วันจันทร์, มิถุนายน 25, 2561

ประยุทธ์อิงแอบ ร.๑๐ รับสมอ้าง สมเด็จฯ ร.๙ ขอเลือก สว.เอง ๒๐๐ คน


ประยุทธ์พูดในรายการศาสตร์พระราชา อิงแอบรัชกาลที่ ๑๐ นี่ทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทนะ เพราะพูดความจริงไม่มาก และแทรกความเท็จเข้าไปเยอะ จะว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็เนอะ เก่งออกอย่างนั้น

ที่อ้าง “รัชกาลที่ ๑๐ รับสั่งกับผมเสมอ ก็คือให้รัฐบาลดูแลประชาชน พระองค์อยากให้บ้านเมืองเรามีความสงบเรียบร้อย มีระเบียบวินัย...อะไรทำนองนี้” (จาก Wassana Nanuam)

ก็เป็นธรรมดารัฐบาลไหนๆ ก็อ้างได้ ยิ่งรัฐบาลก่อนๆ อ้างรัชกาลที่ ๙ ยิ่งง่าย ไม่พลาด มาคราวนี้ถึงทีประยุทธ์อ้างสมเด็จพระราชินีในรัชกาลที่ ๙ เข้าให้ “ช่วงก่อนหน้านี้ผมได้เคยอยู่ถวายความปลอดภัยอยู่ ท่านรับสั่งเสมอคนไทยน่ารักไม่เหมือนคนอื่นเขา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดูแลประชาชนของเรา”

ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นอยู่แล้ว แต่ประยุทธ์กลับรับสมอ้างพระองค์ท่านว่า “วันนี้ถึงเวลาที่เราทำถวายท่านกันหรือยัง ทำไมเราต้องให้ท่านดูแลเราตลอดไปหรือ”

กับเธรีซ่า เมย์ ไม่อยากพูด ชอบแต่ยิ้มไม่เป็นไร นี่พูดไทยไฉนใช้ตรรกะมั่วซั่วนักล่ะ จะให้ถวายพระองค์ท่านด้วยการเชื่อฟังประยุทธ์และ คสช. น่ะหรือ จะเอาอะไรก็ได้ต้องให้ทุกอย่าง ห้ามเถียง ต้องศิโรราบและปลาบปลื้ม ใครไม่พอใจประท้วงเป็นโดนจับปักชนักคดีความกล่าวหา

ที่จริงน่าจะให้พระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ออกมาเลยว่า พสกนิกรทั้งหลายต้องเชื่อฟังประยุทธ์นะ “...อะไรทำนองนี้” มิดีกว่าแอบอ้างสมเด็จฯ ละหรือ

นั่นเป็นส่วนหนึ่งของการออกรายการที่โรงแรม เวสทินปารีส์วองโดม ท่ามกลางป้าๆ หน้าม้า และกลุ่มนักศึกษาที่ถูกสถานทูตเกณฑ์ให้ไปยกป้าย “ขวัญใจคนไทย สู้ๆ” หรือ “อยู่ต่อเลยได้ไหม” อะไรเนี้ย

แต่ที่เป็นความจงใจของประยุทธ์ในการอ้างสถาบัน (อย่างมั่วๆ) น่าจะเป็นที่บอกว่า “วันนี้ก็ขอเวลาช่วงแรกก่อน ๕ ปีแรก จะมีการคัดสรร ส.ว. ๒๐๐ คน และอีก ๕๐ คนไปคัดสรรมาจากประชาชน ซึ่ง ๒๐๐ คนนั้นผมขอเลือกเองก็แล้วกัน”

ก่อนจะมาถึงจุดที่ฟันธงเรื่องขอตั้ง สว. เอง ประยุทธ์พยายามใช้วิชารัฐศาสตร์การยึดอำนาจ หลักสูตร จปร. มาสาธยาย ตรรกะถึงได้ผิดเพี้ยนไปลิบไง เริ่มจากอ้างว่าที่ไปฟังเธรีซ่า เมย์ เล็คเชอร์น่ะปะเช้ง 'นโยบายการเมืองของเค้าตรงกับเราพอดี'

“วันนี้เรากำลังปฏิรูปการเมืองเหมือนกัน เช่นวันนี้เราจำเป็นต้องมีการแต่งตั้ง ส.ว. ซึ่งเคยแต่งตั้งมาแล้วในอดีต ๒๕๐ คน แล้วมาเลือกตั้ง กลายเป็นสองสภาที่มีที่มาคล้ายๆ กัน ก็เลยเกิดปัญหาคล้อยตามกันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง”


พูดไปเรื่อยเปื่อย ไม่ตรงความจริงกับที่อังกฤษเขากำลังปฏิรูปสภาขุนนางกันอยู่ ถ้าประยุทธ์เป็นติ่งตามอ่านข้อเขียนของ Pipob Udomittipong เสียบ้างจะได้ลืมหูลืมตา

นี่คงไม่รู้สินะ ประชาชนอังกฤษเกือบสองแสนคนเข้าชื่อลงนามใน petition ของรัฐสภา+รัฐบาล (https://petition.parliament.uk/petitions/209433%E2%80%AC) ให้ยกเลิก “House of Lords” หรือ สภาขุนนาง และมีการอภิปรายในสภาไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (18 มิ.ย.)

เพราะเขาเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร อำนาจที่แท้จริงในการออกกฎหมาอยู่กับ “House of Commons” สภาราษฎร สภาขุนนางอาจขอดูร่างกฎหมายได้ ขอเสนอแก้ไขได้ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ว่าสภาราษฎรจะเห็นชอบหรือไม่ ไม่มีแม้แต่อำนาจในการยับยั้งกฎหมาย

อำนาจที่เคยมีในฐานะเป็นสภาที่ปรึกษาของกษัตริย์ถูกลิดลอนไปจนเกือบหมด ตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อนโน่น (Parliamentary Act 1911 เป็นต้นมา https://www.parliament.uk/about/how/laws/parliamentacts/)

สภาขุนนางเป็นแค่ ซากเดนศักดินา จากยุคกลางที่เขารักษาไว้เป็นไม้ประดับเท่านั้นเอง ใครบอกนะว่า #น้ำท่วมไม่กลัวกลัวผู้นำโง่

หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องไปดูที่ผู้รู้ นักวิชาการกฎหมายมหาชน อย่าง ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ที่ให้ความกระจ่าง (แต่ประยุทธ์ไม่ฟัง จะเอาแต่มุดถ้ำหลวงดำน้ำ) ที่ว่า สภาขุนนางมีอำนาจหน้าที่น้อยกว่าสภาสามัญ (House of Commons)
 
อาจารย์พรสันต์บอกว่าจะสภาไหน ตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญจะต้องมี ห่วงโซ่แห่งความชอบธรรมกำกับ นั่นคือ “หากที่มามีจุดเชื่อมโยงจากประชาชนมากเท่าไหร่ อำนาจก็มีได้มากขึ้นเท่านั้น ในทางกลับกัน หากที่มามีจุดเชื่อมโยงจากประชาชนน้อย อำนาจก็ต้องลดน้อยถอยลงตามไปด้วย”


ด้วยเกณฑ์วัดของ ‘Principle of the Chain of Legitimacy’ นี้เอง ดร.พรสันต์ชี้ว่าสภาขุนนางที่มาจากการแต่งตั้งจึงไม่มีอำนาจพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการเงิน และไม่สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ แต่วุฒิสภาของ คสช. ดันมีอำนาจให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายกฯ ซะงั้น

ข้อสำคัญ ดร.พรสันต์เน้นว่าในระบบรัฐสภาของอังกฤษโดยพฤตินัย เป็นที่ยอมรับกันว่าประดุจดังมีสภาเดียว หรือ ‘De Facto Unicameralism’ ซึ่งถึงแม้สภาขุนนางยังมีอยู่ แต่ก็เป็นเพียง สภาไม้ประดับคนอังกฤษเขาถึงได้เรียกร้องให้ยุบเสียเถอะ

ประยุทธ์ดูท่าจะชอบ ไม้ประดับเป็นคนรักสวยรักงาม ไปอังกฤษต้องสวมเสื้อกั๊ก ผูกผ้าพันคอหลุยส์วิตอง ใส่แว่นดำเรแบน มาฝรั่งเศสใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนัง และยังสวมแว่นเรแบน ทั้งสองแห่งคงแดดจ้าระคายเคืองดวงตาหัวหน้ารัฐประหารไทย

แสดงว่าอากาศคงร้อนฉ่าพอดูสำหรับมาตรฐานผิวสัมผัสของคนทั่วไป แต่ I-Tube 4.0 from Thailandia แกดันทุรังอ้างว่า “ก็ผมหนาวของผมผมเนี่ย”

คลิบงานเสวนา 86 ปี 2475 กิ่งก้านและผลพวงการอภิวัตน์สยาม





86 ปี 2475 กิ่งก้านและผลพวงการอภิวัตน์สยาม


https://www.facebook.com/24junedemocracy/videos/947365582097376/


สารคดี "ปรีดี พนมยงค์" ฟังเหตุการณ์วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง...




https://www.youtube.com/watch?v=bTe9bUY8jic

สารคดี "ปรีดี พนมยงค์"

thereisnobodythere
Published on Jun 24, 2012

ฟังเหตุการณ์วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากปากคำของ กระจ่าง ตุลารักษ์ สมาชิกคณะราษฎร และท่านปัญญานันทภิกขุ เปิดเผยเบื้องหลังกรณีสวรรคต รัชกาลที่ 8 

พร้อมบทสัมภาษณ์ คุณยายน้อม ตามสกุล (น้องต่างมารดาของ อ.ปรีดี พนมยงค์), ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, สันติสุข โสภณสิริ และรศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ 

ผลิตโดย โครงการฉลอง 100 ปี ชาตกาล นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส (พ.ศ. 2543) อัปโหลดเมื่อ 24 มิถุนายน 2555 (วันครบรอบ 80 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง)

...




One thing missing from today's 1932 Siamese Revolution anniversary was, of course, the memorial plaque...







History Uprooted in Thailand

https://thediplomat.com/2017/04/histor



ดูด ส.ส. เขาทำกันแบบนี้ ! ฟังแล้วจะอึ้ง !




https://www.facebook.com/matichonweekly/videos/2170170786343589/

...

สมศักดิ์ ปริศฯ ผ่าเกมเลือกตั้ง - พลังประยุทธ์ เกมดูดที่ไม่น่าไว้ใจ ?




https://www.youtube.com/watch?v=Q7e-1b4L9Dg

มติชนสุดสัปดาห์ สัมภาษณ์พิเศษ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล

สรุปเนื้อหาในนิตยาสาร TIME




วันอาทิตย์, มิถุนายน 24, 2561

ห้ามจำหน่าย 'ไทม์' หน้าปกประยุทธ์ 'สฤษดิ์น้อย' เขาว่า "โดนสื่อฝรั่งเบี้ยว"

คุยใหญ่คุยโต อวดเก่ง อวดดี เป็น ทองเนื้อเก้าประยุทธ์พูดในรายการศาสตร์พระราชา ที่นิตยสารไทม์บอกว่าไม่ค่อยมีคนดู อ้างได้รับความ “เชื่อมั่น ไว้ใจ และจริงใจ” จากนานาประเทศ

“จนประชาคมโลกได้ประจักษ์ นะครับ ที่ผ่านมาผมได้รับเชิญให้ไปเยือนญี่ปุ่น จีน รัสเซียสหรัฐอเมริกา และอินเดีย อย่างเป็นทางการ” เขาพูดบันทึกเทปรายการในอังกฤษหลังจากได้เข้าไปนั่งเจี๋ยมเจี้ยมฟังนายกฯ เธรีซ่า เมย์ ถามว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่จ๊ะ

ประยุทธ์ได้แต่ตอบ อั้มๆ อ๊ะๆ ขณะเอกสารทางการยืนยันว่ากุมภา ๖๒ “ไม่แน่...เว้นแต่สถานการณ์” ทว่าไปให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์ก “ประสงค์ที่จะเห็นความต่อเนื่องของนโยบายของรัฐบาล คสช. ในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

จึงกำลังพิจารณาว่าจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่” เขาแย้มว่าจะแถลงการตัดสินใจในราวเดือนกันยายน “ที่ว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคการเมืองหรือไม่”
 
ก่อนหน้านี้ก็ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ฟู่ฟ่าน่าดู บอกว่า เขาใช้เวลาคิด ๖ เดือนก่อนทำรัฐประหารเมื่อ ๒๒ พ.ค. ๒๕๕๗ “เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต” นั่นเลยเชียว


น่าเสียดายที่บทสัมภาษณ์อันยาวเหยียดครอบคลุมอย่างกว้างขวางถึงวิถีชีวิตการเป็นผู้เผด็จการ สฤษดิ์น้อยของเขา ไม่อาจแพร่หลายในประเทศไทยได้ เพราะทางการรัฐบาลทหารไทยสั่งห้ามจำหน่ายเสียแล้ว

หากนอกประเทศและทางอินเตอร์เน็ตสามารถเปิดอ่านกันได้เสรี ที่นี่ http://time.com/5318235/thailand-prayuth-chan-ocha/

กรณีนี้มี #เบื้องหลังการถ่ายทำ จาก Sa-nguan Khumrungroj แย้มว่า “เพื่อนที่นั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาลยุค กะลา 4.0 เขียนมาเล่าว่า ผู้จัดแจงเชิญ TIME มาสัมภาษณ์ลุงตู่ถึงทำเนียบก็คือ โทรโข่งไก่นั่นเอง

กะเอาใจนายก่อนไปเยือนอังกฤษ ฝรั่งเศส ไม่กี่วัน แต่ดันโดนสื่อฝรั่งเบี้ยว ไม่เขียนตามใจเอาใจลุงตู่ของโทรโข่งไก่ บิ๊กๆ เต้นผางเลย ลุงก็เซ็งเป็ด จึงสั่งห้ามฉบับนี้เข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร และให้ผู้เกี่ยวข้องทำการประท้วงให้เด็ดขาดต่อไป”

ชาวเน็ตวิจารณ์กันลั่นว่าเนื้อหาที่ว่าฝรั่งเบี้ยว นั้นเป็นคำๆ เดียวเปรียบเปรยประยุทธ์เป็น ‘Little Sarit’ ที่จริงน่าจะมีมากกว่านั้น เพราะฝรั่ง (ชาลี แคมพ์เบลล์) เขาเขียนตามความเป็นจริงไม่อ้อมค้อม ไม่ต้องละไว้ในฐานที่เข้าใจ เป็นข้อมูลให้ตาสว่างเกี่ยวกับเมืองไทยเยอะแยะไปหมด

นอกเหนือจากประเด็นที่ไทม์เขียนว่า “อนาคตของไทยยังมืดมัว เพราะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน” แล้วจุดที่ทำให้ คสช. สั่งห้ามจำหน่ายนิตยสารไทม์ฉบับภาพปกรูปหน้าเหี้ย มเกรียมของประยุทธ์ คงจะเป็นตอนที่ไทม์อ้างถึงการสัมภาษณ์ครูโบว์ ณัฐฐา มหัทธนา ผ่านลูกกรงเรือนจำ ขณะเธอถูกควบคุมตัวข้อหาชุมนุมเรียกร้องเลือกตั้ง ขัดคำสั่ง คสช.
 
การสัมภาษณ์ครูโบว์ของผู้สื่อข่าวไทม์ครั้งนั้น ทำให้ผู้กำกับการตำรวจสถานีพญาไทถูกสั่งย้ายกระทันหัน (https://www.dailynews.co.th/crime/64561)

อย่างไรก็ดี การได้ นิคเนมเป็นสฤษดิ์น้อยของประยุทธ์ดังไทม์อ้างนั้น ผูกโยงกับการ “กระชับสายใยสัมพันธ์ของประยุทธ์กับราชสำนัก” เป็นหลักใหญ่ โดยไทม์ระบุว่ากฎหมายห้ามหมิ่นประมาทกษัตริย์ของไทยที่ดุดันที่สุดแห่งหนึ่งในโลกนั้น ถูกนำมาใช้ขยี้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล คสช.

“หลายๆ คนเชื่อว่าการทำรัฐประหารของประยุทธ์ แท้จริงเพื่อที่จะให้อำมาตย์ยังคงครอบครองอำนาจในประเทศช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านรัชกาล พระมหากษัตริย์องค์ใหม่ของไทย มหาวชิราลงกรณ์ ทรงมีสไตล์ในการดำรงชีวิตไม่ได้เป็นไปตามแบบตามแผน และมิได้ทรงพระบรมเดชานุภาพเทียบเท่าพระราชบิดา”

(http://time.com/5318235/thailand-prayuth-chan-ocha/)

ขึ้นปก TIME = คนดี ต่างชาติยอมรับ อิอิ (บิน ลาเดน ก็เคยขึ้นปก Time นะ)


...




นายกฯ เยือนต่างประเทศ-ขึ้นปกไทม์ สะท้อนการยอมรับไทย

ooo

"อ.สมศักดิ์ เจียม" โพสต์เรื่องที่ไทม์เขียนถึงเรื่อง "สฤษดิ์น้อย"

ในประเทศไทย พระราชวงศ์ได้รับการปฏิบัติต่อด้วยการเคารพสักการะราวกับเทพเจ้า. ประยุทธ์ได้เสริมความสัมพันธ์กับราชวงศ์ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และทำให้เขาได้รับชื่อเล่นว่าสฤษดิ์น้อย ตามชื่อของจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ผู้ยึดอำนาจด้วยการรัฐประหารในปี 2500 และได้ช่วยยกสถาบันกษัตริย์ให้มีบทบาทสูงสุดในสังคมไทย. ทุกวันนี้ ทุกครัวเรือนไทยจะติดรูปกษัตริย์ไว้เป็นรูปสูงสุดในบ้าน. และประเทศไทยมีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เข้มงวดที่สุดในโลก ซึ่งถูกใช้มากขึ้นๆเพื่อบดขยี้เสียงคัดค้าน.

หลายคนเชื่อว่าการรัฐประหารของประยุทธ์มีเป้าหมายเพื่อทำให้ชนชั้นนำประเทศไทยยังคงอยู่ในอำนาจควบคุมสถานการณ์ระหว่างช่วงการเปลี่ยนรัชกาลที่อ่อนไหว...

อ่านโพสต์เต็มได้ที่...



ทักษิณเริ่มออกหมัดอีกแล้ว




ทักษิณเริ่มออกหมัดอีกแล้ว

สงครามมีหลายแนวรบ เมื่อแนวรบนี้ไม่สำเร็จเราก็บุกแนวรบอีกแนว ประชาชนย่อมมีทางเลือกเสมอ

ดูจากภาพนี้แล้ว นายกฯสองพี่น้องนี่ยังสู้ไม่ถอยครับ (หากยอมแพ้เขาคงเลิกมีบทบาท และเงียบไปแล้ว แต่นี่ไม่)สงครามไม่ได้จบลงตรงที่ออกนอกประเทศ สงครามการเมืองยุคนี้ รบกันเป็นสงครามยืดเยื้อ การยึดอำนาจรัฐได้ ไม่ใช่ชัยชนะถาวร เป็นแค่ชัยชนะชั่วคราวเท่านั้น และมีโอกาสที่จะถูกยึดคืน พร้อมทั้งจ่ายดอกเบี้ยราคาแพง

เห็นภาพนี้แล้ว คสช.จะสู้ยังไง สงครามไม่จบง่ายๆ แน่นอน

โอกาสชนะทักษิณ แบบเด็ดขาดนั้นไม่มีแล้ว ศัตรูทักษิณที่ทรงพลังไม่ตายก็แก่ แล้วก็ตาย แบบวสิษฐ เดขกุญชร เกลียดทักษิณหนักหนา ด่าทักษิณ สู้ทักษิณมาสิบปี แล้วก็ตายโดยที่ยังไม่สามารถเอาชนะได้ ตายตาไม่หลับ

พล.อ.เปรม ศัตรูตัวสำคัญของทักษิณ ก็คงอยู่อีกไม่นาน

แนวรบต่างๆ ก็ไม่ได้ปิดตายหรอกครับ บุกตรงหน้าแบบหวังให้ศาลทำยังไม่ได้ ก็ตีโอบไปเรื่อยๆ

วันนี้ทักษิณอาจไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครมาก


Thai Ariyaskun

#ไทยแลนด์แดนลิเก อื่อหือ อื่อหือ........





ผู้นำพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ภาษากายและเนื้อหาของการพูดด้วยภาษาตัวเองคือสาระสำคัญ ถ้าห่วยแตกทั้ง 3 อย่างก็เป็นตัวตลกในเวทีสากล ทำได้แค่ช็อปปิ้งสินค้าต่างชาติเพื่อซื้อโอกาสเข้าพบผู้นำต่างชาติแค่นั้น

#ไทยแลนด์แดนลิเก

กานดา นาคน้อย
นักวิชาการ มหาวิทยาลัยคอนเน็คติกัต

Twitter : @kandainthai

...


We Love You : ความรักและพลังใจที่ถ่ายเทให้กัน ยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย "องศาเหนือ" อาลัย "แสงดาว ศรัทธามั่น" กวีล้านนาที่อยู่เคียงข้างประชาชนผู้ทุกข์ร้อน เป็นมหามิตร เป็นที่รักของทุกคน จวบสิ้นอายุขัยในวัย 73 ปี


https://www.facebook.com/thaithenorth/videos/2042370606090642/

[รวมภาพ]
ความรักและพลังใจที่ถ่ายเทให้กัน ยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย
The North องศาเหนือ ร่วมไว้อาลัย แสงดาว ศรัทธามั่น กวีล้านนาที่อยู่เคียงข้างประชาชนผู้ทุกข์ร้อน เป็นมหามิตร เป็นอ้าย เป็นอุ้ยใจดี เป็นที่รักของทุกคน จวบสิ้นอายุขัยในวัย 73 ปี

ขอบคุณ
ภาพประกอบของทุกท่านที่โพสท์ไว้ใน FB : Sangdao Sattaman
เพลง แสงดาว โดย สุดสะแนน

คลิกอ่านรายละเอียด อำลาแสงดาว 28 มิ.ย.นี้ https://www.citizenthaipbs.net/node/23514

...

แสงดาว ศรัทธามั่น ตายอายุ 73 ปี
เคยทบทวนอายุนักเขียน นักสู้
ไม้ เมืองเดิม 37 ปี ยาขอบ 49 โกวเล้ง 47
อิศรา อมันตกุล 48 จิตร ภูมิศักดิ์ 36
เช กูวาร่า 39 ฉันรำพึงว่า อายุสั้นนะ
แต่ เรืองรอง รุ่งรัศมี แย้งประมาณว่า อายุสั้น -ยาว จะเป็นไร สำคัญตอนมีชีวิตอยู่
กวาดอ่านนิยาย 30 กว่าเรื่องของ ไม้ เมืองเดิม คุณค่างานของเขายิ่งกว่านักเขียนอายุสักร้อยปี
อ่าน ฤทธิ์มีดสั้น อายุ 47 ปีของ โกวเล้ง มีคุณค่ายิ่ง
ตรงกันข้าม คนอายุเฉียดร้อยปี แต่ยังตั้งหน้าสร้างระบอบราชาธิปไตยเผด็จการ อันมีทหาร และศาลเป็นเครื่องมือ ชีวิตยืนยาวมีคุณค่าใด
ผมรู้จักอ้ายแสงดาว ในชื่อจริง ศักดิ์ ไชยดวงสิงห์ ในปี 2517 เมื่อผมทำ นสพ.อธิปัตย์ มีคอลัมน์จดหมายจากชนบท จะมีคนเขียนส่งมาประจำและเขียนได้น่าอ่าน คือ ครูศักดิ์ ไชยดวงสิงห์ จากหางดง เชียงใหม่ และ หมอเมืองพร้าวหรือ นพ.อภิเชษฐ์ นาคเลขา เขียนส่งประจำทั้งที่ไม่มีค่าเรื่อง(พวกเราที่ทำงานก็ไม่มีเงินเดือนครับ แต่อยู่ได้ด้วยแรงหนุนของมวลชน )
สี่สิบกว่าปี ครูศักดิ์ หรืออ้ายแสงดาว ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน
ไม่หมอบราบกราบคนพาล เพื่อหวังฟ้าประทานยศฐาศักดินากวี
ประกาศเป็น ขบถโรมานซ์ เยี่ยงเสรีชนทระนง
73 ปีของอ้ายแสงดาว ศรัทธามั่น สมบูรณ์แล้วครับ
ดังนั้นขอเชิญมาม่วนซื่นโฮแซว เฉลิมฉลองให้กับวัย 73 ปี มีคุณค่า ผ่านเวลายั้งยืนนาน ของ Starlight Strongfaith

วัฒน์ ท่าเสา

...




คนไทยในปารีสน่ารักจัง... พูดถึงประยุทธ์ และทำไมตัองประท้วงประยุทธ์




https://www.facebook.com/junya.yimprasert/videos/10212621501273191/

...




ประกาศ... โปสเตอร์และสติกเกอร์ "#ที่นี่ไม่ต้อนรับมึง #จับเผด็จการประยุทธ์ไปเข้าคุก" ติดรอบกรุงปารีส!!!





#ที่นี่ไม่ต้อนรับมึง
#จับเผด็จการประยุทธ์ไปเข้าคุก

และโปสเตอร์ภาษาฝรั่งเศส แปลความว่า

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
เผด็จการจากประเทศไทย
ที่นำก่อการรัฐประหาร 2557
เพื่อโค่นรัฐสภาที่มาจากระบอบประชาธิปไตย

จะเดินทางมาปารีสระหว่างวันที่ 22-25 มิถุนายน
มาพบกับประธานาธิบดีมาครอน
เพื่อเจรจาเรื่องการตกลงการค้ากับแอร์บัส

ประยุทธ์ไม่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย
สำหรับมาครอน พวกเราขอบอกว่า โปรด
อย่าทำข้อตกลงใดๆ กับเผด็จการไทย

ข้อความถึงประยุทธ์นั้นชัดเจนอยู่แล้วว่า
เอาพวกกองทัพไทยของมึงออกไปจากทำเนียบรัฐบาล

-----------------------------------

Général Prayuth Chan-Ocha
DICTATEUR DE THAÏLANDE
Le Chef du Coup d’État en 2014
qui renversait notre parlement démocratique
et qui arrivera à Paris entre 20 et 25 juin
pour rencontrer Macron
pour faire les contrats avec Airbus.
PRAYUTH NE REPRÉSENTE PAS
LE PEUPLE DE THAÏLANDE

On dira à Macron que
‘NE FAIS PAS LES LES AFFAIRES avec la Junte Thaïe’
Le message à Prayuth est évident:
DÉGAGES LE PUTAIN DE TON ARMÉE ROYALE DU PARLEMENT

ที่มา FB

Junya Yimprasert












มีงี้ด้วย ก่อนเริ่มงานประยุทธ์พบคนไทยในปารีส สถานทูตไทยได้เรียกนักเรียนไทยไปเจอก่อน แล้วแจกป้าย "เชียร์ลุงตู่" ให้ช่วยกันถือ ดังภาพ




24 มิ.ย.ปีนี้ ครบรอบ 86 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย







วันเสาร์, มิถุนายน 23, 2561

พลเมือง 'แพ้' นปช. 'พ่าย' ของตายคดีฟ้องรัฐประหารและสลายชุมนุม ๕๓ ไม่เป็นไรจนกว่า "วันของประชาชนมาถึง"


สองคดีต่อฝ่ายรัฐประหาร ที่พลเมืองและประชาชน พ่ายไปตามเชิง ทั้งด้วยรัฐธรรมนูญและศาลที่ยังเอื้อต่อผู้ยึดอำนาจ จึงไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีกต่อไป และมุ่งหน้าตามคำปาวารณาของ อานนท์ นำภา “เมื่อวันของประชาชนมาถึง เราจะร่วมชำระคดี...อีกครั้ง”

๒๒ มิถุนา ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ไม่รับคำฟ้องของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่กล่าวหา คสช.มีความผิดฐานก่อการกบฏ ทำรัฐประหารเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ตามบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓

ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนแยกแยะรายละเอียดคำตัดสินของศาลไว้เป็นจะเป็นโกลนโดยสรุปดังนี้

ต่อคำฟ้องที่ว่ามาตรา ๔๗ และ ๔๘ แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว (ของ คสช.) พ.ศ.๒๕๕๗ ไม่มีสภาพเป็นกฎหมาย เนื่องจาก “บุคคลหาอาจถือเอาประโยชน์จากความฉ้อฉลที่ตนได้ก่อขึ้น หาอาจเรียกร้องใดบนความอยุติธรรมของตน หาได้รับยกเว้นความรับผิดจากอาชญากรรมของตัวเองได้” นั้น

ศาลเห็นว่า ในเมื่อคณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจ “อย่างเบ็ดเสร็จ” แล้ว ไม่มีคณะรัฐมนตรี ไม่มีวุฒิสภา ไม่มีสถาบันนิติบัญญัติ มีแต่คณะรัฐประหารที่ “ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์” ดังนั้น รัฐธรรมนูญชั่วคราวของผู้ยึดอำนาจจึงมีสถานะเป็นกฎหมาย

ศาลยังยกเอาเนื้อความตามมาตรา ๔๘ ที่ผู้ฟ้องร้องให้เป็นโมฆะนั้นมาอ้างอีกด้วยว่า การกระทำต่างๆ ของคณะรัฐประหารและผู้ปฏิบัติตามการบังคับบัญชา “หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง”

ไม่เท่านั้นศาลได้นำเอาบทบัญญัติมาตรา ๒๗๙ แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับ คสช. สั่ง) ที่รับรองการออกคำสั่ง ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทางกฎหมายของ คสช. รวมทั้งที่จะออก ต่อไป(ในภายภาคหน้า) ตามมาตรา ๒๖๕ วรรคสอง ล้วนถือว่า “ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฏหมาย” ทั้งสิ้น

ส่วนประเด็นที่สอง “ที่โจทก์ทั้งสิบห้าฎีกาเรื่องที่ศาลยกฟ้องโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้อง ตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๖ () เป็นการข้ามขั้นตอนกระบวนการพิจารณา” ถือว่าเป็นการไม่ชอบ

ศาลอ้างกฎหมายอาญามาตรา ๑๘๕ ที่ให้อำนาจศาล “ชอบที่จะยกฟ้องได้เลย โดยไม่จำต้องไต่สวนมูลฟ้องและประทับรับฟ้องก่อน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสิบห้านั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสิบห้าฟังไม่ขึ้น”

 
รวมความว่าการตัดสินของศาลฎีกาครั้งนี้ใช้เหตุผลในการไม่รับฟ้อง วนเวียนอยู่กับหลักการที่ว่า รัฐประหารทำให้ผู้ยึดอำนาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เพราะสามารถกำจัดกวาดล้างองค์กรทางประชาธิปไตยได้อย่างเบ็ดเสร็จ เช่นเดียวกับอำนาจในการวินิจฉัยของศาล

ต่อไปภายหน้า เมื่อวันของประชาชนมาถึง เราคงอ้างถึงศาลนี้ได้ว่าเป็น ศาลรัฐประหารหรือถ้าจะจำเพาะเจาะจงลงไปก็ได้ว่า ศาล คสช.

อีกคดีเป็นข้อวินิจฉัยขององค์กรอิสระ ที่เรียกกันติดปากว่า ปปช. หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งมักจะ ป้องคณะทหารที่ยึดอำนาจ และไม่ ปราม ผู้ต้องหาที่เป็นชนชั้นนำ –อำมาตย์ หรือวงวานว่านเครือ พวกพ้องคณะยึดอำนาจ แต่ ปราบ แหลกกับเส้นสายหรือผุ้สนับสนุนรัฐบาลชุดที่ถูกทหารยึดอำนาจ

คดีที่กลุ่มแกนนำ นปช. หรือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เรียกร้องให้ ปปช.รื้อฟื้นการสั่งสลายชุมนุมการเมืองเมื่อปี ๒๕๕๓ ที่มีผุ้ชุมนุมโดนกระสุนจริงยิงตายกว่า ๙๐ ราย ผู้ยื่นคำร้องเช่น จตุพร พรหมณ์พันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีก ๔ รายการไปกับคำร้อง ๔ ประเด็น
 
ปปช.โดยเลขาฯ วรวิทย์ สุขบุญ แถลงว่าจะไม่รื้อคดีขึ้นมาอีก ในกรณีที่เป็นความรับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะเกิดเหตุ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในตำแหน่ง ผอ. สอฉ. ผู้สั่งการในขณะนั้น

แต่ถ้าจะมีการร้องเรียนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ ให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ใช้กระสุนจริงยิงผู้ชุมนุม ก็ (เชิญเลย) ย่อมทำได้

เหตุผลที่ ปปช.ใช้ประกอบการวินิจฉัยว่าการสลายชุมนุมที่มีคนตายใกล้ร้อย (ส่วนใหญ่ด้วยกระสุนสงคราม) นั้นผู้สั่งการกระทำไปด้วยความชอบธรรม ตามครรลองสากลเสียด้วย
 
แต่ถ้าเทียบกับการสลายชุมนุมก่อนหน้านั้นสองปี มีคนตายสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ชุมนุมถูกสะเก็ดแก๊สน้ำตา แต่บาดแผลใต้ราวนมเหวอะหวะเพราะล้มลงกระแทกระเบิดปิงปองในย่าม กับอีกคนเป็นตำรวจที่ไปร่วมชุมนุม พยายามขับรถจี๊บที่มีระเบิดแสวงเครื่องติดอยู่พุ่งเข้าไปยังสำนักงานพรรคชาติไทย ร่างแหลกตายคารถ

คดีนี้คนสั่งสลายผิดมหันต์ เพราะ “ไม่มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม” ระหว่างการสลาย “ไม่สั่งการให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติ” และอันนี้สำมะคัญยิ่ง “ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธ” คงเป็นด้วยเขาถือว่าระเบิดแสวงเครื่องกับระเบิดปิงปอง ไม่ใช่อาวุธ

หรือไม่ก็ระเบิดไปหมดแล้ว (ถึงได้ตายไง) เลยไม่มีหลักฐานหลงเหลือพอให้วินิจฉัยได้ว่าเป็นของใคร ที่อยู่กับตัวผู้ตาย ปปชงจึงสรุปว่า ไม่มีอาวุธ

สนใจรายละเอียดยิบยับในถ้อยคำพร่ำพรรณนาของ ปปช. ตามไปอ่านรายงานของอิศราที่ https://www.isranews.org/isranews/67073-isranews_67073.html

การต่อต้านประยุทธ์ที่ฝรั่งเศสขยับแล้ว... จดหมายถึงแอร์บัส การช่วยทำให้เผด็จการประยุทธ์ ได้จับมือกับเอมมานูเอล มาครอน = แอร์บัส ให้การสนับสนุนผด็จการ ปิดกั้นประชาธิปไตย...







จดหมายถึงแอร์บัส

Guillaume Faury
ประธานกลุ่มแอร์บัส ฝรั่งเศส
5 Quai Marcel Dassault,
92150 Suresnes

เรียนท่านประธาน Guillaume Faury

รัฐประหารเมื่อปี 2557 ในประเทศไทย ที่นำโดยเผด็จการคนปัจจุบันของไทยที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และทำการปิดการการใช้สิทธิแสดงออกซึ่งเสรีภาพและเสรีภาพในการรวมตัวของประชาชน

ภายใต้กฎของเผด็จการประยุทธ์ ทหารและตำรวจสามารถเข้ามายังบ้านเรือนของพวกเราโดยไม่ต้องมีหมาย และสามารถปิดปากผู้ที่ส่งเสียงคัดค้านเผด็จการ และครอบครัวของพวกเรา ภายใต้ความเป็นไทยจ้า มันมีการคุกคามที่รุนแรง ต่อผู้ที่แม้แต่แค่แสดงออกอย่างเบาๆ ถึงความไม่เห็นด้วยกับการปกครองของทหาร รวมทั้งการคุกคามการใช้สิทธิแรงงานของไทยในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะันออก ที่มีการใช้ทหารและนักเลงหัวไม้มาคุกคาม คุกคามศัตรูที่ไหนหรือ ก็คุกคามคนไทยนี่ล่ะ

การช่วยทำให้เผด็จการประยุทธ์ ได้จับมือกับเอมมานูเอล มาครอน แอร์บัสก็ได้ให้การสนับสนุนการปิดกั้นประชาธิปไตยในประเทศไทย และให้ความช่วยเหลือเผด็จการประยุทธ์ ในการสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลที่ไร้ซึ่งความชอบธรรมโดยสิ้นเชิงของเขา

ผู้คนต่างก็ต้องเดินทางและก็ขอบคุณแอร์บัสที่รู้วิธีการสร้างเครื่องบินที่ปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร

แอร์บัสไม่จำเป็นต้องสนับสนุนเผด็จการทหารของประเทศไทย แอร์บัสไม่จำเป็นจะต้องลงนามใดๆ กับเผด็จการประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผู้ยึดอำนาจเข้ามา แอร์บัส สามารถลงนามตกลงการค้าได้เมื่อประชาธิปไตยได้คืนสู่ประเทศไทยแล้ว

ขอแสดงความนับถือ

จรัล ดิษฐาอภิชัย, jarangreat@gmail.com
Thai Overseas for Democracy

จรรยา ยิ้มประเสริฐ. act4dem@gmail.com
แอคชั่นเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย

สมศักดิ์ ราชโส, s_rachso@hotmail.com
ภาคีเพื่อสิทธิมนุษยชน, ออสเตรเลีย

องค์กรรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย, อังกฤษ
Thailand Human Rights Campaign, UK
thaihrc@gmail.com

-----------

Guillaume Faury
President, Airbus Group France
5 Quai Marcel Dassault,
92150 Suresnes

Dear Sir,

The 2014 military coup in Thailand, led by the current Thai dictator, General Prayuth Chan-ocha, terminated our democratically elected parliament, our Freedom of Speech and Freedom of Assembly.

Under rule of Prayuth’s military junta, soldiers and police enter our homes without warning to shut the mouths of any dissenting voices and threaten our family members. Beneath the usual Thai razzle-dazzle there is violent suppression of even the mildest forms of opposition to the rule of the military junta. Alongside suppression of worker’s rights, Thailand’s Eastern Seaboard Industrial Zone is increasingly engaged in military and para-military activity. Against what enemy? The Thai people.

By making it possible for General Prayuth to shake hands with Emmanuel Macron, Airbus is supporting the suppression of democracy in Thailand and assisting General Prayuth’s attempt to legitimise his illegitimate government.

People need to travel and are thankful that Airbus knows how to make safe aircraft.

Airbus does not need to support the military dictatorship of the people of Thailand. Airbus does not need to ‘sign-up’ with General Prayuth the Imposter. Airbus can contract on condition that Thailand is returned to democracy.


Jaran Ditapichai, jarangreat@gmail.com
Thai Overseas for Democracy

Junya Yimprasert, act4dem@gmail.com
Action for Peoples Democracy Thailand

Somsak Rachso, s_rachso@hotmail.com
Thai Alliance for Human Rights, Australia

and

Thailand Human Rights Campaign, UK
thaihrc@gmail.com

...

จะทำให้ข้อความของพวกเราเสียงดัง
ก็ต้องทำให้มันเสียงดังในโลกโซเชียลมีเดีย

ฝากกระจายด้วยนะครับ

Junya Yimprasert


ที่มา FB

Junya Yimprasert







งอแง เรียกร้องความสนใจ : ผมหนาวของผม !! “นายกฯบิ๊กตู่”พ้อ โดนด่า ทุกเรื่อง ทั้งผ้าพันคอ และ ภาษาอังกฤษ ยัน ไม่โกรธ คนเห็นต่าง



ผมหนาวของผม !!

“นายกฯบิ๊กตู่”พ้อ โดนด่า ทุกเรื่อง ทั้งผ้าพันคอ และ ภาษาอังกฤษ ยัน ไม่โกรธ คนเห็นต่าง ยันม็อบ มาไม่ถึงร้อย ลั่น”ผมหนาวของผม ถ้าไม่ใส่ คงป่วยไปแล้ว ผมก็พันผ้าพันของผม ไม่ได้ดูยี่ห้ออะไร ชี้ ถ้าจะให้ผมใช้ภาษาอังกฤษ ก็คงเหนื่อย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้พบปะชุมชนไทยในกรุงลอนดอน พร้อมกล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้พบกับชุมชนชาวไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ และรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และขอชื่นชมคนไทยที่นี่แม้อยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่มีสายใยความผูกพันต่อกัน

ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ แม้มีคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งสื่อเขียนว่ามีมาชุมนุมเป็นร้อยคน แต่ตนพยายามนับแล้วก็ไม่ถึงร้อย แต่ตนเข้าใจ ไม่ว่าอะไร ไม่โกรธ พร้อมฝากบอกคนเหล่านั้นว่า สิ่งที่ตนทำทั้งหมดเพื่อคนไทย

นายกฯ กล่าวว่า การมาเยือนสหราชอาณาจักรครั้งนี้ ตั้งใจจะทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย ขณะที่การทะเลาะเบาะแว้งกันอาจส่งผลเสียมาถึงประเทศของเราได้

อย่างไรก็ตาม ทุกรัฐบาลไม่มีใครอยู่นาน ทำงานปีแรกก็ดี แต่เมื่อเข้าปีที่ 2 ก็ไม่ค่อยจะดี เพราะต้องเตรียมการเลือกตั้งในครั้งต่อไป นี่คือความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่ทำให้การพัฒนาประเทศต้องหยุดชะงัก ซึ่งตรงนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

“ในโลกโซเชียลไม่มีใครชมผม มีแต่ด่า ตอนแรกก็โกรธมากเพราะผมเป็นทหาร ใครว่าแล้วมันกระทบศักดิ์ศรี และเมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เพราะเหตุผลของผมเอง ไม่มีใครเขาเลือกผมเข้ามา แต่ผมก็ต้องทำ ขอเพียงอย่างเดียวเกียรติยศผมมี ดังนั้นผมไม่เคยทำความเลวร้ายอย่างที่เขาทำกันมา จึงอย่ามามองผมเป็นแบบเดียวกัน

วันนี้ผมทำใจได้แล้ว ไม่โกรธแล้ว อย่างเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่เดินทางมาถึงอังกฤษ ผมไม่ค่อยสบาย รู้สึกหนาวๆร้อนๆ ผมใส่เสื้อไปเดินในสวน ก็ถูกกล่าวหาว่าแต่งตัวหล่อเกินไป ทำไมไม่ดูตัวอย่างรองนายกฯและรัฐมนตรีที่มาด้วยแต่งตัวตามสบาย กลายเป็นอย่างนั้นไป

เมื่อผมหนาวของผม ถ้าไม่ใส่ คงไม่ได้มาเจอกันวันนี้ คงป่วยไปแล้ว ผมก็พันผ้าพันของผม ไม่ได้ดูยี่ห้ออะไร

แต่บังเอิญว่ามันมียี่ห้อก็ไม่ได้แพงมากมายอะไร ถ้ามีคนจับตามองผมแบบนี้ วันหน้าจะเอาผ้าขาวม้ามาด้วย

ขณะที่สิ่งที่ผมทำมาทั้งหมดกลับไม่มีอะไร ข่าวกลายเป็นว่านายกฯแต่งตัวหล่อเกินไป ใช้ของมียี่ห้อทั้งแว่นตาและผ้าพันคอ แต่งานต่างๆทำแทบตาย เหนื่อยเปล่าๆ แบบนี้มันไม่ใช่”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เวลาที่นายกฯหรือรัฐมนตรีไปทำงานที่ต่างประเทศ ต้องแสดงอินเทรนด์ แสดงข้างในออกมาให้ต่างชาติเขารู้ ต้องมีความเท่าทัน ไม่ใช่เขาพูดอะไรมาก็ตอบ“เยส”หรือส่ายหน้าตลอด เพราะฟังไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่น่าอับอาย ซึ่งตนไม่อยากจะพูดว่ามีใครบ้าง

ทั้งนี้ ตนขอชื่นชมกระทรวงการต่างประเทศที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศในเวทีต่างประเทศ และไทยต้องเป็นผู้นำทางพฤตินัยในทุกเวทีโลก ต้องแสดงความคิด พร้อมกับเก็บสิ่งที่ประเทศอื่นพูดในเวทีโลก โดยตนอาจใช้ได้เรื่องการฟัง

แต่ในเรื่องของการพูด ถ้าจะให้ตนใช้ภาษาอังกฤษ ก็คงเหนื่อย เพราะต้องแปลในหัว ตนจึงมีล่ามที่แปลภาษาได้ทัน ซึ่งตนฟังด้วยว่าล่ามโกหกหรือไม่ โชคดีที่มีคนเก่งและรักอยู่ในตัวทำงานร่วมกันมาตลอด


Wassana Nanuam

...



สส.ถูกดูด ทักษิณแคร์ไม๊ ?


...

สัญญาณจาก ทักษิณ



https://www.youtube.com/watch?v=QPU78BX469I

SHTV

Published on Jun 22, 2018

ชมสดได้ที่ facebook Voice TV - Tonight Thailand


5 ปฏิญญาว่าด้วยการเลือกตั้งของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยให้ไว้



(ล่าสุด) ปฏิญญาลอนดอน ประยุทธ์ยืนยันนายกฯ อังกฤษ ไทยเลือกตั้งต้นปี 2562 แน่นอน





ที่มา The Standard

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 16.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินทางเยือนทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง โดยมีนางเทเรซา เมย์ (Theresa May) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรให้การต้อนรับและถ่ายรูปร่วมกันก่อนที่จะพบปะหารือ

พล.อ. ประยุทธ์ ได้ขอบคุณที่รัฐบาลอังกฤษให้การต้อนรับการในเยือนครั้งนี้ พร้อมชื่นชมนางเทเรซา เมย์ ในการเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในการเจรจาให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปด้วยเงื่อนไขที่ดีที่สุด

รวมถึงนโยบาย Global Britain ที่ยึดมั่นในการค้าเสรี และเป็นโอกาสดีที่สหราชอาณาจักรจะเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศต่างๆ ทั้งในและนอกยุโรป พร้อมชื่นชมที่สหราชอาณาจักรให้ความสำคัญต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญเช่นกัน

ส่วนเรื่องการเดินหน้าทางการเมืองไปสู่ประชาธิปไตยยืนยันว่า ต้นปีหน้าจะมีการเลือกตั้งแน่นอน เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งต่างๆ หลายฉบับทยอยประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว และการเดินหน้าเข้าสู่ประชาธิปไตยของไทยจะต้องมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ และเหมาะกับบริบทของความเป็นไทย

ขณะเดียวกันสิ่งที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการในขณะนี้คือเดินหน้าการปฏิรูปโดยมีวัตถุประสงค์ให้ประเทศไทยมีการพัฒนาที่มีระเบียบแบบแผน ประเด็นสำคัญอีกเรื่องประเทศไทยจะต้องเตรียมตัวสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

ขณะที่ นางเทเรซา เมย์ กล่าวว่า ได้ติดตามพัฒนาการทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทยอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าไทยกำลังเดินทางสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคง ยั่งยืน รวมทั้งเล็งเห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร เนื่องด้วยประเทศไทยมีศักยภาพและมีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียน พร้อมที่จะเป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาค และดำเนินความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยจะดำเนินการเจรจาเกี่ยวกับการเปิดการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนความเชื่อมั่นที่มีต่อนโยบาย Thailand 4.0 และยินดีสนับสนุนให้ภาคเอกชนอังกฤษร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)


ฉีกรัฐธรรมนูญแต่ไม่ผิดกม.เพราะมีรัฐธรรมนูญคุ้มครอง wowww just wow so easyyyyy - ศาลฎีกา ยกฟ้องคดี คสช. ก่อรัฐประหารไม่ผิดกฎหมายไม่กบฎ





ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยให้เหตุผลว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าตามฟ้อง พ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิงโดยอำนาจตามมาตรา 48 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ที่บัญญัติโดย คสช. ซึ่งมีอำนาจในเชิงข้อเท็จจริงว่า เป็นคณะบุคคลที่ใช้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติ โดยควบคุมกลไกและหน่วยงานของรัฐได้นั้นมีสภาพเป็นกฎหมาย และตามมาตรา 279 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ถูกตราขึ้นในวันที่ 6 เม.ย. 2560

ที่มา ประชาไท
https://prachatai.com/journal/2018/06/77528




ชวนอ่าน...

บีบีซีไทย - BBC Thai เผื่อกรณีที่คุณผู้อ่านพลาด บีบีซีไทยมีรายงานในรูปแบบการนำเสนอพิเศษ อ่านง่ายเข้าใจง่ายด้วยกราฟฟิก “4 ปีรัฐประหาร มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของใคร?” https://www.bbc.com/thai/resources/idt-sh/thai_junta



...

Thank Pokpong Thunggachira ฉีกรัฐธรรมนูญแต่ไม่ผิดกม.เพราะมีรัฐธรรมนูญคุ้มครอง wowww just wow so easyyyyy

ศาลก็แค่ขี้ข้าทำตามคำสั่งของเผด็จการทหารเหมือนเดิมทุกยุคสมัย
มิตรสหายท่านหนึ่ง



คำหรูของลุงตู่






*** คำหรูของลุงตู่ ***

“ทำรัฐประหาร” แต่ใช้คำว่า “ทำเพื่อชาติ”

“เข้ามายึดอำนาจ” แต่ใช้คำว่า “เสียสละตนเอง”

“เอาเสรีภาพไป” แต่ใช้คำว่า “คืนความสุข”

“ปิดตาปิดหูปิดปาก” แต่ใช้คำว่า “มาเปิดใจคุยกัน”

“เต็มไปด้วยความหวาดระแวงจากคนในชาติ” แต่ใช้คำว่า “ได้รับการไว้วางใจจากนานาชาติ”

“เป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง” แต่ใช้คำว่า “เป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุด”

“กำลังถอยหลังลงคลอง” แต่ใช้คำว่า “กำลังก้าวไปสู่อนาคตที่สดใส”

“เป็นเผด็จการ” แต่ใช้คำว่า “เป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยม”

April Zeron

นี่ไงสารภาพว่าวางแผนปล้น... ประยุทธ์ ยอมรับแล้วใช้เวลาคิดก่อนรัฐประหาร 6 เดือน (จำข่าวบางกอกโพสต์ได้ไม๊ สุเทพเปิดใจระหว่างชุมนุนคุยกันผ่านไลค์ด้วยตลอด และปรึกษากันมาตั้งแต่ปี 53)




พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ นายกรัฐมนตรี บอกกับ นิตยสารไทม์ว่า ใช้เวลาคิด 6 เดือน ก่อนทำรัฐประหาร และ บอกกับ สำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า จะประกาศอนาคตการเมืองตัวเองในเดือนกันยายนว่าจะเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ แถลงถึงความสำเร็จในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ลดความแตกแยก ทำประเทศให้สงบ สร้างความน่าเชื่อถือของประเทศให้เกิดขึ้นในโลกตะวันตก

อ่านบทความเต็มได้ที่

https://www.bbc.com/thai/thailand-44579014

...

April Zeron *** คำหรูของลุงตู่ ***
“ทำรัฐประหาร” แต่ใช้คำว่า “ทำเพื่อชาติ”
“เข้ามายึดอำนาจ” แต่ใช้คำว่า “เสียสละตนเอง”
“เอาเสรีภาพไป” แต่ใช้คำว่า “คืนความสุข”
“ปิดตาปิดหูปิดปาก” แต่ใช้คำว่า “มาเปิดใจคุยกัน”
“เต็มไปด้วยความหวาดระแวงจากคนในชาติ” แต่ใช้คำว่า “ได้รับการไว้วางใจจากนานาชาติ”
“เป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง” แต่ใช้คำว่า “เป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุด”
“กำลังถอยหลังลงคลอง” แต่ใช้คำว่า “กำลังก้าวไปสู่อนาคตที่สดใส”
“เป็นเผด็จการ” แต่ใช้คำว่า “เป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยม”

Tamaraj Sugandhavanija มันไม่ใช่เรื่องที่เดายากเลยนะ

ประยุทธ สุเทพ และองค์กรที่คุณก็รู้ว่าใคร ร่วมมือกันจัดฉากรัฐประหาร
แต่มันน่าสมเพชที่ประยุทธพูดเรื่องน่าอับอายไร้เกียรตินี้อย่างหน้าชื่นตาบานราวกับเป็นความภาคภูมิใจ

Prasit Sheikh Binkasun ใช้เวลาคิดอยู่ 6 เดือน โดยไม่ทำอะไร ปล่อยให้กปปส.ปิดเมือง ปิดหน่วยเลือกตั้ง ปล่อยให้ก่อความวุ่นวายไปทั่ว ปล่อยให้หลวงปู่แจ้งวัฒนะไล่กะทืบชาวบ้าน ซ้ำตั้งด่านมั่นคงรอบๆนอกเป็นกันชนให้ม็อป เพื่อปกป้องม็อปกปปส.ฯลฯ อันนี้เค้าเรียกวางแผนครับ..??

วันศุกร์, มิถุนายน 22, 2561

บรรยากาศการประท้วง ประยุทธ์ ณ กรุงลอนดอน จาก Thailand Human Rights Campaign UK คุณพ่อของคริสติน่า ที่ลูกสาวเสียชีวิตที่เกาะเต่า มาร่วมเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย (มีคลิบ)





Stand up to Thai military regime to protect human rights

คุณพ่อของคริสติน่า ที่ลูกสาวเสียชีวิตที่เกาะเต่า มาร่วมเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย



https://www.facebook.com/thaihrc/videos/636780090021251/





https://www.facebook.com/thaihrc/videos/635824946783432/





แถลงการณ์ร่วม : Thailand Human Rights Campaign UK ร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชนในเยอรมัน Stiftung Asienhaus และ Thai prodemocracy in UK ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเผด็จการทหารไทย


We Condemn Human Rights Abuses by the Thai Military Junta







Link statement

https://www.asienhaus.de/…/we-condemn-human-rights-abuses-…/

ไอทู้บน่าร้ากกก ยักไหล่บอก 'ไทม์' ไม่ยื้อเลือกตั้ง แต่ถ้ามีสถานการณ์ ก็ "คุมไม่ได้นะ"

เกลื่อนเน็ตวานนี้ ๒๑ มิ.ย. มีแต่รูป ไอทู้บอินลันดั้น กับวันเกิดยิ่งลักษณ์ ไม่รู้จะก็อปแปะอันไหนดี รักพี่เสียดายน้อง ระหว่างน่ารักกับสวย เลยปั่นแปะได้คนน่าร้าก ก็เออนะ ไหนๆ เขาอุตส่าห์มาเต็มที่ “เสื้อ ผ้า หน้า ผม...เป๊ะ”

ดังที่วาสนา นาน่วม ถ่ายทอดภาพ “ผ้าพันคอ...Louis Vuitton (ราคาสองหมื่นกว่าเชียวนา) แว่นตา...Ray Ban...บิ๊กตู่จัดเต็มเยือนเมืองผู้ดีอังกฤษ” มีทั้งเสื้อกั๊ก (แบบซับในพอง) ผูกผ้าพันคอ (อากาศอุ่นอุณหภูมิราว ๒๕-๓๒ เซลเซียส) แสงจ้าเลยสวมแว่นกันแดด

ลุงแกน่าร้ากมากกกก ตอนไปเลขที่ ๑๐ ถนนดาวนิ่ง นั่งเจี๋ยมเจี้ยมฟังเธรีซ่า เมย์ นายกฯ อังกฤษถามเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง งานนี้มีคลิปแชร์กันทั่วโซเชียลครื้นเครงมาก ขนาดมนุษย์ออฟฟิชรายหนึ่งต้องรีทวี้ตว่า

“กำลังเครียดเรื่องงานอยู่ เห็นคลิปนี้แล้วฮาลั่นเลยครับ...ลุงตู่นี่คืนความสุขให้ประชาชนจริงๆ”

แต่ก็เนอะ ต้องยอมรับ “คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ” จึงมีใครสองสามคนทำแค้ปชั่นเปรียบเทียบ เช่น “อยู่ในประเทศ vs อยู่ต่างประเทศ” (สตีฟจ๊าก @stevejar) หรือ “อยู่เมืองไทย กับ ไปเมืองนอก” ไหงต่างลิบ
บ้างทำกราฟฟิคเทียบเคียงคำที่เฮียตุ่นเที่ยวบอกคนโน้นคนนี้เวลาไปทัวร์มหาอำนาจ เรื่องโร้ดแม็พเลือกตั้ง

ตอนปี ๕๘ บอกอาเบ้ นายกฯ ญี่ปุ่นว่า คาดจะมีเลือกตั้งต้นปี ๕๙ ต่อมาเจอบัน คี มูน เลขาฯ ยูเอ็น ก็บอกเขาว่าน่าจะกลางปี ๖๐ จัดเลือกตั้งได้ พอไปยูเอสปี ๖๐ เจอทรั้มพ์ รีบแจ้งเขาทันทีปีหน้า (๖๑) ไอจะมีอีเร็คชั่น (อุ๊บ สะกดผิดขออภัย ต้อง เล็ค)

คราวนี้ก่อนเจอะคุณนายเมย์ชิงประกาศก่อนเขาถาม ว่าเลือกแน่ตอนกุมภา ๖๒ ทั้งที่พวกลิ่วล้อและบริกรนำร่องไปแล้วว่าอาการไส้เลื่อนมาเยือน ต้องยืดเลือกตั้งไปถึงเมษา
 
นางเธรีซ่าเธอถึงได้ย้ำกับลุงตู่ว่า “ขอกระตุ้นให้สาวต่อความก้าวหน้าไปสู่การเลือกตั้งอย่างเปิดเผยในประเทศไทย โดยเดินตามแนวมาตรฐานของนานาชาติ รวมถึงเร่งปลดล็อคพรรคการเมืองเสียแต่เนิ่นๆ”


นอกนั้นนายกฯ หญิงของอังกฤษยังให้ข่าวดีถึงความสัมพันธ์รอบใหม่ “จะดำเนินการเจรจาเกี่ยวกับการเปิดการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนความเชื่อมั่นที่มีต่อนโยบาย Thailand 4.0 และยินดีสนับสนุนให้ภาคเอกชนอังกฤษร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)” (ลอกมาจาก Wassana Nanuam)

นายกฯ ไทยที่ไม่ได้มาจากประชาชนเหมือนอังกฤษ ยิ้มแก้มปริไปเลย ที่จริงแกยิ้มรอตั้งแต่เดินเข้าห้อง ก่อนจะนั่งลงด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะประจวบเหมาะ นิตยสารไทม์ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ โดยชาลี แคมพ์เบลล์

คงยิ้มเพราะเขาพาดหัวว่า “นักประชาธิปไตย เผด็จการ ไม่รู้แบบไหนที่ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกจะเป็น”

นอกจากบอกกับชาลีว่า ประเทศไทยมีสัมพันธภาพกับจีนมาหลายพันปี และกับสหรัฐราวๆ ๒๐๐ ปี “ไชน่าเป็นหุ้นส่วนอันดับหนึ่งของไทย” ชาลีเขาคงขี้เกียจขุดประวัติศาสตร์มาถามแย้งว่าประเทศไทยนี่เก่าแก่หลายพันปีเชียวหรือ

ช่างเถอะ ประยุทธ์บอกชาลีด้วยว่า ที่อยู่มาสี่ปีนี่ไม่ใช่เสริมอำนาจ (หรือสร้างบารมี) นะ “แต่มาแก้ปัญหาต่างๆ เอาชนะอุปสรรค เสริมสร้างความมั่นคง เพื่อมุ่งหน้าสู่อนาคต” หูย ขนลุก แต่กระนั้นชาลีอดตั้งปุจฉาไม่ได้

“อนาคตที่จะมายังฝ้าฟางอยู่นะ การชุมนุมประท้วงโดยสันติยังถูกสกัดกั้นเป็นปกติ อย่างน้อยๆ มีผู้ต้องหารในศาลทหาร ๑,๘๐๐ ราย และดังที่ฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์กล่าวไว้ มันดิ่งลึกลงไปในห้วงวังเวงของการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

“ความพยายามที่จะก่อตั้งระบบการเมืองชนิดใหม่ ที่อ้างว่าจะทำให้ประเทศไทยได้ประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ ยังคงหมายความว่าต้องมีกองทัพกำกับควบคุม” ชาลีอ้างประยุทธ์บอกเขาว่าจะสลายระบบเสียงข้างมากชนะขาด

“เราไม่อาจใส่ใจแต่กับเสียงข้างมาก แล้วละเลยเสียงข้างน้อยอย่างที่เป็นมาอีกต่อไป” นี่ก็เข้าลักษณะคนเป็นใหญ่พูดได้ตามใจ เพราะไม่น่าที่จะมีการละเลยเสียงข้างน้อย มิหนาซ้ำเสียงข้างน้อยนั้นเองข่มเหงเสียงข้างมากด้วยอำนาจปลายปากกระบอกปืนของทหาร
 
ใครอยากอ่านว่าประยุทธ์คุยกับชาลี (ผ่านปากของปณิธาน วัฒนายากร) โดยละเอียดอะไรบ้าง ไปดูที่ http://time.com/5318235/thailand-prayuth-chan-ocha/ ทว่าลงท้ายลุงตูบยังไม่วายยันว่า “การเป็นเผด็จการของเขาทำอย่างไม่เต้มใจและเพียงชั่วคราว”

ที่เขาตัดสินใจเข้ามา (ครองเมืองสี่ปีนี่) “มันยากมากกว่าจะทำใจได้” ดังนั้นเขาจะไม่ยื้ออยู่หลังจากกุมภาพันธ์ ๖๒ แล้วละ แต่ข้อแม้มีว่า “สถานการณ์และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างไร” เขายักไหล่ขณะเสริมว่า “ผมไม่สามารถควบคุมได้นะ”

“คนไทยจำนวนล้านๆ ก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน” ชาลีเปรยด้วยแนวคิดแบบประชาธิปไตยในสังคมตะวันตก ที่เชื่อว่าประเทศชาติจะไปรอดต่อเมื่อประชาชนเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนผ่านการใช้สิทธิเลือกตั้ง