TMwibks และ https://www.facebook.com/nextnewsth/posts/vhtQA3g7wu7) 

อาม่า-แลนด์บริดจ์ พรรคส้ม ออกมาชี้ช่อง


ป๋าต๋อย
16 hours ago
·
อาม่า-แลนด์บริดจ์
-ข่าวที่ว่ามี "อาม่า"ไปซื้อที่ดินแถวระนอง ในพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ตามที่ สส.ลิซ่า พรรคส้ม ออกมาชี้ช่อง
-อาม่า คนแรก เป็นสุภาพสตรี เจ้าของอาณาจักร "สุนีย์" (ห้างสรรพสินค้าซิตี้มอลล์, โรงแรมสุนีย์แกรนด์, และก้าวหน้าไก่สด) ในจังหวัดอุบลราชธานี คือ นางสุนีย์ ตริยางกูรศรี ผู้กว้างขวางในยุทธจักรธุรกิจภาคอีสาน
-อาม่า คนที่สอง เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ชื่อ บริษัท อาม่ามารีน จำกัด (มหาชน) กรรมการผู้จัดการ ชื่อ คุณพิศาล รัชกิจประการ มีศักดิ์เป็น น้องชาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม
อนึ่ง อาม่าทั้งสอง ออกมาปฏิเสธแล้วว่า ไม่ได้ไปซื้อที่ดินตามข่าว โดยเฉพาะ บ.AMA ของน้องชายทั่นรัฐมนตรีพิพัฒน์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว โต้ไม่เคยซื้อที่ดินเพื่อการเก็งกำร บริษัทมีที่ดินแค่ที่ศรีราชา ชลบุรี แค่นั้น โปรดเข้าใจตามนี้ด้วยนะ
จบข่าว.

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122159934722953757&set=a.122113115042953757








 

112WATCH สัมภาษณ์เนติ วิเชียรแสน ผู้ลี้ภัยรุ่นแรก กับทศวรรษแห่งการจากลาจากประเทศไทย คุณเนติใช้ชีวิตลี้ภัยมานานถึง 16 ปี


https://www.facebook.com/pavinchachavalpongpun/posts/26082590748082675




เรียนเชิญ ท่านที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ กรณีสวรรคต “ร่วมงานเสวนาวิชาการ สวรรคต ร.๘” เนื่องในวาระครบ ๘๐ ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ในวันเสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ (อ.สมศักดิ์ เจียมฯ มาไม่ได้แต่มีโพสต์พาดพิงถึงงานนี้ ลิงก์ข้างล่าง)


Kungwal Buddhivanid
19 hours ago
·
เรียนเชิญ
ท่านที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ กรณีสวรรคต

“ร่วมงานเสวนาวิชาการ สวรรคต ร.๘”
เนื่องในวาระครบ ๘๐ ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

ในวันเสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
ณ หอศิลปกรุงเทพ ( BACC)
ชั้น ๕ ห้อง ๕๐๑
( ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย )

หัวข้อเสวนา “ปลงพระชนม์เอง ได้หรือไม่… ?

พบกับผู้ร่วมเสวนาทั้ง ๔ ท่าน

( 1 ) รองศาสตราจารย์(พิเศษ) นายแพทย์เอกชัย โควาวิสารัช ผู้เขียนหนังสือ”ชันสูตรประวัติศาสตร์เมื่อ
คราวสวรรคตในหลวงอานันท์ “

( 2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ภาณุวัฒน์ ชุติวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชานิติเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรองนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย

(3 ) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พ.ต.อ ดร.สฤษดิ์ สืบพงษ์ศิริ อดีต อ.คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

( 4 )นายกังวาฬ พุทธิวนิช
ผู้ได้รับมอบอำนาจจากทายาทคุณชิต สิงหเสนี ยื่นรื้อฟื้นคดีสวรรคต ขึ้นมาพิจารณาใหม่

ดำเนินรายการโดย

รองศาสตราจารย์ ดร.บุญส่ง ชเลธร รองคณบดีฝ่ายบริหาร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ
มหาวิทยาลัยรังสิต
ผู้เขียนหนังสือ “บาดแผลประวัติศาสตร์”

ลำดับเวลางานเสวนาฯ

๑๓.๐๐ น. ผู้จัดงานกล่าวขอพระราชทานอภัยและถวายสักการะ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

๑๓.๐๕ น.เชิญคุณศิโรจ อังสุวัฒนะ กล่าวเปิดงาน เสวนาวิชาการสวรรคต ร.๘ เนื่องในวาระครบ ๘๐ ปี แห่งการสวรรคต

๑๓.๑๐ น เริ่มหัวข้อเสวนา
“ปลงพระชนม์เอง ได้หรือไม่ … ? “

- มุมมองจากนายแพทย์นักเขียน
- มุมมองจากนายแพทย์นิติเวช
- มุมมองจากนักอาชญวิทยา
- แรงจูงใจกรณีปลงพระชนม์เอง
- หลักฐานที่เพิ่งปรากฎจน
นำไปสู่การรื้อฟื้นคดี

๑๖.๐๐ น เปิดโอกาส ให้บุคคลทั่วไป เสนอความเห็น และถาม & ตอบ

๑๖.๓๐ น กล่าวปิดการเสวนาฯ


*********************************************

หมายเหตุ : ในงานเสวนาวิชาการฯ ดังกล่าว จะมีหนังสือ ๒ เล่ม จัดจำหน่าย

๑) หนังสือ “ ชันสูตรประวัติศาสตร์เมื่อคราวสวรรคตในหลวงอานันท์ “ โดย รศ.(พิเศษ) นพ. เอกชัย โควาวิสารัช จากสำนัก มติชน

๒) หนังสือ “ บาดแผลประวัติศาสตร์ “ โดย รศ. ดร. บุญส่ง ชเลธร
.....  

Teerayuth Makchumpol
เรียนเชิญ อ สมศักดิ์ กลับมาสู้ในเวทีที่ถูกต้องค่ะ

Kungwal Buddhivanid
Teerayuth Makchumpol ผมเรียนเชิญ อ. แล้ว และปกติ อ. จะเข้ามาชมผ่านทาง Fb live สด นะครับ
คราวนี้จะให้คนเฝ้าดู หาก อ. ถามมาขณะเสวนา จะยกมาตอบทันที
ล่าสุด อ. สมศักดิ์ เจียมฯ มาโพสต์พาดพิง
https://www.facebook.com/share/p/14gMwjvTNmR/?mibextid=wwXIfr


https://www.facebook.com/photo?fbid=26886554310997885&set=a.165945253485487




“ธาริต เพ็งดิษฐ์” เล่ายิบคดี 99 ศพ ต้นตอปฏิวัติ 57


Matichon Weekly - มติชนสุดสัปดาห์

16 hours ago
·
❝ 13-19 พฤษภาคม 2553
‘กระชับพื้นที่‘ ราชประสงค์ สลายการชุมนุมของนปช.
กับยุทธการ ’ดับเครื่องชน‘ ของนายธาริต
สาเหตุรัฐประหารไม่ใช่จำนำข้าว
หรือนิรโทษกรรมสุดซอยอย่างที่อ้าง
ศอฉ.ก็เข้า ‘เรดโซน‘ ทำไมไม่ผิด? ❞
.
13 พฤษภาคม 2553 รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 17 จังหวัด รวมทั้งเพิ่มมาตรการเพื่อปิดล้อมกดดันผู้ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ โดยใช้กำลังทหารจำนวนมาก
.
มีการตั้งด่านตรวจตราเส้นทางเข้าออกบนถนนแทบทุกสาย พร้อมประกาศตัดน้ำตัดไฟและตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
.
เวลาประมาณ 1 ทุ่ม เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำในสายกำลังของผู้ชุมนุมถูกลอบยิงด้วยสไนเปอร์บริเวณหน้าสวนลุม
.
19 พฤษภาคม ปฏิบัติการสลายการชุมนุมเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 4 นาฬิกา ทางฝ่ายผู้ชุมนุมก็รู้ตัว พอสว่างทหารก็นำรถหุ้มเกราะเข้าเคลียร์พื้นที่ทลายป้อมค่ายที่เป็นยางรถยนต์ทางด้านสวนลุมฯ แล้วเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ มีการยิงทั้งบริเวณสวนลุมฯ และในแนวถนนราชดำริ ช่วงเช้าเวทียังตรึงผู้ชุมนุมให้อยู่ในระเบียบได้
.
รวมตลอดทั้งเหตุการณ์ 10 เมษายน – 19 พฤษภาคม 2553 มีผู้เสียชีวิต 99 คน บาดเจ็บนับพัน แต่ฝ่ายที่คุมอำนาจและผู้อยู่เบื้องหลังในการปราบขณะนั้นไม่มีใครถูกดำเนินคดีเลย
.
ในทางกลับกัน ฝ่ายเสื้อแดงที่ถูกล้อมฆ่า โดนดำเนินคดีหลายต่อหลายราย ระดับแกนนำเสื้อแดงโดนข้อหาก่อการร้าย โดนข้อหาร้ายแรงสารพัด ติดคุกกันมาหลายรอบ ฝ่ายมวลชนผู้ชุมนุมก็โดนข้อหาเผาห้างเซ็นทรัล โดนข้อหาเป็นชายชุดดำยิงเจ้าหน้าที่
.
และสุดท้าย อดีตอธิบดีดีเอสไอและพนักงานสอบสวน ซึ่งทำหน้าที่ค้นหาความจริงและดำเนินคดีกับฝ่ายที่ทำให้คนตาย กลับต้องโดนดำเนินคดี และนายธาริตต้องเข้าคุก
.
ชื่อของ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กลายเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งจากประโยค "ถ้าไม่ฟังกัน พวกอั้วปฏิวัติ" ในฐานะ "ผู้กุมความลับ" เหตุการณ์การล้อมปราบเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
.
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2566 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ และตัวแทนญาติคนตาย 99 ศพ ได้แถลงผ่านสื่อมวลชน ร้องขอศาลฎีกาให้คืนความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิต 99 ศพ และครอบครัวผู้ตายกับผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2,000 คน ในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553
.
โดยนายธาริต ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า "ในช่วงแรกของการมีการดำเนินคดี ต้องเรียนเพื่อให้เข้าใจ จะมีการพูดเสมอว่า แกนนำนปช. ถูกดำเนินคดี แล้วทำไม อภิสิทธิ์-สุเทพ หรือทหาร ต้องถูกดำเนินคดีอีก เพราะถูกบิดเบือนว่า นปช.ร้าย เป็นคนผิด สมควรตาย คนสั่งยิงไม่สมควรต้องรับผิด ตรรกะนี้ไม่ใช่
.
"นปช. ลุงป้าที่เขาไปชุมนุม เขาไม่ได้ผิด แกนนำ ถูกดำเนินคดีกล่าวหาว่าผิด ก็ดำเนินคดีไป ภาษาดีเอสไอเรียกว่า ล้ำเส้นเข้าไปในเรดโซน ผิดกฎหมาย ขณะที่ ศอฉ.ก็เข้าไปในเรดโซน คือใช้คำสั่งให้ทหารเอา เอ็ม 16 เข้าไปในพื้นที่ ก็ทราบดีว่า 99 ศพ และผู้บาดเจ็บ 2,000 กว่าคน"
.
◤ “ผมถูกเรียกเข้าไปในค่ายทหารแห่งหนึ่งในถนนราชดำเนิน คนที่เรียกผมเข้าไป อาจไม่ควรต้องถูกเปิดเผยชื่อ แต่เป็นทหารชั้นผู้ใหญ่มาก และเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ และว่า ธาริต อย่าดำเนินคดีเรื่อง 99 ศพ ถ้าไม่ฟังกัน พวกอั้วปฏิวัติ ผมจะทำอย่างไร
.
ในเมื่อศาลได้ชี้มาว่าการตาย มันเกิดจากทหารใช้อาวุธสงคราม มีการสั่งการต่างๆ ถ้าผมไม่ทำ ก็อยู่ไม่ได้ คนอื่นก็ต้องทำ เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ได้ตามลำพัง ทำเป็นคณะกรรมการสอบสวน มีตำรวจร่วม อัยการร่วม”
.
◤ "ผมถือว่าเป็นการขู่ ครั้งนั้นบอกด้วยว่า พวกอั้วปฏิวัติ แล้ว ลื้อจะโดนย้ายคนแรก เหตุปฏิวัติมีการพูดกันเยอะ 9 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการพูดความจริงชัดเจนว่าปฏิวัติเพราะอะไร พูดเรื่องจำนำข้าวบ้าง…จริงหรือเปล่า พูดเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยบ้าง…จริงหรือเปล่า มีกปปส. เข้ามาถูกดำเนินคดีแล้วยังไง"
.
"แต่ที่แน่ๆ ปฏิวัติยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง คนที่ถูกย้ายทันที คือนายธาริต และนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ซึ่งรับผิดชอบดำเนินคดี 99 ศพ เป็นความเชื่อของผม ภายใต้ข้อเท็จจริงที่สัมผัสในฐานะข้าราชการมืออาชีพ ที่ทำงานด้านนี้ ว่านี่คือเหตุสำคัญของการปฏิวัติ"
.
นี่เป็นส่วนหนึ่งของการ "ดับเครื่องชน" ของนายธาริต เปิดเบื้องหลังคดี 99 ศพ ก่อนฟังศาลฎีกาวันที่ 10 ก.ค. 66
.
พร้อมยืนยันว่าไม่สนใจว่าจะติดคุกหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องการให้ความจริงถูกบิดเบือน และที่สำคัญตนอยากเรียกร้องให้คืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งถึงแก่ความตาย 99 ศพ พร้อมครอบครัวผู้สูญเสีย และผู้บาดเจ็บอีก 2,000 คน
.

❝ 'ธาริต' นักกฎหมายมือฉมัง
กับจุดเปลี่ยนสำคัญยุค 'ทักษิณ' ❞
.
ธาริต สำเร็จนิติศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยม จาก ม.ธุรกิจบัณฑิต (ปี 2525) 2 ปีต่อมาสอบได้เป็นเนติบัณฑิต และคว้าปริญญาโททางกฎหมายจุฬาลงกรณ์ เป็นศิษย์เอกของ "อาจารย์ป้อม" ดร.วีระพงษ์ บุญโญภาส เจ้าพ่อกฎหมายฟอกเงินแห่งจุฬาฯ
.
ในวงการกฎหมาย ต้องถือว่า "ธาริต" เป็นนักกฎหมายที่ฉลาด เก่ง และคล่องมากๆ ข้อเท็จจริงส่วนนี้ไม่มีใครปฎิเสธ ชีวิตการทำงานเริ่มต้นที่ตำแหน่งอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์
.
จากนั้นก็สอบเป็นอัยการในปี 2532 ได้พบกับ "วรรษมล" ที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา และกลายเป็นตำนานรัก จนมาถึงทุกวันนี้
.
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ "ธาริต" เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อฝีมือของอัยการหนุ่มเข้าตา "หมอมิ้ง" น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รองนายกฯ ในขณะนั้น จึงได้ถูกชวนไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาให้แก่ "เดอะกิ้น" พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษาใหญ่ของนายกฯ ทักษิณ
.
ในช่วงรัฐบาลทักษิณ "ธาริต" เป็นหนึ่งในคณะทำงานยกร่างกฎหมายกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเห็นได้ว่า "ธาริต" อยู่กับพรรคไทยรักไทยและทักษิณ ได้อย่างดีเยี่ยม
.
จนถึงรัฐบาล "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ธาริตย้ายจากสำนักงานอัยการสูงสุด มานั่งเป็น รองอธิบดี ดีเอสไอ. เป็นความรุ่งเรืองในวิชาชีพที่เพื่อนรุ่นเดียวกันตามไม่ทัน
.
แต่ในห้วงเวลาที่ พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ นั่งเป็นอธิบดี ดีเอสไอ. และตำรวจพาเหรดเข้ามายึด ดีเอสไอ. "ธาริต" ได้แว้บออกไปร่วมร่างกฎหมายและร่วมจัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (คณะกรรมการ ป.ป.ท.) และที่สำคัญ เขาได้นั่งเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. ในวันที่ "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" นั่งเป็น อธิบดี ดีเอสไอ.
.
ในวันที่เริ่มก่อตั้ง ป.ป.ท. แรกๆ มีหลายคน เห็น "วรรษมล เพ็งดิษฐ์" และเด็กๆ ไปวางระบบภายใน ป.ป.ท. อย่างรู้งาน
.

❝ ทำงานให้กับนาย 'ทุกคน'
และทุก 'สี' ❞
.
เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว พรรคประชาธิปัตย์ผงาดขึ้นสู่อำนาจทางการเมือง “เดอะตุ๋ย” พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค นั่งเป็น รมว. กระทรวงยุติธรรม
.
“ธาริต” ในตำแหน่ง เลขาธิการ ป.ป.ท. แสดงฝีมือโค่นยักษ์ใหญ่ ล้มตึง เมื่อเขาออกมาแฉว่า วิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการ กบข. ไม่โปร่งใส เอาเงินกองทุนหลายหมื่นล้านไปลงทุนบนความเสี่ยง ผลก็คือ วิสิฐ จบเห่ “ธาริต” ขึ้นหม้อ กลายเป็นฮีโร่ ผู้ปกป้องผลประโยชน์ของข้าราชการ
.
กลางตุลาคม 2552 ธาริต เพ็งดิษฐ์ กลับมาผงาด เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แทน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม (มติ ครม. 29 ก.ย.2552) แล้ว พลันเสียงวิจารณ์ก็กระหึ่มไปทั้ง ดีเอสไอ. ว่าธาริตเป็นสายตรงจาก “อภิสิทธิ์-สุเทพ เทือกสุบรรณ”?
.
แต่ถ้ามองโลกให้เป็นจริง “ธาริต” ทำงานให้กับนาย “ทุกคน” นายจะสีอะไร จะสีเหลือง สีแดง หรือ สีน้ำเงิน ไม่ใช่เรื่องของคนชื่อ “ธาริต”
.
คนที่เคยร่วมงานกับ “ธาริต” บอกว่า ใครได้ธาริตเป็นลูกน้อง “โคตรโชคดี” เพราะเขาเป็นคนที่เก่ง ฉลาด ขยัน และทุ่มเท จนตัวตายเพื่อนาย!
.
ฉะนั้น ใครที่บอกว่า ธาริตรับใช้ประชาธิปัตย์ ต้องพูดใหม่ให้ถูกว่า ธาริตรับใช้ “นาย” มากกว่ารับใช้พรรค
.
ตัวอย่างของ “มือทำงาน” ที่อุทิศตัวเพื่อนาย ที่ถูกบันทึกในตำนานการเมืองคือ “นิพัทธ์ พุกกะณะสุต” คนโตแห่งกระทรวงการคลัง แมวเก้าชีวิตที่อยู่ได้ทุกรัฐบาล
.
“ธาริต” เป็นนักกฎหมายที่มีต้นทุนสูง เพราะมีคอนเน็กชั่นที่ดีกับทุกพรรคและทุกคน ในพรรคประชาธิปัตย์ “ธาริต” สนิทกับกูรูใหญ่ ปชป. “มารุต บุนนาค”
.
ในวงการกฎหมาย “ธาริต” เป็นศิษย์เอกของ “ศ.ดร.คณิต ณ นคร” เพราะเคยนั่งหน้าห้องอัยการสุงสุด จนรู้ใจนายเป็นอย่างดี และที่สำคัญ “ธาริต” มีคอนเน็กชั่นที่ดีเยี่ยมกับบรรดานักข่าว


เส้นทางชีวิตเปลี่ยนสี “ธาริต เพ็งดิษฐ์” กับวิบากกรรมยึดทรัพย์-ไล่ออก
https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_693549

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1367561058739423&set=a.627369302758606



‘ธาริต’ เล่ายิบคดี 99 ศพ ต้นตอปฏิวัติ 57 แฉยับบิ๊กทหารขู่ย้ายสั่งห้ามดำเนินดคี #talkingthailand

Voice TV

Jul 9, 2023

https://www.youtube.com/watch?v=ZugvV6BbI-4



ความคิดเบื้องหลังที่น่าวิตกของคำพูด “เตะหมาต้องดูเจ้าของ” ที่ออกมาจากปากอนุทิน


พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต 
Yesterday
·
ความคิดเบื้องหลัง “เตะหมาต้องดูเจ้าของ”
คำพูดของนายอนุทินครั้งนี้น่าสนใจตรงที่ เขาพยายามสร้างภาพตัวเองในฐานะ “เจ้าของ” ที่จะปกป้องคนในปกครองจากผู้มีอิทธิพลหรือผู้มีกำลังเหนือกว่า
แต่ปัญหาคือ ภาษาที่เขาเลือกใช้กลับเผย จินตนาการทางอำนาจแบบศักดินาอุปถัมภ์ มากกว่าจิตสำนึกแบบประชาธิปไตยสมัยใหม่
ประชาชนในระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่ “หมา” ของใคร
และนักการเมืองก็ไม่ใช่ “เจ้าของ” ของประชาชน
สุภาษิต “เตะหมาต้องดูเจ้าของ” อาจใช้ในวงเหล้าหรือในวัฒนธรรมเจ้าพ่อได้
แต่เมื่อหลุดออกมาจากปากนายกรัฐมนตรี มันสะท้อนวิธีคิดที่อันตรายอย่างยิ่ง
เพราะมันตีความความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนในฐานะความเป็นเจ้าขุนมูลนายไม่ใช่ “พลเมืองกับผู้รับใช้สาธารณะ”
ยิ่งเขาพูดว่า “ใครมาทำร้ายคนในปกครองของท่าน ก็คือทำร้ายท่าน”
ประโยคนี้ยิ่งสะท้อนโครงสร้างอำนาจแบบเครือข่ายอุปถัมภ์
ที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถูกทำให้กลายเป็น “เจ้าถิ่น”
และประชาชนคือ “บริวารในเขตอิทธิพล”
นี่ไม่ใช่ภาษาของรัฐสมัยใหม่ แต่มันคือภาษาของระบบบ้านใหญ่
แทนที่รัฐจะพูดเรื่องสิทธิ กลับพูดเรื่องบุญคุณ
แทนที่จะยืนยันว่า ประชาชนมีศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย
กลับใช้ถ้อยคำที่ทำให้ประชาชนดูคล้ายผู้ใต้ปกครอง ที่ต้องรอการคุ้มครองจากผู้มีอำนาจ
และนี่คือจุดที่น่าวิตกที่สุด
เพราะเมื่อผู้นำรัฐเริ่มมองความสัมพันธ์ทางการเมืองผ่านกรอบ “เจ้าของกับลูกน้อง”
การบังคับใช้กฎหมายก็อาจค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความจงรักภักดีส่วนบุคคล
คนที่ได้รับการคุ้มครอง อาจไม่ใช่คนที่มีสิทธิ แต่คือคนที่อยู่ใต้สังกัด
คำพูดนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงวาทศิลป์หลุดปาก แต่มันสะท้อนโลกทัศน์ทางการเมืองทั้งหมด
โลกที่ประชาชนไม่ได้ถูกมองว่าเป็นพลเมืองผู้เสมอกัน แต่เป็นคนของใครบางคน
และในสังคมแบบนั้น สิ่งที่แข็งแรงที่สุด อาจไม่ใช่รัฐธรรมนูญ
แต่อาจเป็น “สายสัมพันธ์แบบเจ้าพ่อ” ที่แผ่เงาอยู่เหนือกฎหมายเสียเอง

https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/1500853984830168




Thai PBS เจาะ "หมิงเฉิน ซัน" โยงสแกมเมอร์ฝั่งเพื่อนบ้าน ตอกย้ำปัญหาภายในรัฐไทย สะท้อนการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ







 https://x.com/ThaiPBS/status/2054566181248667890



ผิดหวัง ‘มติ ครม. ปัดตกร่างกฎหมายสำคัญ’ พิสูจน์ชัด รัฐบาล ‘ไม่ได้นึกถึงประชาชนเป็นตัวตั้ง’ อย่างที่กล่าวอ้าง แม้แต่เรื่องปฎิรูปศาลทหารก็ถูกปัดตก


พรรคประชาชน - People's Party
3 hours ago
·
[ ผิดหวัง ‘มติ ครม. ปัดตกร่างกฎหมายสำคัญ’ พิสูจน์ชัด รัฐบาล ‘ไม่ได้นึกถึงประชาชนเป็นตัวตั้ง’ อย่างที่กล่าวอ้าง ]
.
​หมดเวลา 60 วันตามกรอบกฎหมายที่ ครม. ต้องยืนยันรับร่างกฎหมายเพื่อพิจารณาต่อ (เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา)
.
การพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว แทนที่คณะรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ทบทวนและยืนยันร่าง พ.ร.บ. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย แต่จากมติ ครม. ล่าสุดกลับสร้างความผิดหวังอย่างยิ่ง เมื่อรัฐบาลเลือกที่จะยืนยันร่างกฎหมายเพียงแค่ 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และ ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เท่านั้น
.
ส่วนร่าง พ.ร.บ. ที่เหลือ คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะ "ปัดตก" ไม่รับร่างกฎหมายสำคัญฉบับอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายที่ร่างขึ้นเพื่อปกป้องชีวิต สิทธิ และความยุติธรรมของประชาชนทั้งสิ้น
.
คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะเพิกเฉยต่อลมหายใจและปกป้องชีวิตประชาชนจากการไม่ยืนยันร่าง พ.ร.บ. PRTR และ พ.ร.บ. โรงงาน ทำให้ไทยเสียโอกาสในการแข่งขันบนเวทีการค้าโลก เนื่องจากเทรนด์การค้าโลกในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
.
*หากรัฐไม่มีมาตรการจัดการสิ่งแวดล้อมในการประกอบธุรกิจอย่างเข้มงวด ท้ายที่สุดจะเจอมาตรการกีดกันทางการค้า ทำให้ไทยเสียเปรียบเชิงเปรียบเทียบ มาตรการที่ว่า เช่น การใช้ CBAM หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism หรือมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป เป็นนโยบายที่จะกำหนดราคาสินค้านำเข้าบางประเภท ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น นักลงทุนก็จะตัดสินใจไปลงทุนในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่สอดรับกับมาตรการกีดกันทางการค้าแบบใหม่ในประเทศอื่นมากกว่าจะลงทุนในไทย
.
พ .ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า นอกจากรัฐบาลจะปฏิเสธที่จะคืนความยุติธรรมและล้างมลทินให้ชาวบ้านที่ถูกรัฐยึดที่ดินทำกินอย่างไม่เป็นธรรมแล้ว ยังปล่อยให้พวกเขาต้องต่อสู้กับคดีความและสูญเสียที่ดินต่อไป
.
*การไม่ยืนยันในร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าจะทำให้ไทยเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในการแก้ปัญหาความยากจนให้หมดไป ประชาชนจะติดหล่มความยากจนแบบถาวรเพราะไร้ที่ทำกิน ซ้ำยังมีคดีติดตัว ไทยจะเสียโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในเวทีโลก เนื่องจากชนเผ่าพื้นเมืองต้องสูญเสียที่ทำกินจากชุมชนดั้งเดิม เพราะการใช้กฎหมายกดขี่จากรัฐ
.
คณะรัฐมนตรีไม่ให้คุณค่าคุณภาพชีวิตคนทำงาน ด้วยการไม่ยืนยัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ไม่ลดชั่วโมงการทำงานให้เหลือ 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ ไม่เพิ่มสิทธิการลาหยุดตามมาตรฐานสากล ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนอีกครั้งว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้เลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างนายทุนมากกว่าประชาชนคนทำงานหรือไม่
.
*การไม่ยืนยัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานดังกล่าว ทำให้สูญเสียโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตเทียบเท่ามาตรฐานสากล ไทยจะเสียโอกาสในการยกระดับผลิตภาพแรงงานภายในประเทศ ส่งผลให้ผลงานที่ผลิตออกมามีคุณภาพต่ำ ตลอดจนเสียโอกาสในการรักษา Talent (คนเก่ง คนมีความสามารถ) เนื่องจากทำให้เกิดภาวะสมองไหลออกนอกประเทศ ซ้ำยังไม่ดึงดูดคนมีความรู้ ความสามารถเข้ามาช่วยบริหารบ้านเมืองด้วย ภาคธุรกิจไทยก็จะขาดโอกาสในการขับเคลื่อนทรัพยากรตลอดจนนวัตกรรมที่ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้
.
ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ในมิติของการลงทุนและพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social, Government) ที่ให้ความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หากมีการตรวจสอบย้อนกลับและพบว่าประเทศใดมีการละเมิดสิทธิแรงงานหรือเอาเปรียบแรงงานมากเกินไปจนไม่ได้มาตรฐานสากล ก็เสี่ยงที่จะถูกมาตรการกีดกันทางการค้าได้ในที่สุด
.
คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะ​ปกป้องอำนาจทหารมากกว่าสิทธิของประชาชน ด้วยการไม่ยืนยัน พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ปฏิเสธการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางทหาร ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีสิทธิยื่นฟ้องทหารที่กระทำความผิดในศาลพลเรือน
.
*ทำให้ไทยเสียโอกาสในการทำลายภาพลักษณ์ที่เป็นภาพจำว่าไทยเต็มไปด้วยวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด การซ้อมทรมานทหารคือการละเมิดสิทธิพลเรือน การไม่ทำให้กระบวนการยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ เสี่ยงที่จะทำให้ไทยตกอันดับเรื่องความโปร่งใส จากดัชนี CPI (Corruption Perceptions Index) ส่งผลให้การชี้วัดด้านนี้ของไทยออกมาได้ “น่าอาย” กว่าเดิม ตลอดจนดัชนีประชาธิปไตยของไทย (Decmocracy Index) ก็ตกต่ำตามกัน เพราะขาดกลไกตรวจสอบถ่วงดุลกับอำนาจฝ่ายบริหาร ถือเป็นการแช่แข็งโครงสร้างอำนาจนิยมให้อยู่เหนือสิทธิและเสียงของประชาชน แน่นอนว่า ในท้ายที่สุด จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติไปด้วย อาจทำให้ อัตราการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศลดลงเพราะความเชื่อมั่นจากนักลงทุนลดลงจากภาพลักษณ์ที่เสื่อมถอยดังกล่าว
.
​พรรคประชาชนเคยเรียกร้องให้ ครม. นำร่างกฎหมายเหล่านี้มาทบทวนการตัดสินใจเพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยหวังว่ารัฐบาลจะนำเอา “ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง” อย่างที่กล่าวอ้าง แต่มติ ครม. ที่ออกมาเช่นนี้ สะท้อนชัดเจนว่าคำพูดดังกล่าวเป็นเพียงวาทกรรมที่เมื่อต้องใช้อำนาจตัดสินใจเพื่อจะยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน รัฐบาลกลับเลือกที่จะปกป้องกลุ่มทุนและอำนาจรัฐ แล้วปล่อยปละละเลยชีวิตประชาชนเหมือนเดิม
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122196191534480817&set=a.122093105408480817




คลิป แอคติวิสต์ชาวอิหร่าน-อเมริกัน ประณามอดีตมกุฎราชกุมารเรซา ปาห์ลาวีแห่งอิหร่านในการประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงของ POLITICO ที่กรุงวอชิงตัน "พวกคุณอยู่ที่ไหนตอนที่ประชาชนของเรากำลังดึงลูกหลานของพวกเขาออกมาจากใต้ซากปรักหักพังของระเบิดที่พวกคุณนำเข้ามาในประเทศของเรา?"

https://www.youtube.com/shorts/8-Ok0-3N3Ds

Iranian-American confronts Pahlavi
.....

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 การประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงของ POLITICO ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กลายเป็นสถานที่เกิดการเผชิญหน้าอย่างร้อนแรง เมื่อนักเคลื่อนไหวชาวอิหร่าน-อเมริกันคนหนึ่งขัดจังหวะการเสวนาของเรซา ปาห์ลาวี บุตรชายผู้ลี้ภัยของชาห์องค์สุดท้ายของอิหร่าน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการอภิปรายกลุ่มซึ่งมีปาห์ลาวีและตัวแทนจากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมในการประชุมครั้งนี้

การเผชิญหน้า
ขณะที่ปาห์ลาวีกล่าวสนับสนุนการเพิ่มแรงกดดันทางทหารและการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง โดยอธิบายปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่กำลังดำเนินอยู่ว่าเป็น "ปฏิบัติการปลดปล่อย" มากกว่าสงครามกับชาติอิหร่าน เขาถูกขัดจังหวะโดยผู้ประท้วง รวมถึงผู้จัดงานจาก CodePink

ข้อความ: นักเคลื่อนไหวคนหนึ่งตะโกนว่า "พวกคุณอยู่ที่ไหนตอนที่ประชาชนของเรากำลังดึงลูกหลานของพวกเขาออกมาจากใต้ซากปรักหักพังของระเบิดที่พวกคุณนำเข้ามาในประเทศของเรา?"

คำวิจารณ์: ผู้ประท้วงประณามมกุฎราชกุมารที่กล่าวหาว่าใช้ความขัดแย้งนี้เป็น "โอกาสทอง" ในการทวงคืนบัลลังก์ของราชวงศ์ ขณะที่ประชาชนชาวอิหร่านทั่วไปต้องทนทุกข์ทรมานจากผลกระทบของการโจมตี

บริบท: นักเคลื่อนไหวชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของการพูดคุยเรื่อง "ความมั่นคง" ในงานที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ โดยมีคนหนึ่งกล่าวว่า "นี่ไม่ใช่เรื่องความมั่นคง นี่เป็นเรื่องความตายและการทำลายล้าง"

บริบทของความขัดแย้ง
การประชุมสุดยอดเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น:

สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน (2026): ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกำลังทำสงครามโดยตรงกับอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 29 พันล้านดอลลาร์

จุดยืนของปาห์ลาวี: ปาห์ลาวีเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้ชาติตะวันตก (โดยเฉพาะรัฐบาลทรัมป์) "ทำภารกิจให้เสร็จสิ้น" และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบประชาธิปไตยแบบฆราวาส โดยให้เหตุผลว่าประชาชนอิหร่านคือ "กำลังพลภาคพื้นดิน" ที่จะทำให้ระบอบการปกครองล่มสลายในที่สุด

ความเห็นที่แตกต่างกัน: การเผชิญหน้าครั้งนี้เน้นให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างลึกซึ้งภายในกลุ่มชาวอิหร่านพลัดถิ่น ขณะที่บางคนมองปาห์ลาวีเป็นสัญลักษณ์ของอนาคตที่เสรี แต่คนอื่นๆ มองว่าความใกล้ชิดของเขากับผลประโยชน์ด้านการป้องกันประเทศของชาติตะวันตกและการสนับสนุนการแทรกแซงทางทหารเป็นการทรยศต่อความปลอดภัยและอธิปไตยของประชาชนอิหร่าน

หมายเหตุ: แม้จะเผชิญกับการขัดจังหวะ แต่ปาห์ลาวีก็ยังคงยืนกรานในจุดยืนของตน โดยกล่าวต่อผู้ฟังว่า "นโยบายประนีประนอมนั้นล้มเหลวแล้ว" และระบุว่าสาธารณรัฐอิสลามนั้น "โดยเนื้อแท้แล้วไม่สามารถ" ทำการปฏิรูปได้


ในอดีต ภาพถ่ายโลกจากดาวเทียม โดยมากมาจากบริษัทอเมริกัน แต่ทว่าในปัจจุบัน บริษัทของจีนกำลังไล่ตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันนี้มีส่วนช่วยในการทำสงครามของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ







https://x.com/TheEconomist/status/2054501931389743329

บทความจาก The Economist

ดาวเทียมจีนช่วยส่งเสริมความสามารถทำสงครามของอิหร่านได้อย่างไร

เมื่อภาพจากสหรัฐฯ หายไป ภาพจากจีนก็เข้ามาเติมเต็มช่องว่าง

จีนแสดงความระมัดระวังในการสนับสนุนอิหร่านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ผู้นำประเทศ กล่าวว่าเขาต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือสัญจรได้ ในระหว่างการสนทนากับมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย มีรายงานว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เตือนว่าจีนกำลังเตรียมส่งจรวดแบบยิงจากไหล่ ซึ่งสามารถโจมตีเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินที่บินต่ำได้ อย่างไรก็ตาม จีนให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ การทูต หรือการทหารอย่างจริงจังเพียงเล็กน้อย การสนับสนุนทางอ้อมและอาจสำคัญกว่านั้นมาจากอวกาศ

สื่อสังคมออนไลน์เต็มไปด้วยภาพของตะวันออกกลางที่ถ่ายโดยดาวเทียมของจีนและเผยแพร่โดยบริษัทจีน เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทอเมริกันได้ลดบทบาทลงภายใต้แรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ ตัดขาดนักข่าว นักวิจัย และนักเคลื่อนไหวจากแหล่งข้อมูลข่าวกรองแบบเปิดที่สำคัญ การแพร่กระจายของภาพถ่ายจากจีนสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าในขอบเขตและความซับซ้อนของขีดความสามารถในการสังเกตการณ์โลกของประเทศ นับเป็นการสิ้นสุดการผูกขาดภาพถ่ายจากอวกาศที่ทันสมัยที่สุดของชาติตะวันตก แต่สำหรับนักวิเคราะห์ข้อมูลเปิด ภาพถ่ายจากจีนเป็นทั้งคำเตือนและความช่วยเหลือ

สงครามกับอิหร่านได้มอบโอกาสทองในการโฆษณาให้กับบริษัทดาวเทียมของจีน บิลล์ กรีเออร์ นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ผู้ร่วมก่อตั้ง Commonspace ซึ่งเป็นบริการดาวเทียมที่ไม่แสวงหาผลกำไร เชื่อว่าการปราบปรามของรัฐบาลทรัมป์เป็นการมอบความได้เปรียบให้กับคู่แข่งของอเมริกาโดยไม่จำเป็น “สหรัฐฯ กำลังทำร้ายคนทำงานเชิงพาณิชย์ของเราเองเพื่อจำกัดการเข้าถึงของพวกเขา” เขากล่าว “ในขณะที่ศัตรูของเรายังคงสามารถรับข้อมูลผ่านระบบอื่นๆ ได้”

หลักฐานการร่วมมือกันระหว่างบริษัทดาวเทียมของจีนและอิหร่านเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา China Siwei ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ China Aerospace Science and Technology Corporation ที่เป็นของรัฐ เป็นที่ทราบกันดีว่าได้ถ่ายภาพความละเอียดสูงของสถานที่ทางทหารของอเมริกาและพันธมิตร ตามบันทึกที่เผยแพร่โดยผู้ขายภาพเหล่านั้น หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ซึ่งเป็นกองกำลังทหารที่ทรงอำนาจที่สุดของประเทศ ได้ซื้อดาวเทียมจากจีนด้วย นี่อาจเป็นที่มาของภาพบางส่วนที่สื่อของรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเสียหายจากการโจมตีของพวกเขา

ภาพถ่ายจากดาวเทียมจีนจำนวนมหาศาลเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มดาวเทียมในประเทศจีน ในปี 2025 เพียงปีเดียว จีนได้ปล่อยดาวเทียมสำรวจระยะไกลมากกว่า 120 ดวง ซึ่งรวมถึงดาวเทียมที่ใช้เรดาร์และคลื่นวิทยุ รวมถึงดาวเทียมที่ใช้กล้อง ทำให้จำนวนดาวเทียมในวงโคจรรวมแล้วมากกว่า 640 ดวง รองจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ในสหรัฐอเมริกา บริษัทดาวเทียมเชิงพาณิชย์เกือบทั้งหมดพึ่งพาการขายภาพให้กับกองทัพและหน่วยงานข่าวกรอง แต่ในจีน เส้นแบ่งระหว่างบริษัทเอกชนกับรัฐบาลนั้นยิ่งไม่ชัดเจน กลุ่มดาวเทียมที่ใหญ่ที่สุดคือ Jilin-1 ซึ่งประกอบด้วยดาวเทียมกว่าร้อยดวง ดำเนินการโดยบริษัท Chang Guang Satellite Technology (CGST) ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน แผนการของบริษัทคือสามารถถ่ายภาพจุดใดก็ได้บนโลกทุกๆ สิบนาที

ในการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศด้านการสังเกตการณ์โลก ดาวเทียมเชิงพาณิชย์ของจีนและสหรัฐอเมริกาต่างก็ขับเคี่ยวกันอย่างสูสี ดาวเทียม Superview Neo-1 ของ Siwei ให้ภาพที่คมชัดไม่แพ้ Vantor บริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกา อราวินด์ ราวิชานดราน หัวหน้าบริษัท TerraWatch Space ซึ่งเป็นบริษัทด้านข่าวกรองตลาด กล่าวว่า ดาวเทียมเชิงพาณิชย์ของจีน “ทำคะแนนได้สูงมาก” ในด้านความสามารถที่สำคัญที่สุด ดาวเทียมจีหลิน-1 ดูเหมือนจะล้ำหน้ากว่าดาวเทียมเชิงพาณิชย์ของอเมริกาในเรื่องความถี่ในการโคจร (จำนวนครั้งที่ดาวเทียมสามารถกลับมาสำรวจพื้นที่เดิมได้) ส่วนใหญ่เป็นเพราะขนาดของฝูงบินที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ พวกเขายังทัดเทียมกันในด้านเทคโนโลยี “ล้ำสมัย” เช่น เอดจ์คอมพิวติ้ง ซึ่งช่วยให้สามารถประมวลผลข้อมูลในอวกาศก่อนที่จะส่งกลับมายังโลก นายราวิชานดรานกล่าว สิ่งต่างๆ อาจพัฒนาไปได้อีกมาก ปัจจุบันจีนเป็นผู้นำของโลกในด้านผลกระทบจากการวิจัยในหลายด้านของเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล ตามรายงานของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสภาเพื่อติดตามกิจกรรมของจีน

บางบริษัทเน้นย้ำถึงข้อดีของการทำงานร่วมกับบริษัทจีนที่อยู่นอกเหนือ “การควบคุม” ของตะวันตก ซึ่งเป็นกฎระเบียบที่จำกัดสิ่งที่สามารถและไม่สามารถเผยแพร่ได้ “เราไม่ถูกผูกมัดด้วยข้อจำกัดด้านใบอนุญาตส่งออกและความล่าช้าทางด้านระบบราชการแบบเดียวกับที่มักทำให้การจัดหาข้อมูลจากผู้ขายรายอื่นช้าลง” XRTech Group บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลในดูไบซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Siwei กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ทว่าผู้ให้บริการจากจีนเองก็มีข้อจำกัดในแบบฉบับของตนเองเช่นกัน “ผมกล้าพูดได้อย่างค่อนข้างมั่นใจเลยว่า [บริษัทจีน] จะไม่ทำสิ่งใดก็ตามที่พรรคคอมมิวนิสต์ไม่ต้องการให้ทำ” Mike Dahm กล่าว ซึ่งเขาเคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายข่าวกรองทางทะเลด้านกิจการจีน ณ สำนักงานข่าวกรองทางทะเลของสหรัฐฯ ในบางกรณี ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นการเพิ่มความโปร่งใสให้มากยิ่งขึ้น ภาพถ่ายจากจีนได้ช่วยเปิดเผยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับยุทโธปกรณ์ทางทหารของสหรัฐฯ และแหล่งพลังงานในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นข้อมูลที่รัฐบาลต่าง ๆ อยากจะปกปิดไว้เป็นความลับมากกว่า MizarVision บริษัทที่มีฐานอยู่ในเมืองหางโจว ได้เผยแพร่ภาพถ่ายจำนวนมากที่ผ่านการระบุข้อมูลด้วยระบบ AI (AI-annotated) โดยแสดงให้เห็นเครื่องบินของสหรัฐฯ และระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) ที่ถูกจัดวางเรียงรายอยู่ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

การเผยแพร่ข้อมูลของ MizarVision ยังสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทจีนใช้เทคโนโลยี AI อย่างไรในการดึงข้อมูลที่มีประโยชน์ออกมาให้ได้มากที่สุดจากภาพถ่ายความละเอียดต่ำ ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะยากต่อการแยกแยะวัตถุขนาดเล็ก แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทสตาร์ทอัพแห่งนี้ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมของจีนหรือของชาติตะวันตกกันแน่ แต่คณะกรรมาธิการเฉพาะกิจของสภาคองเกรสเชื่อว่า ภาพเหล่านั้นน่าจะถูกบันทึกโดย Airbus ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติยุโรป นอกจากนี้ ป้ายกำกับข้อมูลบางส่วนที่อ้างว่าสร้างขึ้นโดย AI ของบริษัท ก็ยังเป็นที่น่ากังขาอยู่บ้าง ทว่าคุณ Dahm กล่าวว่า AI สามารถปฏิบัติภารกิจที่มีประโยชน์ได้สองประการ ประการแรกคือการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision) เพื่อระบุตัวตนของวัตถุที่มีภาพเบลอ—เช่น เครื่องบิน—โดยอาศัยข้อมูลจากรูปทรงและขนาดของวัตถุนั้น ส่วนประการที่สองคือการติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ภาพถ่ายความละเอียดสูงเพียงภาพเดียวสามารถแสดงตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องบินได้ จากนั้น ภาพถ่ายความละเอียดต่ำซึ่งมีราคาถูกกว่าและมีปริมาณมากกว่า ก็จะช่วยเปิดเผยรายละเอียดว่ากำลังเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง “คุณอาจจะไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าจุดเหล่านั้นคืออะไร” คุณ Dahm กล่าว “แต่แต่ละจุดก็น่าจะเป็นอากาศยานลำใดลำหนึ่งนั่นเอง”

การที่ MizarVision เผยแพร่ภาพถ่ายพร้อมป้ายกำกับข้อมูลสู่สาธารณะนั้น อาจก่อให้เกิดประโยชน์อีกประการหนึ่ง นอกเหนือไปจากผลดีในด้านการประชาสัมพันธ์บริษัทของตนเอง กล่าวคือ ในขณะที่เหล่านักวิจัยต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพถ่ายเหล่านั้น—รวมถึงการชี้จุดผิดพลาดในการวิเคราะห์ข้อมูล—ข้อมูลป้อนกลับเหล่านี้สามารถนำไปใช้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโมเดลการวิเคราะห์ของบริษัทให้ดียิ่งขึ้นได้ “พวกเขาได้มอบข้อมูลป้อนกลับสำหรับการฝึกฝนระบบ (Training Feedback) ให้แก่ตัวอัลกอริทึมแบบเรียลไทม์ เพื่อนำไปใช้ในการปรับแต่งและยกระดับประสิทธิภาพของระบบให้ดียิ่งขึ้น” คุณ Dahm กล่าวเสริม “ซึ่งในตอนนี้ เหล่าวิศวกรก็จะสามารถย้อนกลับไปตรวจสอบและกล่าวได้ว่า: ‘นั่นไม่ใช่เรดาร์ของระบบ THAAD [ระบบป้องกันภัยทางอากาศ] นี่นา เรดาร์ของ THAAD ตัวจริงต้องมีลักษณะแบบนี้ต่างหาก ใช่ไหมล่ะ?’”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภาพถ่ายดาวเทียมจากจีนได้กลายเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐฯ ย้อนกลับไปในปี 2023 สหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรบริษัท CGST เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้จัดส่งภาพถ่ายของประเทศยูเครนให้กับกลุ่ม Wagner Group ซึ่งเป็นกลุ่มทหารรับจ้างสัญชาติรัสเซีย เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า CGST ได้จัดหาภาพให้กับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งอาจช่วยในการกำหนดเป้าหมายเรือรบของสหรัฐฯ และเรือลำอื่นๆ ในทะเลแดงได้ แต่ดูเหมือนว่ามาตรการคว่ำบาตรจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดาวเทียมของจีนอย่างจำกัด บริษัท Spacety ซึ่งเป็นบริษัทจีนอีกแห่งหนึ่ง เพิ่งระดมทุนได้ 190 ล้านดอลลาร์จากกองทุนที่เชื่อมโยงกับรัฐและเงินทุนร่วมลงทุน แม้ว่าบริษัทนี้จะถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเมื่อสามปีก่อนเนื่องจากให้ความช่วยเหลือ Wagner ก็ตาม

ความสามารถใหม่ๆ กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว จีนมีกลุ่มดาวเทียมเชิงพาณิชย์สองกลุ่มที่สามารถบันทึกวิดีโอได้ คือ Jilin-1 และ Zhuhai-1; Planet เป็นบริษัทอเมริกันเพียงแห่งเดียวที่มีความสามารถในการบันทึกวิดีโอที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ Jilin-1 ใช้การสื่อสารด้วยเลเซอร์จากดาวเทียมสู่พื้นดินเพื่อถ่ายโอนวิดีโอจากวงโคจร แต่ความสามารถในการแข่งขันของจีนไม่ได้หมายความว่านักวิจัยและนักข่าวจะสามารถทดแทนการสูญเสียภาพจากตะวันตกในตะวันออกกลางได้ง่ายๆ นักวิจัยตะวันตกบางคนบอกกับ The Economist ว่าพวกเขาระมัดระวังผู้ให้บริการชาวจีนที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพของประเทศตน ในขณะที่คนอื่นๆ กล่าวว่าผู้ให้บริการชาวจีนไม่สนใจพวกเขา

ผู้สนับสนุนข่าวกรองแบบโอเพนซอร์สเคยหวังว่าการแพร่หลายของภาพถ่ายดาวเทียมจะนำไปสู่ความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นสำหรับบางคน “ทุกคนกำลังสร้างระบบสังเกตการณ์โลกของตนเอง” นายเกรียร์กล่าว โดยชี้ไปที่ประเทศต่างๆ ในเอเชีย อเมริกาใต้ และที่อื่นๆ “แต่เกือบทั้งหมดนั้นสร้างขึ้นเพื่อการป้องกันประเทศและข่าวกรองโดยเฉพาะ” เขากล่าวอย่างเสียใจ “ทำให้มีคนสอดแนมกันมากขึ้น และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะลดลง”

ที่มา The Economist
https://www.economist.com/china/2026/04/19/how-chinese-satellites-have-boosted-irans-war-effort

How Chinese satellites have boosted Iran’s war effort
Apr 19th 2026




ความเป็นมาของคดีสงครามยาเสพติดของ ICC: ดูเตร์เต และ เดลา โรซา + คลิปเต็ม Duterte's Drug War (full documentary) | FRONTLINE

ดูเตร์เต และ เดลา โรซา 

คดีสงครามยาเสพติดของ ICC: ดูเตร์เต และ เดลา โรซา

เส้นทางของ "สงครามยาเสพติด" ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ซึ่งนำไปสู่การพิจารณาคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ณ เดือนพฤษภาคม ปี 2026 สิ่งที่เริ่มต้นจากการร้องเรียนหลายครั้งจากกลุ่มนักสิทธิมนุษยชน ได้พัฒนาไปสู่กระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการและการออกหมายจับบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับสูง

ไทม์ไลน์ทางกฎหมาย: จากมะนิลา สู่กรุงเฮก

คดีความที่ยื่นฟ้องต่อรัฐบาลของดูเตร์เตถูกสร้างขึ้นบนสมมติฐานที่ว่า การเสียชีวิตในระหว่างสงครามยาเสพติดนั้นไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ "การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ" ต่อประชากรพลเรือน ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติภายใต้ธรรมนูญกรุงโรม

การยื่นคำร้องเบื้องต้น (2017–2018): จูด ซาบิโอ ทนายความชาวฟิลิปปินส์ และอดีตวุฒิสมาชิก อันโตนิโอ ทริลลาเนส ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมชุดแรกต่อ ICC โดยกล่าวหาว่ามีการสังหารหมู่เกิดขึ้น

การถอนตัว (2019): เพื่อพยายามขัดขวางการสอบสวน ดูเตร์เตได้ประกาศถอนตัวฟิลิปปินส์ออกจากการเป็นสมาชิกของ ICC อย่างไรก็ตาม ศาลยังคงมีอำนาจพิจารณาคดีเหนืออาชญากรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศดังกล่าวยังคงสถานะสมาชิกอยู่ (พ.ย. 2011 – มี.ค. 2019)

การจับกุม โรดริโก ดูเตร์เต (มี.ค. 2025): ในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ดูเตร์เตถูกจับกุมตัวในกรุงมะนิลาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2025 ผ่านปฏิบัติการร่วมระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์และตำรวจสากล (Interpol) จากนั้นเขาถูกส่งตัวไปยังกรุงเฮกเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

การยืนยันการพิจารณาคดี (เม.ย. 2026): เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2026 องค์คณะผู้พิพากษาชั้นก่อนการพิจารณาคดีของ ICC ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ยืนยันข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติทั้งหมดที่ตั้งต่อดูเตร์เต ซึ่งเป็นการเปิดทางให้มีการพิจารณาคดีเต็มรูปแบบต่อไป

บทบาทของวุฒิสมาชิก โรนัลด์ ‘บาโต’ เดลา โรซา

วุฒิสมาชิก เดลา โรซา อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ (PNP) และผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สถาปนิก" ผู้วางแผนปฏิบัติการ Tokhang ได้ถูกศาลระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในคดีนี้เมื่อเร็วๆ นี้:

การเปิดเผยหมายจับ (11 พ.ค. 2026): ICC ได้เปิดเผยหมายจับสำหรับ เดลา โรซา โดยตั้งข้อหาเขาในความผิดฐานอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในข้อหาฆาตกรรม หมายจับดังกล่าวถูกยื่นขอไว้อย่างเป็นความลับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025

ข้อกล่าวหาสำคัญ: ศาลระบุสถานะของ เดลา โรซา ว่าเป็น "ผู้ร่วมกระทำความผิดทางอ้อม" โดยพยานหลักฐานที่ถูกนำเสนอชี้ให้เห็นว่าเขา:

มีอำนาจควบคุมโครงสร้างอำนาจที่ทำหน้าที่ดำเนินการสังหารเหล่านั้น สนับสนุนให้ตำรวจปลอมการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมโดยอ้างว่าเป็น "การป้องกันตัว" (nanlaban)

โยกย้ายบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ "หน่วยสังหารดาเวา" ไปดำรงตำแหน่งระดับชาติเพื่อเลียนแบบยุทธวิธีเหล่านั้นทั่วประเทศ

สถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบัน: เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนแห่งชาติ (NBI) พยายามเข้าจับกุมตัวที่วุฒิสภา ทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดขึ้น ณ กลางเดือนพฤษภาคม วุฒิสภาได้ให้ความคุ้มครองเขา โดยอ้างถึงมติเพื่อปกป้องชาวฟิลิปปินส์จากการ "ส่งตัวผู้ต้องหาไปต่างประเทศโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม" โดยศาลต่างประเทศ

สรุปสถานะทางกฎหมายปัจจุบัน

โรดริโก ดูเตอร์เต ถูกควบคุมตัว (กรุงเฮก)
ข้อหาฆาตกรรมและพยายามฆ่า (อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ)

บาโต เดลา โรซา
หมายจับสาธารณะ / ถูกควบคุมตัวโดยวุฒิสภา ข้อหาฆาตกรรม (อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ)

แม้ว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์เคยให้ความร่วมมือในการจับกุมดูเตอร์เตมาก่อน แต่สถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับวุฒิสมาชิกที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ได้สร้างความขัดแย้งทางกฎหมายและการเมืองอย่างมากระหว่างมะนิลาและประชาคมระหว่างประเทศ
.....


Duterte's Drug War (full documentary) | FRONTLINE

Oct 16, 2019 #Duterte #DrugWars

"On the President's Orders" - A searing, on-the-ground look at President Rodrigo Duterte's deadly campaign against suspected drug dealers and users in the Philippines. "On the President's Orders" is told with unprecedented access to the police themselves. It offers a gripping, visually stunning window into the war on drugs — those carrying it out, and those most impacted by it.

https://www.youtube.com/watch?v=qugduxazBBg




สถานการณ์ในวุฒิสภาฟิลิปปินส์ได้บานปลายกลายเป็นการเผชิญหน้าอย่างรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามบังคับใช้หมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ต่อโรนัลด์ ‘บาโต’ เดลา โรซา ผู้มีฉายาว่าเป็น "สถาปนิก" วางแผนปฏิบัติการ ของอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในคดี “สงครามยาเสพติด”


Philippine Senate Under Siege: Gunfire Erupts During Senate Standoff Over ICC Suspect | Originals

WION

May 13, 2026 

Panic broke out near the Philippine Senate after multiple gunshots were reportedly heard on Wednesday, according to witnesses at the scene. People inside and around the premises were told to take cover as confusion spread following the sound of repeated gunfire.
 
https://www.youtube.com/watch?v=MwVj4gzJCpw
.....

เหตุการณ์ในเย็นวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นการพลิกผันครั้งสำคัญในคดีความที่ยืดเยื้อมานานหลายปีเกี่ยวกับ “สงครามยาเสพติด” ของรัฐบาลดูเตอร์เต

เหตุการณ์: เสียงปืนและความวุ่นวาย

จาเมลา อลินโดกัน ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา รายงานจากที่เกิดเหตุว่า มีเสียงปืนดังขึ้นมากกว่าสิบนัดภายในอาคารวุฒิสภา ขณะที่ตำรวจและนาวิกโยธินเคลื่อนกำลังเข้าพื้นที่

การบุกรุก: ทหารติดอาวุธหนักในชุดเกราะถูกพบเห็นกำลังเข้าไปในอาคาร ทำให้ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งหาที่กำบัง

การเผชิญหน้า: วุฒิสมาชิกเดลา โรซา ได้หลบอยู่ในห้องทำงานของเขาภายใต้ "การคุ้มครอง" ที่ได้รับจากผู้นำวุฒิสภาตั้งแต่วันจันทร์

แหล่งที่มาของการยิงที่ไม่ทราบที่มา: ยังไม่ชัดเจนในทันทีว่าเสียงปืนมาจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ภักดีต่อวุฒิสมาชิก แม้ว่าความวุ่นวายจะปะทุขึ้นทันทีที่ทีมยุทธวิธีขึ้นไปชั้นบน

บริบททางกฎหมาย: หมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)

การบุกเข้าจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเปิดเผยหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม ซึ่งกล่าวหาเดลา โรซาว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ข้อกล่าวหา: หมายจับระบุอย่างเจาะจงถึงคดีฆาตกรรมและอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2016 ถึง 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่เดลา โรซา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ (PNP)

การเล็งเป้าหมายไปที่ระดับสูง: เดลา โรซา เป็นผู้ริเริ่มหลักของ "สงครามปราบปรามยาเสพติด" ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต (ซึ่งถูกจับกุมเมื่อปีที่แล้วและกำลังรอการพิจารณาคดีในกรุงเฮก)

ความขัดแย้งทางการเมืองและกฎหมาย

ความพยายามจับกุมครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญในฟิลิปปินส์:

ปัจจัยของศาลฎีกา: เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ศาลฎีกาฟิลิปปินส์ได้เลื่อนการพิจารณาคำร้องของเดลา โรซา เพื่อขอให้ระงับการจับกุม โดยให้เวลาแก่รัฐบาล 72 ชั่วโมงในการตอบสนอง แทนที่จะออกคำสั่งห้ามโดยทันที

การต่อสู้ด้านเขตอำนาจศาล: เดลา โรซา โต้แย้งว่าศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเหนือเขา และเขาควรถูกดำเนินคดีในศาลท้องถิ่นของฟิลิปปินส์เท่านั้น ในวิดีโอที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กด้วยน้ำตาคลอเบ้าก่อนการบุกเข้าจับกุมไม่นาน เขาได้วิงวอนประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ ให้คุ้มครองเขา โดยกล่าวว่า "อย่าปล่อยให้ชาวฟิลิปปินส์อีกคนถูกนำตัวไปที่กรุงเฮก"

ฝ่ายบริหารปะทะฝ่ายนิติบัญญัติ: คณะผู้นำวุฒิสภา นำโดยประธานวุฒิสภา อลัน คาเยตาโน พยายามที่จะป้องกันไม่ให้สำนักงานสอบสวนแห่งชาติ (NBI) เข้าไปในอาคาร โดยอ้างว่าไม่สามารถจับกุมใครได้ในขณะที่วุฒิสภากำลังประชุมอยู่ อย่างไรก็ตาม การมาถึงของนาวิกโยธินและการยิงปืนในเวลาต่อมา แสดงให้เห็นว่าฝ่ายบริหารได้ตัดสินใจที่จะใช้มาตรการบังคับ

สถานะปัจจุบัน: ณ คืนวันพุธ วุฒิสภายังคงถูกปิดล้อม วุฒิสมาชิกเดลา โรซา ยังคงอยู่ภายในอาคาร ขณะที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่าผู้สนับสนุนของวุฒิสมาชิกได้รวมตัวกันอยู่ด้านนอกประตูเพื่อประท้วงการส่งตัวเขาไปควบคุมตัวในต่างประเทศ




คลิปวิดีโอสรุปประเด็นสำคัญ: การประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้ สรุปจากบทความยาว ตั้งแต่ เรื่องพลังงาน แร่หายาก และการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์





 https://x.com/ThePowerAudit/status/2054371289037455759