อีกแระ กระบวนการเหนือรัฐธรรมนูญ ทำเหมือนว่ารัฐธรรมนูญของประเทศนั้นใช้บังคับกับไพร่ฟ้าหน้าใส ที่ไม่ใช่คนในเครือข่ายสถาบันกษัตริย์เท่านั้น อ้อ ยกเว้นอีกคน ถ้าเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช. ก็อยู่เหนือ รธน.ที่ตนสั่งเขียนเหมือนกัน
ข่าวนี้น่าจะเป็นไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์ เห็นฟี้ดเต็มไปหมดว่า “องคมนตรีไม่กล่าวคำถวายสัตย์ตามรัฐธรรมนูญ” องคะคนนี้นามว่า มล.ปนัดดา ดิศกุล เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นองคมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม จงใจละเว้นประโยคท้าย
มาตรา ๑๓ ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ระบุว่า “ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้” เจาะจงให้เป็นการจำเพาะเลยทีเดียว ว่า “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า
ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” แต่หม่อมหลวงปนัดดาละเว้นท่อนท้าย
โดยกล่าวแต่เพียงท่อนต้นจนถึง “เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน” แล้วเติมคำว่า “ตลอดไป” ห้อยท้ายแทน เพจเฟชบุ๊คของ Kanit Viseshasinha กล่าวถึงเหตุดังกล่าวว่ามี “ลักษณะเดียวกันกับที่พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา กระทำ
เมื่อครั้งนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในปี ๒๕๖๒” ซึ่งผู้เขียนโพสต์ชี้ว่า “ผลกระทบอาจทำให้การเป็นองคมนตรีของหม่อมหลวงปนัดดาเป็นโมฆะ ไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้” เขาอ้างว่าครั้งนั้นมีนักข่าวถาม วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย
นายวิษณุปฏิเสธที่จะให้เหตุผลใดๆ เกี่ยวกับการถวายสัตย์ไม่ครบ โดยกล่าวว่า “ไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้น” แต่เติมน้ำจิ้มอีกประโยค “แล้ววันหนึ่งจะรู้เองว่าทำไมถึงไม่ควรพูด” ถึงวันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าระบอบปกครอง “ประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น” มีสองระบอบทับซ้อนกันอยู่ โดยนัยยะแห่ง ‘รัฐพันลึก’ ที่การเป็นประมุขของพระมหากษัตริย์ มิได้ผูกพันกับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหมายถึง “ภายใต้รัฐธรรมนูญ” แต่ในทางปฏิบัติที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ความเป็นประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่เป็นผลพวงของคณะรัฐประหารอย่างชัดแจ้ง นั้นมักจะตกอยู่ภายใต้ความเป็นประมุขของกษัตริย์อยู่เสมอ
(https://www.facebook.com/kanitbas/posts/rjuG89iGv6 และชมคลิปวิดีโอการถวายสัตย์ของ มล.ปนัดดาที่ https://youtu.be/VDGPP68RE-s?si=OUkuSpjebr6BpDc4)



ตัวสำรอง 15 คน จะได้เข้าไปร่วมวงเขียนรัฐธรรมนูญ ในฐานะ กมธ.ยกร่างฯ ร่วมกับ สสร. ตัวจริง 30 คน (แสดงว่า ตัวสำรอง 15 คนนี้จะอยู่ “วงในกว่า” สสร. ตัวจริง 70 คนที่อยู่แค่ในสภาร่างฯ)
