วันอังคาร, กรกฎาคม 16, 2562

ท่านรู้มั้ยว่าทำไมบ้านเมืองเราถึงมีชะตากรรมเช่นนี้ ?? ทำไม #คนผู้นึง เมื่อเค้าเห็นแบบที่พวกเราเห็น ในวันที่รายชื่อนี้ไปวางอยู่ตรงหน้าเค้า ทำไมเค้าไม่รู้สึกแบบเรา ??? ทำไมเค้าถึงไม่พยายามทำอะไรซักอย่าง ซึ่งเค้าทำได้อยู่แล้ว...





พรรคอนาคตใหม่และธนาธร ไม่ใช่ #คนรุ่นใหม่ พวกแรกที่พยายามเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า..

เมื่อ 252 ปีล่วงมาแล้ว บ้านเมืองกำลังใกล้ล่มสลาย มีคนรุ่นใหม่ๆอายุเพียงแค่30ต้นๆเท่านั้น ที่เห็นต่างจากคนรุ่นเก่าๆในทุกวิถีทางการปกครองและการสงคราม ที่เริ่มต้นทำการเปลี่ยนแปลงประเทศ ทำการพาผู้คนฝ่าทุกสรรพสิ่งออกมา จนได้ฟื้นฟูประเทศใหม่

จากประเทศที่กำลังถูกกัดกินทั้งภายในและภายนอกจนกำลังใกล้ล่มสลายอยู่รอมร่อจนกระทั่งสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินในที่สุด แนวทางใหม่ของคนรุ่นใหม่คนนั้น ได้พลิกฟื้นแผ่นดินด้วยการนำผู้คนและประเทศไปสู่ความยิ่งใหญ่ ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ไปสู่ความร่มเย็นโดยแท้จริงทั้งศาสน์และประชาชน และยังมีแสนยานุภาพเป็นที่ครั่นคร้ามแก่ชาติอริศัตรูและประเทศใกล้เคียงโดยรอบไปทุกทิศจนสุดลูกหูลูกตาในเวลาแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น ..
และพรรคอนาคตใหม่และธนาธร ก็ไม่ใช่คนรุ่นใหม่กลุ่มแรกที่พยายามจะเปลี่ยนวิถีทางของประเทศไปสู่ความสำเร็จที่ดีกว่าดั่งที่หวังกันไว้ ที่กำลังจะถูกคนรุ่นเก่าเต่าโบราณพันปี#พยายามกำจัดและใส่ร้ายป้ายขี้ว่าเป็นพวกคนบ้าใบ้ไร้สกุลรุนชาติไร้สำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่สมควรได้ ไม่เหมาะสม ไม่มีเชื้อสายชาติตระกูล ไม่สมควรได้ถืออำนาจ..

เพราะเมื่อ 252ปีที่ผ่านมา บรรพบุรุษ บรรพชนกูก็เคยโดนข้อหาแบบนี้มาก่อน จนทุกวันนี้ ข้อหานี้มันก็ยังปรากฏอยู่บนหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไทยที่เค้าใช้สอน ใช้ปลูกฝังความเป็นชาติในเบื้องต้นให้พวกพวกเด็กๆอยู่เล๊ย..

การณ์เช่นนี้ มันก็เหมือนรอยเกวียนรอยกรรมของประเทศนี้ เพราะมันมักซ้ำรอยเดิมอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ชาติเราตลอดมา เมื่อมีคนรุ่นใหม่ๆพยายามลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงมัน 🙄

ทุกๆท่านรู้มั้ยว่าทำไมบ้านเมืองเราถึงมีชะตากรรมเช่นนี้ ??


Alongkorn Cheurkit


Alongkorn Cheurkit คุณเห็นรายชื่อครม.ชุดนี้แล้วคุณรู้สึกยังไงครับ ??

ในขณะที่คนค่อนประเทศเห็นแล้วส่ายหน้า แต่คนค่อนประเทศก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่่มีอำนาจวาสนาใดๆที่จะเปลี่ยนมันหรือขัดขวางมันได้ แม้นจะรู้หรือคาดการณ์ได้ตรงกันล่วงหน้าทั้งประเทศเลยว่า ครม.โจร+มาเฟียแบบนี้ ชาติและประชาชนไปไม่รอดแน่ๆ..😏

ผมนึกสงสัยอยู่ทุกคืนทุกวันจนกระทั่งบัดนี้ว่า ..ทำไม #คนผู้นึง เมื่อเค้าเห็นแบบที่พวกเราเห็น ในวันที่รายชื่อนี้ไปวางอยู่ตรงหน้าเค้า ทำไมเค้าไม่รู้สึกแบบเรา ??? ทำไมเค้าถึงไม่พยายามทำอะไรซักอย่าง ซึ่งเค้าทำได้อยู่แล้ว ถ้ารักชาติและสงสารประชาชนด้วยใจจริง ..🙄

และรูปการณ์เช่นนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เป็นแบบนี้มานับสิบนับร้อยครั้งแล้วนับแต่ปกครองด้วยระบอบนี้เป็นต้นมา ..

ใครกันนะ คนผู้นั้น ??? 🙄




วันนี้แล้วสินะ...ย้ายผี เปลี่ยนโลง ลา"เก้าอี้ที่ปล้น" ไปนั่ง"เก้าอี้ที่โกง" เป็นคณะรัฐประหารที่หน้าด้านที่สุด เอ้า บันทึกไว้ !



ภาพจาก


Visa Khanthap
...



...



คำสั่งฉบับ 3/2558 ยังอยู่ ขณะที่ทหารยังอาจไปหาคนเห็นต่าง เอาตัวไปเข้าค่ายได้ต่อไป
.

เย็นวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 9/2562 ยกเลิกประกาศคสช. คำสั่งคสช. และคำสั่งหัวหน้าคสช. อย่างน้อย 70 ฉบับ โดยวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุก่อนมีการออกคำสั่งดังกล่าวว่า คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่กำลังจะออกจะเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับสุดท้าย อย่างไรก็ตามในบรรดาประกาศคำสั่งที่ถูกยกเลิกมีอย่างน้อย 13 ฉบับ ที่เครือข่ายภาคประชาชนเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรยกเลิกรวม 35 ฉบับ

อย่างไรก็ตามเมื่อทางไอลอว์พิจารณาอย่างใกล้ชิด พบว่า คำสั่งมีความน่ากังวลต่อสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของประชาชนอย่างคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 และ 13/2559 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวบุคคลมากักตัวเพื่อทำการสอบถามได้ในค่ายทหาร 7 วันยังคงบังคับใช้อยู่ นอกจากให้อำนาจการเรียกคนมาสอบถามแล้ว คำสั่งฉบับที่ 3/2558 ยังให้อำนาจทหารในการจับกุมหรือร่วมสอบสวนบุคคลที่ถูกกล่าวหาในความผิดบางประเทศร่วมกับตำรวจ การบุกเข้าค้นบ้านของบุคคลโดยไม่ต้องขออำนาจศาล ที่สำคัญการใช้อำนาจดังกล่าวหากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติไปโดยความสุจริต จะไม่สามารถเอาผิดทั้งทางแพ่ง อาญา หรือทางวินัยได้

มีข้อน่าสังเกตด้วยว่า แนวปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่ทหารไปที่บ้านของบุคคลที่แสดงความเห็นทางการเมืองในทางคัดค้านคสช. หรือหาข่าวทั้งตามสถานที่ชุมนุมและตามงานเสวนาวิชาการต่างๆ ก็อาจเป็นแนวปฏิบัติที่อาศัยฐานอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 โดยอาจเป็นอำนาจตามข้อ 4(6) ที่กำหนดให้ "เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย" มีหน้าที่กระทำการอื่นใดตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย

ดังนั้น แม้จะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีรัฐบาล และรัฐสภาใหม่หลังการเลือกตั้งแล้ว อำนาจที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะปฏิบัติการต่างๆ เพื่อรักษาบรรยากาศความหวาดกลัวต่อการแสดงความคิดเห็นก็ยังคงอยู่เช่นเดิม

อ่าน คำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 ทหารยังมีอำนาจพาคนไปปรับทัศนคติ และขังในค่ายทหาร 7 วัน >>> https://ilaw.or.th/node/5294

อ่าน ประกาศและคำสั่งคสช. รวมถึงคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ภาคประชาชนอยากให้ยกเลิกยังเหลืออยู่อีก 20 ฉบับ >>> https://ilaw.or.th/node/5323
..




เมืองใดยกย่องเผด็จการ ไม่ช้านานเมืองนั้นจะล่มจม



...


ตำรวจนอกเครื่องแบบไปบ้าน ‘สงวน คุ้มรุ่งโรจน์’ สื่อมวลชนอาวุโส และ ‘บารมี ชัยรัตน์’ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน หลังร่วมงานศพ ‘ลุงธง แจ่มศรี’ วานนี้ จากนั้นถามหา ‘ส.ศิวรักษ์’ ที่ ‘สวนเงินมีมา’ อ้างห่วงความไม่ปลอดภัยหลัง ‘จ่านิว’ ถูกตี - ‘บารมี’ เผยรู้สึกถูกคุกคามทำให้ครอบครัวตกใจ ‘ไม่รู้กลัวอะไร พรรคคอมมิวนิสต์ก็ไม่มีตั้งนานแล้ว’

15 ก.ค.62 นายสงวน คุ้มรุ่งโรจน์ สื่อมวลชนอาวุโสวัย 64 ปี ซึ่งรายงานข่าวเผยแพร่ทางเฟซบุค Sa-nguan Khumrungroj โดยมีเนื้อหาส่วนใหญ่ติดตามความเคลื่อนไหวของนักกิจกรรมที่ต่อต้านคสช. เปิดกับแฟนเพจ 'ยูดีดีนิวส์ - UDD News' ว่า วันนี้(15ก.ค.62) มีตำรวจนอกเครื่องแบบเดินทางไปที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ ทั้งที่ทั้ง 2 ท่านมีอายุเกือบจะ 90 ปีแล้ว ทำให้คุณแม่รู้สึกตกใจเพราะไม่รู้เรื่องการเมือง

หลังจากนั้น ยังมีตำรวจนอกเครื่องแบบเดินทางมาหาตนเองที่บ้าน โดยอ้างว่ามาจากจังหวัดนครปฐม แต่เมื่อขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ กลับปรากฏว่าเป็นตำรวจในกรุงเทพฯ สังกัดกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 8

‘ตำรวจอ้างว่า นายสั่งมา เราก็เลยถามว่า ถ้านายสั่งให้ไปตายจะไปไหม? เราถามว่าเคยอ่านเฟซบุคเราไหม เขาบอกว่าไม่เคยอ่าน เราสงสัยว่า คนพวกนี้เขาอ่านหนังสือกันบ้างหรือเปล่า?

รู้สึกโมโหมาก มาหาบ้านเราแล้วยังจะไปถ่ายรูปเพื่อนบ้านเราอีก เราก็เลยตะโกนให้ประชาชนมาจับตำรวจ ‘จับตำรวจเร็วๆ’ จากนั้น เขาก็รีบหนีไป เขาบอก สวัสดีป๋าหงวน ผมต้องรีบไป เพราะต้องไปเยี่ยมอีกหลายคนในฝั่งธนฯ’

นายสงวน กล่าวด้วยว่า ล่าสุดได้แจ้งองค์กรสิทธิมนุษยชนและสถานทูตต่างๆ ให้ทราบเรื่องแล้ว

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมีข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ตำรวจตามมาบ้านในวันนี้ รวมถึงยังได้ไปบ้านนักกิจกรรมคนอื่นๆ อาจเป็นเพราะเมื่อวาน(14 ก.ค.62) ได้ไปร่วมงานฌาปนกิจศพนายธง แจ่มศรี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คนสุดท้าย ที่จังหวัดนครปฐม โดยงานดังกล่าวมีนักเคลื่อนไหวหลายคนเข้าร่วมด้วย

รวมถึงนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ ‘จ่านิว’ ซึ่งได้กล่าวสดุดีและอ่านบทกวีที่แต่งถึง ‘ลุงธง’ โดยก่อนอ่านบทกวี นายสิรวิชญ์ กล่าวถึงคำพูดหนึ่งที่ว่า ‘ที่ใดมีการกดขี่ที่นั่นย่อมมีการต่อต้าน’ ส่วนตัวคาดถ้อยคำดังกล่าว อาจทำให้เจ้าหน้าที่มองเป็นเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ล่าสุดนายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน ซึ่งไปร่วมงานศพ ‘ลุงธง’ เมื่อวานนี้ ก็มีตำรวจไปหาที่บ้านวันนี้(15ก.ค.) ด้วยเช่นกัน

นายบารมี ให้สัมภาษณ์แฟนเพจ 'ยูดีดีนิวส์ - UDD News' ว่า ส่วนตัวไม่เจอตำรวจเพราะไม่อยู่บ้านในเวลาดังกล่าว ตำรวจจึงมาคุยกับลูกซึ่งอยู่บ้านคนเดียว แล้วยังขอชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของลูกไปด้วย

เป็นตำรวจสังกัดกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 8 คาดว่าจะเป็นชุดเดียวกับที่ไปบ้านนายสงวน

ตำรวจอ้างว่า มีเรื่อง ‘จ่านิว’ ถูกตี ผู้กำกับจึงบอกให้มาดู แต่ตำรวจไม่ได้บอกว่า เกี่ยวข้องกันอย่างไรทำไมจึงต้องมาดูบ้านตน

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนรู้สึกว่าถูกคุกคามและลูกรู้สึกตกใจ ไม่สบายใจ หวังว่าครั้งต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพราะหากมีอะไรเจ้าหน้าที่สามารถโทรมาหาได้ตลอดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาเบอร์ลูกไปและไม่จำเป็นต้องมาหาที่บ้านโดยไม่มีเหตุผล

นอกจากนั้น ทราบว่าตำรวจยังตามไปที่ ‘สวนเงินมีมา’ ซึ่งเป็นที่ทำงาน โดยไปถามหานายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ อาจารย์ส.ศิวรักษ์ พร้อมกับอ้างว่ามาเรื่อง ‘จ่านิว’ ถูกตี จึงห่วงเรื่องความไม่ปลอดภัย

นายบารมี กล่าวว่า ปกติไม่มีตำรวจมาที่บ้านตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5-6 ปี ส่วนตัวสงสัยเช่นกันว่าน่าจะเกี่ยวกับการไปงานศพ ‘ลุงธง’ เพราะช่วงหลังมานี้ ก็ไม่ได้ไปทำกิจกรรมใดๆ เนื่องจากติดธุระอื่นอยู่ ไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องมาติดตาม

‘ฝากบอกตำรวจที่อุตส่าห์ห่วงใยมาดูแล ว่าไม่จำเป็นต้องมา เพราะรู้สึกเป็นการคุกคามมากกว่า ไม่รู้กลัวอะไร พรรคคอมมิวนิสต์ก็ไม่มีนานแล้ว ส่วน(คอมมิวนิวต์)ที่มีในปัจจุบัน บางคนก็ย้ายข้างไปแล้วด้วยซ้ำ’ นายบารมีกล่าว

ภาพจากเฟซบุค Sa-nguan Khumrungroj และ baramee chaiyarat

(ฟ้ารุ่ง ศรีขาว รายงาน)
...

คสช.ไปแล้ว แต่ "วัฒนธรรมและรูปแบบการใช้อำนาจแบบคสช." จะยังคงอยู่ ผ่านบรรดาคำสั่งคสช.ที่ยังไม่ยกเลิก + อื่น ๆ - ไปไม่จริงนี่ หลอกกันนี่...






เมื่อฝรั่ง Andrew ‏พูดไทย



...





หลายคนเป็นห่วง อ.ปวิน หายเงียบไปจาก Facebook Andrew โพสต์ อ.ปวิน ปลอดภัยดี (หวังจะได้เห็นโพสต์ อ.ปวิน ในเร็ววัน)





Several people have been asking me if Pavin Chachavalpongpun is safe, because he has not posted anything on social media for several days.

I’m not the best person to ask, because Pavin has refused to talk to me for more than two years and has blocked me on social media.

I criticised something he did back in 2017 and he cut off all contact after that. Like the junta, he doesn’t deal with criticism very well.

I don’t agree with Pavin’s regular attacks on the Future Forward Party, and frankly I find his narcissism tedious. He spends most of his time attacking people fighting for democracy in Thailand, instead of fighting the junta. I’m really disappointed by Pavin, most recently by his failure to help #SaveFaiyen.

But I have checked, and can report that there is no need to worry. Pavin is safe. He sometimes takes a break from social media for personal reasons. This is one of those times. He’s fine.


Andrew MacGregor Marshall


การแก้ปัญหา สว.สันหลังยาวที่บัดซบที่สุด





"วุฒิสภาประกาศแก้ปัญหา ส.ว.สันหลังยาวโดยให้ข้าราชการส่งไลน์ตามเข้าประชุม ตกลงนอกจากประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกท่านและคณะเดือนละ 260,000 ห้าปีสี่พันล้าน เรายังต้องเสียกำลังพลและเวลาราชการไปตามคนแก่อายุ60++เข้าห้องประชุม?"
#สวสันหลังยาว

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
15 กรกฎาคม 2562

sirote klampaiboon @sirotek
https://twitter.com/sirotek/status/1150705494564036608


การเมืองไทย ในกะลา
...




อยากหนีมาอยู่ไทย! คนรุ่นใหม่ในฮ่องกงระอากับความวุ่นวายจากการประท้วง เริ่มมองหาลู่ทางในการอพยพเพื่อไปใช้ชีวิตต่างแดน โดยให้ความสนใจ ไต้หวัน มาเลเซีย และไทย (คิดดีแล้วเหรอ ?)





เบื่อประท้วง! หนุ่มสาวฮ่องกงอยากมาอยู่ไทย หนีบ้านเมืองไม่สงบสุข

by ThaiQuote, 
11 กรกฎาคม 2562


อยากหนีมาอยู่ไทย! คนรุ่นใหม่ในฮ่องกงระอากับความวุ่นวายจากการประท้วง เริ่มมองหาลู่ทางในการอพยพเพื่อไปใช้ชีวิตต่างแดน โดยให้ความสนใจ ไต้หวัน มาเลเซีย และไทย


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากเหตุการณ์ประท้วง ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ในฮ่องกงเริ่มมองหาลู่ทางในการอพยพเพื่อไปใช้ชีวิตต่างแดน โดยให้ความสนใจกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ก่อนหน้านี้ชาวฮ่องกงมักอพยพไปยังออสเตรเลียและแคนาดา ทว่าล่าสุด ไต้หวัน มาเลเซีย และไทย กลายเป็นที่สนใจเนื่องจากเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า แม้ว่าก่อนหน้านี้ในสายตาคนฮ่องกงจะมองว่าประเทศในภูมิภาคนี้ไม่มีความมั่นคงทางการเมือง แต่หากเทียบกับสถานการณ์ในฮ่องกง ณ เวลานี้ ถือว่าดีกว่าเอามากๆ

เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท Golden Emperor Properties จัดอบรมเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมสัมมนาเพิ่มขึ้นราว 1,000 คน จากการจัดครั้งก่อนที่มีผู้เข้าร่วมเพียงประมาณ 100 คน

“นี่เป็นครั้งแรกที่มีหนุ่มสาวอายุ 30-40 ปี จำนวนมากเข้าร่วมการสัมมนาของเรา ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” เทอเรนซ์ ชาน กรรมการผู้จัดการ Golden Emperor Properties กล่าว

รายงานระบุด้วยว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จากกรณีปัญหาการผลักดันร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน อัตราผู้ขออพยพเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเป็นคนหนุ่มสาวมากถึงร้อยละ 30

ทั้งนี้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกมองว่าเป็น "ประตูหนีเพื่อภัย" สำหรับคนหนุ่มสาวที่มีเงินไม่มาก โดยพวกเขาต้องการเพียงแค่วีซ่าระยะยาว และไม่แคร์ว่าจะตั้งรกรากอยู่ได้ตลอดไปหรือไม่ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการที่จะอพยพออกจากฮ่องกงแบบถาวรอยู่แล้ว

ที่มา : reuters
...

เมืองไทยแม้แต่สิทธิประท้วงยังไม่มี มาอยู่เมืองไทยก็ไม่ต่างจากอยู่เมืองจีน
ประเวศ ประภานุกูล

วันจันทร์, กรกฎาคม 15, 2562

ดูดีๆ นโยบายประชารัฐ ค่าแรง ๔๐๐ มีข้อจำกัดงบประมาณ ลดภาษีเงินได้ยังต้องทบทวน ล้วนโอละพ่อ

ถอยกลับขยับมานิดนึง นโยบายประชารัฐเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันโฆษกพรรคฯ ดันบอกว่าต้องรอไว้ก่อน ตานี้เลขาธิการเลยต้องออกมาแก้ ขอให้สบายใจพรรคร่วมเห็นตรงกันว่า “ควรจะต้องปรับให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน”

ในหลักการค่าแรงขั้นต่ำ ๔๐๐ บาทต่อวัน แต่ติดปัญหาอยู่นิด “ทิศทางของนโยบายต้องสอดคล้องกับงบประมาณด้วย แต่ยังไม่สามารถตอบในตอนนี้ได้ว่าต้องใช้เม็ดเงินงบประมาณจำนวนเท่าไหร่ แต่จะทำให้อยู่ในกรอบงบประมาณที่มีอยู่”

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาฯ พปชร.ที่ย้ายจาก รมว.พาณิชย์ไปคุมพลังงาน สบัดสำนวนว่านโยบายของรัฐบาลใหม่มีสองส่วน ส่วนแรกเรื่องเร่งด่วนใน ๑- ๒ ปี เกี่ยวกับปากท้องและความเหลื่อมล้ำของประชาชน ส่วนหลังมุ่งสร้างความยั่งยืนทุกมิติ

ทั้งนี้เป็นเพียงการวางเค้าโครงคร่าวๆ เช่นนโยบายการเกษตร มีทั้งยกระดับราคาสินค้าและรายได้เกษตรกร แต่ยังต้อง หารือกันอีกก่อน เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ผลักดัน ก็ยืนยันโดยปริยายต่อรายงานข่าวที่ว่า

ในแถลงนโยบาย ๔๑ หน้ามีเอ่ยถึงเรื่อง “สนับสนุนให้มีการปลูกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ และให้นำไปใช้ช่วยเหลือในทางการแพทย์” แต่ไม่มีระบุนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ เนื่องเพราะ “ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องมีการหารือเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย
 
ส่วนจะรับไว้ในนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ ยังไม่ได้กำหนดเงื่อนไข” มิใยที่มีโพลนิด้าในประเด็นนี้ออกมาว่า “ส่วนใหญ่ร้อยละ ๓๗.๐๔ ระบุว่าจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร่งด่วน เพราะการได้มาของนายกรัฐมนตรี และ ส.ว. ที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีความยุติธรรม”

จึงรวมความว่าในการอ่านแถลงนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วันที่ ๒๔ กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะกินเวลาถึง ๒ ชั่วโมง ยังคงเป็นรายการเกาะโพเดี้ยมเจื้อย บลา บลา บลา อย่างเคย สำหรับนโยบายรัฐบาลชุดใหม่จะมีที่สร้างความสนใจให้กับบรรดา มนุษย์เงินเดือน กันบ้าง

ตรงที่มีข่าวออกมาจากกระทรวงคลังเรื่องมาตรการยกเว้นภาษี โฆษกพรรคฯ กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นคนปูดก่อนว่าคณะทำงานร่างนโยบายเสร็จแล้วและส่งให้ว่าที่ รมว.คลัง ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้เรียกทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปหารือ

ได้ความว่า นโยบายภาษีที่พรรค พปชร.ใช้หาเสียง ในส่วนของการค้าออนไลน์ “ไม่น่าจะมีปัญหา...สามารถดำเนินการได้แน่นอน” เพราะปกติแทบจะ “แทบจะไม่อยู่ในฐานภาษีหรือเก็บภาษีไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นก็เพียงแค่ชะลอการไปไล่เก็บภาษีเท่านั้นก็ถือว่า ทำได้แล้ว

แต่ “การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ๑๐% นั้น อาจจะต้อง ทบทวนเพราะกระทบกับรายได้ภาษีที่จะหายไปถึง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหากจะดำเนินการก็ต้องมีการเพิ่มภาษีประเภทอื่นเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป”


อ้าว ไหงกลับโอละพ่ออีกล่ะ อุตตม สาวนายน คนที่แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าเคยแสดงตนไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย คุยเสียคำโตว่าเตรียมทุ่มเงินจากงบฯ กลาง ๘ หมื่นล้าน บวกกับกองทุนประชารัฐอีก ๓-๔ หมื่นล้าน หวังพยุงเศรษฐกิจให้โตได้ไม่ต่ำกว่า ๓.๕ เปอร์เซ็นต์
 
แต่ว่าโครงการทุ่มและแจกเหล่านั้นกำหนดขึ้นบนฐานทฤษฎีที่ว่า ทุ่มแล้วจะได้คืนในอนาคต จากการผลิดอกออกผล ทว่าหนทางหาเงินมาใช้ในโครงการยกเว้นภาษีต่างๆ มาจาก แผนการปฏิรูปฐานภาษีทั้งระบบ“เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดช่องโหว่การจัดเก็บภาษี และยังเป็นการขยายฐานภาษีอีกด้วย”

เท่ากับเอาอัฐยายไปซื้อขนมยายเสียงั้น โครงการแจกแถมเอาเงินมาจากการเก็บภาษีเพิ่ม (ขยายฐาน) จนคนบ่น “ข่าวออกแต่ละวันไม่มีมาตราการไหนหาเงินเพิ่มเลยนะครับ” (@rachenoii)

รอวันฟ้าใหม่ : อุดมการณ์เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย จะไม่มีวันตาย รอวันแห่งชัยชนะในเวลาอันใกล้นี้ : นคร มาฉิม





อุดมการณ์เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย จะไม่มีวันตาย รอวันแห่งชัยชนะในเวลาอันใกล้นี้

ครบ 21 ปีที่พรรคไทยรักไทย ได้จดจัดตั้งขึ้น ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเป็นประชาธิปไตยตามหลักการสากลมากที่สุด ภายใต้สโลแกน คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆทางการเมือง สร้างความรู้ ความเข้าใจ ความเข้มแข็งให้ระบอบประชาธิปไตย จนคนไทยส่วนใหญ่รู้สึกว่า ประชาธิปไตย กินได้
พรรคไทยรักไทย ได้รับความนิยมสูงสุดมีเสียงมากพอจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ด้วยผลงานเชิงประจักษ์ หารู้ไม่ว่า ความเข้มแข็งเติบใหญ่ของพรรค มันทำให้ระบอบเผด็จการและชนชั้นปกครองเดิมหวาดกลัว และไม่มีที่ยืนในอำนาจทางการเมือง สูญเสียสถานะการนำการปกครองบนผลประโยชน์มหาศาล ไทยรักไทยจึงต้องถูกทำลายทิ้ง ในทุกวิถีทางทั้งตัวผู้นำ และองค์กรพรรคการเมือง ไม่อาจปล่อยให้มาท้าทายอำนาจชนชั้นปกครองได้ แผนการทำลายทิ้งและกระบวนการจึงถูกกำหนดไว้อย่างเป็นระบบ สอดประสานและบรรลุเป้าหมาย ยุบพรรค ตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรค
การสืบสานเจตนารมณ์ อุดมการณ์เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ ภายใต้ พรรคพลังประชาชน และสามารถเอาชนะฝ่ายเผด็จการได้ ฝ่ายเผด็จการจึงจำเป็นต้องใช้กำลังและต้นทุนอย่างสูงทุกองคาพยพร่วมมือกันทำลายทิ้งอีกครั้ง บนความตื่นรู้ ตาสว่างของมวลชน
เจตนารมณ์และอุดมการณ์เพื่อประชาชนและประชาธิปไตยจึงถ่ายทอดมาเป็น พรรค เพื่อไทย และสามารถเอาชนะการเลือกตั้งได้อีก จึงนำไปสู่การสมคบคิดเพื่อทำลายและยึดอำนาจอีกครั้ง บนหลักการว่า การยึดอำนาจครั้งนี้จะไม่ให้เสียของ
การเป่านกหวีดและข้ออ้าง ปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง จึงเป็นวาทะกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีความชอบธรรมที่จะยึดอำนาจและจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่ออำนาจการปกครอง และผลประโยชน์และคงสถานะของชนชั้นปกครองตลอดไป
ผู้นำและคนอาจล้มหายตายจากไป พรรคอาจถูกยุบไป แต่อุดมการณ์เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย ไม่เคยตายตาม แต่กลับยิ่งเข้มแข็ง เติบใหญ่ขึ้น บนความรู้ ความเข้าใจของประชาชน ที่สอดคล้องกับสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ที่โหยหา สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพในระบอบประชาธิปไตย
พวกเรา ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย จึง
ขอประกาศจุดยืนว่า
พวกเราจะไม่ประนีประนอมกับเผด็จการ
พวกเราจะไม่สยบยอมต่อความ อยุติธรรม
พวกเราจะลุกขึ้นสู้ กับอธรรม และความไม่ถูกต้อง
พวกเราจะร่วมกันขจัดคอรัปชั่น ล้างมรดกบาปของเผด็จการให้สิ้น
พวกเราจะนำเอาสิทธิ เสรีภาพความเสมอภาค ภราดรภาพ ความเป็นธรรม ความถูกต้อง และหลักการแห่งประชาธิปไตยที่ถูกต้องกลับคืนมาสู่แผ่นดิน ด้วยความเสียสละแม้จะแลกด้วยชีวิต
พวกเราจะลุกขึ้นสู้อย่างไม่หวั่นเกรง ต่อคมกระสุนของฝ่ายเผด็จการ อีกต่อไป
พวกเราจะเข้มแข็งและต่อสู้ ด้วยหลักทางกฎหมายที่ถูกต้อง ชอบธรรมด้วยความสงบ สันติและปราศจากอาวุธ เพื่อธำรงหลักการและจิตวิญญาณแห่งเสรีภาพ ในระบอบประชาธิปไตย
# อีกไม่นาน ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะ

นคร มาฉิม
รองหัวหน้าพรรค
เพื่อไทย

14 กรกฎาคม 2562


นคร มาฉิม