วันอาทิตย์, กรกฎาคม 26, 2569

ศิริกัญญา ตันสกุล ตีแผ่งบประมาณประจำปี ๒๕๗๐ หลายกรณี “จิ้มตรงไหนก็เจอแพงเกินจริง” ทั้งนั้นพรรคประชาชนจึง พิจารณาตัดงบกลาง ๑.๒ หมื่นล้านบาท

อย่างที่ ยิ่งชีพ ว่า อย่ามัวตื่นเต้นกับดราม่าฟ้องทางไกล ฟ้องหลายคดี จนเผลอปล่อยประเด็น ฮั้ว สว.แช่อืด ให้ กกต.ฉวยโอกาส ยก ทิ้งโดยง่าย จึงได้มีข้อมูลใหม่ๆ เป็นหลักฐานเพิ่มเติมออกมาไม่หยุด กระนั้น กกต.ก็ยังดึงดันว่าไม่สน มีข้อมูลในคดีพอแล้ว

อีกเรื่องที่สำคัญพอๆ กันกับการตรวจสอบทัดทาน กระบวนการฮุบทั้งประเทศของระบอบ สีน้ำเงินนั้นอยู่ที่ชั้นเชิงการคอรัปชั่น ฉ้อราษฎร์ บังหลวง โชคดีที่พรรคประชาชนมี พี่ไหมเทพีแห่งการขุดคุ้ยข้อมูลเบื้องลึกหรือจากที่ลับมาตีแผ่ให้ประชาชนเห็น

สองสามวันมานี่ ศิริกัญญา ตันสกุล ตีแผ่งบประมาณประจำปี ๒๕๗๐ หลายกรณี ข่าวโปรยหัวว่าเธอ “จิ้มตรงไหนก็เจอแพงเกินจริง” ทั้งนั้น ๒๔ กรกฎา เผยว่าในชั้นอนุกรรมาธิการ “พบว่าแม้งบฯ ภาพรวมจะถูกตัดออกไปเยอะแล้ว

ยังมีงบประมาณบางรายการที่สูงผิดปกติ และมีการขอซ้ำซ้อนกัน” ยกตัวอย่างกระทรวง ดีอี ที่ได้รับงบประมาณมากขึ้นถึง ๓๐% “ส่วนใหญ่เป็นคลาวด์กลางภาครัฐ ซึ่งเจตนาคือการรวบรวมการเช่าซื้อ การจัดเก็บข้อมูล มาไว้ที่ส่วนกลางเพียงส่วนเดียว

ทำให้งบปีนี้เพิ่มขึ้น ๕ พันล้านบาท” เธอดูแล้วพบว่ามีการซ้ำซ้อนเยอะ ขณะที่กระทรวง พม.หรือสวัสดิการสังคมฯ “ได้รับงบประมาณน้อยลง พบว่าสวัสดิการที่จะถึงมือประชาชนถูกตัดออกไปเยอะ แม้จะมีการตั้ง Data Center สำหรับทำฐานข้อมูล

ดังนั้นพรรคประชาชนจึง พิจารณาตัดงบกลาง ๑.๒ หมื่นล้านบาท” แม้นว่ารัฐบาลบอก “ตัดงบตัวเองไปค่อนข้างมากแล้วเพื่อนำไปใช้ในรายจ่ายที่ไม่เพียงพอ เช่น บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ” หลายโครงการก็ยังต้องปรับอยู่

แล้วมาดูกันที่กองทัพบกฝ่ายกิจการพาณิชย์บ้าง ผบ.ทบ.ชี้แจงเรื่องหอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ ราคา ๓,๔๐๐ ล้าน (สร้างในยุค คสช.) แต่ “ใช้งานไม่คุ้ม เสียค่าดํารงสภาพอาคารที่สูงมาก” ตอนนี้อยู่ระหว่างหารือกับกรมบัญชีกลาง

เพื่อดำเนินการด้านพาณิชย์สำหรับสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมา นี้ จน อจ. Puangthong Pawakapan ต้องตั้งคำถามว่า “กำลังพลมีไว้ใช้จัดงานพวกนี้ไหม ถ้าเขาไม่มีงานทำ ก็ลดกำลังพล ลดทหารเกณฑ์ลงก็ได้ค่ะ” แต่กองทัพน่ะหรือจะมีวิธีคิดแบบนั้น

(https://www.facebook.com/mars.magazine/posts/r2Kv5kLCN, https://www.facebook.com/puangthong.r.pawakapan/posts/0JmL9cU และ https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/2bA1EKxDw) 

เหตุใดการประท้วงของวัยรุ่นเจนซีในอินเดีย อาจต่างจากการประท้วงอื่นที่เคยเกิดขึ้น



เรื่อง 'ธรรมาภิบาลมากกว่าอุดมการณ์' เหตุใดการประท้วงของวัยรุ่นเจนซีในอินเดีย อาจต่างจากการประท้วงอื่นที่เคยเกิดขึ้น


รับชม : ทำไมชาวอินเดียนับพันจึงประท้วงกันบนท้องถนน ? เจาะเรื่องราวเบื้องหลังการประท้วง "แมลงสาบ"
ที่ https://www.bbc.com/thai/articles/c5yv422g7eeo

สุติก บิสวาส
ผู้สื่อข่าวประจำประเทศอินเดีย
บีบีซี
25 กรกฎาคม 2026

ทุกอย่างเริ่มต้นมาจากความกลัวที่คนรุ่นใหม่ชาวอินเดียหลายล้านคนคุ้นเคยกันดี นั่นคือความกลัวที่ว่าหากการสอบที่เป็นตัวกำหนดอนาคตของพวกเขาไม่สามารถเชื่อถือได้แล้ว แล้วจะมีอะไรที่เชื่อถือได้อีก ?

หลายสัปดาห์ต่อมานับจากการสอบนั้น ในวันจันทร์วันหนึ่ง ชายและหญิงอายุน้อยนับหมื่นคนพยายามเดินขบวนไปยังอาคารรัฐสภาของอินเดีย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบโต้ด้วยการใช้แก๊สน้ำตาและกระบอง แต่ก็มีผู้ประท้วงอีกหลายพันคนหวนคืนสู่ท้องถนนอีกครั้งในวันถัด ๆ มา

พรรคประชาชนแมลงสาบ หรือ ซีเจพี (Cockroach Janta Party - CJP) ซึ่งเป็นขบวนการที่นำโดยเยาวชนซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากความโกรธแค้นต่อปัญหาข้อสอบรั่วไหลซ้ำซาก ได้กลายเป็นการระดมพลของนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียรอบหลายปีอย่างรวดเร็ว

ขบวนการนี้กำลังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาและให้ ธาร์เมนทรา ปราธาน รมว.ศึกษาธิการลาออกจากตำแหน่ง โดยมี โซนัม วังชุก นักเคลื่อนไหว เป็นศูนย์กลางของการประท้วง เขาระบุว่าตนอดอาหารประท้วงนาน 26 วันเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวนี้จนกระทั่งน้ำหนักตัวลดลง 11 กก. แม้เขาจะยุติการอดอาหารไปแล้วเมื่อช่วงดึกวันพฤหัสบดี แต่แกนนำนักศึกษาระบุว่าการประท้วงจะดำเนินต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องจะได้รับการตอบสนอง

คำถามที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ นี่เป็นเพียงการประท้วงของนักศึกษาทั่วไป หรือเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เพราะประวัติศาสตร์อินเดียก็มีเหตุผลที่ทำให้ต้องระมัดระวังและมีความหวังไปพร้อม ๆ กัน

ขบวนการนักศึกษาเคยมีโอกาสได้เข้ามาพลิกโฉมการเมืองอินเดียเป็นระยะ ๆ เช่น การเคลื่อนไหว "นาฟ นิรมาน" (Nav Nirman) ในรัฐคุชราตเคยมีส่วนช่วยจุดชนวนการเคลื่อนไหวของ ชัยปรากาช นารายัน ผู้นำฝ่ายสังคมนิยมรุ่นเก๋า เพื่อต่อต้านอดีตนายกรัฐมนตรี อินทิรา คานธี ในทศวรรษ 1970 ในขณะที่การเคลื่อนไหวอื่น ๆ เคยปะทุขึ้นอย่างดุเดือดก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไป


ผู้ประท้วงขว้างกระป๋องแก๊สน้ำตาคืนใส่ตำรวจระหว่างการเดินขบวนประท้วงของพรรคประชาชนแมลงสาบ หรือ ซีเจพี ในกรุงนิวเดลี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวที่นำโดยพรรคซีเจพีแตกต่างออกจากการเคลื่อนไหวปกตินั้นไม่ได้อยู่แค่ที่ขนาดของการชุมนุมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธรรมชาติและขอบเขตของข้อร้องเรียนด้วย

การประท้วงครั้งนี้แตกต่างจากการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดหลายครั้งที่เคยมีการต่อต้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญชาติ กฎหมายเกษตรกรรม หรือนโยบายข้อพิพาทอื่น ๆ แต่การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้มีรากฐานมาจากเรื่องอุดมการณ์เป็นหลัก และไม่ได้มีรากฐานมาจากผลประโยชน์ของชุมชนหรือกลุ่มทางสังคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว

ในทางกลับกัน การเคลื่อนไหวนี้ตั้งคำถามว่ารัฐยังคงสามารถรับประกันความยุติธรรมในระบบการสอบ ซึ่งเป็นหนทางหลักที่คนหนุ่มสาวชาวอินเดียนับล้านคนมองว่าเป็นการเลื่อนสถานะทางสังคมได้หรือไม่

"ระบบการสอบและระบบการศึกษาคาบเกี่ยวไปถึงเรื่องวรรณะ ชนชั้น และเพศ ในระดับที่ค่อนข้างมาก ฐานเสียงหลักที่เข้าร่วมการประท้วงเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มเดียว" ยาพินี อียาร์ นักวิชาการอาวุโสรับเชิญจากมหาวิทยาลัยบราวน์ กล่าวกับบีบีซี

ขอบเขตที่กว้างขวางเช่นนี้ยังเป็นสิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวนี้มีความโดดเด่นทางการเมืองอีกด้วย

"การเคลื่อนไหวนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ความล้มเหลวในการบริหารจัดการ ความไร้ความสามารถของรัฐในการจัดการสอบอย่างยุติธรรมและป้องกันไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นความท้าทายทางการเมืองรูปแบบที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงสำหรับพรรคภารติยะ ชนะตะ" ราหุล เวร์มา นักวิชาการจาก ศูนย์วิจัยนโยบาย (Centre for Policy Research) ซึ่งเป็นคลังสมองในกรุงนิวเดลี กล่าวกับบีบีซี

เขาย้ำด้วยว่า ความแตกต่างนั้นเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองไป ซึ่งต่างจากการประท้วงในอดีตที่มีรากฐานมาจากอุดมการณ์หรือนโยบาย การประท้วงครั้งนี้ตั้งคำถามถึงความสามารถในการบริหารประเทศของพรรค พรรคภารติยะ ชนะตะ หรือ บีเจพี (Bharatiya Janata Party - BJP) โดยเวร์มากล่าวว่า "พวกเขาต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่"

เขาเสริมว่า ผู้ประท้วงหลายคนไม่ใช่ผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามของพรรคบีเจพี

แต่กลุ่มผู้ประท้วงคือ "เยาวชนอินเดียที่มีความทะเยอทะยานและพ่อแม่ของพวกเขาที่มองว่าการสอบเหล่านี้เป็นเส้นทางสู่การเลื่อนฐานะทางสังคม"

ดังนั้น เมื่อข้อร้องเรียนเกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลมากกว่าอุดมการณ์ ผู้เชี่ยวชาญรายนี้จึงโต้แย้งว่าพรรคบีเจพีไม่สามารถระดมผู้สนับสนุนของตนหรือใช้กลยุทธ์โต้กลับทางการเมืองที่เคยช่วยรับมือกับการประท้วงในอดีตได้อย่างง่ายดายนัก


ผู้ประท้วงวัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บกำลังพักอยู่บนตักของมารดาที่จันตาร์ มันตาร์ หนึ่งวันหลังจากประชาชนหลายพันคนเดินขบวนไปยังรัฐสภาในกรุงนิวเดลี เพื่อประท้วงกรณีข้อสอบรั่วไหล

การชุมนุมประท้วงในวันจันทร์ที่ผ่านมาดูเหมือนจะช่วยตอกย้ำการประเมินดังกล่าวให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มักมีการเปรียบเทียบการประท้วงครั้งนี้กับการเคลื่อนไหวต่อต้านคอร์รัปชันในปี 2011 โดยจุดที่ถูกกล่าวถึงบ่อยคือพลังของพรรคซีเจพีในการเข้าถึงผู้คนผ่านช่องทางออนไลน์ ในขณะที่ผู้คนยังคงเคลือบแคลงสงสัยว่ากระแสความเคลื่อนไหวในโลกดิจิทัลจะสามารถลามมาสู่ท้องถนนได้จริงหรือไม่ กระนั้นแล้ว ยอดผู้เข้าร่วมชุมนุมในวันจันทร์ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้จริง

โชโยจีต ปาล ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ผู้ศึกษาเรื่องเทคโนโลยีและสังคม กล่าวว่าโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นราว "เชื้อเพลิงที่รอวันปะทุจากหตุการณ์ต่อไป" โดยมีอารมณ์ความรู้สึกขับเคลื่อนความเร็วและขอบเขตในการเข้าถึง

เขากล่าวพร้อมเสริมว่า การ "ระเบิดจากภายใน" ครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยเงื่อนไขที่ผู้ประท้วงมีความคับข้องใจสะสมมานาน ขณะเดียวกันรัฐเองก็ไร้ความรับผิดรับชอบ และโครงสร้างของโซเชียลมีเดียทำให้การปะทุในลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นซ้ำได้อีก

คำถามในตอนนี้คือ กระแสความตื่นตัวออนไลน์นี้จะกลายเป็นสิ่งที่ยั่งยืนหรือไม่

"ผมคิดว่าการรวมตัวกันในวันจันทร์ที่ผ่านมาได้บ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจก้าวข้ามจุดเปลี่ยนสำคัญไปแล้ว" เวร์มากล่าวและเสริมว่า การที่การเคลื่อนไหวจะเติบโตต่อไปจากจุดนี้ได้หรือไม่นั้น ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของรัฐบาลเป็นสำคัญ

แต่สำหรับอียาร์ แล้วการประท้วงในวันจันทร์ได้เผยให้เห็นแง่มุมที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยสหภาพนักศึกษา กลุ่มฝ่ายซ้าย และองค์กรต่าง ๆ เช่น กองทัพภีม (Bhim Army) ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนของวรรณะทลิตได้เข้าร่วมการชุมนุมด้วย แต่พวกเขากลับ "มีจำนวนน้อยกว่ากระแสการหลั่งไหลของนักศึกษาจากทั่วประเทศที่ออกมาด้วยใจจริง"

เธอกล่าวว่า "นั่นคือสิ่งที่มีความเอกลักษณ์ไม่เหมือนการประท้วงครั้งสำคัญใด ๆ ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของอินเดีย"


อภิชีต ดิปเก ผู้ก่อตั้งพรรคซีเจพี ระหว่างการชุมนุมแบบนั่งปักหลักประท้วงที่ชานตาร์มันตาร์ เพื่อเรียกร้องให้ รมว.ศึกษาธิการอินเดีย ลาออก

ในทำนองเดียวกัน อียาร์เชื่อว่าการเคลื่อนไหวนี้ได้เติบโตจนเกินกว่าองค์กรที่เป็นจุดเริ่มต้นและเกินเลยการอดอาหารประท้วงของวังชุกไปไกลแล้ว

เธอกล่าวว่า "ซีเจพีอาจเป็นตัวจุดประกาย แต่มันได้กลายเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าพวกเขาไปแล้ว"

นักศึกษาไม่ได้ออกมาเพราะวิธีการที่รัฐรับมือกับการประท้วงเท่านั้น แต่เป็นเพราะพวกเขาต้องการ "พื้นที่และสถานที่สำหรับระบายความอัดอั้นตันใจอย่างลึกซึ้ง" ที่สะสมมามาระยะหนึ่งแล้ว เธอกล่าวว่า "มีม โปสเตอร์ และคำขวัญต่าง ๆ บ่งบอกว่าความคับข้องใจนั้นขยายวงกว้างออกไปไกลกว่าเรื่องข้อสอบรั่วไหลเสียอีก"

หลังจากที่ปล่อยให้รัฐมนตรีและโฆษกพรรคเป็นฝ่ายรับมือในตอนแรก ผู้นำระดับสูงของพรรคบีเจพี ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลก็ได้เข้ามาจัดการเองในวันพุธ

โดย ราชนาถ สิงห์ รมว.กลาโหม กล่าวหาว่าฝ่ายค้านกำลังใช้ประโยชน์จากนักศึกษา "เป็นเครื่องมือทางการเมือง" พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อกังวลของพวกเขาผ่านทางรัฐสภา

โมดีก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในวันพฤหัสบดี

เขาโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า "ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าสวัสดิภาพและอนาคตของเยาวชนของเราอีกแล้ว" พร้อมทั้งประกาศจัดตั้งศาลพิจารณาคดีรวดเร็วเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำข้อสอบรั่ว "อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด" โดยกล่าวว่า "ผู้ใดที่พยายามทำลายอนาคตของเยาวชนของเรา จะไม่ได้รับการละเว้นอย่างเด็ดขาด"

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคำมั่นสัญญาเหล่านี้จะเพียงพอที่จะคลี่คลายสถานการณ์การประท้วงได้หรือไม่

อียาร์เชื่อว่าการเคลื่อนไหวนี้ได้ไปสะกิดความวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ตำแหน่งงานที่หายาก และความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าโอกาสต่าง ๆ ในอนาคตกำลังลดน้อยลง ซึ่งเกิดขึ้นในวงกว้าง


หลายฝ่ายเชื่อว่าการประท้วงที่กำลังดำเนินอยู่ได้สะท้อนความคับข้องใจของประชาชนในวงกว้าง

"มีความไม่พอใจทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้งและผู้คนเองก็อยู่ในสภาวะทุกข์ยาก ประมวลออกมาเป็นความไร้ซึ่งความหวังต่ออนาคต สิ่งนี้อาจสะท้อนถึงความเหนื่อยหน่ายต่อรัฐบาลซึ่งนับวันก็ยิ่งเพิ่มขึ้น รัฐบาลนั้นอยู่ในอำนาจมาเป็นเวลานานแต่กลับล้มเหลวในการทำตามสัญญาจนมีเป็นที่รู้กัน และตอนนี้อาจมาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว" อียาร์อธิบาย

สำหรับเธอแล้ว การประท้วงนี้เป็นมากกว่าความล้มเหลวของนโยบายเพียงเรื่องเดียว

"ข้อความจากผู้ประท้วงนั้นชัดเจน พวกเราเหนื่อยล้าแล้ว เราต้องการการเมืองรูปแบบใหม่ ไวยากรณ์ทางการเมืองแบบใหม่ที่หยั่งรากในความคิด และมุ่งเน้นไปที่ธรรมาภิบาลและการส่งมอบผลงาน"

อย่างไรก็ตาม ความคับข้องใจดังกล่าวจะสามารถดำรงอยู่ต่อไปในฐานะขบวนการทางการเมืองได้หรือไม่นั้นยังคงเป็นอีกคำถามหนึ่ง

สุหาส ปัลชิการ์ นักรัฐศาสตร์ ให้เหตุผลว่าการเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนแมลงสาบอาจเป็นเพียงช่องทางระบายความโกรธเกรี้ยวของประชาชน ก่อนที่จะค่อย ๆ แผ่วปลายไป เช่นเดียวกับการประท้วงของเกษตรกร

"การเคลื่อนไหวของแมลงสาบจะไปสิ้นสุดที่ไหน บางทีก็อาจจะไม่ได้ไปไหนเลย มันจะเป็นการเปิดโอกาสให้ระบายความคับข้องใจแล้วก็ค่อย ๆ เงียบหายไป" เขาเขียนบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์

นอกจากนี้เขายังเตือนไม่ให้มองขบวนการนี้อย่างฝันหวานในฐานะการลุกฮือของคนรุ่นเจนซี

"มันคงจะเป็นความผิดพลาดหากจะจินตนาการว่านี่คือขบวนการของเยาวชนหรือขบวนการเจนซี สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อที่สะดวกสบายสำหรับบรรดานักวิเคราะห์เท่านั้น" เขาให้เหตุผลว่า "ลักษณะทางอุดมการณ์และการเมือง... ในขณะนี้ยังมีความลื่นไหล" โดยมีกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะเข้ามาแสวงหาอิทธิพลเหนือขบวนการนี้

เขากระตุ้นว่า สิ่งที่ผู้ประท้วงได้แสดงให้เห็นอย่างปฏิเสธไม่ได้คือความเต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับรัฐ

"คนรุ่นใหม่ได้แสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลและความรังเกียจของพวกเขา พวกเขาต้องทนรับแรงกระแทกจากตำรวจที่ไร้ความปรานีของรัฐบาลประชาธิปไตย พวกเขายังได้แสดงให้เห็นด้วยว่า มีเพียงการเคลื่อนไหวบนท้องถนนเท่านั้นที่จะทำให้ระบอบนี้... ยอมรับฟังและพูดคุย"

ปัลชิการ์ให้เหตุผลว่า พลังดังกล่าวจะสามารถคงอยู่ต่อไปได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงการปราบปรามของรัฐ การปิดกั้นสื่อ ความท้าทายด้านความเป็นผู้นำ และความยากลำบากในการสร้างแนวร่วมทางสังคมในวงกว้าง

สุรชิต มาจุมดาร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชวาหะร์ลาล เนห์รู (Jawaharlal Nehru University) ในกรุงนิวเดลี ชี้เช่นกันว่าการเคลื่อนไหวนี้ได้แสดงให้เห็นถึงบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าปัญหาข้อสอบรั่วไหลไปมากแล้ว


นักศึกษาที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวต่อต้านคอร์รัปชันในอินเดียเมื่อปี 2011

"การประท้วงในปัจจุบันและการตอบสนองอย่างฉับพลันที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความไม่พอใจในวงกว้างของคนรุ่นใหม่และนักศึกษาที่มีต่อสภาพการณ์ในประเทศและระบบการศึกษา ซึ่งก้าวข้ามประเด็นปัญหาข้อสอบรั่วไหลเฉพาะจุดไปแล้ว" เขากล่าวกับบีบีซี

เขาให้เหตุผลว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการระดมพลของนักศึกษาในอดีต ขบวนการเคลื่อนไหวในปัจจุบันดูเหมือนจะมี "ขอบเขตที่กว้างและมีขนาดใหญ่กว่า"

มาจุมดาร์ยังปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการประท้วงเหล่านี้ไร้อุดมการณ์ เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวของเกษตรกรก่อนหน้านี้ เขากล่าวว่าสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า "จิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตยยังคงมีชีวิตอยู่ในสังคมอินเดีย"

สำหรับอียาร์ แรงขับเคลื่อนทางประชาธิปไตยนั้นกำลังพลิกโฉมการเมือง

"ผู้คนกำลังแสวงหาความรับผิดชอบในการบริหารประเทศในพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือการเลือกตั้ง ช่องว่างระหว่างความชอบธรรมจากการเลือกตั้งและความรับผิดชอบทางประชาธิปไตยที่อยู่นอกพื้นที่เลือกตั้งคือปรากฏการณ์ใหม่ของการเมืองในอินเดีย" อียาร์อธิบาย

ดังนั้น การที่จะบอกได้ว่าสิ่งนี้เป็นมรดกตกทอดอันเป็นเอกลักษณ์ของการประท้วงของพรรคซีเจพี หรือเป็นเพียงช่วงเวลาชั่วครู่ของการระบายความโกรธเกรี้ยวของประชาชนนั้น มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้

https://www.bbc.com/thai/articles/c5yv422g7eeo




กลุ่มเคลื่อนไหว Cockroach Janata Party หรือ CJP) บรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลและประกาศยุติการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อDharmendra Pradhan รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอินเดีย ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง Abhijeet Dipke ประธานผู้ก่อตั้งพรรค Cockroach Janta Party พูดได้ดีมาก







สรุปสาระสำคัญของข่าว

ข้อเรียกร้องหลักบรรลุผล: Dharmendra Pradhan รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอินเดีย ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งต่อ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีข้อสอบหลุด/รั่วไหลในการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ระดับชาติ (NEET-UG) ซึ่งสร้างความตื่นตัวและส่งผลกระทบต่อนักศึกษาหลายล้านคนทั่วประเทศ

ผลการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำ:
  • รัฐบาลยินยอม ยกเลิกคดีความและข้อหาทางกฎหมายทั้งหมด ที่เคยแจ้งไว้ต่อผู้ชุมนุมประท้วงอย่างสงบ
  • รัฐบาลตกลง ชดเชยเยียวยาครอบครัวนักศึกษา ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายอันเนื่องมาจากความเครียดจากกรณีข้อสอบรั่ว
  • รัฐบาลรับข้อเสนอในการ ปฏิรูประบบการสอบ โดยเปลี่ยนไปใช้ระบบการสอบผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันการทุจริตในอนาคต
การยุติการชุมนุม: กลุ่ม CJP ประกาศถอนการปักหลักชุมนุมตลอด 36 วัน ณ ปักหลักใหญ่ Jantar Mantar ในกรุงนิวเดลี รวมถึงพื้นที่ประท้วงตามเมืองใหญ่อื่นๆ พร้อมแสดงความยินดีกับชัยชนะของพลังเยาวชน Gen Z ในครั้งนี้
.....

คำแถลงของ Abhijeet Dipke ประธานและผู้ก่อตั้งกลุ่ม Cockroach Janata Party (CJP) ที่เปิดเผยต่อสำนักข่าว ANI เกิดขึ้นภายหลังการประกาศยื่นใบลาออกของ Dharmendra Pradhan รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอินเดีย ในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2026

สาระสำคัญจากคำแถลง

  • ปฏิเสธการสร้างภาพลักษณ์ฮีโร่ตัวบุคคล: Dipke ยืนยันเตือนสติมวลชนและผู้สนับสนุนว่า ไม่ควรมองการลาออกของรัฐมนตรีเป็นผลงานหรือชัยชนะส่วนตัวของเขาเพียงคนเดียว
  • ถอดบทเรียนการเมืองอินเดีย: เขาชี้ให้เห็นว่า ประเทศอินเดียต้องประสบปัญหายืดเยื้อ บทเรียนในอดีตสอนให้เห็นว่าการยกย่องหรือฝากความหวังไว้ที่ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งจนกลายเป็น "ฮีโร่" (Hero Culture) มักนำไปสู่ความสูญเสียและระบอบที่ไม่รับฟังประชาชน
  • เน้นย้ำพลังมวลชนและประชาธปไตย: ชัยชนะครั้งนี้เป็นผลมาจากพลังเยาวชน นักศึกษา และประชาชนที่ออกมาร่วมกันปักหลักชุมนุมกดดันเรียกร้องความเป็นธรรมต่อเนื่องนานกว่า 37 วัน ไม่ใช่เรื่องของผู้นำคนใดคนหนึ่ง




รายงานสำรวจความเคลื่อนไหวขบวนเยาวชน และขบวนนักกิจกรรม 6 ปี หลังม็อบ 63 โดย Kai Akanit อกนิษฐ์ หอรัตนคุณ นักวิชาการอิสระ สถาบันวิจัยเอเชีย : 6 ปีม็อบ 63 ขบวนเยาวชน Rebuilding


Atukkit Sawangsuk 
7 hours ago
·
รายงานสำรวจความเคลื่อนไหวขบวนเยาวชน และขบวนนักกิจกรรม 6 ปี หลังม็อบ 63
โดย Kai Akanit อกนิษฐ์ หอรัตนคุณ นักวิชาการอิสระ สถาบันวิจัยเอเชีย
(สนใจมาตั้งแต่ตอนมาเสนอรายงานในการสัมนา โจทย์ใหม่การเมืองไทย
:
ขบวนเยาวชนถูกปราบหนัก ถ้ามองในกรุงเทพ ในมหาวิทยาลัย ดูเหมือนพังพาบ
แต่ไม่ใช่เช่นนั้นไปเสียทั้งหมด ในภูมิภาค อย่างเหนือ อีสาน โดยเฉพาะอีสานที่มีฐานการเคลื่อนไหวมวลชนเหนียวแน่น แม้มีหลายปัจจัยอุปสรรค แต่ถ้าเปรียบเทียบกับปี 63-64 อกนิษฐ์ชี้ว่า ขบวนเยาวชนอยู่ในช่วง rebuilding กำลังฟื้น มีกลุ่มใหม่ๆ มีคนรุ่นใหม่ ที่มีพื้นที่ทำกิจกรรมมากขึ้น
มันไม่ได้เป็นอย่างที่พูดกันว่า คนรุ่นใหม่หายไปไหน หรือม็อบ 63 เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
ขบวนเคลื่อนไหวเป็นเช่นนี้เอง มีขึ้นมีลง
:
คุยกันเลยเถิดไปถึงประเด็น พรรคกับขบวน
พรรคที่ก่อตั้งจากแอคติวิสต์ แล้วพอเข้าสู่การเมือง ก็อยากปรับ position ให้เข้าถึงคนกลางๆ มากขึ้น
มันเป็นธรรมชาติ มันเป็นเช่นนั้นเอง
แต่ตัวอย่างสำคัญคือพรรค DPP ของไต้หวัน ก่อตั้งจากแอคติวิสต์ด้วยอุดมการณ์ต้านเผด็จการ
ชนะเลือกตั้ง 2000-2008 แล้วแพ้ยับเยิน
ต้องหวนกลับมาหารากฐาน
จนได้ผู้นำอย่างไช่อิงเหวิน หน้าใหม่ radical จึงค่อยชนะถล่มอีกครั้ง
:
กระนั้นมันก็เป็นปรากฏการณ์พิเศษ
ทั่วโลก พรรคที่ก่อตั้งจากขบวนแอคติวิสต์ เป็นได้แค่พรรคทางเลือก ไม่สามารถชนะเลือกตั้ง
มีแค่ 2 ประเทศ คือ DPP ของไต้หวันชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล
กับพรรคส้มนี่แหละ ที่ชนะอันดับหนึ่งเกือบได้เป็น
ที่เหลือ พรรคแอคติวิสต์ก็เป็นได้แค่พรรคเล็ก
https://m.youtube.com/watch?v=wdeGKhMMBzE...



อกนิษฐ์ หอรัตนคุณ : 6 ปีม็อบ 63 ขบวนเยาวชน Rebuilding : ประชาธิปไตยสองสี

matichon tv

Premiered 8 hours ago 

รายการประชาธิปไตยสองสี : ตอนที่ 120 อธึกกิต แสวงสุข (ใบตองแห้ง) สนทนากับ อกนิษฐ์ หอรัตนคุณ นักวิชาการอิสระ ว่าด้วยเรื่อง 6 ปีม็อบ 63 ขบวนเยาวชน Rebuilding : DPP ไต้หวัน แบบอย่างกลับสู่ราก movement เผยแพร่ เสาร์ 25 ก.ค. 2569 เวลา 18.00 น.


https://www.youtube.com/watch?v=wdeGKhMMBzE





กุ้ง สป.ขอโทษ จากนี้ไม่มีแล้ว จิตอาสา กองเรือนรก ประกาศปิดชมรม โดยให้เหตุผล มาจากพฤติกรรมความรุนแรงของตนเอง และสมาชิกที่ร่วมกันก่อเหตุ ผิดกฎหมายบ้านเมือง และผิดศีลธรรม


โหนดราม่า - Honedramanews
17 hours ago
·
ประกาศปิดชมรม กุ้ง สป.ขอโทษ จากนี้ไม่มีแล้ว จิตอาสา กองเรือนรก

กุ้ง สป. ผู้ก่อตั้งชมรมกองเรือนรกทีมเฉพาะกิจเพื่อประชาชน ได้ออกมาประกาศปิดชมรมอย่างถาวร

โดยให้เหตุผล มาจากพฤติกรรมความรุนแรงของตนเอง และสมาชิกที่ร่วมกันก่อเหตุ ผิดกฎหมายบ้านเมือง และผิดศีลธรรม

กุ้ง สป. เผยว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำให้ชมรมต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง พร้อมกราบขออภัยสังคม ที่ทำให้ขุ่นเคืองใจกับการกระทำที่รุนแรงของผม

ผมไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไข จึงขอรับผิดชอบด้วยการยุติการทำงาน ยุติบทบาทการเป็นจิตอาสา และขอประกาศปิด ชมรมกองเรือนรกทีมเฉพาะกิจเพื่อประชาชน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังมีส่วนของเงินคงค้างในบัญชี 22,138.19 บาท ของชมรม กุ้ง สป. พร้อมจะโอนเงินส่วนนี้ไปทำบุญทั้งหมด โดยให้สมาชิกร่วมกันโหวตว่าควรนำเงินจำนวนนี้ ไปทำบุญที่ใด

ซึ่งการออกมาประกาศอย่างเป็นทางการของ กุ้ง สป. ถือเป็นการปิดฉากการเป็นจิตอาสา และชมรมกองเรือนรก อย่างถาวร
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122178546842709902&set=a.122155655990709902




จริง ! ข้อความข้างล่าง สะท้อนความอึดอัดและมุมมองต่อปัญหาระดับโครงสร้างของสังคมไทยได้อย่างแหลมคม






https://x.com/skongki2000/status/2080938434114568303
.....

ประเด็นวิเคราะห์ของผู้โพสต์มี 3 ส่วนหลัก ๆ

1. การทำหน้าที่แทนภาครัฐ (State Function Failure)

  • ประเด็น: ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ระบบสวัสดิการ งานสาธารณะ การบรรเทาสาธารณภัย หรือการจัดระเบียบสังคม ควรเป็นหน้าที่หลักของ "หน่วยงานรัฐ" ที่ใช้ภาษีของประชาชนในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน
  • ความจริงในสังคม: การที่ยังต้องมีจิตอาสา มูลนิธิเอกชน หรือกลุ่มคนที่ออกมาทำหน้าที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันเองบ่อยครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างหรือประสิทธิภาพที่ยังไม่ครอบคลุมของกลไกรัฐ
2. การสร้างภาพลักษณ์และวาทกรรม "คนดี"

  • ประเด็น: ผู้โพสต์ชี้ให้เห็นว่า การใช้คำว่า "คนดี" หรือ "จิตอาสา" บางครั้งถูกนำมาใช้เป็น เครื่องมือปกปิดความล้มเหลว ของระบบ
  • ผลกระทบ: เมื่อสังคมชื่นชมและยึดติดกับตัวบุคคลหรือกลุ่มคนที่ออกมาทำความดี สังคมอาจลืมตั้งคำถามหรือตรวจสอบหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่เคยถูกแก้ไขอย่างแท้จริง
3. ผลประโยชน์และอำนาจเบื้องหลัง
  • ประเด็น: ข้อความกล่าวถึง "ผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง" ซึ่งสะท้อนมุมมองว่า กลุ่มกิจกรรมหรือองค์กรลักษณะนี้บางแห่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากความบริสุทธิ์ใจเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีเรื่องของ ผลประโยชน์ทับซ้อน การสร้างคอนเนกชัน หรือการแสวงหาบารมีทางการเมือง/สังคม โดยใช้ภาพลักษณ์ความดีบังหน้า
สรุป: สารสำคัญของโพสต์นี้ไม่ได้ต้องการโจมตีการทำความดีของบุคคลทั่วไป แต่เป็นการ ตั้งคำถามถึงเชิงโครงสร้าง ว่า ประเทศจะเจริญอย่างแท้จริงได้ก็ต่อเมื่อระบบราชการและสวัสดิการรัฐทำงานได้สมบูรณ์ จนประชาชนไม่ต้องพึ่งพา "อัศวินขี่ม้าขาว" หรือกลุ่มคนดีมาทำหน้าที่แทนรัฐอีกต่อไป

.....





Jim Bandon
14 hours ago
·
กรณีของ "เต้ อาชีวะ" เป็นอีกตัวอย่างที่ชวนตั้งคำถามถึงมาตรฐานของสังคมไทยในการนิยามคำว่า "คนดี"

อดีตของเขาเป็นที่รับรู้กันว่า เคยต้องโทษในคดีร่วมก่อเหตุใช้อาวุธไล่ยิง ฟัน แทงคู่อริจนมีผู้เสียชีวิตในช่วงวัยรุ่น ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2545 ซึ่งตรงกับวันแม่แห่งชาติ ภายหลังการได้รับพระราชทานอภัยโทษและการลดโทษตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์

หลังพ้นโทษ เขาผันตัวมาเป็นแกนนำสำคัญของกลุ่ม "อาชีวะปกป้องสถาบัน" ซึ่งในช่วงแรกเป็นที่รู้จักจากการติดตาม กดดัน และเผชิญหน้ากับผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างในประเด็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อมาเมื่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมเพิ่มขึ้น บทบาทของกลุ่มก็ลดลง และมีการเปลี่ยนจุดเน้นไปสู่การเคลื่อนไหวต่อต้านแรงงานต่างชาติที่ถูกมองว่าก่อปัญหาแทน

หากมองปรากฏการณ์นี้ในภาพกว้าง จะเห็นว่ามีกลุ่มรุ่นหลังจำนวนหนึ่งเดินตามรอยเดิม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจัดตั้ง การสร้างภาพลักษณ์ของการ "ปกป้องชาติ-สถาบัน" หรือการเข้าไปทำหน้าที่ ที่โดยหลักแล้วควรเป็นอำนาจของรัฐ หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ไม่ได้สร้างเพียงชื่อเสียงในโลกออนไลน์ แต่ยังอาจทำให้ผู้กระทำได้รับการปฏิบัติหรือการยอมรับจากเจ้าหน้าที่รัฐในลักษณะที่ประชาชนทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้ ความรู้สึกว่าการทำตัวเป็น "กองกำลังภาคประชาชน" สามารถนำมาซึ่งสถานะพิเศษ จึงกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการเลียนแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สิ่งที่น่าสนใจคือ คำอธิบายของเจ้าตัวเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของการ "ทำความดี"

ในการให้สัมภาษณ์กับ Top News เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 เขากล่าวว่า

> "สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำความดีตอนที่ยังใช้ชีวิตอยู่ข้างในก็คือเป้าหมายในการอภัยโทษ จากวันสำคัญเช่น วันแม่ วันพ่อ เป็นวันที่สำคัญที่สุดของนักโทษ ทุกคนเฝ้ารอจะมีโอกาสได้ลดโทษ มากน้อยอยู่ที่การทำตัวของพวกเรา เช่นผมได้สองครั้ง เป็นครั้งละสามเดือน"

คำพูดนี้สะท้อนข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า การประพฤติตัวดีในเรือนจำย่อมเป็นหลักเกณฑ์สำคัญของระบบราชทัณฑ์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังกลับคืนสู่สังคม แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็ทำให้เกิดคำถามว่า การประพฤติตัวดีเพื่อให้ได้รับการลดโทษ กับการเปลี่ยนแปลงทางจิตสำนึกอย่างแท้จริง เป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ !!??

ยิ่งเมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว บทบาทที่เลือกกลับไม่ใช่การสร้างสังคมด้วยกระบวนการตามกฎหมาย หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะติดตาม คุกคาม หรือเผชิญหน้ากับผู้เห็นต่าง ความชอบธรรมของการอ้างว่า "ทำความดี" ก็ย่อมเป็นเรื่องที่สังคมมีสิทธิตั้งคำถาม

การให้โอกาสคนที่เคยทำผิดเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นหลักการสำคัญของสังคมอารยะ แต่การได้รับโอกาสครั้งที่สอง ไม่ได้หมายความว่าการกระทำหลังจากนั้นจะพ้นจากการตรวจสอบหรือการวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะเมื่อบุคคลนั้นก้าวเข้ามามีบทบาททางการเมืองหรือสังคมในพื้นที่สาธารณะ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่าใครเคยติดคุกหรือไม่ หากแต่อยู่ที่ว่า หลังจากได้รับโอกาสแล้ว บุคคลนั้นเลือกใช้โอกาสนั้นเพื่อเสริมสร้างหลักนิติรัฐและสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น หรือเลือกใช้มันเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการคุกคามผู้เห็นต่างในนามของอุดมการณ์

คำถามนี้ต่างหาก ที่สังคมควรช่วยกันตอบ มากกว่าการยกย่องใครเป็น "คนดี" เพียงเพราะเขาอ้างว่าทำความดีหลังพ้นโทษ 
.....

Jim Bandon
ท้ายที่สุด ปัญหาอาจไม่ใช่ "เต้ อาชีวะ" หรือกลุ่ม"กองเรือนรก"
เพราะถ้าไม่มีโครงสร้างที่คอยปรบมือ ไม่มีสื่อที่คอยสร้างวีรบุรุษ ไม่มีผู้มีอำนาจที่คอยให้ความชอบธรรม และไม่มีคนจำนวนหนึ่งที่พร้อมยกย่องการคุกคามในนามของความรักชาติ รักสถาบัน
ก็คงไม่มีใครมองเห็นว่า การตั้งตัวเป็นศาลเตี้ย คือเส้นทางสู่การเป็น "คนดี"
บางที สิ่งที่ควรถูกวิจารณ์ที่สุด จึงไม่ใช่ตัวละคร
แต่คือเวทีที่คอยสร้างตัวละครแบบนี้ขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เปลี่ยนเพียงชื่อคน
แต่บทละคร...ยังเป็นเรื่องเดิมเสมอ

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122179224758935231&set=a.122166230408935231
.....






แนวคิดฝ่ายซ้ายรูปแบบใหม่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยแนวคิดสังคมนิยมในแบบฉบับของคนรุ่น Gen-Z ที่ไม่ได้เน้นเรื่องส่วนรวมมากนัก และไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่สนับสนุนแนวคิดนี้ อะไรคือสิ่งที่ขับเคลื่อนแนวคิดสังคมนิยมของคนรุ่น Gen-Z



จากรายการพอดแคสต์ของ The Economist ที่เปิดประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของแนวคิดสังคมนิยมยุคใหม่

แนวคิดสังคมนิยมได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ฝ่ายซ้ายยุคปัจจุบันละทิ้งอุดมการณ์ที่เน้นเรื่องส่วนรวมอันหนักอึ้งของคนรุ่นก่อน แล้วหันมาสนับสนุนนโยบายที่โดนใจและเน้นผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง เช่น การตรึงค่าเช่าที่พักอาศัย การลดภาระค่าใช้จ่าย และการปกป้องตำแหน่งงานของตนเอง โดยมีวิธีการหาทุนสนับสนุนนโยบายเหล่านี้ด้วยการเก็บภาษีคนรวย จะเรียกว่า "Soakalism" หรือ "Zohranomics" ก็สุดแล้วแต่จะเรียก แต่แนวคิดนี้กำลังได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างแท้จริงในหลายพื้นที่ ตั้งแต่นิวยอร์กไปจนถึงลอนดอน

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้สังคมนิยมคนรุ่นใหม่นี้ได้รับความนิยม? แนวคิดนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อภูมิทัศน์ทางการเมือง? และกลุ่มเสรีนิยมที่เชื่อในกลไกตลาดเสรีควรจะกังวลกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด? มาร่วมหาคำตอบไปกับ Zanny Minton Beddoes บรรณาธิการบริหารของ The Economist และคณะนักข่าวของเรา ในการเจาะลึกการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มฝ่ายซ้ายหน้าใหม่ทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์แนวคิดต่างๆ ของพวกเขา—ทั้งส่วนที่เป็นแนวคิดแย่ๆ และส่วนที่เป็นแนวคิดดีๆ—รวมถึงหารือกันว่ากลุ่มสายกลางควรจะรับมือกับปรากฏการณ์นี้อย่างไร

สรุปเนื้อหาด้วยความช่วยเหลือจาก Gemini

📌 สรุปภาพรวม

พอดแคสต์ตอนนี้นำเสนอการผงาดขึ้นมาของ "สังคมนิยมยุค Gen-Z" ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบของฝ่ายซ้ายจากการเน้นอุดมการณ์รวมหมู่ขนาดใหญ่ในอดีต (เช่น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือยึดภาคอุตสาหกรรมเป็นของรัฐ) มาเป็น "นโยบายประชานิยมที่จับต้องได้ทันที" โดยเน้นตอบโจทย์วิกฤตค่าครองชีพของตัวบุคคลเป็นหลัก

ดำเนินรายการโดย Zanny Minton Beddoes (บรรณาธิการบริหาร) ร่วมกับทีมผู้สื่อข่าว เพื่อวิเคราะห์ว่าทำไมแนวคิดนี้จึงชนะใจผู้ลงคะแนนเสียง ข้อดี-ข้อเสียของนโยบายคืออะไร และกลุ่มเสรีนิยมสายกลางควรรับมืออย่างไร

🔑 ประเด็นสำคัญที่วิเคราะห์ในรายการ

1. จากอุดมการณ์กว้างๆ สู่ "นโยบายเพื่อตัวเอง" (Me-First Policies)
  • ฝ่ายซ้ายยุคใหม่ลดความเป็นทฤษฎีการเมืองแบบมาร์กซิสต์ลง แต่เน้นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจระยะสั้นที่กระทบชีวิตประจำวัน
  • นโยบายหลักที่ใช้หาเสียง:
             ตรึงค่าเช่าบ้าน/ที่พักอาศัย: แก้ปัญหาราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูง
             ลด/ควบคุมค่าสาธารณูปโภค: ตรึงราคาพลังงานและค่าน้ำค่าไฟ
             ปกป้องแรงงานท้องถิ่น: ต่อต้านการเลิกจ้างและคุ้มครองสัญญาจ้างงาน
             ภาษีคนรวย (Tax the Rich / Wealth Tax): หรือที่เรียกว่า "Soakalism" (การรีดภาษีจากคนรวย) เพื่อนำเงินมาอุดหนุนรัฐสวัสดิการ

2. ปรากฏการณ์ "Zohranomics" และสังคมนิยมคนเมือง
  • ชื่อ "Zohranomics" มีที่มาจาก Zohran Mamdani นักการเมืองฝ่ายซ้ายในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นตัวอย่างของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ใช้ปัญหาท้องถิ่น (เช่น ค่าเช่าบ้าน และค่าโดยสารรถสาธารณะ) มาสร้างกระแสสังคมนิยมในเมืองใหญ่ ตั้งแต่นิวยอร์กไปจนถึงลอนดอน
  • นโยบายเน้นการสื่อสารที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย และส่งผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. มุมมองของ The Economist: ข้อดี vs ข้อเสีย

  • ข้อดี (Good Ideas):
                รายการยอมรับว่าฝ่ายซ้ายรุ่นใหม่ ชี้เป้าปัญหาได้ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องความเหลื่อมล้ำ ปัญหาราคาที่อยู่อาศัยที่แพงเกินไปสำหรับคนรุ่นใหม่ และภาวะค่าครองชีพโตไม่ทันรายได้
  • ข้อเสีย (Bad Ideas):
               นักข่าวของ The Economist มองว่าโซลูชันส่วนใหญ่เป็น "การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและบิดเบือนกลไกตลาด"
               การตรึงค่าเช่าหรือคุมราคาจะยิ่งทำให้ อุปทาน (Supply) ลดลง ในระยะยาว เพราะนักลงทุนขาดแรงจูงใจในการสร้างบ้านหรือลงทุนเพิ่ม
               การลงโทษทุนนิยมด้วยภาษีที่สูงเกินไปอาจทำให้เงินทุนและกลุ่มคนสร้างรายได้ไหลออกนอกประเทศ

💡 ทางออกสำหรับกลุ่มเสรีนิยมสายกลาง (Centrists & Free-Market Liberals)
  1. ห้ามมองข้ามความเดือดร้อน: ฝ่ายเสรีนิยมไม่สามารถปฏิเสธกระแสนี้ด้วยการอ้างทฤษฎีตลาดเสรีแบบเดิมๆ ได้ เพราะความเดือดร้อนของคนรุ่นใหม่เป็นเรื่องจริ
  2. แก้ปัญหาที่ต้นตอด้วยอุปทาน (Supply-Side Solutions): แทนที่จะใช้วิธีคุมราคา รายการเสนอว่าฝ่ายสายกลางต้องผลักดันการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ลดกฎระเบียบการก่อสร้างเพื่อเพิ่มอุปทานบ้านในตลาด หรือใช้กลไกการแข่งขันเพื่อลดต้นทุนพลังงานอย่างยั่งยืน






โซห์ราน มามดานี เพิ่งทำในสิ่งที่พรรคเดโมแครตส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ

เขามองตรงไปที่กล้องและพูดสิ่งที่ทุกคนคิดออกมาดังๆ:

พรรครีพับลิกันเรียกโอบามาว่าเป็นสังคมนิยมทุกวันตลอด 8 ปี แต่มันก็ไม่ได้หยุดเขา

ตอนนี้พวกเขากำลังพยายามใช้กลยุทธ์กล่าวหาแบบเดิมๆ กับทุกคนที่ต้องการนโยบาย New Deal แทนที่จะเป็นนโยบายที่ไม่เป็นธรรมที่คนทำงานต้องเผชิญมานานหลายทศวรรษ

ประชาชนต้องการอะไรที่แท้จริง ไม่ใช่สวัสดิการของบริษัทที่ปลอมตัวเป็น "ความพอดี" ไม่ใช่ "ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน" ที่สุดท้ายแล้วจะเอาผลกำไรไปเป็นของเอกชนและผลักภาระขาดทุนไปให้สังคม

มามดานีพูดถูก การกล่าวหาว่าเป็นสังคมนิยมเป็นกลยุทธ์ที่ล้าสมัยแล้ว

คำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ พรรคเดโมแครตมีความกล้าหาญที่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนที่เลือกพวกเขาเข้ามาหรือไม่... หรือพวกเขาจะยังคงปกป้องผู้บริจาคกลุ่มเดิมที่ดูดเอาความมั่งคั่งจากประเทศนี้มา 40 ปีแล้ว

สู้ต่อไปครับ ท่านนายกเทศมนตรี

กลุ่มผู้อาวุโสกำลังหวาดกลัว



Panetta อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และ อดีตผู้อำนวยการ CIA มองสงครามอิหร่านว่า สหรัฐฯ กำลังตกที่นั่งลำบาก


Report: Trump considering restarting major combat operations in Iran

The Hill

Jul 23, 2026 

According to new reports, President Trump is seriously considering restarting major combat operations in Iran. It comes as CENTCOM confirms that the U.S. hit Iran for a 12th consecutive night, and as the price of oil hits $100 a barrel.
https://www.youtube.com/watch?v=MxAIZLIZkWQ
.....

Panetta มองสงครามอิหร่าน: สหรัฐฯ กำลังตกที่นั่งลำบาก

Leon Panetta อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ "ย่ำแย่อย่างหนัก" (deep trouble) จากสงครามกับอิหร่าน โดยเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในเวียดนาม

Panetta ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ CIA ในสมัยรัฐบาล Obama ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า "ประวัติศาสตร์สอนเราว่าสงครามที่ยืดเยื้อไม่มีวันจบลงด้วยดี" เมื่อถูกถามว่าฝ่ายใดเป็นผู้กุมความได้เปรียบในความขัดแย้งครั้งนี้

อดีตผู้อำนวยการ CIA ผู้นี้วิจารณ์รัฐบาล Trump ว่าขาดเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับสงครามกับอิหร่าน

"เขายังคงเดินหน้าโจมตีทางทหารต่อไป ทั้งที่ข้อมูลข่าวกรองชี้ชัดว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่ทำให้อิหร่านยอมเปลี่ยนท่าที ในขณะเดียวกัน ประชาชนชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระหนักหนาสาหัสจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงลิ่วและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก" Panetta กล่าวแย้ง

ประธานาธิบดี Trump เคยให้คำมั่นว่าความขัดแย้งนี้จะกินเวลาเพียง 4-5 สัปดาห์ แต่สถานการณ์กลับยืดเยื้อมานานเกือบ 5 เดือนแล้ว

Panetta กล่าวเสริมว่าแนวโน้มในการยุติสงครามนั้น "ดูไม่สู้ดีนัก" และขณะนี้ Trump "ตกอยู่ในสถานการณ์ที่จนมุมและกำลังพยายามหาทางออก"

ความเห็นของ Panetta มีขึ้นในขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินสงคราม โดย Shelley Moore Capito ประธานคณะกรรมาธิการนโยบายของรีพับลิกันในวุฒิสภา (จากรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย) กล่าวว่าสาธารณชนอเมริกันเริ่ม "เหนื่อยหน่าย" กับความขัดแย้งทางทหารที่ยืดเยื้อกับอิหร่าน

"แน่นอนว่าเราทุกคนต่างรู้สึกกังวล เพราะเราเพิ่งสูญเสียทหารผู้กล้าหาญและยอดเยี่ยมไปถึง 3 นายในช่วงเวลาไม่นานมานี้" วุฒิสมาชิก Jim Justice (รีพับลิกันจากรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย) กล่าว โดยอ้างถึงทหารสหรัฐฯ 3 นายที่เสียชีวิตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

นอกจากนี้ การสนับสนุนสงครามในกลุ่มผู้ลงคะแนนเสียงให้ Trump ยังลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยเกือบ 1 ใน 5 ของกลุ่มผู้สนับสนุนแนวคิด MAGA เห็นว่าควรยุติสงครามไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

เมื่อ Brianna Keilar พิธีกรรายการของ CNN ถามว่าสหรัฐฯ จะทำอย่างไรเพื่อรื้อฟื้นการเจรจากับอิหร่าน Panetta ตอบว่า "มีเพียงวิธีเดียวที่ผมคิดออกในการสร้างอำนาจต่อรองเพื่อรับมือกับอิหร่าน และวิธีนั้นเกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ" “สิ่งที่สหรัฐฯ จำเป็นต้องทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจต่อรองในสถานการณ์นี้ คือการเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และสามารถกำกับดูแลเสรีภาพในการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเรา” เขากล่าวต่อ

“หากประธานาธิบดีไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ผมคิดว่าเราคงทำได้เพียงแค่หวังว่าท้ายที่สุดแล้ว เราจะสามารถกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาได้อีกครั้ง” เขากล่าวทิ้งท้าย
...

บทความแปลจาก The Hill
Panetta on Iran war: US ‘in deep trouble’

https://thehill.com/homenews/5989591-panetta-on-iran-war-us-in-deep-trouble/
07/24/26



เพื่อนกรุงเทพโทรมาถามด้วยความเป็นห่วง สถานการณ์ที่ใต้ มึงฟังนะ...





Nirundorn Lokna

7 hours ago
·
เพื่อนกรุงเทพโทรมาถามด้วยความเป็นห่วง สถานการณ์ที่ใต้

มึงฟังนะ...

เรื่องชายแดนใต้ช่วงนี้มีความเคลื่อนไหวโคตรระทึก

คือเรื่องของเรื่อง เสธ.ทบ. ที่ออกมาพูดเรื่อง "ไล่ล่ากลุ่มก่อความรุนแรง" แบบขึงขังมาก แต่คนที่นี่เขารู้ มันไม่ใช่เรื่องใหม่เลยว่ะ การปิดล้อม ตรวจค้น หรือวิสามัญฯ มันก็คือการบังคับใช้กฎหมายอาญา ทหารทำกันมาตลอดอยู่แล้ว

แต่จุดที่คนในพื้นที่และบังอ้าปากค้าง คือ เสธ.ทบ. ดันไปพูดพาดพิงถึง "ประเทศเพื่อนบ้าน" ว่าคอยช่วยพวกผู้ก่อเหตุ ซึ่งเรื่องนี้แม่งเสี่ยงเรื่องการทูตมาก

มึงต้องเข้าใจก่อนว่า ตลอด 30-50 ปีที่ผ่านมา ชายแดนภาคใต้เป็นชายแดนเดียวที่ไม่เคยมีปะทะระหว่างประเทศเลย แล้วอยู่ๆ มาเปิดหน้าพูดแบบนี้มันได้เหรอ?

แล้วทำไมอยู่ๆ ทหารต้องออกมาทรง "สายบู๊" ขนาดนี้?
เขามองกันว่าทหารกำลัง "โดนกดดันหนักจากฝั่งการเมือง" เว้ย!

เพราะล่าสุด อาจารย์วันนอร์ (วันมูหะมัดนอร์ มะทา) แกชงกลางสภาฯ ให้ยุบ บีอาร์เอ็น ทิ้งซะ!(ฮา) เหตุผลคือซ้ำซ้อนแถมกินงบเยอะมาก (มันเงียบสงสัยไม่เก็ท)

ตอนนี้แม่ทัพกินไม่ได้ขี้ไม่ออก เรื่องลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งรถ ทั้งคน ทั้งปืน แถม ปืนตายแล้ว แต่ยังยิงได้

ปืนที่บอกในเอกสารว่าทำลายไปแล้วนะหร่อ
ใช่ๆ ปืนที่ใช้ยิง สส. นั้นละ

เห็นว่าจะเอาเรื่องนี้มาสร้างหนังหร่อว่ะ
ใช่แล้ว ชื่อเรื่อง #ปืนไร้เงา #SILENTGUN
อยากดูว่ะ แล้วไงต่อ นายกว่าไงบ้าง

นายกฯ อนุทิน รีบออกมาดับไฟว่าไม่ยุบๆ แต่ กอ.รมน. ก็ขวัญเสียไปแล้ว เสธ.ทบ. ก็นั่งเก้าอี้เลขาฯ กอ.รมน. อยู่ด้วย เลยต้องออกมาโชว์แอ็กชันดุดันเพื่อพิสูจน์ผลงานและกอบกู้หน้าหน่อย

ที่สำคัญ (บังพูดเสียงเบา) ตอนนี้สายแข็งครองเมือง...
เฮ้ยย พูดดังๆไม่ได้ยิน (ฮา)

แม่ทัพภาค 4 คนใหม่ (พล.ท.นรธิป): ถูกโยกมาจากภาคอีสาน ตัดหน้านายทหารภาค 4 ที่โตมากับพื้นที่

ซึ่งพอคนนอกมาปุ๊บ สไตล์การทำงานเปลี่ยนเลย งานมวลชนที่เคยดึงผู้นำชุมชนไว้หลุดหมด เข้าไม่ถึงคนในพื้นที่ แถมข้ามหัวทหารเจ้าถิ่นจนเริ่มมีช่องว่าง อีกเรื่องฟังแล้วเหยียบไว้เลย ห้ามบอกต่อ

เออ กูปากหนักอยุ่แล้ว
ไม่เอา ไม่เล่าดีกว่า ไว้หลังไมค์ละกัน

อีกเรื่อง ผบ.ฉก.นราธิวาส (พล.ต.ยอดอาวุธ): คนนี้ก็คนนอกเหมือนกัน! ตัวตึงเลย ประกาศตัว "ชนและท้าทาย BRN" แบบตรงๆ ซึ่งปกติทหารพื้นที่เขาไม่ทำกัน เพราะมันยิ่งไปยั่วให้ฝั่งนู้นจัดหนัก

แล้วเป็นไง เขาจัดหนักเก็บยอดสองวันติดๆ แถมเราเสียไปอีกห้าคน เศร้าจริง

สรุปคือ: กองทัพตอนนี้พยายามเล่นบทแข็งกร้าวเพื่อโชว์ผลงานสู้แรงกดดันทางการเมือง

แต่คนในพื้นที่เขากลัวกันมากว่า "ถ้าใช้วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน แบบคนนอกที่ไม่เข้าใจบริบท มันจะหลงทาง" กลายเป็นกระตุ้นวงจรความรุนแรงให้กลับมาระเบิดใส่คนบริสุทธิ์อีก

ยังดีที่ทีมเจรจาสันติสุขยังเป็นคนเดิมที่มีประสบการณ์ ไม่ได้ถูกเปลี่ยนยกชุด ไม่งั้นได้มีแววพังกว่านี้แน่ๆ

วงในเขายังมองตรงกันว่า ชายแดนใต้มันต้องใช้ "กฎหมายควบคู่กับการพูดคุย" มาเอาสายบู๊ชนอย่างเดียว มีแต่จะพาวินาศว่ะเพื่อน

ขอบใจเด้อ เทคแคร์ สลามนะบียัง
สลามจ้า
 
https://www.facebook.com/photo?fbid=27769870345977491&set=a.114032998654598
...

มุสตารซีดีน วาบา
รมต.กลาโหม ลั่นต้องล่าตัวคนร้ายยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 ศพมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ไม่ว่าจะวิธีไหน... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/region/news_5821731







 

เอ้า จีนเทาอีกแล้วเหรอ ?!?






อ่านต้นฉบับได้ที่ https://www.matichon.co.th/local/news_5820408





 

"ยิ่งชีพ" แฉซ้ำเปิดขบวนการโกงเลือก สว. ล่าสุด ยิ่งชีพโพสต์ข้อความเปิดเผยสิ่งที่เรียกว่า "ขบวนการโกง" โดยระบุว่ามีผู้เกี่ยวข้องนับพันคน พร้อมย้ำว่ายังมีหลักฐานอีกจำนวนมากที่เตรียมนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพิ่มเติมต่อไป


ภาพ โปรไฟล์ Yingcheep Atchanont





 

https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/27986433800960580

พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu
July 22
·
พรรคฝ่ายค้านขอเชิญชวนประชาชน มาร่วมเจาะลึกหลักฐานเพิ่มเติม (ภาค 2) เกี่ยวกับคดีโกง สว.
.
ผู้ร่วมอภิปราย
- พยานบุคคล
- สิริพรรณ นกสวน สวัสดี
- ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
- ตัวแทนจากพรรคประชาชน (พริษฐ์ วัชรสินธุ / พนิดา มงคลสวัสดิ์ / ภัณฑิล น่วมเจิม / ชยพล สท้อนดี)
- ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ (สาทิตย์ วงศ์หนองเตย)
.
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
09.00 - 12.00 น.
ชั้น B1 ห้อง B1-1 อาคารรัฐสภา
https://maps.app.goo.gl/FsSfs8GAh2QJegBfA
.
ลงทะเบียนร่วมงาน: https://forms.gle/EQ2i3r3o1ZJwcJg7A






กรณี เหตุการณ์ BTS เรื่องถึง สถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย สถานทูตฯออกแถลงการณ์แล้ว ขอแสดงความเสียใจ และขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนชาวไทย

https://www.facebook.com/ItalyinThailand/posts/1472161128287325






https://x.com/belldelagua/status/2080880583522013248


 

ครอบครัว "น้องเมย" ระบุว่า เหมือนเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ หลังร่วมถกข้อเท็จจริงทางคดี กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการฯ กฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ ด้านประธานกรรมาธิการฯ ระบุว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ จะมีเรียกชี้แจงเพิ่ม หลังพบประเด็นเพิ่มเติม ทั้งอวัยวะ ที่หายไป การปลอมลายเซ็นในเอกสาร และการที่ผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกดำเนินคดี



 


https://x.com/ThaiPBS/status/2080665682639814691
.....

Thai PBS
@ThaiPBS

ความหวังความชัดเจน ปมเสียชีวิต 9 ปี "น้องเมย" | ข่าวค่ำ | 24 ก.ค. 69
.
ครอบครัว "น้องเมย" นายภัคพงษ์ ตัญกาญจน์ ที่เสียชีวิตระหว่าง ถูกสั่งธำรงวินัย ในโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ระบุว่า เหมือนเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ หลังร่วมถกข้อเท็จจริงทางคดี กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการฯ กฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้
.
ด้านประธานกรรมาธิการฯ ระบุว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ จะมีเรียกชี้แจงเพิ่ม หลังพบประเด็นเพิ่มเติม ทั้งอวัยวะ ที่หายไป การปลอมลายเซ็นในเอกสาร และการที่ผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกดำเนินคดี