วันจันทร์, ตุลาคม 22, 2561

“สองคนนั้นเราไม่รู้จัก” แล้วคนที่จับมือกับประวิตรก่อนไทยสั่งซื้อยุทโธปกรณ์จากจีนล่ะ

 
พูดกันมาเป็นอาทิตย์เรื่องสองนายพลจีนถูกปลดเพราะรับสินบาตรคาดสินบน คนหนึ่งในนั้นฆ่าตัวตายไปแล้วหนีความผิด อีกหนึ่งที่ยังคงชีวิตรับโทษ เคยจับมือนายพลไทยคนคุมกลาโหม และเข้าเยี่ยมหัวหน้าใหญ่คณะรัฐประหาร ตอนเดินทางมาเจรจาขายอาวุธให้ไทย

แต่ ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายพลเอกคนนั้นเพิ่งรู้สึกรู้สา ออกมาปฏิเสธเสียงเครือ “เราไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เป็นเรื่องของกองทัพ” อ้าวกองทัพกับ คสช.นี่ไม่เกี่ยวกันหรอกหรือ รึว่า คสช.แปลงสภาพไปเป็นองค์กรทางการเมืองสำหรับเลือกตั้งแล้วเรียบร้อย

พี่คนโต คสช. ยังทำเซ่ออีกว่า “สองคนนั้นเราไม่รู้จัก” ที่รู้จักไม่ใช่คนนี้ แล้วคนที่จับมือกับประวิตรในรูป ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อ ๓๐ พ.ค. ๒๕๖๐ ล่ะ มาได้ไง

ข่าวรอยเตอร์รายงานตั้งแต่ ๑๖ ต.ค. ว่ากองทัพปลดแอกประชาชนจีนสั่งปลดและยึดทรัพย์ พล.อ.ฝาง เฟิงฮุย ประธานกรมเสนาธิการร่วมฯ ของจีน และ พล.อ.จาง หยาง ออกจากตำแหน่ง พร้อมไล่ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังพบว่านายทหารทั้งสองนายเกี่ยวข้องกับการทุจริตในกองทัพ และร่ำรวยผิดปกติ

พล.อ.ฝางคนนี้ละ ที่มีรูปจับมือกับประวิตรและเข้าเยี่ยมประยุทธ์ แล้วหลังจากนั้น “๔ เม.ย.๒๕๖๐ คสช. มีมติเห็นชอบให้กองทัพบกจัดซื้อรถถังแบบ วีที-๔ จากจีน...ด้วยงบประมาณ ๕,๐๒๐ ล้านบาท

ต่อมาวันที่ ๕ พ.ค. ๖๐ กองบัญชาการกองทัพเรือและผู้แทนรัฐบาลจีน ได้ลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำลำที่ ๑ ตามที่ ครม.อนุมัติ...ด้วยงบประมาณ ๑๓,๕๐๐ ล้านบาท โดยแบ่งชำระเงินเป็น ๗ ปี รวม ๑๗ งวด...

และเมื่อวันที่ ๑๓ มิ.ย. ๖๐ ครม.อนุมัติให้กองทัพบกจัดซื้อรถเกราะล้อยาง วีเอ็น-๑ จำนวน ๓๔ คันจากจีน งบประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านบาท ด้วยงบผูกพันปี ๒๕๖๐-๒๕๖๓” รวมแล้วกว่าสองหมื่นล้าน


ถ้างั้น นายเมิ่ง เจี้ยน จู้ อดีตกรรมการประจำคณะกรรมการกลางและเลขาธิการคณะกรรมการการเมืองและกฎหมายพรรคคอมนิวนิสต์จีน ที่พล.อ.ประวิตรบอกว่า “เราสนิท” นั้นติดต่อกันเรื่องไร มีการซื้อขาย จีทูจีอีกล้อตที่สาธารณชนยังไม่รู้ หรือเปล่า

เราถามแค่นั้นก่อน และยังไม่ถามเรื่อง เงินทอน ตอนนี้ด้วย

10 เหตุผล ไม่ควรหนุนประยุทธ์เป็นนายก




ภาพจาก

Pichai Naripthaphan

...

Charnvit Kasetsiri This coming election in Thailand ? 24 Feb 2019
การเลือกตั้ง ครั้งหน้านี้ (ถ้ามี&คงจะมี) 24 กพ 2562
การตัดสินใจ 'กา' บัตรจะเหลือง่าย ๆ เพียง
ก.
ใครชอบฝ่ายประชาธิปไตย
ก้อ 'กา' ฝ่ายประชาธิปไตย
จะเปนผู้สมัคร หรือ พรรคไหน สีไหน ก้อได้
ข.
ใครชอบฝ่ายรัฐประหาร
ก้อ 'กา' ฝ่ายรัฐประหาร
จะเปนผู้สมัคร หรือ พรรคไหน สีไหน
ก้อได้ เหมือนกัน ครับ

การเลือกตั้ง ครั้งหน้านี้ (ถ้ามี/คงจะมี)
ค.
ถ้าเกิดปรากฏการณ์โมเดลมาเลเซีย
ฝ่ายประชาธิปไตย ชนะถล่มทลาย
สยามประเทศไทย จะโชคดี เปลี่ยนผ่านไปได้
ง.
แต่ ถ้าเกิดปรากฏการณ์โมเดลกัมพูชา
ฝ่ายรัฐประหาร กระทำทุกวิถีทาง เพื่อรักษาอำนาจ
ไทยสยาม ก้อจะโชคร้าย ดั่งคำทำนาย เกิดกาลียุค
หนีไม่พ้นดั่ง 'เพลงยาวพยากรณ์ศรีอยุธยา'
https://www.youtube.com/watch?v=a-4BTWZ5_HA,

ขอถาวนา ข้อ ค. ครับ

ทรงพระเจริญ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.เกษตรฯ วันนี้



https://www.facebook.com/nutchanon.payakaphan/videos/926945207502522/

https://www.facebook.com/kratoodrama/posts/1936217426465196


กิจกรรม​ เส้นทางสีแดงรณรงค์​เลือกตั้ง​ครั้งที่​ 4 อาทิตย์​ 21​ ตค.​ หน้าอิมพีเรียล​ สำโรง​






https://www.facebook.com/red.truth.only/videos/2069325803128231/








ที่ประชุมภาคประชาชน Asia-Europe​ People's​ Forum​ ครั้งที่12 ประเทศเบลเยี่ยม มีมติเกี่ยวกับประเทศไทย​ ประณาม และเรียกร้องASEM กดดันรัฐบาลเผด็จการ​ เคารพสิทธิ​มนุษยชน​และรีบคืนประชาธิปไตย​





ที่ประชุม Asia-Europe​People's​ Forum​ ครั้งที่12 พวกเรา รวมทั้งสมยศ​ ไปร่วมด้วย มีมติเกี่ยวกับประเทศไทย​ ประนาม และเรียกร้องASEM กดดันรัฐบาลเผด็จการ​ เคารพสิทธิ​มนุษยชน​และรีบคืนประชาธิปไตย​

The AEPF12 strongly condemns the military coup d'état and the establishment of a military regime
in Thailand. While celebrating its commitment to democracy, ASEM is legitimising a military regime
by recognising its representatives. The official statements by ASEM on democracy, human rights
and good governance are mere rhetoric if no action is taken against the military regime in Thailand.

1. We demand that ASEM members exert real and significant pressure on the Thai military
regime to return human rights, the freedom of speech, the right of assembly, allowing all
political parties to register and campaign for elections, and honouring the results of the
popular vote, allow the right to campaign on the constitutional referendum and, as a result,
democracy back to the people of Thailand.

ที่มา FB


Alone again naturally...




Foreign Minister Don Pramudwinai on success in Belgium and prayut; “The fact that Prime Minister Prayut showed an interest in politics has also drawn more leaders to talk with him.”

Below we see those leaders in the usual 'talk as we walk' chit-chat, an invaluable way of forming personal bonds for all politicians.

Oh yeah, and that's prayut alone at the back, further rubbishing his 'success' claims.

Togetherness and understanding, prayut style.

Photo Cr Carla Käfer, an excellent find, thank you.

...



Government house released a photo of prayut and President Macron shaking hands, as used by Bangkok Post this morning. Giving the appearance of cordiality. A shot around which the Thai government managed to concoct a story.

Getty Images however caught a moment that would not allow Thai government lies let alone claims of success. A very uncomfortable looking prayut and his inept foreign minister who looks like he had just farted and is worried that President Macron will soon be surrounded by stink rather than just pointing at it.

Make your own mind up, truth or lies.....

(Photo credit; JOHN THYS/AFP/Getty Images)




"The Great International Lie".

Since late 2014 prayut and his coconspirators have stuck hard and fast to the narrative, "the world understands", "they believe us now" and a litany of other lies in keeping with known fascist technique.

And although he has made many attempts to cast his web, his efforts have only resulted in reactions from wry smiles to disbelief, thinly disguised by stoic, emotionless faces.

https://www.bangkokpost.com/…/1561550/prayut-belgium-trip-a…

สำหรับบิ๊กตู่ การออกกำลังกายมีได้ในทุกสถานที่ อีกคลิป ชวนออกกำลังกายงานต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล



https://www.facebook.com/Feedforfuture/videos/1201690446575750/


เสรีพิศุทธ์ อัด ผบ.ทบ.ไม่มีสมอง ถามปฏิวัติแล้วรวยใช่มั้ย



อัด ผบ.ทบ ถามปฏิวัติแล้วรวยใช่มั้ยเสรีพิศุทธ์ อัด ผบ.ทบ.ไม่มีสมอง ถามปฏิวัติแล้วรวยใช่มั้ย

https://youtu.be/OAuK6D7dogM
YouTube 16 นาที

ฉบับเต็ม Live 19/10/61 (สัญญาณภาพปกติ)
https://youtu.be/IHAwQEynNbE

Live 19/10/61 เสรีพิศุทธ์ อัด ผบ.ทบ.ไม่มีสมอง - ชีวประวัติ ตอน " บ่อนลอยฟ้า ทุจริตข้าว-ลำใย "



https://www.youtube.com/watch?v=IHAwQEynNbE&feature=youtu.be&fbclid=IwAR1S5UMN2q4c5dWnaY7Gi39yG-1E47TPKI_hykih5N-94vL9rFoSele8gmU

วันอาทิตย์, ตุลาคม 21, 2561

“คุณเป็นผู้เสียหายเหรอ” ตำรวจถามผู้แจ้งความข้อหา 'กบฏต่อราชอาณาจักร'


จะหาตรรกะวิบัติกว่านี้ไม่มีแล้วละประเทศไทย

นักกิจกรรมสองคนไปแจ้งความ ผบ.ทบ. พูดว่าจะทำการปฏิวัติยึดอำนาจถ้าบ้านเมืองวุ่นวาย ผิดกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๓ ทีแรกตำรวจ สน.ลาดพร้าวยึกยักไม่ยอมรับแจ้ง ถามว่า “คุณเป็นผู้เสียหายเหรอ”

นายเอกชัย หงส์กังวาน หนึ่งในผู้แจ้งต้องเคาะกะโหลกอธิบายว่า “ม.๑๑๓ เป็นอาญาแผ่นดิน ประชาชนทุกคนแจ้งความได้” ตำรวจนายนั้นโยกต่อ “ต้องไปแจ้งที่ สน. ในพื้นที่เกิดเหตุ” คือ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ พูดที่ไหนต้องไปแจ้งที่นั่น

เอกชัยต้องอธิบายต่อ “ผมรับข่าวจากที่บ้านมันก็แจ้งที่ สน. พื้นที่บ้านผมได้” ตำรวจยังไม่ยอมอ้างว่าเนื้อข่าวอาจไม่เข้าข่าย เอกชัยก็เอาโพสต์ของวาสนา นาน่วม ให้ดู จะได้เห็นชัดว่า

“ในเมื่อกฎหมาย ม.๑๑๓ มันเขียนว่า (ห้าม) ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังปะทุษร้าย อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร แบบนี้เขาก็ขู่ว่า ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์จลาจลก็จะไม่ทำ (รัฐประหาร) มันก็เป็นลักษณะของการขู่เข็ญ”

นายตำรวจคนนั้นเป็นถึงผู้บังคับบัญชากองบังคับการตำรวจนครบาลที่ ๔ พยายามบิดเบี้ยวกฎหมายจะไม่ยอมรับแจ้งความ อ้างผู้แจ้ง “คิดไปเอง” เสียอีก เสร็จแล้วท้ายที่สุดยอมรับแจ้ง เสียเวลาไปกว่าชั่วโมง

พอกลับออกมาจากสถานี โดน นอกเครื่องแบบ ไม่ยอมเผยสังกัดเรียกไปสอบเสียนี่ “ถามอะไรเรื่อยเปื่อย ถามว่าบ้านอยู่ไหน ทำงานอะไร อายุเท่าไหร่ ถามแต่เรื่องส่วนตัว จนเรารำคาญ” ที่ร้ายมีการบอกด้วยว่า

“คุณไม่รู้เหรอว่า เขา (พล.อ.อภิรัชต์) เป็นทหารจากสายใคร คุณไม่กลัวเหรอที่มาแจ้งความแบบนี้ ต้องระวังตัวนะ”


ถึงขนาดนี้ชัดเจนแล้วละ ประเทศไทยเป็นรัฐฟาสซิสต์ ขณะที่ตัวหัวหน้าใหญ่คณะยึดอำนาจไปฟอกขาวประชาธิปไตยถึงกรุงบรัสเซล ให้พวก ‘bots’ ทัพบกรายงานกลับมาในประเทศว่า โอ๊ย เจรจาความร่วมมือต่างๆ ได้ผลดีเยี่ยม
 
แต่ละไว้ไม่ยอมแตะเรื่องที่นายกฯ ดัทช์ Mark Rutte @MinPres ทวี้ตข้อความไว้ในบัญชีของตนเอง #ASEM12 “การเจรจากับนายกฯ ไทย ประยุทธ์ ที่การประชุมเอเซียยุโรป เป็นไปด้วยดี เนเธอร์แลนดืตั้งตารอการเลือกตั้งในประเทศไทยเดือนกุมภาพันธ์ ๖๒ ที่จะต้องนำเอาประชาธิปไตยกลับคืนมา...”


มันตรงข้ามกับข่าวที่รัฐมนตรีต่างประเทศไทย ดอน ปรมัตถ์วินัย นำมาอ้างว่าไม่มีประเทศไหนข้องใจ หรือทวงถามเกี่ยวกับประชาธิปไตยกันเลย ผู้นำนานาประเทศล้วนแต่อยากพบปะสนทนากับนายกฯ ไทย ถึงขนาดต้องเรียงคิวขอพบนับสิบ

แท้จริงแล้วล้วนแต่ทำตามมารยาททางการทูตกันเป็นหลักใหญ่ใจความ หนำซ้ำเสร็จประชุมแล้วผู้นำเยอรมนี นางอังเกล่า แมร์เกิ้ล ชวนผู้นำประเทศเพื่อนภาคีไป นอกรอบ กันต่อ แต่ไม่มีคำเชิญสำหรับผู้นำเผด็จการไทย

เลยมีเสียงนินทาออนไลน์เรื่องประยุทธ์ไปบรัสเซลคราวนี้เสียหน้า ทัวร์ล่มอุตส่าห์แสดงปาฐกถาเรื่อง “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (น่าจะลอกมาจากนโยบายการศึกษาระดับประถมของสหรัฐสมัยประธานาธิบดีโอบาม่า ‘No Child Left Behind’)

“คิดว่าเจ๋งสุดในชีวิต...เจอฤทธิ์เดชของนางสิงห์มหาภัย...เค้าทิ้งประยุทธ์ไว้เบื้องหลัง” เสียแล้วนี่ “จนต้องรีบมาจัด ครม.สัญจรไปเชียงราย และโพสต์แก้เกี้ยว “ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราครับ”

ไม่เท่านั้นทีมงานลงภาพประยุทธ์ทักทายสุนัขเลี้ยงตัวโปรดว่าดักรอการกลับของเจ้าของอย่างตื่นเต้น ก็ดันมีคนจับผิดได้อีกว่า ภาพที่ลงลืมทำโฟโต้ช้อป จนเห็นเชือกผูกหมาตัวนั้นติดไว้กับรูปปั้นข้างหลัง มันคงจะหลีกลี้หนีไปไหนไม่ได้นั่นเอง

ที่ต้องเอาเรื่องไม่ค่อยได้สาระเหล่านี้มาเล่า ก็เพราะความกระสันซ่านกระเซ็นของหัวหน้ารัฐประหาร สวมบทนายกฯ มานานจนติดลม อยากจะเป็นต่อด้วยใบขับขี่ เลือกตั้งให้พีอาร์เอารูปมาลง แบบว่าอยู่กับบ้านขยันทำงาน อ่านเอกสารหมกมุ่น (ดูภาพแล้วกลั้นๆ กันไว้หน่อย)

สาระของเผด็จการที่คิดจะเป็นนายกฯ ต่อไปอีกหลังเลือกตั้ง มีแต่อย่างนี้แหละ

เลื่อนวันเลือกตั้งได้ช้าที่สุด คือ 31 มีนาคม 2562 : แล้วจะเลื่อนทำไม





เลื่อนวันเลือกตั้งได้ช้าที่สุด คือ 31 มีนาคม 2562 : แล้วจะเลื่อนทำไม
....................................................................
.
กระแสข่าวเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุในการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และนายกรัฐมนตรี ราชอาณาจักรนอร์เวย์ โดยคาดว่า จะจัดการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ หรืออย่างช้าไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2562 ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ได้จริงหรือไม่
.
ตามมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดให้การจัดการเลือกตั้งครั้งหน้าไม่เกินวันที่ 5 พฤษภาคม 2562
.
ถามว่า โอกาสเลื่อนวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 มีมากน้อยเพียงใด
.
ตอบว่า โอกาสน้อยมาก เพราะหากเลื่อนวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่วุ่นวายและมีการร้องเรียนมากที่สุดกว่าครั้งใดๆที่ผ่านมา
.
เพราะการหาเสียงในช่วงสงกรานต์สุ่มเสี่ยงต่อการถูก "เตะตัดขา" จากคู่แข่งในสนามเลือกตั้งอย่างยิ่ง
.
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ การเลือกตั้งระบบเขตมีความสำคัญมาก เพราะ "บิ๊กเนม" จำนวนไม่น้อยลงสนามสู้ศึกเลือกตั้งในเขตเอง อีกทั้งคะแนนชี้ขาดในระบบเขตไม่จำเป็นต้องใช้ถึง 70,000 - 80,000 คะแนน เพื่อให้ได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง (จากผลการเลือกตั้งปี 2554 ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ระบบเขตส่วนใหญ่มีคะแนนระหว่าง 40,000 - 50,000 คะแนน เท่านั้น) พรรคการเมืองทั้งหลายย่อมให้ความสำคัญกับ ส.ส.ระบบเขต และงัดกลยุทธ์ทุกรูปแบบเพื่อชนะเลือกตั้งในเขตนั้นๆ
.
ช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่คร่อมวันสงกรานต์จึงควรหลีกเลี่ยง เพราะจะเกิดความโกลาหลที่ไม่อาจคำนวณได้
.
เมื่อทบทวนการเลือกตั้ง 27 ครั้งที่ผ่านมา พบว่า มีการหาเสียงคร่อมวันสงกรานต์เพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ การเลือกตั้งวันที่ 22 เมษายน 2522 และวันที่ 18 เมษายน 2526 ซึ่งเป็นยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ ก่อนมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก่อนมีนวัตกรรมการแจก ใบเหลือง ใบแดง และ "ใบส้ม" ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
.
และประกอบกับการพิจารณาความเหมาะสมทั้งปวงโดยรอบด้านแล้ว วันเลือกตั้งช้าที่สุดที่ควรเป็นไปได้ คือ วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562
.
ถามว่า ถ้าเลื่อนไปได้อีกเพียง 5 สัปดาห์ จะด้วยเหตุผลทางการเมืองใดๆ ไม่ว่า เป็นการหวังสร้างกระแสความนิยมเพิ่มเติม หรือการชิงความได้เปรียบต่างๆ ก็คงไม่เกิดผลมากนัก ดังนั้น จะเลื่อนวันเลือกตั้งเพื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ทำไม
.
เดินหน้าสู่วันเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 อย่างองอาจดีกว่า


สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

ทำไมการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2562 นี้เป็นการเลือกตั้งของ คสช. โดย คสช. และเพื่อ คสช.





การเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2562 มีองค์ประกอบอยู่สามประการที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งของ คสช. โดย คสช. เพื่อ คสช. คือ

1. "คสช. เป็นคนเขียนกติกาเอง" เช่น การออกแบบระบบเลือกตั้งไม่ให้มีพรรคการเมืองใดสามารถครองเสียงข้างมากได้เบ็ดเสร็จ การให้มี ส.ว. ซึ่ง คสช. แต่งตั้งเองทั้งหมด 250 คน และมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีรวมกัน ส.ส. รวมทั้งการออกคำสั่งต่างๆ ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองได้เคลื่อนไหวหาเสียงพูดคุยกับประชาชน

2. "คสช. เป็นคนตีความและบังคับใช้กติกาเอง" คสช. ในฐานะผู้ถืออำนาจบริหารอยู่ก็ยังมีอำนาจการบังคับใช้กฎหมายอยู่ในมือ โดยเฉพาะกฎหมายต่างๆ ที่เขียนขึ้นใหม่ อย่าง รัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก และประกาศคำสั่งพิเศษ ในช่วงเวลาสี่ปี คสช. ยังค่อยๆ เข้ายึดครององค์กรอิสระให้กลายเป็นองค์กรภายใต้อำนาจของ คสช. ทำให้การใช้และการตีความกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งแทบจะอยู่ในมือของ คสช. เองหมดแล้ว

3. "คสช. เป็นผู้เล่นเอง ในสนามการเลือกตั้ง" ระหว่าง คสช. ห้ามพรรคการเมืองอื่นๆ ทำกิจกรรม แต่ คสช. ก็ตั้งพรรคการเมืองขึ้นเอง ชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐ โดยมีรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช. สี่คน เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรค
...
อ่านทั้งหมด https://ilaw.or.th/node/4973

iLaw

...



Wait for me!? มุมชิลๆ ลุงตู่ บินกลับไทย หายเหนื่อย 'เจ้าหมี' หมาตัวโปรด รอรับ 😄😄😄







...




...



ตรรกะฮาโคตร​ ยามขู่ยึดคอนโด​...




...



https://www.facebook.com/VoiceOnlineTH/videos/177098246512988/


งานนี้ คนไทยในแคลิฟอร์เนีย พลาดไม่ได้ พบปะพูดคุยกับ 5 นักกฎหมายและทนายสิทธิมนุษยชน นำโดยทนายอานนท์ นำภา 24 ตุลาคม 2018 North Hollywood





งานนี้พลาดไม่ได้
5 นักกฎหมายและทนายสิทธิมนุษยชน
นำโดยทนายอานนท์ นำภา พร้อมพบปะพูดคุยกับคนไทยในนครลอสแองเจลิส เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

จึงประกาศมายังคนไทยผู้รักประชาธิปไตยในนครลอสแองเจลิส เชิญชวนให้มาร่วมพบปะแลกเปลี่ยนทัศนะกับอานนท์ นำภาและคณะในวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2018 ตั้งแต่เวลา 6.00 pm เป็นต้นไป ณ บ้านเลขที่ 12235 Leayn Ct. North Hollywood, CA 91605

ทนายสิทธิมนุษยชนไทยทั้ง 5 ท่านได้รับเชิญจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกันให้มาดูงานด้านสิทธิมนุษยชนในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 สัปดาห์


Red USA - Thai Voice International


จับตากรณี "นาฬิกาประวิทย์" เทียบเคียง คำพิพากษาศาลฎีกาฯในคดีที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อ้างว่ายืมรถผู้อื่นมาใช้ จึงไม่ได้แสดงในบัญชีทรัพย์สินฯที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ฟังไม่ขึ้น ยืนจำคุก "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" 10 เดือน




https://www.youtube.com/watch?v=LD3QDKCHVzc

คำพิพากษาศาลฎีกาฯในคดีที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อ้างว่ายืมรถผู้อื่นมาใช้ จึงไม่ได้แสดงในบัญชีทรัพย์สินฯที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. จะเทียบเคียงกับกรณียืมนาฬิกาเพื่อนได้หรือไม่

...

ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน จำคุก "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" 10 เดือน (19 ต.ค. 61)



https://www.youtube.com/watch?v=1yAnDak5P30


ThaiPBS
Published on Oct 18, 2018

คดีนี้ สืบเนื่องจาก นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติ และจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ในช่วงดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ ก่อนจะมีมติเสียงข้างมาก พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุก นายสุพจน์ เป็นเวลา 10 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และห้ามดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเวลา 5 ปี ติดตามชมรายการวันใหม่ ไทยพีบีเอส ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.00 - 07.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือชมย้อนหลังได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/WanmaiThaiPBS


Remembering Jamal Khashoggi, the prominent Saudi journalist whose 30-year career came to an end when he was killed in the Saudi consulate in Istanbul






อดีตประธานศาลอุทธรณ์ชี้ประเทศไทยต้องมีตัวเลือกมากกว่าประยุทธ์ ดูเนื้อหา Exclusive ที่ไม่มีในทีวี ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ คุยกับท่านศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์คนแรกที่ถูกสกัดไม่ให้เป็นประธานศาลฎีกาด้วยเหตุผลที่ท่านบอกว่า "ผมเป็นคนไม่ทำตามคำขอ"




https://www.facebook.com/VoiceTVOverview/videos/298748154149870/

..

วันเสาร์, ตุลาคม 20, 2561

สิทธิพิเศษนักบินไทยต้องนั่งชั้นหนึ่ง ไม่งั้นเครื่องไม่ออก มิน่า ‘ดัชนีทุนมนุษย์’ ต่ำตม

 
ดูเหมือนทีมประยุทธ์จะดีดถูกคีย์ ‘hits the right cords’ ขณะเดินสายสร้าง Profile หรือคุณค่าส่วนตัวผู้นำในการเจรจาความเมืองกับต่างประเทศ ระหว่างการประชุมผู้นำเอเซีย-ยุโรปที่กรุงบรัสเซล เบลเยี่ยม ข้อหนึ่งก็คือ

“สนใจเรียนรู้จากเนเธอร์แลนด์ ในด้านการวางแผนระยะยาวในการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและเป็นระบบ รวมถึงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อป้องกันปัญหาน้ําท่วม” เป็นประเด็นน่าสนใจจากการพบปะแบบทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีของประเทศเดอะเนเธอร์แลนด์

เพราะว่าภายในประเทศสถานการณ์น้ำเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยไม่สามารถจัดการได้ (อย่างน้อยให้ทันท่วงที) อย่าว่าแต่การวางระบบป้องกันภัย ทั้ง น้ำล้นและ น้ำแล้งได้เลยในตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา

เมื่อวาน (๑๙ ตุลา) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเพิ่งแถลงถึงสถานการณ์ ภัยแล้งว่าขณะนี้ครอบคลุมบริเวณ ๑๔ อำเภอ ซึ่งมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายแล้วราว ๗ แสนไร่
ก่อนหน้านี้สามวันมีประกาศของโครงการส่งน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์เพื่อการเพาะปลูกออกมาว่า “ขอแจ้งงดการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง เพราะปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนอุบลรัตน์มีน้อยไม่เพียงพอ” ทั้งนี้เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้เฉพาะการอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ให้เพียงพอตลอดฤดูแล้งเท่านั้น

“จึงขอประกาศแจ้งเตือนให้งดการเตรียมเมล็ดพันธุ์ ลูกปลาหรือลูกกุ้ง ที่จะนำมาใช้ในฤดูแล้งเพื่อป้องกันความเสียหาย เนื่องจากขาดแคลนน้ำ”

นั่นคือปัจจุบัน “ปริมาณฝนตกเหนือเขื่อนอุบลรัตน์น้อยกว่าเกณฑ์ปกติค่อนข้างมาก ทำให้สถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ปัจจุบันมีน้ำปริมาณ ๘๔๔.๙๔ ล้าน ลบ.เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๔.๗๕ ของความจุที่ระดับเก็บกัก”


ถ้าความจำไม่สั้น เราเพิ่งผ่านอุทกภัยมาหมาดๆ ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ทีมประยุทธ์อ้างกับเนเธอร์แลนด์ว่า “ต่างเผชิญปัญหาความท้าทายที่ใกล้เคียงกันจากการเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ” แล้วชวนเขามาร่วมนโยบาย Thailand +1 เอย ACMECS บ้างละ Thailand 4.0 และ/หรือ EEC งี้ ล้วนเป็นการพล่ามตามเพลงเอาเมื่อสายไปแล้ว ๕ ปี
 
การที่จะพึ่ง “ความเชี่ยวชาญด้านการชลประทานและการบริหารจัดการน้ําระดับโลกของเนเธอร์แลนด์ โดยมีวิศวกรรมบริหารจัดการน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ดังคำเยินยอที่ใช้ป้อเป็นพิธีการ นั้นควรจะทำตั้งแต่สามสี่ปีที่แล้ว ที่ไทยก็เผชิญปัญหาน้ำท่วม น้ำไม่พอ เช่นนี้เสมอมา

อีกสิ่งหนึ่งซึ่งจะต้องเริ่มทำตั้งแต่ริอ่านสร้างโครงการไทยแลนด์ ๔.๐ ก็คือการผลิต ทรัพยากรมนุษย์อันเป็นข้อเสนอแนะที่ธนาคารโลกชี้ไว้นานนมแล้วและเพิ่งมาตอกย้ำอีกครั้งอาทิตย์ที่แล้ว เมื่อมีการแถลงรายงาน ดัชนีทุนมนุษย์

ว่าคุณภาพการศึกษาของไทยยังไม่ได้มาตรฐาน เด็กไทยที่เข้าเรียนในระบบการศึกษา ๑๒.๔ ปี จนกระทั่งอายุ ๑๘ ปีนั้น มีคุณภาพการเรียนรู้เท่ากับการศึกษาเพียง ๘.๖ ปีเท่านั้นเอง มิใยที่รายงานธนาคารโลกจะระบุว่ารัฐบาลประยุทธ์พยายามให้ความสำคัญในเรื่องนี้

แต่ก็ยังทำไม่พอ หรือทำไม่จริง เพราะ “สำหรับประเทศไทยนั้น เด็กที่เกิดในวันนี้ จะมีผลิตภาพเพียงร้อยละ ๖๐ ของศักยภาพที่พวกเขาควรจะมี” อยู่ดี

จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมผู้มีอาชีพนักบินจึงหวงแหนสิทธิพิเศษในการได้ที่นั่ง ชั้นหนึ่งเหนือการให้เกียรติ ‘courtesy’ ลูกค้าที่แม้ว่าจ่ายค่าโดยสารชั้นธุรกิจ แต่ได้รับการเลื่อนขั้นไปนั่งชั้นหนึ่งโดยเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสายการบินนั้นเอง

ไม่ว่าจะเป็นกฏระเบียบที่นักบินของสายการบินไทยได้รับมากว่า ๒๑ ปี ดังที่นักบินคนหนึ่งอ้างในโพสต์ของเขาที่ก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างอื้อฉาว หรือเป็นความจำเป็นที่นักบินสำรอง (ซึ่งดูเหมือนจะไม่ใช่กรณีนี้) จะต้องนอนราบ ๑๘๐ องศา (ในที่นั่งชั้นหนึ่ง) ให้ครบตามชั่วโมงกำหนด “ตามกฏอีกอย่าง เค้าต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอ” ดังมีคนอ้าง

ไม่ใช่เรื่องที่นักบินของเที่ยวบิน ทีจี ๙๗๑ จากซูริคถึงกรุงเทพฯ ดังกล่าวจะประท้วงไม่ยอมนำเครื่องออกเดินทาง จนผู้โดยสารอื่นๆ ๓๐๐ คนต้องเสียเวลาล่าช้าไปกว่าสองชั่วโมง และอาจมากกว่านั้นถ้าสองสามีภรรยาที่ได้รับการ อัพเกรด ไปนั่งชั้นหนึ่งไม่ยินยอมสละที่นั่งของตน

นั่นจะเรียกว่าเป็นการฉ้อราษฎร์ หรือ corruption ในเรื่องของสิทธิก็ว่าได้ ในเมื่อสิทธิ พิเศษย่อมเอาเปรียบสิทธิพื้นฐานเสมอไป โดยไม่มีลักษณะแห่งความเท่าเทียมใดยืนยันได้

มิใย “ผลสำรวจดัชนีคอร์รัปชันไทยเดือนธันวาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา พบว่าความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในยุครัฐบาล คสช. เพิ่มขึ้นถึง ๓๗% สูงสุดในรอบ ๓ ปี” ดังที่คอลัมน์ ลมเปลี่ยนทิศ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเอ่ยถึง


โดยที่มูลเหตุแห่งการคอรัปชั่นที่ถูกอ้าง อยู่ในระบบการปกครองและทางปฏิบัติที่คณะรัฐประหารกำหนด ทว่าวัฒนธรรมแห่ง อำนาจนิยม ที่อ้างอิงกฎหมาย ซึ่งไม่ได้มาจากกระบวนการยอมรับและอิงกับประชาชน

ทำให้ผู้ได้สิทธิพิเศษและสถานะได้เปรียบ (อันมักจะเป็นคนส่วนน้อยเสียด้วย) ใช้อ้างเป็นความชอบธรรมของตนไปเสียฉิบ ดังกรณีนักบินจะกลับบ้านต้องนั่งชั้นหนึ่งไม่งั้นเครื่องไม่ออกดังกล่าว

555... โสน้าหน้า... เมื่อลุงตุ๊ดตู่ ไลท์สด






มาพรํ่าเพ้อ เพ้อเจ้อ รักประเทศ ห่วงใย จะสร้างความปรองดอง อยู่มา จะ 5 ปีแล้ว ถามจริงๆ เคยไหม ที่คิดจะสร้างความสามัคคี สร้างความปรองดองให้คนในชาติหรือไม่

เห็นไล่ล่า จับแต่คนที่เห็นต่างไล่ยึดทรัพย์ เอามาติดคุกติดตะราง และ ปูนบำเหน็ดความดีความชอบ ให้ฝ่ายที่สนับสนุนตนเอง เข้ามาทำปฎิวัติ ยึดอำนาจ โกงบ้านโกงเมือง อยู่ในขณะนี้ นี่หรือ จะเข้ามาปรองดอง ถุยส์ๆๆๆๆ



ที่มา FB


ปรากฏการณ์ กปปส. เกิดอะไรขึ้นกับคนชั้นกลางระดับบน...



https://www.facebook.com/ResearchcafeTRF/videos/1955483184494632/

กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่เคยร่วมขบวนการ กปปส. เป็นกลุ่ม “คนชั้นกลางระดับบน”
.
ทั้งที่สังคมเคยเชื่อว่า “เป็นความหวัง” ของประชาธิปไตย เกิดอะไรขึ้นกับคนชั้นกลาง
สู่งานวิจัยในชุดโครงการ “การเมืองคนดี”
.
โครงการวิจัย :เข้าใจบทบาททางการเมืองของคนชั้นกลางระดับบนในประเทศไทย: กรณีศึกษาจากปรากฏการณ์ กปปส.’
นักวิจัย : ดร.ธร ปีติดล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
.
สนับสนุนการวิจัยโดย สกว.
อ่านงานวิจัยฉบับเต็มที่
https://elibrary.trf.or.th/project_content.asp…



ข่าว“ช็อก”ที่ไม่“ช็อก - คอร์รัปชันยุค คสช. ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี





คอร์รัปชันยุค คสช. ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี


19 ก.พ. 2561
ไทยรัฐออนไลน์


ก็ถือเป็นข่าวที่ “ช็อก” ความรู้สึกคนไทยทั้งประเทศ เมื่อ ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีคอร์รัปชันไทยเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาพบว่า ความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในยุครัฐบาล คสช. เพิ่มขึ้นถึง 37% สูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่าสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในปี 2561 จะเพิ่มขึ้นเป็น 48% ทั้งๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศปราบคอร์รัปชันเกือบทุกวัน แต่การคอร์รัปชันในยุค คสช.กลับไม่ลด แถมยังทำสถิติสูงสุดใหม่


เข้าตำรา ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเสียเอง

สาเหตุการทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้นมากมาย จนทำสถิติใหม่ในรอบ 3 ปี ดร.เสาวณีย์ เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่มาจาก กฎหมายที่เปิดโอกาสให้สามารถใช้ดุลพินิจเอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันถึง 18.8% รองมาเป็นเรื่องของ กระบวนการทางการเมืองที่ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก 15.6% และ ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบ 14.7% (นี่คือข้อเสียของระบบเผด็จการ)

รูปแบบคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น การให้สินบน ของกำนัล รางวัลต่างๆ 19.6% (การยืมนาฬิกาหรูเรือนละหลายล้านบาทมาใส่ก็น่าจะเข้าข่ายนะ) รองมาเป็น การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง 16.2% การทุจริตเชิงนโยบาย 13.8% การทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 12.2% การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ประโยชน์ภายหลัง 9.0%

ฟังแล้วคุ้นๆ คล้ายกับ ประกาศ คสช. ตอนปฏิวัติ วันนี้กลับไปสู่วงจรเดิมอีกแล้ว

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงเพิ่มเติมว่า สถานการณ์คอร์รัปชันไทยเริ่มมีสัญญาณ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังปี 2558 หลังจากเริ่มมีการจัดซื้อจัดจ้างโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยพบว่า อัตราการจ่ายใต้โต๊ะปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 5–15 สูงสุดในรอบ 3 ปี นับจากปี 2558 ที่จ่ายใต้โต๊ะเฉลี่ยร้อยละ 1-15 ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 100,000-200,000 ล้านบาท

แวดวงผู้รับเหมาเขาเม้าท์กันว่า ยุคก่อน 2558 จ่ายแค่ 2 ชั้น ยุค หลัง 2558 ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 3 ชั้น หมายความว่าอย่างไร ผมแปลไม่ออก

งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2560 จากหยาดเหงื่อภาษีของประชาชน มีวงเงิน 2.932 ล้านล้านบาท ถ้า คอร์รัปชันไป 5–15% ก็รับประทานไปถึง 146,600–439,800 ล้านบาท เห็นตัวเลขคอร์รัปชันแล้วตกตะลึง คอร์รัปชันกันปีละมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ แล้วที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศปราบคอร์รัปชันทุกวัน รัฐบาลปราบจริงหรือไม่ ถ้าปราบจริงทำไมการทุจริตคอร์รัปชันปี 2560 จึงสร้างสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 3 ปี

ปีนี้ 2561 ผลสำรวจระบุว่า สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันจะรุนแรงกว่าปี 2560 เพราะ มีการประมูลเมกะโปรเจกต์มากมาย งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2561 มีวงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ถ้าคอร์รัปชันไปเท่าเดิมร้อยละ 5–15 เงินภาษีของประชาชนก็จะถูกคอร์รัปชันไปถึง 145,000–435,000 ล้านบาท

สองปี ภาษีประชาชนถูกปล้นไปถึง 291,600–874,800 ล้านบาท เสียดายไหม

ทุกวันนี้ การประมูลเมกะโปรเจกต์ทุกโครงการ ล้วนมีราคาแพงเว่อร์จนน่าตกใจ บริษัทที่ประมูลได้ก็วนเวียนอยู่ใน 10 กว่าบริษัท การเสนอราคาประมูลแต่ละโครงการเหมือนฮั้วกันมาล่วงหน้า เห็นราคาก็รู้แล้วว่าโครงการนี้บริษัทไหนได้ แถมยังต่อรองราคายาก โครงการร่วมหมื่นล้านลดให้แค่ไม่กี่ล้านพอเป็นพิธี เมื่อได้โครงการแล้วก็ไปจ้างบริษัทเล็กรับช่วงทำต่ออีกทอด การก่อสร้างจึงล่าช้าทุกโครงการ

ก็ทำกันอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัย อำนาจจึงเป็นสิ่งหอมหวานเสมอ

เขียนไปก็เศร้าไป คนไทยเจ็บแล้วไม่รู้จักจำ จึงต้อง โง่ จน เจ็บ อยู่อย่างนี้แหละ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”


ประเทศห่าอะไร มองการชุมนุมทางการเมืองคือความไม่สงบ มองรัฐประหารคือการรักษาความสงบ ?







ในประเทศ Not Free ผู้นำกองทัพพูดว่า "ถ้ามีเงื่อนไขก็ทำรัฐประหารได้" ไม่ผิด แต่ประชาชนพูด เขียน โพสต์ แชร์ความจริงของผู้มีอำนาจผิด

...


กี่ประชาชนที่ตาย
กี่ประชาชนที่ติดคุก
กี่ประชาชนที่ลี้ภัยการเมือง

ประชาชนทั้งประเทศ
สูญเสียสิทธิเสรีภาพ
สูญเสียอำนาจต่อรอง

คือประชาชนที่จ่ายภาษีเลี้ยงเผด็จการ
เผด็จการที่ทำรัฐประหาร
ปล้นสิทธิเสรีภาพและอำนาจของประชาชน
ซ้ำซาก ซ้ำซาก ซ้ำซาก
ซากเดน ซากเดน ซากเดน

ที่มา FB

สุรพศ ทวีศักดิ์

ooo





Junya Yimprasert เอารูปประท้วงประยุทธ์ หน้าอียูมาฝาก




ชมภาพเพิ่มเติมและคลิปการประท้วงได้ที่

https://www.facebook.com/junya.yimprasert


บทความสุดท้าย จากนักข่าวซาอุฯผู้ถูกฆ่าหั่นทั้งเป็น เพียงเพราะสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงความเห็น





บทความสุดท้าย จากนักข่าวซาอุฯผู้ถูกฆ่าหั่นทั้งเป็น เพียงเพราะสู้เพื่อเสรีภาพ


19 ตุลาคม 2561
ข่าวสดออนไลน์


บทความสุดท้าย – วอชิงตันโพสต์ สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์บทความ Jamal Khashoggi : What the Arab world needs most is free expression การแสดงออกอย่างเสรีคือสิ่งที่โลกอาหรับต้องการมากที่สุด เขียนโดย จามาล คาช็อกกี นักข่าวอิสระชาวซาอุดีอาระเบียและคอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์ ก่อนหายตัวไปอย่างสะท้านโลก ตั้งแต่เดินเข้าไปยังอาคารสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ประจำนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี และไม่กลับออกมาอีกเลย

เจ้าหน้าที่ตุรกีเปิดเผยว่า จากเทปบันทึกที่ได้จากนาฬิกาแอปเปิลวอตช์ที่นายคาช็อกกีใส่เข้าไปด้วย ยืนยันว่านักข่าวรายนี้ได้ถูกสังหารและหั่นทั้งเป็นอย่างน่าสะเทือนขวัญ วอชิงตันโพสต์เผยแพร่บทความนี้ทั้งในเว็บไซต์และหนังสือพิมพ์ เพื่อให้เข้าใจว่า เสรีภาพที่นายคาช็อกกีเรียกร้องนั้น เป็นสิ่งที่นักข่าวรายนี้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก

นี่คือเนื้อความที่นายคาช็อกกีเขียนไว้

**************

ผมเพิ่งดูรายงานการจัดอันดับเสรีภาพโลกปี 2561 โดยฟรีดอมเฮาส์ และได้รู้ความจริงที่น่าสลดใจว่ามีเพียงประเทศตูนิเซียประเทศเดียวในโลกอาหรับที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีเสรีภาพ ส่วนจอร์แดน โมร็อกโก คูเวต มาเป็นลำดับสอง เป็นประเทศที่มีเสรีภาพบางส่วน ส่วนที่เหลืออยู่ในสถานะไม่มีเสรีภาพ

ผลจากการไม่มีเสรีภาพ ชาวอาหรับที่อาศัยในประเทศเหล่านี้จึงไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือได้รับแต่ข้อมูลผิดๆ ทำให้ไม่อาจจะเข้าใจอะไรได้เพียงพอ ยิ่งการถกเถียงในสาธารณะยิ่งแล้วใหญ่ เกิดขึ้นน้อยมากในสาระเรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาหรับและชีวิตประจำวันของพวกเขา

สื่อของรัฐครอบงำจิตใจประชาชน แม้มีจำนวนมากไม่เชื่อสิ่งที่รัฐนำเสนอ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อข้อมูลเท็จ เป็นเรื่องน่าเศร้า ว่าสถานการณ์นี้ไม่มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนได้เลย

โลกอาหรับเคยเริ่มมีความหวังระหว่างช่วงอาหรับสปริง ปรากฏการณ์ลุกฮือต่อสู้เผด็จการในปี 2554 นักวิชาการและประชาชนทั่วไปเริ่มมีความคาดหวังเต็มเปี่ยมถึงสังคมอาหรับที่สดใสสว่างไสวและเสรี ว่าจะเกิดขึ้นภายในประเทศที่เคารพของพวกเขา ชาวอาหรับคาดหวังว่าจะได้รับการปลดปล่อยจากการครองความเป็นเจ้าชีวิตของรัฐบาลตนเอง รวมถึงการเซนเซอร์ การแทรกแซงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

แต่ความคาดหวังดังกล่าวแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างรวดเร็ว สภาวะสังคมเหล่านี้กลับไปอยู่ตามสถานะเดิมก่อนอาหรับสปริง ไม่ก็เผชิญกับสภาวะที่รุนแรงมากกว่าที่เคยเป็น

เพื่อนที่รักของผม นายซาเลห์ อัล-เชชี นักเขียนชาวซาอุดีอาระเบียผู้เป็นที่รู้จัก ซึ่งเขียนบทความเลื่องลือที่สุดชิ้นหนึ่งเท่าที่มีการเผยแพร่ในสื่อซาอุดีอาระเบีย ขณะนี้อยู่ในเรือนจำ รับโทษจำคุก 5 ปี ในความผิดเสนอความเห็นที่ตรงข้ามกับรากฐานของซาอุดีอาระเบีย





ส่วนการที่รัฐบาลอียิปต์ยึดแท่นพิมพ์ทั้งหมดของหนังสือพิมพ์อัล-มาสรี อัล โยอัม ไม่ได้ทำให้เพื่อนร่วมอาชีพเดือดดาลหรือยั่วยุให้เกิดปฏิกิริยา การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ทำให้เกิดการต่อต้านจากประชาคมโลกอีกต่อไป อาจทำให้มีเสียงประณามอย่างรวดเร็ว แต่ก็ตามมาด้วยความเงียบงัน

ผลลัพธ์จากการให้รัฐบาลอาหรับปกครองตามใจชอบ จึงปิดปากสื่อต่อไปในระดับที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เคยมีช่วงเวลาที่นักข่าวเชื่อว่า อินเตอร์เน็ตจะช่วยปลดปล่อยให้ข้อมูลข่าวสารเสรี ปลดปล่อยจากการเซนเซอร์สื่อสิ่งพิมพ์ที่ถูกควบคุม แต่รัฐบาลเหล่านี้กลับควบคุมข้อมูลข่าวสารอย่างมากเพื่อให้รัฐบาลอยู่รอด จึงบล็อกอินเทอร์เน็ตอย่างเด็ดขาด รวมถึงจับกุมนักข่าวท้องถิ่นและกดดันให้ผู้โฆษณาทำให้รายได้จากการเผยแพร่จำหน่ายในสื่อสิ่งพิมพ์ตกอยู่ในภาวะอันตราย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังพอมีพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ท่ามกลางทะเลทรายแห้งแล้งอยู่บ้าง เพื่อสานต่อพลังของอาหรับสปริง อย่างรัฐบาลกาตาร์ยังคงสนับสนุนการรายงานข่าวระหว่างประเทศ ตรงข้ามกับชาติเพื่อนบ้านที่สนับสนุนค้ำจุนการควบคุมข่าวสารเพื่อส่งเสริมค้ำยัน “ระเบียบอาหรับเก่า”



อาหรับสปริงที่เยเมน มิ.ย.2554 (AP Photo/Hani Mohammed)


แม้กระทั่งในประเทศตูนิเซียและคูเวต ซึ่งได้รับการจัดอันดับว่ามี “เสรีบางส่วน” สื่อมวลชนเน้นรายงานข่าวที่ปัญหาภายในประเทศแต่ไม่ใช่ประเด็นที่โลกอาหรับในระดับที่ใหญ่กว่าเผชิญอยู่ พวกเขาลังเลที่จะให้ช่องทางสื่อสารแก่นักข่าวจากซาอุดีอาระเบีย อียิปต์และเยเมน

แม้กระทั่งในประเทศเลบานอน ที่เป็นเพชรยอดมงกุฎของโลกอาหรับในเรื่องเสรีภาพสื่อ ยังตกเป็นเหยื่อของการทำให้แตกแยกแบ่งเป็นสองขั้วและอิทธิพลของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ถือข้างอิหร่าน

โลกอาหรับกำลังเผชิญม่านเหล็กในเวอร์ชั่นของตนเอง ไม่เพียงเกิดจากตัวแสดงนอกภูมิภาคแต่ผ่านแรงที่แย่งชิงกันภายในภูมิภาคในโลกอาหรับเองด้วย

ช่วงสงครามเย็น สื่อเรดิโอฟรียุโรป มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นและทำให้ความหวังแห่งเสรีภาพยั่งยืน ชาวอาหรับต้องการสิ่งที่คล้ายคลึงกันนี้ ส่วนปีพ.ศ. 2510 หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์และวอชิงตันโพสต์เข้าเป็นเจ้าของร่วมกันในหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล เฮอรัล ทริบูน ซึ่งกลายเป็นช่องทางแสดงปากเสียงจากทั่วโลก

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของผม เริ่มแปลงานหลายชิ้นและพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอารบิก ผมรู้สึกขอบคุณ ชาวอาหรับต้องการอ่านงานในภาษาตนเองเพื่อจะได้เข้าใจและถกเถียงถึงมุมมองที่หลากหลายและความซับซ้อนของประชาธิปไตยในประเทศสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก และหากชาวอียิปต์อ่านบทความที่เผยถึงต้นทุนจริงในการก่อสร้างโครงการในสหรัฐ จากนั้นชายหรือหญิงคนนั้นจะสามารถเข้าใจการทำโครงการที่คล้ายคลึงกันนี้ในประเทศของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

โลกอาหรับต้องการสื่อต่างชาติเวอร์ชั่นสมัยใหม่ที่มีดังเช่นในยุคเก่า เพื่อให้พลเมืองอาหรับได้รับแจ้งเหตุการณ์โลก ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเราต้องการช่องทางแสดงเสียงชาวอาหรับ ว่าเราทุกข์จากความยากจน การบริหารจัดการที่ผิดพลาดและการศึกษาที่ย่ำแย่ ผ่านการสร้างพื้นที่ระดับนานาชาติที่เป็นอิสระ ประชาชนธรรมดาในโลกอาหรับจึงจะกล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สังคมตนเองเผชิญอยู่ได้

………………..



ธงซาอุดีอาระเบียเหนืออาคารสถานกงสุลที่เชื่อว่าเป็นแดนสังหารนายคาช็อกกี (AP Photo/Petros Giannakouris)

……………………

หมายเหตุ : บันทึกจากบรรณาธิการในส่วนเซ็กชั่นความเห็นระดับโลกวอชิงตันโพสต์ คาเรน แอตเทียห์ เขียนว่า “ดิฉันได้รับคอลัมน์นี้จากล่ามและผู้ช่วยของนายจามาล คาช็อกกี ในวันหลังจากมีรายงานว่านายคาช็อกกีหายตัวไปในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เป็นเหตุให้ทางวอชิงตันโพสต์ได้ชะลอการพิมพ์เผยแพร่ไว้ก่อน เพราะเราหวังว่าจามาลจะกลับมาหาพวกเราเพื่อที่เขาและดิฉันจะเรียบเรียงต้นฉบับด้วยกัน

จนถึงขณะนี้ดิฉันคงต้องยอมรับว่า สิ่งดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ผลงานชิ้นนี้เป็นชิ้นสุดท้ายของเขาที่ดิฉันจะแก้ไขเพื่อลงในวอชิงตันโพสต์

คอลัมน์นี้เป็นตัวแทนความมุ่งมั่นและแสวงหาถึงเสรีภาพในโลกอาหรับของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสรีภาพที่เห็นได้ชัดว่าเขาอุทิศชีวิตเพื่อให้ได้มา ดิฉันจะรู้สึกซาบซึ้งไปตลอดกาลที่เขาเลือกวอชิงตันโพสต์เป็นบ้านแห่งสุดท้ายในงานข่าวของเขาเมื่อหนึ่งปีล่วงมาแล้วและให้โอกาสเราได้ทำงานร่วมกัน”

…………………..

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตุรกีเร่งค้นป่าหาศพนักข่าวซาอุฯ – ‘ทรัมป์’เพิ่งเชื่อว่าน่าจะตายแล้ว
สหรัฐเตือนเจ้าชายซาอุฯ อนาคตราชบัลลังก์สั่นแน่-ถ้าตอบไม่เคลียร์เรื่องนักข่าวหาย
ถูกหั่นศพไปแล้ว! ตุรกีชี้เจอหลักฐานคดีนักข่าวหายในสถานกงสุลซาอุฯ
เจาะปมทรัมป์เสียงอ่อนลงกับซาอุฯ คดีนักข่าวหาย – ดีลอาวุธ3.5ล้านล้าน

ooo




คำขู่รัฐประหารมันน่าโกรธ แต่ขู่รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญเผด็จการ 2560 มันน่าขำ





คำขู่รัฐประหารมันน่าโกรธ แต่ขู่รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญเผด็จการ 2560 มันน่าขำ

รัฐธรรมนูญที่แทบไม่เหลือความเป็นประชาธิปไตย แค่เลือกตั้งเป็นพิธีกรรม แล้วมี ส.ว.แต่งตั้งมาร่วมเลือกนายกฯ มีสิทธิเท่าคนไทยครึ่งประเทศ แถมตาเฒ่ามีชัยยังล็อกตายให้แก้ยาก ในความเป็นจริงคงแก้ไม่ได้ ถ้าถูกฉีก ก็ไม่เห็นจะต้องเสียดายอะไร

แถมยังมาพูดในช่วงที่ยังอยู่ใต้รัฐประหารด้วยซ้ำ เออ แสดงว่ามันมีความวิตก ว่ารัฐธรรมนูญ 60 จะไปไม่รอด รัฐประหารจะเสียของอีกครั้ง

รัฐประหาร 57 เกิดเพราะรัฐประหาร 49 รัฐธรรมนูญ 50 "เสียของ" มีเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชนชนะ ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 237 ยุบพรรค แจกใบแดงกรรมการบริหารคนเดียว ยุบทั้งพรรค หลักกฎหมายโบราณประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร ไม่ใช่หลักนิติรัฐ ไม่ใช่ความยุติธรรม ล้มรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมา จะไม่ให้ประชาชนทวงอำนาจได้อย่างไร นี่คือที่มาแห่งความวุ่นวาย จุดไฟเผาเมือง ที่ลูกชายหัวหน้าคณะรัฐประหาร 2534 พูด (สุไม่เอาให้เต้ เคยสำนึกไหมว่าประโยคนี้ทำคนตายไปมากมาย หรือยังโทษประชาชนวุ่นวาย ไม่มีวินัย)

รัฐธรรมนูญ 60 ถอยหลังไปไกล ไม่เป็นประชาธิปไตยยิ่งกว่า 50 ใส่อำนาจรัฐประหารไว้ในรัฐธรรมนูญ 6 ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.แต่งตั้ง ควบกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ อยู่เหนือรัฐบาล องค์กรอิสระก็มีอำนาจล้นหลาม

ถ้าจะเกิดรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ 60 แปลว่ามันแพ้ประชาชนย่อยยับ หรือสืบทอดอำนาจได้แหละ แต่ปกครองไม่ได้ บริหารไม่รอด ประชาชนต่อต้าน จนเกิดความวุ่นวายจลาจล จนเกิดรัฐประหาร

อุตส่าห์เขียนรัฐธรรมนูญเผด็จการซะขนาดนี้ ถ้ายังไปไม่รอด รัฐประหารครั้งหน้าก็จะยิ่งเข้าทางตัน ยิ่งวิบัติ กองทัพไม่พินาศก็ใกล้เคียง

ฉะนั้น ใครต้องกลัวรัฐประหารกันแน่ ประชาชนไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว


อ่านบทความเต็ม
 
ใครกลัวรัฐประหาร :คอลัมน์ ใบตองแห้ง


กำจัด “กอ.รมน” หยุดทหารยุ่งการเมือง - บทสัมภาษณ์ ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ จาก Thai Voice



https://www.youtube.com/watch?v=O8BrjPv_WXc

กำจัด “กอ.รมน” หยุดทหารยุ่งการเมือง

jom voice
Published on Oct 19, 2018

ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเป็น Visiting Scholar Harvard University ให้สัมภาษณ์ Thai Voice เกี่ยวกับผลงานวิจัยบทบาท “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน.” ว่า เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับคอมมินิสต์ในยุคสงครามเย็น แต่หลังจากนั้นกองทัพใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเข้ามาแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง ปลูกฝังอุดมการณ์ชาตินิยม และแนวคิดประชาธิปไตยที่ไม่เป็นไปตามหลักการสากล ดังนั้นการปฎิรูปกองทัพเพื่อให้พ้นไปจากการเมือง จึงต้องจัดการกับ กอ.รมน.และนำเอากิจการด้านความมั่นคงกลับมาอยู่ในมือของรัฐบาลพลเรือน แต่เรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันใกล้ต้องรอให้การเมืองเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงกว่านี้ถึงจะทำได้

วันศุกร์, ตุลาคม 19, 2561

พี่บุญธรรมตระกูล คสช. เตือนอย่าวิจารณ์ ผบ.ทบ.สุ่มสี่สุ่มห้า "ไม่ควรชี้นิ้วต่อว่าใครเป็นต้นเหตุ...คนที่สร้างเงื่อนไขทำให้เกิดรัฐประหารก็ต้องทบทวนตัวเองด้วย”


นึกแล้วเชียวต้องแห่มาหนุน ผบ.ทบ. ปฏิวัติ (รัฐประหาร) กันพร้อมหน้า พี่ใหญ่ พี่กลาง เพื่อนทัพฟ้า และพี่บุญธรรม

พี่ใหญ่ที่อยู่ฝ่ายกะลาโหมนั่นไม่เท่าไหร่ พูดไปตามเพลง “หากบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ก็ไม่มีอะไร...เป็นการพูดความจริง ไม่ได้ออกมาขู่ และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อบรรยากาศที่กำลังเข้าสู่การเลือกตั้งในขณะนี้” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้เหตุผลว่า “เพราะตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองก็สงบเรียบร้อย

พี่กลางนั้นนานๆ พูดที จะออกกร่างๆ นิดหน่อย “ท่านพูดชัดเจน คุณจะไปตีความอย่างไรตนไม่วิจารณ์ แต่ท่านพูดชัดว่าหวังให้ประเทศไทยไม่มีความขัดแย้ง” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หมายถึง “พรรคการเมืองใช้อำนาจในทางที่ถูกโดยไม่ขัดแย้งกันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น”

มีอีก “เอาเป็นว่าที่ใช้อำนาจกับผู้ที่ถูกปกครองอยู่ร่วมกันโดยสงบ ยอมรับกติการ่วมกัน ใช้อำนาจให้ดี ให้ถูกต้อง ใช้สภาควบคุมและกำกับการใช้อำนาจรัฐ แบบนี้ก็ไม่มีการออกสู่ถนน” เอ๊ะ ตรงนี้ไม่ค่อยเข้าใจ ทั่นหมายถึงปี ๕๓ หรือปี ๕๗ เพราะที่ออกมาสู่ถนนสองปีนั้น มันคนละฟากกัน

โอเค ผ่านไปที่เพื่อนทัพฟ้าแล้วกัน พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ออกตัวว่ารัฐประหารที่ผ่านมา ไม่รู้รายละเอียดว่าใครทำ ที่พวกนักการเมืองกล่าวหาทหารเองเป็นคนสร้างสถานการณ์วุ่นวาย ข้ออ้างยึดอำนาจนั้น “คำถามที่ถามลึกเกินไป...

ส่วนตัวไม่คิดว่าอยากจะให้มันเกิดขึ้นอีกด้วยซ้ำ” แต่ผู้บัญชาการทหารบกพูดมีเหตุผล เรามีหน้าที่รักษาความสงบ ความมั่นคง ถ้าทุกคนร่วมใจกันอยู่ในกติกา ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่แล้ว” อ่า แต่ว่ามีคนท้วงเยอะเลย 


ว่ากติกาแท้ๆ ในรัฐธรรมนูญ ไม่ให้ล้มล้างการปกครองไม่ว่าด้วยวิธีใด ขืนทำเป็นความผิดถึงขั้นประหารชีวิตเสียด้วย ดังที่ปิยบุตร แสงกนกกุล นักกฎหมาย Doctorat en droit ผู้รู้จริงทั้งทางไทยและสากลแจง


“ทหารในนาม ศอฉ. กลับลั่นกระสุนสงครามสังหารประชาชน ไม่ได้ทำการรัฐประหารโค่นรัฐบาลอภิสิทธิ์ ทั้งที่ ผบ.ทบ. เองก็เป็นนายทหารผู้ปฎิบัติการใน ๓ เหตุการณ์” อันนี้คำหมอเหวงวิจารณ์ที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ให้สัมภาษณ์เรื่องอนาคตในการรัฐประหาร


ตานี้ถึงทีพี่บุญธรรมตระกูล คสช. บ้างว่า “การออกมาพูดเรื่องนี้ของ ผบ.ทบ.เป็นเพราะมองตามประวัติศาสตร์การเมืองมากกว่า ส่วนจะเป็นการปรามนักการเมืองหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ” พี่เค้าบอก

“การออกมาพูดครั้งนี้ ท่านพูดเพื่อชี้ให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่าเกิดขึ้นเพราะอะไรอย่างไร ผมอยากให้ทุกคนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในอดีตมากกว่าชี้นิ้วกล่าวหากันไปมา” แน่ะ พี่เค้าเตือนใครๆ อย่าได้วิจารณ์ทั่น ผบ.ทบ.สุ่มสี่สุ่มห้า

“ไม่ควรชี้นิ้วต่อว่าใครเป็นต้นเหตุ แต่ทุกฝ่ายควรจะย้อนดูตัวเอง” ก็พี่เค้า “พูดหลายครั้งแล้วว่าการทำรัฐประหารที่ผ่านๆ มา คนทำรัฐประหารก็ถูกต่อว่า ขณะเดียวกันคนที่สร้างเงื่อนไขทำให้เกิดรัฐประหารก็ต้องทบทวนตัวเองด้วย”

Well, พี่คนนี้คงไม่ได้หมายถึงการสร้างเงื่อนไข เป่านกหวีดปิดบ้านปิดเมือง ปิดอนาคตเศรษฐกิจ ขวางเลือกตั้งตอนกุมภา ๕๗ แน่ๆ เพราะพี่เค้าเป็นนักเสรีนิยมตามความพอใจ หัวหน้าพรรคการเมืองสังคโลก ชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


ฟังแล้วอย่าเพิ่งหมดอาลัย ลองไปฟังบุคคลากรของพรรคการเมืองอีกแห่งให้จำเริญปัญญา รายนี้เป็น สาวน้อยอนาคตใหม่ (นามที่ ไทยโพสต์ ของ โรจน์ งามแม้น ใช้พาดหัวแทนตัวเธอ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ)
 
ช่อพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ให้ความเห็นข้ามช็อตไปถึง การป้องกัน รัฐประหาร ว่าเหมือนการป้องกันทุจริตคอรัปชั่น ถ้า “อาศัยสามัญสำนึก ความเชื่อใจว่าผู้มีอำนาจจะไม่ใช้อำนาจในทางมิชอบเพราะเป็นคนดี ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง” ค่ะ

 “จะป้องกันรัฐประหาร ต้องอาศัยมติมหาชนเห็นพ้องกันว่า การรัฐประหารไม่ใช่ทางออกของสังคม บวกกับกลไกกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปกองทัพ

ให้รัฐบาลพลเรือนมีอำนาจเหนือผู้บัญชาการทหารบก ตามที่อารยประเทศเป็น นี่จึงจะเป็นวิธีป้องกันรัฐประหารที่ได้ผล”