วันศุกร์, เมษายน 17, 2569

ตรระกะพวก IOคนดีย์รักชาติ : สร้างข่าวปลอม=เพราะรักชาติ ป้ายสี=อยากให้คนรักสามัคคีกัน ตัดต่อรูป=อยากให้ประเทศสงบสุข 😍


Napas Chanpittaya
17 hours ago
·
ต่างชาติอยู่เบื้องหลัง

https://www.facebook.com/photo/?fbid=35518402981084242&set=a.6526646677353258
.....

นิชา มายสมิทธ์
ตรระกะ IO
สร้างข่าวปลอม = เพราะรักชาติ
ป้ายสี = อยากให้คนรักสามัคคีกัน
ตัดต่อรูป = อยากให้ประเทศสงบสุข




เปิดปฏิบัติการ IO ถอดรหัสจากมืออภิปรายในสภาฯ ตามหาคนบงการ


เปิดปฏิบัติการ IO ถอดรหัสจากมืออภิปรายในสภาฯ ตามหาคนบงการ

The Reporters TV

Streamed live 6 hours ago

https://www.youtube.com/watch?v=FkBQXllAAVo




ชวนลงชื่อสนับสนุนเพื่อให้รัฐรับรองสิทธิ #ปฏิเสธด้วยมโนธรรม ก้าวสำคัญสู่การ #ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร อ่านรายละเอียดข้างล่าง

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122119466631227465&set=a.122111356173227465

เครือข่ายสมัครใจไม่บังคับเกณฑ์ - Right to Refuse Network
Yesterday
·
ชวนลงชื่อสนับสนุนเพื่อให้รัฐรับรองสิทธิ #ปฏิเสธด้วยมโนธรรม
ก้าวสำคัญสู่การ #ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร
.
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมลงชื่อ
https://www.change.org/Conscientious-Objection_th
.
อ่านโพสต์จดหมายฉบับเต็มของ อิสริยะ ไชยมนตรี ผู้แสดงตนอารยะขัดขืนต่อต้านการบังคับเกณฑ์ทหาร เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569
https://www.facebook.com/61586835734262/posts/122122801863227857/?
.
เครือข่ายสมัครใจไม่บังคับเกณฑ์
Right To Refuse Network
#สมัครใจไม่บังคับเกณฑ์ #ยกเลิกเกณฑ์ทหาร
#เกณฑ์ทหาร69 #อารยะขัดขืน



https://www.facebook.com/photo/?fbid=122119466631227465&set=a.122111356173227465





แบบนี้ประเทศชาติฉิบหายแน่ รัฐมนตรีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้วว่ามีความผืดฐานคอรัปชั่น ก็ยังเอากลับมาเป็นรัฐมนตรีได้ ส่วนคนอภิปรายเปิดโปงคอรัปชั่นรัฐนนตรี ก็ตัดสิทธฺิทางการเมืองตลอดชีวิต

https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/26785151171125035

Thanapol Eawsakul 
10 hours ago
·
เอาไปให้สุดทางเลยครับ
รัฐมนตรีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้วว่ามีความผืดฐานคอรัปชั่น
ก็ยังเอากลับมาเป็นรัฐมนตรีได้
ส่วนคนอภิปรายเปิดโปงคอรัปชั่นรัฐนนตรี
ก็ตัดสิทธฺิทางการเมืองตลอดชีวิต
.......
เห็นขาว ปปช. จะแถลงว่าทำไมต้องยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ”
คดีนอมินีบุรีเจริญ สวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
......
ป.ป.ช. จ่อแจงปมยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” คดีนอมินีบุรีเจริญ สวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ สวนจะหวนกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ เป็นอำนาจ กกต.
อ่านข่าว : https://ch3plus.com/news/political/morning/461170
แล้วก็ทำให้นึกถึงปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.ก้าวไกล ผู้อภิปราย จน ศักดิ์สยาม ชิดชอบหลุด รมต.
ปกรณ์วุฒิ ส.ส. ก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ ศักดิ์สยาม ปมให้นอมินีถือหุ้น-ฮั้วประมูล
https://www.youtube.com/watch?v=Gj-PUCwljSA
ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล คือ 1 ใน 44 สส. พรรคก้าวไกลที่ลงชื่อแก้ไข ม. 112 ที่ปปช. เห็นว่าการกระทำของ ปกรณ์วุฒิและอีก 43 สส.นั้น
เป็นพวกล้มเจ้า ล้มสถาบันกษัตริย์
จึงชงให้ ศาลฎีกาตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต
ด้วยเหตุว่าการกระทำนั้น
- กระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐ
- เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งร้ายเพื่อทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
- ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
https://www.facebook.com/share/1CE4XVRDTW/
ทั้งหมดก็จะบอกว่า การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมืองเก่า ๆ
ส่วนพวกนักการเมืองหน้าใหม่นั้น
ก่อนหน้าเคยทำประกอบอาชีพอะไร
ก็ให้กลับไปประกอบอาชีพเดิม
รู้จัก ‘ส.ส. ปกรณ์วุฒิ’ จากมือเบสวง Basher สู่ร็อคสตาร์ในสภาไทย
https://waymagazine.org/pakornwut-udompipatskul-basher/
ปล.
ในคลิป เปิดใจปกรณ์วุฒิ มืออภิปราย ศักดิ์สยาม จนหลุด รมต.
ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ยังบอกด้วยว่าพรรคก้าวไกลยึดหลักการ ไม่ร้องจนสุดถึงยุบพรรค เพราะพรรคการเมืองใดทุจริตประชาชนจะลงโทษเอง
https://www.youtube.com/watch?v=hYFGNTg3bFE




"ปกรณ์วุฒิ” จวก ป.ป.ช. เละ ยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” สงสัยปูทางคืนเก้าอี้ รมต.ให้ "เราจะยังหวังกับการปราบทุจริตอย่างจริงจัง กับองค์กรอิสระที่ชื่อว่า ปปช. ได้อยู่หรือไม่ โยนทิ้งทุกหลักการ เพื่อเพียงเป็นการปูทางให้ใครบางคน กลับมาเป็นรัฐมนตรีได้อีกครั้ง"


Earth Pakornwut  \7
@Earth_MFP

ต้องบอกอีกครั้ง ว่าผมเห็นด้วยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กรนั้น ผูกพันเฉพาะ "ผลคำวินิจฉัย" ส่วนคำอรรถาธิบายหลายสิบหน้าที่นำมาสู่ผลนั้น มิได้ผูกพันใดๆ

ดังนั้น แน่นอนว่า ในชั้น ปปช หากพิจารณาว่า คุณศักดิ์สยาม จงใจปกปิดทรัพย์สิน ซึ่งกรณีนี้คือหุ้นของ หจก.บุรีเจริญ หรือไม่ นั้น ต้องเริ่มต้นพิจารณาใหม่ โดยดูไปตามพยานหลักฐานทั้งหมดที่มี

ผมชวนมองแบบนี้ครับ กรณีนี้ตั้งต้นง่ายๆ คือ เจตนาในการซื้อขายหุ้นเพื่อเปลี่ยนมือเจ้าของหุ้นนั้นมีจริงหรือไม่ และ เงินที่นำมาซื้อหุ้นนั้น เป็นของเจ้าของคนใหม่ จริงหรือไม่

ประการแรก : การขายหุ้น หจก.ที่มีรายได้ระดับนี้ มีความสามารถในการทำกำไรในอนาคต เนื่องจากมีประสบการณ์รับงานจากภาครัฐมามาก .. การขายหุ้นในสัดส่วนเกือบทั้งบริษัท ในราคาจดทะเบียน นั้น คนมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมายาวนานขนาดนี้ ย่อมรู้ว่า ไม่สมเหตุสมผลแม้แต่นิดเดียว

ประการที่สอง : หากลองไปอ่าน คำวินิจฉัยของศาล รธน. https://constitutionalcourt.or.th/occ_web/download/article/article_20240216074210.pdf หน้าที่ 36-39 จะเห็นว่า เงินเกือบ 120 ล้าน ที่เจ้าของคนใหม่ อ้างว่าใช้เงินตัวเองในการมาซื้อหุ้นนั้น มีเอกสารหลักฐาน ที่บ่งชี้ว่า ต้นทางของเส้นเงิน มาจากทั้ง บ.ศิลาชัย , หจก.บุรีเจริญ หรือแม้กระทั่ง มาจาก คุณศักดิ์สยาม เอง ด้วยซ้ำ

โดยหลักการ ปปช. ไม่จำเป็นต้องยึดตามคำวินิจฉัยศาล รธน. แต่แค่เพียง ปปช. ใช้เอกสารหลักฐานที่มาจาก ปปง. สถาบันการเงิน ฯลฯ ในการพิจารณา ก็คงเห็นอยู่แล้วว่า กรณีนี้ เป็นการจงใจ ใช้นอมินี เพื่ออำพรางความเป็นเจ้าของ และเจตนาปกปิดทรัพย์สิน หรือไม่ .

ผมจะรออ่านเอกสารฉบับเต็มที่ ปปช. แจ้งว่าจะชี้แจงเหตุผล

แต่หาก ปปช. ยกคำร้องเพียงเพราะแค่ "เชื่อ" ที่ผู้ถูกร้องบอกว่า เพิ่งรู้ว่าตนยังคงถือหุ้น หจก.นี้ หลังมีคำวินิจฉัยของศาล รธน. ตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้

เราคงต้องตั้งคำถามดังๆ กับ ปปช. ที่ปัจจุบัน ถูกเลือกมาโดย สว.ชุดนี้ ที่มีคดีถูกกล่าวหาว่าเป็น "สว.สีน้ำเงิน" อยู่ถึง 4 จาก 9 คน ว่าใช้มาตรฐานเดียวกันกับ "ทุกคำร้อง" ที่เข้าสู่ ปปช. หรือไม่

และคงต้องตั้งคำถามดังๆ ว่าหากทั้งหมดนี้ เป็นการโยนทิ้งทุกหลักการ เพื่อเพียงเป็นการปูทางให้ใครบางคน กลับมาเป็นรัฐมนตรีได้อีกครั้ง .. เราจะยังหวังกับการปราบทุจริตอย่างจริงจัง กับองค์กรอิสระที่ชื่อว่า ปปช. ได้อยู่หรือไม่

https://x.com/Earth_MFP/status/2044718305387409586/photo/1




อ.จรัลโพสต์อัฟเดท การรีโนเวตบ้านอองโตนี "หลายเดือนมานี้ มีคนถามว่า การรีโนเวตบ้านอองโตนีที่พำนักสุดท้ายของท่านปรีดี ไปถึงใหนแล้ว วันนี้ นายช่างบอกว่า50 %"

https://www.facebook.com/jaran.ditapichai/posts/26201995682816020




รัฐสภาฝรั่งเศสเพิ่งลงมติเป็นเอกฉันท์ 170 เสียงต่อ 0 เสียง ผ่านร่างกฎหมายที่กำหนดให้มีการส่งคืนโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมที่ถูกปล้นไปในช่วงยุคอาณานิคม (กฎหมายครอบคลุมระยะเวลายาวนานถึง 157 ปี) เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโซเชียลมีเดียของจีน







https://x.com/RnaudBertrand/status/2044621647068717088

ช่วงนี้ผมเจ้าไม่ค่อยมีเหตุผลให้ภูมิใจในฝรั่งเศสเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าอย่างแน่นอน

รัฐสภาฝรั่งเศสเพิ่งลงมติเป็นเอกฉันท์ 170 เสียงต่อ 0 เสียง ผ่านร่างกฎหมายที่กำหนดให้มีการคืนโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมที่ถูกปล้นไปในช่วงยุคอาณานิคม (กฎหมายครอบคลุมระยะเวลายาวนานถึง 157 ปี)

เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโซเชียลมีเดียของจีน เนื่องจากคำปราศรัยนี้ 👇 โดย ส.ส.

@JPatrierLeitus

ซึ่งกล่าวในรัฐสภาว่า กฎหมายนี้รวมถึงสิ่งของที่ถูกขโมยไปยังประเทศจีนในช่วงที่อังกฤษและฝรั่งเศสร่วมกันปล้นพระราชวังฤดูร้อนในปี 1860 ด้วย

Patrier-Leitus อ้างถึงจดหมายที่มีชื่อเสียงของวิกเตอร์ ฮูโกในปี 1861 ถึงกัปตันบัตเลอร์ นายทหารอังกฤษที่เขียนจดหมายถึงเขาเพื่อขอการรับรอง(การขโมย)ครั้งนั้น แต่กลับได้รับการตอบรับตรงกันข้าม

ฮิวโก้เขียนไว้ว่า (จดหมายฉบับเต็มอยู่ที่นี่: https://yuanmingyuan.eu/en/the-looting/victor-hugo-letter/):

"วันหนึ่ง โจรสองคนบุกเข้าไปในพระราชวังฤดูร้อน คนหนึ่งปล้น อีกคนเผา ดูเหมือนว่าชัยชนะจะเป็นหญิงขี้ขโมย การทำลายล้างพระราชวังฤดูร้อนนั้นเกิดขึ้นจากการกระทำร่วมกันของสองผู้ชนะ ชื่อของเอลกินก็ปะปนอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย ซึ่งทำให้เรานึกถึงวิหารพาร์เธนอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับวิหารพาร์เธนอนก็เกิดขึ้นกับพระราชวังฤดูร้อนเช่นกัน อย่างละเอียดถี่ถ้วนและดียิ่งกว่า จนไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย สมบัติทั้งหมดของมหาวิหารของเรามารวมกันก็เทียบไม่ได้กับพิพิธภัณฑ์แห่งตะวันออกอันยิ่งใหญ่และงดงามแห่งนี้ ที่นี่ไม่ได้มีเพียงผลงานชิ้นเอกทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องประดับมากมาย ช่างเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ ช่างเป็นโชคลาภมหาศาล! ผู้ชนะคนหนึ่งกอบโกยทรัพย์ใส่กระเป๋า เมื่ออีกคนเห็นเช่นนั้นก็กอบโกยทรัพย์ใส่หีบสมบัติของตนเช่นกัน แล้วพวกเขาก็กลับมายังยุโรปด้วยกัน คล้องแขนกัน หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน นี่แหละคือ..." เรื่องราวของโจรสองคน

พวกเราชาวยุโรปคือผู้เจริญแล้ว และสำหรับเรา ชาวจีนคือคนป่าเถื่อน นี่คือสิ่งที่อารยธรรมได้ทำกับความป่าเถื่อน

ก่อนที่ประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้ โจรคนหนึ่งในสองคนนั้นจะถูกเรียกว่าฝรั่งเศส อีกคนหนึ่งจะถูกเรียกว่าอังกฤษ แต่ข้าพเจ้าขอประท้วง และขอขอบคุณที่ท่านให้โอกาสข้าพเจ้า! อาชญากรรมของผู้นำไม่ใช่ความผิดของผู้ถูกปกครอง รัฐบาลบางครั้งก็เป็นโจร แต่ประชาชนไม่เคยเป็น

จักรวรรดิฝรั่งเศสได้กอบโกยชัยชนะนี้ไปครึ่งหนึ่ง และในวันนี้ด้วยความไร้เดียงสาแบบเจ้าของ พวกเขาได้แสดงเครื่องประดับอันงดงามของพระราชวังฤดูร้อน ข้าพเจ้าหวังว่าสักวันหนึ่ง ฝรั่งเศสที่ได้รับการปลดปล่อยและชำระล้างแล้ว จะคืนของที่ปล้นมาได้นี้ให้กับจีนที่ถูกปล้นไป

ในระหว่างนี้ มีการโจรกรรมหนึ่งครั้งและมีโจรสองคน ข้าพเจ้าจดบันทึกไว้

นี่คือความเห็นชอบที่ข้าพเจ้ามีต่อการเดินทางไปจีนครับ

จดหมายของฮิวโก้ได้รับการยกย่องอย่างมากในประเทศจีน จนกระทั่งมีรูปปั้นครึ่งตัวทำจากทองสัมฤทธิ์ตั้งอยู่ที่ซากปรักหักพังของพระราชวังฤดูร้อนในปัจจุบัน ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นกรณีเดียวที่ชาวตะวันตกได้รับการยกย่องในประเทศจีน ณ สถานที่ซึ่งประเทศของตนเองได้ก่ออาชญากรรม

นี่คือหลักฐานอันทรงพลังที่แสดงให้เห็นว่า การกระทำที่แสดงถึงความซื่อสัตย์ทางปัญญาเพียงครั้งเดียว สามารถกอบกู้ชื่อเสียงได้มากเพียงใด หากไม่ใช่ทั้งประเทศชาติ

ฮิวโก้ยังมองการณ์ไกลด้วย ดังที่ปาเทรียร์-ไลตุสกล่าวไว้ วันนั้น "เมื่อฝรั่งเศสที่ได้รับการปลดปล่อยและชำระล้างแล้ว จะคืนของที่ปล้นมาเหล่านี้ให้กับจีนที่ถูกปล้นไป" ได้มาถึงแล้ว (แม้ว่าส่วน "ได้รับการปลดปล่อยและชำระล้างแล้ว" นั้น โดยรวมแล้วค่อนข้างน่าสงสัยในบริบทปัจจุบัน)

กฎหมายใหม่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับจีนและพระราชวังฤดูร้อนเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับโบราณวัตถุทั้งหมดที่ฝรั่งเศสขโมยไปในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1815 ถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 1972 ซึ่งตรงกับการเริ่มต้นของจักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศสครั้งที่สองและการมีผลบังคับใช้ของอนุสัญญายูเนสโกว่าด้วยทรัพย์สินทางวัฒนธรรม

ขอบเขตนั้นกว้างใหญ่มาก: 157 ปี วัตถุหลายพันชิ้น และหลายสิบประเทศที่มีสิทธิ์เรียกร้อง นี่คือการที่ฝรั่งเศสเผชิญหน้ากับอดีตอาณานิคมของตนในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และข้อเท็จจริงที่ว่า ส.ส. ฝรั่งเศสทั้งหมดลงคะแนนเห็นชอบกฎหมายนี้โดยไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่คนเดียว ก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก

หวังว่านี่จะเป็นสัญญาณเตือนไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็น "โจร" อีกประเทศหนึ่งในจดหมายของฮิวโก้

มีคำกล่าวของจีนจากจั่วจ้วน (左传) หนึ่งในคัมภีร์ขงจื๊อที่สำคัญว่า:

"การทำผิดแล้วแก้ไขได้นั้น ไม่มีคุณธรรมใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้" ("过而能改,善莫大焉", "guò ér néng gǎi, shàn mò dà yān")

ฝรั่งเศสได้พิสูจน์คุณธรรมของตนด้วยกฎหมายนี้



กอ.รมน.ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นแกนกลางในการใช้กำลังทหารปราบปรามกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อ ผกค.ได้ยุติการต่อต้านด้วยกำลังอาวุธลงแล้ว หน่วยงาน กอ.รมน.ก็ยังอยู่ ขยายภารกิจไปสู่เรื่องอื่นๆ โดยไม่เกี่ยวอะไรกับการปราบคอมมิวนิสต์อีกเลย แล้ว กอ.รมน. มีไว้ทำไม ?!?








อ่านต่อ
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_605198

https://x.com/Veishou1/status/2044741002162995561



 

สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการ ศอ.บต. ขอให้ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" นายกฯ สั่งย้าย "พล.ท.นรธิป โพยนอก" แม่ทัพภาคที่ 4 ภายในสิ้นเดือนนี้ หลังกล่าวหาว่าสถาบันปอเนาะและโรงเรียนตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง .





 https://x.com/ThaiPBS/status/2044785780938404282



โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศหยุดยิงในเลบานอนเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในคืนนี้ 21:00 GMT แต่ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลได้ทำลายสะพาน Qasmiyeh ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อสุดท้ายที่ทอดข้ามแม่น้ำ Litani การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญแห่งนี้ส่งผลให้ประชาชนกว่า 100,000 คนต้องติดค้างอยู่ภายในพื้นที่





 

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอทรงโพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์ม X เพื่อประณามผู้ที่บิดเบือนศาสนาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน "วิบัติจงมีแก่ผู้ที่บิดเบือนศาสนาและแม้กระทั่งพระนามของพระเจ้า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองของตนเอง โดยการฉุดลากสิ่งอันศักดิ์สิทธิ์ให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดและความโสโครก"





 https://x.com/SkyNews/status/2044788946169733549



คริสตจักรคาทอลิกได้ออกแถลงการณืที่แรงโต้ เจ.ดี. แวนซ์ และ ไมค์ จอห์นสัน เพื่ออธิบาย "just war theory" (ทฤษฎีสงครามที่เป็นธรรม) หลังจากที่ทั้งสองพยายามนำทฤษฎีนี้มาใช้เพื่อปกป้องสงครามอิหร่านที่ผิดกฎหมายของทรัมป์








https://x.com/OccupyDemocrats/status/2044497177733660748

ที่แรงของแถลงการณ์นี้ อยู่ที่จังหวะเวลาและการยืนยันว่าพระสันตะปาปาไม่ได้เพียงแค่ "แสดงความคิดเห็น" เกี่ยวกับการเมืองอย่างที่แวนซ์และจอห์นสันกล่าวอ้าง แต่ทรง "ปฏิบัติพระภารกิจ" เพื่อประกาศพระกิตติคุณ โดยการยืนยันอีกครั้งว่าสงครามที่เป็นธรรมเป็นกรอบทางศีลธรรม ไม่ใช่การรับรองทางการเมือง 
...

“ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งพันปีที่ผ่านมา ศาสนจักรคาทอลิกได้สั่งสอนเกี่ยวกับทฤษฎีสงครามที่เป็นธรรม และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันยาวนานนี้เองที่องค์พระสันตะปาปาทรงอ้างอิงอย่างละเอียดรอบคอบในพระดำรัสเกี่ยวกับสงครามของพระองค์” บิชอป James Massa ประธานคณะกรรมการด้านหลักคำสอนของสภาบิชอปคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวในแถลงการณ์

“หลักการอันแน่วแน่ประการหนึ่งของธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมายาวนานนับพันปีนี้ คือการที่ชาติบ้านเมืองจะสามารถหยิบยกอาวุธขึ้นต่อสู้ได้อย่างชอบธรรมก็ต่อเมื่อ ‘เป็นการป้องกันตนเอง และหลังจากที่ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อสันติภาพได้ล้มเหลวลงแล้วเท่านั้น’ (คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 2308)” ท่านกล่าวต่อ “กล่าวคือ เพื่อที่จะถือว่าเป็นสงครามที่เป็นธรรม สงครามนั้นจะต้องเป็นการป้องกันตนเองจากการรุกรานของฝ่ายตรงข้ามที่กำลังก่อสงครามอย่างแข็งขัน ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่องค์พระสันตะปาปาทรงตรัสไว้จริง ๆ ว่า: ‘พระองค์ (พระเจ้า) จะไม่ทรงสดับฟังคำภาวนาของผู้ที่ก่อสงคราม’”

“เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาตรัสในฐานะผู้ดูแลสูงสุดแห่งพระศาสนจักรทั่วสากลโลก พระองค์มิได้เพียงแค่ทรงแสดงทัศนะทางเทววิทยาเท่านั้น แต่พระองค์กำลังทรงเทศนาสั่งสอนพระวรสาร และทรงปฏิบัติพันธกิจในฐานะผู้แทนของพระคริสต์” ท่านกล่าวเสริม “คำสอนอันสม่ำเสมอของพระศาสนจักรยืนกรานอย่างหนักแน่นว่า มวลมนุษย์ผู้มีเจตจำนงดีทุกคนจะต้องร่วมกันภาวนาและทำงานเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงความชั่วร้ายและความอยุติธรรมต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับสงครามทุกรูปแบบ”

แถลงการณ์ฉบับนี้ถือเป็นการตักเตือนอย่างรุนแรงต่อ Vance ผู้ซึ่งอ้างตนว่าเป็นคาทอลิก ภายหลังจากที่เขาได้กล่าวปราศรัยในงานอีเวนต์ของกลุ่ม Turning Points USA โดยระบุว่าสมเด็จพระสันตะปาปาทรงคิดผิดที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสงคราม

“ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดที่สมเด็จพระสันตะปาปาจะต้องทรงระมัดระวังเมื่อทรงตรัสถึงประเด็นต่าง ๆ ทางเทววิทยา” Vance ผู้ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนมานับถือศาสนาคาทอลิกเมื่อเติบใหญ่แล้วกล่าว “หากท่านจะแสดงทัศนะในเรื่องทางเทววิทยา ท่านจำเป็นต้องระมัดระวัง และต้องมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านกล่าวอ้างนั้นมีรากฐานอยู่บนความจริง” เขายังกล่าวเสริมด้วยว่า ภายในศาสนจักรคาทอลิกนั้นมี “ธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับทฤษฎีสงครามที่เป็นธรรมสืบทอดกันมายาวนานกว่า 1,000 ปี”

Speaker Johnson ผู้ซึ่งนับถือนิกายอีวานเจลิคัล ก็ได้แสดงทัศนะในทำนองเดียวกันเมื่อช่วงเช้าวันนี้ โดยเขากล่าวว่าตนรู้สึก “ตกใจและประหลาดใจ” กับพระดำรัสต่อต้านสงครามของสมเด็จพระสันตะปาปา “นี่เป็นเรื่องทางเทววิทยาของคริสเตียนที่ได้รับการยอมรับอย่างดีแล้ว มีสิ่งที่เรียกว่าหลักคำสอนเรื่องสงครามที่เป็นธรรม” จอห์นสันกล่าว

แม้ว่าแวนซ์และจอห์นสันจะถูกต้องในแง่แคบๆ ที่ว่าทฤษฎีสงครามที่เป็นธรรมมีอยู่จริง แต่พวกเขาผิดอย่างสิ้นเชิงในการนำไปใช้ สงครามอิหร่านไม่ตรงตามเกณฑ์ใดๆ ภายใต้กรอบที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน และในความเป็นจริงแล้วละเมิดทุกเกณฑ์

ตามคำสอนของคาทอลิกและประเพณีที่สืบทอดมาจากนักบุญออกัสตินและนักบุญโทมัส อควินัส สงครามต้องมี “สาเหตุที่ชอบธรรม” ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่มี ทรัมป์โจมตีอิหร่านเพราะอิสราเอลต้องการทำให้ศัตรูในภูมิภาคไม่มั่นคงเพื่อทำให้การขยายดินแดนของตนง่ายขึ้น

สงครามต้องกระทำด้วย “อำนาจที่ชอบธรรม” แต่ทรัมป์ไม่ได้ขออนุมัติจากรัฐสภา ซึ่งเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ อย่างโจ่งแจ้ง

สงครามต้องมีแรงจูงใจจาก “เจตนาที่ถูกต้อง” แต่ทำเนียบขาวไม่สามารถแม้แต่จะอธิบายเป้าหมายที่สอดคล้องกันสำหรับความขัดแย้งนี้ได้ วันหนึ่งพวกเขาแสร้งทำเป็นว่าสงครามนี้เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ (ทั้งที่หน่วยข่าวกรองของเราสรุปว่าอิหร่านไม่ได้แสวงหาอาวุธดังกล่าว) อีกวันหนึ่งก็อ้างว่าเป็นการนำประชาธิปไตยมาสู่ประชาชนชาวอิหร่านที่ถูกกดขี่ (ซึ่งคำกล่าวอ้างนี้ถูกบั่นทอนอย่างมากจากการสังหารพลเรือนเหล่านั้นด้วยระเบิดของอเมริกา)

สงครามต้องมี "โอกาสประสบความสำเร็จ" ซึ่งสงครามนี้ไม่มี ทรัมป์ไม่มีทางที่จะทิ้งระเบิดอิหร่านจนยอมจำนน และสงครามภาคพื้นดินจะจบลงด้วยความหายนะอย่างที่สุดสำหรับสหรัฐอเมริกา สงครามนี้จึงเป็นเพียงการรณรงค์ทิ้งระเบิดก่อการร้ายที่ไม่ก่อให้เกิดผลใดๆ นอกจากความสูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์

สงครามต้องมี "ความสมดุล" หมายความว่ามันป้องกันความเสียหายได้มากกว่าที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย ในกรณีของสงครามอิหร่าน ไม่มีอะไรถูกป้องกันได้ แต่กลับก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวง ไม่เพียงแต่ในอิหร่านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในเลบานอนที่อิสราเอลได้บุกโจมตีอย่างโหดร้าย สังหารพลเรือนและยึดครองดินแดน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 1 ทรงถูกต้องอย่างยิ่งที่ทรงประณามสงครามครั้งนี้ว่าเป็นความโหดร้ายทางศีลธรรม แวนซ์และจอห์นสันได้ละทิ้งคำสอนที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์เพื่อเอาใจผู้มีพฤติกรรมวิปริตทางเพศในทำเนียบขาว พวกเขาเลือกอำนาจทางการเมืองเหนือความจริง และเปิดเผยตัวเองว่าเป็นคริสเตียนจอมปลอมในที่สุด




วันพฤหัสบดี, เมษายน 16, 2569

ต้องเชื่อ ปปช.รุ่นนี้ ด้านจริง เรื่องที่มีมติยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นบริษัทก่อสร้างเมื่อครั้งเป็น รมว.คมนาคม เป็นน้อง ‘ครูใหญ่’ เนวิน เสียอย่าง

ต้องเชื่อ ปปช.รุ่นนี้ ด้านจริง เรื่องที่มีมติยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้น หรือใช้นอมินี ใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น รวมทั้งแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ จนศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีว่าการคมนาคม

เป็นที่กังขากันมากในเรื่องมาตรฐานความเที่ยงธรรมในหมู่องค์กรอิสระ ขณะที่คณะกรรมการปราบทุจริตฯ ส่งเรื่องที่มี นักร้องสองรายยื่นให้พิจารณาตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต สส.ก้าวไกล ๔๔ คน ที่หาเสียงให้มีการแก้ไข ป.อาญา ม.๑๑๒ ให้ศาลฎีกาพิจารณา

ขณะเดียวกันกับคดีเก่าค้างคากรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อหา อดีต รมว.คมนาคมเมื่อต้นปี ๒๕๖๗ ซุกหุ้นบริษัทก่อสร้าง ปิดบังผลประโยชน์ทับซ้อน สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีนั้น พอมาถึงรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยที่มีนายเนวิน ชิดชอบเป็นครูใหญ๋บุรีรัมย์

ปปช.ลงมติยกคำร้องในคดีนั้นเสียดื้อๆ พอนักข่าวถามทั่นเลขาธิการ สุรพงษ์ อินทรถาวร ว่าไฉนมีคำสั่งสวนทางกับมติศาลรัฐธรรมนูญ พวกนักข่าวคงอยากทราบเหตุผลเอาไปรายงานให้ประชาชนทราบ เชื่อว่าจะต้องถูกต้อง คมคายยิ่งนักทีเดียว

ทั่นเลขาฯ กลับเลี่ยงบาลี บอกให้รอเดี๋ยวจะออกเป็นคำชี้แจงลายลักษณ์อักษร ก็แน่ละสิ มันต้องมีเอกสารชี้แจงอย่างละเอียดเป็นทางการอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ชาวบ้านอยากรู้หัวใจของคำตัดสิน เอาแบบซื่อๆ สั้นๆ จะได้ร้องอ๋อหรือร้องยี้ ไม่มีตะขิดตะขวงใจกัน

นักข่าวจึงซักอีกว่าแล้วยกคำร้องอย่างนี้มิหมายความว่าน้องชายเนวินจะได้กลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกหรือ ทั่นเลขาฯ ก็สลับขาเต้น บอกให้ไปถาม กกต.นู่น อันนี้ไม่ใช่หน้าที่ของผมตัดสิน ปุดโถ ถึงอย่างนั้นก็ให้ความเห็นได้ ว่าความตามระเบียบกฎหมายไง

แต่ทั่นไม่วายแย้มพราย “รัฐธรรมนูญเขียนระบุคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ โดยมีเรื่องสิทธิของผู้เสียหายที่สงสัยหรือยังเคลือบแคลงใจ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปพิจารณาเอง” แม้บางส่วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช.

อ้าว ปัดสวะพ้นตัวอีกแล้วนี่ จะไม่ยอมรับผิดชอบต่อผลกระทบเสียเลยหรือไร ชวนให่น่าสงสัยว่าวินิจฉัยตามธง หรือมีใครสั่งมา

(https://www.matichon.co.th/politics/news_5679663)