วันอาทิตย์, สิงหาคม 16, 2569

‘ไอ๊ซ์’ ตอกหน้าปลัดกระทรวงดีอีปังใหญ่ เอกสารที่อ้างว่าส่งให้กรรมาธิการตามขอ ๙ ฉบับนั้น “ดูถูกสติปัญญาประชาชน” ยิ่งนัก มือเทคชี้ เอไอที่จะเอามาใช้โครงการเรือธง เพียงรุ่นทดลอง

เปิดตัวมือเทคที่ ไอ๊ซ์ ใช้ข้อมูลตามจี้ตรวจสอบโครงการ TH-Ai Passport ของ ลูกเทพรัฐมนตรีว่าการ ดีอี จนดิ้นแด่วๆ เป็นปลาไหล ไม่ยอมไปให้การกับ กมธ. เขาว่าทั้งที่ ไชยชนก ให้มานิดเดียว เท่าที่พอหาได้ก็เพียงพอชี้ให้เห็นข้อน่าสงสัยเต็มไปหมด

รักชนก ศรีนอก ตอกหน้าปลัดกระทรวงดีอีปังใหญ่ เอกสารที่อ้างว่าส่งให้กรรมาธิการตามขอ ๙ ฉบับนั้น “ดูถูกสติปัญญาประชาชน” ยิ่งนัก “ข้อ ๒ ๓ ๔ และ ๕ ไม่ได้ขอ เพราะทุกคนใน กมธ.รู้อยู่แล้วว่าหาอ่านได้ในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง

ส่วนข้อ ๖ ๗ ๘ และ ๙ ส่งมาล่าช้าไป ๑-๒ เดือน มิหนาซ้ำ บางอันมีแถบดำปิดข้อมูลสำคัญไว้ด้วย สำคัญสุด มีเอกสารสองชิ้นที่ทั่นปลัดฯ ไม่ได้ส่งให้ “คือ เอกสารประกอบการนำเสนอเพื่อยื่นประมูลโครงการ ทั้ง ๓ เจ้า และรายงานผลการพิจารณา”

กมธ.ศึกษาการจัดทำงบประมาณฯ ส่งหนังสือขอไปยังกระทรวงดิจิทัลฯ ๓ ครั้ง บางครั้งบางรายการเป็นการทวงซ้ำ รวม ๒๐ รายการ ได้รับการตอบกลับเพียง ๔ รายการ นอกนั้น “ยังไม่ได้” ส่วนที่ได้มาบางอันล่าช้า ๒ เดือน แถมมีแถบดำคาดปิดบางส่วน

ส่วนที่ยังไม่ได้สองรายการ อ้างว่าติดอยู่ที่อัยการบ้าง และให้มาเพียงส่วนของ ครม. แต่ไม่มีของระดับกระทรวง แล้วบางเรื่องชวนให้ประธาน ไอ๊ซ์ ตั้งข้อสังเกตุ “เพจจักวาลด้อมส้ม ลงเอกสาร press ก่อนทุกสำนักข่าว

และเมื่อเช็คแล้วดูเหมือนจะได้ข้อมูลก่อนข่าวช่องหลักซะอีก แถมลงข้อมูลเรื่องเอสการก่อน เพจหลัก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้ง ๒ ชม อยากทราบว่าตอนนี้ท่านรัฐมนตรีและปลัดมีนโยบายใช้เพจ io เป็นโฆษกประจำกระทรวงแล้วหรือ”

ด้าน Max ธีระชาติ ก่อตระกูล คนที่ไอ๊ซ์ใช้อ้างอิง โพสต์ถึงเอกสาร “TOR ข้อ 2.2 ที่ระบุไว้ว่า เพื่อส่งเสริมให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย”

เขาว่า “ทำไม่ได้จริงโดยธรรมชาติของการประมวลผล” เนื่องจาก “ทุกโมเดลที่เคยกล่าวถึง ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีการประมวลผลข้อมูลในไทยแต่อย่างใด” คนเขียน TOR ถ้าไม่มุสา ก็ต้องมโนแน่ๆ เขาว่าที่ดีอีอ้างมีผู้ยื่นประมูล ๑๔ เจ้า และต่อมาเพิ่มเป้น ๓๐ เจ้านั้น

จริงๆ มีเพียง ๒ เจ้า ๓ รายการ คือ กูเกิ้ล ๒ รายการ และ ไมโครซ้อฟ ๑ รายการ เขาอ่านร่างสัญญาแล้ว “ไม่มีข้อต่อต้านสินบน ไม่มีข้อห้ามผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีข้อจริยธรรมทางธุรกิจ และไม่มีข้อให้รัฐเข้าตรวจสอบบริษัทได้เลย”

อีกสองเรื่องที่ดูเหมือนจะผิดผีผิดไข้ เรื่องแรก “กลุ่มเป้าหมายเราคือเยาวชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป แต่หลายบริษัท AI ไม่อนุญาตให้คนอายุต่ำกว่า ๑๘ ใช้งานเพื่อป้องกันความเสี่ยง” อีกเรื่องก็คือ “รุ่นเรือธงที่จะเอามาให้คนทั้งประเทศใช้ ยังเป็นรุ่นทดลอง” นะครับ

(https://www.facebook.com/maxteerachart/posts/2B32znMyn และ https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/2Q4suB2V) 

นี่มันฉากในซีรีส์ทนายปีศาจในชีวิตจริงชัดๆ! ⚖️ ราชายาเสพติดระดับตำนานที่เคยถูกศาลตัดสิน “จำคุกตลอดชีวิต” แต่ติดจริงแค่ 7-8 ปี ก็ได้กลับออกมาเดินดินเฉย CSI LA ฝากถาม พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกสร หน่อย... กระบวนการยุติธรรมแบบนี้ มันตอบคำถามสังคมยังไง?

https://www.facebook.com/CSILA90210/posts/1576122783896996

CSI LA 
17 hours ago
·
นี่มันฉากในซีรีส์ทนายปีศาจในชีวิตจริงชัดๆ!
ราชายาเสพติดระดับตำนานที่เคยถูกศาลตัดสิน “จำคุกตลอดชีวิต” แต่ติดจริงแค่ 7-8 ปี ก็ได้กลับออกมาเดินดินเฉย
ฝากถาม พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกสร หน่อยครับ ในมุมมองของมือปราบระดับตำนาน... กระบวนการยุติธรรมแบบนี้ มันตอบคำถามสังคมยังไง? ช่องโหว่ตรงไหนที่ทำให้คนระดับนี้หลุดออกมาได้ไวขนาดนี้?
.....


ท่านเรวัช ซัดเดือด ปล่อยตัว "เล่าต๋า" ลั่น..ไม่กลัวเลยสักนิด ! พร้อมฝากถึงเพจ CSILA

M Kazidech

Aug 15, 2026

ขอบคุณที่ติดตามรับชม โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม และรับฟังข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพ ทางช่องไม่สนับสนุนคอมเม้นต์ หรือการแสดงความคิดเห็นที่ผิดกฎหมายทุกกรณี

https://www.youtube.com/watch?v=R-ieEK28Obc
.....

เปิดไทม์ไลน์อภัยโทษ 6 ครั้ง “เล่าต๋า แสนลี่” ราชายาเสพติด สู่อิสรภาพในวัย 85 ปี


Dailynews - เดลินิวส์ออนไลน์
13 hours ago
·
เปิดไทม์ไลน์อภัยโทษ 6 ครั้ง “เล่าต๋า แสนลี่” ราชายาเสพติด สู่อิสรภาพในวัย 85 ปี
.
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. จากกรณีที่นายเล่าต๋า แสนลี่ ซึ่งถือเป็นนักโทษเด็ดขาดชายที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มบิ๊กเนม (BIG NAME) อายุ 85 ปี ต้องโทษความผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันฯ โดยศาลอาญาพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต และให้กักขังไม่เกิน 2 ปี แทนค่าปรับ 2,500,000 บาท ตามคดีหมายเลขดำที่ อย 5907/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อย 4584/2560 นับตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559
.
อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยนายเล่าต๋า เป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกิน 70 ปี มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง และรับโทษจำคุกมาแล้ว 10 ปี จึงมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
.
สำหรับรายละเอียดการได้รับพระราชทานอภัยโทษของนายเล่าต๋า แสนลี่ มีดังนี้..
.
ครั้งที่ 1 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2563/1 ชั้นกลาง กำหนดโทษตลอดชีวิต ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เฉพาะปล่อยตัวกักขัง ตาม ม.5 (1)
.
ครั้งที่ 2 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2563/2 ชั้นกลาง กำหนดโทษตลอดชีวิต ได้ลดโทษ 1 ใน 9 ตาม ม.10(1) ลดลงเหลือกำหนดโทษ 44 ปี 5 เดือน 10 วัน และได้ลดโทษลงอีก 1 ใน 5 ตาม ม.11 เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี ลดลงเหลือกำหนดโทษ 35 ปี 6 เดือน 20 วัน
.
ครั้งที่ 3 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2564/1 ชั้นกลาง กำหนดโทษเหลือ 35 ปี 6 เดือน 20 วัน ได้ลดโทษ 1 ใน 9 ตาม ม.10(2) ลงเหลือกำหนดโทษ 31 ปี 7 เดือน 8 วัน และได้ลดโทษลงอีก 1 ใน 5 ตาม ม.11 เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี ลดลงเหลือกำหนดโทษ 25 ปี 3 เดือน 13 วัน
.
ครั้งที่ 4 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2564/2 ชั้นดี กำหนดโทษเหลือ 25 ปี 3 เดือน 13 วัน ได้ลดโทษ 1 ใน 8 ตาม ม.11(2) ลงเหลือกำหนดโทษ 22 ปี 1 เดือน 16 วัน และได้ลดโทษลงอีก 1 ใน 5 ตาม ม.12 เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี ลดลงเหลือกำหนดโทษ 17 ปี 8 เดือน 13 วัน
.
ครั้งที่ 5 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2568 ชั้นเยี่ยม กำหนดโทษเหลือ 17 ปี 8 เดือน 13 วัน ได้ลดโทษ 1 ใน 7 ตาม ม.12(2) ลงเหลือกำหนดโทษ 15 ปี 2 เดือน 3 วัน และได้ลดโทษลงอีก 1 ใน 5 ตาม ม.14 เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี ลดลงเหลือกำหนดโทษ 12 ปี 1 เดือน 21 วัน
.
ครั้งที่ 6 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ชั้นเยี่ยม กำหนดโทษเหลือ 12 ปี 1 เดือน 21 วัน ได้ลดโทษ 1 ใน 7 ตาม ม.12(2) ลงเหลือกำหนดโทษ 10 ปี 4 เดือน 27 วัน และได้ลดโทษลงอีก 1 ใน 5 ตาม ม.14 เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี ลดลงเหลือกำหนดโทษ 8 ปี 3 เดือน 28 วัน ทำให้นายเล่าต๋า จึงเหลือระยะเวลาต้องโทษเข้าเกณฑ์ได้รับอภัยโทษให้ปล่อยตัวไป.

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1559871569500297&set=a.621438123343651
.....

“เล่าต๋า แสนลี่” อดีตราชายาเสพติดชื่อดังแห่งสามเหลี่ยมทองคำและพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ได้รับการปล่อยตัวสู่อิสรภาพอีกครั้งเมื่อช่วงกลางปี 2567 (พ.ศ. 2024) ในวัยราว 85 ปี หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษเนื่องจากเป็นผู้บริสุทธิ์/เข้าเกณฑ์ผู้สูงอายุและเกณฑ์คุณสมบัติของกรมราชทัณฑ์

เรื่องราวของเล่าต๋าถือเป็นหนึ่งในตำนานของวงการค้ายาเสพติดเมืองไทยที่สะท้อนประวัติศาสตร์การปราบปรามยาเสพติดและอิทธิพลในพื้นที่ชายแดนได้อย่างชัดเจน

1. จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่อิทธิพล

อดีตทหารจีนกองพล 93: เล่าต๋าเป็นชาวไทยภูเขาเชื้อสายจีน ยุคแรกเริ่มมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังอดีตทหารจีนชาติก๊กมินตั๋ง (กองพล 93) ที่ถอยร่นเข้ามาอยู่ในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

สร้างอาณาจักรบ้านห้วยส้าน: เขาตั้งรกรากและสร้างอิทธิพลอย่างกว้างขวางในพื้นที่ อ.แม่อาย โดยครอบคลุมธุรกิจหลากหลายทั้งในและนอกระบบ จนกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับท้องถิ่นที่มีเครือข่ายแน่นหนา

2. สายสัมพันธ์กับ “ขุนส่า” และหมายจับระดับโลก

ชื่อเสียงในวงการระดับโลก: ชื่อของเล่าต๋าถูกเชื่อมโยงว่าเป็นมือขวาหรือผู้ประสานงานคนสำคัญของ “ขุนส่า” (Khun Sa) ราชายาเสพติดระดับโลกแห่งสามเหลี่ยมทองคำ

เป้าหมายของ DEA: ทางการสหรัฐฯ (องค์กรปราบปรามยาเสพติด หรือ DEA) และตำรวจไทย จัดให้เขาเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญระดับ "ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่" ที่ต้องการตัวมากที่สุดในยุคนั้น

3. การจับกุม คดีความ และการต่อสู้ทางกฎหมาย

เส้นทางคดีความของเล่าต๋ามีความสลับซับซ้อนและยาวนานหลายทศวรรษ:

คดีแรกปี 2546 (หลุดคดี): ถูกจับกุมพร้อมครอบครัวในข้อหาร่วมกันค้ายาเสพติด แต่หลังจากต่อสู้คดีในชั้นศาลยาวนาน ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา ยกฟ้อง ในปี 2551 เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ทำให้เขารอดพ้นคุกและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

คดีใหญ่ปี 2559 (ล่อซื้อและคำพิพากษา): เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนวางแผนล่อซื้อไอซ์น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม มูลค่าหลายสิบล้านบาท ณ ปั๊มน้ำมันของครอบครัวแสนลี่ ใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นำไปสู่การจับกุมยกทีม ทั้งเล่าต๋า ภรรยา และลูกชาย

โทษจำคุกตลอดชีวิต: ในคดีปี 2559 เล่าต๋าให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ศาลจึงลดโทษจากประหารชีวิตเหลือ จำคุกตลอดชีวิต และถูกส่งตัวเข้ารับโทษในเรือนจำความมั่นคงสูง (เรือนจำกลางบางขวาง)

4. หวนสู่อิสรภาพในวัยชรา (2567)

การได้รับการปล่อยตัว: หลังจากรับโทษอยู่นานหลายปี ด้วยวัยที่ล่วงเลยเข้าสู่ 85 ปี ประกอบกับสุขภาพและตามเกณฑ์พระราชทานอภัยโทษตามระเบียบกรมราชทัณฑ์สำหรับผู้ป่วย/ผู้สูงอายุ เล่าต๋าได้รับการได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ปิดฉากตำนาน: ปัจจุบันเขากลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างเงียบสงบกับครอบครัวในพื้นที่ชายแดน ละทิ้งบทบาท "ราชายาเสพติด" เหลือไว้เพียงชื่อในตำนานประวัติศาสตร์การปราบปรามยาเสพติดของไทย



“เราจะตามไปให้กำลังใจ ไม่ว่าอยู่ไหน”: ครบ 2 ปีคุมขัง “ทิวากร” กับภารกิจยืนหยุดขัง-ทวงคืนสิทธิประกันตัวและสิทธิเข้าเยี่ยม (ความผิดของทิวากร วิถีตนใหญ่ คงใหญ่หลวงมาก ติดคุกมา 2 ปี เท่ากับ 1ใน 4 ของเล่าต๋า ราชายาเสพติดแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ออกเมื่อไหร่)


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
11 hours ago
·
“เราจะตามไปให้กำลังใจ ไม่ว่าอยู่ไหน”: ครบ 2 ปีคุมขัง “ทิวากร” กับภารกิจยืนหยุดขัง-ทวงคืนสิทธิประกันตัวและสิทธิเข้าเยี่ยม
.
.
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 เนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีที่ ทิวากร วิถีตน ถูกคุมขังจากคดีมาตรา 112 มีประชาชนจำนวนหนึ่งจากหลายจังหวัดทั่วประเทศเดินทางมารวมตัวกันที่หน้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น เพื่อบอกกับผู้ต้องขังทางการเมืองว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน พวกเขาจะตามไปให้กำลังใจเสมอ แม้ปัจจุบันคดีของทิวากรจะสิ้นสุดลงแล้ว หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ลงโทษจำคุกรวม 6 ปี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
.
การรวมตัวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อกิจกรรม “ยืนหยุดขัง ยืนคืนสิทธิการประกันตัว และยืนเพื่อคืนสิทธิการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง” เป็นเวลา 112 นาที ตั้งแต่เวลา 11.00-12.52 น. เพื่อส่งเสียงเรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้ผู้ต้องขังทางการเมืองทั่วประเทศ และสิทธิการเข้าเยี่ยมทิวากร พร้อมยื่นขอความอนุเคราะห์ให้สามารถเข้าเยี่ยมทิวากรได้เป็นกรณีพิเศษ ทิวากรดีใจและรู้สึกได้รับกำลังใจอย่างมาก และฝากขอบคุณทุกคนที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้ และยืนยันว่าตัวเขาเองก็จะยืนหยัดต่อสู้จากข้างในเช่นกัน
.
ทั้งนี้ ปัจจุบันทิวากรถูกคุมขังในเรือนจำกลางขอนแก่น ซึ่งไม่สามารถรับการเยี่ยมจากบุคคลอื่นที่นอกเหนือจากรายชื่อญาติได้เลย เนื่องจากเรือนจำมีข้อจำกัดที่อนุญาตให้เฉพาะญาตินามสกุลเดียวกันเยี่ยมเท่านั้น ขณะที่พ่อและแม่ของเขาเองก็มีอายุมากแล้ว การเดินทางมาเยี่ยมจึงเป็นไปได้ยาก กลุ่มผู้จัดกิจกรรมเห็นว่าผู้ต้องขังควรมีสิทธิได้รับการเยี่ยมจากบุคคลที่ไว้วางใจได้อย่างน้อย 10 รายชื่อ ตามมาตรฐานการเยี่ยมทั่วไปที่ควรจะเป็น
.

“ไม่ใช่ญาติ แต่ไม่เคยทิ้งกัน”
.
จันทนา วรากรสกุลกิจ หรือ “ซี” อดีตผู้ต้องขังทางการเมืองยุค คสช. เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยให้เพื่อนคนหนึ่งที่มีรายชื่อไปติดต่อขอเข้าเยี่ยมทิวากรแทน แต่กลับไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เนื่องจากไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกัน เธอจึงตัดสินใจติดต่อขอพบผู้บริหารเรือนจำด้วยตนเอง และชี้แจงเหตุผลว่าครอบครัวของทิวากร โดยเฉพาะมารดาที่มีอายุมากแล้ว ไม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมได้บ่อยครั้ง จึงขอเป็นตัวแทนเข้าเยี่ยมแทน แม้จะไม่ใช่ญาติแต่ก็เปรียบเสมือนญาติ สุดท้ายเจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้
.
ซีเล่าว่าเธอได้ใช้เวลาพูดคุยกับทิวากรพอสมควร และบอกกับเขาว่าคนข้างนอกยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อทิวากรอยู่ ขอให้คนข้างในอดทนเช่นกัน ทิวากรถึงกับดีใจจนร้องไห้ และบอกว่าไม่เคยคิดว่าจะมีใครทำสิ่งนี้ให้ ทำให้เขารู้สึกได้รับกำลังใจอย่างมาก พร้อมฝากขอบคุณทุกคนที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้ และยืนยันว่าตัวเขาเองก็จะยืนหยัดต่อสู้จากข้างในเช่นกัน
.
ซีเล่าย้อนถึงประสบการณ์ของตัวเองว่า เคยถูกคุมขังอยู่หลังกำแพงสูงนานถึง 7 ปี 3 เดือน 10 วัน (คดีอาวุธฯ ช่วงรัฐประหารปี 2557) ระหว่างนั้นก็รับรู้ว่าเพื่อน ๆ ข้างนอกจัดกิจกรรมยืนหยุดขังให้กำลังใจเช่นกัน ซึ่งเป็นแรงใจสำคัญที่ทำให้เธอรู้สึกว่าต้องสานต่อสิ่งนี้ให้กับคนที่ยังอยู่ข้างหลังกำแพง
.
เธอย้ำว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ฆ่าใครตาย ไม่ได้ฉ้อโกง หรือค้ายา แต่ถูกดำเนินคดีเพียงเพราะการพูด ทั้งที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่ควรมีเสรีภาพในการแสดงออก แต่กลับถูกมาตรา 112 ปิดปาก เธอสัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าจะมีผู้ถูกคุมขังจากคดีการเมืองอยู่ที่ใด เธอจะติดตามไปให้กำลังใจ และเมื่อรู้ว่าทิวากรอยู่ที่ขอนแก่น เธอก็ตามมาถึงที่นี่
.
เธอยังเล่าถึงช่วงที่ตัวเองออกจากเรือนจำใหม่ ๆ เมื่อช่วงปี 2564 มีคนบอกเล่าว่าทิวากรออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจเพียงลำพัง ด้วยการพูดตรงไปตรงมาว่าตนเองหมดศรัทธา โดยไม่ได้กล่าวอาฆาตมาดร้ายหรือใช้คำหยาบคายใด ๆ เพียงต้องการสื่อสารไปถึงผู้มีอำนาจว่าเหตุใดจึงเกิดความเสื่อมศรัทธาขึ้น เพื่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ซีบอกว่าเธอศรัทธาในตัวทิวากร และมองว่าตัวเองเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่เป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ เธอเห็นว่าคนในสังคมจำนวนมากยังเข้าใจผิดว่าผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 เป็นคนเลวร้ายที่ต้องการล้มสถาบันฯ ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
.
สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือการให้กำลังใจผู้ต้องขังทางการเมือง และหากย้อนไปดูร่างนิรโทษกรรมประชาชนที่ไม่รวมมาตรา 112 เธอมองว่าเป็นการสะท้อนความสองมาตรฐาน และตั้งคำถามว่าสังคมจะสันติสุขได้อย่างไรในเมื่อยังมีความเหลื่อมล้ำเช่นนี้ พร้อมตั้งคำถามกลับไปว่าคนเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศจริง หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของผู้มีอำนาจกันแน่
.
เธอกล่าวว่าไม่อาจหยุดต่อสู้ได้ เพราะยังเป็นห่วงผู้ต้องขังทุกคนไม่ว่าจะได้รับโทษมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับโทษสูงอย่าง บัสบาส หรือ อานนท์ นำภา รวมถึงกลุ่มผู้ถูกคุมขังในคดีมาตรา 110 โดยเฉพาะ เอกชัย หงส์กังวาน ที่ได้รับโทษสูงถึง 21 ปี 4 เดือน และยังต้องรักษาอาการป่วยฝีในตับ ซึ่งเธอเห็นว่าสิทธิการประกันตัวที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญควรได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง ไม่ควรปล่อยให้เป็นดุลพินิจของบุคคลใดบุคคลหนึ่งจนเกินขอบเขต
.
เธอย้ำถึงการเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวและปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองทุกราย พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นว่าจะยืนหยัดต่อสู้จนกว่าจะหมดลมหายใจ และอยากให้ผู้ต้องขังทางการเมืองทั้ง 61รายทั่วประเทศรับรู้ว่าคนตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเธอจะไม่มีวันลืมพวกเขา เธอไม่ได้ต้องการให้นักโทษการเมืองมีอภิสิทธิ์เหนือใคร เพียงแต่ต้องการให้กฎระเบียบที่ใช้กับผู้ต้องขังคดีอื่นถูกนำมาใช้กับคดีการเมืองอย่างเท่าเทียมกันเท่านั้น
.

“แค่หมดศรัทธา ไม่ควรต้องติดคุก”
.
เกียรติ ลำปาง ตัวแทนประชาชนจากภาคเหนือ กล่าวว่าการที่ทิวากรถูกจำคุกถึง 6 ปีเพียงเพราะแสดงออกว่าหมดศรัทธาในบุคคลหรือสถาบันหนึ่งนั้นไม่เป็นธรรม วันนี้เขามีโอกาสเข้าเยี่ยมทิวากรและเห็นว่าทิวากรร้องไห้ด้วยความดีใจ จึงบอกกับเขาว่าคนจากลำปาง เชียงใหม่ และภาคเหนือมองเขาเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง ในฐานะผู้ไม่สยบยอมต่อกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรม
.
นอกจากทิวากรแล้ว สิ่งที่เกียรติเป็นห่วงที่สุดเกี่ยวกับผู้ต้องขังทางการเมือง คือการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังที่มีโรคประจำตัว ส่วนผู้มีอำนาจเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่พร้อมต่อสู้ต่อไปด้วยตนเอง และฝากบอกทิวากรว่าวันที่ออกมา ทุกคนจะรอต้อนรับอย่างสมเกียรติ
.
ด้าน “เพ็ญ” (นามสมมติ) ประชาชนที่เดินทางมาจาก จ.นครปฐม เห็นในทิศทางเดียวกันว่าการแสดงความคิดเห็นไม่ควรนำไปสู่การถูกดำเนินคดี เพียงเพราะหมดศรัทธาก็ไม่ควรถูกปิดปาก คนเราต้องมีเสรีภาพในการแสดงออก แม้เป็นเรื่องที่ไม่ดีก็ควรพูดได้เพื่อให้เกิดการแก้ไข ไม่ใช่นำมาตรา 112 มาใช้กับทุกเรื่อง เธอมาให้กำลังใจทิวากรพร้อมย้ำว่ายังไม่ลืมเพื่อนที่ถูกคุมขัง และแสดงความห่วงใยไปถึงผู้ต้องขังโทษสูงรายอื่น เช่น “ไผ่” จตุภัทร์ และ “ครูใหญ่” อรรถพล ซึ่งเธอเห็นว่าสมควรได้รับสิทธิประกันตัวเช่นกัน ทั้งเกียรติและเพ็ญต่างเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองและเปิดพื้นที่ให้สังคมได้พูดคุยรับฟังความเห็นต่างกันมากขึ้น
.

“สิทธิเข้าเยี่ยม ไม่ใช่ของขวัญ กฎต้องเท่ากันทุกคน”
.
“มะฟาง” ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ ประชาชนใน จ.ขอนแก่น หนึ่งในผู้มีรายชื่อเข้าเยี่ยมทิวากร แต่ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้เลยนับตั้งแต่ทิวากรถูกย้ายมายังเรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่าเธอมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้ยุติการคุมขังนักโทษทางการเมืองตามอำเภอใจ พร้อมยืนยันหลักการว่าสิทธิการประกันตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยซึ่งคดียังไม่สิ้นสุดพึงได้รับ เพราะต้องได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และควรได้รับสิทธินี้อย่างเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 29 ดังนั้น การที่ศาลมีคำสั่งไม่ปล่อยตัวชั่วคราวจึงถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชน
.
นอกจากนี้ เธอยังมาเพื่อเรียกร้องให้คืนสิทธิการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง เนื่องจากปัจจุบันผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวนมากถูกจำกัดสิทธิในการเยี่ยม โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำอ้างว่าอนุญาตให้เยี่ยมได้เฉพาะครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ลูก เท่านั้น โดยกีดกันไม่ให้เพื่อน คนรักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือบุคคลที่ผู้ต้องขังไว้วางใจสามารถเข้าเยี่ยมได้
.
กรณีของทิวากร วิถีตน ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 จากเหตุใส่เสื้อ “หมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์” ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะพ่อแม่ของทิวากรมีอายุมากแล้ว การเดินทางเข้ามาเยี่ยมลูกถึงในเมืองจึงเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง ส่งผลให้ทิวากรขาดการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกเป็นเวลานาน พ่อแม่เองก็แทบไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของลูก ขณะที่ทิวากรก็ไม่ได้รับรู้ข่าวของครอบครัวเช่นกัน มะฟางระบุว่าสถานการณ์เช่นนี้นอกจากจะเป็นการกีดกันสิทธิการเยี่ยมโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของทั้งตัวผู้ต้องขังและครอบครัวอีกด้วย
.
เธอยังกล่าวเสริมว่า แม้คดีของทิวากรจะสิ้นสุดแล้วและเขากำลังรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐหรือเจ้าหน้าที่เรือนจำจะสามารถจำกัดสิทธิอื่น ๆ ได้ตามอำเภอใจ การจำกัดสิทธิต้องเป็นไปตามกฎหมายและต้องได้สัดส่วนเท่านั้น และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ “สิทธิการเข้าเยี่ยมไม่ใช่ของขวัญที่จะมอบให้ใครเป็นรางวัล แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน” มะฟางกล่าว
.
สิ่งที่ทิวากรและนักโทษทางการเมืองอีกหลายคนกำลังเผชิญอยู่ ทั้งการถูกกีดกันการเข้าเยี่ยมนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ในมาตรา 2 (1) และมาตรา 26 ซึ่งระบุว่า บุคคลต้องไม่ถูกเลือกปฏิบัติและต้องได้รับความเสมอภาคทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน โดยประเทศไทยเป็นภาคีในกติการะหว่างประเทศฉบับนี้ ดังนั้น รัฐไทยจึงมีพันธกรณีที่จะต้องออกแบบกระบวนการทางกฎหมายและทางสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยเคารพและส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชนที่ตนเองรับรองไว้
.
.
อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/85579

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1466833068620492&set=a.656922399611567




จดหมาย อานนท์ นำภา 10 สิงหาคม 2569 "สารภาพตามตรงว่ามีบางครั้งแอบใจหาย เกรงเหลือเกินว่าพอเวลาล่วงเลย ทุกคนจะลืมพวกเรา โลกภายนอกมีเหตุการณ์หลายๆอย่างผ่านเข้ามา ความสนใจของผู้คนย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทว่าจากสัปดาห์ที่แล้วที่ได้เห็นเพื่อนๆให้ความช่วยเหลือ มันเหมือนมวลดอกไม้ที่บานสะพรั่งอีกครั้ง ทุกคนไม่ได้หายไปไหน ทุกคนรอ…."



จดหมายจากคุก
เช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2569
 
ท้องฟ้าดูอึมครึมเหมือนฝนจะตก พวกเราถูกปล่อยออกมาจากห้องขังราวๆ 06.15 น. อาบน้ำเสร็จก็ราวๆ 06.30 น. เปิดล็อกเกอร์เอากระดาษปากกามาที่โต๊ะเตรียมจะเขียนจดหมาย “เจ้าหมวย” กับลูกๆ รวม 7 ตัว มานั่งคอยที่โต๊ะแล้ว ผมวางกระดาษกับปากกาเตรียมจะเขียนจดหมาย เจ้าหมวยก็มานั่งทับกระดาษ สบตาแป๋วคล้ายจะบอกว่า “สนใจหนูหน่อยๆ” เอาเถอะ กระนั้นก็อดสงสารมันไม่ได้เลย จำต้องเปิดทูน่าให้มัน 1 กระป๋อง มันจึงยอมให้เขียน…
.
ก้อง อุกฤษณ์ ม.112 กับเพื่อนนักโทษอีก 3 คน ถูกย้ายกลับมาจากเรือนจำบางขวางแล้ว ระหว่างนี้ต้องกักตัวที่แดน 2 เพื่อรอจำแนกย้ายไปแดนอื่นๆ หวังว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันที่แดน 4 กระนั้นช่วงที่รอพวกเราก็ต้องซื้อของใช้ แบ่งของกินส่งไปให้ก้องและเพื่อนๆระหว่างรอเอาชื่อเข้าระบบ เก็ททำหน้าที่จัดแจงข้าวของแล้วส่งไป ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี
.
ไผ่ ดาวดิน ผ่าตัดตาปลาเสร็จแล้ว ดูเหมือนแผลจะหายดี สามารถออกกำลังกายได้แล้ว น้ำหนักไผ่น่าจะกำลังทะยานขึ้นไปแตะ 90 แล้ว คงเป็นผลจากการไม่ได้ออกกำลังกาย ส่วนบูมและแอมป์ก็เช่นเดิม ยังอ้วนท้วนสมบูรณ์จากข้าวปลาอาหารที่กองทุนส่งเข้ามา “กินให้อิ่ม นอนให้หลับ ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ รออิสรภาพ” คติที่พวกเราใช้ชีวิตในนี้ ชีวิตที่วนลูปเป็นเข็มนาฬิกา
.
สารภาพตามตรงว่ามีบางครั้งแอบใจหาย เกรงเหลือเกินว่าพอเวลาล่วงเลย ทุกคนจะลืมพวกเรา โลกภายนอกมีเหตุการณ์หลายๆอย่างผ่านเข้ามา ข่าวสารที่เปลี่ยนไปทุกๆวัน ความสนใจของผู้คนย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทว่าจากสัปดาห์ที่แล้วที่ได้เห็นเพื่อนๆให้ความช่วยเหลือ มันเหมือนมวลดอกไม้ที่บานสะพรั่งอีกครั้ง ทุกคนไม่ได้หายไปไหน ทุกคนรอ…
.
อานนท์ นำภา



สฤณี อาชวานันทกุล โพสต์ ตั้งคำถามและนำเสนอ หากพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวอะไรเลยกับมหกรรม #โกงสว อย่างที่ตัวเองท่องมาตลอด ก็สามารถแสดงออกซึ่งความโปร่งใสได้ด้วยวิธีการเหล่านี้


Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล 
21 hours ago
·
เอาจริงๆ ถ้าพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวอะไรเลยกับมหกรรม #โกงสว อย่างที่ตัวเองท่องมาตลอด ก็สามารถแสดงออกซึ่งความโปร่งใสได้อย่างง่ายดายด้วยการ
 
1) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ คณะกรรมการ กกต. มีมติฟ้อง ด้วยสำนวนของคณะที่ 26 ฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 229 คนต่อศาล และประกาศว่าพรรคพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาล

2) ออกแถลงการณ์สนับสนุนการดำเนินคดีกับ “ญาณี สีฟ้า” นักการเมืองท้องถิ่นสีน้ำเงินที่โอนเงิน 860,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ กกต. และประกาศว่าพรรคพร้อมให้ความร่วมมือทุกขั้นตอน และ
 
3) กำชับให้นักการเมืองสีน้ำเงินถอนแจ้งความประชาชนและทนายทุกคนที่ออกมาตรวจสอบหรือวิจารณ์กรณี #โกงสว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะการวิจารณ์คือสิทธิเสรีภาพการแสดงออก และถ้าพรรคไม่เกี่ยว กระบวนการยุติธรรมใน 1) ก็จะให้นักการเมืองของพรรคพ้นผิดเอง

ฝากทุกคนที่ไปเลือกพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไปบอก ส.ส. และแกนนำพรรคหน่อยค่ะ คือถ้าเราถูกกล่าวหา แต่ไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหาเนี่ย การแสดงความบริสุทธิ์ใจ ความโปร่งใส นี่มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีกนะ

https://www.facebook.com/SarineeA/posts/1622469905915357




อินเตอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่โดนรัฐบาลปัดตกไป เพราะติดเงื่อนไขห้ามบริษัทต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% เอาจริงๆ แอดว่าโคตรน่าเสียดายเลยนะ (ความน่าเสียดายไม่ได้อยู่แค่การเสีย Starlink ไปเท่านั้น แต่คือ "มาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียม" ที่โครงการใหญ่ที่มาแบบเปิดเผย ต้องกลับติดล็อกกฎหมาย ในขณะที่ทุนเงียบๆ ที่เข้ามาเจาะไข่แดงกลับใช้ช่องโหว่เอาตัวรอดได้อย่างสบาย)


รู้งี้
Yesterday
·
อินเตอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่โดนรัฐบาลปัดตกไป เพราะติดเงื่อนไขห้ามบริษัทต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% เอาจริงๆ แอดว่าโคตรน่าเสียดายเลยนะ

คือข้อดีของเน็ตดาวเทียมวงโคจรต่ำมันตอบโจทย์ประเทศเรามาก มันแก้ปัญหาจุดบอดสัญญาณได้เด็ดขาดเลย เวลาเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ อย่างน้ำท่วม เสาสัญญาณล่ม แผ่นดินไหว หรือ พวกบนดอย กลางเกาะ กลางป่า ที่ที่ลากสายไฟเบอร์ไปไม่ถึง เน็ตพวกนี้คือสแตนด์บายใช้งานได้เลย สปีดก็แรง ปิงก็ต่ำ เอาไปติดให้โรงเรียนบนดอย หรือสถานีอนามัยไกลๆ ได้ประโยชน์เพียบ

แต่พอมาดูราคาเน็ตดาวเทียมของไทยอย่าง NT ที่เป็นของรัฐบาล... เปิดราคาแพ็กเกจมาล่อไปเดือนละ 9,200 บาท!! (แถมยังไม่รวม VAT 555) อห ที่ไม่ได้แปลว่าโอ้โห ราคานี้ชาวบ้านตา สีตาสา หรือโรงเรียนบนดอยที่ไหนจะมีปัญญาจ่ายครับ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเค้าได้ใช้เน็ตดาวเทียมเดือนละพันกว่าบาท

ที่กากสุดๆ คืออีข้ออ้างเรื่องห้ามต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% เพื่อปกป้องอธิปไตย ปกป้องผลประโยชน์ชาติเนี่ย... พอหันไปดูโลกความจริงทุกวันนี้ โรงงานจีน โกดังสินค้า ทุน 0 เหรียญ เข้ามาเปิดกันพรึ่บพรั่บ! อาศัยช่องโหว่จ้างคนไทยเป็น 'นอมินี' ถือหุ้นบังหน้า... รูปแบบนี้รัฐ ยอมให้ทำได้ ปล่อยผ่านจ้า เพราะถือว่า "ถูกกฎหมาย" ซะงั้น 555555

ทีของที่มีประโยชน์ ราคาจับต้องได้ ดันกีดกันอ้างกฎหมายนู่นนี่ แต่ทีพวกเข้ามาทุบหม้อข้าวคนไทยดันปล่อยเกียร์ว่างซะงั้น สาธุ...
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122139429141138124&set=a.122097580929138124




จีนยื่นคำขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกเข้ามาไทย อย่างเป็นทางการต่อกรมปศุสัตว์ตั้งแต่ 27 ม.ค. 2569 กรมปศุสัตว์ ยังไม่มีการอนุญาตนำเข้า ประเด็นนี้กำลังเป็นข่าวเพราะ สมาคมไก่ไทยคัดค้านอย่างหนัก กังวลว่าไก่จากจีนอาจเข้ามากระทบเกษตรกรและอุตสาหกรรมไก่ไทย






https://x.com/SOFEEEE8/status/2088289028156321844
.....

กรณีที่สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ยื่นคำขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ (เช่น เนื้อไก่แช่แข็ง ชิ้นส่วน ตับไก่ ตับห่าน) เข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2569 สร้างกระแสความกังวลในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยอย่างกว้างขวาง

ข้อกังวลหลักและข้อเท็จจริงทางกฎหมายการค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง มีรายละเอียดดังนี้

1. ผลกระทบด้านราคาและโครงสร้างตลาด (Price Undercutting)

สงครามราคา: จีนมีศักยภาพการผลิตขนาดใหญ่และมีต้นทุนการบริหารจัดการบางส่วนต่ำกว่า หากมีการเปิดให้นำเข้า เนื้อไก่ราคาถูกจากจีนอาจทะลักเข้ามาทุ่มตลาด (Dumping) ในไทย

กระทบรายได้เกษตรกร: อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่รายย่อย ตลอดจนผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน (เช่น ผู้ผลิตอาหารสัตว์ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วเหลือง) ที่จะไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าได้

2. ความเสี่ยงด้านการควบคุมโรคและมาตรฐานสุขอนามัย (SPS & Food Safety)

ความเสี่ยงโรคระบาด: ภาคเกษตรกรไทยมีความกังวลเรื่องการระบาดของโรคปศุสัตว์ โดยเฉพาะโรคไข้หวัดนก (Avian Influenza) หรือสารตกค้างทางเคมีที่อาจติดมากับสินค้านำเข้า

มาตรฐานการผลิต: สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยระบุว่า ไทยใช้เวลาหลายสิบปีในการพัฒนาระบบความปลอดภัยชีวภาพ (Biosecurity) จนได้รับการยอมรับในระดับสากลและส่งออกได้ทั่วโลก การนำเข้าจากแหล่งที่มีมาตรฐานแตกต่างกันอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบการเลี้ยงไก่ในประเทศ

3. มิติทางการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ

กลไก WTO: กรมปศุสัตว์ชี้แจงว่า ยื่นคำขอนี้เป็นกระบวนการปกติภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ที่ประเทศสมาชิกมีสิทธิขอเปิดตลาด และไทยต้องพิจารณาตามหลักปฏิบัติที่ไม่เลือกปฏิบัติ (Non-discrimination)

อำนาจต่อรองเชิงนโยบาย: ในช่วงเวลาที่ผ่านมา จีนได้ชะลอหรือระงับการนำเข้าเนื้อไก่จากโรงงานไทยบางแห่งจากปัญหาด้านการตรวจสอบเอกสาร/กำลังผลิต ทำให้อุตสาหกรรมไก่ไทยเฝ้ามองว่าการยื่นขอเปิดตลาดครั้งนี้ของจีนอาจนำไปสู่การเจรจาแลกเปลี่ยนสิทธิทางการค้า (Trade Counterpart) ระหว่างสองประเทศหรือไม่

ข้อเท็จจริงและขั้นตอนในปัจจุบัน

ยังไม่มีการอนุมัติ: กรมปศุสัตว์ยืนยันว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น (ระยะขอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านโรคระบาดและสารตกค้าง) ยังห่างไกลจากการอนุญาตให้นำเข้า

กระบวนการพิจารณา: หากผ่านการตรวจประเมินทางวิทยาศาสตร์และเอกสารแล้ว กรมปศุสัตว์ต้องส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปตรวจประเมิน ณ โรงงานผลิตจริงในจีน รวมถึงต้องจัดให้มี กระบวนการรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) จากผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งสมาคม เกษตรกร และผู้บริโภคในไทยก่อนพิจารณาขั้นสุดท้าย




วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร I ฝ่ายซ้าย ฟูลสตอป ต่อสู้แหลมคม จบแค่สิทธิ : ใบตองแห้ง คุยกับ อ.ต้น


วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร I ฝ่ายซ้าย ฟูลสตอป ต่อสู้แหลมคม จบแค่สิทธิ : ประชาธิปไตยสองสี

matichon tv

Premiered 8 hours ago 

รายการประชาธิปไตยสองสี ตอนที่ 122 อธึกกิต แสวงสุข (ใบตองแห้ง) สนทนากับ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ว่าด้วย ฝ่ายซ้าย ฟูลสตอป ต่อสู้แหลมคม จบแค่สิทธิ ไม่คิดเรื่องพาคนไทยแข่งกับโลก เผยแพร่ เสาร์ 15 ส.ค. 2569 เวลา 18.00 น.

https://www.youtube.com/watch?v=lEPqRicPh8Q
.....

Atukkit Sawangsuk 
4 hours ago
·
สัมภาษณ์อาจารย์ต้นนี่ชอบมากเลย
จะเห็นด้วยไม่เห็นด้วย
ก็เห็นว่าพรรคควรจะสามารถวิจารณ์ "ขบวน" ฝ่ายซ้าย ฝ่ายก้าวหน้า
ไม่ใช่ "ขบวน" (ซึ่งก็ไม่เคยมีความเป็นเอกภาพ) จะเป็นฝ่ายวิจารณ์พรรคอยู่ข้างเดียว
นัยของอาจารย์ต้น คือแม้พรรคมันยังต้องมี DNA "ทลายโครงสร้าง" แต่ก็ต้องยกระดับมี "มืออาชีพ" ที่นำประเทศต่อสู้แข่งขันกับโลกได้
นี่คือความหมายของกลางซ้าย
ในขณะที่ขบวนฝ่ายก้าวหน้า ไม่ค่อยพอใจว่าพรรคมี DNA ลดลง ตั้งคำถามกับ The Professional ว่ามาจากไหนสู้จริงหรือเปล่า
แน่ละว่าตัวคนมีความผิดพลาดได้ เช่นหลังเลือกตั้งหายไปเลย
ในทางปฏิบัติพรรคก็อาจจะยัง balance ได้ไม่ดีนัก
แต่ถามว่านี่คือทิศทางที่ถูกหรือเปล่า ก็น่าจะใช่นะ
:
ขบวนฝ่ายก้าวหน้าไทยนั้นมีลักษณะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ
ในข้อที่มีนัยสำคัญคือ ไม่เข้าร่วมกับพรรคการเมือง ไม่เข้าไปสู่การจัดตั้งพรรคการเมือง
ซึ่งถ้าเทียบกับอเมริกาใต้ จะเห็นความต่างสุดขั้วเลย แบบบราซิล บางพื้นที่นี่เป็นเสมือนคอมมูนของฝ่ายซ้ายเลยนะ ซ้ายกว่าเราเยอะ แต่ซ้ายแข็งซ้ายกลางซ้ายอ่อนผนึกกันสนับสนุนพรรคแรงงานของลูลา พวกซ้ายอเมริกาใต้จึงไม่ค่อยซีเรียสเวลาแพ้เลือกตั้งแค่ 1-2% หรือ 5% เพราะฐานเขาแน่น เสียสวิงโหวต เดี๋ยวก็กลับมา
ฝ่ายก้าวหน้าไทยปฏิเสธการเข้าร่วมกับพรรคการเมืองในระบบรัฐสภามาแต่ต้น มีทั้งอิทธิพลพรรคคอมมิวนิสต์ มีทั้งประชาธิปไตยทางตรงของหมอประเวศ และน่าจะอะไรอีกหลายอย่าง




ภรรยาของทหารสหรัฐฯ ประจำเรือลินคอล์น สุดทน เมื่อได้ยินทรัมป์พูดถึงเรื่องนี้ื "ฉันไม่คิดว่าเขาจะคิดก่อนพูดเลย ควรจะมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับกองทัพ เรือรบ และสงครามของคุณบ้าง"





https://x.com/Acyn/status/2088439295636123976
.....

ภรรยาของทหารสหรัฐฯ ประจำเรือลินคอล์นแสดงความเห็นต่อถ้อยแถลงของทรัมป์ว่า: ฉันไม่คิดว่าเขาจะไตร่ตรองก่อนพูดเลย ควรจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับกองทัพ เรือรบ และสงครามของคุณบ้างสิ

เราได้ยินทั้งเฮกเซธและประธานาธิบดีพูดในทำนองว่าครอบครัวทหารและตัวทหารเองกำลังโกหก ทั้งที่หลักฐานทั้งหมดก็อยู่ในโทรศัพท์ของฉันนี่เอง

มันน่าหงุดหงิดเหลือเกินที่พวกเขาไม่ยอมรับผิดชอบและไม่มีความเห็นอกเห็นใจใดๆ ต่อทหารของเรา ทั้งที่ปากก็บอกว่าสนับสนุนทหารเสมอเมื่อมันเป็นผลดีทางการเมืองสำหรับพวกเขา แต่พอถึงเวลาที่ทหารต้องการความช่วยเหลือจริงๆ กลับกลายเป็นว่าทุกคนกลายเป็นคนโกหกไปเสียอย่างนั้น

ฉันอยากจะเปิดเผยตัวตนและออกมาตีแผ่เรื่องนี้ผ่านโซเชียลมีเดียให้ดังกระหึ่มไปเลยว่าเรื่องนี้คือความจริง แต่ก็น่าเสียดายที่ฉันจำเป็นต้องปกป้องหน้าที่การงานของสามีเอาไว้




บทความจาก Foreign Policy "Yes, the Iran War Really Is Similar to Vietnam" เสนอการเปรียบเทียบระหว่างความขัดแย้งกับอิหร่านและสงครามเวียดนาม





https://x.com/ForeignPolicy/status/2088596657201938486
.....

สรุปบทความจาก Foreign Policy เรื่อง "ใช่แล้ว สงครามอิหร่านมีความคล้ายคลึงกับสงครามเวียดนามจริงๆ"

บทความจาก Foreign Policy ในหัวข้อ "Yes, the Iran War Really Is Similar to Vietnam" (ใช่แล้ว สงครามอิหร่านมีความคล้ายคลึงกับสงครามเวียดนามจริงๆ) เขียนโดย Howard W. French นำเสนอการเปรียบเทียบระหว่างความขัดแย้งกับอิหร่านและสงครามเวียดนาม โดยอ้างอิงถึงหนังสือคลาสสิกของ David Halberstam เรื่อง The Best and the Brightest ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้:

การประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและการบานปลายของสงคราม: เช่นเดียวกับการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในเวียดนาม ปฏิบัติการทางการทหารต่ออิหร่านตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า กำลังทางอากาศและการโจมตีทางทหารจะสามารถบีบให้เกิดการยอมแพ้ทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงการปกครองภายในได้ง่ายดาย แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการจมติดอยู่ในหล่มสงคราม และทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นเกินควบคุม

ความล้มเหลวในการเปลี่ยนอำนาจทางการทหารให้เป็นผลลัพธ์ทางการเมือง: บทความชี้ให้เห็นว่า อำนาจการทำลายล้างอันมหาศาลของกองทัพสหรัฐฯ ไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะทางการเมืองหรือภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างที่ตั้งใจ ไว้ ส่งผลให้สถานะและอิทธิพลของสหรัฐฯ ในเวทีโลกอ่อนแอลงมากกว่าที่จะเข้มแข็งขึ้น

บทเรียนเรื่องความทะนงตน (Hubris) ของผู้นำ: แม้ว่าแนวคิดเรื่อง "Best and Brightest" ของ Halberstam ในอดีตจะพูดถึงกลุ่มคนระดับมันสมองของชาติที่ดำเนินนโยบายผิดพลาด แต่บทความนี้ชี้ว่าผู้กำหนดนโยบายในปัจจุบันได้ทำผิดพลาดในลักษณะเดียวกัน คือมีความเชื่อมั่นในกำลังทหารของตนเองมากเกินไปจนมองข้ามความซับซ้อนทางการเมืองและประวัติศาสตร์ของพื้นที่

การสูญเสียความน่าเชื่อถือในระดับโลก: ในท้ายที่สุด บทความเตือนว่า เช่นเดียวกับที่สงครามเวียดนามเคยทำลายความเอกภาพภายในประเทศและความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ในระดับนานาชาติไปเป็นเวลานับทศวรรษ ความขัดแย้งกับอิหร่านนี้ก็กำลังเสี่ยงที่จะกลายเป็นความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างยาวนานให้กับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน



คนดีย์? : ผู้ตั้งถิ่นฐานชาว #อิสราเอล ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง แย่งน้ำที่ชาวบ้านใช้ทำการเกษตร มาใช้สร้างสระว่ายน้ำ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจของชาวอิสราเอล โดยไม่ได้สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้าน ซึ่งมีเอกสารสิทธิ






https://x.com/Reuters/status/2088170005338730797
.....

Pipob
@pipob69
·11h

ผู้ตั้งถิ่นฐานชาว #อิสราเอล ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง แย่งน้ำที่ชาวบ้านใช้ทำการเกษตร มาใช้สร้างสระว่ายน้ำ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจของชาวอิสราเอล โดยไม่ได้สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้าน ซึ่งมีเอกสารสิทธิ ทั้งที่ออกให้โดยทางการอิสราเอล และเอกสารเก่าก่อนการยึดครอง ซึ่งยืนยันว่าชาวปาเลสไตนมีกรรมสิทธิ์เหนือสระน้ำและตาน้ำใต้ดิน

@Reuters รายงานว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล ได้เข้ามายึดแหล่งน้ำสำคัญของหมู่บ้านฟาซายิลของชาวปาเลสไตน์ โดยตัดท่อน้ำของชาวบ้านไปในเดือนมิถุนายน และผันน้ำเหล่านี้ไปใช้ในแหล่งท่องเที่ยว ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีน้ำทำเกษตร

การยึดครองแหล่งต้นน้ำที่ฟาซายิลเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำอย่างเป็นแบบแผนของคนอิสราเอล เพื่อบีบให้ชาวปาเลสไตน์ต้องยอมอพยพไปที่อื่น ข้อมูลจากสหประชาชาติแสดงให้เห็นว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลได้โจมตีและทำลายแหล่งน้ำและสุขอนามัยอย่างน้อย 160 แห่งทั่วดินแดนปาเลสไตน์ในปีนี้

ชาวบ้านเอาเอกสารโฉนดที่ดินให้นักข่าวดู รวมทั้งเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินปี 2025 ที่ออกให้โดย COGAT ซึ่งเป็นหน่วยงานทางทหารของอิสราเอลที่บังคับใช้นโยบายพลเรือนในดินแดนที่ถูกยึดครอง นอกจากนี้ เขายังได้แสดงแผนที่ที่วาดขึ้นสำหรับการจดทะเบียนโฉนดที่ดินของเขาก่อนการยึดครองในปี 1957 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าที่ดินของเขาครอบคลุมทั้งบ่อน้ำพุและสระน้ำด้วย

ฟาเรส โฟกาฮา นักวิจัยภาคสนามชาวปาเลสไตน์ประเมินว่า ขณะนี้ผู้ตั้งถิ่นฐานได้ยึดครองแหล่งน้ำพุ 95% ในหุบเขาจอร์แดนตอนเหนือ ส่งผลให้ชุมชนต้องอพยพไปที่อื่น




คนเราจะโพสต์แบบนี้ก็ต่อเมื่อสติหลุดไปหมดแล้ว








https://x.com/krassenstein/status/2088538835541966959



 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการที่จะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่อิหร่านปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวว่าเป็น "เรื่องเพ้อเจ้อ" เหตุใดเจ้าหน้าที่อิหร่านจึงปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวว่าเป็น "เรื่องเพ้อเจ้อ"






https://x.com/AJEnglish/status/2088616205934346249
.....

เหตุใดเจ้าหน้าที่อิหร่านจึงปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวว่าเป็น "เรื่องเพ้อเจ้อ"

เจ้าหน้าที่อิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองรัฐมนตรีต่างประเทศ คาเซม การิบาบาดี และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธคำกล่าวของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็น "ความเพ้อเจ้อที่ไร้สาระ" โดยอ้างอิงจากประเด็นสำคัญหลายประการ:

1. อธิปไตยและบูรณภาพดินแดน

เตหะรานเน้นย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในน่านน้ำและเขตอำนาจอธิปไตยของอิหร่าน (ร่วมกับโอมาน) การิบาบาดีกล่าวอย่างตรงไปตรงมาในโซเชียลมีเดียว่า เส้นทางน้ำนี้ "เคยเป็นของอิหร่าน เป็นของอิหร่าน และจะยังคงเป็นของอิหร่านต่อไป" โดยยืนยันว่าสถานะทางกฎหมายไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยฝ่ายเดียวจากอำนาจภายนอก

2. ความเป็นจริงทางกายภาพและการปฏิบัติงาน

เจ้าหน้าที่อิหร่านโต้แย้งว่า การควบคุมเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่สำคัญนั้นไม่สามารถทำได้ด้วยการแสดงออกทางการเมือง ดังที่การิบาบาดีกล่าวไว้ ช่องแคบนี้ "ไม่สามารถยึดครองได้ด้วยการทวีตข้อความ การบรรทุกเครื่องบิน การออกคำสั่ง หรือการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง"

3. การอ้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

อิหร่านโต้แย้งคำกล่าวอ้างของทรัมป์เกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะได้รับชัยชนะในไม่ช้า โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้รับความพ่ายแพ้ "อย่างหนักและเชิงยุทธศาสตร์" ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันว่าพวกเขายังคงควบคุมการปฏิบัติงานเหนือเส้นทางน้ำ และการปิดล้อมจะเปิดหรือปิดได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้คำสั่งของอิหร่านเท่านั้น จนกว่าวอชิงตันจะยอมรับความเป็นจริงทางทหารและภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน