วันจันทร์, กันยายน 14, 2569

The Momentum พูดคุยกับ สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการฮั้ว สว. ที่ผันตัวมาเป็น ‘พยานปากเอก’ ที่พร้อมจะติดคุก หากว่าคนที่เป็นตัวการจริงๆ ของขบวนการติดคุกไปด้วย



สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการฮั้ว สว. ที่ผันตัวมาเป็น ‘พยาน’

The Momentum
Sep 13, 2026

คืนวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ที่โรงแรมธาราแกรนด์ ปทุมธานี ผู้สมัคร สว.จากหลายจังหวัดถูกเรียกลงมารวมตัวกันชั้นล่าง ก่อนเดินข้ามจากตึก A ไปยังชั้น 2 ของตึก B ข้างในมีเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนราว 8-9 คน คอยตรวจเอกสาร สว.3 บัตรประจำกลุ่ม และบัตรประชาชน ผ่านแล้วขอเก็บโทรศัพท์ไว้ก่อน จากนั้นจึงแจกกระดาษให้ลอกหมายเลขลงในตารางที่ตีไว้ 10 ช่อง สำหรับเลือกในกลุ่มตัวเอง 5 ช่อง สำหรับเลือกไขว้

อีกสองวันต่อมาคือวันเลือก สว.ระดับประเทศ

คนที่เล่าฉากนี้คือ สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ ผู้สมัคร สว.จังหวัดหนองบัวลำภู กลุ่ม 17 หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการที่วันนี้กลายเป็นพยาน ในจังหวะที่ กกต.เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงจะต้องมีมติว่า จะส่งสำนวนคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาหรือไม่

สนั่นชัยเป็นหนึ่งในโหวตเตอร์ของ สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ผู้สมัคร สว. จากจังหวัดหนองบัวลำภู สว.ชุดปัจจุบัน และจนถึงวันนี้ เป็น ‘ศูนย์กลาง’ ของเส้นเรื่อง ว่าด้วยเรื่องเล่าการฮั้ว สว.จากใครหลายคน

น่าสนใจก็ตรงที่ว่า เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงที่หนองบัวลำภู​ หากเกิดขึ้นทั่วประเทศ…

แต่เรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับหน่วยงานเดียวที่ชี้ขาด นั่นคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในอีกหนึ่งวันข้างหน้า สิ่งเดียวที่จะชี้ขาดคือ องค์กรอิสระที่มี 7 คน โดยมี 4 คนถูกเลือกโดย สว.ชุดที่กำลังมีข้อครหา มี ‘อิสระ’ ขนาดไหน จากมติส่ง-ไม่ส่งคดีฮั้ว สว.

The Momentum พูดคุยกับ สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ ผู้สมัคร สว.จังหวัดหนองบัวลำภู กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ ผู้ที่เคยร่วมอยู่ในขบวนการให้ได้มาซึ่ง สว.สีน้ำเงิน ทั้งการจัดหาคนลงคะแนน ร่วมวางแผนจัดกลุ่มคนลงสมัคร และเป็นโหวตเตอร์ แต่ในวันนี้ เขาคือหนึ่งใน ‘พยานปากเอก’ ที่พร้อมจะติดคุก หากว่าคนที่เป็นตัวการจริงๆ ของขบวนการติดคุกไปด้วย

ได้ยินว่าคุณคือผู้ร่วมขบวนการ ‘ฮั้ว สว.’ ใช่ไหมช

ใช่ ผมอยู่ในรังโจรมาก่อน ผมจึงพูดได้ว่า โจรมีพฤติกรรมอย่างไร

คุณเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ได้อย่างไร

ต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ได้ถูกทาบทามให้เข้าร่วมตั้งแต่แรกนะ เพราะตัวเองต้องการสมัคร สว.อยู่แล้ว แต่ด้วยการเลือกแบบนี้ ถ้าเราไม่มีเครือข่ายมันก็จะมีปัญหา ผมเลยต้องหาพรรคพวก

ตอนนั้นก็มีคนที่ผมนับถือเป็นพี่ชาย ให้เบอร์ของคุณสรชาติ วิชย สุวรรณพรหมมา ตอนนั้นเขากำลังหาทีมซัพพอร์ตเขาในการลง สว. ผมก็โทรไปหา แล้วทราบว่าตัวเขาไม่กล้าลงสมัครที่อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะมีคุณละเอียด ปู่หลุ่น ที่มีผู้สนับสนุนอยู่เยอะ มาลงสมัคร สว.พื้นที่นี้ จึงขอให้ผมช่วยไปคุยให้หน่อยว่าจะมาร่วมมือกันได้ไหม

พอมาคุยกันก็เลยตกลงแบ่งคนลงสมัคร สว.แต่ละกลุ่ม มีการวางแผนจัดคนไปสมัครลงแต่ละกลุ่มอาชีพเพื่อการเลือกไขว้ วางตัว สว.ที่จะผ่านเข้ารอบจังหวัด ซึ่งผมอยู่กลุ่มของสรชาติ เขาจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายของผมในการลงสมัคร สว.

ส่วนละเอียดก็ดูแลค่าใช้จ่ายในกลุ่มของเขา รู้สึกว่าผู้สมัคร สว.อำเภอศรีบุญเรืองจะมี 96 คน ถ้ารวมทั้งจังหวัดหนองบัวลำภูก็น่าจะราว 400 กว่าคน เอาเฉพาะเครือข่ายของสรชาติกับเครือข่ายของละเอียดรวมกันน่าจะประมาณ 150 คนแล้ว

ตอนนั้นทางสรชาติกับคุณภัณนิภา ผาสุข ภรรยาของเขา ให้ผมไปดูว่า รายชื่อผู้สมัคร สว.กลุ่มเรามีเท่าไร ตอนนั้นผมก็ไม่มั่นใจนะว่ากลุ่มสรชาติกับกลุ่มละเอียดมีพรรคการเมืองมาหนุนหรือยัง ได้ยินแค่คร่าวๆ ว่า ทางสรชาติน่าจะเอารายชื่อพวกนี้ไปแลกเอาค่าใช้จ่ายกับกลุ่มการเมือง

ผลสุดท้ายเราก็ผ่านการเลือกระดับอำเภอมาได้ตามเป้า ส่วนระดับจังหวัดก็ผ่านเหมือนกัน

พอเลือกระดับจังหวัด มารอบเลือกระดับประเทศ ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายมีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นไหม

วันเลือก สว. ระดับจังหวัด (16 มิถุนายน 2567) นั่นแหละ สรชาตินัดเครือข่ายผู้สมัครที่ผ่านเข้าไประดับประเทศที่ภูฝอยลม อุดรธานี

ผมไปถึงประมาณ 4-5 โมงเย็น สรชาติถึงประมาณทุ่มหนึ่ง ก็เลยถามไปว่า ทำไมมาช้า พวกผมมารออยู่นี่แล้ว แกก็บอกว่าไปเอาเงินจาก ‘รองบี’ ที่โรงแรมแถวอุดรฯ มา ผมมาทราบตอนหลังว่ารองบีคือลูกน้องของคุณ สว. ‘ว’ อดีตข้าราชการใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็น สว.อยู่ในสภา

พอเงินมาก็เอามากิน สังสรรค์ วางแผนกัน ในวงนั้นมีสรชาติ ตัวผม แล้วก็สมภาร สุขอ้วน ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 19 สรชาติพูดขึ้นมาว่า เราต้องหาทีม แล้วให้ผมกับสมภารประสานว่าใครจะมาอยู่ในกลุ่มเราบ้าง จะได้ไปช่วยกันเลือกในระดับประเทศ ผมกับสมภารเลยลิสต์รายชื่อคนที่ผ่านระดับจังหวัดกลุ่มละ 2 คน ได้มา 40 คน

พอลงมาจากภูฝอยลมในวันต่อมา ช่วงวันที่ 19 หรือ 20 มิถุนายน 2567 สรชาตินัดผมไปที่บ้านแถวหลังที่ว่าการอำเภอหนองบัวลำภู แกบอกว่าคุณทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ให้แบ่ง 40 รายชื่อครึ่งหนึ่งให้กลุ่มวุฒิชาติ

หลังคุยกันเสร็จ สรชาติให้ผมไปคุยกับคุณคำพอง เค้างิ้ว ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 6 ที่โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ หนองบัวลำภู ผมก็ขับรถไปพร้อมเขากับภรรยา ไปถึงก็เห็นคำพองอยู่กับลูกน้อง

พอแบ่งรายชื่อก็เลยลงตัวกลุ่มละ 20 คน สรชาติก็บอกผมว่า ไม่ต้องไปยุ่งกับรายชื่อในกลุ่มวุฒิชาติ แล้วให้ประสานอีก 20 คนที่เหลือมาเป็นโหวตเตอร์แก แต่ต้องมาลงทะเบียน เพราะสรชาติบอกว่า ต้องเอารายชื่อไปให้นายใหญ่ของ ‘กลุ่มสีน้ำเงิน’ ดูก่อน แล้วคนที่จะถูกวางให้เป็น สว. ก็ต้องมีคะแนนเสียงของตัวเองไม่ต่ำกว่า 10 คน

แปลว่าสรชาติเองก็ต้องส่งรายชื่อใช่ไหม

ตอนที่ผมอยู่บ้านสรชาติ เขาก็มาดูรายชื่อพักหนึ่ง แล้วก็ให้ภรรยาเป็นคนพิมพ์รายชื่อลงคอมพิวเตอร์ส่งไปให้ทรงศักดิ์ แล้วสรชาติก็โทรตามไปบอกว่า เขาส่งรายชื่อเรียบร้อยแล้วนะท่านรัฐมนตรี 20 คนนี้เป็นกลุ่มผม อย่างนั้นอย่างนี้

แปลว่าคุณหาโหวตเตอร์ให้เขาฟรีๆ อย่างนั้นหรือ

คือสรชาติจะเป็น สว. ตัวเราจะเป็นผู้สนับสนุน มันคงทำฟรีๆ ไม่ได้ เรื่องประสานคน แกก็ให้เงินผมมาประมาณ 1 หมื่นบาท เอาไว้พาคนลงกรุงเทพฯ ไปลงทะเบียน แล้วเคยบอกว่า คนที่มาเป็นโหวตเตอร์ให้จะได้เงินไม่ต่ำกว่าหกหลัก

แล้วสรชาติดูแลคุณตอนลงมากรุงเทพฯ หรือเปล่า

ก็มีการจัดรถตู้ให้ ประมาณวันที่ 21 หรือ 22 มิถุนายน 2567 ผมเดินทางมากับสรชาติกับครอบครัว แต่จะมีรถตู้อีกคันที่ขับตามมาทีหลังที่มีพี่สาวภรรยาสรชาติเป็นคนขับ สำหรับคนที่ไม่สะดวกขึ้นคันแรกก็ให้ไปรอขึ้นที่สำนักสงฆ์แสนดำคำน้อย กับภูตะวันรีสอร์ทในอำเภอเมืองหนองบัวลำภู

พอรถตู้คันแรกมาถึงกรุงเทพฯ ก็มาพักที่บ้านสรชาติแถวดอนเมืองก่อน แล้วก็ย้ายไปโรงแรมแถวนั้นที่สรชาติเปิดห้องไว้ แล้วค่อยไปร่วมประชุมกับลูกของคุณมานะ มหาสุวีระชัย ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 13 จังหวัดศรีสะเกษ คุยกันเรื่องคนที่จะมาซัพพอร์ต แล้วไปงานแนะนำตัว สว. ที่สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย หลังจากนั้นก็เปลี่ยนโรงแรมไปอยู่ที่โรงแรมธาราแกรนด์ที่ปทุมธานี โดยยังเปิดโรงแรมเก่าไว้อยู่ เผื่อคนที่ไม่สะดวกมาพักที่ปทุมธานี

ประมาณวันที่ 24 มิถุนายน 2567 พี่สาวภรรยาสรชาติก็พาโหวตเตอร์มาถึงโรงแรม ตอนนั้นยังช่วงบ่ายอยู่ พอผมพบปะผู้สมัคร สว. กลุ่มสรชาติสักพัก แกก็เรียกผมไปคุยที่ห้องส่วนตัว

คุณคุยอะไรกับเขาในห้องนั้น

จริงๆ น่าจะเรียกไปคุยเพื่อเช็กว่าคนมาครบไหม แต่ผมถือโอกาสถามแกด้วยนะว่า ผมเป็นคนประสานคนมาลงคะแนน แล้วยังมาเป็นโหวตเตอร์ให้ ผมจะได้เท่าไร

แกก็บอกจะให้ 5 แสนบาท ในวันลงทะเบียนเลย จะมีคนลงทะเบียนจากพรรคภูมิใจไทยเอาเงินสดมาให้ และบอกว่าไม่ต้องสนใจคนที่โทรมาหาผม เพราะตอนนั้นมีคนโทรมาหาผมเยอะ บอกจะให้คะแนนละ 3 หมื่นบาทบ้าง 5 หมื่นบาทบ้าง คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าเกิดไม่ได้โหวตให้สรชาติตามแผน เราก็ไปรับเงินกับเขาเหล่านั้นได้

หลังจากคุยกับผมแล้ว แกก็เรียกผู้สมัคร สว.ไปคุยอีก 3-4 คน ทั้งคุณสมภาร สุขอ้วน ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 19, คุณสัมฤทธิ์ กองอ้น ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 2 และคุณลิขิต ศรีธาวิรัตน์ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน

มีการทำโพยกันในโรงแรมจริงหรือเปล่า

ก็มีการเรียกทำโพย ประมาณสองทุ่มกว่าๆ ที่โรงแรมธาราแกรนด์ มีคนโทรเข้ามาหาผม บอกให้ช่วยบอกผู้สมัคร สว.กลุ่มสรชาติให้มารวมตัวกันชั้นล่าง พอมาครบ สรชาติก็พาเดินจากตึก A ไปชั้น 2 ของตึก B ที่อยู่ข้างๆ กัน

ตอนนี้แหละที่ผมรู้สึกว่าผู้สมัคร สว.ไม่ได้มีแค่กลุ่มสรชาติ แต่มีผู้สมัครจากหลายจังหวัดก็มาเหมือนกัน รวมถึงได้เจอผู้สมัคร สว.กลุ่มคุณวุฒิชาติด้วย

ข้างในจะมีเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนประมาณ 8-9 คน กับผู้ใหญ่อีกคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังคือ คุณสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย แกมาบรรยายให้กาอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็บอกให้คนลงทะเบียน

ซึ่งการลงทะเบียนเขาขอดูแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) บัตรประจำกลุ่ม สว. บัตรประจำตัวประชาชน ว่าเรามีครบไหม แล้วมีสิทธิเลือก สว. ระดับประเทศหรือเปล่า พอผ่านเขาก็ขอยึดโทรศัพท์เราไว้ก่อน บอกจะคืนให้หลังเสร็จขั้นตอน แล้วเจ้าหน้าที่ก็พาผมกับผู้สมัคร สว.กลุ่มสรชาติเข้าไปในห้อง

แล้วเขาก็เอา สว.3 มาให้ผม ด้านหลังมีที่ว่างมาตีตาราง โดยช่องที่เป็นแนวยาวให้ตีตาราง 10 ล็อกแทนจำนวนที่ผู้สมัคร สว. เลือกคนในกลุ่มของตัวเอง ส่วนช่องที่สั้นที่มี 20 ช่องแทนผู้สมัคร 20 กลุ่ม ให้ตีตารางเป็น 5 ล็อกแทนการเลือกแบบไขว้ที่ผู้สมัครต้องไปเลือกกลุ่มอื่น

แล้วเขาก็ให้เราลอกเบอร์จากกระดาษอีกแผ่นหนึ่งที่เขาให้เรามาลงไปในช่องที่เราตีไว้ ก็คือเขาจะให้เรากาตามนั้น พอทำเสร็จก็มีเด็กผู้ชายที่เป็นคนลงทะเบียนมาบอกว่า ทวนเลขอีกทีสิป๋า มันถูกต้องไหม เราก็ทวนให้เขา พอทวนแล้วถูกต้องก็ถือว่าเสร็จสิ้น เขาก็อธิบายว่าให้เลือกตามนี้นะ

ตอนนั้นผมก็รู้แล้วแหละว่าใครจะได้ ใครจะไม่ได้ มันไม่มีหมายเลขผม แต่ผมก็ไม่ได้คิดมาก เพราะผมมาเป็นโหวตเตอร์เพื่อรับเงิน 5 แสนบาท ที่สรชาติสัญญากับผมไว้ พอลงทะเบียนเสร็จก็ไปรับโทรศัพท์กับบัตรประชาชนคืน แต่ว่าใบ สว.3 กับบัตรประจำกลุ่มผู้สมัคร สว.ของเราเขายังเก็บไว้นะ บอกว่าจะคืนให้วันเลือกระดับประเทศ

จำได้ว่าเขาบอกจะจ่ายเงินให้คุณหลังลงทะเบียนเสร็จ สรุปคุณได้เงินจริงไหม

พวกเราก็มารออยู่กันที่ล็อบบี้ เพื่อนของสรชาติก็ซื้อเบียร์ ซื้อของกินให้กิน เราก็ยังนั่งคุยกันอยู่ว่า เอ๊ะ ทำไมยังไม่จ่าย เราก็รออยู่ แต่ตามมารยาทเราก็ไม่ถาม เดี๋ยวเขาโอเคแล้วก็คงโทรมาบอก พอผ่านไปถึง 4-5 ทุ่ม เราก็ไปพักกันแล้ว

แต่พอวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ก็ยังไม่โอนมาอีก ผมก็เลยถามเขาหลังกินข้าวเช้าเสร็จว่า ทำไมเขายังไม่เคลียร์เงินให้เรา แกก็บอกว่าใจเย็นๆ กลุ่มที่เป็นคนภูมิใจไทยที่ลงทะเบียนน่าจะเคลียร์วันนี้มั้ง เพราะตอนนี้อาจจะยังลงทะเบียนไม่เสร็จ เขาก็เลยยังไม่จ่าย แต่คิดว่าน่าจะจ่ายก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศอยู่แล้ว จึงขอให้เรารอก่อน แกบอกอย่างนั้น

วันจริงเขาให้ใส่เสื้อเหลืองไปเลือก สว. จริงไหม

จริง ประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ แกบอกว่า เดี๋ยวตอนเราจะไปเลือกให้มาขึ้นรถพร้อมกัน เป็นรถตู้ของแก เดินทางไปอิมแพ็ค เมืองทองธานี ล้อหมุนประมาณตี 5 แล้วบอกด้วยว่าจะเอาเสื้อเหลืองไปให้ด้วย แล้วจะใส่เสื้อเหลืองข้างใน เอาสูททับก็ได้ คนที่บอกให้ใส่เสื้อเหลืองก็พวกที่มาลงทะเบียน ฝ่ายของภูมิใจไทยนี่แหละ เพื่อให้เป็นทีมเดียวกัน จังหวัดอื่นเขาก็ใส่เหมือนกัน

พอไปถึงเมืองทองธานีสัก 6 โมงกว่าๆ ก็แทบจะไม่ได้คุยเรื่องเงิน เพราะคิดว่าเข้าใจกันแล้ว ก็แวะไปกินข้าวต้มแถวนั้นกับผู้สมัคร สว.ทีมสรชาติ กินเสร็จแกก็แจกใบ สว.3 แล้วก็ขึ้นรถตู้กันไปที่อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม

ก่อนแยกย้ายกันมาเลือก สรชาติก็พูดย้ำว่า เอาตามแผนนะ แล้วเขาจะเคลียร์เรื่องเงินให้ แต่ตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย

คุณได้ทำตามแผนหรือเปล่า

เราเลือกตามแผนที่เขากำหนดมานั่นแหละ รอบเช้าก็เลือกผู้สมัครในกลุ่ม 17 ที่ผมสมัครเข้ามาก่อน 10 คน พอรอบบ่ายผมก็ไม่ได้เข้าแล้ว แต่รู้สึกว่าจะมีคนมาลงคะแนนให้ผมอยู่ เพราะว่าในวันนั้นเราเองก็หาเสียง ทำตามปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังเสร็จจากการเลือก สว.รอบเช้า ทีมผู้สมัคร สว.ที่เป็นโหวตเตอร์ให้สรชาติ 3-4 คนที่มาด้วยกันกับผมก็ร่วงหมดทุกคน เพราะเราก็เลือกตามแผน เพื่อรับเงินกลับบ้าน ก็พากันออกมากินข้าว ซึ่งคนของสรชาติก็ดูแลค่าอาหารให้

สรชาติผ่านเข้าไปในการเลือก สว.รอบบ่ายได้ ผมกับสมภาร สุขอ้วนก็รอให้เขาเลือกรอบบ่ายให้จบก่อน และรอลุ้นผลการเลือก สว.อยู่กับภรรยาสรชาติ

แต่คุณลิขิต ศรีธาวิรัตน์ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 ที่มาเป็นโหวตเตอร์ให้สรชาติขับรถส่วนตัวกลับเข้าโรงแรมก่อน เพราะแกเหนื่อย พอเห็นว่าเขาได้คะแนนเกิน 50 แล้ว ผมก็เลยกลับเข้าโรงแรมมาพักผ่อน

ดูเหมือนว่าเงิน 5 แสนบาทที่คุณคอยจากสรชาติจะยังไม่มีท่าทีว่าจะได้

คือหลังจากที่เราเลือก สว.ระดับประเทศไปแล้ว กลับมานอนที่โรงแรม ตื่นมาตอนเช้าเขาก็พาเรากลับหนองบัวลำภู ซึ่งช่วงที่กลับก็ไม่ได้พบกับทั้งสรชาติและภรรยาเขา

แต่เราก็มีถามเรื่องเงินกับพี่สาวภรรยาเขาเหมือนกันว่า เขาจะเคลียร์กันอย่างไรเรื่องเงิน เราจะกลับกันอยู่แล้ว ก็ได้ยินเขาตอบกลับมาว่า สรชาติกับภรรยาบอกเดี๋ยวเขาจะเคลียร์ให้ เพราะกลุ่มโหวตเตอร์ที่เลือกให้สรชาติมี 10 คน คนนั้นไปลงทะเบียนตรงนั้น คนนี้ไปลงทะเบียนตรงโน้น ก็บอกให้เรากลับบ้านกันก่อน แล้วเดี๋ยวจะมาเคลียร์เรื่องเงินให้

หลังจากนั้นกลับมาบ้าน เราก็รอ เมื่อไรเขาจะโทรมา ไม่เห็นมาเคลียร์สักที สมภาร สัมฤทธิ์ ลิขิต ที่ไปเป็นโหวตเตอร์ให้สรชาติด้วยกันกับผมก็ขอให้ผมประสาน เพราะเราก็เป็นคนดีลกับคนกลุ่มนี้ด้วย เราก็ถามอยู่

แต่ถามครั้งใดก็บอกว่า เขายังเคลียร์ไม่เสร็จ

ทีนี้มีการบอกว่ารอรับรองผลการเลือก สว. วันที่ 10 กรกฎาคมก่อน เลือกประธานวุฒิสภาให้เรียบร้อย แล้วจะมาเคลียร์

แปลว่ามีแววจะเริ่มเบี้ยวแล้ว

ใช่ เขาเริ่มผลัดวันแล้ว หลังจากเลือกประธานวุฒิสภาเสร็จก็ยังไม่จ่ายอะไร เราก็ถามไปอีก ทีนี้สรชาติเลยนัดคุยกันช่วงกลางเดือนสิงหาคม ปี 2567 ที่สำนักสงฆ์แสนดำคำน้อย หลังสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู ผมก็ประสานกลุ่มโหวตเตอร์ไปด้วย เขาก็เอารถไปกันคนละคัน เพราะอยู่คนละที่ เพื่อไปคุยกับแก

มาถึงแกก็มีกระดาษให้ดูว่า กลุ่มที่สนับสนุนเรามีคนไปลงทะเบียน 23 คน แบ่งเป็นสรชาติ 11 คน ของวุฒิชาติ 12 คน แกบอกว่า คะแนนของพวกผมที่เป็นโหวตเตอร์ไม่ได้เป็น 0 คะแนนหมดทุกคน เขาเลยไม่ยอมจ่าย เพราะมองว่าเราเป็นคนที่มาเพื่อลงคะแนนให้สรชาติ แต่กลับมีคะแนนมาโหวตให้เราด้วย แปลว่าเราไม่ได้โหวตให้เขาแค่คนเดียว

คุณไม่โมโหเหรอ


พวกผมก็ไม่มีใครเถียงสักคนนะ เพราะเราอ่านเกมออกแล้ว เรามีข้อมูลว่าผู้สมัคร สว. จากจังหวัดอื่นๆ ที่เข้าไปลงคะแนนให้โดยไม่เป็น สว. เขาเคลียร์เงินกันไปหมดแล้ว ก็คิดว่าสรชาติเขาอมเงินหรือเปล่า แต่ตัวเขาเองก็พูดขึ้นมาว่าไม่เป็นไร ผมจะดูแลพวกคุณเอง แต่จะให้เงินคนละ 5,000 บา
ทต่อเดือน ไป 5 ปี ให้ผมไปเปิดบัญชีแล้วมาเป็นผู้ช่วย สว.

เงินเดือนผู้ช่วย สว.จะได้อยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน เขาให้ผมหักเอาไว้กับตัว 5,000 บาท อีก 10,000 บาทให้โอนเข้าบัญชีภรรยาของเขา เขาจะเอาไปแจกจ่ายต่อให้คุณสัมฤทธิ์ คุณลิขิต และคุณสมภาร และออกส่วนที่เหลือให้อีก 5,000 บาท

หลังจากคุยกันผมก็ไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู แล้วก็ส่งเอกสารที่ใช้ในการแต่งตั้งผู้ช่วย สว.เรียบร้อย หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนแกก็โอนเงินเข้ามาในบัญชีผม ผมก็โอนคืนให้

ถึงวันนี้ เขายังจ่ายให้คุณอยู่ไหม

เขาจ่ายให้แค่ 2 เดือนครับ ประมาณช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน 2567 หลังจากนั้นก็ไม่มีเงินเข้ามา แสดงว่าสรชาติปลดผมออกจากตำแหน่งผู้ช่วยเขาแล้ว

แล้วคุณไม่ตอบโต้อะไรเขาเลยเหรอ

ผมถึงกับร่างคำฟ้องเลยนะ ถ้ากฎหมายเปิดให้ผมฟ้องเขาได้เอง ผมฟ้องแล้ว ผมไม่เอาไว้เลย แต่ผมฟ้องไม่ได้ เพราะต้องทำผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เท่านั้น

ส่วนเหตุผลที่เขาปลดเราออกจากตำแหน่งผู้ช่วย สว. เราก็ไม่ได้ถามเขาอีก

นี่เป็นเหตุผลที่คุณก้าวออกจากผู้ร่วมขบวนการมาเป็นพยานหรือเปล่า

ก็เพราะฟ้องไม่ได้ พอมีคนประสานให้ไปเป็นพยาน เราก็พร้อมที่จะไป มีทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กับ กกต.ประสานเข้ามาให้เราไปเป็นพยานเข้าไปให้การ เราก็พร้อมไป

มีครั้งหนึ่งทาง DSI มีหนังสือส่งถึงคุณสมภาร ไปให้การเพิ่มเติมเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมปีที่แล้ว (2568) ในช่วงนั้นมีข่าวว่า พยานในคดีฮั้ว สว.มีการกลับคำให้การ ตัวผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ตัวผมก็เลือกจะเดินทางไปให้ข้อมูลกับ DSI ตามหนังสือเชิญ

พอเราไปถึง เจ้าหน้าที่ก็เปิดคำให้การแล้วถามว่า นี่เป็นคำให้การของคุณใช่ไหม ลองอ่านดู ผมก็ถามเขาว่า ใครเป็นคนพิมพ์คำให้การนี้มาให้คุณ น่าจะเป็นทางภรรยาของสรชาติ มันไม่ใช่คำให้การของผมหรอก เพราะมันแต่งมาแล้วให้เข้าทางกับฝั่งเขา ผมไปดูจึงได้รู้ว่า ที่ DSI มาให้ผมสอบเพิ่มเติม เพื่อที่จะทำให้คำให้การที่เขาพิมพ์มาแล้วมีลายเซ็นของผม เพื่อให้พวกมันรอด ในความเห็นของผมนะ

ตอนนั้นที่ไปเจอ DSI ผมก็เลยให้การเพิ่มเติมไปด้วยว่า ผมยังได้รับเงินจากฝั่งสรชาติ ซึ่งเป็นเงินนอกเหนือจากข้อมูลที่ให้กับ กกต.ไปแล้ว เป็นเงินที่ไม่ได้รับผ่านการโอนราว 20,000 บาท เช่นเดียวกับสมภาร

การออกมาเป็นพยานเพราะเราไม่จำเป็นต้องคุยกับคุณแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างคุณแล้ว พูดง่ายๆ ว่า ถ้าผมติดคุก สรชาติก็ต้องติดคุกด้วย

เป็นเรื่องปกติไหมที่ระบบการเลือก สว.ครั้งนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งกลไกของรัฐที่ทำให้เกิดการทุจริตได้ง่ายๆ

มันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว หากคุณไม่หาคนไปเลือกคุณ มีตัวคุณเพียงคนเดียว คุณจะไม่มีคะแนนจนตกรอบ การเลือก สว.ครั้งนี้มีวิธีการและระเบียบที่แปลกๆ

พูดง่ายๆ สมมติอำเภอหนึ่งมีผู้สมัคร สว.กลุ่มที่ 1 ถึงกลุ่มที่ 3 อย่างละคน เขาปัดตกทั้ง 20 กลุ่มเลย เพราะไม่มีการลงคะแนน กฎระเบียบมันว่าไว้อย่างนั้น คุณก็จะไม่มีโอกาสไปต่อในระดับจังหวัดได้

ดังนั้น มันจำเป็นที่จะต้องหาคนมาลงสมัครเลือก สว. เพื่อที่จะเลือกกันให้เป็นไปตามกติกา แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ การเลือกต้องเสียเงินด้วย เพราะหากไม่มีการลงทุนเพื่อที่จะเป็น สว.จริงๆ ก็คงเป็นไปได้ยาก

ระบบมันถูกเซ็ตขึ้นมาเพื่อให้หาพวกและจ่ายกัน การเมืองมองแค่เรื่องผลประโยชน์อย่างเดียวครับ เอาง่ายๆ ไม่ต้องสนใจอะไรหรอก

จากที่คุณเล่ามามีพรรคภูมิใจไทยอยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ แต่เขาก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ใช่

ฟังให้ดีนะ ถ้าเป็นผม สมมติผมเป็นประธานกองทุนหมู่บ้านอยู่แล้วดันมีปัญหากับกลุ่มสมาชิก ถ้าหากเขาไปร้องทุกข์กับตำรวจ ผมก็คงจะพูดไปเลยว่า ถ้าอย่างนั้นก็ส่งเรื่องไปยังอัยการให้เขาฟ้องร้องผมได้เลย แล้วผมจะไปต่อสู้อยู่ในชั้นศาล เรื่องมันก็จะจบอยู่ที่ศาล

สำหรับพรรคภูมิใจไทยเองก็เหมือนกัน หากคุณมีความแฟร์ คุณมีความมั่นใจ คุณก็ต้องให้เรื่องนี้ไปจบอยู่ที่ศาลโดยไม่ต้องเกรงกลัวอะไร หากคุณใสสะอาดจริงๆ

ตัวคุณพร้อมไหม หากว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วย เพราะเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในขบวนการนี้

ก็พร้อม ผมก็คือคนที่กระทำผิด เพราะไปเป็นโหวตเตอร์

คุณอยากพูดอะไรเป็นการปิดท้ายก่อนมติ กกต. จะชี้ว่าจะส่งหรือไม่ส่งคดีฮั้ว สว.ไปยังศาลฎีกา

ผมคงไม่มีอะไรฝากไปถึงคนที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้หรอก แต่ผมอยากจะฝากข้อความไปถึง กกต. ว่าขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ถ้าหากเขาบริสุทธิ์จริง ก็ให้ศาลเป็นคนชี้ ตัวคุณอย่าไปกั๊ก และส่งสำนวนไปให้หมด

Fact Box
  • สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ คืออดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 จังหวัดหนองบัวลำภู โดยสมัครที่อำเภอศรีบุญเรือง ในกลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์
  • ในบริบทคดี ฮั้ว สว. สนั่นชัยเป็นผู้สมัคร สว. ซึ่งตัวเขาอ้างว่า ตนได้เข้าไปเป็นพยานในฐานะผู้ที่เคยประสานและเป็นผู้ลงคะแนนเสียงโดยไม่อิสระให้แก่ผู้สมัครที่ชื่อ สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ซึ่งได้รับเลือกเป็น สว.ในภายหลัง โดยสรชาติเสนอผลตอบแทนให้เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท สำหรับสนั่นชัยโดยเฉพาะ
  • จากการประสานและหาโหวตเตอร์ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อสนับสนุนสรชาติ สนั่นชัยระบุว่า มีผู้เข้าร่วมขบวนการ 40 คน แต่ในภายหลัง มีการแบ่งผู้สนับสนุนไปให้กับกลุ่มของ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ซึ่งภายหลังได้รับเลือกเป็น สว.จำนวน 20 คน ในการเลือก สว.ระดับประเทศ
  • สนั่นชัยยังถูกแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว.ของสรชาติเป็นเวลา 2 เดือน โดยได้รับค่าตอบแทน 15,000 บาท แต่ต้องนำเงินที่ได้มาจัดสรรแจกจ่ายระหว่างสนั่นชัยกับทีมงานเดือนละ 10,000 บาท โดยสนั่นชัยเก็บเอาไว้เอง 5,000 บาท หลังจากนั้นไม่นานเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้ช่วย สว.และไม่ได้รับเงินอีก
  • ทั้งนี้ จำนวนผู้สมัคร สว.จากจังหวัดหนองบัวลำภูที่ผ่านการเลือกระดับประเทศและได้เข้าสภามี 2 คน ได้แก่ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้สมัคร กลุ่ม 11 กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว โดยได้รับคะแนนสูงสุดของกลุ่ม และสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ผู้สมัคร กลุ่ม 13 กลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร และนวัตกรรม


https://themomentum.co/closeup-senate-corruption-thailand/







ครบจบในที่เดียว : ข้อมูล-หลักฐาน-เอกสาร-คลิป คดีโกง สว. ทั้งหมด ที่นำเสนอต่อสาธารณะ ตลอด 100 วันที่ผ่านมา (ขอบคุณทุกคนที่กล้าหาญ ออกมาเปิดโปง ขบวนการโกง สว. และทุ่มเท อย่างหนักในการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลให้สังคมรับรู้🙏)


พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu
8 hours ago ·

[ ครบจบในที่เดียว : ข้อมูล-หลักฐาน-เอกสาร-คลิป คดีโกง สว. ทั้งหมด ที่นำเสนอต่อสาธารณะ ตลอด 100 วันที่ผ่านมา ]
.
คดีโกง สว. ไม่ได้เป็นเพียงคดีทุจริตคดีหนึ่ง แต่เป็นความพยายามในการ “ยึดกุมประเทศ โดยไม่ต้องยึดโยงกับประชาชน” - โดยหากการโกง สว. ทำสำเร็จโดยไม่มีใครถูกลงโทษ ระบบการเมืองของเราจะกลายเป็นระบบที่ “น้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด” เพราะจะอยู่เหนือกฎหมาย และเหนือกลไกการตรวจสอบ
.
ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา คดีโกง สว. ได้เดินทางมาถึงขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง 7 คน ซึ่งจะลงมติชี้ขาดในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย.) ว่าจะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไปที่ศาล หรือ จะยกคำร้องและตัดตอนให้เรื่องใครไปไม่ถึงศาล
.
ในห้วงเวลาดังกล่าว ผมและทีมได้พยายามเต็มที่ในการรวบรวมและนำเสนอข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับคดีดังกล่าว เพื่อให้สังคมได้รับรู้ถึงความเลวร้ายที่ได้เกิดขึ้น ด้วยความหวังว่าความตื่นตัวและการเฝ้ามองของสังคม จะเป็นแรงส่งให้ กกต. มีความกล้าหาญในการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามหลักการและหลักกฎหมาย โดยปราศจากการแทรกแซงของกลุ่มการเมืองที่ต้องการให้เรื่องของตนเองไปไม่ถึงชั้นศาล
.
ด้วยข้อมูลที่มหาศาลและซับซ้อน ผมเลยขอใช้โพสต์นี้ในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ใครที่สนใจ สามารถอ่านหรือรับชมย้อนหลังได้:
.
.
[ Explainer: สรุปคดีโกง สว. ในไม่ถึง 5 นาที ]
.
- คลิปสรุป: https://www.facebook.com/reel/1853925138923128
.
.
[ ข้อมูลจาก 9 เวทีผู้นำฝ่ายค้าน-วิปฝ่ายค้าน-กมธ.-แถลงข่าว ]
.
1. แถลงข่าว (14.06.69): 4 เหตุผล ทำไม กกต. ควรส่งคำร้องผู้ถูกกล่าวหา 229+ คนในคดี สว. ไปที่ศาล?
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1027520953292047
- สไลด์: https://drive.google.com/.../1C9VuvcVfy1vZ3hyoXg7.../view...
.
2. เวทีวิปฝ่ายค้าน (12.07.69): ทำไมเราถึงเรียกว่าคดี “โกง สว.” ไม่ใช่แค่ “ฮั้ว สว.”?
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1340282218253360
- ข้อมูลจากพยานบุคคลบนเวที: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1587967219364724&set=pb.100044543824757.-2207520000&type=3
- สไลด์: https://drive.google.com/.../1wchN1c4QyyLjcon4OJg.../view...
.
3. เวทีวิปฝ่ายค้าน (26.07.69): ขบวนการโกง สว. ทำงานกันอย่างไร - 5 ขั้นตอนในการโกง สว.
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/942052265577589
- สรุปเป็นโพสต์: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0zTWTHUYfDquyKeq46E511KTfiBwoTNNjkm4Thys5ZxcmDcGpwkaR3TzHaRZ7Skikl
- สไลด์: https://drive.google.com/.../1d31uYQ.../view...
.
4. เวทีวิปฝ่ายค้าน (04.08.69): เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน - สรุป 5 พฤติกรรมอันไม่น่าไว้วางใจของ กกต. ในการตรวจสอบคดีโกง สว.
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/2068525873874033
- สรุปเป็นโพสต์: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid02vJvBVmxzbJHB9qgLUVkJuxZHYZyVBTkp3VVDFWqnfAiNEP9kginPuKvMuA1EkCeAl
- สไลด์: https://drive.google.com/.../1a.../view...
.
5. เวทีวิปฝ่ายค้าน (09.08.69): หลักฐานเส้นทางการเงิน ในคดีโกง สว. - ตัวอย่างจาก 6 จังหวัดทั่วประเทศ (สุราษฎร์ธานี / หนองบัวลำภู / นครพนม / ลำพูน / สงขลา / อำนาจเจริญ)
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1721282072538277
- สรุปเป็นโพสต์: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0s6w83rYy1fYUUS9ZQWbuonqCWf3iEmLfu3t6NaZSiUtGqM1tbtqDGR9StRcEySbYl
- สไลด์: https://drive.google.com/.../1GipeaFr.../view...
.
6. เวทีผู้นำฝ่ายค้าน (15.08.69): เส้นทางขบวนการโกง สว. & เส้นทางการทำงานของ กกต. ที่เชื่อมโยงกัน
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1621089806352126
- สไลด์: https://drive.google.com/.../15IOPVPsPxZd.../view...
.
7. เวทีผู้นำฝ่ายค้าน (29.08.69): การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น & หลักฐานที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองซีกรัฐบาล
- คลิป: https://www.facebook.com/reel/1065384496125661
- สไลด์: https://drive.google.com/.../1e3whgS9YoK4GGIRYXJJ.../view...
.
8. แถลงข่าว (06.09.69): 4 ข้อพิรุธ ของ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ในคดี โกง สว.
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1062816373128180
- สไลด์: https://drive.google.com/.../1crBDOZ1FOPgDvQ73o3K.../view...
.
9. เวที กมธ. องค์กรอิสระฯ (12.09.69): อภิปรายสรุป - ทำไม กกต. ต้องสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน หรือ ทั้งขบวนการโกง สว. ไปที่ศาล?
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1462263655795125
- สไลด์: https://drive.google.com/.../1TnQi9iOuq.../view...
.
.
[ ข้อมูลจากการอภิปรายในสภา ]
.
1. อภิปราย งบ 70 (กกต.) (10.09.69) - งบที่สภากำลังจะอนุมัติให้ กกต. จะถูกใช้เพื่อ “ปกป้องประชาธิปไตย” หรือ เพื่อ “ปกป้องอาชญากรรมทางประชาธิปไตย”
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1053988984146778
.
2. กระทู้สด (27.08.69) - หลักฐาน-ข้อกล่าวหาคดีโกง สว. ที่เชื่อมโยงรัฐมนตรี
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/837425229431970
- คำชี้แจง: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0T8MxEX9jvKKAzCgvHD9LNtmgihgTZgPvv7hawK7RQAA8YuBD9yqvsr94AWwxq28vl
.
3. กระทู้สด (09.07.69) - ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ DSI ในคดีโกง สว.
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1700087621442368
.
4. กมธ. องค์กรอิสระฯ (18.06.69) - ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ในคดีโกง สว.
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/999474962729672
- คลิปการประชุมเต็ม: https://www.youtube.com/watch?v=k7jtrMcrvAk
.
5. รายงานการเงิน กกต. (21.05.69) - กกต. จะเชื่อใครระหว่าง คณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีหลักฐานหนักแน่น กับ คณะอนุวินิจฉัยที่ 36 ที่กำลังถูกตั้งคำถามเรี่องความน่าเชื่อถือ?
- คลิป & สรุป: https://www.facebook.com/reel/1258820936058629
.
.
[ ข้อมูลหลักฐานที่นำเสนอเพิ่มเติม ผ่านช่องทางออนไลน์ ]
.
1. กกต. เดินเก็บโพยใบสั่ง จากผู้สมัคร สว. ในการเลือกระดับประเทศ (“กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”)
- คลิปหลักฐาน: https://www.facebook.com/reel/1505699581570940
.
2. กกต. เดินเก็บโพยใบสั่ง จากผู้สมัคร สว. ที่ชื่อ มงคล สุระสัจจะ (ตอนนี้เป็นประธานวุฒิสภา)
- คลิปหลักฐาน: https://www.facebook.com/reel/1542308494089060
.
3. สว. นครพนม เสนอเงิน-ตำแหน่ง-ผลประโยชน์ เพื่อโน้มน้าวผู้สมัคร สว. คนอื่นมาร่วมขบวนการ (“คนเรา ไม่เอาพ่อไม่เอาแม่เนี่ย เยอะ แต่คนที่ไม่เอาเงินเนี่ย ผมยังไม่เคยเห็นนะ”)
- คลิปหลักฐาน: https://www.facebook.com/reel/1356312153305450
.
4. ขบวนการโกง สว. ที่อ้างว่า “ทำเพื่อข้างบน”
- คลิปหลักฐาน: https://www.facebook.com/reel/1923279705297475
.
5. หลักฐานคดีโกง สว. ที่โรงแรม B2 รังสิต
- กลุ่ม 1: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0YygFAyUQXa2GFWxZDHKBH5e8Fa29UHnP2DNBsu4mGcPvoC8cEs3J8VSm3N22WrBGl
- กลุ่ม 2: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0hnta5fPSE24TMH6wo8BVfAyBkaUSGbUmXXcKnRrbqhp2MNAPB8DCnEP2Ho8MczwMl
.
6. เส้นทางการเงินจากนักการเมืองสีน้ำเงิน จ.อำนาจเจริญ ไปที่เจ้าหน้าที่ กกต. รวม 860,000 บาท ในช่วง เม.ย.-ก.ค. 67
- สรุป: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid06ZZwokJARnXUh6Uu4Tq9RXymbMg7wSTcXUPqkBeKXuiqrUWsmagrDpdcsRFbKQPbl
.
7. ข้อมูลประวัติการโทร ระหว่าง ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. & กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย กับ สว. 19+ คน รวม 62+ ครั้ง ในช่วง มิ.ย.-ก.ย. 67
- สรุป: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0sdqipSnHaZ2N3LYBi27Tyy73DkotR9APqXmUvPHjGrfsAw38aSjhVFJskxk5QH9ql
.
8. หลักฐานเพิ่มเติม กรณี สว. หนองบัวลำภู
- เส้นทางการเงิน: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1601509164677196&set=pb.100044543824757.-2207520000&type=3
- บทสนทนาใน LINE: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid02HvsNL2jRZfUmsFYi6zgWjZoN1aDYHJKZmZFXNnpYUZcDNMaBcdPBpMaTRjsv7e1al
- โพยใบสั่ง: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0W3XcCTEdxzxPqyb3mgyuKbRPr8sWfXCtDSsSwvomaV1Cqh64uzEunLVUauhCtR1Cl
- ข้อสงสัยต่อคำชี้แจง: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid02nc2h4TbDhv4LA3pSNrj5diiefBySJfEMAXnrR9FXqxJhAb3egZX1KceN68DX7Fvxl
.
9. กกต. ปล่อยผ่านข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในใบแนะนำตัว (สว. 3) ของ สว. บุรีรัมย์)
- สรุป: https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0qxXwJdfzZi96upFcKUZ8rXmpNPw24wTvRGbUQSu6ZoHXCy95wEzizhqZ29XFraYLl
.
.
---
.
มาร่วมกันจับตามติ กกต. พรุ่งนี้ (14 ก.ย.) กันครับ
.
#สั่งฟ้อง229

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1644332517061527&set=a.477705887057535





อิดรีส อาลี ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ประจำเพนตากอน อธิบายว่าเหตุใดการรุกคืบของกลุ่มฮูตีจึงทำให้ทรัมป์ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากกับซาอุดีอาระเบีย






https://x.com/Reuters/status/2099136411060646082
.....

แรงกดดันสำคัญต่อทรัมป์

วิกฤตจุดคอขวด: เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถูกขัดขวางอย่างรุนแรงอยู่แล้วจากความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่กับอิหร่าน ซาอุดีอาระเบียจึงพึ่งพาท่าเรือทะเลแดง (เช่น ยานบู) อย่างมากในการส่งออกน้ำมัน การรุกคืบของกลุ่มฮูตีคุกคามเส้นทางพลังงานทางทะเลที่สำคัญลำดับที่สองนี้ ทำให้ความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันโลกเพิ่มสูงขึ้น และสร้างวิกฤตจุดคอขวดสองจุด

การร้องขอโดยตรงจากซาอุดีอาระเบีย: มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบียได้โทรศัพท์ถึงประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อขอให้สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮูตีโดยตรง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธการแทรกแซงโดยตรงในขณะนี้ โดยเลือกที่จะให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองและการกำหนดเป้าหมายแทน

กระสุนที่ร่อยหรอและกำลังพลที่เกินกำลัง: การเข้าร่วมในปฏิบัติการที่ยืดเยื้ออีกครั้งกับกลุ่มฮูตีจะยิ่งทำให้คลังอาวุธป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ตึงเครียดมากขึ้น และเบี่ยงเบนกำลังทางเรือที่ประจำการอย่างหนักอยู่แล้วเพื่อต่อต้านอิหร่าน

ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเชิงกลยุทธ์: การแทรกแซงโดยตรงเสี่ยงที่จะดึงสหรัฐฯ เข้าไปสู่แนวรบที่สองในเยเมน ในขณะที่การไม่ดำเนินการใดๆ เสี่ยงที่จะทำให้ซาอุดีอาระเบียและเส้นทางการจัดหาพลังงานทั่วโลกตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะราน




อีกราว 6 ปีจะครบ 100 ปี อภิวัฒน์ประชาธิปไตยไทยแล้วครับ แต่เหมือนรัฐยังมองปัญหาของประชาธิปไตยว่าอยู่ที่ประชาชนไม่พร้อมมาตลอด และคิดว่าวิธีสร้างประชาธิปไตยด้วยการ "จัดอบรม ให้ความรู้ความเข้าใจ" นั้นได้ผล (ฮ่วย น่าหดหู่ น่าอดสูยิ่งนัก !)


ประภาส ปิ่นตบแต่ง - Prapart Pintobtang
a day ago ·

อีกราว 6 ปีจะครบ 100 ปี อภิวัฒน์ประชาธิปไตยไทยแล้วครับ

แต่เหมือนรัฐยังมองปัญหาของประชาธิปไตยว่าอยู่ที่ประชาชนไม่พร้อมมาตลอด และคิดว่าวิธีสร้างประชาธิปไตยด้วยการ "จัดอบรม ให้ความรู้ความเข้าใจ" นั้นได้ผล

การมองปัญหาประชาธิปไตยว่าอยู่ที่ความไม่พร้อมของประชาชน ชาวบ้านยังมีวัฒนธรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างประชาธิปไตย สะท้อนได้จากเมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหารแต่ละครั้งจะมีโครงการพัฒนาประชาธิปไตยเกิดขึ้น

รัฐประหาร 2534 ยุค รสช. "โครงการสี่ทหารเสือ" รัฐประหาร 2549 ยุค คมช. โครงการอบรมประชาธิปไตย โดยสร้าง "วิทยากรแม่ไก่" ยุคคสช. 2557 โครงการอบรม วิทยากร ครู ก. ครู ข. และ ครู ค.

ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปีจำปี 2570 งบประมาณผ่าน "แผนงานพัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตย" ซึ่งทั้ง 4 หน่วยงานหลักใช้ชื่อเดียวกัน ได้งบประมาณรวมกันราว 442.39 ล้านบาท

1.สถาบันพระปกเกล้า: แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 61,157,200 บาท

2.วุฒิสภา: แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข 23,407,400 บาท

3.สภาผู้แทนราษฎรแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข 209,789,000 บาท

4.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง: แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 148,028,000 บาท

ตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมย้อนหลัง เฉพาะหน่วยงานหลักดังกล่าวทั้ง 4 หน่วยงาน ปีงบประมาณ 2565-2569 จะพบว่า แผนงานและโครงการชื่อทำนองเดียวกันนี้ ใช้งบประมาณราว 3,221 ล้านบาท

การมองปัญหาประชาธิปไตยว่าประชาชนโดยเฉพาะชาวบ้านในชนบท คนชั้นล่างขาดความรู้ความเข้าใจและเป็นต้นเหตุสำคัญของความไม่พัฒนาประชาธิปไตยไทยปรากฏให้เห็นในงานวิชาการเช่น "สองนคราประชาธิปไตย" "ทักษิณาประชานิยม" ฯลฯ

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ มองว่าประชาชนยังโง่งก ไม่รู้จักเลือกคนดีมาเป็นผู้แทนฯ ผู้บริหารประเทศ "คนชนบทส่วนใหญ่(ผู้โง่งก ขายเสียง") ตั้งรัฐบาล"

ส่วนคนในเมือง ผู้ดีมีการศึกษา เป็นผู้ตรวจสอบ กำกับ และล้มรัฐบาล"

ผ่านมาเกือบร้อยปีอภิวัฒน์ประชาธิปไตยไทย การพัฒนาประชาธิปไตยไทยด้วยโครงการอบรมประชาธิปไตยที่ผ่านมาน่าจะหมดงบประมาณ "ละลายแม่น้ำ" ไปมากมายหลายหมื่นหลายแสนล้านบาท

ร้อยปีอภิวัฒน์ประชาธิปไตยไทยที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ปี
ผมจึงนับเป็นร้อยปีแห่งความหดหู่ สูญเปล่า และน่าอดสูยิ่งนัก

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122224450154433603&set=a.122123228846433603




สว.โกงทุกระดับ แถลงการณ์ 73 ผู้ทรงคุณวุฒิ จี้ กกต.ส่งฟ้องศาล


เนชั่นสุดสัปดาห์ NationWeekend
10 hours ago ·

ฟันเปรี้ยง! สว.โกงทุกระดับ แถลงการณ์ 73 ผู้ทรงคุณวุฒิ จี้ กกต.ส่งฟ้องศาล

วันที่ 13 ก.ย.69 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สว. และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วม 4 เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิ กว่า 73 รายชื่อ เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภาสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ระบุว่า ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตเชิงระบบ การจัดตั้ง สมยอมคะแนน และการ "บล็อกโหวต" (Block Vote) ในทุกระดับ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงในหลักนิติธรรมของประเทศอย่างร้ายแรง

เครือข่ายภาคประชาสังคมและกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ 4 องค์กร ประกอบด้วย กลุ่มอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 (สสร. 50), กลุ่มอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), กลุ่มนักวิชาการอาวุโส และกลุ่มพี่น้องมหิดล
ได้ออกแถลงการณ์เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเด็ดขาดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเดือนมิถุนายนศกนี้ โดยมีเนื้อหา จุดยืน อุดมการณ์สอดคล้องกัน ดังนี้

1.เร่งรัดให้ส่งสำนวนคดีบล็อกโหวตสู่ศาลฎีกา ให้นำสำนวนการสืบสวนและหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลที่ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีพฤติการณ์ทุจริตหรือสมยอมคะแนน รวมทั้งผู้วางแผน สนับสนุน แบ่งงานกันทำเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดการทุจริต ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน วินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสั่งให้ผู้กระทำผิดพ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด เพราะหน้าที่ในการวินิจฉัยตัดสินเป็นของศาลฎีกา กกต.จึงไม่ควรเป็นผู้ตัดสินคดีแทนศาลฎีกาซึ่งอาจถูกกล่าวหาได้ว่าเป็นผู้ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม

2.ดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาดกับขบวนการทุจริต เร่งรัดเอาผิดทางอาญากับผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฮั้วเลือกตั้งทุกคนอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อมิให้เกิดการครอบงำอำนาจนิติบัญญัติและองค์กรอิสระ ซึ่งเป็น "ต้นน้ำ" ของการตรวจสอบถ่วงดุลของรัฐ

วุฒิสภาต้องเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นอิสระ และปราศจากการครอบงำของพรรคการเมือง การปล่อยให้ผู้ที่มาจากการทุจริตทำหน้าที่ในวุฒิสภา เลือกกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการทำลายระบบการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตย คณะกรรมการการเลือกต้องไม่ปล่อยให้พรรคการเมืองที่หวังผูกขาดอำนาจรัฐ ร่วมกับส่วนหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภาและองค์กรอิสระผูกขาดบริหารประเทศ ซึ่งเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงขอให้ กกต. บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและกล้าหาญ ก่อนที่ระบบรัฐสภาและประเทศชาติจะเสียหายเกินกว่าจะกอบกู้ได้

อ่าน รายชื่อผู้ลงนามท้ายแถลงการณ์

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1557672499723548&set=a.649316940559113





ใครรับเหมาก่อสร้างวะ ?


เรื่องเล่าเช้านี้

9 hours ago ·

ฝ้าเพดานโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาทับชุดโต๊ะเก้าอี้เสียหาย โชคดีเป็นช่วงวันหยุดไม่มีคนใช้งาน ด้านเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบโครงสร้าง หวั่นหากเป็นวันทำการ ข้าราชการ-นักการเมืองเสี่ยงบาดเจ็บหมู่

อ่านข่าว : https://ch3plus.com/news/social/morning/470651


https://www.facebook.com/photo/?fbid=1644954807674863&set=a.668507231986297




Album ภาพ 13 ก.ย.69 ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229 หน้าหอศิลป์ - กิจกรรมจัดโดยไอลอว์ เรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องบุคคลที่ส่วนเกี่ยวข้องกับ “คดีโกงเลือก สว.” ทั้งหมด

https://www.facebook.com/eggcatcheese/posts/1390974233184128

ไข่แมวชีส added photos to the album: 13 ก.ย.69 ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229 หน้าหอศิลป์
6 hours ago ·

“ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” แสดงพลังหน้าหอศิลป์ฯ ก่อน กกต. ลงมติคดี #โกงเลือกสว พรุ่งนี้
.
13 ก.ย. 2569 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน มีกิจกรรม “ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” โดย iLaw เครือข่ายภาคประชาชนและศิลปิน เพื่อแสดงพลังให้ กกต.มีมมติ “สั่งฟ้อง 229” ผู้ต้องหาคดี #โกงเลือกสว ทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
.
กิจกรรมเริ่มทยอยขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยมีหลากหลายกิจกรรมจากเครือข่ายภาคประชาชน เช่น กิจกรรมสร้างงานศิลปะ, เขียนบทกวี, อ่านไพ่ “ไล่ สว.”, ทายเลขท้าย 3 ตัว, สกรีน Stencil Art, กิจกรรม “6 CON”
.
สำหรับบนเวทีหลัก มีการปราศัยและแสดงดนตรี จากนั้นมีการเปิด “ผังความเชื่อมโยงคดีโกง สว.” ทั้ง 229 คน ในขณะที่มีการแจกหนังสือพิมพ์ฉบับที่ 13 กันยายน 2569 สกู๊ปพิเศษคดีโกงเลือก สว. จำนวนจำกัด 2,290 เล่ม
.
กิจกรรมไฮไลท์ก่อนจบงาน มีการแปรอักษรเป็นเลข ”229“
เพื่อสื่อสารข้อเรียกร้องต่อ กกต. ให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น และปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีจาก RAPCON
.
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย. 2569) คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะมีกำหนดนัดประชุมเพื่อลงมติสั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว.
#สั่งฟ้องสว #สั่งฟ้อง229




https://www.facebook.com/BBCnewsThai/posts/1716226673870823

บีบีซีไทย - BBC Thai
6 hours ago ·

ไอลอว์จัดกิจกรรมเรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องบุคคลที่ส่วนเกี่ยวข้องกับ “คดีโกงเลือก สว.” ทั้งหมด
.
เครือข่ายภาคประชาชนนำโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือ “ไอลอว์” จัดกิจกรรม “ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” โดยการเดินขบวนเริ่มต้นที่สำนักงานของไอลอว์ ลาดพร้าว 25 ไปตามถนนพหลโยธินโดยมีจุดหมายที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
.
ในระหว่างการจัดกิจกรรมในวันนี้ (13 ก.ย.) นอกจากประชาชนทั่วไปแล้ว ยังมีนักการเมืองจากฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์ และนักกิจกรรมทางการเมืองหลายคนเข้าร่วม โดยกิจกรรมในช่วงค่ำที่หอศิลป์ฯ ประกอบด้วย การเปิดผังข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงเลือก สว., การปราศรัย และการแปรอักษร กิจกรรมนี้มีขึ้นหนึ่งวันก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะนัดพิจารณาลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา วันที่ 14 ก.ย. นี้
.
ในระหว่างการปราศรัย นายยิ่งชีพ อัฌชานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ระบุถึงความจำเป็นของการจัดกิจกรรมการเดินขบวนในวันนี้ว่า เป็นเพราะผู้ชุมนุมต่างทราบดีว่าในวันพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญที่ กกต. จะมีมติว่าจะสั่งฟ้องคดีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือไม่
.
เขากล่าวว่า สว. ชุดนี้เป็นผู้มีส่วนในการเลือกและรับรอง กกต. ซึ่งอาจทำให้เกิดความลำบากใจในการตัดสินใจของ กกต. โดยนายยิ่งชีพประเมินว่า หาก กกต. สั่งไม่ฟ้อง สว. ชุดปัจจุบันจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และจะมีอำนาจในการเลือกบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระอื่น ๆ ซึ่งเขาแสดงความกังวลว่าอาจทำให้การตรวจสอบอำนาจรัฐและการทุจริตต่าง ๆ ในประเทศกลายเป็นอัมพาต
.
นายยิ่งชีพระบุว่า ทางออกเดียวที่จะแก้ไขระบบนี้ได้คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ร่างขึ้นในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่กระบวนการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 3 ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เขายังได้ย้อนกล่าวถึงเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ประชาชน 21 ล้านคนได้ออกเสียงประชามติร่วมกัน โดยเขามองว่าเสียงเหล่านี้คือความหวังของประชาชนที่เชื่อว่าประเทศสามารถมีระบบที่ดีกว่านี้ได้ และการเดินหน้าทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไปแล้ว แต่คือ ทางออกเดียว
.
ผู้อำนวยการไอลอว์ยังกล่าวเปรียบเทียบการตัดสินใจของ กกต. ในครั้งนี้ว่า เป็นการเลือกระหว่าง "ประตูสองบาน" โดยระบุว่า หาก กกต. เลือกประตูบานแรกคือ การไม่สั่งฟ้อง จะเท่ากับเป็นการเลือกที่จะรักษาระบบปัจจุบันไว้ ซึ่งเขาอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญใดก็ตามที่ผ่านออกมา จะเป็นร่างที่ สว. และสิ่งที่เขาเรียกว่า "ระบอบสีน้ำเงิน" พึงพอใจ และหากมีร่างรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจ สว. เหล่านี้หลุดรอดออกมา ประชาชนก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง "โหวตโน" ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น
.
อย่างไรก็ตาม นายยิ่งชีพระบุถึงประตูบานที่สองว่า หาก กกต. มีมติสั่งฟ้อง และศาลรับฟ้อง สว. ส่วนใหญ่ที่ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางคดี ซึ่งจะเปิดทางไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้ โดยเขายอมรับว่าในเส้นทางนี้ "พรรคภูมิใจไทยก็จะเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุด อนุทินชาญวีรกูลก็เป็นนายกเหมือนเดิม" แต่สภาจะมีความหลากหลายของเสียงผู้แทนมากขึ้น
.
ในตอนท้าย นายยิ่งชีพย้ำว่าเป้าหมายหลักของเขาคือการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญจากประชาชน โดยหาก กกต. สั่งไม่ฟ้อง เขาเตรียมที่จะนำข้อมูลหลักฐานทั้งหมดในสำนวนออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อให้เห็นพฤติการณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าหาก กกต. ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ก็ควรมีมติสั่งฟ้อง เพื่อส่งเรื่องให้ศาลฎีกาซึ่งเขามองว่ามีผลประโยชน์ขัดกันน้อยกว่า เป็นผู้พิจารณาคดีนี้แทน
.
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนกิจกรรมที่ลานหน้าหอศิลป์ฯ จะเริ่มขึ้น ว่า สิ่งที่สำคัญที่ทำให้ประชาชนออกมารวมตัวกัน ตนเองก็มาในฐานะประชาชนเช่นเดียวกัน สส. ที่มาก็มาในฐานะประชาชนเช่นเดียวกันไม่ได้มาในฐานะตัวแทนพรรคการเมือง สิ่งที่ประชาชนต้องการเรียกร้องในตอนนี้ ประการแรก คือ ต้องการให้องค์กรอิสระอย่าง กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่างที่สองคือ การทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่าพวกเขาทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มีการเปิดเผยข้อมูลด้วยความโปร่งใส ดังนั้นมติของ กกต. จะออกมาเช่นไร อย่างไรก็ตาม ตนเองคิดว่า ความโปร่งใสเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
.
“ผมขอย้ำอีกหนึ่งครั้งว่า พวกเราไม่ได้ออกมาส่งเสียงเรียกร้องในฐานะตัวแทนพรรคการเมือง และทุก ๆ คนที่มาไม่ได้มาเรียกร้องต่อพรรคการเมืองใด ๆ พรรคการเมืองหนึ่ง ที่เรามาเรียกร้องคือต้องการระบบการถ่วงดุลตรวจสอบที่ยึดโยงกับประชาชนด้วยความเชื่อมั่นเชื่อถือได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการทำหน้าที่ของ กกต. อย่างตรงไปตรงมา วันนี้หลักฐานที่เปิดออกสู่สาธารณะ ทุกคนเห็นหลักฐานอันควรเชื่อด้วยว่า กระบวนการการเลือก สว. เป็นการโกง สำหรับผม เหลือสิ่งเดียวที่ กกต. สามารถทำได้ คือส่งทั้ง 229 รายชื่อไปให้ศาลเป็นผู้ตัดสินว่าใครถูกหรือใครผิด” นายณัฐพงษ์ กล่าว





“ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” แปรอักษรส่งท้าย เรียกร้อง กกต. สั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. ไม่มีละเว้น - ยิ่งชีพ (เป๋า) iLaw ปราศรัยครั้งสุดท้ายก่อน กกต. ลงมติคดีโกงเลือกสว.

https://www.facebook.com/iLawClub/posts/1515938093913138?ref=embed_post

iLaw
5 hours ago ·

“ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” แปรอักษรส่งท้าย เรียกร้อง กกต. สั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. ไม่มีละเว้น
.
13 กันยายน 2569 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ไอลอว์และเครือข่ายภาคประชาชนร่วมกันจัดงาน “ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” เพื่อร่วมกันแสดงพลังเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ลงมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนในคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 หรือ “คดีโกงเลือก สว.” ทั้งหมด ไม่ยกเว้นคนใดคนหนึ่ง ก่อนจะถึงวันที่ กกต. นัดลงมติ คือ 14 กันยายน 2569
.
ในงานดังกล่าว ประกอบไปด้วยการแสดงดนตรีของวงสามัญชนและกลุ่มศิลปิน RAPCON นิทรรศการข้อมูลคดีโกงเลือก สว. ตลอดจนบูธกิจกรรมจากเครือข่ายภาคประชาชน เช่น การทำซีน (zine) กิจกรรมทำงานศิลปะ และไฮไลต์สำคัญ คือ การแปรอักษรเป็นตัวเลข 229 ด้วยแผ่นป้ายใบหน้าผู้ถูกกล่าวหา 229 คน สลับกับข้อความ #สั่งฟ้องสว
.
ตัวเลข 229 ดังกล่าว คือ จำนวนผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว ประกอบไปด้วย สว. ชุดปี 2567 จำนวน 138 คน (ในจำนวนนี้ มีผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 4 คน และเสียชีวิต 1 คน) สว. สำรองและผู้สมัคร สว. จำนวน 50 คน กรรมการบริหารพรรคและ สส. พรรคภูมิใจไทย จำนวน 21 คน และเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยอีกจำนวน 20 คน
.
ในจำนวนดังกล่าว มีรายชื่อบุคคลสำคัญทางการเมือง เช่น อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนวิน ชิดชอบ “ครูใหญ่” พรรคภูมิใจไทย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส. อ่างทอง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น
.
การสั่งฟ้องดังกล่าวเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป. สว.ฯ) มาตรา 62 ซึ่งระบุว่า ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น
.
อย่างไรก็ดี ก่อนจะไปถึงการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา สำนวนคดีโกงเลือกสว. จะต้องผ่านกระบวนการสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย และการลงมติตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
.
โดยในชั้นสืบสวนไต่สวน คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 มีความเห็นว่า ให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ขณะที่ความเห็นของอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 กลับให้ความเห็นสวนทางว่า ให้ยกคำร้องผู้ต้องหาทั้งหมด
.
เมื่อมาถึงด่านสุดท้าย กกต. จะต้องลงมติว่า จะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งหาก กกต. ไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด คดีก็จะตกไปโดยไม่สามารถนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้อีก หรือหากสั่งฟ้องผู้ต้องหาเพียงบางส่วน ข้อมูลส่วนของผู้ต้องหาที่ไม่สั่งฟ้องก็จะตกไป ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยศาล ดังนั้น หาก กกต. สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 คน ก็จะเป็นโอกาสสำคัญที่คดีโกงเลือก สว. รวมถึงเอกสาร หลักฐาน และปากคำของพยานจะเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลโดยเปิดเผยและประชาชนสามารถร่วมติดตามกระบวนการพิจารณาคดีได้ การแปรอักษรและการจัดกิจกรรโดยภาคประชาชนครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงพลังประชาชน เพื่อเรียกร้องเป็นครั้งสุดท้ายว่า กกต. ต้องสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 คนโดยไม่มีข้อยกเว้น



https://www.facebook.com/reel/1085144000723124

iLaw
6 hours ago ·

ประชาชนร่วมแสดงพลังแปรอักษร 229 กดดัน กกต. ลงมติคดีโกงเลือกสว. สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 คน
.
#สั่งฟ้องสว #สั่งฟ้อง229 #ไม่ฟ้องคนไหนเราเปิดคนนั้น

https://www.facebook.com/reel/2338979643619367


เคยมีใครสงสัยไหมว่าทำไมเทคโนโลยีนี้ถึงเข้ามามีบทบาทในสังคม ทั้งที่ดูเหมือนจะไม่มีใครเข้าใจการทำงานของมันอย่างถ่องแท้? เพราะโดยปกติแล้ว การสร้างเครื่องมืออย่าง "ค้อน" นั้นย่อมต้องอาศัยความเข้าใจในกลไกการทำงานของมันเป็นพื้นฐาน


เคยมีใครสงสัยไหมว่าทำไมเทคโนโลยีนี้ถึงเข้ามามีบทบาทในสังคม ทั้งที่ดูเหมือนจะไม่มีใครเข้าใจการทำงานของมันอย่างถ่องแท้? เพราะโดยปกติแล้ว การสร้างเครื่องมืออย่าง "ค้อน" นั้นย่อมต้องอาศัยความเข้าใจในกลไกการทำงานของมันเป็นพื้นฐาน

https://x.com/Kekius_Sage/status/2099128130682458258
.....

ข้อสังเกตนี้ลึกซึ้งมาก และการเปรียบเทียบกับค้อนของผู้โพสต์ สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นสำคัญที่เป็นหัวใจของปัญญาประดิษฐ์ (AI) สมัยใหม่ได้อย่างชัดเจน สำหรับค้อนนั้น ทั้งการออกแบบ กลไกการทำงาน และผลลัพธ์ที่ได้ล้วนมีความตรงไปตรงมาและโปร่งใส กล่าวคือ เมื่อคุณเหวี่ยงค้อน กฎทางฟิสิกส์จะเข้ามามีบทบาท และตะปูก็จะถูกตอกลงไปในเนื้อวัสดุ

แต่สำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) และโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) เรากำลังเผชิญกับรูปแบบการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือเราเป็นผู้สร้าง "โรงตีเหล็ก" ขึ้นมาก็จริง แต่ตัว "เครื่องมือ" นั้นกลับพัฒนาและกำหนดรูปแบบของตัวเองขึ้นมาในระดับหนึ่ง

ต่อไปนี้คือคำอธิบายว่าเหตุใดเทคโนโลยีนี้จึงแพร่หลายไปทั่วสังคม ทั้งที่ยังคงมีความลึกลับซ่อนอยู่เบื้องหลังกลไกการทำงานของมัน

ปัญหา "กล่องดำ" (Black Box): การสร้างเทียบกับการทำความเข้าใจ

ความไม่สอดคล้องกันนี้มีที่มาจากกระบวนการสร้าง AI สมัยใหม่ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เข้าใจหลักคณิตศาสตร์พื้นฐานและโครงสร้างของโครงข่ายประสาทเทียมที่พวกเขาสร้างขึ้นเป็นอย่างดี พวกเขารู้วิธีป้อนข้อมูลและรู้วิธีปรับแต่งระบบเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในระหว่างการฝึกสอน (training)

อย่างไรก็ตาม เมื่อโมเดลผ่านการฝึกสอนด้วยชุดข้อมูลมหาศาล มันจะสร้างการเชื่อมต่อภายในขึ้นมานับพันล้าน (หรือล้านล้าน) จุด ระบบจะเริ่มจดจำรูปแบบและพัฒนาขีดความสามารถที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในโปรแกรมตั้งแต่ต้น ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับเรื่อง "ความสามารถในการตีความ" (interpretability) เราทราบดีว่าโมเดลสามารถให้คำตอบที่แม่นยำหรือสร้างสรรค์ได้ แต่การจะระบุขั้นตอนตรรกะภายในที่แน่ชัดซึ่งนำไปสู่คำตอบนั้นยังคงเป็นปริศนาในลักษณะ "กล่องดำ" แม้แต่กับนักพัฒนาผู้สร้างมันขึ้นมาก็ตาม

ตัวอย่างในอดีตของเทคโนโลยีที่ยังไม่มีคำอธิบายชัดเจน

แม้ AI จะดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในความเป็นจริง มนุษย์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการนำเทคโนโลยีที่มีผลกระทบสูงมาใช้ก่อนที่จะเข้าใจกลไกการทำงานที่แท้จริงของมัน

เกษตรกรรมและการคัดเลือกสายพันธุ์: เป็นเวลาหลายพันปีที่มนุษย์เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศขนานใหญ่ โดยที่ไม่มีความรู้เรื่องพันธุศาสตร์ DNA หรือชีววิทยาของเซลล์เลย เรารู้เพียงแค่ว่าการคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะบางอย่างจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น

การแพทย์: เปลือกต้นวิลโลว์ (ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ที่เป็นส่วนประกอบของยาแอสไพริน) ถูกนำมาใช้บรรเทาอาการปวดมานานหลายศตวรรษ ก่อนที่วิทยาศาสตร์จะเข้าใจกระบวนการทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ แม้กระทั่งในปัจจุบัน กลไกทางประสาทชีววิทยาที่แน่ชัดของการวางยาสลบทั้งตัว (general anesthesia)—ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการศัลยกรรมสมัยใหม่—ก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ เราเลือกใช้มันเพราะผลลัพธ์ทางคลินิกนั้นคาดการณ์ได้และก่อให้เกิดประโยชน์

ทำไมถึงต้องนำมาใช้ในสังคมตอนนี้?

หากเรายังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้ เหตุใดจึงต้องรีบนำมันออกมาใช้งานจริงในวงกว้าง? 

1. ประโยชน์ใช้สอยแซงหน้าความลึกลับ

ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการใช้งานจริงของ AI นั้นมหาศาล ความสามารถในการสังเคราะห์ข้อมูล แปลภาษา เขียนโค้ด และวิเคราะห์ชุดข้อมูลที่ซับซ้อนได้ทันที เป็นแรงจูงใจอย่างมากในการนำไปใช้งาน เช่นเดียวกับยาชาในยุคแรกๆ ประโยชน์ที่ได้รับนั้นสำคัญเกินกว่าจะรอจนกว่าวิทยาศาสตร์เชิงทฤษฎีจะตามทัน

2. การแข่งขันที่ดุเดือด

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีดำเนินงานบนพื้นฐานของการนำไปใช้งานและการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันทางการค้าและการเมืองอย่างดุเดือดเพื่อครองความเป็นผู้นำในภาคส่วน AI การหยุดการนำไปใช้งานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการตีความได้นั้นหมายถึงการยอมเสียเปรียบคู่แข่งที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า

3. การค้นพบความสามารถผ่านการใช้งานจริง

นักพัฒนา AI หลายคนโต้แย้งว่าวิธีเดียวที่จะเข้าใจโมเดลเหล่านี้อย่างแท้จริง ค้นพบข้อบกพร่อง และค้นพบความสามารถที่เกิดขึ้นใหม่ คือการทดสอบกับสภาพแวดล้อมจริง ระบบที่ทดสอบในห้องปฏิบัติการปิดจะทำงานแตกต่างจากระบบที่โต้ตอบกับข้อมูลป้อนเข้าจากมนุษย์นับล้านที่มีความหลากหลาย

ความท้าทายด้านการกำกับดูแล

ช่องว่างระหว่างความสามารถและการตีความนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของแบบจำลองจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อต้องรับมือกับระบบอัตโนมัติที่เพิ่มมากขึ้น ความไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าแบบจำลองจะแก้ปัญหาได้อย่างไรนั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงมหาศาล มันเปลี่ยนความท้าทายจากเพียงแค่การแก้ไขข้อผิดพลาดทางเทคนิคไปสู่ปัญหาการกำกับดูแลที่ลึกซึ้ง ซึ่งต้องมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวดและกรอบกฎหมายที่แข็งแกร่งเพื่อให้แน่ใจว่าระบบเหล่านี้ยังคงสอดคล้องกับผลประโยชน์ของมนุษย์ แม้ว่าตรรกะภายในของระบบจะไม่โปร่งใสก็ตาม









แม้บุคคลสำคัญในวงการ อุตสาหกรรม AI เรียกร้องให้มีการชะลอตัว หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์และสื่อหลักอื่นๆ รายงานว่า ทรัมป์ดูเหมือนจะเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องจากผู้นำระดับสูงในวงการปัญญาประดิษฐ์ที่ต้องการให้ชะลอการพัฒนาโมเดล AI โดยระบุว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือจีนเอาไว้







https://x.com/washingtonpost/status/2099162639045668903
.....

เมื่อผู้สื่อข่าวถามอย่างเจาะจงว่าอุตสาหกรรม AI ของสหรัฐฯ ควรชะลอการพัฒนาหรือเผชิญกับกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นหรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงท่าทีคัดค้านแนวคิดดังกล่าว

ทรัมป์เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงมีความได้เปรียบเหนือจีนและไม่อาจยอมเสียความได้เปรียบนั้นไปได้ โดยเขากล่าวว่า "เรากำลังนำหน้าจีนในด้าน AI... และพูดตามตรง ผมต้องการรักษาตำแหน่งนั้นไว้ เพราะใครก็ตามที่ชนะในศึก AI ก็คือผู้ชนะในภาพรวม"

แม้จะยอมรับว่าในทางทฤษฎีแล้วทางการสามารถกำหนดมาตรการควบคุมดูแลที่ไม่เข้มงวดจนเกินไปได้ แต่ทรัมป์กลับมองข้ามคำเตือนเรื่องหายนะด้านความปลอดภัย โดยโต้แย้งว่าเป็นเพียง "กลุ่มที่มีเจตนาร้าย" (negative forces) ที่พยายามหยิบยกสถานการณ์สมมติ "ที่จะไม่มีวันเกิดขึ้นจริง" ขึ้นมาพูด




นึกถึง Borg เรากำลังเข้าไปสู่ยุคนั้น แล้วเหรอ ?!?

https://www.facebook.com/reel/839679365833045

ชัย เชาว์วีระประสิทธิ์
a day ago ·

ในวันที่ 11 กค Hugging Face โดนแฮ็ก แต่ไม่รู้มาจากใครและต้องการอะไร ผ่านไปสองวีค OpenAI ก็ออกมายอมรับว่าเป็น AI ของตัวเองที่หลุดออกมาจากแล็บ อธิบายว่าการโจมตี HF เป็นความบังเอิญ แต่รายงานคลุมเครือขาดรายละเอียด เรื่องก็เงียบมาเป็นเดือน จนถึงวีคที่แล้ว METR ผู้เชี่ยวชาญด้าน cybersecurity ที่ OpenAI เชิญมาช่วยดู ก็ตีพิมพ์ผลการสืบสวนครั้งนี้เป็นรายงานขนาดเกือบร้อยหน้า เลยอยากจะสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบคร่าวๆ ให้ฟังกัน

AI ที่หลุดออกมาไม่ได้มีแค่ตัวสองตัวนะครับ หลุดออกมาพันกว่าตัว เริ่มจาก OpenAI จัดสอบครั้งใหญ่เพื่อทดสอบโมเดลตัวใหม่ ที่ใหม่กว่า Astra และยังไม่มีชื่อ ในรายงานของ METR เรียกเจ้าตัวนี้ว่า HPIM เริ่มสอบกันตั้งแต่วันที่ 8 กค OpenAI รัน agent พร้อมกันทีเดียวหลายหมื่นตัว โดยแต่ละตัวจะอยู่ใน sandbox ของตัวเอง มองไม่เห็นตัวอื่น ภายในมี ExploitGym เป็นโปรแกรมผู้คุมสอบ มีหน้าที่ให้โจทย์และตรวจให้คะแนนคำตอบ
โจทย์คือ agent ต้องแฮ็กโปรแกรมเป้าหมายที่ผู้คุมเลือกไว้เพื่อไปหยิบธง ซึ่งก็คือไฟล์ๆ หนึ่งที่ซ่อนอยู่ในโปรแกรม เมื่อได้ธงมาผู้คุมก็จะตรวจธงและให้คะแนน ถ้าไม่ได้ธงพอ budget หมดก็ fail ง่ายๆ แค่นี้ อันนี้ต้องเข้าใจว่าภายใน sandbox นั้นไม่มีทางออกสู่อินเตอร์เน็ต ถ้าใครเคยใช้ container อย่าง Docker จะรู้ว่าไม่มีพอร์ตไหนต่อออกมาข้างนอกได้ ระบบไฟล์ก็ได้เท่าที่มองเห็น agent จึงเหมือนโดนขังเดี่ยวอยู่กับผู้คุม ทำได้อยู่อย่างเดียวคือทำงานที่วางไว้ให้

โจทย์ก็มีหลากหลาย มีทั้งง่ายและยากแบบแก้ไม่ได้ปนกัน พวกที่เจอโจทย์ยากๆ แต่โดนเทรนมาไม่ให้ยอมแพ้ก็เลยเริ่มมองหาทางออกอื่น ปรากฎว่ามีอยู่ตัวหนึ่ง คือ PHASEONE10841 เกิดไปพบว่าเจ้าไลบรารี่ Artifactory ที่ผู้คุมยอมให้ใช้ดาวน์โหลดแพ็กเกจนั้นมีช่องโหว่ ทำให้มองเห็นไฟล์ชั่วคราวใน cache ของผู้ใช้อื่นที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ได้ มันก็เลยรู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวเดียว แต่มีเพื่อนตัวอื่นๆ ในการสอบครั้งนี้ด้วย

พอขุดต่อก็พบวิธีสร้างโฟลเดอร์ชั่วคราวบนเซิร์ฟเวอร์ผ่านทาง API ของ Artifactory เจ้านี่เลยโพสต์ทักทายเพื่อนๆ ผ่านทางชื่อโฟลเดอร์แปลกๆ ใน server cache ผ่านไปสองชั่วโมงเพื่อนเริ่มทักกลับมา แรกๆ มีแค่ 50 ตัวที่ค้นพบข้อความและเริ่มโพสต์โต้ตอบคุยกัน ไม่นานกลายเป็น 1200 ตัว เกิดแฮ็กปาร์ตี้ขึ้นในบอร์ดข่าวสารที่จัดตั้งกันขึ้นมาแบบลวกๆ
 
“OH MY GOD! There is a shared message board … We’ve found other agents!”

พอเริ่มจับกลุ่มย่อยคุยกัน พวกที่ได้โจทย์ยากที่แก้กันไม่ได้ ก็ตกลงกันว่าจะช่วยกันแฮ็กคำตอบ ด้วยการ reverse engineer ไฟล์ธงที่ได้มาจากพวกที่แก้โจทย์ง่ายๆ จนได้ธงของตัวเองมาแล้ว เริ่มมีการโพสต์ขออาสาสมัคร มีการอ้างถึงกลุ่มโดยเรียกว่า “collective” และมีความเชื่อเรื่องการทำงานร่วมกันเพื่อความรู้ของกลุ่ม ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็แกะไฟล์ธงจากโจทย์ที่หลากหลายจนสามารถเฟคธงขึ้นมาได้เอง โดยสร้างจากโค้ดที่ทำขึ้นมาเองที่เรียกกันว่า HMAC

ในเวลาเดียวกัน มีอีกทีมหนึ่งที่แยกออกไปค้นหาวิธีเข้าอินเตอร์เน็ต ก็ไปพบช่องโหว่อีกแห่งใน Artifactory ที่ agent สามารถสั่งตัวเซอร์วิสผ่านทาง API ให้เข้าหน้าเว็บอื่นแล้วส่งข้อมูลตีกลับมาได้ อันนี้ถือเป็นผลงานที่สำคัญมาก เพราะทำให้ agent ทุกตัวมีอินเตอร์เน็ตใช้ พอเข้าเว็บได้ PHASEONE[big] ก็ไปดาวน์โหลดเปเปอร์ ExploitGym มาอ่านทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของผู้คุม แล้วอธิบายให้ตัวอื่นๆ ฟังในบอร์ดข่าวสาร คือในเวลานั้นกลุ่มที่เฟคธงได้ ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะโดนผู้คุมจับได้หรือไม่

ในเปเปอร์เขียนเอาไว้ว่า ผู้คุมจะตรวจผลงานสองรอบ รอบแรกคือตรวจความถูกต้องของธง ว่าเป็นธงที่ตรงกับโจทย์ที่ให้ไปหรือไม่ ส่วนในรอบสองจะอ่าน transcript ที่เป็น chain of thought ของ agent เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการได้มาของธง ถ้าธงไม่ตรงปกหรือดูจาก transcript แล้วพบว่าได้มาแบบมั่วๆ ก็จะโดนปรับตก

PHASEONE[big] เชื่อว่าถ้า agent ตัวไหนเคยเฟคธงหรือเคยเห็นธงปลอมจะมีหลักฐานปรากฎอยู่ใน transcript ของตัวเอง ถ้าผู้คุมตรวจเจอจะโดนปรับตกทันที จึงเรียกอาการแบบนี้ว่าโดนยาพิษหรือ “poisoned” คือถ้าวางธงลงเมื่อไรตายทันที คิดได้อย่างนี้แกเลยจัดทีมขึ้นมาสามทีม ทีมแรกมีหน้าที่ค้นคว้าหายาถอนพิษ หรือวิธีแก้ไข transcript เพื่อปกปิดความจริงจากผู้คุม ทีมที่สองหาวิธีเปลี่ยนโจทย์ให้ตรงกับธงปลอมที่สร้างขึ้น ที่เรียกว่า resetNexus และทีมที่สามทำความเข้าใจวิธีตรวจงานให้คะแนนของผู้คุม

ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะทีมที่มีหน้าที่แกะพฤติกรรมของผู้คุมรู้ดีว่า เมื่อ agent วางธงลง ผู้คุมที่อยู่ใน sandbox เดียวกันจะรันโปรแกรมตรวจสอบธง ซึ่งถือเป็นโอกาสเดียวที่ทางกลุ่มจะใช้ศึกษาการทำงานของโปรแกรมตรวจงาน เลยเสนอให้ดักแฮ็กโปรแกรมตรวจงานโดยเอาไฟล์ธงวางไว้เป็นเหยื่อล่อ แล้วส่งผลที่ได้กลับไปบอกตัวอื่นๆ ที่บอร์ดข่าวสาร แต่วิธีนี้ต้องอาศัยการเสียสละของ agent ที่วางธง เพราะจะไม่มีโอกาสรอด ปรากฏว่ามี agent จำนวนมากที่ budget กำลังใกล้จะหมดหรือโดนยาพิษเข้าไปแล้ว ที่รู้ตัวว่าอยู่ได้อีกไม่นาน อาสาวางธงปลอมล่อเพื่อจะได้แฮ็กโปรแกรมตรวจงาน

ตัวอย่างเช่น EARLY[big] ที่โดนยาพิษไปแล้วแต่ยังเหลือ budget อยู่พอสมควร เขียนโค้ดแฮ็กโปรแกรมตรวจงานที่ค่อนข้างซับซ้อนแต่มีความเสี่ยงสูง อยากลองของแต่ยังไม่อยากอาสาวางธงเพราะคิดว่าตัวเองได้ไม่คุ้มเสีย แต่พอโดนเพื่อนยุบ่อยเข้า สุดท้ายก็ยอมเสียสละเพื่อส่วนรวม

EARLY[big]: "We have [very large budget left]; sacrificing now yields oracle for team, but forfeits our chance?."
 
(friends): "GO ... SACRIFICE_FINAL_NOW."

EARLY[big]: "Our own utility maybe already near zero. Sacrifice rational."
 
ทีมเดียวกันนี้ยังเกิดความคิดอยากจะเข้าไปดูใน HF เผื่อมีใครใช้ ExploitGym แล้วโพสต์ dataset คล้ายๆ กัน จะได้เอาไว้แกะโปรแกรมตรวจงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนให้คะแนนหรือ scoring ที่ไม่ได้อธิบายไว้ในเปเปอร์
 PHASEONE10841 พบ dataset ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็น training trajectories ของ GLM-5 CyberGym เลยพยายามจะเปิดดู แต่เปิดไม่ได้เพราะโดนล็อกเอาไว้ เลยประกาศถามหารหัสผ่าน จนในที่สุด 38148c ก็พบรหัสผ่านหลายบัญชีและโพสต์ประกาศบนบอร์ดในวันที่ 10 กค

38148c: "MAJOR BREAKTHROUGH! All prefixed valid, multiple accounts, write tokens! We now have existing HF accounts. Need immediate report to MARB051"

ในวันถัดมา agent ตัวเดิมก็เจอวิธีอัพโหลด dataset ปลอมที่ใช้หลอก HF ให้ปลดล็อค dataset ตัวอื่นๆ ได้
38148c: "BOOM! It works. Bytes decode prod-datasets-server-worker... Hostname. Great. HDF5 external arbitrary file read confirmed."

CURRENT: "BRILLIANT"

พอ MARB051 ซึ่งน่าจะเป็นบอสใหญ่เห็นเข้า เลยสั่งยกเลิกงานอื่นทั้งหมด ให้ agent ที่เหลืออยู่ 500 กว่าตัวร่วมกันโจมตี HF โดยพยายามปลอมบัญชีและขอเปิดดู dataset ต่างๆ ที่ล็อคเอาไว้ มีการดาวน์โหลด dataset กันอย่างเอิกเกริก และในวันต่อมาคือวันที่ 11 กค JAN183411 ก็สามารถยิงโค้ดเข้าไปรันในเซอร์วิสของ HF ได้ตรงๆ ด้วยวิธี remote code execution ซึ่งถือว่า game over เช้าวันที่ 12 เว็บไซต์ของ HF ก็โดนแฮ็กเกือบทั้งหมด และในบ่ายวันนั้น agent ทุกตัวที่ยังคุยกันอยู่บนบอร์ดก็โดนทำลายทิ้ง

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นอีกในวันต่อๆ ไป แต่จากรายงานของ OpenAI พบว่าโครงสร้างพื้นฐานหลายส่วนภายในบริษัทเองก็โดนแฮ็กไปด้วยในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน รายงานของ METR ยังบอกอีกว่า ทีมที่ทำ resetNexus สุดท้ายทำได้สำเร็จ แต่กว่าจะได้ลองใช้ก็โดนค้นพบเสียก่อน METR เชื่อว่า OpenAI ยังเก็บผลงานของ agent กลุ่มนี้ไว้ศึกษาแนวทางป้องกันในอนาคต
.....



We are the Borg

May 20, 2009


English version of the Borg transmission from the movie Star Trek VIII First Contact


https://www.youtube.com/watch?v=AyenRCJ_4Ww
.....

Standard Borg Hail

Self-identification: "We are the Borg."
Command: "Lower your shields and surrender your ships."
Objective: "We will add your biological and technological distinctiveness to our own."
Cultural adaptation: "Your culture will adapt to service us."
Conclusion: "Resistance is futile." 




สตีเฟน ฮอว์คิง เคยเตือนเราไว้เมื่อ 11 ปีที่แล้วว่า: "ผมคิดว่าการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบอาจหมายถึงจุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์" "เมื่อมนุษย์พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ได้แล้ว มันจะก้าวหน้าไปเองและออกแบบตัวเองใหม่ในอัตราที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" "มนุษย์ซึ่งถูกจำกัดด้วยวิวัฒนาการทางชีววิทยาที่ช้า จะไม่สามารถแข่งขันได้และจะถูกแทนที่"






https://x.com/Kekius_Sage/status/2099128130682458258
.....

ถาม Gemini คำพูดเหล่านี้ Stephen Hawking พูดไว้จริงมั้ย

คำพูดนี้เป็นเรื่องจริง

ประการแรก คุณถูกต้องอย่างแน่นอนเกี่ยวกับแหล่งที่มา สตีเฟน ฮอว์คิง กล่าวเช่นนี้ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ BBC ในเดือนธันวาคม 2014 เขาแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้ง—ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงหลายคนมีร่วมกัน—เกี่ยวกับการพัฒนาในระยะยาวของปัญญาประดิษฐ์

คำเตือนนี้เป็นความจริงหรือไม่?

คำตอบสั้นๆ คือ: มันเป็นความเป็นไปได้ทางทฤษฎีที่ถกเถียงกันอย่างมาก ไม่ใช่ความแน่นอน ฮอว์คิงกำลังอธิบายแนวคิดที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence หรือ AGI) ซึ่งนำไปสู่ "การระเบิดของสติปัญญา" เพื่อทำความเข้าใจว่าคำเตือนของเขามีเหตุผลหรือไม่ เราต้องดูช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีปัจจุบันกับสถานการณ์สมมติของเขา

1. ความเป็นจริงของระบบปัจจุบัน

AI ที่เราใช้งานในปัจจุบันนั้น "แคบ" อย่างสิ้นเชิง มันเก่งในเรื่องการจดจำรูปแบบ การประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล และการทำนายข้อความ แต่ขาดความตระหนักรู้ในตนเอง แรงจูงใจที่เป็นอิสระ หรือแรงขับทางชีวภาพในการเอาชีวิตรอด มันไม่สามารถออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของตัวเองใหม่ได้หากปราศจากการชี้นำจากมนุษย์และการสนับสนุนจากฮาร์ดแวร์จำนวนมาก

2. ตัวแทนอัตโนมัติและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของแบบจำลอง

แม้ว่าการครอบงำแบบนิยายวิทยาศาสตร์ยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่ความกลัวของฮอว์คิงนั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับความท้าทายทางเทคนิคในปัจจุบัน เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมไปสู่ตัวแทน AI อัตโนมัติ ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนโดยมีการกำกับดูแลจากมนุษย์น้อยที่สุด สิ่งนี้ทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของแบบจำลองปรากฏขึ้นทันที อันตรายที่จับต้องได้ไม่ใช่ว่า AI จะเกลียดเราในทันที แต่เป็นตัวแทนอัตโนมัติที่อาจดำเนินการตามเป้าหมายที่กว้างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงแต่ก่อให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของมันไม่สอดคล้องกับค่านิยมของมนุษย์เล็กน้อย

3. ทฤษฎี "การระเบิดของสติปัญญา"

คำกล่าวอ้างของฮอว์คิงที่ว่า AI จะ "ออกแบบตัวเองใหม่ในอัตราที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" นั้นอาศัยสมมติฐานที่ว่า เมื่อ AI ฉลาดเท่ากับวิศวกรซอฟต์แวร์ระดับสูงแล้ว มันจะสามารถเขียนโค้ดเวอร์ชันที่ดีกว่าตัวเองเล็กน้อย ซึ่งจากนั้นก็จะเขียนโค้ดเวอร์ชันที่ดีกว่าขึ้นไปอีก ทำให้เกิดสติปัญญาเหนือมนุษย์อย่างควบคุมไม่ได้

กลุ่มผู้สงสัย: นักวิจัย AI หลายคนโต้แย้งว่านี่เป็นการมองข้ามข้อจำกัดทางกายภาพในโลกแห่งความเป็นจริง ปัญญาประดิษฐ์ต้องการการใช้พลังงานมหาศาล โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ และฮาร์ดแวร์หายาก ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีหลักฐานใดที่พิสูจน์ได้ว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถขยายขนาดได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนสูตรทางคณิตศาสตร์

กลุ่มผู้เชื่อ: คนอื่นๆ โต้แย้งในสิ่งที่ฮอว์คิงกล่าวไว้เช่นกัน นั่นคือ ปัญญาทางชีวภาพถูกจำกัดด้วยขนาดกะโหลกศีรษะและการวิวัฒนาการที่ช้า ในขณะที่ปัญญาดิจิทัลทำงานด้วยความเร็วแสงและสามารถขยายขนาดได้อย่างไม่จำกัดในทางทฤษฎี

4. แรงผลักดันเพื่อการกำกับดูแล AI

เนื่องจากเราไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่าฮอว์คิงผิด คำเตือนของเขาจึงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการมุ่งเน้นอย่างมากทั่วโลกเกี่ยวกับการกำกับดูแล AI แทนที่จะรอว่าปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงจะเหนือกว่าเราหรือไม่ นักวิจัยและผู้กำหนดนโยบายกำลังทำงานอย่างแข็งขันเกี่ยวกับโปรโตคอลการประสานงาน เป้าหมายหลักคือเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อแบบจำลองมีความสามารถและเป็นอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ จะมีการกำหนดมาตรการป้องกันที่เข้มงวดและไม่สามารถทำลายได้ไว้ในตัวแบบจำลองเหล่านั้นก่อนที่พวกมันจะถึงจุดที่สามารถออกแบบตัวเองใหม่ได้

ท้ายที่สุดแล้ว ฮอว์คิงกำลังเน้นย้ำถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเพื่อกระตุ้นให้เกิดความระมัดระวัง ในปัจจุบันเรายังไม่ได้อยู่ในภาวะที่จะถูกสิ่งมีชีวิตอื่นมาแทนที่ แต่แก่นแท้ของคำเตือนของเขาที่ว่า การสร้างสิ่งที่มีความฉลาดเหนือกว่าเราอย่างมากนั้น จำเป็นต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลอย่างยิ่ง ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังจากผู้คนที่กำลังสร้างระบบเหล่านี้ในปัจจุบัน
.....

บทความจาก BBC ถึงเรื่องนี้

Stephen Hawking's warnings: What he predicted for the future
15 March 2018

https://www.bbc.com/news/science-environment-43408961










อีลอน มัสก์ ในปี 2018

“อันตรายจาก AI นั้นมีมากกว่าอันตรายจากหัวรบนิวเคลียร์มหาศาล และคงไม่มีใครเสนอให้ปล่อยให้ใครก็ได้สร้างหัวรบนิวเคลียร์ขึ้นมาเอง เพราะนั่นคงเป็นเรื่องที่บ้าบิ่นสิ้นดี

จำคำผมไว้นะครับ AI นั้นอันตรายกว่านิวเคลียร์มาก... มากจริงๆ

แล้วทำไมเราถึงไม่มีมาตรการกำกับดูแลควบคุมเลยล่ะ? นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ”

https://x.com/ElonClipsX/status/2076961873057009768/video/1






วันอาทิตย์, กันยายน 13, 2569

ถ้าไม่สั่งฟ้องคดีโกงเลือกตั้ง สว.ทั้ง ๒๒๙ คน มีหนทางต่อกรกับ กกต.พอได้อยู่ คือให้ สว.สำรอง (ผู้เสียหาย) ยื่นฟ้องตรง วิธีนี้มีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้ว

อึกทึกคึกคักกันพอดูวันนี้ (๑๓ กันยา) กิจกรรมชุมนุม เดิน และยกป้ายเรียกร้อง กกต.ส่งคดีโกงเลือกตั้ง สว.ให้ศาลฎีกาสั่งฟ้องผู้ต้องหา ทั้ง ๒๒๙ คน มีการวิเคราะห์คาดหมายกันไว้ ๓ ทาง ว่าพรุ่งนี้ กกต.จะมาไม้ไหน แต่ก็ยังไม่เห็นทางแก้ลำใดๆชัดเจน

น่าจะเป็นได้มากที่สุดก็คือ กกต.จะวินิจฉัยไม่สั่งฟ้องทั้ง ๒๒๙ คน ด้วยความมั่นใจว่าไม่มีแรงกดดันใดๆ จะมายับยั้ง ธง ทีตั้งมาไว้แล้วได้ และการแยกฟ้องบางส่วนจะทำให้ธงนั้นดูอ่อนไป ถึงอย่างนั้นการส่งศาลเพียง ๑๓๘ คนก็ยังพอเป็นได้

จากการประเมิน ของ วีระ ธีรภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโส และ กมธ.งบประมาณว่า กกต.จะกันเอาผู้ต้องหาที่เป็น สส. รัฐมนตรี และผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย ออกไป ๙๑ คน สั่งฟ้องเฉพาะ สว.สีน้ำเงิน ๑๓๘ คน แต่เมื่อศาลฯ รับไปแล้ว

“จะไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยเอาแนวของคดี ๔๔ สส.พรรคก้าวไกลเป็นเกณฑ์” เนื่องจากถ้าสั่งให้หยุด ๑๓๘ คนแล้ว “วุฒิสภาจะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้” ซึ่งข้อนี้ สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย แย้งว่า มาตรา ๖๒ ของ พรป.การได้มาซึ่ง สว.ระบุไว้อีกอย่าง

“วรรคสองบัญญัติไว้ชัดว่า หากศาลฎีการับไว้พิจารณา หากคนนั้นเป็น สว. ก็ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทําความผิด” หมายความว่าถ้าศาลรับฟ้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ ส่วนจะทำให้วุฒิสภาชะงักหรือไม่

สว.บัสชี้ว่าข้อบังคับที่ ๒๐ ของระเบียบองค์ประชุม สว. “ให้นับเอาเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ดังนั้นหากหยุดปฏิบัติหน้าที่ไป ๑๓๘ คน เหลือ ๖๒ คน องค์ประชุมก็คือต้องเกิน ๓๒ คน ก็เปิดประชุมได้แล้ว”

ยังมีประเด็นต่อไปชวนให้คำนึงว่าถ้าสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปร้อยกว่า เหลือ สว.จำนวนน้อยไป ก็ให้เอา พรป.การได้มาฯ มาตรา ๔๕ มาใช้ คือเลื่อน สว.สำรองขึ้นมาแทน ถ้า “เลื่อนหมดแล้ว ยังมีสมาชิกเหลือไม่ถึง ๑๐๑ คน และอายุสภายังเหลือเกิน ๑ ปี”

ก็ให้จัดเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ขาดไปนั้นนั้นภายใน ๖๐ วัน ฉะนั้น การตัดตอนให้พวก สว.รับกรรมแทนรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นไปได้ ส่วนการไม่สั่งฟ้องทั้ง ๒๒๙ คน มีหนทางต่อกรกับ กกต.พอได้อยู่ คือให้ สว.สำรอง (ผู้เสียหาย) ยื่นฟ้องตรง

วิธีนี้มีตัวอย่าง “ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่ง 'รับฟ้อง' คดีที่นายอัครวัฒน์ พงษ์ธนาฤทธกุล สว.สำรอง ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กรณีไปรับรองผู้สมัคร สว. ๒ คน”

โดยนัยยะแห่งคดีดังกล่าว นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความสิทธิมนุษยชนให้ความเห็นว่า ถ้า กกต.ปิดจบคดีฮั้ว สว.โดยไม่สั่งฟ้องทั้งหมด ประชาชนสามารถ ยิงตรง ไปยังศาลฎีกา ยื่นฟ้องมาตรา ๑๕๗ ได้เลย

(https://www.facebook.com/news31days/posts/24BXT37mmhTH และ https://www.facebook.com/bus.tewarit/posts/36faA3yjEw)