วันอาทิตย์, กรกฎาคม 05, 2563

โพลกรรณิกาแนะตู่เลือกใช้ “พรรคที่ทำการเมืองใหม่” ดูท่าจาก สว.ตู่ตั้งแล้ว 'ยากส์'


ไหนลองอ่านใจ กรรณิกาโพลดูสักครั้งเป็นไร สำนักหยั่งเสียงที่แปลงร่างมาจาก เอแบ็คแล้วเรียกตัวเองว่า ซูเปอร์แต่ส่วนใหญ่มักจะอ่านผลสำรวจและตีความ สะท้อนความเห็น/จุดยืนของผู้อำนวยการ อย่างเช่นล่าสุด โพลวันที่ ๕ กรกฎา

ดร.นพดลบอกว่า “ผลโพลชี้ให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดๆ กลับกลายเป็นผลดี” เนื่องเพราะพรรคการเมืองที่เป็นฐานเสียงให้แก่ประยุทธ์ขณะนี้ “กำลังจะไปไม่รอด” ทั้งพรรคหลักและพรรครอง

โพลของกรรณิกาถามตัวอย่างผู้ออกเสียงว่าถ้ามีเลือกตั้งวันนี้จะเอาพรรคไหน จำนวนมากที่สุดเลือกพรรคก้าวไกล ตามมาไม่ห่างคือพรรคเพื่อไทย จากนั้นถึงไปประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐ “ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้ร้อยละ ๖.๐” ห้อยท้าย

พรรคที่โพลเลือกเหล่านั้นล้วนได้คะแนนไม่มาก จากสูงสุด ๑๖.๗% ลงไป ๑๕.๗% และ ๘.๗ กับ ๘.๓ ตามลำดับ แต่คะแนนมากที่สุดสำหรับพรรคการเมือง ๔๑.๒% ไปตกแก่ “พรรคที่ทำการเมืองใหม่” โดยไม่เจาะจงชื่อพรรคอะไร

นพดลสาธยายด้วยว่าพรรคชนิด การเมืองใหม่ “ที่ประชาชนกำลังอยากลอง ถึงแม้ยังไม่เคยทำงาน แต่พูดเก่ง มีลีลาโดนใจ” นี้จะเป็นฐานการเมืองแบบ นิวนอร์มอลต่อไป “ที่ไม่วุ่นวาย ไม่แย่งตำแหน่ง ไม่ทรยศ ไม่เสร็จนาฆ่าโคถึก แต่ตั้งใจทำงานจริง”

มันไปลงอยู่ที่ปัญหาแก่งแย่งและกัดกันภายในพรรคที่ คสช.เป็นตัวตั้ง แล้วดูดเอาจากนักการเมืองที่เคยอยู่ในวงจรอุบาทว์และถูกทหารยึดอำนาจคว่ำ ไปรวมกันที่ พลังประชารัฐเกิดเป็นคอกที่เต็มไปด้วย ส.ส.กร่าง ส.ส.ป่วน ส.ส.เขี้ยว และพวกสันหลังหวะ

ส.ส.เหล่านั้นผลงานโดดเด่นกว่า สว.ตู่ตั้ง ๒๕๐ คนอยู่หน่อยที่คอยเผชิญหน้าและหาเรื่องกับพรรคฝ่ายค้าน เบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้ประชาชนระแวงการบริหารงานห่วยแตกของรัฐบาล ระหว่างที่มีการจับจ่ายใช้เงินงบประมาณอย่างมือเติบสุรุ่ยสุร่าย

ด้าน สว.นั้นนอกจากจะคอยยกมือให้ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกหากเกิดการยุบสภาคล้อยตามเสียงเรียกร้องของโพลกรรณิกาก่อนหน้านี้ แล้วยังได้รับการจัดวางให้เป็นกำลังหลักในการออกแบบระเบียบกฎหมาย ให้ คสช.ได้สืบอำนาจต่ออีกอย่างน้อยสองสมัย

ความสำเร็จจากการยึดอำนาจ ได้ครองเมืองฟรีๆ มาแล้ว ๕-๖ ปี ไม่ปรากฏผลงานเป็นชิ้นเป็นอันแก่ประชาชนและบ้านเมือง เว้นแต่กำหราบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอยู่หมัด เป็นความเลวร้ายที่ทำให้ ส.ส.ลิ่วล้อกร่างและกวน กระทั่งเขี่ย สี่กุมารประชารัฐสำเร็จ

การตั้งให้ สว.หลายคนที่เป็น ลิ่วล้อ คสช.อย่างสุดลิ่ม เช่น วันชัย สอนศิริ ถวิล เปลี่ยนศรี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ พรทิพย์ โรจนสุนันท์ กล้าณรงค์ จันทร์ทิก วิชา มหาคุณ และ เสรีวงษ์มณฑา เป็นกรรมการในคณะปฏิรูปประเทศแขนงต่างๆ ก็เพื่อกระชับไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ลืมตาอ้าปาก
 
จนป่านนี้ สว.สายทหารที่บางคนก็ยังเหลิงตัวว่ายังอยู่ในอำนาจเบ็ดเสร็จที่สืบทอดมา สมเจตน์ บุญถนอม เป็นหนึ่งในบรรดาพวก ตู่ตั้งที่คิดว่าพวกตนยังครองเมืองอย่างเต็มพิกัด ถึงขนาดก้าวก่ายเข้าไปในกิจการภายในสภาผู้แทนราษฎร

สว.ผู้ที่เป็นตัวแทนของการสืบอำนาจคณะรัฐประหารอย่างถ่องแท้คนนี้ ออกท่าคัดค้านการเสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๔ ว่า “เมืองไทยสิ้นไร้นักการเมืองดีๆ แล้วหรือ..ต้องไปขุดคนที่มีมลทิน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาทำงาน”

สมเจตน์นี่เป็นตัวเอ้ในฝ่ายรัฐประหารมาตั้งแต่ ๒๕๔๙ เคยเป็นหัวหน้าสำนักงาน คมช. ภายใต้บังคับบัญชาของ วินัย ภัททิยกุล พอรัฐประหาร ๕๗ ก็ได้เป็น สนช. “ตอนนั้นตั้ง จิรภัทร บุญถนอม ลูกชายตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวด้วย” Atukkit Sawangsuk ทวนความหลัง

สมเจตน์ยังมีน้องชายที่เป็นสายรัฐประหารเหมือนกัน ตอนเลือกตั้ง ๕๐ ไปช่วยกันคุมภาคเหนือ “ล่อซื้อ” ยงยุทธ ติยะไพรัช คนใกล้ชิดนายใหญ่ ข้อหาแจกเงินกำนัน ๑๐ คนจากพื้นที่เลือกตั้งที่แห่กันบินไปหา ผลก็คือทำให้พรรคชินวัตรถูกยุบ

พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมพยานหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งของ บิ๊ก พรรคพลังประชาชน แกนนำรัฐบาลชุดที่แล้ว จนนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองพรรคนี้เมื่อวันที่ ๒ ธ.ค.๒๕๕๒”

สมคิดคนนี้มีชนักปักหลังมาจากคดี อุ้มหายนักธุรกิจจากซาอุดิอาราเบีย อัลรูไวลีเป็นเชื้อพระวงศ์กัตริย์ซาอุฯ ที่ถูกส่งไปกรุงเทพฯ เพื่อสืบหาความจริงว่าใครวะที่อมเพชรสีน้ำเงินซึ่งขโมยไปจากราชสำนักซาอุฯ แล้วมีภาพปรากฏว่าห้อยอยู่บนคอชนชั้นสูงมากของไทย

สมเจตน์ผู้พี่นั้นเคยมีคำคมทีเด็ดประเภท บวรเดชว่า “ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าประชาธิปไตยมันเหมาะกับประเทศไทยแล้วหรือ” ซึ่งหมอวรงค์ เดชวิกรม ลิ่วล้อ คสช.ตัวยงอีกคน เปิดการรณรงค์ใหม่สดว่า ไม่เอา ประชาธิปไตยแบบตะวันตกสำหรับประเทศไทย

เห็นอย่างนี้แล้ว พรรคการเมืองใหม่ ที่โพลกรรณิกาใฝ่ฝัน ต้องไม่ใช่ทางเลือกของ นายกฯ ตู่สมัยที่สาม อย่างแน่นอน

ชะตากรรมของคนขี่เสือ




ชะตากรรมของคนขี่เสือ
%%%
เขายืดอกองอาจมาดสง่า
คนกราบไหว้ผวาเสือที่ขี่
ตกหลังเสือร่วงไปใครไยดี
เหมือนทิชชู่เช็ดขี้แล้วโยนทิ้ง
...
#MatichonTV #ข่าวการเมืองมติชน #อำนาจไม่เที่ยง

จาก เกษียร ถึง ประยุทธ์ คุณอยากใช้ชีวิตบั้นปลาย อยู่กับอำนาจที่ไม่เที่ยงเช่นนั้นหรือ ?: Matichon TV



Jul 4, 2020

matichon tv

-อ.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ถาม ประยุทธ์ จันทร์โอชา คุณอยากใช้ชีวิตบั้นปลาย อยู่กับอำนาจที่ไม่เที่ยงเช่นนั้นหรือ ?

(วิดีโอเวอร์ชั่นนี้ ถูกลบแล้ว)
https://www.youtube.com/watch?v=7HiThZd-PTA
...

ประยุทธ์กำลังจะขาลอยใจฝ่อลง พร้อมคำเตือน!วิกฤติใหญ่กำลังจะมา! ผ่านสายตา "ศ.เกษียร เตชะพีระ"



มติชนสุดสัปดาห์ - MatichonWeekly

Premiered 8 hours ago

เตือนวิกฤติใหญ่กำลังจะมา! ผ่านสายตา "ศ.เกษียร เตชะพีระ"

-อ่านประยุทธ์กำลังจะขาลอยใจฝ่อลง
-การบ้านและบทบาทฝ่ายค้านที่ควรจะเป็น 
-หนี้และวิกฤติทีทั้งโลกยังคิดวิธีไม่ออก ?

https://www.youtube.com/watch?v=VjrsfVw4dHA


เบื้องหลัง “ก้าวหน้า” เจาะสนามการเมืองท้องถิ่น ปิยบุตร เผยแนวคิด




เบื้องหลัง “ก้าวหน้า” เจาะสนามการเมืองท้องถิ่น
ปิยบุตร เผยแนวคิด ยุติรัฐราชการรวมศูนย์
ทวงคืนอำนาจกลับไปสู่ท้องถิ่น

#คณะก้าวหน้า #ทวงคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น #ข่าวการเมืองthepolitics
...



วันที่ 4 ก.ค. ที่อาคารไทยซัมมิท คณะก้าวหน้าจัดอบรมว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยมีผู้สมัคร อบจ. 17 จังหวัดเข้าร่วม

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวเปิดการอบรมตอนหนึ่งว่า เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น เรามีความตั้งใจตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นพรรคอนาคตใหม่ว่าจะส่งสมัครแน่นอน แต่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจึงแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ พรรคก้าวไกล ที่ ส.ส.ทำงานในสภาผู้แทนราษฎร กับคณะก้าวหน้า ที่กรรมการบริหารที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองทุกคนยังอยู่ครบและทำงานกันต่อ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.งานรณรงค์ปักธงทางความคิด เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ทลายทุนผูดขาด ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นต้น 2. งานการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะส่งลงแข่งขันจากองค์กรบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 7,800 องค์กร เป้าหมายของเราในการส่งครั้งนี้คือส่งมากกว่าครึ่ง นั่นคือ 4,000 แห่งทั่วประเทศในทุกระดับ

นายธนาธร กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้มีความสำคัญหลายประการ ได้แก่ 1.เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกอย่างน้อยในรอบ 7 ปี ในยุคสมัยที่ผู้คนต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นสิ่งใหม่ๆ นี่คือโอกาสดีที่เราจะได้เสนอคนใหม่ นโยบายใหม่ และรูปแบบการทำงานแบบใหม่ให้กับท้องถิ่น 2. เป็นการต่อสู้กับเผด็จการ เพราะภายหลังยึดอำนาจเมื่อปี 2557 คสช. ก็ได้ดึงอำนาจกลับเข้าสู่ส่วนกลางหมด ไม่ว่าจะเป็นการปลดนายกฯ ท้องถิ่น แต่งตั้งข้าราชการส่วนกลาง หรือแม้แต่ให้ทหารไปร่วมจัดสรรงบประมาณ เป็นต้น

3. เป็นการยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจ มีงบประมาณอย่างแท้จริง เราจะผนึกกำลังกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อทวงคืนอำนาจให้ท้องถิ่นได้ดูแลจัดการทรัพยากรและกำหนดอนาคตตัวเอง และ 4.นี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญของประเทศ เราต้องการรวมคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบ้านเกิดตนเองมาทำงานด้วยกัน

ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครส่งเลือกตั้งท้องถิ่นในแคมเปญเดียวกันแบบนี้ โดยเราจะส่งผู้สมัครลง อปท. 4,000 แห่ง ภายใต้ชื่อเดียวกัน อุดมการณ์เดียวกัน กรอบนโยบายแบบเดียวกัน ทำให้ประชาชนตื่นตัว เห็นความสำคัญ เพราะท้องถิ่นถ้าทำให้ดี อย่างมีคุณภาพ เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ อีกทั้งการเมืองท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ยึดโยงกับประชาชน ตอบโจทย์คนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

"พวกเราเคยเขย่าประเทศไทยมาแล้วด้วยกันในการเลือกตั้งระดับชาติเมื่อต้นปีที่แล้ว วันนี้ขอเชิญชวนทุกคนมาเขย่าประเทศไทยด้วยกันอีกครั้งในระดับรากฐาน จากระดับการเลือกตั้งท้องถิ่น ให้ขีดการเลือกตั้งเป็นที่ส่งเสียงความต้องการประชาชนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ให้ขีดการเลือกตั้งที่เป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของประชาชนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงกลับมามีพลังอีกครั้ง มาทำงานร่วมกัน เราเคยทำได้แล้วในการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดอีกเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าถ้ายึดแนวทางที่ถูกต้อง อุดมการณ์ที่ถูกต้อง วิธีการที่ถูกต้อง เราจะทำสำเร็จอีกครั้ง" นายธนาธร กล่าว


สุดฮอต รวมฮิต โหด มันส์ ฮา ส.ส. ก้าวไกล เขย่า ลุงตู่ หากพลาด... ชมไฮไลท์บทสรุป 3 วัน การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯปี 2564 ส.ส.พรรคก้าวไกลเสนออะไรบ้าง ประเทศไทยควรก้าวไปทางไหน รัฐบาลตอบกลับว่าอย่างไร ทำไมพลเอกประยุทธ์ ปรี๊ดแตกบอก #ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน



The Politics ข่าวบ้าน การเมือง



ไฮไลท์ 3 วัน การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯปี 2564 ส.ส.พรรคก้าวไกลเสนออะไรบ้าง ประเทศไทยควรก้าวไปทางไหน รัฐบาลตอบกลับว่าอย่างไร ทำไมพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ถึงบอกให้พวกเรา #ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน ผมและคุณไหม
Sirikanya Tansakun - ศิริกัญญา ตันสกุล

จะมาสรุปให้ฟังทั้งหมดครับ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ครบ 1 เดือน การหายตัวไปของ ต้าร์ วันเฉลิม อย่าให้เรื่องนี้เงียบ !!!




[ ครบ 1 เดือน การหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ]

นายวันเฉลิม สัตย์สักดิสิทธิ์ ผู้ลี้ภัยการเมืองอยู่ในประเทศกัมพูชา ได้หายตัวไปในวันที่ 4 มิถุนายน 2563 โดยทราบตำแหน่งครั้งสุดท้ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่พักลี้ภัย ก่อนจะหายไปพร้อมกับรถตู้

ทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะสังคมออนไลน์ วันเฉลิมไม่ใช่รายแรก หากแต่ก่อนหน้านี้มีผู้เห็นต่างทางการเมืองถูกอุ้มหายอย่างมีเงื่อนงำทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างน้อย 8 ราย


ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อยุติกฎหมายและการกระทำการอุ้มหายออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่จวบจนวันนี้ วันเฉลิม และผู้ถูกอุ้มหายทั้งหมดก็ยังไม่ได้รับความยุติธรรม ไม่สืบสาวหาตัวผู้กระทำความผิดได้ บางรายไม่ทราบว่ามีความเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ด้วยเหตุนี้คณะก้าวหน้าเชียงใหม่จึงขอร่วมส่งแคมเปญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 เดือน ที่ความยุติธรรมหดหายไปจากสังคมไทยรูปแบบความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และสมควรถูกประณาม

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะเป็นส่วนเล็กๆในขบวนการเคลื่อนไหวทั้งหมดที่แสดงความอัดอั้นตันใจในความยุติธรรม เราจะไม่หยุด! ตราบใดที่ยังมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย! ✊

--------------------------------
แก้ไขข้อมูลในคลิปเป็น
ผศ.มนตรา พงษ์นิล
สาขาวิชาพัฒนาสังคม คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ภาควิชาสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
(อยู่ในระหว่างรอโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ )

#ตามหาความจริง
#saveวันเฉลิม
#คณะก้าวหน้าเชียงใหม่


กิจกรรม 'หนึ่งเดือนกับการแสวงหาความจริง : #saveวันเฉลิม' จัดโดยแอมเนสตี้




#saveวันเฉลิม #VoiceTV

แอมเนสตี้จัดกิจกรรม หนึ่งเดือนกับการแสวงหาความจริง

Streamed live 10 hours ago

VOICE TV

บรรยากาศกิจกรรม 'หนึ่งเดือนกับการแสวงหาความจริง : #saveวันเฉลิม' จัดโดยแอมเนสตี้

บรรยากาศกิจกรรม 'หนึ่งเดือนกับการแสวงหาความจริง : #saveวันเฉลิม' จัดโดยแอมเนสตี้ ซึ่งมีกิจกรรมฟังดนตรีจากวง “สามัญชน” ชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ไกลบ้าน” พูดคุยกันในวงเสวนา ลงชื่อในปฏิบัติการด่วนกับแอมเนสตี้ และร่วมจุดเทียนแห่งความหวัง แสดงลักษณ์แห่งศรัทธาเพื่อสิทธิมนุษยชน
...





7 คน ถูกหมายเรียกจากการรำลึกถึงคณะราษฎรเมื่อย่ำรุ่ง 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา “ เขา “ ทำทุกวิถีทางเพื่อลบชื่อคณะราษฎรออกจากความทรงจำ “ เรา “ จะร่วมกันปักหมุดประชาธิปไตยใหม่ให้มั่นคงและถาวร





...

สนใจเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศส มีลิงค์... อ่านเลย...



The execution of King Louis | French revolution, Revolution art
...



https://drive.google.com/…/12MprAgcg0MBJ1_iCFyfB5SijP…/view…


ส.ส.กลุ่ม4กุมารด่าใคร! "โบท๊อกซ์-บิ๊กอาย ปิดสันดานต่ำไม่ได้" แต่หลายคนคงรู้...




ส.ส.กลุ่ม4กุมารด่าใคร! "โบท๊อกซ์-บิ๊กอาย ปิดสันดานต่ำไม่ได้"
เมื่อวันที่ 4 ก.ค.63 นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กลุ่ม 4 กุมาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า การศึกษาสูง ไม่สามารถยกระดับจิตใจที่ต่ำตมให้สูงขึ้น เช่นเดียวกับ เสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องสำอาง botox (โบท๊อกซ์) และ big eyes (บิ๊กอาย) ไม่สามารถปกปิดสันดานต่ำทราม
ขณะที่ ก่อนหน้านี้ นายสันติ ก็ได้โพสต์ข้อความว่า คนที่เนรคุณผู้มีพระคุณ คนที่หักหลังเพื่อน เพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ เป็นคนที่จะฝากความหวังไว้ได้หรือไม่ครับ
https://www.posttoday.com/politic/news/627634
..

วันเสาร์, กรกฎาคม 04, 2563

ทำเป็นฉุน "อย่าดูถูกสติปัญญากันมากนัก" ทั้งที่ความจริงเห็นประจักษ์ "เป็นผีปอบสวาปามงบประมาณอย่างมูมมาม"


มีนายกฯ เผด็จการ ฝึกงานประชาธิปไตย (ครึ่งใบ แถมชื่อท้ายยาว) ก็งี้ละ เหมือนเด็กดื้อโตมากับสภาพแวดล้อมแบบคอยเห่าใส่ให้กลัวเกรง พอโดนไล่เบี้ยเป็นชุด อดฉุนไม่ได้ก็พาลพาโล “ระวังตัวบ้างก็แล้วกัน”

แค่จะบอกว่า “กฎหมายมีผลบังคับใช้กับทุกคน...(แต่) บางคนมองกฎหมายเป็นศัตรูทุกกฎหมาย เรื่องตอบคำถามตนขี้เกียจตอบแล้ว” แล้วไฉนต้องวางก้ามทำใหญ่ “พูดอย่างเดียวไม่ได้ ท่านต้องหาวิธี ไม่ใช่ใช้การท้าทาย” ก็คงต้องพินอบพิเทาเท่านั้นสิ

พูดแบบนั้นแล้วสะบัดก้นออกไป จึงได้มีการประท้วงขนานใหญ่ จากพรรคก้าวไกลที่อภิปรายถึงก้นบึ้งของแผนการกู้เงินมหาศาลและเตรียมการใช้จ่ายอย่างเหลวไหลโดยรัฐบาล ด้วยงบประมาณปี ๖๔ ที่สภาผ่านร่างฉลุยวานนี้

เพราะการอภิปรายโดย ส.ส.มือใหม่ฝ่ายค้าน สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ พูดถึง “งบก่อสร้างถนนในภาคใต้และสนามบินตรัง ซึ่งไม่ควรเป็นไปในลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา...อยากจะสร้างแต่ถนน จะกินหัวคิวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้”

ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้สึกว่า “เป็นการพูดจาดูถูก เสียดสีสติปัญญา เหยียดหยาม...ผมไม่ใช่คนฉลาดน้อยที่จะทำอะไรผิดพลาดอย่างที่ถูกกล่าวหา จึงขอให้อย่าดูถูกสติปัญญากันมากนัก” ประยุทธ์ยังยืนยันพร้อมที่จะปรับแก้ ไม่ได้ชอบทำอะไรโง่ๆ นะ

ส่วนที่ประยุทธ์อ้างว่า “ตอบซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ...ตอบไป เดี๋ยวคำถามเดิมก็กลับมาอีก แล้วก็โจมตีแต่เรื่องเดิมๆ” นั่นคงเป็นเพราะพวกค้านไม่ได้ถามให้ตรงกับคำตอบละมัง เนื่องจากความจริงแผนการใช้เงินของประยุทธ์ในปีหน้าไม่ใช่แค่ ๓.๓ ล้านล้าน

ยังมีงบฯ ของปี ๖๓ โอนไปไว้ใช้เฉพาะเรื่องโควิด-๑๙ อีก ๓.๒ ล้านล้าน กับจากที่จะได้จาก พรบ.เงินกู้ ๓ ฉบับวงเงิน ๑.๙ ล้านล้าน ซึ่งประยุทธ์พยายามแก้ตัวว่ากู้ใหม่เพียง ๑ ล้านล้านเดียว นอกนั้นเป็นเรื่องเครดิตค้ำประกัน ผันไปผันมาในกระเป๋าแบ๊งค์ชาติ
 
สิ่งที่ประยุทธ์ไม่พูดถึงเพราะคำถามไม่ตรงคำตอบอยู่ที่ งบกลางที่รัฐบาลควักใช้ได้ตามอำเภอใจ ในปี ๖๔ มีถึง ๖๑๔,๖๑๖ ล้านบาท ขณะที่ก็มีงบประมาณเพื่อการฉุกเฉินและจำเป็นอยู่แล้ว ของปี ๖๔ ตั้งไว้ ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนปีนี้อยู่ที่ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท

จำกันได้นะว่าเหตุผลที่ประยุทธ์อ้างต้องมีการกู้เงินระลอกใหม่เพราะงบกลางใช้ไปเกือบหมดแล้ว โดยไม่ได้บอกว่าใช้อะไรบ้าง จะอ้างโควิดหรืออ้างเยียวยาเหล่านั้นก็มักจะมีงบประมาณในสัดส่วนเพื่อการนั้นรองรับอยู่  อำพรางก็ตรงที่ใช้งบกลางหมดได้อย่างไร

เรื่องของเรื่องอยู่ที่ ขณะเงินคลังร่อยหรอไม่ค่อยจะมีจนต้องทำการกู้เพิ่ม แต่รัฐบาลมีเงินในมือไว้ใช้จ่ายมากมาย โดยที่นอกจากฝ่ายค้านอภิปรายท้วงติงในสภาแล้ว ต่อไปไม่สามารถตรวจสอบกระบวนการใช้เงินนั้นได้ จนกว่าจะต้องกู้ใหม่เหมือนที่ผ่านมา ๕-๖ ปี

ย้อนไป ๖ ปีก่อนถึงงบประมาณ ๒๕๖๔ รัฐบาลประยุทธ์ใช้เงินของรัฐไปแล้วทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า ๑๘ ล้านล้านบาท งบประมาณแต่ละปีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คั้งแต่ ๒.๖ ล้านล้านในปี ๕๘ เป็น ๓.๓ ล้านล้านในปี ๖๔ แล้วยังมีงบกลางปีอีก ๓ ครั้ง

งบกลางปีรวมเกือบ ๔ แสนล้านบาท มาจากปี ๕๙ รายจ่ายเพิ่มเติม๕ หมื่น ๙ พันล้าน พอปี ๖๐ ขยับไป ๑ แสน ๙ หมื่นล้าน ถึงปี ๖๑ งบเพิ่มเติมน้อยลงไปหน่อย แต่ก็ยังคงระดับ ๑ แสน ๕ หมื่นล้าน ดั่งว่าพอ คสช.ยึดอำนาจได้ก็ตะบันใช้เงินกันสนุก


ฉะนั้นฉายา นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยานั่นน้อยไป ไม่ได้กระผีกลิ้นความจริงที่ได้เห็นเป็นประจักษ์กันแล้วตลอด ๖ ปีที่ผ่านมา ว่าคณะยึดอำนาจที่สืบทอดกันมาอยู่ขณะนี้ เป็นผีปอบสวาปามงบประมาณอย่างมูมมาม ทั้งที่ไม่มีปัญญาหาเงินมาชดเชยได้

ประยุทธ์ จันทร์โอชา และชนชั้นนำฝ่ายอำมาตย์ เชื่อโดยสนิทใจว่า ไม่ว่าจะเป็นพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล คือพรรคล้มเจ้า




ประยุทธ์ จันทร์โอชา และชนชั้นนำฝ่ายอำมาตย์
เชื่อโดยสนิทใจว่า
ไม่ว่าจะเป็นพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล
คือพรรคล้มเจ้า
https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/videos/3660771597284887/UzpfSTY3NjEwNzY0MToxMDE1ODkxNDYxNDU4NzY0Mg/?__tn__=C-R&eid=ARBV9IIKP8cnCPGr6zeh26lytiYEXrr1lc1SMMUk5ri0gbJxmvXUHxfXgXLGVjVysX8oXULjnXFSGjRF&hc_ref=ARTY4DcHmAE2FcgYe76y2rSFfjrp6qjy-VLdLSQfoX7K3S9pT3cDW9m_kN8eqj9DWIk&fref=nf

นายกฯ หลุดความในใจที่มีต่อ พรรคก้าวไกล

ฟังชัด ๆ นายกฯหลุด สิ่งที่อยู่ในใจ หลังจาก การอภิปรายของ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่วิจารณ์การจัดงบประมาณ อย่างไม่เหมาะสม
แต่นายกฯกลับเลยไปไกลกว่านั้น
จากคำพูดที่ว่า
....ไม่ทันใจ ท่านจะเปลี่ยน
สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราได้
ไม่ทันใจหรอกครับ ถ้าท่านจะรื้อทั้งหมด
ยังทำไม่ได้ตอนนี้หรอกครับ
#นายกฯหลุดความในใจ #พรรคก้าวไกล #อภิปรายงบประมาณ


https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/photos/a.1615315152113426/2536707899974142/?type=3&theater

ศิริกัญญา แนะนำนายกฯยุบสภา
คืนอำนาจให้ประชาชน


ในช่วงค่ำ ของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วันที่ 3 กรกฎาคมบรรยากาศเป็นไปอย่างดุเดือดเข้มข้น เมื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลุกขึ้นตอบโต้ ส.ส. พรรคก้าวไกล เรียงคน จาก สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ จนมาถึง ศิริกัญญา ตันสกุล

ตอนหนึ่ง ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. พรรคก้าวไกล อภิปรายปิดท้ายว่า
...ย้ำอีกครั้ง สิ่งที่เราอยากให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
คือ ตัวท่านนายกฯ แต่แทนที่ท่านจะตระหนัก
ท่านกลับดึงเอาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
มากลบเกลื่อนความผิดพลาดของท่าน
ท่านนายกฯต้องปรับทัศนคติ เลิกคิดว่า คนที่เห็นต่างเป็นพวกชังชาติ
เป็นพวกไม่หวังดี เลิกป้ายสี คนเห็นต่างเป็นพวกคิดร้าย
ต่อสถาบันหลักของชาติ
สิ่งที่ประชาชน รอตลอด 6 ปี แต่ไม่ทันใจจริง ๆ
ก็คือ ตัวนายกฯ และเราจะรอต่อไปไม่ได้
ถึงเวลาแล้วที่ท่านควรยุบสภา
คืนอำนาจให้ประชาชน
...
Youtube version



บิ๊กตู่ น๊อตหลุด เปิดความในใจที่มีต่อ "ก้าวไกล" จะรื้อทั้งหมด ไม่ใช่ตอนนี้ : Matichon TV

ศิริกัญญา" มาดุ! ประกาศคนไทยรอไม่ไหวแล้ว จี้นายกฯ ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน : ชั่ย... ห้ามพลาด...




"ศิริกัญญา" มาดุ! ประกาศคนไทยรอไม่ไหวแล้ว จี้นายกฯ ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน : Matichon TV

Jul 3, 2020

matichon tv

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.ก้าวไกล เรียกร้องนายกฯ ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน เพราะประชาชนรอคอยความเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลประยุทธ์มา 6 ปี จนรอไม่ไหวแล้ว ประกาศพรรคก้าวไกลพร้อมลงเลือกตั้ง


3 กรกฎาคม ครบรอบ46 ปี กรณีพลับพลาไชย ที่โลกลืม อ.จรัล รำลึกถึงความสำคัญของเหตุการณ์ ประชาขนเขื้อสายจีนต่อสู้กับตำรวจโรงพักพลับพลาไชยเป็นเวลา 4 คืน จุดเริ่มต้นหลัง 14 ตุลา พลังฝ่ายขวา "ฟื้นตัว"




ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม

วันนี้ ครบ46 ปี กรณีพลับพลาไชย 3 กรกฎาคม 2517 ที่โลกลืม

หลังกรณี14ตุลาคม 2516 มีเหตุการณ์จลาจลที่เขตพลับพลาไชย เยาวชนและประชาขนเขื้อสายจีนกับตำรวจโรงพักพลับพลาไชยปะทะต่อสู้กันเป็นเวลา 4 คืน 

ก่อนที่จะเกิดกรณีดังกล่าว บ่ายวันนั้น มีการขุมนุมของนักศึกษาประชาชนต่อต้านอเมริกา ที่สนามหลวง ซึ่งเป็นข่วงวันชาติสหรัฐอเมริกา 4 กรกฎาคม แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ชุมนุมขับไล่อเมริกา 

ต่อมา เมื่อเวลา 20.30 นาฬิกาของคืนนั้น เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างประชาชนกับตำรวจจราจร เริ่มเมื่อนายพูน ล่ำลือประเสริฐ ผู้แท็กซี่ ปฏิเสธการจับกุมของตำรวจจราจรฐานจอดรถในที่ห้ามจอดหน้าโรหนัง 

นายพูนตะโกนบอกประชาชนว่า ตำรวจจับซ้อม ทำให้ฝูงชนที่ออกจากโรงภาพยนตร์กรูกันเข้ามาล้อม 
พยายามขัดขวางตำรวจจับนายพูน เมื่อไม่สำเร็จ ก็พากันเดินตามไปยังสถานีตำรวจพลับพลาไชย 

สถานการณ์เริ่มรุนแรงเมื่อไปถึงสถานี มีเสียงปืนยิงปืนยิงมาจากสถานีตำรวจ ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตาย ประชาชน ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มโกรธแค้น จึงขว้างปา ทุบ ทำลายทรัพย์สินโรงพัก จนเกิดการต่อสู้ อย่างรุนแรงกระจายไปทั่วพลับพลาไชย มีวัยรุ่นสื่อมวลชนเรียกว่า” กุมารจีนออกมาร่วมในเหตุการณ์หลายร้อยคน ถูกตำรวจยิง จับซ้อม และถูกส่งไปดำเนินคดีข้อหาหนักทั้งหมด รัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์คัดค้านการปราบปรามประชาชนพลับพลาไชย การปะทะเกิดขึ้นทุกคืนเป็นเวลา3 วัน ไม่มีเสียงปืนเลยในคืนวันที่6 กรกฎาคม เพราะมีการถ่ายทอดฟุตบอลโลกรอบชนะเลิศ ระหว่าง เยอรมันกับฮอลแลนด์ 

ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 25 คน บาดเจ็บ 120 คน

ความสำคัญของกรณีพลับพลาไขย

1 ไม่มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ทั้งๆที่มีผู้เสียชีวิตหลายสิบ บาดเจ็บกว่าร้อยคน และผู้คนลืมไปอย่างสนิท ผมยังจำภาพข่าวคนนอนตาย คนถูกจับ ถูกซ้อมในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 

2 สื่อมวลชน และสังคมการเมืองโจมตีฝ่ายเยาวชนประชาชน ปกป้องตำรวจ

3 เป็นครั้งแรกหลังกรณี14 ตุลาคม ที่รัฐบาลปราบปรามประชาชนและฝ่ายสูญเสียอำนาจ อิทธิพล ซึ่งต่อมา เรียกว่า “ฝ่ายขวา “ แก้แค้นขบวนการนักศึกษาประชาชน 14 ตุลาคม และค่อยๆฟื้นตัว ตั้งนวพล นักศึกษาอาขีวะกลุ่มกระทิงแดง และลูกเสือชาวบ้านต่อต้านขบวนการนักศึกษาประชาชนผู้รักประชาธิปไตย และมีอุดมการณ์สังคมนิยม (ฝ่ายซ้าย ) อันนำไปสู่กรณีนองเลือด 6 ตุลาคม 2519

Jaran Ditapichai
(https://www.facebook.com/jaran.ditapichai/posts/2858227134286204)

หลักประกันทางอำนาจของ คสช.และระบอบโบราณ คือ "สส สว สวะของอำมาตย์"




ส.ว.แต่งตั้ง: หลักประกันทางอำนาจของคสช.
.
หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตลอดระยะเวลากว่า 88 ปี นับตั้งแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรก แนวคิดเรื่องวุฒิสภาไม่ได้เป็น “แนวคิดถาวร” ในการออกแบบระบบรัฐสภา เพราะมีรัฐธรรมนูญเพียง 10 ฉบับ จาก 20 ฉบับ เท่านั้นที่บัญญัติเรื่องวุฒิสภาไว้ โดยที่มาและอำนาจของวุฒิสภาก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัยที่ถูกแปรผันไปตามผู้มีอำนาจร่างรัฐธรรมนูญ
.
ทั้งนี้ หากพิจารณาจาก “รัฐธรรมนูญ ปี 2560” ซึ่งถูกร่างขึ้นโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้ทำการรัฐประหารในปี 2557 ก็จะพบว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องการให้ “วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง” เป็นหลักประกันทางอำนาจของคณะรัฐประหารที่ต้องการจะดำรงอยู่หลังการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงต้องให้อำนาจ ส.ว. ไว้เป็นพิเศษ อาทิ อำนาจร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี อำนาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ อำนาจในการร่วมพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป และอำนาจในอนุมัติหรือยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
.
+ส.ว.แต่งตั้ง 1 วาระ เลือกนายกฯ ได้ 2 วาระ+
.
รัฐธรรมนูญ ปี 2560 กำหนดให้ ส.ว. มาจากการแต่งตั้ง โดยมีคสช. เป็นคนสรรหาและคัดเลือก แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะกำหนดที่มาของวุฒิสภาให้หลากหลาย อาทิ ให้มาจากคณะกรรมการสรรหาที่คสช. เป็นคนแต่งตั้ง หรือ มาจากข้าราชการประจำที่มาจากผู้นำเหล่าทัพ และมาจากการคัดเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพ แต่ท้ายที่สุด คสช. จะเป็นคนคัดเลือกให้เหลือเพียง 250 คน
.
ดังนั้น การที่รัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 272 กำหนดให้การแต่งตั้งนายกฯ ต้องกระทำในระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภา หรือต้องอาศัยความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาร่วมกัน จึงเท่ากับการขยายเสียงที่มาจากการแต่งตั้งโดยคสช. ไปกดทับหรือแทรกแซงเสียงที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเสียงของ ส.ว.แต่งตั้ง คิดเป็น 1 ใน 3 ของรัฐสภา (สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งมี 500 เสียง ในขณะที่วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งมี 250 เสียง)
.
การเขียนรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับ คสช. ในการเลือกนายกฯ เพราะอาศัยเสียงเพียงแค่ 1 ใน 4 ของสภาผู้แทนราษฎร (125 เสียง) ก็เพียงพอจะชิงตำแหน่งนายกฯ ได้ ซึ่งในการเลือกนายกฯ เมื่อ ปี 2562 ที่ผ่านมา ก็เห็นได้ว่า พรรคที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้าคสช. มีความได้เปรียบจากเสียงของ ส.ว. จนทำให้พรรคการเมืองที่แม้จะเคยประกาศไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ยอมกลับลำ ไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
.
อีกทั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ยังกำหนดด้วยว่า ให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งมีวาระดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 5 ปี ซึ่งวาระการดำรงตำแหน่งนี้มีนัยยะสำคัญต่อการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ด้วย เนื่องจาก นายกฯ มีวาระละ 4 ปี ในขณะที่ ส.ว.แต่งตั้ง มีวาระ 5 ปี ดังนั้น ส.ว.ชุดนี้จึงสามารถเลือกนายกฯ ได้ถึงสองสมัย การเขียนรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ จึงถือเป็นหลักประกันของคสช. ในการเป็นรัฐบาลสืบไป
.
+วุฒิสภา คือ ผู้ชี้ขาดเก้าอี้องค์กรอิสระ+
.
ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงองค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาจากความเห็นชอบของวุฒิสภา โดยได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งจะมีวาระ 7 ปี ดังนั้น การที่ ส.ว. แต่งตั้งมาจากคสช. ก็เท่ากับว่า คสช. เป็นผู้แต่งตั้งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระในทางอ้อม
.
การที่ รัฐธรรมนูญ ปี 2560 กำหนดให้ ส.ว. เข้ามามีบทบาทในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ทั้งๆ ที่องค์กรอิสระ มีบทบาทในการตรวจสอบเกี่ยวกับความสุจริตในการใช้อำนาจรัฐและตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้อำนาจรัฐ จึงเป็นการทำลายกลไกความเป็นอิสระและเป็นกลาง การเขียนรัฐธรรมนูญในลักษณะดังกล่าว จึงถือเป็นหลักประกันของคสช. ในการปกป้องคุ้มภัยหรือบ่อนทำลายศัตรูทางการเมือง
.
ที่ผ่านมาองค์กรอิสระ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญมีบทบาทสำคัญอย่างมากในทางการเมือง จากการตรวจคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาในปี 2562 จำนวน 11 คดี พบว่า คำวินิจฉัยส่วนใหญ่เป็นคุณหรือเป็นผลบวกกับฝ่ายคสช. มากกว่าฝ่ายที่ต่อต้านคสช. อาทิ การวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แม้ว่าเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคสช. ระหว่างเข้ารับตำแหน่งนายกฯ
.
นับตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง ในปี 2562 ส.ว. แต่งตั้ง ได้ให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ไปแล้วอย่างน้อย 6 ตำแหน่ง ได้แก่ การแต่งตั้งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2 ตำแหน่ง และ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 ตำแหน่ง
.
+ส.ว.แต่งตั้ง ตัวช่วยสำคัญในการออกกฎหมาย+
.
โดยปกติแล้ว อำนาจในการพิจารณาร่างกฎหมายระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว. จะแยกขาดจากกัน โดย ส.ว.จะทำหน้าที่ได้เพียงกลั่นกรองกฎหมาย กล่าวคือ ทำได้เพียงชะลอการออกกฎหมายแต่ไม่สามารถยับยั้งหรือมีส่วนร่วมในการผ่านกฎหมายได้ด้วยตัวเอง
.
แต่ทว่า ในมาตรา 270 ในบทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้กำหนดให้ ส.ว. มีอำนาจเร่งรัด และติดตามการดำเนินงานปฏิรูปประเทศ ตามหมวด 16 ของรัฐธรรมนูญ ให้สำเร็จ ซึ่งในหมวดนี้เองได้ระบุถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศเอาไว้ถึง 11 ด้าน ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาประเทศที่กว้าง ยากจะตีความได้ว่าอะไรไม่ใช่การปฏิรูปประเทศ
.
อีกทั้ง ในมาตรา 270 วรรคสอง ยังระบุด้วยว่า ในการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศให้เป็น "การพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา" นั่นหมายความว่า ส.ว. จะเข้ามามีบทบาทในการ "ร่วมพิจารณา" กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศร่วมกับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
.
การเขียนรัฐธรรมนูญในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นหลักประกันอย่างหนึ่งในการผ่านกฎหมายของรัฐบาลคสช. เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันมีสภาพเกือบจะปริ่มน้ำ และการมีรัฐบาลผสมหลายพรรคก็ทำให้มีความขัดแย้งภายในได้ง่าย การผลักดันหรือขับเคลื่อนกฎหมายสำคัญอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ จึงต้องมี “ช่องทางพิเศษ” ให้ ส.ว.แต่งตั้งที่มีเสียงค่อนข้างเป็นเอกภาพเข้ามาช่วยออกเสียงผ่านกฎหมาย โดยไม่ต้องสนใจเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ
.
+“ส.ว.แต่งตั้ง” ยักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ+
.
ในมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไว้ว่า ในวาระที่หนึ่งการเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องใช้เสียง ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ ส.ว.ทั้งหมด และในวาระที่สาม ซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายก็ยังกำหนดว่า “จะต้องใช้เสียงอีกกึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา” เพื่อผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่า ต่อให้ ส.ส.รวมเสียงเห็นด้วยได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้า ส.ว. เห็นด้วยไม่ถึง 1 ใน 3 ของวุฒิสภา ก็ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไม่ได้
.
หลังการเลือกตั้งในปี 2562 มีพรรคการเมืองอย่างน้อย 7 พรรค ที่ประกาศตัวว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ซึ่งหากเอาจำนวนที่นั่งของพรรคดังกล่าวมารวมกันจะได้ 297 ที่นั่ง ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ทว่า เสียงดังกล่าวก็แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้
.
การเขียนรัฐธรรมนูญในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นหลักประกันอย่างหนึ่ง ว่าโครงสร้างอำนาจที่เอื้อประโยชน์กับคสช. ทั้งหมดที่ถูกออกแบบเอาไว้ในรัฐธรรมนูญจะไสลายไปไม่ได้ง่ายๆ แต่จะสลายก็ต่อเมื่อตัวคสช. หรือ ส.ว.แต่งตั้ง มีความยินยอมพร้อมใจในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้เสียงของประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีน้ำหนักน้อยกว่าเสียงที่มาจากการแต่งตั้งของคสช.
...

Choosak Jungtrakul

สส สว สวะของอำมาตย์
มีทรราชเป็นนายเหนือหัว
คนมือถือสากปากถือศีลมารวมตัว
ร่วมทำชั่วรักษาระบอบโบราณ

ประเทศเฮงซวย ทำคนเสียชีวิตเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์




สละชีวิตเพื่อพิสูจน์ยืนยันความบริสุทธิ์

สุรชัย หนุ่มเมืองนคร อาชีพรับจ้างชำแหละสุกร ถูกตำรวจจับมียาบ้า 20 เม็ด เขาปฏิเสธแข็งขัน ยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ อ้างตำรวจยัดยาบ้า และบอกญาติจะฆ่าตัวตายถ้าศาลลงโทษจำคุกเขา

สุดท้ายศาลตัดสินว่าเขาผิด ลงโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 400,000 บาท ระหว่างถูกควบคุมออกจากบัลลังก์ศาลชั้น 3 เขาวิ่งไประเบียงกระโดดตึกศาลตกลงมาตาย

โอ อนาถแท้

ชีวิตใครๆก็รัก แต่เขารักษาสัจจะ ยอมพลีชีพเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นผู้บริสุทธิ์ของเขา

คนกล้าสละชีวิตได้ย่อมไม่โกหก ผมจึงเชื่อโดยสนิทใจว่าคุณสุรชัยบริสุทธิ์

แต่สงสัย ทำไมกระบวนการยุติธรรมไม่ อาจหาวิธีช่วยให้เขาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้โดยไม่ต้องสละชีวิต

หรือกระบวนการยุติธรรมถึงจุดที่ต้องสละชีวิตเพื่อพิสูจน์ยืนยันความบริสุทธิ์กันแล้ว


ร่วมลงชื่อยกเลิกเกณฑ์ทหาร




พรรคก้าวไกล - Move Forward Party
June 23 at 2:59 AM ·

[ ร่วมส่งเสียงของประชาชน! สนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ]
.
หากยังจำกันได้ ครั้งที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ยังไม่ถูกยุบ ส.ส. ของเราได้ร่วมกันยื่น ร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ที่จะนำไปสู่การยกเลิกเกณฑ์ทหารแบบบังคับ เข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรสู่ขั้นตอนการพิจารณา
.
บัดนี้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว กำลังเข้าสู่กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วผ่านทางเว็บไซต์ https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=82 *อ่านเนื้อหาโดยสรุปได้ในช่องคอมเมนท์*
.
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นสิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญให้ทุกร่างกฎหมายต้องผ่านขั้นตอนการฟังความคิดเห็นนี้ ซึ่งจะกลายมาเป็นส่วนสำคญในการพิจารณากฎหมายต่อไป โดยเฉพาะในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 และ 2
.
การต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพและยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารย่อมไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยการขับเคลื่อนจาก ส.ส. เพียงลำพัง หากแต่เสียงเรียกร้องกู่ก้องของสังคมจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้มีอำนาจในการยกมือให้ “ผ่าน/ไม่ผ่าน” ต้องรับฟัง
.
ดังนั้น พรรคก้าวไกลจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านที่เห็นด้วยกับการยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ มาร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องร่วมกัน สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ อันจะเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปกองทัพต่อไปในอนาคต
.
เสียงของท่านหนึ่งเสียงเมื่อรวมกันมากเข้า สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศนี้ได้ นี่คืออนาคตของคนหนุ่มวัยสร้างเนื้อสร้างตัวนับแสนคนที่ต้องพรากจากลูกเมียพ่อแม่ทุกๆ ปี รวมทั้งชีวิตของทหารชั้นผู้น้อยทั่วประเทศ เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องถูกกดขี่ลงเป็นทาส ไปรบกับหญ้าฆ่ากับมด ซักกางเกงในให้นายเหมือนที่ผ่านมา
.
----------
.
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยอดีตพรรคอนาคตใหม่ ประกอบไปด้วย
.
1. ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามสันติ ให้ใช้เฉพาะวิธีการสมัครโดยเปิดโอกาสให้ทั้งเพศชายและหญิงอย่างเท่าเทียมกัน
.
2. แก้ปัญหาที่เรื้อรังของกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นการนำพลทหารไปรับใช้ส่วนตัว การฝึกทหารที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน กระทำการอื่นใดที่ละเมิดต่อร่างกาย จิตใจ หรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในค่ายทหาร โดยกำหนดบทลงโทษวินัยร้ายแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาข้างต้นเกิดขึ้นซ้ำอีก
.
3. ให้ใช้วิธีการฝึกที่มีมาตรฐานเดียวกัน หลักสูตรที่ใช้ฝึกต้องรวมถึงความรู้ด้านประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ประเพณีทางทหารแบบสากล และกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับทางทหาร
.
4. ยกระดับให้ทหารมีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดี เช่น การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมถึงครอบครัว ได้รับทุนการศึกษา ให้โอกาสต่อยอดเข้าไปเป็นทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตร ซึ่งสามารถครองชั้นยศสูงสุดได้ถึงพันโทและหากปลดประจำการก็จะมีทุนประกอบอาชีพให้
.
-----------
.
ขั้นตอนการร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
.
1. เข้าไปที่หน้าเว็บ https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=82 ซึ่งทุกคนสามารถเปิดดูหรือดาวน์โหลดตัวร่างได้จากที่นี่
.
2. กดปุ่ม “แสดงความคิดเห็น” ด้านล่างสุด เข้าสู่หน้าเว็บถัดไป
.
3. ใส่ข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ, อายุ, ระดับการศึกษา, อาชีพ และความเกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. นี้ (เช่น เป็นชายสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป, เป็นผู้ปกครองของชายไทยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ, เป็นทหารกองประจำการ, กองเกิน, กองหนุน (รด.), เป็นเจ้าหน้าที่สัสดี, เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ)
.
4. ตอบคำถามในประเด็นต่างๆ 7 ข้อ โดยในแต่ละข้อให้เลือกว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” ในประเด็นของข้อนั้นๆ พร้อมทั้งระบุเหตุผลที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
.
สำหรับคำถามทั้ง 7 ข้อที่ต้องตอบ ได้แก่
.
4.1) ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ
.
4.2) ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่ให้ถือเอาที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของบุคคลเป็นเป็นภูมิลำเนาทหาร
.
4.3) ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้บุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดมีสิทธิสมัครเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (เปลี่ยนจาก “หน้าที่” เป็น “สิทธิ” สมัครเป็นทหารได้โดยสมัครใจ ไม่ใช่ถูกบังคับ)
.
4.4) ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับราชการทหาร หลักเกณฑ์การบรรจุ และการเกษียณอายุราชการของทหารกองประจำการ
.
4.5) ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดวิธีการและหลักสูตรการฝึกทหารกองประจำการ เงินเดือนและสวัสดิการที่ได้รับ และห้ามมิให้ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลอื่นใดให้ทหารกองประจำการทำงานลักษณะรับใช้ส่วนตัว
.
4.6) ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้อำนาจคณะรัฐมนตรีตราพระราชกฤษฎีกาเรียกระดมพลให้ทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการในกรณีที่อาจเกิดภาวะสงคราม
.
4.7) ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่กับการกำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาการเข้ารับราชการทหารกองประจำการที่จะปลด เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 และช่วงอายุที่ให้ปลดพ้นราชการทหารกองหนุนประเภทที่ 1
.
5. ที่ด้านล่างสุด กรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก และกดปุ่ม “ร่วมแสดงความคิดเห็น” เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ
.
ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะเก็บข้อมูลบัตรประชาชนของผู้แสดงความคิดเห็นเป็นความลับ และรายละเอียดของการแสดงความเห็นบุคคลอื่นไม่สามารถดูได้
.
#ก้าวไกล #ยกเลิกเกณฑ์ทหาร #รัฐสภา


จักรภพ เพ็ญแข จม.ถึง "นิวยอร์กไทมส์" ขอขอบคุณและพร้อมเสนอตัวที่จะให้ข้อมูล 9 คนผู้สูญหาย และข้อมูลอื่นฯเพิ่มเติม




คำแปล:

เรียน ท่านบรรณาธิการบริหาร และ (ผู้สื่อข่าว) คุณฮันน่าห์ บีช:

ผมขอแสดงความขอบคุณและยินดีอย่างจริงใจในรายงานข่าวเรื่องของนักต่อสู้ทางการเมืองของไทย 9 คนผู้สูญหาย อันเป็นบทความที่สมดุลและเปิดตาให้สว่าง ในฐานที่เป็นคนหนึ่งที่ถูกเขาสั่งฆ่า ผมรู้สึกอบอุ่นใจยิ่งที่บัดนี้ผู้คนได้รับรู้เรื่องนี้อย่างกว้างขวาง (ทั่วโลก) อย่างที่เครือข่ายของ นสพ. นิวยอร์กไทมส์ เท่านั้นจะช่วยขยายผลได้ ถึงยังมีเรื่องอีกมากมายรอให้เปิดเผยและเปิดโปง แต่บทความของคุณบีชชิ้นนี้ นับเป็นการเจาะช่องให้เราส่องเข้าไปเห็นถึงห้องที่มืดที่สุดห้องหนึ่งของโลก เพราะ (อาชญากรรม) ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน หลังรอยยิ้มและท่าทีเป็นมิตรแบบไทยๆ แต่ขอได้โปรดอย่าเข้าใจผิด (เกี่ยวกับตัวคนไทยส่วนใหญ่) เมืองไทยยังคงเป็นมุมที่มีเสน่ห์ที่สุดมุมหนึ่งของโลก ยังคงน่าท่องเที่ยวและมาทำธุรกิจต่างๆ อยู่เหมือนก่อน เพียงแต่อย่าหลอกตัวเอง เพราะความจริงก็คือมีคนในระดับอำนาจรัฐบางคนที่โหดร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ (มีพฤติกรรมที่) อันตราย และมีความเป็นอาชญากรในตัว ผมหวังว่าการต่อสู้ยาวนาน 15 ปีของเรา (ในรอบนี้) เพื่อให้เกิดประชาธิปไตย จะไม่สูญหายเปล่าประโยชน์ไปหมด ทั้งที่มีการสั่งฆ่าคนเป็นว่าเล่นจากผู้มีอำนาจอันล้นพ้นแบบนี้ก็เถิด

ตัวผมเองเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตรัฐมนตรีของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยไม่กี่รัฐบาลที่เมืองไทยเคยมีมา เราถูกรัฐประหารถึง 2 ครั้งในปี พ.ศ. 2549 และ 2557 จนตัวผมเองต้องลี้ภัยมานานถึง 11 ปี ถึงเผด็จการชนชั้นนำของไทยจะซ่อนรูปอยู่ในโฉมหน้าที่ดูเสมือนเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยในขณะนี้ แต่เอาเข้าจริงแล้วเมืองไทยก็ยังอยู่ภายใต้ระบอบอำนาจเบ็ดเสร็จ กรณีโควิด-19 คือตัวอย่างที่ดี ระบอบที่มี นายพลประยุทธ์ จันทร์โอชา มานั่งเป็นนายกรัฐมนตรี กำลังอ้างเรื่องโรคมาขยายอำนาจอย่างกว้างขวาง โดยอาศัยเครื่องมือเผด็จการคือ พรก. ฉุกเฉิน หลัก (การใช้กฎหมาย) คือ นิติรัฐ กำลังถูกแทนที่โดย ระบบกฎกู (rule by decree) นี่แค่ยกตัวอย่างเรื่องเดียว

ผมขอลงท้ายสั้นๆ ว่า ตัวผมและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของไทยทุกคน พร้อมจะให้ข้อมูลและความร่วมมือในทุกทาง เพื่อให้ความจริงเกี่ยวกับการเมืองไทยได้แพร่หลายยิ่งขึ้นในระดับโลก ยังมีเรื่องอีกมากที่คอยให้สื่อของท่านช่วยเปิดเผยขยายผล-หากท่านเห็นสมควร ผมมั่นใจว่าเมืองไทยของเราจะมีคุณธรรมและมนุษยธรรมสูงกว่าที่ผ่านมาได้ ธาตุแท้ของคนไทย ยังเป็นคนใจสงบ ใจดี และเป็นมิตร เราต้องเร่งช่วยกันขจัดคนเลวไม่กี่คนที่เข้ามาปะปนให้เสียชื่อคนไทยออกไปเสีย

ขอแสดงความนับถือ

จักรภพ เพ็ญแข
...
เรื่องเกี่ยวข้อง





ฉบับเต็ม 'พล.อ.ประยุทธ์' เตือน ส.ส. #พรรคก้าวไกล ให้ระวังตัว ก่อนดราม่าประท้วงวุ่น




https://www.facebook.com/watch/?v=268286104614660&t=1


วันศุกร์, กรกฎาคม 03, 2563

สับขาหลอกยกเครื่องอาวุธ ๘๐% ปีหน้า เผลอแพล้บปี้นี้ซื้ออีกแล้ว 'ปืนเล็กสั้นเล็กยาว' กว่า ๖๐๐ ล้าน


หลัดๆ เมื่อสองสามวันก่อน ธนาคารโลกเพิ่งเตือนว่าอย่าได้ดี๊ด๊าเกินไปนักกับความสำเร็จรับมือวิกฤตไวรัสโคโรน่า “สามารถควบคุมการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกันเกิน ๑ เดือน” และผู้เสียชีวิตคงที่แค่ ๕๘ ราย

“แต่ก็ต้องแลกกับผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาล คาดว่าปีนี้ จีดีพีลดลงอย่างน้อย ๕% คนไทยกว่า ๘.๓ล้านคนเสี่ยงตกงาน” การส่งออกที่เป็นหน้าเป็นตาให้เศรษฐกิจมหภาคจะหดตัว ๖.๓% ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนซึ่งเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ก็จะลดลงด้วยเหมือนกัน ๓.%

แล้วยัง “จำนวนผู้มีรายได้รายวันต่ำกว่า ๕.๕ ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๑๖๙ บาท) ต่อวัน จะเพิ่มจำนวนขึ้นถึงเท่าตัว จาก ๔.๗ ล้านคนในไตรมาสที่ ๑ ของปี ๒๕๖๓ เป็นประมาณ ๙.๗ ล้านคนในไตรมาสที่ ๒” แล้วดีขึ้นหน่อยในไตรมาส ๓ ลดเหลือ ๗.๘ ล้านคน

นักวิจัยของธนาคารโลกประมาณการเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-๑๙ “จะกลับมาฟื้นตัวในระดับเดียวกันกับช่วงก่อนโควิด ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๒ ปี” โดยพึ่งปัจจัย กำลังซื้อของครัวเรือนบวกกับการเข้าไปช่วยอุ้มผู้ประกอบการย่อย

ถึงอย่างนั้น การเติบโตเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ๒๕๖๔ อย่างดีก็แค่ ๔.๑% แล้วหดลงไปอีกในปีต่อไป เป็นโตเพียง ๓.๖% ในปี ๒๕๖๕ นายอาวินด์ แนร์ นักวิจัยยูเอ็นประจำไทยแนะด้วยว่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิดได้ด้วยการเพิ่มอุปสงค์ในประเทศเท่านั้น

เพราะการส่งออกและการท่องเที่ยวที่เคยเป็นพระเอกสำหรับเศรษฐกิจไทย คงจะไม่กลับมาคึกคักเหมือนเก่า แม้จะมีการเสนอความเห็นก่อนหน้านี้ไว้ว่า หลังโควิดไทยเป็นประเทศน่าลงทุนที่สุด แต่ก็คงยากเนื่องจากฐานการผลิตเพื่อส่งออก ปิดและย้ายออกไปแล้วมากมาย

 
ภาพลักษณ์เศรษฐกิจไทยมีแต่ความเศร้ารุมเร้าขนาดนั้น ทั่นผู้นำจากทีมสืบทอดอำนาจ คสช.ยังอุตส่าห์เตรียมการซื้ออาวุธให้ทหารอีกขนานใหญ่ในปีหน้า อ้างว่าห่วงใยลูกหลาน (ที่เป็นกำลังพล) จะขาด “ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยป้องกันตัว

...ในขณะที่อาวุธต่างๆ ร้ายแรงมาก ก็อาจทำให้เกิดความสูญเสียของลูกหลานของพวกเราได้” ทั่นผู้นำลืมคิดไปว่าลูกหลานกำลังพลกับลูกหลานที่จะต้องไปช่วยผ่อนหนี้ต่อไป หลังจากพวกลุงๆ ที่ครองเมืองพากันเท่งทึงหมดแล้วนั้น จำนวนมากน้อยกว่ากันกี่สิบกี่ร้อยเท่า

ส่วนที่อ้างเรื่อง “ปัจจุบันมียุทโธปกรณ์เก่าประมาณ ๗๐-๘๐%” ถึงเวลาต้องอัพเกรดและเปลี่ยนเป็นของใหม่ อวดเขื่องอ้างข้างๆ คูๆ “ขอให้เข้าใจด้วย...การจัดซื้อยุทโปกรณ์นั้นไม่ใช่ว่าสั่งวันนี้แล้วได้เดือนหน้า” ต้องจองต้องสั่งให้ผลิตใหม่ “ไม่ได้สร้างไว้รองรับขายหน้าร้าน”

ทีอย่างนี้อวดเก่งทางการค้า อวดวิธีการเป็นผู้ซื้อที่ดี แต่วิธีการขายที่มีประสิทธิภาพ ฝึกมาแล้ว ๕-๖ ปี ยังไม่เห็นมีอะไรได้เรื่องสักอย่าง เก่งแต่กับเด็ก สั่งโน่นสั่งนี่ ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมไปถึงต้องอยู่แต่ในห้องเรียนเท่านั้น อย่าออกมาเพ่นพ่านเรียกร้องอะไร

ส.ส.พรรคก้าวไกลฝ่ายค้านอภิปรายตักเตือน “กระทรวงกลาโหมมีภาระต้องจ่ายงบประมาณผูกพันทุกโครงการสูงถึง ๑๗๓,๑๔๔ ล้านบาท เป็นความเสี่ยงทางการคลังที่ต้องพึงระวัง รัฐบาลใดเข้ามาก็ต้องจ่าย” โดยเฉพาะงบผูกพันซื้ออาวุธ ตั้งเกือบ ๔,๔๐๐ ล้านบาท
 
ไหนจะจัดงบฯ ลวงพลางของกลาโหมตั้งไว้ ๒๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ดูเหมือนว่าลดลงไปจากปีก่อน ๘,๒๐๐ ล้าน ที่ไหนได้ มีงบฯ โอนคืนให้กลาโหมสำหรับปีหน้าอีก ๑ หมื่นล้านบาท ก็แสดงว่าเงินที่ฝ่ายทหารจะได้แบ่งเค้กกินกัน ปีหน้ามากกว่าปีนี้

เสร็จแล้วไงรู้มั้ย เฮียเค้าใช้ชั้นเชิงเต้นแย้ปๆ ล่อหลอกให้ตายใจ ประชาชนมัวแต่พะวงกับการจัดซื้อล้อตใหญ่ งบฯ ปีหน้า พอเผลอแพล้บ กองทัพของน้องพี่ คสช. แอบซื้ออาวุธเล็กไปแล้วกว่า ๖๐๐ ล้านบาท ขอบใจ อานนท์ นำภา ไหวทัน เอามาปูดให้รับรู้กัน

เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งซื้อปืนซุ่มยิงไป ๒๘ กระบอก พร้อมกระสุนและปืนขนาดอื่นๆ เดือนนี้เอาอีก ๕๘ กระบอก ราว ๒๑ ล้านบาท พ่วง “ปืนเล็กยาวขนาด ๕.๕๖ ม.ม.ราคารวม ๓๕๐ ล้าน กับปืนเล็กสั้นขนาดเดียวกันอีก ๒๗๓ ล้านบาท


ตู่อ้างไว้ตอนหนึ่ง “ภารกิจของเราคือป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดน แม้จะเกิดหรือไม่เกิดขึ้น” และ “วันนี้เทคโนโลยีต่างๆ ก้าวไกล ยุทโธปกรณ์ที่ไม่ทันสมัยอาจจะเป็นปัญหากับเราต่อไปในอนาคต”

แล้วไอ้พวกเล็กสั้น เล็กยาวที่กำลังลุยซื้อนี่ล่ะ เอามาไว้กระชับพื้นที่กับพวกเด็ก เหมือนที่เคยทำกับเสื้อแดงละหรือ

ประชาธิปไตยตกตัวโอ : กลุ่ม #FreeYOUTH ชวนใส่เสื้อสีดำ หรือเสื้อดำ"DEM_CRACY" ตลอดเดือน ก.ค. เพื่อไว้อาลัยอนาคตที่มืดมิด...




#FreeYOUTH ชวนใส่เสื้อสีดำตลอดเดือน ก.ค. เนื่องในโอกาสที่ความมืดมิดที่กำลังปกคลุมประเทศนี้อยู่
ส่วนถ้าใครยังไม่มีเสื้อดำ นี่เลย!

- เสื้อ COLLECTION
- “ DEM_CRACY - Oธิปไตย “
- แด่ประชาธิปไตยที่ไม่โอ
จะใส่ไปม็อบ ใส่ไปมอ ใส่ไปเยอรมัน ใส่ไปที่ไหนได้หมด!

มีไซส์ S / M / L / XL / XXL / 3XL
ร่วมกันเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับเยาวชนปลดแอก เพื่อให้เราสามารถทำอะไรใหญ่ๆได้มากขึ้น เพื่อผลักดันความก้าวหน้าในประเทศไทย เพื่อให้สิทธิในชีวิตที่ดีกว่าของเยาวชนและประชาชนได้เกิดขึ้นจริง
สนใจเป็นท่อน้ำเลี้ยง/ซื้อเสื้อได้ที่ https://lin.ee/hsvqkje หรือ Add line: @559okjak (อย่าลืมใส่ @)
#เยาวชนปลดแอก #FreeYOUTH
...

...




โปรดอย่าปล่อยให้เยาวชนต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว! 2 ก.ค. นี้ เวลา 9.00น. ฟอร์ด ทัตเทพ(ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี - Tattep Ruangprapaikitseree) จะเข้าไปยังสน.วังทองหลาง เพื่อทำการปฎิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพียงเพราะออกไปเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนไทยที่ถูกอุ้มหายอย่างคุณวันเฉลิม
รัฐบาลแบบไหนกัน ที่บอกให้เยาวชนระวังว่าจะหมดอนาคต แต่กลับยัดข้อหาให้กับเยาวชนเพียงเพราะออกไปเรียกร้องความยุติธรรม
" อนาคตที่ดี มันไม่มีตั้งแต่เผด็จการทรราชขึ้นครองประเทศนี้แล้ว "
#เยาวชนปลดแอก #FreeYOUTH





ชวนคุยเรื่องอนาคตของเยาวชนในประเทศนี้

#อนาคตของเยาวชนจะเป็นอย่างไร
ถ้าเรายังอยู่ในรัฐที่ใช้กฎหมายเล่นงานฝ่ายตรงข้าม และเอื้อพวกพ้อง เสวยสุขบนความทุกข์ยากของประชาชน? บ้างทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย อุ้มฆ่าผู้เห็นต่าง อนาคตของเราจะเป็นแบบไหนกันถ้าเราอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรมเช่นนี้

ล่าสุดฟอร์ด ทัตเทพ (ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี - Tattep Ruangprapaikitseree) เยาวชนผู้ซึ่งเพิ่งจบจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ณ สน.วังทองหลางในวันที่ 2 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยถูกตั้งข้อหากล่าวหาว่า ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการถือป้ายหน้าสถานทูตกัมพูชา เรียกร้องความยุติธรรมให้กับคุณวันเฉลิมที่ถูกอุ้มหายไปเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้ว

เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรที่รัฐตั้งข้อหากับเยาวชนที่หวังให้ประเทศนี้ดีกว่าที่เป็นอยู่ที่ออกไปเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเพื่อร่วมชาติ

เป็นเพราะการนิ่งเฉยหรือเปล่า เป็นเพราะเราทนเกินไปหรือเปล่าที่ปล่อยให้ความอยุติธรรมมันเกิดขึ้นรายวันเช่นนี้ หรือเป็นเพราะความกลัวที่เราถูกปลุกฝังมาแต่ยังเด็กว่าห้ามตั้งคำถาม เราจะมีสังคมที่ดีขึ้นภายใต้สภาวะแบบนี้จริงๆหรือ? 

ถ้าคุณคาดหวังสังคมที่ดีกว่าขอให้คุณแชร์โพสต์นี้ออกไป เพื่อเปิดเผยความอยุติธรรมของรัฐที่กระทำต่อเยาวชน หยุดส่งต่ออนาคตประเทศที่มืดมิดให้กับเยาวชน และหากมีเสียงเรียกร้องจากเยาวชน ขอให้ทุกคนร่วมกันเพื่อหยุดวงจรอุบาทว์นี้ให้จบสิ้นลงเสียที