วันศุกร์, เมษายน 30, 2564

'ชนาธิป' และพวกเขาจะสำนึกบ้างไหมว่า "ทำให้องค์กรที่ตนสังกัด ได้รับความมัวหมองและสถานะตกต่ำ"

“เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เหม่อลอย” คืออาการของเพ็นกวิ้นวันที่ ๒๙ เมษา จากปากมารดาของเขาหลังจากได้เยี่ยมลูกชายสุดที่รักในตอนบ่าย ต่างกับถ้อยแถลงรองอธิบดีราชทัณฑ์ในตอนเช้า ๗.๓๐ น.ที่ว่า “เจ้าตัวยังรู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง...

ไม่มีอาการเวียนศีรษะและวูบ สามารถลุกเดินและทำกิจวัตรประจำวันได้” ธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดี ย้ำว่าถ้ามีอาการอ่อนเพลียรุนแรง หรือมีภาวะไม่พึงประสงค์ ก็พร้อมส่งตัวเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง”

หมดห่วงไปเปราะหนึ่งสำหรับผู้เป็นแม่กับน้องของ พริษฐ์ ชีวารักษ์ และบรรดากัลยาณมิตรของเหล่าผู้ต้องขังซึ่งถูกศาลปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวอีกครั้ง “เหตุผลคือเคยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว และแสดงเหตุผลชัดแจ้งแล้ว”

พริษฐ์ซึ่งถูกคุมขังนานที่สุดในกลุ่มพร้อมกับ อานนท์ นำภา คือ ๘๐ วัน ยื่นขอปล่อยตัวเป็นครั้งที่ ๙ มากกว่าทุกคน และทำการอดอาหารประท้วงกระบวนการไม่ยุติธรรมของศาลมาแล้ว ๔๕ วัน โดยมี รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ร่วมอดอาหารมาได้ ๓๐ วัน

การดึงดันกระทำการละเมิดจริยธรรมและคุณธรรมแห่งผู้พิพากษา ด้วยการไม่ปฏิบัติในครรลองแห่งการบังคับใช้กฎหมายโดยถูกต้อง ไม่มีการทักท้วงติติงจากบุคคลากรในองค์กร ทั้งที่เสียงรอบข้างสนั่นอึงมี่ชี้ว่า เป็นวิธีการที่ผิดอย่างเห็นๆ

และจะลดทอนเกียรติคุณ/ศักดิ์ศรีของผู้ประกอบอาชีพ ที่ได้ชื่อว่าปกปักรักษากระบวนยุติธรรม ขนาดมีข้อกล่าวหาต่อบรรดาผู้พิพากษาคดี ๑๑๒ เหล่านี้ว่า เป็นกลไกระบายผายลมผ่านทางทวารของผู้สั่งการ ไม่ให้ประกันแก่กลุ่มนักกิจกรรมคณะราษฎร

เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง อาจารย์นิติศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย กล่าวไว้ในการเสวนาหน้าศาลเมื่อค่ำวันที่ ๒๘ เมษาว่าผู้พิพากษาเหล่านี้ ขาดคุณสมบัติสำคัญคือ “ความกล้าที่จะยืนยันว่าสิ่งใดไม่ถูกต้อง และก็พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาต่อหน้าอำนาจ”

เขา “ไม่เชื่อว่าศาลไม่ได้ปิดหูปิดตาจนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่...เพราะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้น แต่ข้างในศาลกลับไม่มีใครโต้แย้ง หรือยกประเด็นนี้ขึ้นมาโต้เถียงกันอย่างเปิดเผย” ทำให้ ความน่าเชื่อถือ อันพึงมีของศาล กำลังอันตรธานหายไป

“ถึงแม้ศาลจะอ้างถึงสิทธิประกันตัวว่าใช้มาตรฐานเดียวกับศาลอังกฤษ หรือมีสถิติเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ให้ประกันตัว แต่ทว่า ต่อให้มีเพียงกรณีเดียวหรือเปอร์เซ็นเดียวที่แสดงให้เห็นว่า มันเป็นความ อยุติธรรมมันก็เพียงพอ” ทำให้ความเชื่อถือในตุลาการพังทลายลง

ผู้พิพากษาในคดี ม.๑๑๒ ของแกนนำราษฎร ไม่ว่าจะเป็น พิศิษฐ์ วิริยะพาณิชย์ ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ เทวัญ รอดเจริญ หรือ สันติ บุตรดี กำลังถูกเพ่งเล็งจากประชากรที่มีวิญญวิสัยว่า ด้วยความภักดีและยอมสูญซึ่งศักดิ์ศรี พวกเขาคือ ซอมบี้ ที่ขายจิตวิญญานแก่ปีศาจ

ในช่วงสายวันที่ ๒๙ ระหว่างประชาชนจำนวนมากชุมนุมหน้าศาลรอฟังการยื่นประกันตัว ๗ แกนนำ มีคนเห็น ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ เตร็ดเตร่ออกมาที่ระเบียงศาล เพื่อสังเกตุการณ์ปฏิกิริยาของประชาชน ต่อเมื่อโดนเสียงโห่ประณาม เขาจึงเดินเลี่ยงหลบไป

เขาจะสำนึกบ้างไหม ว่าการประพฤติขัดต่อหลักการและจิตสำนึกแห่งความยุติธรรมของเขา ไม่เพียงทำให้ตนเองเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ในหมู่ประชากรจำนวนไม่น้อย เขายังทำให้องค์กรที่ตนสังกัด ได้รับความมัวหมองและสถานะตกต่ำ

ความรู้สึกนอกกรอบไทยๆ เช่น “เมื่ออีกฝ่ายเป็นฝุ่นใต้เท้า สูญสิ้นความเป็นคน ทำตามคำสั่งโดยไร้หัวใจ ต่อให้เราอ้อนวอนจนตายก็ไม่เกิดประโยชน์” โพสต์ของ เยาวชนปลดแอก Free YOUTH เริ่มสลัดทิ้งความอดทนอดกลั้น แล้วเริ่มตั้งคำถาม

“อะไรคือความสูญเสียที่ทำให้ฝ่ายผู้กดขี่เริ่มชั่งใจ หันมาตระหนักว่า พวกเขาไม่สามารถทำตามใจชอบได้อย่างไร้ขอบเขตอีกต่อไป...Fire is catching! And if we burn, You burn with us!#REDEM กระตุกจิตสำนึกในความ สุดทนลุกโชน

(https://www.matichon.co.th/politics/news_2697155, https://www.facebook.com/FreeYOUTHth/posts/502376054544790 และ https://www.facebook.com/iLawClub/posts/10165358318105551)

เมื่อศาลทำตัวไม่เป็นที่เคารพ ถ้าเราปฏิเสธไม่แสดงความเคารพศาล อะไรจะเกิดขึ้น ศาลไทยจะอยู่อย่างไร ?!?


Sarayut Tangprasert
10h ·

ในศาล เวลาผู้พิพากษามานั่งบัลลังก์ จ่าศาลจะบอกให้ทุกคนยืนเคารพ แล้วรอให้ศาลสั่งให้นั่ง เราถึงจะนั่งลงได้
.
สงสัยว่า ถ้าเราปฏิเสธ ไม่ยืนเคารพศาล จะได้หรือไม่ ถ้าปฏิเสธแล้ว จะถือเป็นความผิดหรือไม่ จะใช้กฏหมายมาตราไหน จะถูกลงโทษแค่ไหนอย่างไร
.
ไม่ได้เรียนกฏหมายมาเลยไม่รู้
.
แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกแล้ว การยืนเคารพศาล ถือเป็นพิธีกรรมในกระบวนการพิจารณาคดีที่ไร้สาระมากๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน ศาลไม่ได้มีความเป็นธรรมให้กับประชาชนแต่อย่างใด
.
ก็ลองคิดดูว่า สิทธิในการประกันตัว ที่ถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ศาลยังไม่สามารถยึดถือหลักเกณฑ์เหตุผลพื้นฐานข้อนี้ไว้ได้แต่อย่างไร
.
แล้วทำไม ประชาชนถึงต้องแสดงความเคารพศาล
.

ก็ในเมื่อศาลทำตัวไม่น่าเคารพ
.....


Thanapol Eawsakul
2h ·

ศาลไทยจะอยู่อย่างไร แม้แต่นักศึกษานิติศาสตร์ ยังไม่เคารพคำตัดสิน
...................
แถลงการณ์ : คณะกรรมการนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง เรียกร้องให้ศาลตระหนักถึงจุดยืนบนหลักกฎหมายและความยุติธรรม
https://www.facebook.com/lawtustudentcommittee/posts/3849603171825857
คณะกรรมการนิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ขอเรียกร้องให้ศาลใช้อำนาจประกอบดุลพินิจของท่านเพื่อความชอบด้วยกฎหมายวิธีการพิจารณาคดี และคงไว้ซึ่งความยุติธรรมขององค์กรตุลาการอย่างแท้จริง
https://www.facebook.com/LawChulaSociety/posts/1717945601710211


pic.twitter.com/fL4ML6ZpcF

 


ประชาไท Prachatai.com
13h ·

ที่ศาลอาญา รัชดา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.02 น. หลังชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญา มารับหนังสือแต่ไม่มีการตอบรับ เบนจา อะปัน สมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินเข้าไปโปรยรายชื่อที่ล่ามา 11,035 รายชื่อที่เรียกร้องให้มีการปล่อยเพื่อนเรา โดยมีเจ้าหน้าที่ศาลมายืนกันทางเข้าศาลเอาไว้
ก่อนหน้านั้น 14.00 เบนจา อ่านจดหมายถึงอธิบดีและผู้พิพากษาศาลอาญา เรื่องการเสริมสร้างและดำรงความยุติธรรมในการดำเนินคดีทางการเมือง ระบุว่า ในการจับกุมและดำเนินคดีผู้แสดงออกทางการเมืองมีความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งการจับกุมไปสอบสวนนอกพื้นที่อย่าง ตชด.1 การตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นและกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงการไม่ให้สิทธิประกันตัวที่ขัดกับหลัก presumption of innocence และขอให้ศาลทำหน้าที่เป็นตราชูผดุงความยุติธรรมที่แท้จริง
เบนจาปราศรัยหน้าศาลว่า ที่เพื่อนทำอยากให้สังคมดีขึ้น อยากให้สถาบันกษัตริย์อยู่ร่วมกับสังคมได้ภายใต้กฎหมาย เพื่อนของเราไม่ใช่ภัยความมั่นคงของรัฐ พวกเขามีมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ เป็นนักศึกษาที่อายุ 20 ต้นๆ หากศาลฟังอยู่ หากศาลมีความยุติธรรมเหลืออยู่ ได้โปรดปล่อยเพื่อนเราออกมา คืนสิทธิประกันตัวให้เพื่อนเรา เพราะเขายังไม่ใช่ผู้ผิด คืนความเป็นมนุษย์ให้เพื่อนของเรา แค่นี้มันมากพอแล้ว

.....
Pipob Udomittipong
14h ·
คืนความเป็นมนุษย์ให้เพื่อนของเรา #เบนจา บอก
เพื่อคืนความเป็นคนให้ศาลเช่นกัน
เป็นสปีชที่เข้าใจได้ง่าย มีพลังมาก กล้าหาญมากครับ #saveเพนกวิน #ปล่อยเพื่อนเรา #คืนสิทธิประกันตัวให้ประชาชน


ประชาไท Prachatai.com
14h ·

เบนจาปราศรัย "หากศาลยังมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่ ได้โปรดปล่อยเพื่อนของเราออกมา"

เบนจาปราศรัยหน้าศาลอาญารัชดาว่า "สิ่งที่เพื่อนของเราได้ทำ เพียงแค่อยากให้สังคมนี้มันดีขึ้น ให้สถาบันกษัตริย์อยู่รอดได้ในสังคมในยุคสมัยใหม่ เพื่อนเราไม่ใช่ภัยความมั่นคงต่อรัฐ เขาต่างเป็นมนุษย์ มีชีวิตจิตใจ หลายคนเป็นนักศึกษา เขาเป็นเพียงนักศึกษาอายุ 20 ต้นๆ
หากศาลยังมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่ ได้โปรดปล่อยเพื่อนของเราออกมา คืนสิทธิในการประกันตัวให้เพื่อนของเรา เพราะเขายังไม่ใช่ผู้ผิด คืนความเป็นมนุษย์ให้เพื่อนของเรา แค่นี้มันมากพอแล้ว"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบนจาได้รับประสานว่าจะให้ผู้อำนวยการศาลมารับหนังสือ แต่จะไม่มีการรับหนังสือและรายชื่อหากผู้ออกมารับไม่ใช่ชนาธิป เหมือนพะวงศ์
#ปล่อยเพื่อนเรา #saveเพนกวิน

ทำไมใจดำจัง... ข้อกังขา อ.สมศักดิ์


.....


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
11h ·

29 เมษายน 2564 – เวลา 13.00 น. ที่ศาลอาญา รัชดาฯ ทนายความได้เข้ายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว 7 นักกิจกรรมทางการเมืองซึ่งถูกคุมขังจากคดีความข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แบ่งเป็นกลุ่มแกนนำ #ราษฎร63 4 ราย ได้แก่ อานนท์ นำภา, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก, “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ถูกคุมขังจากคดีจากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 กันยายน 2563 ที่สนามหลวง โดยวางเงินสดเป็นหลักประกันรายละ 200,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมยอมรับหากศาลกำหนดเงื่อนไขในการประกันตัว ขณะที่กรณีของพริษฐ์ ยังยื่นขอประกันตัวในคดีชุมนุม #MobFest เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 ด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท ด้วยเช่นกัน
.
อีก 3 รายได้ แก่ “แอมมี่” ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวใน 2 คดี คือคดีจากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งแอมมี่ถูกตั้งข้อหลักตามมาตรา 116 โดยมารดาของแอมมี่วางหลักประกันเป็นเงินสดจำนวน 35,000 บาท และอีกคดีคือคดีสืบเนื่องจากการเผารูปกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ที่ด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม วางหลักประกันเงินสด 200,000 บาท ถูกตั้งข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 217
.
รายต่อมาคือ “จัสติน” ชูเกียรติ แสงวงศ์ ถูกคุมขังในชั้นสอบสวนจากการแปะสติ๊กเกอร์ข้อความบนรูปของกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ในการชุมนุมของกลุ่ม #REDEM เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ถูกตั้งข้อหาหลักมาตรา 112 โดยในวันนี้ โดยวางหลักประกันเป็นเงินสด 200,000 บาท
.
และรายสุดท้ายคือ “พอร์ท วงไฟเย็น” ปริญญา ชีวินกุลปฐม ถูกคุมขังในชั้นสอบสวนเช่นเดียวกันจากกรณีโพสต์เพลงและข้อความ “ตุรกีไม่มีกษัตริย์เซ็นรับรองรปห.” ตั้งแต่ปี 2559 ถูกตั้งข้อหาหลักตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยวางหลักประกันเป็นเงินสด 200,000 บาท
.
บรรยากาศการยื่นประกันตัวในวันนี้ ยังเกิดขึ้นท่ามกลางกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่มาติดตามสถานการณ์ที่ศาลอาญาเป็นจำนวนมาก มีการปราศรัยเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมือง และการพยายามยื่นรายชื่อผู้ลงชื่อถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง กว่า 11,035 รายชื่อ ต่อมายังได้มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนอย่างน้อย 2 คันรถเข้ามาที่ศาลาอาญา
.
เวลา 16.00 น. ศาลแจ้งว่าจะยังไม่อ่านคำสั่งเรื่องการขอปล่อยตัวชั่วคราวในวันนี้ โดยจะอ่านคำสั่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล์ในวันพรุ่งนี้แทน หากยังมีการชุมนุมรวมตัวอยู่ในพื้นที่ศาล
.
เมื่อทราบข่าวดังกล่าว ครอบครัวของผู้ต้องขังและประชาชนที่มารวมตัว ยังคงไม่ยินยอม และยืนยันว่าจะปักหลักรอคำสั่งศาลต่อไป
.
จนเวลา 18.00 น. ศาลได้อ่านคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องขังในคดีการเมืองทั้ง 7 คนในทุกคดี โดยระบุเหตุในลักษณะเดียวกันว่า ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
.
ทุกคำสั่งยกคำร้องถูกลงนามโดย นาย เทวัญ รอดเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
.
สำหรับการยื่นประกันตัวครั้งนี้ ในกรณีของพริษฐ์ นับเป็นครั้งที่ 9 ทั้งในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคดี #MobFest ซึ่งนับว่ามากครั้งที่สุดกว่าผู้ถูกคุมขังคนอื่นๆ พริษฐ์ยังถูกคุมขังมาพร้อมกับอานนท์ เป็นระยะเวลานานที่สุดในกลุ่ม คือรวมถูกคุมขังมาแล้ว 80 วัน ขณะที่เขายังอดอาหารในระหว่างถูกคุมขังเข้าสู่วันที่ 45 แล้ว
.
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
.
+++ เปิดคำร้องประกันตัวคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร +++
.
สำหรับเนื้อหาในคำร้องประกอบขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่ได้ยื่นเพื่อให้ศาลพิจารณาโดยสรุประบุว่าคดีนี้ จำเลยเคยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 ศาลนี้และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้อง กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
.
ในวันนี้ จำเลยจึงได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้เงินสดเป็นหลักประกันจำนวนรายละ 200,000 บาท เป็นเงินจำนวนมากและน่าเชื่อถือ เชื่อว่าหากจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจะไม่หลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุภยันตรายประการอื่น และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพิจารณาคดี และจำเลยมีความประสงค์ยื่นคำร้องประกอบคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยถือเอาคำร้องประกอบฯ ซึ่งเคยยื่นต่อศาลในคดีนี้ทั้งหมด มาเป็นส่วนหนึ่งในคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวฉบับนี้ กรณีมีเหตุผลข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต
.
1. คดีนี้ศาลได้ทำการตรวจพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว จากการตรวจพยานหลักฐานก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มีพฤติการณ์ร้ายแรงอันจะเป็นเหตุในการไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
.
2. จำเลยเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการตามกำหนดโดยตลอด จำเลยยืนยันในความบริสุทธิ์ พร้อมจะต่อสู้คดีตามกฎหมาย อีกทั้งคดีนี้โจทก์ก็ไม่ได้คัดค้านประกันตัวแต่อย่างใด
.
3. แม้ก่อนหน้านี้จำเลยจะเคยถูกจับกุมตามหมายจับในคดีนี้ แต่เป็นกรณีที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายจับโดยไม่เคยออกหมายเรียกจำเลยมาก่อน และเป็นการจับกุมในความผิดอื่นซึ่งไม่ใช่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อมา เมื่อมีการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ตาม มาตรา 112 จำเลยได้เดินทางไปตามนัดของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการทุกนัด
4. สำหรับคดีความผิดลักษณะเดียวกันนี้ จำเลยที่ 1 (พริษฐ์) เคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีของศาลอาญา ได้แก่ คดีแกนนำชุมนุมเยาวชนปลดแอก และ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวพริษฐ์และปนัสยาระหว่างสอบสวน ในคดีจากการชุมนุมธรรมศาสตร์จะไม่ทน ของศาลจังหวัดธัญบุรี จำเลยก็ไม่เคยหลบหนีแต่อย่างใด ปฏิบัติตามกำหนดนัดของศาลโดยเคร่งครัด
.
จำเลยที่ 2 (อานนท์) เคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีของศาลอาญา คดีแกนนำชุมนุมเยาวชนปลดแอก และคดีชุมนุมเชียงใหม่จะไม่ทน ซึ่งศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ก็ได้เคยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย จำเลยก็เดินทางไปศาลในทุกคดีตามกำหนดโดยตลอด
.
ทั้งหมดนี้จึงเป็นหลักประกันว่า หากจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยจะไม่หลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือจะไปก่อเหตุภยันตรายประการอื่นใดอีก รวมถึงการปล่อยตัวครั้งนี้ย่อมจะไม่กระทบต่อการพิจารณาคดีแต่อย่างใด
.
5. จำเลยเป็นเพียงบุคคลธรรมดา เป็นนักศึกษา ไม่ได้มีอิทธิพลหรือความสามารถที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน พยานหลักฐานในคดีนี้โจทก์ก็ได้ไว้ในความครอบครองทั้งหมดแล้ว พยานบุคคลส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประกอบกับศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณาตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น
.
6. ศาลนี้ได้เคยอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 3 (หมอลำแบงค์ – ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม) จำเลยที่ 4 (สมยศ พฤกษาเกษมสุข) และจำเลยที่ 7 (ไผ่ – จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา) ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในฐานความผิดเดียวกันกับจำเลยในคดีนี้ พฤติการณ์และรายละเอียดข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวก็ไม่มีความแตกต่างกัน
.
7. ศาลได้ทำการนัดตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแต่เพียงการสืบพยานเท่านั้น จำเลยก็ได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาร่วมการพิจารณาคดีต่อสู้คดีตามกฎหมาย หากศาลเห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขใดที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ขอโปรดกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวนั้นด้วย จำเลยยินดีจะปฏิบัติตามคำสั่งของศาล โดยมีรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้รับรองและดูแลให้จำเลยปฏิบัติตาม
.
8. เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการคดีในสถานการณ์แพร่ระบาด ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา โดยกำหนดให้ขยายโอกาสในการเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และเพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มความแออัดในเรือนจำ ผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งไม่เคยถูกคุมขังมาก่อน หรือจำเลยที่เคยได้รับการปล่อยชั่วคราวมาก่อน หรือจำเลยซึ่งมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี แม้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา หรือยังไม่ได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์หรือฎีกา ศาลอาจพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
.
9. ในขณะนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งนายชูเกียรติ แสงวงศ์ จำเลยในคดีนี้เองก็ติดเชื้อไวรัส และผู้ต้องขังอีกจำนวนหลายคนก็ติดเชื้อเช่นเดียวกัน ทำให้จำเลยมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากต้องถูกคุมขังในสถานที่แออัด จึงขอศาลใช้ดุลยพินิจปล่อยตัวชั่วคราวตามแนวปฏิบัติข้างต้น หากต้องการข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ศาลอาจออกหมายเรียกผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาไต่สวนประกอบการพิจารณาใช้ดุลพินิจ
.
10. พริษฐ์และปนัสยาเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามลำดับ ปัจจุบันทั้งคู่อยู่ระหว่างช่วงการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัย จึงมีหน้าที่จะต้องเข้าเรียน หากจำเลยต้องถูกคุมขังต่อ จะไม่สามารถไปศึกษาต่อตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิทางการศึกษาอย่างร้ายแรง ประกอบกับพริษฐ์มีโรคประจำตัวป่วยเป็นโรคหอบหืด การถูกขังไว้ในเรือนจำซึ่งแออัดย่อมทำให้เกิดปัญหาใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก หากเกิดอาการของโรคกำเริบขึ้น
.
ที่มากไปกว่านั้น ปัจจุบันพริษฐ์มีอาการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง เกิดภาวะขับถ่ายเป็นเลือดและมีเศษบางอย่างคล้ายเนื้อเยื่อออกมาด้วย คาดว่าน่าจะเกิดจากร่างกายเริ่มย่อยกระเพาะอาหาร ถือเป็นความเจ็บป่วยรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาพยาบาลอาจได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
.
จำเลยขอเรียนต่อศาลว่า จำเลยเป็นเพียงบุคคลที่ถูกโจทก์ฟ้องกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่มีการพิจารณาพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำผิด การถูกฟ้องและกล่าวหาไม่ได้เป็นเหตุผลเบ็ดเสร็จเพียงพอว่าจำเลยจะมีพฤติการณ์ที่จะหลบหนีหรือเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพิจารณาคดีไม่ เพราะจำเลยเชื่อมั่นว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องหลบหนีแต่อย่างใด
.
อนึ่ง ในคดีข้อหาทางการเมืองคดีอื่น แม้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาแล้วว่าจำเลยคดีในคดีดังกล่าวได้กระทำความผิดลงโทษจำคุกจำเลย ศาลอุทธรณ์ก็ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว อันถือเป็นแนวบรรทัดฐานที่ดีในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของจำเลยในคดีอาญา
.
11. จำเลยที่ 2 (อานนท์) ประกอบวิชาชีพทนายความ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ต้องเดินทางมาศาลเป็นประจำ มีภาระหน้าที่จะต้องรับผิดชอบว่าความในคดีสิทธิมนุษยชนหลายคดี และตลอดทั้งเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม 2564 จำเลยที่ 2 จะต้องเป็นทำหน้าที่ทนายความในคดีแกนนำคนอยากเลือกตั้ง (UN62)
.
อนึ่ง จำเลยยังเป็นสมาชิกของสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (Hunman Rights Lawyers Association) ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน ตลอดการเป็นสมาชิกของสมาคมฯ จำเลยได้รับผิดชอบว่าความ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในคดีสิทธิฯ ชี้ให้เห็นว่า จำเลยมีความสนใจสังคม ตระหนักถึงความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย เคารพต่อกระบวนการยุติธรรม และคำนึงถึงโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของคนในสังคม จนเป็นที่ประจักษ์แก่เพื่อนทนายความ โดยมีทนายความจำนวนถึง 187 คน ร่วมลงชื่อเพื่อยืนยันสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลย อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ
.
12. จำเลยขอเรียนต่อศาลว่า หลักประกันสิทธิอันสำคัญในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือการที่ศาลต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ สิทธิขั้นพื้นฐานดังกล่าวนี้ได้ถูกรับรองไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) อันเป็นหนึ่งในกฎหมายระหว่างประเทศฉบับที่สำคัญที่สุด และไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคี สิทธิดังกล่าวยังได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรค 2 และในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227
.
สิทธิที่จะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์มีขึ้น เพราะกฎหมายอาญาเป็นดาบสองคมที่รัฐอาจใช้ได้ทั้งเพื่อจัดการผู้กระทำความผิด และทิ่มแทงประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งประชาชนที่ใช้สิทธิตามกฎหมายไปในทางที่ขัดแย้งกับรัฐบาล ดังนั้น ศาลในฐานะหนึ่งในเสาหลักแห่งอำนาจอธิปไตยจึงต้องเป็นผู้คุ้มครองสิทธิของประชาชน ซึ่งประชาชนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะประชาชนที่เป็นผู้เสียหาย แต่ยังรวมถึงประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอาญาอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิโดยอำนาจรัฐ
.
การควบคุมตัวจำเลยระหว่างการพิจารณาคดีจะต้องกระทำโดยได้สัดส่วนและด้วยความจำเป็นเท่านั้น กล่าวคือ การคุมตัวในชั้นก่อนพิจารณาและระหว่างพิจารณาคดีต้องทำในเวลาจำกัด ไม่ปล่อยให้เนิ่นช้าจนเกินไป และต้องไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการควบคุมตัวจำเลยไว้ ทั้งนี้ ภายใต้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 107 และ 108/1 “จำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว” โดย “การสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราว จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อ” เหตุใดเหตุหนึ่งตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้
.
บทบัญญัติกฎหมายนี้แสดงให้เห็นว่าการไม่ปล่อยตัวชั่วคราวนั้นโดยหลักทำไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุผลตามที่มาตรา 108/1 กำหนด ได้แก่การหลบหนี การไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน การไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หลักประกันไม่น่าเชื่อถือ หรือเป็นอุปสรรคการการสอบสวนหรือพิจารณาคดี ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่มีเหตุผลตามกฎหมายที่จะไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
.
13. แม้ว่าเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งคำร้องที่ ปอ 61/2564 โดยให้เหตุผลที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวส่วนหนึ่งว่า “การกระทำตามฟ้องมีลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำความผิดของกลุ่มบุคคลอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความวุ่นวายขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยจำเลยที่ 3 (หมอลำแบงค์) ขึ้นปราศรัยด้วยถ้อยคำที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ กระทบกระเทือนจิตใจของปวงชนชาวไทยผู้จงรักภักดีอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และมีลักษณะชักนำประชาชนให้ล่วงละเมิดต่อกฎหมายของแผ่นดิน” ซึ่งถ้อยคำลักษณะเดียวกันนั้นยังปรากฏในคำสั่งคำร้องที่ ปอ 62/2564 และ ปอ 63/2564 ที่ศาลได้อ่านในวันเดียวกันด้วย
.
การให้เหตุผลของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามว่ามีความสอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์เพียงใด เพราะการให้เหตุผลลักษณะดังกล่าวทำให้เข้าใจได้ว่าศาลเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามที่ถูกฟ้องไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ว่า จำเลยทำจริงหรือไม่? การกระทำของจำเลยเข้าองค์ประกอบความผิดหรือไม่? และ จำเลยมีอำนาจกระทำตามกฎหมายหรือไม่?
.
เมื่อยังไม่ได้มีการพิจารณาสืบพยานจนสิ้นข้อสงสัย การวินิจฉัยการกระทำของจำเลยและหยิบข้อวินิจฉัยมาเป็นเหตุผลในการไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จึงขัดต่อหลักสันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ขัดแย้งกับพันธกรณีที่ไทยมีต่อนานาประเทศ ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ และขัดแย้งกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อันล้วนแต่เป็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
.
ด้วยเหตุผลทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น จำเลยจึงขอศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย ทั้งนี้ หากศาลเห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขใดที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ขอศาลกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวนั้นด้วย โดยจำเลยยินดีจะปฏิบัติตามคำสั่งของศาล และหากศาลเห็นสมควรจะทำการไต่สวนจำเลยก็ขอศาลได้ออกหมายเบิกตัวจำเลยมาไต่สวนหรือทำการไต่สวนผ่านระบบออนไลน์ต่อไป
.
.
https://tlhr2014.com/archives/29035

สื่อนอกประจานให้ชาวโลกรู้ว่า ศาลไทยกำลังขังนศ.ที่อดอาหารจนใกล้ตาย


Pipob Udomittipong
7h ·

The Sydney Morning Herald บอกว่าจาก Hunger Games กลายเป็น hunger strike จากชูสามนิ้วกลายเป็นการอดอาหาร 45 วันทำให้ #เพนกวิน อ่อนแอมาก ทนายจูนบอกว่า แทบจะเดินขึ้นบันไดไม่ได้แล้ว ต้องมีคนประคอง ทำท่าจะเป็นลมตลอดเวลา แต่สื่อออสเตรเลียบอกว่า การอดอาหารคงไม่มีผลอะไรกับผู้พิพากษาไทยที่มักปฏิเสธ ไม่ให้ประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีอย่างต่อเนื่อง สำหรับเพนกวิน เป็นการปฏิเสธสิทธิเขา 9 ครั้งแล้ว รวมวันนี้ก็ 10 สินะ
พี่สุณัย ผาสุก @HRW บอกว่า ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ปรกติไปแล้วที่ศาลจะใช้การขังก่อนการพิจารณา เพื่อลงโทษนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย เพื่อลงโทษคนที่กล้าพูดถึงกษัตริย์ พวกเขาจะต้องถูกขังเอาไว้ ทั้งที่ยังไม่มีการพิพากษา @HRW นับได้ 82 คนแล้วที่ถูกดำเนินคดี #หมิ่นประมาทกษัตริย์ จากการประท้วงช่วงที่ผ่านมา เป็นกม.ที่มอัตราโทษจำคุกสูงถึง 15 ปี
ถ้าเราอ่านข้อมูลเหล่านี้ โดยไม่รู้จักประเทศไทยเลย เราจะรู้สึกอย่างไร โห นี่ประเทศคุณยังอยู่ในยุค The King and I เหรอ พูดถึงกษัตริย์ก็ต้องติดคุกไว้ก่อน ไม่ได้สอบถามเลยว่าทำไมเขาต้องพูดเรื่องนี้ มันเป็นมรดกที่คุณภาคภูมิใจ ปากกาอยู่ที่คุณ ทำกับลูกเขาไว้อย่างไร มันจะเกิดกับลูกคุณเอง #saveเพนกวิน

https://www.facebook.com/pipob.udomittipong/posts/10159132392526649
.....

Protest leaders arrive to report themselves at a police station in Bangkok, Thailand, Nov 30, 2020. (Photo: Reuters)

Thai court denies bail for activists on hunger strike over royal insults

CNA
29 Apr 2021

BANGKOK: A court in Thailand on Thursday (Apr 29) denied bail for seven detained activists accused of insulting the king, two of whom have deteriorating health from more than a month of hunger strikes, their lawyer said, prompting concern from right groups.

Parit "Penguin" Chiwarak, Panusaya "Roong" Sithijirawattanakul and five others are in pre-trial detention for violating Thailand's royal insults law, which carries a punishment of up to 15 years in prison for each offence.

"The court denied bail because a previous order had given sufficient reasons and the decision did not have to be changed," lawyer Krisadang Nutcharat told Reuters.

About 100 protesters gathered outside the court to oppose the decision.

Parit and Panusaysa have been on hunger strike for 45 and 30 days respectively and between them have made at least a dozen unsuccessful bail requests.

"Penguin said he was very tired, felt dizzy, had heart palpitations and needed help walking," Parit's mother, Sureerat Chiwarak, told reporters.

#SavePenguin was the top trending social media hashtag in Thailand on Thursday, reaching 1.6 million users.

Their condition has prompted concern among rights groups and demands for their release.

"Amnesty International Thailand is gravely concerned about the fatal risk and harm that may claim the lives of the two activists," its director Piyanut Kotsan said.

The corrections department in a statement said Parit was fatigued, but his condition and that of Panusaysa were normal.

Parit was being monitored and could be sent to a prison hospital if his condition worsened, it said.

Thailand's youth protest movement emerged last year and has posed the biggest challenge to the government of Prime Minister Prayuth Chan-o-cha, who seized power from an elected government in a 2014 military coup.

The protesters have also demanded curbs to the power of King Maha Vajiralongkorn and abolition of the country's strict lese majeste law.

Legal action has been pursued against more than 80 of the activists since November for alleged violations of that law, according to Thai Lawyers for Human Rights.

Source: Reuters/jt

งง กอ.รมน.ยกทีมร่วมจับขนมอาลัวรูปพระเครื่อง หน้าที่ของ กอ.รมน.คือ เก่งกับแม่ค้าตัวเล็กๆ?!?



ThaiArmedForce.com
15h ·

กอ.รมน.ยกทีมร่วมจับขนมอาลัว?!? - คำถามถึงขอบเขตหน้าที่ของ กอ.รมน.
https://thaiarmedforce.com/.../isoc-mission-question.../
กรณีขนมอาลัวรูปพระเครื่อง ที่สำนักงานพุทธศาสนาออกมาบอกว่าไม่เหมาะสม (แต่ก็ไม่รู้หรือไม่บอกว่าผิดกฎหมายข้อไหน) นั้น วันนี้สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสงครามลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเจ้าของไอเดีย ซึ่งไม่พบเจ้าของบ้าน และบอกว่าเป็นการนำความเชื่อมาทำมาหากิน ไม่เหมาะสม ขอให้หยุดการกระทำ อันนี้ฟังดูไม่เข้าท่า และเอาจริง ๆ ไม่ผิดกฎหมายด้วย เพราะสำนักพุทธก็เอาแต่บอกว่าไม่เหมาะสม แต่ไม่สามารถชี้ได้ว่าผิดกฎหมายข้อไหน ซึ่งถ้าแค่ตัวเองเห็นว่าไม่เหมาะสมนั้น ไม่สามารถถือเป็นสิทธิ์ในการละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นให้หยุดการกระทำใด ๆ แบบในกรณีนี้คือการทำขนมอาลัวได้
แต่ไม่ใช่ประเด็นของ TAF ในวันนี้ครับ เพราะประเด็นคือ ในการลงพื้นที่นี้มีเจ้าหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในหรือ กอ.รมน.ลงพื้นที่ด้วย
คำถามของเราก็คือ เราแปลกใจว่า เรื่องขนมอาลัวพระเกี่ยวมันเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. อย่างไร?
ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 นั้น มาตรา 5 กำหนดให้จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยมาตรา 3 ให้นิยามคำว่าการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรคือ การดําเนินการเพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ใด ที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยอันเกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ก่อให้เกิดความไม่สงบ ทำลาย หรือทำความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ ให้กลับสู่สภาวะปกติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ และให้อำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. ในมาตรา 7 ไว้ 4 ข้อ กล่าวสั้น ๆ คือมีหน้าที่ (1.) ติดตามประเมินแนวโน้มความมั่นคงภายใน (2) รักษาความมั่นคงภายใน (3) ส่งเสริม ประสานงานการทำตามข้อ (2) (4) ส่งเสริมให้ประชาชนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ (5) ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายและครม.สั่ง
-------------------------
ขอถามดัง ๆ อีกครั้ง ขนมอาลัวรูปร่างเหมือนพระเครื่อง เกี่ยวข้องหรือเป็นหน้าที่ของ กอ.รมน. ตรงไหน?
โอเคครับ เราถามเอง เราจะพยายามตอบเอง เพราะดูท่าไม่น่าจะมีใครมาตอบเรา พอไปดูมาตรา 7 วงเล็บ 4 ดี ๆ ก็จะพบว่า กอ.รมน.มีหน้าที่ เสริมสร้างให้ประชาชนตระหนักในหน้าที่ที่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและความสงบเรียบร้อยของสังคม
โอเค มีคำว่าศาสนาแล้ว เย่ ๆ ๆ เหมือนจะใช้ แต่อ่านดูดี ๆ ภารกิจในข้อนี้ ระบุแค่ให้ กอ.รมน.มีหน้าที่ "ส่งเสริม" ให้ประชาชนรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่การยกทีมไปร่วมภารกิจปราบขนมอาลัวแบบนี้ ยังงงเหมือนกันว่ามันจะเรียกว่าส่งเสริมได้อย่างไร หรือถ้าจะเอาภารกิจในวงเล็บ 2 คือ อำนวยการในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ก็ต้องถามกลับว่า ขนมอาลัวพระเครื่องนี้ กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอย่างไร?
--------------------------
เอาจริง ๆ อ่านหลายรอบแล้ว ถ้าให้ตีความโดยตรง ไม่แถหรือเข้าข้าง ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่า ขนมอาลัวพระเครื่อง มันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอย่างไร
การใช้อำนาจเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะ Power tends to corrupt หรืออำนาจมักจะนำมาซึ่งความฉ้อฉล ดังนั้นการใช้อำนาจจึงต้องมีขอบเขตและได้สัดส่วน ไม่น้อยเกินไปจนทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่มากเกินไปจนทำอะไรได้ทุกอย่าง เพราะถ้ามากเกินไปจนกลายเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จก็จะถือว่าเป็นความฉ้อฉลอย่างแน่แท้ หรือ Absolute power corrupts absolutely
ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าห่วง เพราะถ้าเป็นงานที่เห็นชัด ๆ ว่าเป็นหน้าที่ของ กอ.รมน. ก็ทำได้เต็มที่ แต่ถ้างานไหนยังมีเส้นบาง ๆ แบ่ง หรือแม้แต่ต้องตีความซับซ้อนและพยายามโยงโน้นนี่มาเพื่อให้เกี่ยวข้องกับ กอ.รมน. แล้ว ก็มีความเสี่ยง เพราะในอนาคตเราอาจจะเห็น กอ.รมน. สามารถทำได้ทุกอย่าง เพราะอ้างว่ามันคือส่วนหนึ่งของการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
และถ้าขนมที่หน้าตาเหมือนพระเครื่อง ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ผิดกฎหมายอาญามาตรา 206 ด้วยซ้ำ แต่กอ.รมน.ยังเข้ามาเกี่ยวข้องได้ ดังนั้น TAF ก็อยากให้ กอ.รมน. ทำงานให้เต็มที่ ด้วยการไล่จับอรหันต์ ศาสนา ปัจเจกพุทธเจ้า ฤาษี หรือแม้แต่พระแท้ ๆ ที่เอาแต่ปลุกเสกของขลัง มนต์ดำ ไสยศาสตร์ ที่เห็นเต็มบ้านเต็มเมือง อย่างล่าสุดก็คือเห็นใครสักคนห่มดำ แล้วทหารเรือแห่กันไปกราบ นี่ถ้า กอ.รมน. แห่กันไปปราบพวกนี้ให้พุทธเป็นพุทธแท้ ๆ ได้ก็ถือเป็นบุญของประเทศ
แต่ถ้าบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ ก็ต้องย้อนถามกลับว่า แล้วขนมอาลัวรูปพระเครื่อง เป็นหน้าที่ของ กอ.รมน. ตรงไหน?
ปล. สุดท้าย เป็นกำลังใจให้ มาดามชุบ เจ้าของไอเดียครับ ไปอุดหนุนกันเยอะ ๆ นะครับ ไม่ใช่รูปพระเครื่องก็อุดหนุนได้นะ
...



พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ
13h ·
ตอบท่านนิพิฏฐ์ ผ่านการให้สัมภาษณ์




พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ
18h ·

#ช่วยกันสะเทือนใจให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้
เจริญพรถึงท่านนิพิฏฐ์ ขอบคุณที่กรุณาเขียนบทความถึงอาตมาตามลิงค์ที่ได้แนบมานี้ https://www.matichon.co.th/politics/news_2696865
ขอบคุณที่กรุณาแสดงความเป็นห่วงและกังวล จะด้วยใจจริงที่ท่านมีความรักและเคารพในพระบวรพุทธศาสนาหรือด้วยเหตุผลอย่างไรนั้นก็แล้วแต่
อาตมาเขียนไว้แต่ต้นแล้วว่า อาตมาเคารพความเห็นนะ สำหรับใครที่จะมองว่า ขนมพระเครื่องนี้ ไม่เหมาะสม หรือเป็นการปรามาสลบหลู่ศาสนา ใครจะมองกันอย่างไรก็สุดแล้วแต่ที่จะมอง แต่สำหรับอาตมา อาตมาก็ยังจะคงยืนยันว่า อาตมาไม่เห็นว่า ขนมพระเครื่องนี่ เป็นเรื่องของการปรามาสหรือลบหลู่อะไร
อาตมาชอบนะ แม้ท่านนิพิฏฐ์จะบอกว่า ท่านสะเทือนใจกับความเห็นของอาตมา ขอบคุณท่านที่ให้เกียรติกล่าวถึง แต่กระนั้น อาตมาก็อยากจะฝากให้ท่านนิพิฏฐ์หรือใครก็ตามอีกหลายๆ คนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนพุทธ ช่วยกันสะเทือนใจให้มากหรือให้ไกลกว่านี้ไปอีก
ขออย่าเป็นแต่ว่า กับกรณีของขนมพระเครื่องนี้เท่านั้น ที่สะเทือนใจ หรือกับแค่ขนมพระเครื่องนี้เท่านั้น ที่ทำให้รู้สึกว่า ศาสนาถูกลบหลู่ทำร้ายเหลือเกิน
ขอให้สะเทือนใจกันเถอะนะ สะเทือนใจไปให้มากพอที่จะเห็นว่า ทุกวันนี้ พระพุทธเจ้าและพระบวรพุทธศาสนา ถูกปรามาสเหลือเกิน ถูกลบหลู่เหลือเกิน แต่ไม่ใช่ถูกปรามาสหรือถูกลบหลู่เพราะถูกทำให้กลายเป็นขนมอย่างที่เห็นแล้วยอมรับกันไม่ได้อยู่นี่
พระพุทธเจ้าถูกชาวพุทธในสังคมนี้ลบหลู่มานานมากแล้ว ถูกลบหลู่ด้วยการที่พวกเขาพากันเอาเทวรูป เอาผีสางนางไม้ เอาผีเด็ก เอาไสยศาสตร์เอาโหราศาสตร์เข้ามาไว้ในเขตพุทธสถานอันเป็นเหมือนกับบ้านของท่านอย่างหน้าไม่อาย
พระพุทธเจ้าถูกชาวพุทธในสังคมนี้ลบหลู่ ด้วยการที่พวกเขาทำให้ท่านเป็นเหมือนศาลเพียงตา เป็นเหมือนกับภูติผีตนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาจะบนบาน จะเอาหัวหมู เอาไข่ต้ม หรือแม้แต่เอานางรำ มาเซ่นไหว้หรือมาบูชายัญถวายกันถึงในโบสถ์ในวิหาร
พระพุทธเจ้าถูกลบหลู่เหลือเกิน ไม่ใช่ลบหลู่ด้วยการถูกทำให้กลายเป็นขนม แต่ถูกลบหลู่ด้วยการถูกทำให้กลายเป็นสินค้าสำหรับอวดอ้างสรรพคุณต้มตุ๋นผู้คน ถูกลบหลู่ด้วยการถูกทำให้เป็นเครื่องรางทางไสยเวทย์ ให้กลายเป็นสิ่งที่คนแย่งกันอยากจะมีไว้ครอบครอง เพียงเพราะคิดว่ามันจะบันดาลสิ่งต่างๆ ร้อยแปดพันเก้าให้ได้
พระพุทธเจ้าถูกลบหลู่เหลือเกิน ลบหลู่ด้วยการที่คนพุทธหลายคนพากันแอบอ้างตัวเองเป็นเจ้าสำนักเจ้าลัทธิแทนพระพุทธเจ้า พากันขโมยธรรมของท่าน พากันบิดเบือนคำสอนและกล่าวตู่
พระพุทธเจ้าถูกลบหลู่เหลือเกิน ลบหลู่ด้วยการที่แม้แต่พระภิกษุซึ่งเป็นนักบวชในศาสนาของท่านอกตัญญู และพากันเอาใจออกห่างจากท่านเพื่อไปศรัทธาไปบูชาเศียรบูชาเทพของศาสนาอื่น
ช่วยกันปกป้องพระพุทธเจ้าเถอะนะ ช่วยกันสะเทือนใจ ผู้ใดรักษาพระศาสนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าได้รักษาพระพุทธเจ้า ผู้ใดปกป้องพระพุทธเจ้า ผู้นั้นต้องปกป้องพระศาสนธรรม
อาตมาดีใจที่เห็นใครหลายคนออกมาแสดงความรักในพระศาสนาขนาดนี้ แต่ก็ขอฝากไว้สักนิดอย่างตรงไปตรงมาว่า อย่าพากันเป็นแต่พวกปากว่าตาขยิบเลยนะ
อย่าเป็นคนพุทธที่รับไม่ได้แต่กับเรื่องขนมพระเครื่อง ในขณะที่ตัวเองก็ยังบูชาเครื่องรางของขลังหรือแม้แต่สัตว์เดรัจฉานและต้นไม้รวมไปถึงจอมปลวกในป่าเขา ยังพากันกราบไหว้เทวรูปนอกศาสนา หรือแม้แต่ถือฤกษ์ยามตื่นมงคล
อย่าเป็นคนพุทธที่รับไม่ได้แต่กับเรื่องขนมพระเครื่อง ในขณะที่ตนเองก็ยังชอบพอและหาชีพเลี้ยงกินด้วยการเอาพระพุทธเจ้าหรือแม้แต่ธรรมะของท่านไปเป็นสินค้าสำหรับตัวเองเช่นกัน
ช่วยกันนะ ช่วยกันสะเทือนใจ
ปล. แท้จริงแล้ว พระพุทธศาสนาในบ้านเมืองนี้กำลังจะหายไป แต่ไม่ได้หายไปเพราะถูกเอาไปทำเป็นขนม แต่กำลังจะหายไปเพราะถูกคนที่อ้างว่าเป็นชาวพุทธนี่แหล่ะ ทำให้กลายเป็นศาสนาอื่น ลัทธิอื่น ความเชื่ออื่น แต่พวกเขาก็มองไม่เห็นกันเลย

“ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะรอดนะ” เรื่องราวของ สมหมาย คำสิงห์นอก วัย 64 ปี หญิงชาวอีสานที่แต่งงานและอพยพย้ายถิ่นไปอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้อยู่ในประเทศรัฐสวัสดิการ



We Fair.
April 26 at 8:00 PM ·

“ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะรอดนะ”

สมหมาย คำสิงห์นอก วัย 64 ปี หญิงชาวอีสานที่แต่งงานและอพยพย้ายถิ่นไปอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้อยู่ในประเทศรัฐสวัสดิการ โดยที่ผ่านหน้านั้นเธอป่วยอยู่ 3 ปีเต็มตั้งแต่ปี 2539-2542 ไม่สามารถทำงานได้ และต้องเข้าออกโรงพยาบาลประจำ อยู่ครั้งละ 1-2 เดือน หมอวินิจฉัยว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็ทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ สมหมายต้องฉีดยาให้ตัวเองนาน 18 เดือน พร้อมกับการไปพบหมออยู่เรื่อยๆ จากสองอาทิตย์เป็นหนึ่งเดือน จากหนึ่งเดือนเป็นสองเดือน จากสองเดือนเป็นหกเดือน และเป็นปี จนถึงปี 2546 ก็หายเป็นปกติไม่ต้องรับการรักษาอีก

“ทุกวันนี้ไปตรวจสุขภาพก็ปกติแล้ว คิดว่าหายป่วยได้ก็คือเกิดใหม่เลย แล้วเขาให้เราไปขอประวัติการป่วยของพี่สาวที่เสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาราช โคราช สรุปว่าเราเป็นโรคเดียวกัน แต่พี่สาวเขาไม่มีโอกาสรักษา เขาป่วยอยู่ 7 ปี เขาตายตอนอายุ 38 ถ้าเราอยู่เมืองไทย เราก็ต้องตายเหมือนเขาเพราะไม่มีโอกาสรักษา”

“เรื่องสุขภาพนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตมนุษย์ อยากจะให้รัฐบาลดูแลเรื่องตรงนี้ ถ้าเกิดเรามีคนมาดูแลในส่วนตรงนี้ ทั้งสุขภาพอนามัยหรือว่าการศึกษา เราก็จะมีโอกาสได้ทำอย่างอื่นบ้าง มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวได้บ้าง ไม่ต้องมาเป็นหนี้เป็นสิน อยากให้บ้านเรามีบ้าง”

ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ เดนมาร์กซึ่งถือว่าเป็นประเทศรัฐสวัสดิการ ยังมีสวัสดิการที่ครบถ้วนให้พลเมืองตั้งแต่เกิดจนตาย ด้วยแนวคิดว่า ทุกคนควรมีโอกาสเท่าเทียมกันที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ว่าพวกเขาจะมีพื้นฐานหรืออุปสรรคในชีวิตอย่างไรก็ตาม

สมหมายเล่าว่าตอนที่เธอพาลูกคนเล็กมาที่เดนมาร์กเพื่อเข้าเรียนในระดับชั้น ป.1 เมื่อใกล้เปิดเทอมเธอสงสัยว่าทำไมสามีถึงไม่บอกให้ไปซื้ออุปกรณ์การเรียนให้กับลูกเลย คำตอบของนีลส์คืออุปกรณ์ทุกอย่าง หนังสือ สมุด ดินสอ โรงเรียนจัดไว้ให้พร้อมหมดแล้ว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกนระบุว่า สิทธิประโยชน์ที่จะได้จากรัฐสวัสดิการนี้ ยกตัวอย่างเช่น ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนในทุกระดับชั้นจนถึงอุดมศึกษา รวมทั้งการศึกษาเพิ่มเติมอื่นๆ เงินสนับสนุนส่วนนี้คิดเป็นร้อยละ 8 ของ GDP ซึ่งเทียบเท่ากับร้อยละ 14 ของงบประมาณรัฐ ยิ่งไปกว่านั้นนักเรียนนักศึกษายังได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐและค่าเบี้ยเลี้ยงรายเดือนสำหรับค่าอาหาร หนังสือ ค่าใช่จ่ายอื่นๆ ส่วนค่ารักษาพยาบาลใช้งบประมาณร้อยละ 8.6 ของ GDP นอกจากนี้ส่วนใหญ่ของรายจ่ายภาครัฐร้อยละ 43 ถูกนำไปในกับ “ประกันสังคมและสวัสดิการ” เช่น สิทธิประโยชน์ของคนว่างงาน เงินบำนาญ

อ่านเรื่องราวของสมหมาย เพิ่มเติมได้ที่ หญิงไทยผู้สร้างครอบครัวในเดนมาร์ก : เมื่อไทยไร้โอกาส แต่รัฐสวัสดิการมอบชีวิตใหม่อีกครั้ง https://prachatai.com/journal/2019/12/85504
...
เด็ดพู
ขี้เกียจพิมพ์​ ไปดูนี่​ https://youtu.be/zp4ZVlgbhp0


เสียงจาก แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ รพ.



Boonchoun Muelad

เรียนท่าน นายกรัฐมนตรีลุงตู่ คะ
_เรียนท่าน รมว อนุทิน คะ
_เบี้ยเลี้ยง เสี่ยงภัย. ของแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ รพ.
_มีเหมือน ตำรวจ ทหารชายแดน ไหมคะ ถ้ามีงบประมาณ.กรุณา จัดให้ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ รพ ด้วยคะ(กำลังใจได้แล้วค่ะขาดเงิน)
_เสี่ยงตาย เหมือนออกรบชายแดนเช่นกันนะคะ น่าสงสาร คะ. ขอบคุณมากค่ะ

นพดล มุเส็มสะเดา
ต้องมีและต้องได้อย่างด่วนเลย และต้องมากด้วย ไม่มีพวกคุณแล้วใครจะทำงานนี้ .

ดนุพล คงสวัสดิ์
จริงครับแถมควรจะต้องเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัย พร้อมค่าล่วงเวลาให้กับบุคลากรทางสาธารณสุขทุกฝ่ายทุกคนอย่างเร่งด่วน

Khunuch Viriyanivit
ต้องให้ครับทั้งเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัยสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานจริงจริง อย่าเกมือนจนท สามจังหวัดชายแดนใต้ที่บางคนมีแต่ชื่อ แต่ตัวไม่ได้ทำงาน
.....
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
April 27 at 7:39 PM ·

ฟาวิพิราเวียร์ ยาโควิดที่จะล้มรัฐบาลประยุทธ์ได้
ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาสำคัญที่ใช้รักษาโรคโควิด วันนี้เช้ายาตัวนี้ขาดแคลนอย่างหนัก น้องแพทย์ที่โรงพยาบาลได้ขอเบิกยานี้เพื่อใช้กับผู้ป่วยที่จะนะ ทราบว่า ที่คลังโรงพยาบาลหาดใหญ่ที่เป็นจุดสำรองยาของจังหวัดสงขลาเหลือเพียง 150 เม็ด ดีที่รัฐบาลสั่งยามาจากญี่ปุ่นทันเวลา 2 ล้านเม็ด
เล่นเอาใจหายใจคว่ำ ซึ่งเชื่อว่า หากอัตราการใช้เป็นเช่นปัจจุบัน 2 ล้านเม็ดนี้ก็ใช้ได้ไม่เกิน 3 เดือน
ยาฟาวิพิราเวียร์ ในผู้ป่วยโควิด 1 คน จะต้องใช้คนละ 50 เม็ด คือวันแรกทาน 9 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง และอีก 4 วันถัดมาทาน 4 เม็ดทุก 12 ชั่วโมง ดังนั้นยา 2 ล้านเม็ดก็จะใช้ได้กับผู้ป่วย 40,000 คนเท่านั้น ไม่ได้มากมายในสถานการณ์การระบาดเช่นนี้
ประเด็นของยาฟาวิพิราเวียร์ที่อาจเป็นเหตุให้รัฐบาลสะดุดขาตนเองจนรัฐบาลล้มได้ก็คือ เรื่อง การผูกขาดยาจากการขอจดสิทธิบัตรยาของบริษัทเจ้าของยาจากประเทศญี่ปุ่น
บริษัทญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิตยาตัวนี้ ยานี้ไม่มีสิทธิบัตรยาตั้งต้นในประเทศไทย แต่บริษัทมายื่นขอจดสิทธิบัตรรูปแบบเม็ดเล็กของยาฟาวิพิราเวียร์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งคำขอสิทธิบัตรลักษณะนี้ ไม่มีทั้งความใหม่และนวัตกรรมที่สูงขึ้น จึงไม่สมควรได้รับสิทธิบัตร แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ยึกยักไม่ยอมปฏิเสธคำขอนี้ไปเสียที ทั้งที่ภาควิชาการได้เคยไปยื่นข้อมูล ระบุเหตุที่ควรปฏิเสธตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 แล้ว
อีกทั้งองค์การเภสัชกรรมมีความพร้อมในการผลิตได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนยาเบื้องต้นกับสำนักงานคณะกรรมอาหารและยา (อย.) ไปแล้วด้วย รัฐบาลควรประกาศสนับสนุนองค์การเภสัชกรรมให้เร่งผลิตยาตัวนี้อย่างเป็นทางการ หากกรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ปฏิเสธคำขอนี้ โอกาสที่จะถูกฟ้องในอนาคตก็มี ฉะนั้นรัฐบาลจึงควรแสดงความกล้าหาญทางการเมืองหนุนหลังองค์การเภสัชกรรมผลิตยาเพื่อประชาชน และควรมีนโยบายชัดเจนไปที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ทำหน้าที่เพื่อช่วยสู้ภัยโควิด ปฏิเสธคำขอสิทธิบัตรยาฟาวิพิราเวียร์เสีย
ราคายาฟาวิพิราเวียร์ ปัจจุบันราคาเม็ดละ 150 บาท ต้องใช้ 50 เม็ดต่อคนก็คิดเป็นค่ายาคนละ 7,500 บาท หากองค์การเภสัชกรรมผลิตเองได้ ค่ายาก็จะลดลงได้ครึ่งหนึ่ง ทั้งประหยัดงบประมาณ และเรามีความมั่นคงทางยา ไม่ดีตรงไหน
ภาวะการขาดแคลนยาฟาวิพิราเวียร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เส้นยาแดงผ่าแปดมากๆ สถานการณ์โควิดก็จะยังหลอกหลอนประเทศไทยไปอีกถึงปีหน้า การออกประกาศสนับสนุนให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ผลิตยาฟาวิพิราเวียร์อย่างเป็นทางการ คือคำตอบที่ใช่ ซึ่งไม่ยาก เพราะรัฐบาลได้รวบโอนอำนาจจากกระทรวงต่างๆมาไว้ที่นายกรัฐมนตรีหมดแล้ว จึงต้องการความกล้าหาญทางการเมืองนิดหน่อยจากนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเอง
หากอนาคตมีการระบาดหนักจนยาขาดแคลน คนป่วยตายเพราะไม่มียารักษา คงไม่ใช่แค่หมอไม่ทน แต่คนไทยคงไม่ทนด้วย รัฐบาลจะล่มเพราะโควิดอย่างแน่นอน
Cr. เพจ ชมรมแพทย์ชนบท
...
Law Inspiration
April 27 at 10:00 PM ·

เรื่องนี้น่าสนใจ เดี๋ยวมีเวลา ต้องไปหาข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าจริงหรือไม่เรื่องการขอสิทธิบัตร
===========
ไปแอบถามมาละ สรุปประมาณนี้
1) ยาฟาวิพิราเวียร์ สิทธิบัตรหมดแล้วจริง
2) ที่บริษัทญี่ปุ่นได้ไป คือ การทำยาให้เม็ดเล็กลง ทำให้ทานง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น และประเทศอื่น ๆ ยกเว้นอินเดีย ก็ให้สิทธิบัตรตัวนี้ทั้งนั้น
3) กรมทรัพย์สินทางปัญญาแนะนำไปแล้วว่าจะผลิตยาฟาวิพิราเวียร์แบบเดิมทำได้ ไม่ละเมิดแต่อย่างใด แต่ที่ทำไม่ได้ คือ จะไปทำแบบเม็ดเล็กซึ่งละเมิดสิทธิบัตรเขา
@Harvey

จักรภพ เพ็ญแข - เห็นคนธรรมดา ๆ อย่าง โจ ไบเด็น ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและทันการณ์ ทำให้อดนึกไม่ได้ว่าอภิสิทธิ์ชนไทยที่เรียนหนังสือกันมาไม่น้อยและเห็นโลกมาเยอะกว่าชาวบ้าน ทำไมถึงชวนเราลงต่ำได้ถึงขนาดนี้ เขารักชาติหรือเขารักใคร?



จักรภพ เพ็ญแข - Jakrapob Penkair
19h ·

ดีใจ-เจ็บใจ-มั่นใจ
โดย จักรภพ เพ็ญแข

ดู โจ ไบเด็น สรุปผลงาน 100 วันแรก ในฐานะประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้งของสหรัฐฯ ฟังทั้งปริมาณและคุณภาพของคนที่เขาเข้ามารับใช้สังคมและประชาชน ไม่ใช่มารับใช้คนแค่กลุ่มเดียวและบริษัทแค่บางบริษัท แล้วเกิดความรู้สึกขึ้นมาพร้อมกัน 3 อย่างครับ

1. ดีใจ: ที่รู้ว่าประชาธิปไตยแบบฉลาดทันโลกและไม่หน้าด้านโง่เขลา ต้องกลับมาสู่เมืองไทยในไม่ช้าและช่วยดึงเราทุก ๆ คนขึ้นจากหลุมลึกแห่งความดักดาน ล้าหลัง และหมดหวังที่คนเห็นแก่ตัวกลุ่มเดียวบังคับให้เราเดินลงไป ขณะนี้ตัวอย่างระดับโลกเริ่มชัดเจนขึ้นอีกครั้งแล้ว

2. เจ็บใจ: ที่ไทยเราก็เคยขึ้นสู่สวรรค์ประชาธิปไตยกันมาแล้ว แต่เพราะผลประโยชน์ของชาวบ้านมันดันไปขัดผลประโยชน์ของพวกอภิสิทธิ์ชน เราจึงถูกทหารรับจ้างเอาปืนจี้บังคับให้เดินลงนรกกันอีกครั้งและถูกขังอยู่ในนั้นมาหลายปีจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าชาตินี้เราไม่เคยไปสวรรค์มาก่อน เราทุกคนต่างรู้ว่าของดีเป็นอย่างไร

3. มั่นใจ: ที่ความตกต่ำของสังคมและเศรษฐกิจไทยทุกวันนี้ ได้ทำให้คนไทยเข้าใจกันทั่วหมดแล้วว่า ตัวปัญหาของชาติคืออะไรและอยู่ตรงไหน คนที่บอกตัวเองว่าอยู่ฝ่ายที่ต้องการทำลายประชาธิปไตยเพื่อจะเก็บเมืองไทยไว้บูชายัญ หรือเพราะหลงอดีตจนตาบอด เริ่มมองเห็นกันแล้วว่าตัวเองสังกัดผิดข้างและเริ่มจะหาทางช่วยแก้ผิดทั้งหลายให้กลายเป็นถูก

แต่การจะเอาชนะความชั่วร้ายที่เป็นระบบได้ เราเองต้องมีระบบบริหารจัดการ ต้องจัดตั้งตัวเอง และต้องอาศัยเครือข่ายที่มากกว่าในประเทศไทยเข้ามาร่วมกันอย่างลงตัว

เห็นคนธรรมดา ๆ อย่าง โจ ไบเด็น ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและทันการณ์ ทำให้อดนึกไม่ได้ว่าอภิสิทธิ์ชนไทยที่เรียนหนังสือกันมาไม่น้อยและเห็นโลกมาเยอะกว่าชาวบ้าน ทำไมถึงชวนเราลงต่ำได้ถึงขนาดนี้ เขารักชาติหรือเขารักใคร?

ความดีใจ เจ็บใจ และมั่นใจ ผสมกันแล้วจะออกมาดีครับ

จักรภพ เพ็ญแข
29 เมษายน พ.ศ. 2564

จะให้เพนกวินเลิกสู้แล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม? คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพนกวินพาขบวนการต่อสู้และข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาไกลมากๆ แล้ว



Vichak Panich
13h ·

จะให้เพนกวินเลิกสู้แล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม? คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพนกวินพาขบวนการต่อสู้และข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาไกลมากๆ แล้ว คดี 112 ที่เพนกวินโดนอยู่ตอนนี้ น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 20 คดี ถ้าถูกตัดสินโทษก็คงไม่ต่ำกว่า 100++ ปี และจะเพิ่มได้อีกเรื่อยๆ ไม่มีจำกัด หากเพนกวินยังไม่ยอมคุกเข่า
ศาล กำลังทำหน้าที่เป็น "ผู้คุมวิญญาณ" พวกเขากำลังดูดเอาแสงสว่าง ความร่าเริง และจิตวิญญาณหนุ่มสาวที่ใฝ่ฝันเห็นการเปลี่ยนแปลงออกไปจากเพนกวินและแกนนำการต่อสู้ที่ถูกจับไปทุกคน หากยอม เพนกวินอาจ "ได้รับความเมตตา" โดยศาลต้องแน่ใจว่า วิญญาณได้ถูกดูดออกจากร่างเขาแล้วหมดสิ้น ...หากไม่ยอม เพนกวินอาจถูกขังลืม ป่วย หรือตายในคุก นี่แหละพลานุภาพของกฏหมายอาญามาตรา 112
การต่อสู้ด้วยการอดอาหารของเพนกวิน คือ การไม่ยอมคุกเข่าและไม่ยอมถูกดูดวิญญาณ นอกจากจะไม่ยอมประนีประนอมต่อกระบวนการอยุติธรรมแล้ว เพนกวินยังเลือกที่จะสู้ต่อ ด้วยเลือด ด้วยเนื้อ ด้วยแสงสว่างและด้วยจิตวิญญาณ และเขาเชื่อมั่นว่ามวลชนข้างนอกจะยังสู้ไปด้วยกันกับเขา

หัวใจสลายกันทั่ว!! เมื่อศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว พริษฐ์ ชิวารักษ์ อานนท์ นําภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เเละพวก รวม 7 ราย



@VoiceTVOfficial
·8h

"ศาลยืนยันไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่ง" ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว พริษฐ์ ชิวารักษ์ อานนท์ นําภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เเละพวก รวม 7 ราย หลังศาลพิเคราะห์ว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนเเปลงคำสั่ง #VoiceOnline


 

ถ้าเพนกวิ้นเป็นอะไรไป....




สมบัติ บุญงามอนงค์
15h ·

เพนกวินจะออกจากเรือนจำได้ไม่ใช่เพราะพวกเขามีเมตตาหรือเห็นใจ แต่เกิดขึ้นจากการที่เขาพิจารณาแล้วว่าไม่คุ้มที่จะให้เพนกวินอยู่ในคุก
เพนกวินกำลังจะกลายเป็นจิตร ภูมิศักดิ์ คนที่ 2 ในสังคมไทย รูปและเรื่องราวของเขาจะถูกแขวนไว้ที่ผนังบ้านของผู้คนในประเทศนี้นับร้อยๆปี จะมีคนเขียนอัตชีวประวัติ วรรณกรรม การ์ตูน และอนุเสาวรีย์ หากเพนกวินจบชีวิตในคุกโดยไม่รับความยุติธรรม
คำถามว่า "ทำไม" จะแปรเปลี่ยนคำตอบที่ไม่ต้องมีใครตอบและเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่พวกคุณคาดไม่ถึง
#รูปที่มีทุกบ้าน


มองเพนกวินผ่านสายตาของน้องสาว พ้อย-พลอยวรินทร์ ชิวารักษ์


ราษฎร
13h ·

มองเพนกวินผ่านสายตาของน้องสาว
พ้อย-พลอยวรินทร์ ชิวารักษ์
.
"เราเป็นพี่น้องที่ค่อนข้างสนิทกัน เรียกกันว่า “มึง” “กู” เลย แต่ว่าเวลาอ้อนก็เรียกพี่ชาย น้องสาวนะ ตอนเด็กๆ มีอะไรพี่ก็จะแบ่งให้เล่น พ้อยจะชอบทำอะไรตามพี่ ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพี่มาก ๆ พี่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ ชอบเล่าอะไรหลายอย่างให้ฟัง ตอนกลับบ้านที่ลำปาง เวลาผ่านที่ไหน ก็จะเล่าถึงพระเจ้านู่นนี่นั่น ตั้งแต่กรุงเทพฯ ยันลำปาง ตอนนั้นโคตรรำคาญเลย (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ กลายเป็นเรื่องที่อยากฟังที่สุดเลย
.
"พี่เป็นคนใช้เหตุผลดำเนินชีวิตตั้งแต่เด็ก ๆ เวลาทะเลาะกัน พ้อยจะเถียงไม่ได้เลย เพราะพี่อ่านหนังสือเยอะ เคยเล่นเลโก้ด้วยกัน แล้วพ้อยเบื่อ อยากเลิกเล่น พี่ก็ถามว่า "ถ้าเลิกเล่น กูจะได้อะไร" พ้อยก็เลยต้องเล่นต่อ เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาให้ หรือถ้าแม่อยากให้ทำอะไร ต้องมีเหตุผล ถ้าเหตุผลของแม่ดีกว่าก็ทำตามแม่ ถ้าของกวิ้นดีกว่าก็ทำตามกวิ้น พี่เป็นคนตั้งคำถามตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้เราตั้งคำถามไปด้วย ไม่งั้นป่านนี้ เราคงเป็นสลิ่มโง่อยู่บ้าน (หัวเราะ)
.
"ช่วงประถมหรือมัธยมต้น พี่เคยพูดไว้ว่า "ถ้าสักวันหนึ่งจะต้องตาย อยากตายโดยที่มีประโยชน์ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เสียสละเพื่อให้ที่ยังอยู่มันดีขึ้น" ตอนนั้นยังเด็ก ก็คิดว่า เชี่ยแม่ง อินหนังเรื่องไหนมาวะ แต่พอตอนนี้ ก็รู้สึกว่า ทำได้จริง ๆ ว่ะ โคตรเก่งเลย
.
"เราติดตามการเมือง แต่ไม่ได้ถึงขนาดจะลงมาทำเอง พอปัญหาการเมืองมันเริ่มเหี้ยขึ้น แล้วพี่ติดคุกด้วย ก็เลยรู้สึกว่า อยากช่วยเท่าที่ช่วยได้ ถ้าเราไม่ออกมา ใครจะออกมาช่วยพี่เราวะ เรายอมแลกทุกอย่างเพื่อช่วยพี่ พ้อยกับแม่คิดตรงกันว่า จะให้แลกด้วยชีวิตก็ยอม ยอมทำทุกอย่างแหละ เพื่อให้มันได้ออกมาสู้ด้วยกัน
.
"จริง ๆ คุยกันไว้หลายอย่างมากว่าถ้าได้ออกมาจะทำอะไรด้วยกัน มันบอกว่าอยู่ในคุกก็อ่านหนังสือทำอาหารนะ บอกว่า ถ้าได้ออกไปจะทำอาหารเลี้ยงทุกคน เอาจริง ๆ ไหม คนที่ต้องกินอาหารอะ คือมึง (หัวเราะ) ก็คงไปพักผ่อน กินอะไรกัน ใช้เวลาด้วยกันเยอะ ๆ (เงียบ) มันไม่ได้อยากเสียสละชีวิตในคุกหรอก มันก็อยากจะออกมามองโลกที่เปลี่ยนไปเหมือนพวกเรานี่แหละ มันก็ยังมีความหวังอยู่เสมอ"
#saveเพนกวิน #คืนสิทธิประกันตัวให้ประชาชน #ปล่อยเพื่อนเรา #ขอเพื่อนอย่าลืมเพนกวิน #เธอจะต้องมีชีวิตอยู่ #ตราชูต้องชูเพื่อมวลชน

คลิป เสวนาหน้าศาล​ มาตรา 112 กับการรณรงค์ยกเลิก​ โดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ iLaw อ.พวงทอง ภวัครพันธุ์ หน้าศาลอาญารัชดา


บรรยากาศหน้าศาลอาญารัชดา

Premiered 6 hours ago

ผู้คน ก้าวหน้า การเดินทาง

ขอบคุณ เพจ ยูดีดีนิวส์ - UDD news ได้แพร่ภาพสด ·

Live : หน้าศาลอาญารัชดา เสวนาหน้าศาล​ มาตรา 112 กับการรณรงค์ยกเลิก​ โดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ iLaw, อ.พวงทอง ภวัครพันธุ์
.....
Puangthong Pawakapan
Yesterday at 11:07 AM ·

ห้องพิจารณาคดีก็คือโลกคู่ขนานที่ย่อส่วนลงมา เราคุยกันคนละภาษา คนละโลกทัศน์ ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรจึงจะคุยกับพวกเขารู้เรื่อง
ฝ่ายราษฎรตะโกนให้ "ปล่อยเพื่อนเรา"
ให้เขาเคารพสิทธิที่จะได้ประกันตนของผู้ถูกกล่าวหา
ให้เขาเคารพหลักการว่าบุคคลบริสุทธิ์จนกว่าจะถูกตัดสินว่าผิด
ให้เขาทำตามหลักกฎหมาย ให้เขาเคารพสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ตะโกนให้ตาย เขาก็ไม่ฟัง ไม่สนใจ
แต่สำหรับพวกเขา ระหว่างการเคารพสิทธิของประชาชน กับการปกป้องระบอบ เขาเลือกอย่างหลังแน่นอน สิทธิของปัจเจกตัวเล็ก ๆ จะอยู่เหนือความมั่นคงของระบอบได้อย่างไร
ความยุติธรรม, สิทธิเสรีภาพ, หลักกฎหมายแบบตะวันตกน่ะหรือ ถ้ามันคุกคามความมั่นคงของระบอบ ก็ยกเว้นได้เสมอ จะยกเว้นชั่วคราว หรือยกเว้นตลอดไปก็ได้ทั้งนั้น ... รัฐไทยก็ทำแบบนี้มาตลอด ทั้ง ม.112 กฏอัยการศึก พรก.ฉุกเฉิน ม.44 ใช้กันตลอดเวลา
ความมั่นคงของระบอบยังหมายถึงความมั่นคงของพวกเขาด้วย ประเทศนี้มันก็ปกครองด้วยระบอบนี้มาเนิ่นนาน จะเฮงๆ ซวยๆ บ้างก็ไม่เป็นไร พวกเขาก็อยู่รอดมาได้ แล้วถ้ามันจะล่มจมในวันข้างหน้า พวกเขาก็รอดอยู่ดี
ฝ่ายราษฎรบอกว่า "เราคือผู้บริสุทธิ์" ตราบเท่าที่กระบวนการยุติธรรมยังไม่ยุติ แต่ฝ่ายเขาไม่เชื่อไง ... คุณเชื่อกันจริงๆ หรือว่าพวกเขาไม่ได้ตัดสินไปแล้วว่าฝ่ายราษฎรผิด ... เราก็รู้กันอยู่ว่าการกำหนดเงื่อนไขประกันว่าสมยศ ไผ่ และแบงค์จะต้องไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถาบันอีก ก็คือการบอกว่าอย่าทำผิดซ้ำอีก เขาตัดสินไปแล้ว!
หลายคนน่าจะรู้ดีว่าคดีมาตรา 112 ต่อให้สิ่งที่พูดเป็นความจริง ก็ผิดอยู่ดี ต่อให้เรื่องที่พูดเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ก็ผิดอยู่ดี และศาลไม่สนใจพิสูจน์ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่พูดนั้นจริงหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานว่าใครคนนั้นพูดหรือทำจริง เขาก็ลงโทษได้เลย (ต่อให้บางกรณีหลักฐานอ่อน แต่ถ้าเขาเชื่อว่าคุณทำจริง เขาก็ลงโทษอีกเช่นกัน)
เราไม่รู้ว่าจะทำยังไงเขาถึงจะฟังเสียงของราษฎรก่อนที่จะมีใครต้องตายอีก
ประชาชนพูดด้วยเหตุผลก็แล้ว พยายามทำให้อายก็แล้ว (เช่น เพนกวิ้นและรุ้งอดข้าว คนข้างนอกอดข้าว ยืน 112 นาที นี่คือการทำให้อาย shaming) แต่เหมือนไม่สามารถทะลุทลวงกำแพงของโลกคู่ขนานใบนี้ได้เลย
#saveเพนกวิน
#ปล่อยเพื่อนเรา
ปล. พรุ่งนี้เราจะไปคุยกับเป๋า Yingcheep Atchanont กลุ่ม People GO network หน้าศาลอาญาตอนทุ่มนึงเรื่อง 112

วันพฤหัสบดี, เมษายน 29, 2564

“ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” ไม่มีในสารบบ ป.วิอาญา มาตรา ๑๐๗ และ ๑๐๘/๑


จากการอดอาหารอย่างต่อเนื่องมาเป็นวันที่ ๔๕ พริษฐ์ ชีวารักษ์ มีอาการเสื่อมโทรมอย่างหนัก ถึงขั้นถ่ายเป็นลิ่มเลือดปนกับชิ้นส่วนเนื้อเยื่อสีดำ เนื่องจากร่างกายทำการย่อยเนื้อเยื่อในกระเพาะแทนอาหาร เป็นสภาพที่ต้องได้รับการรักษาทันที

นางสุรีรัตน์ มารดาของเพ็นกวิ้นกล่าวว่า “ไม่ต้องการให้ลูกเข้ารักษาตัวที่รพ.ราชทัณฑ์ เนื่องจากในเรือนจำตอนนี้เต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคโควิด-19 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในคุกอย่างหนัก” ดังนั้นในวันนี้ (๒๙ เมษา) จะพยายามยื่นประกันขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง

แต่ในความรู้สึกของ กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายของพริษฐ์และบรรดาแกนนำราษฎรซึ่งถูกกล่าวหาทำผิด ม.๑๑๒ แล้วศาลยืนยันไม่ยอมให้ประกันตัวตลอดมา “เชื่อแน่ว่าศาลอาญาไม่ยอมให้เด็กๆ พวกนี้ได้รับการประกันตัวเพื่อออกไปต่อสู้คดี”

เหตุที่ทำให้เขาคิดเช่นนั้น น่าจะอยู่ที่คำปรารภปิดท้ายโพสต์ของเขาที่ว่า “ผมสิ้นหวังในระบบกฎหมาย ที่ให้อำนาจการตัดสินใจกับคนโง่ ไร้การตรวจสอบ หยิ่งยะโสโอหัง” เขายังเปรยด้วยว่า วันนี้หลังจากยื่นประกันแล้ว “จะกลับบ้านไปทำสิ่งที่มีความหมาย...กว่าการรอ”

จะเป็นอะไรไม่ช้าคงรู้กัน แต่ระหว่างนี้สิ่งที่วิญญูชนผู้ไม่ต้องการเห็น วีรบุรุษวีรสตรีประชาธิปไตยสูญเสียชีวิตไปกับการสังเวย เพื่อปลุกจิตสำนึกเหล่าอสุรกายที่เหี้ยมโหด หรือแม้แต่บรรดาไทยเฉย ไม่อินังขังขอบกับสิ่งซึ่งยังไม่เกิดกับตนเอง ยังทำได้ไปพลางๆ

กลุ่ม Association for Thai Democracy, USA เปิดการรณรงค์ให้ “ร่วมลงชื่อรับหลักการ กับการยื่นเจตจำนงต่อศาล เพื่อให้สิทธิในการประกันตัวเป็นไปอย่างเป็นธรรม” (คลิกตามลิ้งค์นี้ shorturl.at/nxBO9) โดยมีจดหมายเปิดผนึกถึงศาล

“พวกท่านต้องกลับมาตัดสินอย่างเที่ยงธรรม คืนสิทธิ์ที่ประชาชนควรจะได้รับ คืนสิทธิ์การให้ประกันตัวแก่นักโทษทางการเมือง” พร้อมด้วยร้อยกรองทำนองเสนาะ “เถิดตุลาการ จงคิดอย่างอิสระ รับภาระอันหนักหนา ทำหน้าที่ หากรับใช้ใบสั่ง ดั่งกาลี ตุลาการเช่นนี้ อย่ามีเลย”


เพราะการยะโสโอหังดึงดันไม่ยอมให้ประกันตัวแกนนำราษฎรไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ด้วยข้ออ้างเขียนง่าย “ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” แต่เข้าใจยากยิ่งนักว่ามันจะเป็นความยุติธรรมได้อย่างไร ตลก.ควรจะเงี่ยฟังผู้รู้กฎหมายที่มีจิตสำนึกมนุษยธรรมเสียบ้าง

Prinya Thaewanarumitkul นักวิชาการและผู้บริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ยกเอาตัวบทต่างๆ อันเกี่ยวกับ “การไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย” ไว้จะแจ้งตรงประเด็นว่า “ในคดีอาญา #ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด

นั่นคือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสองระบุไว้ “เพื่อให้ไม่ติดคุกก่อนศาลพิพากษาและสามารถสู้คดีนอกคุกได้” ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด อันสอดคล้อง ป.วิอาญา มาตรา ๑๐๗ กำหนด “ผู้ต้องหาหรือจำเลย #ทุกคน พึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว”

ในการปฏิเสธประกันต่อแกนนำราษฎร ตุลาการไม่ค่อยได้อ้างข้อยกเว้นไม่ปล่อยตัวตามมาตรา ๑๐๘/๑ ใน ป.วิอาญาตรงตามบทบัญญัติ กลับมักใช้สำนวนว่า “คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง” ปล่อยไปแล้วจะทำผิดเช่นเดียวกันอีก

อจ.ปริญญา ชี้ว่า “น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง” ตลก.มักเลี่ยงไม่ใช้ตัวบท ม.๑๐๗ และ ๑๐๘/๑ อีกทั้งเขียนคำพิพากษาด้วยลายมือลงบนสำนวน แทนที่จะทำเป็นหนังสือแจ้งเหตุให้สมบูรณ์ ฤๅ เพราะว่า ตลก.ในคดีเช่นนี้ มีอำนาจล้นพ้นเหนือกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

แม้จะอ้างความเป็นอิสระหรือ เงื่อนไขอื่นใดตามมาตรา ๑๐๘ วรรคสาม “ซึ่งเพิ่งแก้ไขในปี พ.ศ.๒๕๕๘” กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับผู้ได้รับการปล่อยตัว หรือ “จะสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจํากัดการเดินทาง” ได้

ณ เวลานี้ “สุขภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมได้แล้ว” หรือแม้แต่ “พบว่า #คำสั่งเดิมไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมาย ก็เป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งได้” ซึ่งชัดเจนอยู่ว่าที่ผ่านมาศาลละเลย ม.๑๐๗ และ ๑๐๘/๑

อย่างไรก็ดีในวันนี้มีผู้คนไปเฝ้ารอฟังผลการขอประกันของบรรดาแม่ๆ แกนนำราษฎรผู้ถูกคุมขังอีกครั้ง กันอย่างเนืองแน่น แม้นทางกรมราชทัณฑ์แถลงว่า อาการของเพ็นกวิ้นยังไม่ทรุดหนัก แค่อ่อนเพลียเล็กน้อย ทำเอาเกิดเสียงครหาเริ่มแพร่หลาย

#จะปล่อยให้เพ็นกวิ้นตายคาเรือนจำ เหมือน อากง หรือไรนี่

(https://www.facebook.com/prinya.thaewanarumitkul/posts/4133446440032596, https://www.facebook.com/krisadangpawadee.nutcharus/posts/4233194976711183 และ https://www.facebook.com/ThammasatUFTD/posts/285354293272698)