วันอังคาร, กรกฎาคม 17, 2561

อีกเวอร์ชั่นจากใน #ถ้ำหลวง มืออาชีพจริง ไม่เหมือนไทยแถลง


Image may contain: 3 people, text

เครก แชลเลน สัตว์แพทย์จากเมืองเพิร์ธ ที่เป็นคู่บัดดี้ดำน้ำถ้ำของคุณหมอแฮร์ริส และอยู่ในกลุ่มนักดำน้ำถ้ำ Wet Mules (ดังที่เคยเล่ารายละเอียดใน https://goo.gl/nJfFE2) ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ประจำเมืองเพิร์ธ Sunday Times เกี่ยวกับภาระกิจการนำเด็กออกจากถ้ำหลวงฯ

คุณหมอแชลเลนและแฮร์ริส มาถึงที่ถ้ำหลวงฯ จริง ๆ คือวันพฤหัสบดีที่ 5 ก. ค. (สื่อหลายที่ทีแรกรายงานเป็นวันเสาร์ที่ 7 ก. ค. ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นวันที่ดำเข้าไปในถ้ำเตรียมการ) แล้วก็เข้าไปพูดคุยกับทีมบริติช เรื่องแผนการนำเด็กออกจากถ้ำ ทีมบริติชมีวางแผนกันคร่าว ๆ แล้ว แต่คุณหมอทั้งสองแค่ไปช่วยออกความเห็นในพวกเครื่องมือ อุปกรณ์ แล้วก็ได้ผลสรุปในรายละเอียดของปฏิบัตการในครั้งนี้ แชลเลนให้เครดิตแผนการนำเด็กออกจากถ้ำในครั้งนี้ เป็นของทีมบริติช (They really deserve the credit for the extraction plan)

ส่วนเรื่องการปฏิบัติ ไม่ต่างกับที่โวลันเธนให้สัมภาษณ์กับทาง BBC Points West (https://goo.gl/QqPYkZ) คือเด็กแต่ละคน ถูกหอบหิ้วออกมาโดยนักดำน้ำของสภากู้ภัยถ้ำแห่งบริติช BCRC (John Volanthen, Rick Stanton, Jason Mallinson และ Chris Jewell) แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เด็กสวมหน้ากากแบบ full- face mask ถังอากาศติดด้านหน้า มีสายยึดติดกับนักดำน้ำถ้าที่หอบหิ้วออกมา เด็กมีการให้ยา เพื่อมิให้มีการตื่นกลัว ส่วนที่ได้เพิ่มเติมจากคุณหมอแชลเลน คือ ไม่มีนักดำน้ำอีกคนตามหลัง เพราะมันไม่มีประโยชน์ เนื่องจากทัศนวิสัยของน้ำแย่มากแค่อยู่ในช่วงระยะ 10 ซม. เท่านั้น นักดำน้ำถ้ำสนับสนุน คืออยู่ประจำช่วยในจุดที่ยาก แล้วก็ประจำในจุดที่เป็นเนินผืนดิน (ถ้าใครเคยเห็นแผนที่เส้นทางจากจุดโถง 3 ถึงจุดที่เด็กอยู่ มันไม่ใช่การดำน้ำตลอด มีจุดที่ขึ้นมาเดินด้วย) เพื่อเข้าช่วยเด็กในการถอดอุปกรณ์ และใส่กลับไปเข้าไปใหม่ อย่างคุณหมอแชลเลนเองก็ประจำที่เนินหนึ่ง ร่วมกับนักดำน้ำต่างชาติอีกสองสามคน จุดที่คุณหมอแชลเลนอยู่ เด็กแต่ละคนจะขึ้นมา ห่างกันรอบละ 45 นาที

อีกประเด็นหนึ่งที่ต่างกันชนิดคนละเรื่องกับสื่อที่ออกมาก่อนหน้าว่า นำเสนอว่าคุณหมอแฮร์ริส เป็นคนจัดลำดับว่าเด็กคนไหนจะออกก่อนหลัง ปรากฏคุณหมอแชลเลนแกบอกว่า ไม่ใช่ คือพอได้บทสรุปเรื่องการนำเด็กอพยพออกจากถ้ำช้ดเจนแล้ว ก็ดำกันเข้าไปในถ้ำพูดคุยกับทีมหมูป่าและหน่วยซีลไทยที่อยู่กับเด็ก ๆ อธิบายให้เข้าใจถึงแผนการแล้วบอกพวกเขาว่า ให้ตัดสินใจจัดลำดับว่าใครจะออกก่อนหลัง ทีมหมูป่าตัดสินใจจัดลำดับของเขาเอง แล้วทีมทำงานทั้งหมด ก็ตามลำดับนั้น

(We told them what the plan was and to pick who was going first. They did all of that, it wasn't us. I don't know specfically if it was the coach, but collectively the team decided what order the boys would come out, not us. Then we just went for it.)

อีกประเด็นหนึ่งที่มีการไปแนะนำกันก่อนหน้านี้ว่า ควรให้เด็กอยู่ในนั้นไป แล้วใช้วิธีส่งสเบียงอาหารกันไป จนหมดฤดูมรสุม คุณหมอแชลเลนบอกว่า ทีมประเมินกันแล้ว เป็นไปไม่ได้ คือหลังจากนี้ จะไม่สามารถดำกันเข้าไปถึงจุดที่เด็ก ๆ อยู่เพื่อให้เสบียงได้ แล้วเด็กก็จะเริ่มติดเชื้อแล้วมีปัญหาสุขภาพ จนเสียชีวิตได้ ยังไงก็ต้องเอาเด็กออกมา

เมื่อถูกถามถึงความยากของปฏิบัติการครั้งนี้ คุณหมอแชลเลนบอกว่า การกู้ภัยในถ้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการไปค้นหา นำศพออกมา การกู้ภัยที่เอาคนมีชีวิตออกมา งานใหญ่ที่แกนึกถึงคือที่เม็กซิโกของแสตนตัน ในปี 2004 (อันนี้ขอขยายความให้ค่ะ คือ ริค แสตนตัน ที่ดำน้ำร่วมกับจอห์น โวลันเธน สองคนที่ค้นหาทีมหมูป่าจนเจอ ประวัติก่อนหน้า สแตตันเคยไปช่วยคนบริติช 6 คน ที่ติดที่ถ้ำ Cuetzalan ที่เม็กซิโก เป็นกรณีคล้ายทีมหมูป่า คือติดอยู่นานสิบวัน จนทีมช่วยเหลือเข้าไปเจอ จากนั้นมีการสอนให้ใช้อุปกรณ์ดำน้ำ แล้วนำออกมาทีละคน สแตนตันได้เครื่องราชย์ MBE (Most Excellent Order of the British Empire) จากการปฏิบัติการในครั้งนู้น) แต่เมื่อเทียบกับกรณีถ้ำหลวงฯ คุณหมอแชลเลนบอกว่า มันมีความยากกว่าในกรณี ตรงที่ระยะทางที่ต้องดำยาวกว่า และคนที่ต้องนำออกมาคือเด็ก แล้วพูดภาษาที่ต่างกันด้วย แกบอกว่านี่เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่แกเจออะไรแบบนี้ และขอให้เป็นครั้งสุดท้าย หรือถ้ามีเกิดขึ้นอีกครั้ง ก็ขอให้ตอนนั้นแกเลิกดำน้ำในถ้ำไปแล้ว

คุณหมอแชลเลนเนี่ยดูแล้วมาแนวสายฮา กวน ๆ ผิดกับคุณหมอแฮร์ริสที่จะแนวร่าเริง พูดอะไรก็แนว nice ตลอด บางคำถามคุณหมอแชลเลน ตอบกวนมาก อาทิ ถามว่าดีใจไหม ที่ได้กลับถึงบ้าน แกบอกว่า รู้สึกว่า รู้งี้อยู่เมืองไทยต่อดีกว่า ถ้ารู้ว่ากลับมาเป็นจุดสนใจ แล้วเจอนักข่าวรุมล้อมไปหมดแบบนี้ หรือมีอีกคำถามที่ถามว่า จริงไหมที่จุดที่แคบที่สุดของถ้ำ กว้างเพียง 38 ซม. แกบอกว่า ไม่มีใครรู้หรอกว่ากว้างเท่าไรกันแน่ ก็เห็นว่ากัน 38 ซม. ก็ไม่รู้ใครเอาสายวัดไปวัด แต่ที่แน่ ๆ ทีมดำน้ำ ไม่มีใครพกสายวัดเข้าไป .... LOL

จะเห็นการแถลงข่าวของทางการไทย แทบไม่มีรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการอพยพเด็กในส่วนในของถ้ำ (จากเนินนมสาวถึงโถง 3) ต้องมาอาศัยอ่านแล้วประมวลผลเอง จากการสัมภาษณ์ของคนที่ทำงานอยู่ตรงนั้น ทีนี้ทาง BCRC ก็จะมีการแถลงข่าวที่เป็นลักษณะเป็นทางการ ไม่ลงรายละเอียดมาก ข้อมูลเยอะสุดตอนนี้คือที่คุณหมอแฮร์ริสเขียนในเฟซบุ๊ค แล้วเสริมด้วยบทสัมภาษณ์ของโวลันเธนกับ BBC Points West ตอนนี้ที่รอฟังคือของริค สแตนตัน ที่เป็นผู้นำหลักของการอพยพเอาเด็กออกจากถ้ำในครั้งนี้ ก็ไม่รู้เจ้าตัวจะมีการให้สัมภาษณ์แบบลงรายละเอียดหรือเปล่า เพราะสังเกตจากงานแถลงข่าวที่สนามบินฮีทโธรว์ เมื่อวันก่อน (https://goo.gl/nwiapj) จะเห็นว่าเป็นคนระวังตัวมากเรื่องการพูดให้สัมภาษณ์ ทั้ง ๆ ที่เป็นหนึ่งในคนที่รู้จริงที่สุดของงานนี้ จะเห็นว่า แทบทุกคนที่เกี่ยวข้อ จะอ้างชื่อ ริค แสตนตัน แม้แต่อีลอน มัสค์ กรณีเรื่อง mini-sub https://goo.gl/o7Cxup

แล้วขอสรุปเหมือนเดิมว่า จากข้อมูลที่แตละคนที่ทำงานจริงบริเวณส่วนในของถ้ำ ให้ออกมา จะยิ่งรู้สึกว่า มีแต่มืออาชีพจริง ๆ ที่ไปทำงานตรงนั้น รู้เรื่องจริง แล้วมีการคิด ตระเตรียม วางแผนกันมาดี และนี่คือสิ่งที่เรา ควรได้เรียนรู้ว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่า จนรอดชีวิตกันออกมาได้เนี่ย ไม่มีความบังเอิญหรือปาฏิหาริย์ อาศัยความสามารถและสติปัญญาของทีมที่เข้าไปทำงานล้วน ๆ

ตัวอย่าง สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คือละครช่อง 5 นายร้อยสอยดาวไง - กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (โดยวสันต์ ภัยหลีกลี้) เคยให้ทุน 5 ล้านบาท "โครงการนายร้อยสอยดาว เวอร์ชั่นสอยดาวมาร้อยบ่า"


...





สุดยอดเลย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (โดยวสันต์ ภัยหลีกลี้) ให้ทุน 5 ล้านบาท "โครงการนายร้อยสอยดาว เวอร์ชั่นสอยดาวมาร้อยบ่า" ละครหลังข่าวช่อง 5 ที่เอาของเก่ามารีเมค

ละครเรื่องนี้มีข่าวเปิดตัวไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เงียบหายไป ตอนปลายปีก็มีข่าวจับมือกับวุฒิศักดิ์คลีนิคสนับสนุน ในฐานะที่เป็นละครตามแนวทางของท่านพลเอกประยุทธ์ แต่ไม่รู้ไง เงียบไปอีก จนมาได้ทุน 5 ล้าน "สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" นี่แหละ

จากวุฒิศักดิ์คลีนิคมาเป็นวสันต์ ภัยหลีกลี้ ฮาดีนะ

ดูรายชื่อผู้ได้รับทุน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้จาก fb โครงการนี้อยู่ลำดับ 4 โครงการอื่นก็ไล่ดูเหอะ หลายอันก็เลื่อนลอยไม่รู้จะตรวจสอบติดตามยังไง ว่าใช้เงินคุ้มหรือเปล่า (แต่ยังไงก็ดูดีกว่าละครหลังข่าว)

https://www.facebook.com/THMediaFund/posts/839887539519279

งานเปิดตัว "นายร้อยสอยดาว"
http://www.manager.co.th/Drama/ViewNews.aspx…

http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/57030

http://www.sevendaynew.com/949/

วุฒิศักดิ์ จับมือ โชอิง สนับสนุน ละคร นายร้อยสอยดาวฯ ช่อง 5 ละครน้ำดีที่ให้คนไทยหันกลับมาสามัคคี และรักความเป็นไทย

http://www.siamnewsday.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%…/

ประยูร วงษ์ชื่น ผู้จัดและผู้กำกับฯ ละครเรื่อง นายร้อยสอยดาว ได้กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณที่ทาง วุฒิศักดิ์ คลีนิค ได้เข้ามาสนับสนุละครเรื่องนี้ ซึ่งละครเรื่องนี้ เป็นละครที่ได้นำแนวทางของ ท่าน นายกรัฐมตรี พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา ที่ได้เคยกล่าวไว้ว่า ชาติบ้านเมืองขณะนี้ เกิดความวุ่นวาย เพราะ คนไทยรักกันน้อยลง เกิดความคิดต่างมากยิ่งขึ้น จึงอยากจะให้มีละคร ที่จะสื่อให้คนไทยได้มีความเข้าใจและรักกันมากขึ้น ซึ่งละครเรื่อนี้ จึงได้นำสิ่งต่างๆเหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านตัวละคร เพื่อให้คนไทยเกิดความเข้าใจกัน รักกันเหมือนเดิม นายร้อยสอยดาว ในเวอร์ชั่นนี้ จะเป็นเวอร์ชั่น ที่จะเพิ่มเรื่องราวความรักชาติ ความรักในผืนแผ่นดินไทย รักในวัฒนธรมความเป็นไทย เข้าไปมากยิ่งขึ้น แต่จะยังคงมีความสนุกสนานในแบบละครเหมือนเดิม พร้อมยังได้นำเสนอเรื่อง ความมีระเบีบวินัยของ นักเรียนนายร้อย จปร และ นายร้อยตำรวจสามพราน ซึ่งนักเรียนเหล่านี้เมื่อจบการศึกษาจะออกไปรับใช้ชาติ ดูแลบ้านเมือง เรื่องนี้เป็นละครเรื่องแรกที่จะออกอากาศทางช่อง 5 หลังจากที่ ช่อง 5 ห่างจากการมีละครออกอากาศมาแล้วหลายปี

(https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1537826936299130&set=pcb.1537841332964357&type=3)

...



เสี่ยเชื้อจีนนักสะสมนาฬิกาให้สัมภาษณ์สื่อจีน ขอโทษคำพูดของตนทำให้คนจีน"เข้าใจผิด" โดยย้ำว่าตัวเขาไม่มีเจตนาลบหลู่







#ตือบอกสื่อจีนเขาก็มีเชื้อจีน

เมื่อวานนี้ บิ๊กตือให้สัมภาษณ์"กัว หรุ่ย"(郭蕊)หรือ"จีจี้ (หลุ่ย) แซ่กั๊ว" ผู้อำนวยการหญิงสื่ออนไลน์ภาษาจีนในไทยThailand Headlines(泰國頭條新聞) กล่าวขอโทษคนจีนคำพูดของตนต่อกรณีเรือล่มภูเก็ต ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิด โดยย้ำว่าตัวเขาไม่มีเจตนาลบหลู่
"#เพราะผมก็มีเชื้อจีนอยู่แล้ว"

บิ๊กตือรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ เขารีบสั่งการกองทัพเรือ ตำรวจน้ำลงไปช่วยเหลือทันที ต่อไปนี้ ต้องดำเนินการทัวร์ที่เอาเปรียบคนจีน บังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง
ไทยจีนช่วยเหลือกันตลอดมา ร่วมมือกันทุกด้าน ทั้งการค้าและการลงทุน

ooo




เช้านี้ ณ. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เอกชัย หงส์กังวาน และ โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ เดินทางมายื่นหนังสือ เพื่อทวงถามและเร่งการดำเนินคดีกับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ กรณีนาฬิกาหรู 22เรือนอย่างจริงจัง

เนื้อหาในหนังสือร้องเรียน
"เรียน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
เรื่อง การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนาฬิกาหรูของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
.
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการ ปปช. อ้างถึงการไม่ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนาฬิกาหรูของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ เนื่องจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูในประเทศไทยบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล Serial Number ของนาฬิกาหรูเหล่านี้
อย่างไรก็ตามนักกฎหมายหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กำหนดให้ ปปช. มีอำนาจในการขอข้อมูล-ไต่สวนหน่วยงานเอกชนเหล่านี้ รวมทั้ง ปปช. ยังมีอำนาจตรวจสอบการเสียภาษีของนาฬิกาเหล่านี้ด้วย
นอกจากนี้กฎหมายนี้มาตรา 103 ยังกำหนดห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย
ดังนั้นข้อมูลที่ว่า ประวิตร วงษ์สุวรรณ อ้างยืมนาฬิกาหรูจำนวน 22 เรือนจากเพื่อนของเขาที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นข้อมูลที่เพียงพอต่อการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนี้
ด้วยเหตุนี้ ปปช. จึงไม่มีข้ออ้างใดที่จะประวิงเวลาในการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนี้ ปปช. สมควรที่จะดำเนินคดีอาญาต่อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยเร็วเพื่อรักษาศรัทธาของประชาชน"

ที่มา

Sa-nguan Khumrungroj

มาแล้วคลิป! เผยบรรยากาศ Live รอบๆสนาม ขณะอดีตนายกฯทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชมฟุตบอลที่รัสเซีย



https://www.facebook.com/phaxay.khodasa.9/videos/2166091486753185/

ooo



เยียวยานักท่องเที่ยวจีน 64 ล้านบาท ถูกต้องไหมที่เอาภาษีคนไทยไปจ่าย?





Wake Up News - เยียวยานักท่องเที่ยวจีน 64 ล้านบาท ถูกต้องไหมที่เอาภาษีคนไทยไปจ่าย?

เหยื่อเรือล่มล่าสุดพบเสียชีวิตแล้ว 45 ราย ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ ย้ำ งบ 64 ล้านบาทเยียวยานักท่องเที่ยวเรือร่มภูเก็ตเป็นเพียงกรอบวงเงินยังไม่เคาะ


...



ooo

'ไทย' เป็นประเทศแรกในโลก ที่คนจีนรณรงค์ไม่ให้มาเที่ยว


https://www.facebook.com/wakeupthailand/videos/1906858342706086/


ยกเลิก” พลทหารรับใช้” ได้มั้ย?? ฟัง...คำตอบ จาก” ผบ.ทบ.”




https://www.facebook.com/WassanaJournalist/videos/1884905608234555/

...

โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว จะทำแบบเดิมๆคงไม่ได้..”

“บิ๊กเจี๊ยบ” เตือนทหาร อย่าใช้งานพลทหาร ไม่ถูกไม่ควร

ผบ.ทบ.เผย ระบบ” พลทหารรับใช้” ยังมี เผยส่วนราชการ ก็ขอได้ แต่จะยึดหลัก 3 ขัอ สมัครใจ-ความพร้อมของหน่วย-ทำความเข้าใจก่อน หากไม่ใช่ภารกิจกองทัพ”แต่ต้องจำเป็นเท่านั้น ผบ.หน่วย เป็นคนพิจารณา จะให้หรือไม่/ชี้ “ศรีสุวรรณ” ร้องให้สอบ ได้/ ชี้ พลทหาร โพสต์ เฟสบุ้ค เพราะเดือดร้อน

จากกรณีพลทหารจากกองพันทหารราบที่ 2 ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ โพสต์คลิปในเฟสบุ้ค แฉ ถูกสั่งให้มาเลี้ยงไก่ นอนในเล้าไก่ ถูกผู้บังคับบัญชาตบหน้า ด่าถึงบุพการี หากดูแลไก่ ไม่ดี นั้น

พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ชี้แจงว่า ขณะนี้กำลังรอผลการสอบสวนจากทางหน่วยต้นสังกัดอยู่ หากพบว่าไม่เหมาะสม ก็ต้องดำเนินการ

ทั้งนี้ การส่งพลทหารไปรับใช้ ตัองพิจารณาใน3 กรณี คือ 1.เป็นความสมัครใจหรือหน่วยส่งไป ต้องมีรายละเอียด การขอใช้พลทหารทุกภารกิจ ต้องมีความเหมาะสม ยกเว้นภารกิจของกองทัพ โดยหากเหมาะสมหน่วยก็จะอนุมัติ

2.ความพร้อมของหน่วย กับจำนวนพลทหารที่มี

3.แต่หากเป็นเรื่องนอกเหนือ ภารกิจกองทัพ ก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อน

ดังนั้นการขอกำลังพลไปช่วย ก็มีทั้งจากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ซึ่งต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 กรณี

พร้อม เชื่อมั่นว่ากรณีนี้ไม่ทำให้ภาพลักษณ์กองทัพเสียหาย เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคล ซึ่งได้กำชับไปแล้วว่า กำลังพลของกองทัพบก จะต้องตระหนักถึงการดำเนินการใดๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และข้อเท็จจริงของสังคม สิ่งใดที่ไม่ได้รับการยอมรับก็ไม่ควรปฏิบัติ

เมื่อถามว่า ต่อไปจะพิจารณาการนำพลทหารมารับใช้ในบ้าน จะยกเลิกหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ผู้บังคับหน่วยต้องพิจารณาความเหมาะสม ไม่ใช่เป็นสิทธิที่จะมาขอได้ ถ้าไม่จำเป็น และไม่มีเหตุผล ก็ไม่ได้

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น การดำเนินการขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน

“ ในสังคมปัจจุบัน ทุกคนโดยเฉพาะที่เป็นข้าราชการ ก็ต้องตระหนักว่าอะไรควรไม่ควร โลกมันเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว จะทำแบบเดิมๆคงไม่ได้ และผู้บังคับหน่วยทุกท่านต้องตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาตัวเองว่าทำงานที่ไหน ปฏิบัติยังไง”

ส่วนกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปร้อง ป.ป.ช. และกรรมการสิทธิมนุษยชน ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อเอาผิดและลงโทษนายทหารและผู้บังคับบัญชาเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างนั้น พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่า สามารถทำได้ โดยอำนาจการอนุมัติอยู่ที่ผู้บังคับหน่วย แต่ละหน่วย ไม่ได้เป็นสิทธิว่าใครจะขอทหารอะไรยังไง แต่ต้องเข้าองค์ประกอบทั้ง 3 ข้างต้น ก็สามารถดำเนินการได้

ส่วนที่พลทหารโพสต์ว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของพลทหารอย่างไร พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่า เท่าที่ทราบเบื้องต้น พลทหารคนนั้น ได้กลับไปอยู่หน่วยต้นสังกัดแล้ว ไม่ได้มีปัญหาใดๆ

“แต่หน่วยต้องตรวจสอบผู้ที่ขอทหารไปใช้งาน และไปปฏิบัติในกิจที่ไม่เหมาะสม และไม่ได้ดูแล

ซึ่งเบื้องต้นที่ทราบคือ เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา พอวันเสาร์ก็ได้รับรายงานข้อมูลเบื้องต้นมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนที่ศูนย์การทหารราบ

ส่วนที่เคยกำชับเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียของกำลงพล แต่กลับมาโพสต์ปัญหาในลักษณะนี้ นั้น พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของเขาเอง เมื่อเจอก็ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

และมองว่าจะมีแบบนี้เรื่อยๆ ที่มีทั้งจริงและเท็จ แต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริงก็ดำเนินการตามนั้น

...





“ผบ.ทบ.”เข้าใจหัวอก”พลทหารเลี้ยงไก่”

ชี้โพสต์Facebook เพราะเดือดร้อน ไม่ห่วงจะมีใช้โซเชี่ยล มีเดีย แฉอีก หากเป็นข้อเท็จจริง เผย ส่งกลับต้นสังกัด แล้ว รับรองความปลอดภัย ไม่มีใครไปทำอะไร สั่ง ผบ.หน่วย ศร.พัน2 ตรวจสอบ ส่งพลทหาร ไปให้ใครใช้ แล้ว ทำอะไร ไม่เหมาะสม บ้าง

“บิ๊กเจี๊ยบ” พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.มบ. กล่าวถึง การที่ พลทหาร เลี้ยงไก่ โพสต์FB ว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของพลทหารอย่างไร ว่า เท่าที่ทราบเบื้องต้น พลทหารคนนั้น ได้กลับไปอยู่หน่วยต้นสังกัดแล้ว ไม่ได้มีปัญหาใดๆ

“แต่หน่วยต้องตรวจสอบผู้ที่ขอทหารไปใช้งาน และไปปฏิบัติในกิจที่ไม่เหมาะสม และไม่ได้ดูแล”

ซึ่งเบื้องต้นที่ทราบคือ เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา พอวันเสาร์ก็ได้รับรายงานข้อมูลเบื้องต้นมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนที่ศูนย์การทหารราบ

ส่วนที่เคยกำชับเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียของกำลงพล แต่กลับมาโพสต์ปัญหาในลักษณะนี้ นั้น พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของเขาเอง เมื่อเจอก็ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

และมองว่าจะมีแบบนี้เรื่อยๆ ที่มีทั้งจริงและเท็จ แต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริงก็ดำเนินการตามนั้น

ที่มา FB

Wassana Nanuam

...








‘นักดำน้ำอังกฤษ’ ชี้ วิธีปฏิบัติ ‘หน่วยซีลไทย’ ผิดหลักความปลอดภัย ไม่มีถังอากาศสำรอง รู้สึกตกใจมากที่พบว่าเจ้าหน้าที่หน่วยซีลหลายคนที่อยู่กับเด็กภายในถ้ำนั้นไม่มีอากาศเพียงพอที่จะดำน้ำกลับออกมาด้วยตัวเอง




...





จากกรณีของนายเจสัน มัลลินสัน และนายคริส เจเวลล์ สองนักดำน้ำอังกฤษ หนึ่งใน 4 ทีมช่วยเหลือสมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมี่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เปิดเผยรายละเอียดภารกิจช่วย 13 หมูป่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในการนำตัวทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำที่มีรายละเอียดต่างจากที่สื่อรายงานก่อนหน้านี้ (คลิกอ่าน ละเอียดยิบ! นักดำน้ำอังกฤษ เผยขั้นตอนช่วย 13 ชีวิตไม่เหมือนในรายงานข่าว ชี้ประกบรายคน) นั้น ในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวบางช่วงบางตอน ได้มีการกล่าวถึงวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัยของหน่วยซีลไทยด้วยโดยระบุว่า เป็นการทำงานบนความเสี่ยงที่ผิดหลักความปลอดภัยของการดำน้ำในถ้ำ

โดยเจสัน มัลลินสัน ระบุในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ตนแปลกใจที่หน่วยซีลของไทยนั้นมีวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ต่างออกไปจากทีมดำน้ำอังกฤษ

“พวกเขาอยู่ภายนอกพื้นที่คอมฟอร์ทโซน ภายใต้สภาพแวดล้อมการดำน้ำในถ้ำ และอุบัติเหตุมีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลดังกล่าว วิธีการของพวกเขานั้นผิดทั้งหมด และพวกเขาไม่ได้ใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้อง” มัลลินสันระบุ

พร้อมเล่าด้วยว่า นักดำน้ำในถ้ำที่มีประสบการณ์จะทำงานบนพื้นฐานของอุปกรณ์สำรอง แต่ละรอบจะมีถังอากาศอย่างน้อยสองถัง เรกูเรเตอร์สองตัว และไฟฉายสามชุด ขณะที่นักดำน้ำหน่วยซีลใช้ถังอากาศถังเดียวดำน้ำในบางช่วง นั่นทำให้ในกรณีที่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างอากาศหมด หรือเรกูเรเตอร์เสียก็จะเป็นปัญหาใหญ่ได้

มัลลินสัน และเจเวลล์ เปิดเผยด้วยว่า รู้สึกตกใจมากที่พบว่าเจ้าหน้าที่หน่วยซีลหลายคนที่อยู่กับเด็กภายในถ้ำนั้นไม่มีอากาศเพียงพอที่จะดำน้ำกลับออกมาด้วยตัวเอง

“พวกเขาทำตามคำสั่งและพวกเขาถูกบอกให้ไปให้ถึงโถงดังกล่าวและอยู่กับเด็ก” มัลลินสันระบุ และว่า “พวกเขาถูกสั่งให้อยู่จุดนั้นจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาก็ใช้อากาศมากเกินไปในการทำเช่นนั้นเช่นกัน”

ด้วยเหตุผลดังกล่าวส่งผลให้นักดำน้ำอังกฤษ 4 คน ทั้งมัลลินสัน เจเวลล์ ริค สแตนตัน และ จอห์น โวลันเธน ต้องเข้าไปรับเด็กๆ คนต่อคนแล้ว ยังต้องนำถังอากาศและไฟสองสว่างไปให้หน่วยซีลด้วย

ที่มา มติชนออนไลน์

https://www.matichon.co.th/foreign/news_1045121

ooo




วันจันทร์, กรกฎาคม 16, 2561

ไฉนประธานปฏิรูปเศรษฐกิจยุค คสช. บอกไทยป่วยเริ้อรัง มีแต่ 'ความสิ้นหวัง'


ไหนว่าเศรษฐกิจดีขึ้นเรื่อยไง ไฉนประธานกรรมการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจแห่งยุค คสช.ครองเมือง จึงบอกว่า “อาการของประเทศไทยเหมือนกับ ผู้ป่วยเรื้อรัง ที่รัฐบาลพยายามจ่ายยาหลายขนาน แต่อาการกลับไม่ตอบสนอง”

ไม่ตอบสนองอย่างไร “เรื่องแรกคือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ...” คนไทย ๑๐% หรือประมาณ ๗ ล้านคน มีชีวิตใต้เส้นความยากจน “คนไทย ๑๐% ที่มีรายได้สูงสุดและต่ำสุด มีรายได้ห่างกันถึง ๒๒ เท่า” และ “คนไทยมากกว่า ๗๕% ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ขณะที่ฉโนดกว่า ๖๑% อยู่ในมือคนแค่เพียง ๑๐%

เหมือนว่าสัญญลักษณ์ประเทศไทยคิดเป็นตัวเลข ก็แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งหัวและท้าย ขณะที่อัตราการเติบโตวนเวียนอยู่ในระดับ ๔% ทำให้ “มองอนาคตยิ่งท้าทาย เพราะไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย” วัยเดียวกับพวกครองอำนาจขณะนี้

ปัญหาอยู่ที่ “ฐานกำลังคนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะน้อยลง ขณะที่ประเทศในภูมิภาคประชากรส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว ในเชิงเศรษฐกิจจึงเปรียบเอาคนแก่ไปสู้แรงกับคนหนุ่มสาว” จึงทำให้ “โอกาสที่คนไทยจะแก่ก่อนรวยและจนตอนแก่ จะมีมากขึ้น”

แต่ว่าพวกคนแก่ที่ครองอำนาจขณะนี้รวยไปแล้ว เหลือแต่คนแก่ส่วนใหญ่ยังไม่รวย จึงต้องไปแย่งเด็กกินกันต่อไป

ทั้งที่อดีตผู้ว่าการธนาคารชาติ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ชี้ว่า “กลไกและบทบาทของภาครัฐไม่เอื้อต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” เนื่องมาจาก “ทิศทางการพัฒนาที่เน้นปริมาณอย่างหยาบๆ ที่แน้นแค่จีดีพี โตปีละมากๆ โดยไม่ดูคุณภาพ”

ประจวบกับผู้ปกครองที่เป็นเผด็จการอยากฟอกขาวตัวเองให้ดูดีในการครองอำนาจยาวๆ จึงออกหน้าว่าส่งเสริมการค้าเสรีแบบ มือใครยาวสาวได้สาวเอาเลยร่วมมือกับเจ้าสัวสร้างประชารัฐแบบมีพลังทางการเมืองสูง หนุนผู้เผด็จการได้กลับมาเป็นนายกฯ อย่างอิงการเลือกตั้ง

แต่ว่าการก้าวตามโลกาภิวัฒน์ของไทยไม่สามารถทันการพัฒนาเทคโนโลยี่โลกได้ เนื่องจาก “ฉันทามติร่วมกันของคนในสังคมที่ว่า ประชาธิปไตยเป็นระบอบการเมืองที่นำพาประเทศไปสู่สังคมที่พึงปรารถนานั้น เริ่มไม่ชัดเจน” จากการที่ “อีกข้างเริ่มเสื่อมศรัทธากับประชาธิปไตย”

และแล้วปัญหาก็วนกลับไปที่เดิม “การที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยสั่นคลอนเกิดจากปัจจัยอย่างน้อย ๓ ประการ คือ ผลของกระบวนการโลกาภิวัตน์ วิกฤตการเงินโลก และการแบ่งขั้วทางความคิดในสังคมที่ชัดเจนขึ้น”


เช่นนี้แล้วสังคมจะไปทางไหน ในเมื่อสิ่งที่เกิดในช่วงยึดอำนาจกว่าสี่ปี ทั้งทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมมีแต่ 'ความสิ้นหวัง'

ตรรกะเพี้ยน - เมื่อคุณปฏิเสธฝรั่ง...




ตรรกะเพี้ยนๆนี้ตัดมาจากเพจของเถกิง สมทรัพย์
อยากได้แบบนี้ให้เผด็จการปิดประเทศแบบเกาหลีเหนือได้เลยครับ

พรรคกระยาจกขอรับบริจาคเงินจากสมาชิกวันละบาท ปชช.97% เมินไม่ให้





ปชช.97% เมินบริจาคเงินวันละบาทให้ ‘สุเทพ-พรรค รปช.’ รุมแซะเจ็บๆ คันๆ





14 กรกฎาคม 2561
มติชนออนไลน์

กรณี “มติชน” สอบถามกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เชิญชวนประชาชนเสียสละเงินคนละบาท/วัน เพื่อร่วมเป็นเจ้าของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช. )ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร และสนใจจะร่วมบริจาคหรือไม่?

ปรากฏว่าประชาชนที่ “ทวิตเตอร์มติชน” 97% ให้คำตอบว่า ไม่สนใจ ขณะที่ 3% ให้คำตอบว่าจะร่วมเสียสละบริจาคให้

ส่วนที่ “มติชนออนไลน์” นั้น ประชาชนทั้งหมด ตำหนิกับแนวความคิดของนายสุเทพ และเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครหลงเชื่อบริจาคเงินให้ อาทิ สลึงนึงก็ไม่คิดจะให้ ไอ้…ไอ้…ไอ้ ไม่มีคำบรรยาย ฯลฯ





อ่านความเห็นเพิ่มเติมที่...

https://www.matichon.co.th/politics/news_1043534

อยากให้ท่านลองพิจารณา มองพื้นที่ป่านี้ด้วยใจที่เป็นกลาง ถ้าเป็นท่าน ท่านจะทำลายป่าผืนนี้ไหม



https://www.facebook.com/theforestcreator/videos/2079201319000491/

อยากให้ท่านลองพิจารณา มองพื้นที่ป่านี้ด้วยใจที่เป็นกลาง
.
ถ้าเป็นท่าน ท่านจะทำลายป่าผืนนี้ไหม
.
ป่า ที่เป็นแหล่งน้ำของคนเชียงใหม่
ป่า ที่เป็นปลอดของคนเชียงใหม่
ป่า ที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่
ป่า ที่อุดมไปด้วยพันธ์ไม้ กว่าร้อยชนิด
ป่า ที่รวมหัวใจ ความเชื่อ ความศรัทธาของคนเชียงใหม่
.
เรายังจะนิ่งเฉย ปล่อยให้คนอื่นมาทำลายป่าอันเป็นที่รักของเราอยู่ไหม ??

#ดอยสุเทพที่ฉันรัก
#ปลูกป่าในใจคน
#ป่าของคนไทย
#ต้นไม้ของพ่อ

www.welovedoisuthep.com


เรื่องของ"บุรินทร์" จอมฟ้องในตำนาน ขึ้นศาลทหารกรุงเทพ เป็นพยานให้ตัวเอง แสดงความยิ่งใหญ่ โชว์กริยาต่ำทราม กร่าง ต่อหน้าศาลทหาร




...




(สหายที่นั่งฟังในศาลทหาร ส่งมาเล่าสู่กันฟัง)

"ตามสนองมันแล้วครับ"

เมื่อวันที่ 13 ก.ค61นี้ เวลา 9.30 - 11.30 น.
บุรินทร์ จอมฟ้องในตำนานขึ้นศาลทหารกรุงเทพ เป็นพยานให้ตัวเองในฐานะโจทก์ยื่นฟ้อง"พี่เหน่ง"พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพข้อหาปลุกระดมให้คนมาชุมนุมทางการเมือง (ม.116)และอื่นๆ
ทนายอานนท์ นำภาในฐานะทนายจำเลยซักถามความเป็นมาการรับราชการของบุรินทร์ รวมถึงทัศนคติทางการเมืองด้วย

เช่นบุรินทร์ให้การว่าการรัฐประหารเป็นสากลที่ทั่วโลกยอมรับ
อานนท์ซักค้านว่า คสช.ทั่วโลกไม่เชิญให้เข้าประเทศถือว่าให้การยอมรับหรือไม่
บุรินทร์ยังเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475 ถือว่าเป็นการรัฐประหารเช่นกัน เหล่านี้เป็นต้นที่เป็นทัศนคติหรือความรู้ที่บุรินทร์รู้มาจาการจบป.โทที่ม.ราม

จากการซักถามต่อของทนายอานนท์ที่ออกมาเป็นชุดๆว่า ในความเห็นของพยาน การมีความคิดเห็นต่างทางการเมืองสมควรจะถูกฟ้องดำเนินคดีหรือไม่
ช่วงนี้แหละที่บุรินทร์ฟิวส์ขาดหรือเบรคแตกก็ว่าได้ ตะโกนตอบพร้อมกับทุบโต๊ะที่คอกพยานด้วยเสียงอันดังว่า ไม่ขอตอบ ไม่ขอตอบ ตอบมาหลายครั้งแล้วว่าไม่รู้ ไม่รู้ เพราะว่าไม่ใช่จำเลย อยากรู้เรื่องอะไรให้ไปถามจำเลยโน่นโดยตรงเลย(พร้อมกับชี้ไปที่จำเลย)

ในช่วงระเบิดอารมณ์ใส่ทนายจำเลยพร้อมกับแสดงอาการทางสีหน้าได้อย่างชัดเจนว่าไม่พอใจทนายอานนท์เป็นอย่างมาก

การแสดงออกของบุรินทร์ที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เช่นนี้
ทนายอานนท์ได้แจ้งต่อศาลว่า พยานอยู่ในสถานะหมดสภาพ ไม่สามารถดำเนินการซักถามได้อีกแล้ว ขอให้ศาลหยุดพักการพิจารณาคดี 5 นาที ถ้ายังไม่ดีขึ้น ขอให้ศาลเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นนัดหน้า

สุดท้ายศาลก็ขอให้ทนายซักถามเป็นคำถามง่ายๆที่พยานตอบได้


Sa-nguan Khumrungroj

ooo


สืบพยานคดี ‘พลเมืองรุกเดิน’ พ.อ.บุรินทร์ตอบ คสช.เป็นรัฏฐาธิปัตย์ได้โดยไม่ต้องมีการรับรอง


13/07/2018
By Admin01
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

วันนี้ศาลทหาร พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ขึ้นเบิกความในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ ในคดี “พลเมืองรุกเดิน” ที่พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ “พ่อน้องเฌอ” สมาชิกพลเมืองโต้กลับ ถูกพ.อ.บุรินทร์แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องชุมนุมมั่วสุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, และข้อหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีพันธ์ศักดิ์เดินจากบ้านพักย่านบางบัวทองไปรายงานตัวในคดี “เลือกตั้งที่(รัก) ลัก” ที่สน.ปทุมวัน เพื่อเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร





การสืบพยานวันนี้เป็นช่วงการถามค้านพยานของอานนท์ นำภา ที่รับผิดชอบเป็นทนายความฝ่ายจำเลยให้แก่พันธ์ศักดิ์ ครั้งนี้เป็นการถามต่อจากการสืบพยานนัดที่แล้วเมื่อ 4 พ.ค. 2561 ก่อนเริ่มการพิจารณาคดี ศาลได้สั่งห้ามผู้เข้าร่วมฟังการพิจารณาจดบันทึกคำเบิกความและกระบวนพิจารณาคดีของศาล


อ่านการสืบพยานครั้งก่อนได้ที่ พ.อ.บุรินทร์เบิกความเดินเรียกร้องไม่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร เป็นการต่อต้านรัฐบาล


พ.อ.บุรินทร์ เบิกความตอบว่าเหตุที่ตนไปแจ้งความดำเนินคดีกับพันธ์ศักดิ์ เพราะได้รับคำสั่งจากพล.ต.สมโภช วังแก้ว ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ผู้บังคับบัญชาตนให้ดำเนินการ

ทนายอานนท์ถามว่า คสช.ออกประกาศ ฉบับที่ 7/2557 โดยอาศัยอำนาจกฎอัยการศึกใช่หรือไม่ พ.อ.บุรินทร์ตอบว่าไม่ใช่ คสช.ออกประกาศดังกล่าวในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในขณะนั้น ซึ่งก็คือ คสช. ทนายจึงได้ถามต่อว่าแล้วถ้าเช่นนั้น คสช. มีสถานะอำนาจมากกว่าพระมหากษัตริย์หรือไม่และในขณะนั้นพระมหากษัตริย์จะเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ พยานขอไม่ตอบทั้ง 2 คำถาม แต่ คสช.ยังเทิดทูนพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้พ.อ.บุรินทร์ตอบประเด็นสถานะรัฏฐาธิปัตย์ของ คสช. หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ของทนายอานนท์ว่า ไม่ได้มีผู้ใดเป็นคนแต่งตั้งให้เป็นและไม่ได้มีกฎหมายฉบับใดบัญญัติเอาไว้ แต่เป็นไปตามหลักสากลทั่วโลกเมื่อมีการยึดอำนาจการปกครอง ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย แต่ตนไม่ทราบว่าหลังการรัฐประหารประเทศต่าง ๆ ได้ให้การยอมรับการยึดอำนาจของ คสช.ในประเทศไทย

หลังทนายอานนท์ถามในประเด็นเกี่ยวกับสถานะความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ของ คสช. พ.อ.บุรินทร์ได้กล่าวกับทนายความว่าให้ ”ระวัง” ในการถามคำถามด้วย

พยานทราบว่าหลัง คสช.ทำรัฐประหารมีกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นักศึกษา นักวิชาการ และนักการเมืองบางกลุ่มออกมาคัดค้านอยู่ แต่ตนก็ไม่ทราบว่ามีกลุ่มอื่น ๆ อีกหรือไม่ โดยกลุ่มที่ออกมาคัดค้านมีการจัดชุมนุม เช่นที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น

ทนายอานนท์ถามพ.อ.บุรินทร์ว่า ณ วันที่ คสช.ออกประกาศ ฉบับที่ 7/2557 พระมหากษัตริย์ได้ลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. แล้วหรือยัง พยานตอบว่ายังไม่ได้แต่งตั้ง

พยานทราบว่าที่พันธ์ศักดิ์ทำกิจกรรมที่เป็นเหตุของคดีนี้เพื่อร้องขอความเป็นธรรมจากการที่ตนเองถูกดำเนินคดีจากการทำกิจกรรม “เลือกตั้งที่(ลัก)รัก” เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2558 เพราะพันธ์ศักดิ์คัดค้านการนำพลเรือนมาพิจารณาคดีในศาลทหาร

ทนายอานนท์ถามพ.อ.บุรินทร์ในประเด็นที่พันธ์ศักดิ์ถูกกล่าวหาด้วยข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ในประมวลกฎหมายอาญา ว่าพบานทราบหรือไม่ว่าในมาตราดังกล่าวมีการกระทำที่ยกเว้นไม่เป็นความผิดอยู่ ทั้งนี้พยานตอบว่าไม่มั่นใจทนายจึงเอาข้อกฎหมายให้พยานดู พยานตอบว่ามีในบทบัญญัติของมาตรานี้ระบุว่า “…ไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต…” คือต้องเข้าหลักเกณฑ์ของกฎหมายจึงจะไม่เป็นความผิด

ทนายอานนท์ถามต่อในประเด็นที่พันธ์ศักดิ์โพสต์เฟซบุ๊กถึงกิจกรรม “พลเมืองรุกเดิน” ของตนว่า ห้ามมาร่วมเกิน 4 คน ไม่อย่างนั้นจะผิดกฎหมาย พ.อ.บุรินทร์เห็นตรงกับคณะทำงานที่พิจารณาให้ตนมาดำเนินคดีว่าข้อความดังกล่าวของพันธ์ศักดิ์เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงไม่เกิดการกระทำความผิดตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 7/2557 เท่านั้น แต่เมื่อดูเจตนาของพันธ์ศักดิ์ต้องการให้มีคนมาร่วมชุมนุมมากกว่า 5 คน ซึ่งสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ข้อความแต่อยู่ที่เจตนา แต่ตอนพยานให้การกับพนักงานสอบสวนไม่ได้ให้การในประเด็นนี้ไว้

ทั้งนี้พ.อ.บุรินทร์ตอบทนายอานนท์ด้วยว่า เขาไม่ได้สนิทกับจำเลยขนาดที่จะรู้เจตนาของจำเลย อีกทั้งไม่ได้เป็นเฟรนด์กันในเฟซบุ๊กและก็ไม่เคยอ่านงานเขียนของพันธ์ศักดิ์มาก่อน อีกทั้งการเดินของพยานและผู้มาให้กำลังใจก็ไม่ได้ทำให้การบริหารงานของรัฐบาลสิ้นสุดลง

ทนายอานนท์จึงถามต่อในประเด็นนี้อีกว่า แล้วถ้าเป็นการแสดงออกโดยสันติสามารถทำได้หรือไม่ พ.อ.บุรินทร์ตอบว่าถ้าไม่ละเมิดกฎหมายก็ทำได้ ทั้งนี้กิจกรรมเดินเรียกร้องไม่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร ไม่เป็นการใช้ความรุนแรงแต่ก็เป็นการปลุกกระแสให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่เห็นด้วยมาร่วมและต่อต้านการบริหารของ คสช. ซึ่งการคัดค้านก็ทำได้ถ้าไม่ละเมิดกฎหมาย ทนายจึงได้ถามเปรียบเทียบกับคนที่ไปร่วมฟังปราศรัยของพล.อ.ประยุทธ์และมอบดอกไม้ให้เป็นกำลังใจถือเป็นความผิดตามประกาศ คสช.หรือไม่ พยานตอบว่าขึ้นอยู่กับเจตนาของคนที่มาร่วม

ทนายอานนท์ถามพ.อ.บุรินทร์ในประเด็นการทำรัฐประหารของ คสช. เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามมาตรา 113 ในประมวลกฎหมายอาญาใช่หรือไม่ และภายหลัง คสช. ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉบับ พ.ศ.2557 ในฉบับนี้ยังมีมาตราที่นิรโทษกรรมให้กับการทำรัฐประหารของ คสช.เองด้วย พยานตอบว่าใช่ทั้ง 2 คำถาม

ทนายถามอีกว่าหลังการรัฐประหาร คสช.ได้ออกกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยและการออกประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557 ที่ให้ศาลทหารพิจารณาคดีพลเรือนในบางความผิดเป็นการจำกัดสิทธิหรือไม่ พยานตอบว่าใช่ การให้ขึ้นศาลทหารเป็นการจำกัดสิทธิเพราะว่ามีศาลชั้นเดียว(คดีในศาลทหารในช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ไม่ปกติ ไม่สามารถอุทธรณ์ ฎีกาได้)

ทนายอานนท์จึงถามว่าแล้วเหตุผลข้างต้นนี้จะเพียงพอให้พันธ์ศักดิ์ ออกมาคัดค้านหรือไม่ พ.อ.บุรินทร์ตอบว่าเป็นความคิดเห็นของเจ้าตัว เขาตอบแทนจำเลยไม่ได้ ตนเพียงแต่นำความเห็นของคณะทำงานที่พิจารณาให้ดำเนินคดีกับจำเลยมาดำเนินการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น ทั้งนี้ตนเห็นด้วยกับการใช้ประกาศ ฉบับที่ 37/2557 เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงนั้นประเทศต้องการให้เกิดความสงบ แม้ว่าศาลยุติธรรมจะสามารถพิจารณาคดีได้ แต่ก็ล่าช้า ซึ่งศาลทหารพิจารณาคดีเร็วกว่าในบางคดี

ทนายอานนท์ได้ถามพ.อ.บุรินทร์ว่าทราบหรือไม่ว่า คดีในศาลพลเรือนมีการนัดต่อเนื่องแต่ศาลทหารนัดไม่ต่อเนื่อง พยานตอบว่าไม่ทราบและเป็นความคิดเห็นของจำเลย ทนายความจึงได้ถามย้ำในคำถามเดิม แต่พ.อ.บุรินทร์ตอบโต้คำถามของทนายความด้วยการตะคอกถึง 2 ครั้ง และมีการตบลงไปบนคอกพยาน ว่าตนได้ตอบคำถามไปแล้ว จะถามซ้ำทำไมอีก และศาลได้เตือนทนายความว่าการพิจารณาคดีของศาลทหารที่ไม่สามารถนัดต่อเนื่องได้เพราะว่ามีคดีอื่นๆ ที่เป็นของทหารด้วยอีกทั้งก็เป็นปัญหาระหว่างคู่ความด้วยที่ไม่นัดต่อเนื่อง

แต่ทนายอานนท์ได้พยายามอธิบายว่าคำถามดังกล่าวเป็นเพียงข้อเท็จจริงเท่านั้น และได้ขอให้ศาลพักการพิจารณาคดีเป็นเวลา 5 นาทีเพื่อให้พยานสงบใจลงหรือให้นัดถามต่อในนัดหน้า เพราะว่าพยานแสดงอาการโมโหอย่างชัดเจนทำให้ไม่สามารถถามคำถามให้พยานตอบต่อได้ ทั้งนี้พ.อ.บุรินทร์ยืนยันว่าจะให้ถามความเสร็จสิ้นในครั้งนี้เพราะตนก็มีภารกิจอย่างอื่นอีก การพิจารณาคดีจึงดำเนินไปต่อ

ทนายอานนท์ได้ถามในประเด็นเดิมอีกครั้ง ครั้งนี้พ.อ.บุรินทร์ตอบว่าตนทราบว่าศาลพลเรือนมีการนัดสืบพยานต่อเนื่องทุกวัน แต่จะพิจารณาเสร็จในเดือนเดียวหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่บางคดีในศาลทหารนัดพิจารณาเดือนละครั้ง บางคดีก็ต่อเนื่องกันทุกวัน แต่ไม่เสร็จภายในเดือนเดียว

พ.อ.บุรินทร์ตอบคำถามทนายอานนท์ต่ออีกว่าในศาลทหารใช้ตำแหน่งข้าราชการในการประกันตัวบุคคลไม่ได้ และศาลทหารก็อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหม

ทนายอานนท์จึงถามว่าถ้าพันธ์ศักดิ์ได้ทำการคัดค้านการรัฐประหาร จะกังวลที่คดีของตนต้องถูกพิจารณาในศาลทหาร พ.อ.บุรินทร์ตอบว่าไม่ทราบ ทนายถามต่อว่าแล้วคดีของจำเลยที่เกิดขึ้นในช่วงที่คสช.ประกาศใช้กฎอัยการศึกทำให้คดีของจำเลยอุทธรณ์ ฎีกาไม่ได้ ทำให้จำเลยต้องคัดค้านเรื่องนี้สามารถรับฟังได้หรือไม่ พยานตอบว่าน่าจะพอรับฟังได้

คำถามสุดทายของทนายอานนท์ได้ถามว่ากิจกรรมนี้มีการปราศรัยหรือไม่ พ.อ.บุรินทร์ตอบว่าตลอดการเดินไม่มีการปราศรัยจนเดินถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แต่จะมีการเสวนาในมหาวิทยาลัยหรือไม่เขาไม่ทราบ

พ.อ.บุรินทร์ได้ตอบคำถามติงของอัยการทหารซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ในคดีนี้ว่า ตนเข้าใจว่าข้อความในโพสต์เป็นการปลุกกระแสเนื่องจากก่อนเกิดเหตุในคดีเคยมีพฤติการณ์ต่อต้าน คสช. มาก่อนแล้ว และที่ตนมาแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้เพราะการเดินของจำเลยมีนัยยะทางการเมืองอยู่

หลังการสืบพยานปากนี้เสร็จสิ้นศาลได้นัดสืบพยานครั้งต่อไปในวันที่ 14 ก.ย. 29 ต.ค. และ 12 พ.ย. ปี 2561


กนก วิเคราะห์เรื่องใครจะเป็นแช้มป์บอลโลกได้ดีมาก ไม่มีวัวผสม ควายล้วนๆ






Chan T Renoo ไม่มีวัวผสม ควายล้วนๆ / ตีความอะไรแบบนี้ เป็นนักข่าวได้ไงว่ะ งงในงง


“อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด” “พลทหารเลี้ยงไก่” โพสต์ข้อความในเฟสบุ้ค คนแห่ให้กำลังใจ พันเอก วินธัย กล่าวว่า ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูง ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พบว่ามีการใช้งานกำลังพลอย่างไม่เหมาะสม



“อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด”
คนแห่ให้กำลังใจ 

“พลทหารเลี้ยงไก่” โพสต์ข้อความในเฟสบุ้คว่า “อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด” หลังโพสต์คลิป ชีวิตในเล้าไก่ ทั้งๆที่สมัครใจมาเป็นทหาร แต่เขาและเพื่อนๆพลทหาร กลับตัองมาเลี้ยงไก่ และนอนในเล้าไก่ แถมถูกแดก ถูกด่า รุนแรง

โดยพบว่า เฟสบุ้คของเขา ได้ลบคลิปนั้นไปแล้ว แต่มีคนเข้ามาให้กำลังใจมากมาย โดยเฉพาะมารดา ที่เห็นว่า ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

ขณะที่ โฆษกทบ. ส่งตัวพลทหาร เลี้ยงไก่ กลับกองร้อย แล้ว และตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายทหารใช้ “พลทหาร”เลี้ยงไก่ และให้นอนในเล้า แล้ว
เบื้องต้น พบว่ากระทำไม่เหมาะสมเตรียมถูกลงโทษ ทางวินัย

พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ศูนย์การทหารราบ (ศร.)ค่ายธนะรัชต์. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายทหารซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ของพลทหารเล้าไก่ แล้ว

หลังจาก พลทหาร ศร.พัน2 สุดทน อัดคลิปแฉความเป็นอยู่ในเล้าไก่. ทั้งๆที่สมัครใจมาเป็นพลทหาร 2 ปี แต่กลับให้มาเลี้ยงไก่ แถมโดนแดก โดนด่าถึงพ่อแม่

พันเอก วินธัย กล่าววาา ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูง ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของหน่วย และได้มีการสอบสวนโดยละเอียดแล้ว พบว่ามีการใช้งานกำลังพลอย่างไม่เหมาะสม

ทางหน่วยจึงพิจารณาดำเนินการทางด้านวินัย กับ นายทหาร ที่ใช้งานพลทหาร

ส่วนพลทหารคนที่ร้องเรียน ได้ถูกส่งตัวกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่กองร้อย แล้ว ยืนยันว่า ไม่มีการถูกลงโทษใดๆ





...


ooo

กองทัพไทย มีเรื่องอื้อฉาวมากมาย มันถึงเวลาที่ผู้นำทหาร ผู้บังคับบัญชาสูงสุด คงต้องแก้ไขปรับปรุง “ยกเครื่องใหม่” กันได้แล้ว หลังจากที่ “ปกครองกันเองมาถึง 86 ปี” ไม่มีอะไรดีต่อประเทศทั้งสิ้น กลายเป็นตัวถ่วง ฉุดรั้งดึงประเทศชาติให้ถอยหลัง

ทั้งแทรกแซงการเมือง การปกครองของชาติ ไม่ทำหน้าที่ของตนให้ดี ทั้งทุจริตคอรัปชั่นงบซื้ออาวุธ หรือคอรับชั่นพลทหารไปรับใช้ประโยชน์ส่วนตน ไม่ใช่เพื่อชาติบ้านเมืองทำร้ายความตั้งใจรับใช้ชาติของเด็กหนุ่มทั้งหลายที่จิตใจยังบริสุทธิ์

ทั้งสังหารประชาชน

มันควรยกเครื่อง สังคายนากันทั้งระบบครับ


Thai Ariyaskun

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 15, 2561

ถ้าไอ้เณรมันสมัครใจเลี้ยงไก่ให้นาย "แล้วจะมาทำคลิปประจานว่าถูกกดขี่ทำไม"

หมู่นี้ เฮียตือ พี่ใหญ่รัฐบาลทหารกลายเป็นตัวถ่วงให้แผนอยู่ยาวของ คสช. ไม่ราบรื่นนัก นับแต่นาฬิกา ๒๕ เรือน ยืมเพื่อนมาผูกข้อมือเป็นปีๆ ผิดกฎหมาย ปปช. ชัดๆ แต่สำนวนตรวจสอบไม่เสร็จเสียที เป็นต้นมา

หลังจากนั่งหลับในงานพิธีต่อหน้าธารกำนัล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่วาย ‘shoots his foot’ ทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเองด้วยคำพูดเหยียดนักท่องเที่ยวที่ตายว่า ทำตัวของตัวเอง มาวันนี้พิษเรือขนส่งนักท่องเที่ยวจีนอับปางในทะเลภูเก็ต สั่นสะเทือนในวงกว้างกว่าคาดคิด

เมื่อนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้แจ้งว่ามีการยกเลิกจองที่พักโรงแรมภูเก็ตกว่า ๗,๓๐๐ ห้อง ในช่วงกรกฎา-สิงหานี้ เป็นเพราะผลกระทบโดยตรงจากกรณีเรือสปีชโบ๊ตบรรทุกนักท่องเที่ยวจีนกว่าร้อยล่มนอกฝั่งภูเก็ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๔๗ คน ตามที่เป็นข่าวใหญ่มาแล้ว

แม้นตัวนายกสมาคมฯ ยังมีความหวังว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ สัก ๓ เดือนเท่านั้น หลังจากเมื่ออาการตระหนกตื่นกลัวหมดไป “นักท่องเที่ยวจีน อาจ กลับเข้ามาท่องเที่ยวปกติ” อีกได้
 
นายก้องศักดิ์ คู่พงสกร อ้างด้วยว่า ส่วนพวกที่เดินทางมาอยู่ในพื้นที่แล้ว ก็เพียงเปลี่ยนแผนเดินทาง ‘itinerary’ แต่ก็มีจำนวนมากเลิกเที่ยวทางทะเล หันไปจับทริปทางบกแทน


นั่นไม่ได้หมายความว่าผลกระทบจะไม่ยืดเยื้อเป็นแรมปีหรือยาวกว่านั้นไปด้วย ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัวหัวหน้าใหญ่ คสช. กลับมาเป็นนายกฯ อีก พร้อมกับการเป็นรัฐบาลของพรรคสม (คบ) คิด พลังประชารัฐ

เพราะความทรงจำจากการหยามหมิ่นย่อมลึกกว่าความปลาบปลื้มที่เกิดจากของขวัญปลอบใจ ดังรายงานของซีเอ็นเอ็น เรื่อง ‘Anger in China over Thailand's handling of deadly boat accident.’ ที่ประชาไทถอดความออกมาเป็นไทย

“สิ่งที่ทำให้จีนไม่พอใจอย่างหนักคือคำพูดของรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่พูดให้สัมภาษณ์ในเชิงกล่าวโทษว่าความผิดพลาดมาจากผู้จัดการทัวร์ชาวจีนเอง...

มีการพูดว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ชาวจีนกระทำต่อชาวจีนด้วยกันเองและบอกว่าพวกเขาฝ่าฝืนคำเตือนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง รวมถึงพูดในเชิงปัดความรับผิดชอบให้เป็นของกลุ่มนักท่องเที่ยวเอง”

สื่อไชนาเดลีของทางการจีนถึงกับวิพากษ์รองนายกฯ ไทยไม่ยั้ง ว่าทั้ง ยั่วโมโหและ ไร้ความรับผิดชอบ“รวมถึงระบุอีกว่าถึงแม้สิ่งที่ประวิตรพูดจะเป็นความจริง แต่รัฐบาลไทยเองก็ไม่สามารถสลัดความรับผิดชอบในการการันตีความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวออกไปได้”

ความไม่พอใจถึงขั้นทำให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจีนที่มีชื่อเสียงบางคนโพสต์ในทำนองว่า “เดี๋ยวนี้จีนจะถูกข่มเหงรังแกกันง่ายๆ แบบนี้น่ะหรือ ชีวิตของชาวจีนจะปล่อยให้ถูกเหยียบย่ำอย่างไม่สนใจใยดีเช่นนี้น่ะหรือ”


ด้วยความเป็นพี่เอื้อย คสช. (อายุมากและอยู่นาน) ของเฮียตือ บวกกับการตรากตรำงานรัฐประหารร่วมกับน้องๆ มาตั้งแต่ครั้งแย่งอำนาจทักษิณเมื่อปี ๔๙ มาถึงแย่งอำนาจยิ่งลักษณ์ในปี ๕๗ ทำให้ระบอบ คสช.มองข้ามการพลาดพลั้งเผลอไผลไปได้

แค่ทั่นรองฯ เวลานั่งในพิธีรีตองของราชการ กระพริบตาปิดแล้วลืมกระพริบเปิดไปบ้างไรบ้างสองสามนาฑี การพูดกระทบอารมณ์ชาวจีนหยวนกันได้ ตบเงินค่าทำขวัญครอบครัวผู้ตายเสียหน่อย ๓ เดือนคงหายโกรธ

แต่ระบอบทหารเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทำให้เกิดความกร่าง อวดเก่ง ก้าวร้าว ลงลึกไปถึงระดับลูกน้องและลิ่วล้อด้วย โฆษก ทบ. ต้องคอยออกมาโต้แย้ง แก้ต่าง ควบคุมความเสียหายด้วยการโกหกบ้าง บิดเบือนพริ้วๆ บ้าง

เช่นที่ พลทหารรายหนึ่ง “สังกัดกองพันทหารราบที่ ๒ ศูนย์การทหารราบ (ค่ายธนะรัชต์) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำวิดีโอคลิป โอดครวญว่าถูกส่งมาให้เลี้ยงไก่นับร้อย ถูกตบตีด่าสารพัด หากดูแลไก่ไม่ดี”
 
ที่ซึ่ง พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. แก้ตัวว่า “เป็นเพียงการไหว้วานกัน...นอกเหนือจากงานหน้าที่หลักที่จะต้องดูแลบ้านพักราชการแล้ว กรณีมีงานเพิ่มเติมอื่นๆ หรืออาจเป็นงานนอกหน้าที่หลักเสริมมา”  

และ “อาจต้องพิจารณาคำนึงถึงเรื่องของน้ำใจและความสมัครใจเป็นสำคัญ”


เห็นวิธีแถกสีข้างของระบอบ คสช.หรือยังล่ะ ถ้าไอ้เณรมันสมัครใจและเปี่ยมน้ำใจแล้ว จะมาทำคลิปประจานว่าถูกกดขี่ทำไม คิดสิคิด

ทำไมแคปซูลยานดำน้ำที่อีลอน มัสก์นำมาช่วยเด็กๆ หมูป่า ถึงไม่ได้ใช้ ? ฟังจากปากของนายเวิร์น อันส์เวิท หนึ่งในทีมกู้ภัยถ้ำจากอังกฤษ




https://www.facebook.com/zoe.jenssen.official/videos/2006355599409875/

...



ป.พ.พ. มาตรา 1303 บัญญัติว่า “ทรัพย์สินตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลใด บุคคลนั้นมีสิทธิยิ่งกว่าบุคคลอื่นๆ” ดังนั้น ป.ป.ช. ควรตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนพลเอกประวิตร




กรณีสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ นั้น ป.พ.พ. มาตรา 1303 บัญญัติว่า “ทรัพย์สินตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลใด บุคคลนั้นมีสิทธิยิ่งกว่าบุคคลอื่นๆ” ดังนั้น กรณีนาฬิกากว่า 20 เรือนที่พลเอกประวิตรเป็นผู้ครอบครองจึงต้องถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของพลเอกประวิตร การอ้างว่านาฬิกาดังกล่าวมิได้เป็นของตน พลเอกประวิตรมีหน้าที่ที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ตามข้ออ้าง แต่ไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะต้องไปช่วยแสวงหาหลักฐานให้

สิ่งที่ ป.ป.ช. ควรทำคือตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน สั่งให้บุคคลที่พลเอกประวิตรอ้างว่าเป็นเจ้าของนำพยานหลักฐานมายืนยัน หากบุคคลดังกล่าวไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้ ก็จะต้องถือว่าเป็นนาฬิกาของพลเอกประวิตรที่ได้มาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ป.ป.ช. จะต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญากับพลเอกประวิตรและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งให้นาฬิกาทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดินต่อไป อันเป็นหลักเกณฑ์ที่เคยใช้กับการยึดรถโฟล์คตู้ของอดีตปลัดคมนาคมที่อ้างว่าเป็นรถที่ยืมบุคคลอื่นมาใช้โดยรถคันดังกล่าวจดทะเบียนในนามบุคคลอื่นเช่นกัน

ดังนั้น การที่คณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงได้รายงานให้ที่ประชุม ป.ป.ช. รับทราบความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยไม่ยอมให้ข้อมูลทำให้ ป.ป.ช. ไม่สามารถตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องดังกล่าวได้ ขอให้ที่ประชุม ป.ป.ช. ทำหนังสือไปยังบริษัทผู้ผลิตที่อยู่ต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลมาพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ซื้อนาฬิกาตัวจริง นั้น คือการที่ ป.ป.ช. กำลังช่วยเหลือพลเอกประวิตรโดยผลักภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงมาเป็นของ ป.ป.ช. ทั้งที่ภาระการพิสูจน์ต้องเป็นของพลเอกประวิตร ท้ายสุดเรื่องนี้จะจบลงโดย ป.ป.ช. จะเป็นผู้ฟอกขาวให้กับพลเอกประวิตร โดยอ้างว่าผู้ผลิตต่างประเทศไม่ยอมส่งข้อมูลให้จึงไม่มีพยานหลักฐาน ข้อกล่าวหาแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อนจึงเป็นอันตกไป เอวังประเทศไทยครับ

วัฒนา เมืองสุข
15 กรกฎาคม 2561

(Photo credit: FB page CSI LA)


Watana Muangsook



เตรียมแฉ “ชื่อของเจ้าของเบนซ์ข้าราชการชั้นผู้น้อย? ตุลาการบ้านป่าแหว่ง” จันทร์นี้รู้กัน





อาคารชุด ที่ว่ากันว่า เป็นของข้าราชการชั้นผู้น้อย
จะน้อยจริงหรือไม่ และเหตุใดจึงไม่ยอมย้ายออก
.
จันทร์นี้รู้กัน “แฉตุลาการบ้านป่าแหว่ง”

#จนกว่าจะรื้อ
#ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ


ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ

ooo




เสียงของคนเชียงใหม่ คนหนึ่ง ที่รักและผูกพันกับดอยสุเทพมาทั้งชีวิต
#ส่งเสียงให้ดังถึงป่าแหว่ง

———————

คนเชียงใหม่ ไม่มีความชอบธรรมในการคัดค้านการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ ?
.
บ้านใคร ใครก็รัก
ป่า ทรัพพากรธรรมชาติ ไม่ได้เป็นของใคร คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทั้งประเทศ เราควรช่วยกันรักษา ไม่ใช่หรือ ??
#ป่าของคนไทยทุกคน

———————
มาร่วมกัน #ส่งเสียงให้ดังถึงป่าแหว่ง
มีอะไรอยากพูด อยากบอก เล่าเรื่องความรัก ความผูกพันธ์ของคนเชียงใหม่ กับดอยสุเทพ อัดคลิปของท่านส่งมาให้เรา ทาง inbox m.me/doisuthepmodel
เราจะแชร์ไปให้ดังก้องไปจนถึงป่าแหว่ง
.
เสียงของท่านจะถูกรวบรวมไว้ที่ www.welovedoisuthep.com ให้ได้รู้ว่าเรารักดอยสุเทพแค่ไหน #ดอยสุเทพที่ฉันรัก #เพราะดอยสุเทพไม่ได้เป็นแค่ภูเขา

แชร์ว่อน..!! พลทหารแฉ! น้อยใจ อยากรับใช้ชาติ แต่นายให้เลี้ยงไก่ “วินธัย” แจง!! ที่แท้แค่ไหว้วาน-แสดงน้ำใจ ( ไม่มีน้ำใจก็โดนซ่อม)




...





เอาทางเข้ามหาลัยชื่อดังมาให้ชมครับ


...





เรือล่มทำพิษ นทท.จีนยกเลิกห้องพักใน จ.ภูเก็ต แล้วกว่า 7 พันห้อง





เรือล่มทำพิษ นทท.จีนยกเลิกห้องพักใน จ.ภูเก็ต แล้วกว่า 7 พันห้อง


โดย ไทยรัฐออนไลน์
14 ก.ค. 2561

นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ชี้ เหตุเรือฟีนิกซ์ล่มกลางทะเลอันดามัน ทำให้ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวยกเลิกห้องพักใน จ.ภูเก็ต แล้วกว่า 7,000 ห้อง...

จากกรณีเกิดเหตุเรือฟีนิกซ์ล่มใกล้เกาะเฮ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 รายนั้น ด้านผลกระทบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจโรงแรมพบว่า ล่าสุดยอดนักท่องเที่ยวที่แจ้งยกเลิกห้องพักมีแล้วกว่า 7,300 ห้อง ซึ่งถือเป็นผลกระทบที่รุนแรงมากกับภาคการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.61 นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางสมาคมได้มีการตรวจสอบไปยังโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ที่เป็นสมาชิกของสมาคมกว่า 180 โรงแรม ถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โดยล่าสุดมี 19 โรงแรมที่แจ้งกลับมาแล้วพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ได้จองห้องพักไว้ล่วงหน้าในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ขณะนี้พบว่ามีการแจ้งยกเลิกไปแล้วกว่า 7,300 ห้อง ซึ่งยังเหลือโรงแรมอีกจำนวนมากที่ไม่แจ้งกลับมา ถือว่าผลกระทบในครั้งนี้เป็นวงกว้างกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยส่วนใหญ่ที่ยกเลิกห้องพักเป็นนักท่องเที่ยวจีน ในจำนวนนี้มีชาติอื่นๆ บ้าง แต่น้อยมาก เบื้องต้นตนคาดการณ์ว่าผลกระทบดังกล่าวจะเกิดขึ้นราว 3 เดือน หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวจีนอาจกลับเข้ามาท่องเที่ยวปกติ





นอกจากนี้ยังพบว่านักท่องเที่ยวจีนที่ยังอยู่ใน จ.ภูเก็ต ขณะนี้ได้ยกเลิกการท่องเที่ยวทางทะเลไปจำนวนมาก โดยเปลี่ยนมาท่องเที่ยวทางบกแทน อย่างไรก็ตามตนอยากขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการโรงแรมทุกแห่งใน จ.ภูเก็ต ให้แจ้งยอดผลกระทบกลับมา เพื่อทางสมาคมฯ จะได้รวบรวมข้อมูลแจ้งไปยังจังหวัดและรัฐบาล รวมไปถึงสถานทูตจีน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป.




...