วันศุกร์, เมษายน 20, 2561

'มอลลี่' นี่ไม่เลว จวกเพื่อไทยไปกระแทก 'ประยุทธ์โอชา' หนักกว่า

เป็นธรรมดาที่ แนวหน้าเอาไปเย้ยหยัน พิชัย นริพทะพันธุ์ เมื่อ แจ็ค หม่า พาคณะ อาลีบาบา ไปเยี่ยมคำนับบิ๊กตูบถึงทำเนียบรัฐบาล (พิชัยเคยพูดไว้ คนละเรื่องเดียวกันว่าคุณหม่าไม่มีทางเยือนไทย)

แต่ ไม่ธรรมดา เมื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึงการเยือนของแจ็ค หม่า เหมือนราชทูตฝรั่งเศสเข้าเฝ้าถวายสารตราตั้งต่อสมเด็จพระนารายณ์ ลองอ่านระหว่างบรรทัด ‘between the lines’ ที่มติชนออนไลน์รายงานคำพูดของประยุทธ์ดูจะรู้

เขา “ไม่ได้มุ่งหวังเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะเขามีเพียงพอแล้ว” แต่ “มุ่งหวังที่จะมาช่วยผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อย...ซึ่งตน ฝากให้เขาช่วยดูแลเรื่องการขายปาล์ม ข้าว และยางพาราของไทยซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังมีปัญหาอยู่”

‘Catch words’ กุญแจไขปริศนาอยู่ตรงนี้ “ส่วนจะต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมดเท่าไหร่นั้น ก็เป็นเรื่องของคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการ” ไม่ว่าจะเป็นลงทุน ดิจิทัลฮับ ในพื้นที่อีอีซี หรือสร้างศูนย์อีคอมเมิร์ช เอสเอ็มอี ไม่ใช่รวยแล้วเที่ยวมาทำทานในเอเซียอาคเนย์แน่นอน

หากจะเป็นเช่น กวีประชาไท ว่าไว้หรือไม่ต้องรอดู “...จีนประเทศเขานั้นใหญ่มาก หากินลำบากจึงมาแผ่กิ่งก้านใบ ไทยน่ะโง่จะตายหม้อข้าวใหญ่ หยิบยื่นให้สักนิดก็ดิ้นตาย...”

 
ดูที่ฝ่ายอาลีบาบาพูดบ้าง “บริษัทมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก...ในตอนท้าย หม่า ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความมั่นใจในการเข้ามาร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัทอาลีบาบา”


จึงเป็นการตัดสินใจยอมมาลงทุนในไทย หลังจากที่ผ่านไปผ่านมาสองครั้งสองครา ไปเวียตนามแล้วไปมาเลย์ คราวนี้มาลงไทยได้ น่าจะมี ‘incentives’ ปัจจัยเอื้ออำนวยอะไรบางอย่างให้ เป็นธรรมดาอีกน่ะแหละ เช่น ลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์ประกอบการ เป็นต้น

จะ ไม่ธรรมดาก็ต่อเมื่อ incentives ที่ไทยให้ เกิดพิลึกพิลั่นชนิดว่า ดีล หวานฉ่ำมาก นอกจากสัญญาเช่า ๙๙ ปีแล้วยังมี ‘sidelines’ แบบแถมโรงงานสร้างอาวุธดังที่ขยิบตากับจีน นอกเหนือจากรถไฟเร็วปานกลาง (ขนสินค้าไม่ได้) ที่ราคาแพงกว่า เร็วสูงขนสินค้าดีลสมัยยิ่งลักษณ์กว่าเท่าตัว ก็ได้

รวมความว่าประยุทธ์พูดเกินจริง ทำยังกับประชากรไทยกินข้าวสาลีแทนรำ แต่มันน่าขำก็ตรงที่ทั้งรัฐบาล คสช. และยิ่งลักษณ์ ถูกนังตัวอิจฉา ‘E-Thing’ แห่งพรรคประชาธิปัตย์โหมโจมตีว่า “รวมกันทำให้ชาติเสียรายได้” การนำเข้าอาหารสัตว์หลายหมื่นล้าน

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตรองโฆษกพรรค ปชป. อุตส่าห์ไปขุดข้อมูลศุลกากรมาแจงว่า ระหว่างปี ๕๕-๖๐ การนำเข้าข้าวสาลีที่ส่วนหนึ่งใช้เป็นอาหารสัตว์แทนข้าวโพดและรำข้าว มีมูลค่ากว่า ๑ แสน ๕ หมื่นล้านบาท อดได้ภาษี ๒๗% ที่ถูกยกเลิกไป

หล่อนว่าเป็นความเสียหาย (เรื่องอาหารสัตว์เนี่ย) ต่อรายได้ของประเทศชาติถึงกว่า ๒ หมื่น ๔ พันล้านบาท โดยเป็นสัดส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เกือบ ๖ พันล้าน ของประยุทธ์เกือบ ๑ หมื่น ๙ พันล้าน เสียท่า มอลลี่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงหาเสียงในเรื่องนี้ด้วยว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะจัดการเรียกคืนค่าเสียหาย จะได้ช่วยเชียร์


ว่ากันตามเจตนาของมัลลิกาคงจะตั้งใจตีหัวพวกเจ้าสัวเครืออาหารสัตว์ ที่ได้กินประชารัฐกันอย่างประยุทธ์โอชา (เมื่อก่อนเขาเรียก เปรมปรีดิ์เดี๋ยวนี้ต้อง ประยุทธ์โอชา) โดยโยงใยว่ารัฐมนตรีพาณิชย์เอาใจพวกนี้เป็นพิเศษ

อีกแหละที่มอลลี่ไม่ได้พูดถึง ว่า รมว.พาณิชย์ คนนี้ (สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์) คือหนึ่งในทีมเทคโนแครทส์ คสช. ที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญให้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตั้งพรรคการเมืองไว้รองรับบิ๊กตูบเป็นนายกฯ คนนอกต่ออีกสมัยหลังเลือกตั้ง

ถึงอย่างไรมอลลี่นี่ไม่เลว แม้ไม่เคยสอบผ่านการเลือกตั้งก็ยังเลี้ยงไว้ใช้งานได้ดีเรื่องจิกกัด คราวนี้จิกพรรคประชารัฐแล้วยังกัดเพื่อไทยพร้อมไปด้วย สไตล์หาเสียงของ ปชป. มาแต่ไหนแต่ไรใครก็รู้

ความงี่เง่าของรัฐและเอกชน โลกที่ 3






‘หญิงหน่อย’จัดหนัก คสช.บอกชัดเจน ดึง’สนธยา’ร่วม รบ.หาเสียงหนุน นั่งนายกฯต่อ




“คนแต่งตั้งกับที่มาจากประชาชน ถ้ามาจากระบอบประชาธิปไตย อำนาจจะต้องมาจากประชาชน แต่นี่มีคนกลุ่มหนึ่งที่มาตั้งคน 250 คน แล้วให้มีอำนาจเท่ากับคนที่ประชาชนเลือก มันคือการปูทางไปสู่การสืบทอดอำนาจที่ชัดเจนอยู่แล้ว รวมทั้งตัดสิทธิของประชาชนออกไปเยอะมาก สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการเข้าสู่ประชาธิปไตยของเรา ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงอย่างแน่นอน และไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนที่แท้จริงจากกลไกที่วางไว้ ทุกคนยินดีที่ พล.อ.ประยุทธ์จะแสดงตัวให้เกิดความชัดเจนว่าจะเข้าสู่การเมือง ด้วยวิธีการที่เปิดเผยชัดเจน อย่างตรงไปตรงมา แสดงตัวมาเลยว่าสังกัดพรรคนี้ นักการเมืองที่เข้าสู่การเมืองก็ประกาศตัวชัดเจนว่าจะอยู่ตรงไหน ถึงแม้ว่า คสช.จะได้เปรียบหลายอย่างจากวิธีการที่อำพรางไว้ แต่ก็ควรเปิดเผยเพื่อความสง่างามในการกลับเข้ามา แล้วให้ประชาชนตัดสินใจเลือก”
.
“ขณะเดียวกันช่วงที่อยู่ในอำนาจ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็จะไม่ทำอะไร ที่ไปเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองหรือพรรคการเมืองอื่นๆ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ มีการตั้งคำถามว่า งบไทยนิยมยั่งยืน ถูกมองได้ว่าปูฐานเสียง ใช้อำนาจเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองพรรคอื่นๆ ในขณะที่ตนเองมีมาตรา 44 ห้ามทุกพรรคทำกิจกรรม แต่กลับใช้อำนาจและงบประมาณอย่างเต็มที่ และฝ่ายเดียว ลงไปสร้างฐานเสียง อย่างนี้ก็ไม่ใช่กติกาที่ยุติธรรม ไม่ใช่สิ่งที่เป็นสุภาพชนที่ควรจะทำ เป็นการเอาเปรียบในทุกมิติ ไม่เหมาะสม ถ้าเงินจำนวนนั้นทำให้ประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่จะสนับสนุนกันได้ แต่งบที่ลงไปสู่รากหญ้าไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจกลับมาได้เลย แสดงว่าเงินไม่ได้ลงไปสู่รากหญ้าอย่างแท้จริง สุดท้ายกลายเป็นว่าทำเพื่อคะแนนเสียง”
.
“วันนี้หน้าที่ของพรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองจะต้องคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมาตลอดตั้งแต่การปฏิวัติ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องให้กับชาวบ้าน ใช้กฎหมายอำนวยความสะดวก ไม่ใช่ไปปิดกั้นในยุคที่เทคโนโลยี ซึ่งต้องมองสิ่งที่พรรคการเมืองทำให้ประชาชนมากกว่ามองถึงเกมการแย่งอำนาจ ต้องเป็นการเมืองใหม่ บางพรรคที่ยังทำการเมืองเก่า พูดป้ายสีกันน่าจะหมดยุคแล้ว น่าจะเป็นเรื่องที่แข่งกันเพื่อหาทางออกให้กับประชาชน”
.
เมื่อถามว่า การที่ คสช.ดึงพรรคกลางไปรวม จะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับไปสู่การเป็นพรรครัฐบาลได้ยากขึ้นหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เป้าหมายของพรรคการเมืองคือการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เมื่อเสนอแล้วให้ประชาชนตัดสินใจในวันเลือกตั้ง ประชาชนตัดสินใจอย่างไร ทุกพรรคต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน ทุกพรรคต้องยอมรับผลนี้ หากไม่ยอมรับ บ้านเมืองที่วุ่นวายมาเป็น 10 ปีก็เพราะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเชื่อมั่นประชาธิปไตยมาตลอด ผลเลือกตั้งเป็นอย่างไรก็เคารพ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่คิดว่าจะมีการเลือกตั้งเร็ว และไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีเลือกตั้งใน ก.พ. 62 หรือไม่ ต้องไปถามผู้อำนาจ แต่เชื่อว่าจะไม่มีการเลือกตั้งเร็ว

(https://www.matichon.co.th/news/921302)


ไม่อยากอยู่ใต้บู๊ททหารอีกต่อไป ประชาชนต้องเลือก พรรคขั้วประชาธิปไตย ให้เกิน 250 เสียงเท่านั้น






ประชาชนต้องเลือก พรรคขั้วประชาธิปไตย ให้เกิน250เสียงเท่านั้น
จึงจะ ปิดประตูการยึดอำนาจรัฐประหารได้สิ้นเชิง

แม้จะยังไม่มีการยื่นเพื่อจดจัดตั้งพรรค คสช.
แต่ขณะนี้ก็ชัดเจนแล้วว่ามี “พรรค คสช.”

จะชื่อเสียงรียงใดไม่สำคัญ
จะยื่นจดจัดตั้งเมื่อไรไม่สำคัญ

นรม.บอกชัดว่า “เขากำลังปรึกษาหารือกันอยู่”
“แต่เขายังไม่มาเชิญผม” เชิญเมื่อไรไม่ใช่เรื่องสำคัญ
แม้นรม.บอกว่า”ผมต้องพิจารณาดูก่อนว่าจะเข้าร่วมหรือไม่”

แต่เป็นคนกันเองทั้งนั้น “ที่กำลังปรึกษาหารือกันอยู่” เช่น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อุตตม สาวนายน สนธิลักษณ์ สนธิจิรวงศ์ ล้วนยืนยันว่า “กำลังปรึกษากันอยู่”

พร้อมๆไปกับการ “ดูด” สกลธี ภัทธิยกุลเป็นรองผู้ว่ากทม.
สนธยา คุณปลื้มเป็นที่ปรึกษานรม.ฝ่ายการเมือง
อิทธิพล คุณปลื้มเป็นผู้ช่วยรมต.การท่องเที่ยว

อีกทั้งคสช.ได้เดินสายตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว
ไปพบ พรรคบรรหาร ไปพบ พรรคสมศักดิ์สุโขทัย ไปพบพรรคอนุทิน ไปพบพรรคสุวัจน์โคราช แตะมือกับกลุ่มสุชาติตันเจริญ ยังมี “พรรคกปปส.ของสุเทพ เทือกสุบรรณ”อีกที่ยังมีฤทธิ์เดชอยู่

การทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านลงสู่มวลชนภายใต้ธง “ไทยนิยมยั่งยืน”ครอบคลุม 85,000 ชุมชนทั่วประเทศรวมกทม.

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นการ “เคลื่อนพลขนาดใหญ่”กรีฑาทัพไปในทุกปริมณฑล ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศเพื่อสร้างปัจจัยให้บรรลุชัยชนะในการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลคสช.ภายหลังการเลือกตั้งให้ได้อย่างมั่นคง

ไม่ต้องไปถามพรรคปชป.เลยว่าจะเข้าร่วม พรรค คสช.หรือไม่
“เมื่อถึงวันนั้น” พล.อ.ประยุทธ์ ได้บอกไว้ชัดแล้วว่า “คอยดูว่าเขาจะพูดอย่างไร”

พรรคปชป.มีหรือจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล(ขั้ว)คสช.?

โดยอ้างเหตุว่าประชาชนเรียกร้องและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตามวิสัยที่เขาถนัดในการใช้วาทะเลิศหรูเพื่อกลบเกลื่อน
“การฉวยโอกาสทางการเมือง”ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคนี้ถนัด
แลทำมาตลอดระยะเวลา72ของการตั้งพรรค

ดังนั้น การสัปประยุทธ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้
จึงเป็นการสัปประยุทธ์ครั้งสำคัญที่สุดอีกครั้งหนึ่ง
ระหว่างสองขั้วการเมืองเท่านั้นคือ

ขั้วที่สนับสนุนคสช.สนับสนุนรัฐประหาร กับ
ขั้วต่อต้านคสช.ต่อต้านรัฐประหารต้องการประชาธิปไตย

ไม่มี “สามก๊ก”ทางการเมืองแต่อย่างไร

เมื่อสภาพการณ์ชัดเจนเช่นนี้แล้ว
เบื้องหน้าทุกพรรคการเมือง ย่อมมีพียงสองทางเลือกเท่านั้นคือ

ท่านจะเลือกขั้วคสช.ขั้วรัฐประหาร หรือ
ท่านจะเลือกขั้วต่อต้านคสช. ขั้วต่อต้านรัฐประหารต้องการประชาธิปไตย

ไม่ต้องมัว เชิดปี่ตีกลอง รำหน้าพาทย์อยู่เลยครับ
ไม่ต้องมัวอิดๆออดๆม้วนไปม้วนมาอยู่เลยครับ

ประกาศให้ชัดไปเลย
“สนับสนุนคสช.สนับสนุนรัฐประหาร”หรือ
“ต่อต้านรัฐประหารไม่เอาคสช.ต้องการประชาธิปไตย”

ไม่เพียงแต่พรรคการเมืองเท่านั้นที่ต้องแจ่มชัดตั้งแต่วินาทีนี้

ประชาชนทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้งก็ต้องตัดสินใจแล้วครับว่า
“ท่านจะสนับสนุนคสช.สนับสนุนรัฐประหาร”หรือ
“ท่านจะต่อต้านรัฐประหารสร้างประชาธิปไตยเพื่อปิดตายการรัฐประหารของประเทศ”

เพราะหากครั้งนี้
ประชาชนเลือกพรรคขั้วประชาธิปไตยต่อต้านคสช.เกินกว่า250เสียงขึ้นไป

พรรค คสช.ก็ยากที่จะเดินหน้าทางการเมือง
แม้จะมีพรรคสว.250เสียงหนุนอยู่ก็ตาม
อาวุธไม่ไว้วางใจทรงอานุภาพยิ่ง
ในการหยุดยั้งรัฐบาลต่อท่ออำนาจคสช.

และเปิดทางใหญ่ให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงปัจจัยเผด็จการต่างๆให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นได้

เป็นโอกาสอันงดงามที่ใช้เส้นทางสันติวิธีในการ
“ปิดประตูตายสำหรับการรัฐประหารต่อไปในอนาคต”

แต่หากผลออกมาตรงข้าม

พรรคขั้วคสช.ได้มากกว่า250เสียง
ประเทศไทยก็จะตกอยู่ภายใต้อำนาจของ
เผด็จการรัฐประหารไปอีกยาวนานอย่างน้อยก็20ปี

ท่านต้องเลือกแล้วครับ.


Weng Tojirakarn


เชื่อได้รึ... 'อภิสิทธิ์' เปิดคาถา ปชป. เสรีนิยมประชาธิปไตย ต่อสู้เผด็จการ





Excerpt - บางส่วนจากบทสัมภาษณ์


การขึ้นเฟซบุ๊กว่า พรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ ถือเป็นการรีแบรนด์พรรคครั้งใหม่หรือไม่


จริงๆ ไม่ใช่หรอกครับ แต่เป็นการอธิบาย คำว่าเผด็จการทุกรูปแบบ รวมหมายถึง คนที่เข้ามาด้วยวิถีทางของการเลือกตั้งแล้วไม่เคารพเจตนารมณ์เสรีนิยมประชาธิปไตย มันไม่ใช่แค่มีการเลือกตั้งอย่างเดียว ตรงนี้คือสิ่งที่เขียนในอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์มา 72 ปี เอาล่ะมีข้อโต้แย้ง สุดแล้วแต่ แต่ผมอธิบายมาตลอดว่าการตัดสินของเราแต่ละครั้งเพื่อให้ก้าวไปสู่ เสรีนิยมประชาธิปไตย ภัยคุกคามระบอบประชาธิปไตยวันนี้ มีทั้งเผด็จการแบบเดิมๆ และมีทั้งกระบวนการเลือกตั้งสร้างผู้นำที่ไม่เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย อันนี้เป็นที่ยอมรับทั่วโลกแล้ว ทุกวันนี้ในกลุ่มคนพรรคการเมืองที่นิยมเสรีนิยมประชาธิปไตย ตื่นตัวกันมากกับเรื่องนี้ว่าเกิดปรากฎการณ์คนที่มาจากการเลือกตั้งแต่ไม่เคารพระบอบประชาธิปไตย






ตอนนี้คนในรัฐบาลออกมาเปิดตัวว่าสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ มาตามกติกา ทางพรรคประชาธิปัตย์จะรับได้หรือไม่

ผมเป็นคนแรกที่บอกว่า กติกาที่รัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ คือเอา ส.ว.มาลงคะแนนด้วย ผมก็บอกว่า ส.ว. ควรเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน เพราะฉะนั้น ผมยืนยันว่าถ้าในหมู่ ส.ส. 500 คน ถ้าใครรวบรวมเสียงได้เกินครึ่ง ส.ว.ก็ไม่ควรไปขัดเจตนารมณ์ตรงนั้น และผมบอกว่าเรื่องนี้สำคัญกว่าคนใน คนนอกด้วยซ้ำ

วันนี้คนพูดคนนอก หากมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่สนับสนุนบุคคลไม่ลง ส.ส. แต่บอกว่าอยู่ในบัญชีพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง แปลว่าเป็นคนในหรือเป็นคนนอก แล้วถ้าคนๆนั้นได้เสียงเพียง 126 เสียง แต่ไปรวมกับอีก 250 เสียง (ส.ว.) เพื่อให้ได้เสียงข้างมาก เราบอกคนนั้นเป็นคนในแล้วชอบธรรมไหม ผมบอกว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่กว่า คนใน คนนอก ประเด็นอยู่ที่ว่า ควรจะให้การตัดสินใจของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ใครได้เสียงข้างมากเกิน 250 เสียงควรมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล

แสดงว่า ถ้าคนเป็นนายกฯ ไม่ได้เป็น ส.ส. คือไม่สง่างาม

ถ้าเขารวบรวมเสียง ได้เกิน 250 เสียงในสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นเรื่องปกติ อย่างที่่ผมบอก เขาไม่ได้สนใจตรงนั้น เขาคิดว่ามี 250 เสียง ส.ว.อยู่ เพื่อมาเอาชนะ อย่างนี้ไม่ตรงเจตนารมณ์ของประชาชน

ถ้าใช้วิธีนี้จะเท่ากับเป็นเผด็จการสืบทอดอำนาจ อีกรูปแบบหนึ่งของเผด็จการหรือไม่

คือเป็นความตั้งใจของเขาที่จะเอา ส.ว. เข้ามามีส่วนร่วม

ล่าสุดรัฐบาลตั้งคนในพรรคพลังชลเข้ามาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ผมว่ามันก็ชัด ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงสร้างฐานการเมืองเพื่อมารองรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

จะคล้ายโมเดลของคณะรัฐประหารในอดีตหรือไม่ ที่ทหารเมื่อจะลงมาเล่นการเมืองก็ต้องอาศัยพรรคการเมืองอื่นๆ มาเป็นฐานเสียงปูทางให้ทหารกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง

ก็ตอนนี้ทางพล.อ.ประยุทธ์ คงเปิดทางไว้ทุกทาง เรายังไม่ทราบว่า เขาจะเลือกเส้นทางไหน แต่เขาไม่ปิดเส้นทาง มาในฐานะคนนอก มาในฐานะที่พรรคการเมืองพรรคใดสนับสนุนก็แล้วแต่

ช่วยบอกจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าวันหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมาเป็นรัฐบาล

ไปพูดตรงนั้นก็เร็วเกินไป เพราะผมก็บอกว่า เรายังไม่รู้เลยว่าเขาจะเลือกเส้นทางไหน ผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร เราต้องดูว่าประชาชนเขาแสดงออกอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันจะยึดแนวทางการบริหารประเทศเป็นหลัก จะร่วมงานกับใคร ไม่ว่าเราร่วมงาน หรือเขาจะมาร่วมงานกับเรา ต้องยึดเป้าหมายว่าเราบอกกับประชาชนว่าจะทำอะไร แนวทางที่พูดว่าการกระจายอำนาจ เลือกผู้ว่าฯ ทำหรือเปล่า เสรีนิยมประชาธิปไตยเป็นตัวตั้ง

ถ้าสมมุติว่าผมได้รับเลือกตั้งมาเยอะ ก็ไม่ต้องพึ่งใคร ก็ง่าย แต่ถ้าเยอะแต่มันไม่พอ ผมก็ต้องไปดูว่า ใครพร้อมจะมาร่วมกับผม แต่ถ้าผมได้รับเลือกตั้งมาน้อย อย่างนี้ผมไม่ค่อยมีอำนาจต่อรอง ก็ต้องเจียมตัว แต่ผมจะสนับสนุนใครหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่เพื่อการเลือกตั้งครั้งใดครั้งหนึ่ง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมงานกับใคร ตรงนั้นต้องเป็นคำตอบในทิศทางที่เหมือนกับที่เราบอกกับประชาชนไว้ ถ้าเราร่วมงานกับใครแล้วบริหารคนละเรื่องเลย ผมว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่รับผิดชอบกับประชาชน ก็จะเสียหาย และสุดท้ายจะไม่ยั่งยืน ที่อยู่มาได้ก็อยู่ที่หลายสถานการณ์ เช่น ถอนตัวจากรัฐบาลก็เคยมาแล้ว การตัดสินใจไม่เป็นรัฐบาลก็เป็นมาแล้ว

จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก แต่ถ้าเกิดมีพรรคการเมืองอื่นไปสนับสนุนนายกฯคนนอก พรรคประชาธิปัตย์จะทำอย่างไร

ต้องดูตัวเลขของใครเท่าไร ดูทิศทางตกลงการทำงานคืออะไร ผมยังบอกว่าวันนี้ไปถามใครก็ตอบกันยาก คนนอกยังไม่รู้จะเป็นคนอื่นหรือไม่ แล้วมาด้วยเงื่อนไขอะไร แต่เราจะไปขอคะแนนเสียงประชาชน ถ้าเขาให้มามากก็ต้องผลักดัน ถ้าให้มาน้อยก็ต้องดูว่าเหมาะสมไหมจะไปสนับสนุนคนอื่น

อ่านบทสัมภาษณืเต็มได้ที่...

https://www.voicetv.co.th/read/rkrbGJL2M


จดหมายตอบ "อ. นิธิ" จาก "ภูมิธรรม" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กรณี อ.นิธิ เขียน “จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคเพื่อไทย” ถาม พรรคเพื่อไทยคิดจะเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือไม่?





ผมได้อ่านจดหมายของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ อย่างตั้งใจ ด้วยความตระหนักรู้ถึงความปรารถนาดีของอาจารย์ ซึ่งถือเป็นกัลยาณมิตรต่อพรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณอย่างยิ่งต่อทุกความเห็น และจะนำไปขบคิดต่ออย่างจริงจัง

ผมมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่มั่นคงไม่น้อยไปกว่าพรรคใด

การต่อสู้เพื่อสร้างประชาธิปไตยให้ประเทศหลุดพ้นจากอำนาจเผด็จการยังคงเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญของพรรคเราไม่เปลี่ยนแปลง

ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยผ่านการร่วมชะตากรรมกับพี่น้องประชาชนที่รักเรา เชื่อมั่นและโอบอุ้มปกป้องเรามาโดยตลอด เราสำนึกและตระหนักดีว่าเราเป็นสถาบันทางการเมืองที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเขา

และขอให้มั่นใจได้ว่าเราจะไม่มีวันทรยศต่อประชาชนและละทิ้งภารกิจที่พี่น้องประชาชนมอบหมายให้ได้

แม้นอาจมีบางท่านมองว่า ระหว่างหนทางนั้น พรรคเพื่อไทยอาจยังไม่สามารถดำเนินการทางการเมืองได้ตามต้องการ และไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนได้ทั้งหมด

แต่ผมยังยืนยันว่า ภายใต้อุปสรรคและข้อจำกัดต่างๆ นั้น พรรคยังคงยึดมั่นในประชาชนและหลักประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลง

และจะไม่ยอมรับการเมืองที่เป็นการตกลงกันเพื่อประโยชน์ร่วมของชนชั้นนำโดยละเลยหรือไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนพึงได้รับอย่างยุติธรรม

การต่อสู้เพื่อคัดค้านอำนาจและกลไกการรัฐประหารที่เกิดขึ้นของพรรคเพื่อไทยนั้นที่ผ่านมามีหลากหลายรูปแบบ
หากแต่ตั้งอยู่บนความระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงความรุนแรงและไม่ก่อให้เกิดเหยื่อทางการเมืองใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

นั่นมิได้หมายความว่าเรายอมรับ นิ่งเฉย หรือคุ้นชินกับระบบเผด็จการที่คุกคามประชาชนมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จนหลงลืมไปว่าเจตนารมณ์ของพรรคที่เรายึดมั่นกันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทยและพลังประชาชนนั้น คือการเป็นส่วน
หนึ่งในการร่วมสร้างสังคมที่ทุกคน ทุกฝ่าย ต่างก็ยอมรับและเคารพในสิทธิที่แต่ละคนพึงมี หรือพึงเลือกเพื่อกำหนดอนาคตของตนเองได้

ดังนั้น ภารกิจของพรรคต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นใหม่นี้ จึงยิ่งมีความสำคัญในฐานะของกระบวนการสร้างประชาธิปไตยในสังคมไทยอีกครั้ง

ในขณะที่พรรคกำลังจะลงสนามแข่งขันในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่พิกลพิการและเต็มไปด้วยกลไกสุดพิสดารนั้น

ผมเห็นด้วยกับ อ.นิธิว่าพรรคการเมืองที่วางตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตย มีความจำเป็นต้องยึดมั่นในยุทธศาสตร์การร่วมมือกันเพื่อสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

การร่วมมือกันของประชาชนและผู้รักประชาธิปไตย การประสานทุกกลุ่มพลังเข้าเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ร่วมกัน จึงเป็นภารกิจที่จำเป็นยิ่งในการหลุดพ้นจากระบบเผด็จการและสถาปนาความเป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจึงถือเป็น “การเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์” ที่ไม่ใช่การต่อสู้แข่งขันกันเองของพรรคการเมืองเท่านั้น แต่หมายถึงการร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่พรรคการเมืองต้องเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง และระดมสรรพกำลังทางยุทธศาสตร์ให้เข้ามามีบทบาทร่วมกันในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศและโครงสร้างการบริหารและกลไกต่างๆ เพื่อเพิ่มบทบาทและสัดส่วนของฟากฝ่ายประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเองและประเทศในหลากหลายมิติ

ซึ่งถือเป็นหัวใจของนโยบายที่พรรคยึดถือมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยการดำเนินการภายใต้พรรคไทยรักไทย

สุดท้าย ผมต้องขอขอบคุณต่อประเด็นคำถามและข้อสังเกตของท่านที่ให้พรรคเราได้มีโอกาสทบทวนความคิดและตรวจสอบตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้ง

ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า หากพรรคได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เด็ดขาด พรรคจะมุ่งมั่นสร้างนโยบาย มาตรการ กลไก และกระบวนการแก้ไขปัญหาในสังคมตามเจตนารมณ์ที่ประชาชนมอบให้

และขอยืนยันจุดยืนของพรรคที่ชัดเจน คือ การแก้ไขทบทวนกติกาและกฎหมายต่างๆ ที่มีลักษณะบั่นทอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขัดหลักนิติธรรม และขัดหลักความเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ 2560 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หากผลไม่เป็นไปตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น พรรคก็จะยังคงเป็นพรรคการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชนและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

และพร้อมทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด

ที่มา มติชนออนไลน์
https://www.matichon.co.th/news/922397

...


ลิงค์ จม. อ.นิธิ ถึงพรรคเพื่อไทย
https://www.matichon.co.th/news/907970

นายกฯแจงเอง ไม่อยากเล่นการเมือง (กั๊ก) ถ้าจำเป็นอยู่ต่อเป็นเรื่องอนาคต...





นาทีนี้ พรรคทหาร หรือ พรรคพลังประชารัฐ/พรรคภูมิธรรม ล่อ ส.ส.เข้าคอก ชูกลยุทธ์แบ่งสันปันเค้ก ใช้อำนาจเงิน และข้อกฎหมาย บีบ-มัด เจ้าพ่อหัวเมืองให้มาสวามิภักดิ์ เพื่อ หนุน ‘ลุงตู่’ ให้อยู่ยาว-มั่นคง-ชอบธรรม (พ่อแม่พี่น้องเอ้ย เค้ามามุขนี้ สู้ไม่สู้ ?)





เปิดกลยุทธ์พรรคทหาร: บีบ-มัด-แบ่งสันปันเค้ก-ซื้อ ส.ส.รายจังหวัด


Apr 19, 2018
ที่มา Voice TV


นาทีนี้ พรรคทหาร หรือ พรรคพลังประชารัฐ/พรรคภูมิธรรม ชูกลยุทธ์แบ่งสันปันเค้ก ใช้อำนาจเงิน และข้อกฎหมาย บีบ-มัด เจ้าพ่อหัวเมืองให้มาสวามิภักดิ์ เพื่อ หนุน ‘ลุงตู่’ ให้อยู่ยาว-มั่นคง-ชอบธรรม


ชู กลยุทธ์ “บีบ-มัด-แบ่งสันปันเค้ก” สร้าง “กองหนุนลุงตู่”

ทันทีที่ ปรากฏข่าวว่า “สองพี่น้องตระกูลคุณปลื้ม” ได้รับการปูนบำเหน็จขึ้นเป็น “กุนซือลุงตู่” ก็สอดคล้องกับ “ดีลลับทางการเมือง” ที่ “วัชระ เพชรทอง” ได้เคยแถลงไว้ก่อนหน้านี้

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “การแต่งตั้งตระกูลคุณปลื้มมีตำแหน่งในรัฐบาล ในที่สุดก็เป็นไปตามคำพูดที่ตนนำมาเปิดเผยไว้ก่อนแล้วทุกประการ เชื่อว่าพรรคพลังชลก็ต้องหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้าอย่างแน่นอน โดยจะมีอดีต ส.ส.จังหวัดต่างๆ ทยอยเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งเทกระโถนต่างๆ เป็นจำนวนมากก่อนการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการผูกมัดนักการเมืองเหล่านี้ให้หนุนพรรคทหารก่อนการเลือกตั้ง ไม่แตกต่างอะไรกับการตกเขียวทางการเมือง”

"พลเอกประยุทธ์กำลังใช้ความได้เปรียบในฐานะหัวหน้า คสช.ที่มี ม.44 อยู่ในมือ และนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างไม่มีหิริโอตตัปปะ พรรคทหารที่เขากำลังตั้งกันในทำเนียบรัฐบาลนั้น เขาใช้พลังดูดทั้งอำนาจสารพัดนึก เงินไม่อั้น และข้อต่อรองทางด้านกฎหมายต่างๆ นานา ก็สุดแท้แต่จะจูบปากกันในลักษณะไหนอย่างไร เขาไม่สนใจเรื่องมารยาท ความเหมาะสม ความดีงาม หรือธรรมาภิบาลกันแล้ว หากจะว่าระบอบทักษิณไม่ดี แล้วระบอบประยุทธ์ที่กระทำกับประเทศชาติอยู่ทุกวันนี้ แตกต่างอะไรกับระบอบทักษิณบ้าง หลายเรื่องเลวร้ายกว่าด้วยซ้ำไป "

"พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม ได้เจรจาทางลับกับนักการเมืองกลุ่มชลบุรี เพื่อขอให้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ โดยแลกเปลี่ยนกับเงื่อนไขทางคดีที่บิดาที่เป็นนักโทษในกรมราชทัณฑ์ มีการแลกเปลี่ยนจนเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย”

ข้อมูลจาก 'วัชระ' ทำให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นของกลยุทธ์ที่พรรคทหารใช้สร้างกองหนุนในทางการเมือง กรณี ดึง “คุณปลื้ม” เป็นกองหนุน ทำได้โดยแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวคนสนิทออกจากเรือนจำ

สนธยา คุณปลื้ม ปฏิเสธโดยตรงว่า ที่มาทำงานกับ คสช. ไม่ใช่เพราะเงื่อนไขนี้ แต่เพราะ อำนาจที่มี “จะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ” และอยากมาผลักดัน 'EEC' สอดคล้อง กับ อดีต ส.ส.บิ๊กตั้นที่ควงคู่กับ 'รองผู้ว่าฯ สกลธี' ไปพบ 'รองนายกสมคิด' วันก่อนที่ทำเนียบ ก็ให้เหตุผลว่า มาคุยเรื่อง 'EEC' เหมือนกัน





ถึงที่สุด นักการเมืองสามรายที่ประกาศกับสื่อว่ามาคุยกับผู้มีอำนาจเรื่อง นโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ก็เรียบร้อยโรงเรียน “หนุน-ลุงตู่-อยู่ยาว”

ถึงวันนี้ 'กองหนุนลุงตู่' มีตัวละครใหม่ๆ มากขึ้นทุกวัน สำหรับ 'นักการเมืองเก๋าเกมส์' เมื่อ 'ดีลลับ-ผลประโยชน์ลงตัว' ก็ยินดีเป็นกองหนุน หลายรายถูกมัดใจด้วยเงิน เก้าอี้สำคัญ บางรายถูกบีบด้วยข้อกฎหมาย และหลายรายได้รับ 'เค้ก' เป็นก้อน ที่พอดีคำ

นักการเมือง อดอยากปากแห้งมาหลายปี เมื่อมีข้อเสนอดีดีที่แสนล่ำซำ ไปจนถึง ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ พวกเขาก็เลือกเดินหน้ากับ 'ทหาร' ต่อไป ด้วยตระหนักอีกว่า 'เมื่ออยู่ยาว' ก็จะทำให้ 'ผลประโยชน์' ที่ได้รับ มีความ 'สม่ำเสมอ'

เงื่อนไขทั้งหมดนี้ ทั้ง 'ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย' ให้ไม่ได้ โดยเฉพาะการรับรอง 'เสถียรภาพในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง'

เกมส์ที่ 'กุนซือ' คสช. กำลังเดินอยู่ตอนนี้ มองไปไกลกว่าประยุทธ์จะได้เป็นนายกคนนอก แล้ว นั่นก็คือ มองไปไกลถึงเสถียรภาพในการครองอำนาจ เห็นได้จาก การดูด ส.ส. แบบรายจังหวัด เข้ามาอยู่ใต้ร่ม God Father ตู่ บนฐานการประเมินว่า ส.ส.กลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เมื่อรวมกันจะมี น้ำหนักพอ จะเป็นการ บีบ-มัด 'พรรคประชาธิปัตย์' 'พรรคอนุทิน' 'พรรคลูกบรรหาร' ให้กลับมาเป็น 'กองหนุนลุงตู่' ในที่สุด ทั้งนี้ก็จะโดดเดี่ยว 'พรรคเพื่อไทย-อนาคตใหม่'

ต่อจิ๊กซอว์พรรคทหาร: สมคิด-อัศวิน-สกลธี-คุณปลื้ม-ฉัตรชัย'

'เฮียกวง สมคิด' – รับหน้าที่เป็นศูนย์กลางของกองหนุนลุงตู่ สองสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดหน้าหนุนลุงตู่ชัดเจน โดยเฉพาะประโยคหวาน ๆ "หากท่านประสงค์อยู่ต่อไป เพื่อทำงานสานต่อสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำไว้ ก็อยากให้ท่านอยู่นำพาประเทศต่อไป"





ชื่อชั้นของสมคิด คือชื่อชั้นของ 'กระเป๋าสตางค์รัฐบาล' ที่มี 'กลุ่มทุน' พร้อมจะลงขัน 'หนุนพรรคทหาร' และชื่อชั้นของ 'ผู้ใหญ่ที่มีลูกน้องมาก'

ความสามารถในการเชื่อมต่อกับกลุ่มทุนนี่เอง ที่ทำให้ พรรคทหารจะความสามารถในการ 'หว่านเงิน' โดยเฉพาะหว่านเงินจูงใจ ส.ส.รายจังหวัดมาเป็นพวก ทั้งยังเป็นการบีบ “พรรคประชาธิปัตย์” กลายกลาย ทำนองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเดอะมาร์คเดอะชวนจะไม่มั่งคั่งอย่างเก่าก่อน

ชื่อของสมคิด จึงแตกเป็นชื่อลูกน้องได้อีกสามชื่อคือ 'สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ – รมว.พาณิชย์' 'อุตตม สาวนายน – รมว.อุตสาหกรรม' และ 'สุวิทย์ เมษินทรีย์ – รมว.คุม 4.0' ชื่อของทีมสมคิด ยังมีเทคโนแครตชั้นนำพร้อมมาช่วยงานอีกหลายชื่อ





'อัศวิน ขวัญเมือง' ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร คนปัจจุบัน กลายเป็นอีกหนึ่งกองหนุนที่สำคัญของพรรคทหาร แหล่งข่าวรายหนึ่งยืนยันว่า “กระแสข่าวว่าจะบีบ อัศวิน ออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ อัศวิน จำเป็นต้องหนุนพลเอกประยุทธ์ต่อไป” จึงมีชื่อของ อัศวิน ในฐานะแกนนำคนสำคัญของพรรคทหาร สอดรับกับกระแสข่าวที่ว่า อัศวิน อาจไม่ลงมาเล่นในสนาม กทม.แล้ว แต่จะเล่นการเมืองระดับชาติแทน

'สกลธี ภัททิยกุล' รองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร คืออีกหนึ่งคีย์แมน ที่จะเป็น 'นิวบลัด' ของพรรคทหารในอนาคต พ่อของสกลธีคือพลเอกวินัย ภัททิยกุล (เตรียมทหารรุ่น 6) ฉายา ขงเบ้ง คมช. พ่อตา-คือพลเอก จงศักดิ์ พานิชกุล (เตรียมทหารรุ่น 9) จากสองชื่อนี้ สกลธีจึงเชื่อมต่อกับ คสช. ได้แบบ 'ไร้รอยต่อ' เหมือนที่ตัวเขาเดินไปบอกหัวหน้ามาร์ค ก่อนซบทหารว่า “ผู้ใหญ่ในรัฐบาลเป็นผู้ติดต่อมา เพราะมองหาคนรุ่นใหม่มาทำงาน”





ก่อนจะขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯ 'สกลธี' ไปหา 'สมคิด' ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งปฏิเสธได้ยากเมื่อมองจากปัจจุบัน ว่า “ไม่ใช่ดีลทางการเมือง” วันนั้นเขาเดินทางไป พร้อมกับ 'ตั้น - ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ' อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. และ'ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์' อดีตส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทย โดยคุยดีลปริศนานี้ร่วม 2 ชั่วโมง

ถ้าพรรคทหาร ได้ 'ตั้น' เป็นกองหนุน ก็เท่ากับได้ 'เงินหนุน และสายสัมพันธ์กับชนชั้นนำอันแข็งแรง' จาก ตระกูล ศรีวิกรม์ มาด้วย เพราะภรรยาของเขาคือ ทยา ทีปสุวรรณ ลูกสาวของคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรณ์ หลังการรัฐประหาร ทั้ง ตั้นและทยา ในฐานะแกนนำ กปปส.ถูกควบคุมตัวไปไว้ที่บ้านพักต่างจังหวัด “อัญชลี ไพรีรักษ์” เล่าว่า คุณหญิงศศิมา แอบส่ง ข้าวเหนียวมะม่วง ให้กับลูกสาว ใต้ข้าวเหนียวนั้น คือยานอนหลับ พร้อมจดหมายจากคุณหญิง เขียนทำนองว่า “สิ่งที่พวกลูกทำ ถือว่าถูกต้องแล้ว กินยาและนอนหลับพักผ่อนซะ”

การขยับขึ้น 'รองผู้ว่าฯ' ของ สกลธี อดีต ส.ส.เขตหลักสี่ ยังเป็นการขยับที่ดีลได้ลงตัว เพราะสอดรับกับกระแสข่าวว่า 'อัศวิน' มีแผนจะดันลูกชาย-ร.ต.ท.พงศกร ขวัญเมือง หรือ หมวดเอิร์ธ ทายาททางการเมืองของอัศวิน ลงสมัคร ส.ส.เขตหลักสี่ ในนามพรรคประชาธิปัตย์

ถ้าเป็นจริงตามนี้ หมวดเอิร์ทคงต้องทำงานหนักหน่อย เพราะสุรชาติ เทียนทอง ส.ส.หลักสี่ จากพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ได้ดี ไม่มีขาดหายเป็นห้วงๆ เหมือน ส.ส.รายอื่น แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะทั้งงบ กทม. งบ คสช. และบารมีพ่อเมือง กรุงเทพฯ อาจเสกสรร-แจ้งเกิด หมวดเอิร์ธ ในฐานะ ส.ส.หลักสี่ ก็ได้

ยังมีอีกหลายตัวละคร 'กองหนุนลุงตู่' ให้ต้องเอ่ยถึง แต่ชื่อหนึ่งที่ได้รับการเอ่ยถึงเป็นพิเศษ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ 'บิ๊กฉัตร-พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ' ไม่ใช่การถูกเอ่ยถึงในฐานะ 'ถุงเงิน คสช.' หรือ 'เพื่อนรักบิ๊กตู่' เหมือนที่ผ่านมา แต่ถูกเอ่ยถึงว่า เมื่อถูกโยกจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็น “รองนายกฯ นั่งทำเนียบ”

บิ๊กฉัตรได้เปลี่ยนทีมประชาสัมพันธ์ใหม่ ตั้งใจให้เป็น 'การพีอาร์เชิงรุก-มีข่าว-เป็นข่าว' มากขึ้น บิ๊กฉัตรได้มือดี เป็นทีมงานที่ 'ใกล้ชิดกับสื่อมวลชนมาก' ในแง่นี้จึงรู้ใจสื่อด้วยกันว่าต้องการอะไร นัยยะของการเปลี่ยนนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความพยายามในการแสวงหาความนิยมจากประชาชน ซึ่งหมายถึงความพยายามในการ 'อยู่ยาว-ตั้งพรรคในอนาคต'

'คุณปลื้ม Effect' ส่งสัญญาณการเมือง “ให้รีบมา-ระวังตกขบวน”

นายหัวชวน หลีกภัย ออกมา 'ปลุกผีทักษิณ' อีกครั้ง หลัง เดอะมาร์ค กระแทกไปยัง คสช. โดยตรง ความพยายามแบบนี้คือ สร้าง 'บาลานซ์' ให้พรรคประชาธิปัตย์ สื่อสารแบบนี้ เพื่อให้เหลือที่ 'ไว้กลับตัวได้ทัน' เมื่อ 'สถานการณ์เปลี่ยน' ในวันข้างหน้า

วันนี้ สถานการณ์ได้เริ่มเปลี่ยนไปมากกว่าที่คิด มาถึงจุดที่ พรรคทหาร สามารถใช้ทั้งอำนาจโดยตรง และโดยอ้อม บีบ ส.ส. รายจังหวัด เจ้าพ่อหัวเมือง ให้เข้ามาเป็น 'กองหนุนลุงตู่'

'คุณปลื้ม Effect' จะมีผลกระทบอีกยาวไกล เพราะเป็นการสื่อสารไปยัง ส.ส.รายจังหวัดอื่นๆ ที่ยัง 'ไม่ตัดสินใจ' ให้ 'ตัดสินใจใหม่' ในจำนวนนี้คือ 'กลุ่มเทพสุทิน' 'กลุ่มสะสมทรัพย์' 'กลุ่มพ่อมดดำ-สุชาติ ตันเจริญ' 'พรรคพลังท้องถิ่นไท ของ ชัช เตาปูน' เมื่อรวมกับ 'พรรคทหาร' 'พรรคประชาชนปฏิรูป-ไพบูลย์ นิติตะวัน' 'พรรค กปปส.' ก็จะเป็นกองหนุนลุงตู่ที่เป็นปึกแผ่น

ความเป็นปึกแผ่นนี้ จะบีบ 'พรรคประชาธิปัตย์-พรรคอนุทิน-พรรคลูกบรรหาร' ให้ 'ตัดสินใจให้ชัดเจน' ในที่สุดหรือไม่ อันนี้ยังเป็นคำถามอันน่าตื่นตาตื่นใจ

การเดินหน้ายุทธศาสตร์ 'บีบ-มัด-แบ่งสันปันเค้ก-ซื้อ ส.ส.รายจังหวัด' ของทหารในช่วงนี้คือ เหตุผลที่ พรรคเพื่อไทยต้องเร่งปฏิรูปพรรคโดยด่วน และ ต้องช่วยกัน ลุ้น-ปกป้องให้พรรคอนาคตใหม่-พรรคเกรียน ได้จัดตั้ง-อยู่รอดจนถึงวันเลือกตั้ง

บิ๊กตูบตื่นเต้นเจอ “แจ็ค หม่า” (มองไม่ออก เขามาหลอกขายของ!! 555)





กวีประชาไท: อย่าบ้าบอ!

นายเที่ยง
18 เมษายน 2561
ที่มา ประชาไท


มองไม่ออกหรือเขามาหลอกขายของ
มีตาก็หัดมองกูละหน่าย
เสียรู้เสียเหลี่ยมมันน่าอาย
ใครเสียหายประเทศไงไอ้บ้าบอ

ฟังก็รู้ดูก็เห็นถ้าไม่โง่
โธ่โถเจ้าสัวใหญ่นั่งทำหงอ
ในคราบความหวังดีทำอ้อล้อ
ลึกล้วงคอคืองูเห่าดูให้ดี

ไอทงไอทีเรื่องเลอะเทอะ
มีเยอะเราก็รู้เกมหลอกผี
มือถือเครื่องหนึ่งขอถามที
แอ้พที่มีใช้เป็นไหมขอจริงใจ

จีนประเทศเขานั้นใหญ่มาก
หากินลำบากจึงมาแผ่กิ่งก้านใบ
ไทยน่ะโง่จะตายหม้อข้าวใหญ่
หยิบยื่นให้สักนิดก็ดิ้นตาย

เจ้าสัวเรามีอยู่แล้วก็คนหนึ่ง
ตาถึงไปกอดขารู้ตัวก็สาย
ยึดครองทุกอย่างแล้วใครตาย
คนจนไงตายก่อนผ่อนส่งรอ

เป็นผู้นำคิดอะไรคิดให้แตก
รู้จักแยกแยะใช่หรือไม่เลิกบ้าบอ
แหมทำเก่งเก่งแต่ปากเก่งสอพลอ
นั่งตัวงอหงอหงิกให้ขุนโจร.

...

เรื่องเกี่ยวข้อง...

"แจ็ค หม่า"ทุ่ม1.1 หมื่นล้านปักหมุดอีอีซี ผุดดิจิทัลฮับ


17 เม.ย. 2561 - นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าในวันที่ 19 เม.ย. 2561นี้นายแจ๊ค หม่า (Jack Ma) ประธานบริหารของกลุ่มอาลีบาบา จะมาเยือนประเทศไทยเพื่อประกาศแผนการลงทุนของอาลีบาบาในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) รวมถึงโครงการความร่วมมืออื่น ๆ โดยกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมหารือถึงข้อสรุปความร่วมมือในโครงการหลักที่จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ดังต่อไปนี้

โดยโครงการแรกจะนำร่องลงทุนสร้างศูนย์สมาร์ท ดิจิทัล ฮับ ในพื้นที่อีอีซี คาดเงินลงทุน 11,000 หมื่นล้านบาท แล้วเสร็จภายในปี 2562 โดยศูนย์ฯ นี้จะอาศัยเทคโนโลยีระดับโลกของอาลีบาบาในด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวี และไปยังที่อื่นทั่วโลก ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานกับกรมศุลกากรในการยกระดับพิธีการทางศุลกากรให้เป็นระบบดิจิทัลด้วย ซึ่งการตั้งศูนย์ดังกล่าว นี้จะช่วยผลักดันให้เหล่าธุรกิจสตาร์อัพและเอสเอ็มอีไทยสามารถพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลให้เข้าถึงตลาดทั่วโลกได้

พร้อมกันนี้ยังมีโครงการควาทร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่น ๆ อีก อาทิ โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรในด้านดิจิทัลและการส่งเสริมธุรกิจผ่านการค้าออนไลน์(อี-คอทเมิร์ซ) ที่ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) โครงการ Thai Rice Flagship Store ที่ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ บนเว็บไซต์ Tmall.com เพื่อสนับสนุนการขายข้าวไทยทางออนไลน์ในจีน


ที่มา
http://www.thaipost.net/main/detail/7283

...




วันพฤหัสบดี, เมษายน 19, 2561

มท.๑ พูดยังกับเป็น ‘บ็อต’ ปกป้อง 'ทรู' แต่สำหรับผู้ใช้บริการ "มือถือไม่ได้มีบริษัทเดียว"


ต่อกรณีที่บริษัททรูมู้ฟเอช ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย นำข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ากว่าหมื่นรายไปแปะไว้บนคลังข้อมูล คลาวด์ ของแอมาซอน (S3) เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอึงมี่ทางสื่อสังคมว่า กระทำผิดหลักเกณฑ์ความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตอย่างรุนแรง

วานนี้ (๑๗ เมษา) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รองหัวหน้า คสช. และ รมว.มหาดไทย ให้ความเห็นแก้ตัวแทน ทรูว่า “ข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นเพียงข้อมูลหน้าบัตรประชาชนเท่านั้น” ส่วนข้อมูลเชิงลึกกว่านั้นยังอยู่ในระบบป้องกันของทางราชการ ซึ่งหากเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบทำให้ข้อมูลรั่วออกไปก็ต้องได้รับโทษ

ทั่น มท.๑ พูดยังกับเป็น บ็อต (หุ่นยนต์โฆษณาชวนเชื่อ) ของทรู มีหน้าที่พ่นข้อมูลเท็จ (faked news) และเบี่ยงประเด็นให้พ้นความผิดของผู้เป็นนาย เพราะ

หนึ่ง แม้เพียงข้อมูลหน้าบัตรก็ไม่ใช่ใครจะเอาไปวางแผงแสดงในตลาดนัดได้ ถ้าเจ้าตัวไม่อนุญาต และมันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของได้หลายสถาน ดังที่เดอะแม้ทเทอร์ เขาทำกร๊าฟฟิคให้ดู เป็นถึง รมว. น่าจะตระหนักรู้สักนิดก็ยังดี

สอง ว่าตามจริง เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ในความหมายด้านความมั่นคงทางอินเตอร์เน็ต ก็คือบริษัททรูนั่นแหละ แบบเดียวกับที่เฟชบุ๊คต้องรับผิดชอบเมื่อเรื่องแดงออกมาว่า ถูก เคมบริดจ์ แอนาเลติก้า บริษัทวิจัยยุทธศาสตร์ด้วยระบบอีเล็คโทรนิคจากอังกฤษ แอบฉกข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟชบุ๊คเอาไปช่วยงานหาเสียงให้ประธานาธิบดีทรั้มพ์

ทางการไทย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทยเจ้าของงานบัตรประชาชน และ กสทช. มีหน้าที่โดยตรงคอยดูแลเรื่องความมั่นคงของข้อมูลส่วนตัวประชาชน แทนที่จะคอยจ้องปิดว้อยซ์ทีวีและหาทางผ่อนปรนให้เจ๊ติ๋มทีวีพูล

โดยเฉพาะเมื่อมีผู้หวังดีพยายามแจ้งเบาะแสให้ทรูรับรู้ปัญหา กลับเจอกับกระบวนการ เร็ดเทปสนองตอบอย่างเชื่องช้า เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำในแผนกบริการประชาชน หรือมีแต่ไม่รู้เรื่องเลยผลักภาระไปให้สำนักงานใหญ่ ที่อาจมีแต่ผู้บริหาร จึงไม่มีใครตอบรับการสื่อสารจากสาธารณะ

นีล เมอริแกน นักวิจัยคอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษ เข้าไปดูคลังข้อมูลคลาวด์ของแอมาซอน (เอส ๓) เมื่อเดือนมกราคม พบว่ามีกล่องข้อมูลของทรูมู้ฟเอชที่ฝากไว้อย่างเปิดโล่งให้ใครก็ค้นได้ เขาจึงทดลองเข้าไปเซิ้ร์ชดู ปรากฏว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าทรูทั้งนั้น ทั้งภาพถ่ายบัตรประชาชน ชื่อ ที่อยู่ ฯลฯ ซึ่งเป็นการละเลยหลักเกณฑ์ความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต

เขากลับเข้าไปดูใหม่อีกหนึ่งเดือนต่อมา ยังเห็นข้อมูลเหล่านั้นเปิดโล่งอยู่ จึงได้พยายามติดต่อกับแผนกบริการลูกค้าของบริษัททรูมู้ฟเอชเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ กลับได้รับแจ้งให้ติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่แทนเมื่อกลางเดือนมีนาคม

(เหตุที่เขาเก็บเรื่องเงียบรอเป็นเดือน เขาอธิบายว่าตั้งใจจะรอให้มีการปิดข้อมูลนั้นเสียก่อน มิฉะนั้นปูดออกไปจะมีคนแห่ไปดู และอาจมีมิจฉาชีพเข้าไปล้วงความลับได้)

อีกสองสามอาทิตย์หลังจากนีลส่งอีเมลไปยังสำนักงานใหญ่ทรูแล้วยังเงียบอยู่ เขาจึงติดต่อไปที่หนังสือพิมพ์ เดอะ รีจิสเตอร์ ของอังกฤษ ให้ตีพิมพ์เรื่องนี้ ทรูจะได้ขยับทำอะไรสักอย่างบ้าง สองวันต่อมาเขาจึงได้รับแจ้งจากทรูว่าจัดการแก้ไขปัญหาแล้ว

นีลกลับไปเช็คที่แอมาซอนคลาวด์อีกครั้ง ข้อมูลเหล่านั้นยังคงเป็นสาธารณะเช่นเดิม จนอีกหนึ่งวันต่อมาถึงได้ถูกเปลี่ยนค่าเป็น ส่วนตัว สาธารณชนไม่สามารถเข้าไปดูได้
 
เรื่องนี้ทรูให้ข่าวเมื่อต้นเดือนเมษาว่า คลังข้อมูลถูกเจาะ (Hacked) แต่ข้อเท็จจริงเป็นความผิดของทรูเอง เมื่อนำข้อมูลไปฝาก ไม่ได้ตั้งค่าส่วนตัวไว้ หรือไม่เช่นนั้น “ก็มีใครไปเปลี่ยนจากส่วนตัวให้เป็นสาธารณะ

ซึ่งยิ่งหนักเข้าไปใหญ่” (น่าห่วงจะเป็นกระบวนการบ่อนทำลาย) นีลเขียนบทถาม-ตอบ ให้ความกระจ่างแก่ผู้ใช้บริการทรูที่เข้าไปไต่ถามและขอคำแนะนำกันเต็ม คำถามส่วนหนึ่งบอกว่าเขาลือกัน “ว่าคุณเป็นแฮ้คเกอร์”

(มีผู้แปลบทความถาม-ตอบของนีลเอาไว้ ดูภาพประกอบ)


ความเชื่องช้าของทรูในการแก้ปัญหารุนแรงอย่างนี้ เห็นได้ในอีกตัวอย่างเมื่อ สุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. โพสต์ถามทรูมู้ฟว่า “ได้แจ้งตรงกับผู้ใช้บริการหมื่นกว่ารายที่กล่าวถึงหรือยัง ว่าข้อมูลรั่ว”

ก็ได้รับคำตอบจากทรูว่า “ท่านสามารถแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ผ่านช่องทาง ดีเอ็ม เพื่อให้ทางเราประสาน ไอทรูม้าร์ท ตรวจสอบ และจะติดต่อกลับภายในสี่ชั่วโมง นะคะ”
 
การนี้ ทรูได้แจ้งเรื่องราวให้ กสทช. ทราบอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าข้อมูลที่แจ้งไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าใดนัก หากพิจารณาตามที่นักคอมพิวเตอร์ไทยรายหนึ่งอธิบายไว้ (มติชนลงข่าวโปรแกรมเมอร์ หัวร้อน รายนี้) ว่า

“ทรูชี้แจงกับ กสทช. ว่าถูกเจาะข้อมูลด้วยเครื่องมือพิเศษ ๓ ชั้นนั้น ตนนึกออกแค่สองขั้นตอน คือ ๑.สแกนหาลิ้งค์ ๒.ดาวน์โหลด ซึ่งทรูบอกอีกว่าถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนั้นไม่มีทางได้ไปแน่นอน ทั้งที่การทำบักเก็ตสแกนหรือหาลิ้งค์ที่หลุดออกมานั้นไม่ยากเลย”

นายธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล โปรแกรมเมอร์ชาวไทยโพสต์ด้วยว่า “เชื่อว่าวิศวกรทรูรู้แก่ใจว่าเป็นความผิดพลาด แต่ผู้บริหารกลับบอกว่าโดนแฮ้ค...กสทช.ได้ถามหรือไม่ว่า จะรับผิดชอบลูกค้าอย่างไร
 
กสทช. ต้องเข้าไปควบคุมดูแลแล้ว เพราะนี่คือสิทธิประโยชน์ของประชาชน ควรทำให้เป็นคดีแบบอย่าง” ก็ไม่รู้ว่า กสทช. จะทำได้แค่ไหนเพราะชุดนี้ คสช. ตั้งเองกับมือ ส่วนทรูมู้ฟนั้นมีอะไรลึกล้ำกับ คสช. สาม ป. หรือเปล่าไม่รู้

รู้แต่ว่าทรูมู้ฟเป็นของซีพี ซึ่งเป็นหุ้นส่วนมั่งคั่งยั่งยืนทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านทาง ประชา (เจ้าสัว) รัฐ นี่ละ แล้วก็เมื่อครั้งประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเป็นผู้อำนวยการ ศอฉ. ปี ๕๓ ที่มีเสื้อแดงตายเยอะแยะนั่นแระ

ตอนนั้นทั่นสุเทือกเคยเป็นกรรมการของบริษัททรูอยู่ด้วย ตอนนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองของ กปปส. เอาไว้สนับสนุนประยุทธ์ขึ้นเป็นนายกฯ คนนอก หลังจากเลือกตั้ง

มันจึงมีสายใยโยงระยางกันอยู่อย่างนี้ แล้วแต่จะคิด ทางที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นลูกค้าถ้ากลัว 'เสี่ยง' ต่อไปข้างหน้า จะเอาอย่าง ♥ Moui  ♥@moui บ้างก็ได้ เธอทวี้ตว่า

“ตอนแรกกะว่าค่ายไหนก็มีโอกาสรั่วได้หมด กะจะอดทนต่อละ แต่พอเห็นคำตอบทางค่ายโบ้ยแบบนั้น พอละ มือถือไม่ได้มีบริษัทเดียว

- ขณะอยู่ที่ค่ายใหม่ ทำเรื่องย้ายเข้า ค่ายเก่าโทรมายื่นข้อเสนอส่วนลด พร้อมถามสาเหตุที่ย้ายออก เราบอกจากข่าววันนี้เลยค่ะ”

ร่วมยินดีกับชาวสตูล... อุทยานธรณีสตูล ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจาก UNESCO เป็นอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของประเทศไทย ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งธรณีของจังหวัดสตูล





ยูเนสโกยก 'สตูล' เป็น 'อุทยานธรณีโลก'


Apr 18, 2018
ที่มา Voice TV


อุทยานธรณีสตูลได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากองค์การยูเนสโก ขึ้นบัญชีเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลก หรือ Unesco Global Geopark แห่งแรกในประเทศไทย


ที่ประชุมสำนักเลขาธิการยูเนสโก ครั้งที่ 204 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส มีมติรับรอง 'อุทยานธรณีสตูล' เป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกแห่งแรกในประเทศไทย คาดว่าจะส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา และจะทำให้ไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างยั่งยืน เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์และเสริมสร้างความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติทั่วโลก

ทั้งนี้ ยูเนสโกนิยาม 'อุทยานธรณีโลก' ว่าเป็นขอบเขตพื้นที่ที่ประกอบด้วยแหล่งที่มีคุณค่าด้านธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม มีการบริหารจัดการแบบองค์รวมระหว่างการอนุรักษ์ การให้ความรู้ การศึกษาวิจัย และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่ตั้งแต่เริ่มต้น

ขณะที่ อุทยานธรณีสตูล ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดสตูล คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และอำเภอเมือง รวมเป็นพื้นที่กว่า 2,597.21 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่ และชายหาดที่สวยงาม มีความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ อุทยานธรณีสตูล ระบุว่า "ผืนดินแห่งนี้ เป็นบันทึกหลักฐานของโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคเก่า เกิดเป็นแหล่งสร้างออกซิเจนให้กับโลกในช่วงเวลานั้น ต่อมามีการยกตัวของเปลือกโลกก่อเกิดเป็นเทือกเขา และถ้ำ ซึ่งได้กลายเป็นบ้านหลังแรกของมนุษย์โบราณ ปัจจุบันผู้คนยังดำรงชีวิตโดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของแผ่นดินนี้อยู่ และก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์"

ส่วนการพิจารณาสถานะอุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีโลก เป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 ที่เห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และมอบหมายให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ เสนอเรื่องต่อสำนักเลขาธิการยูเนสโก จนกระทั่งมีมติชี้ขาดที่ประชุมในครั้งนี้

ที่ผ่านมา ยูเนสโกประกาศรับรองอุทยานธรณีโลกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 120 แห่ง ใน 33 ประเทศทั่วโลก โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ ในมาเลเซีย 1 แห่ง เวียดนาม 1 แห่ง และอินโดนีเซีย 2 แห่ง

Photo: Unesco/Satun Geopark

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ลาวเตรียมขอขึ้นทะเบียน "รำวง-สงกรานต์" เป็นมรดกโลก
ยูเนสโกยกย่อง 'กำพล วัชรพล' เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์
ยูเนสโกเพิ่มมรดกโลกอีก 21 แห่ง

...



...

Springnews//อุทยานธรณีสตูล สู่อุทธยานธรณีระดับโลก



https://www.youtube.com/watch?v=-oMFxZTWk_0

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมเสนออุทธยานธรณีจังหวัดสตูล เป็นอุทยานธรณีระดับโลก เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและเป็นสถานที่ศึกษาทางวิชาการสำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

นับเป็นก้าวสำคัญอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทยที่จะได้มีอุทยานธรณีโลก หลายคนคงคุ้นเคยกับอุทยานแห่งชาติ แต่กับคำว่าอุทยานธรณีนั้น คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า คืออะไรและใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินจัดตั้งพื้นที่เป็นอุทยานธรณี 

และหากอธิบายตามหลักการที่ยูเนสโกตั้งไว้ อุทยานธรณีคือ พื้นที่ที่ประกอบไปด้วยแหล่งที่มีความสำคัญอย่างโดดเด่นทางด้านธรณีวิทยา รวมถึงคุณค่าทางด้านโบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ทั้งบนบกและทะเล 

กรมทรัพยกรธรณีได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ศึกษา วิจัย สำรวจและประเมินสภาพทรัพยากรธรณีในท้องถิ่นที่ยื่นเสนอขอจัดตั้งอุทยานธรณี โดยจะพิจาณาจากองค์ประกอบต่างๆ ที่ยูเนสโก เป็นผู้ กำหนด แล้วรัฐบาลจะยื่นเสนอต่อยูเนสโกพิจารณาประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับโลก และสตูลกำลังถูกเสนอชื่อเป็นอุทยานธรณีแห่งใหม่ของโลก และแห่งแรกของไทย 

ขณะนี้กรมทรัพยากรธรณี ได้ศึกษาองค์ประกอบทางธรณีวิทยาในจังหวัดสตูล และจะผลักดันอุทยานธรณีสตูล ให้ขึ้นเป็นอุทยานธรณีระดับโลก 

ซึ่งราวเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน ยูเนสโก จะส่งเจ้าหน้าที่ มาสำรวจประเมินพื้นที่ และหากอุทยานธรณีสตูล ผ่านการพิจารณา // นอกจากจะเป็นอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ยังจะเป็นอุทยานธรณีโลก แห่งล่าสุดของอาเซียน 

จะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของไทย เพิ่มคุณค่าแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาทางธรณีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย


ตอแหลลงตับ?!?


ooo




พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกต่างชื่นชมระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยอยู่แล้วที่ได้ดำเนินนโยบายนี้ ทำให้ครอบคลุมดูแลประชากรประเทศถึง 99.95% เหลือเพียงเด็กแรกเกิดเท่านั้น แต่หลังจากนี้จะทำอย่างไรเพื่อให้การรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขเป็นไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพของประเทศ โดยในส่วนของงบประมาณนั้น หากประเทศมีรายได้มากขึ้น งบประมาณประเทศก็จะมากขึ้น รวมถึงงบประมาณที่จะลงสู่กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่หากรายได้ไม่เพิ่มขึ้น จะทำอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดเพื่อทำให้ระบบเดินต่อไปได้และยั่งยืน

(https://prachatai.com/journal/2018/04/76414)

...

ความเห็นส่วนหนึ่งจากโพสต์...
(https://www.facebook.com/Prachatai/posts/10155528870386699)

Passakorn Lamongkol ตาย ๆ เผด็จการจ้องทำลายโครงการอยู่ไม่เคยขาด มาแสดงการเอาดีใส่ตัวกับโครงการบัตรทองแบบนีั้ มันทุเรศสุด ๆ ว่ะ

Pim Pim ได้หน้าไปกับผลงานที่ตัวเองไม่ได้ทำ แถมยังจะยกเลิกโครงการ ด่าเช็ดรัฐบาลเก่าที่ทำไว้เช้า เย็น ไม่เคยเห็นใครหน้าหนาเท่านายกคนนี้อีกแล้ว

Budsaya Khunakhornsawat ตอนนี้เท่ากับยกเลิกบัตรทองแล้ว เพราะแผนการปฏิรูปสาธารณสุข ตามยุทธศาสตร์20 ปีในรธน. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว

มีผลเท่ากับยกเลิกบัตรทองเพราะ
1.ให้ประชาชน ทั้งจ่ายก่อนป่วย(เหมือนบัตรสปร. บัตรครอบครัวสมัยก่อน คล้ายจ่ายประกันชีวิต) และจ่ายตอนไปหาหมออีกด้วย ตามราคาโรคที่เขากำหนด

2.ระบบบริหารจัดการที่สปสช. สำนักงานหลักประกันสุขภาพและบอร์ดที่มีประชาชนร่วมอยู่ด้วย และพัฒนาให้บัตรทองดีขึ้นมาตลอด ก็จะเปลี่ยนไป

ตู่นี่มันมือถือสาก จริงๆ
แถมเอาความดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น
เป็นตัวการสร้างความเหลื่อมล้ำของแท้

...






อ่านยัง! หนังสือ 'ประวัติศาสตร์ชาติไทย' จัดทำโดย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี 2558 ที่กำลังมีข้อถกเถียงว่า ลำเอียง บิดเบือนข้อเท็จจริง ลองอ่านได้ตามนี้



ooo





Wake Up News - ยก 'บิ๊กตู่' ปราบโกง เข้าตำรา! ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์ https://youtu.be/pzWumLsFUp8 ข้อมูลจาก @YouTube

ooo

ชวนอ่าน...





อันนี้ต้องอ่านเอง หุหุ คนที่เขาเคยถูกคสช.จับ เขายังโกรธทรูอยู่ เพราะจนท.รู้เรื่องการสื่อสารทุกอย่าง ทั้งที่ไม่เคยเปิดเผยข้อมูลใดๆ จนท.ยอมรับเอง สืบจาก “เน็ตบ้านน้อง”




ooo


เมื่อวาน Harit โพสต์เรื่อง True เลยทำให้เราจำอะไรบางอย่างได้ เลยอยากจะแชร์ประสพการณ์นี้ให้มิตรสหายฟัง ถือว่าเป็น "ข้อมูล" อีกด้านหนึ่งก็แล้วกัน

เมื่อสองปีที่แล้ว ที่โดนจับตอนทำเพจ8แอดมินเรารักประยุทธ์ ทุกคนคงทราบว่าเราถูกทหารมาล็อกตัวถึงบ้านคลุมหัวปิดตาพาไปค่ายทหาร เพื่อนๆโดนเหมือนกัน (วันที่27 เม.ย. นี้ครบสองปีละ โคตรไว ตังค่ารั้วบ้านที่แมร่งพังเข้ามายังไม่ได้ซักบาท)

วันที่เราเข้าไปในค่าย (ผมมาถึงคนแรกๆ Harit มาถึงเย็นๆ เพราะถูกพาตัวมาจากขอนแก่น) ช่วงสอบสวน ทหารได้ปริ้นท์คอนเท้นต์งานต่างๆที่ไม่เกี่ยวกับคดี เพื่อมาสอบถามว่านี่เป็นของคุณใช่หรือไม่? ผมก็ตอบว่า "ถ้าใช่แล้วผิดตรงไหน บอกมาหน่อยตรงไหนที่ผิดกฏหมาย ภาพ , โพสต์ หรือข้อมูลในภาพ ในโพสต์?" เขาก็ว่าไม่ได้ผิดอะไร เอามาถามเฉยๆ

เสริมนิดหนึ่ง *รู้แม้กระทั่ง "โทร" หาใครเวลาไหน อย่างไร ในช่วงสองสามสัปดาห์นั้น หรือคุยกับใครก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไป (ขณะนั้นเรายังไม่ได้ทำการปลดล็อคโทรศัพท์ให้เขาด้วยลายนิ้วมือ รหัสอะไรเราไม่ยอมบอกทั้งหมด)*

ผมถามกลับคำหนึ่ง คือสงสัยมานานแล้ว กูจะเก็บตายห่าอยู่ในนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ขอคำตอบหน่อยก็แล้วกัน ผมถามเขาว่า "พี่รู้ได้ไง ทั้งๆที่วินาทีนี้ ผมยัง 'ไม่ยินยอม' ที่จะให้แอคเค้าท์ Facebook หรือแม้กระทั่งรหัสปลดล็อดมือถือ ของของผมแก่พี่? (ขณะนั้น เขายังปลดล็อกมือถือผมไม่ได้)

เขาก็ยังไม่ตอบ แฉล่บไปสอบเรื่องอื่น คุยเรื่องครอบครัว บลาๆๆๆๆ

จนกระทั่งสักพัก ผมกับพนักงานสอบสวน อยู่กันสองคน ทหารแม่งลงไปกินข้าวละ เราก็คุยกันลึกขึ้นกว่าตอนที่ทหารอยู่ คุยไปคุยมา เขาถามผมว่า "คำถามที่น้องถามว่าพี่รู้ได้อย่างไร ว่าน้องโพสต์คอนเท้นต์?" ผมก็ อืมๆ ใช่พี่ ผมถามพี่นั่นแหละ

"น้องใช้เบอร์มือถือของค่ายไหน?" ผมตอบไปว่า ผมใช่ "Ais กับ True"

"แล้วเน็ตบ้านน้องหละ?" พนักงานสอบสวนถามขึ้นอีกครั้ง แล้วผมตอบว่า "ใช้ True พี่"

พนักงานสอบท่านนั้นตอบกลับมาว่า "นั่นแหละ"

คือแม่งเป็นคำตอบสั้นๆ ที่ทำให้ผมย้อนคิดถึงเรื่องนี้หลายขั้นตอนหลายวาระ จนถึงตอนนี้

หนึ่งในแปดแอดมินเรา ที่โดนจับ และใช้เน็ตบ้าน True ก็โดนยกกล่องเล้าท์เตอร์ไปเข้าค่ายทหารด้วย

เราเคยคุยเรื่องนี้กับปอนด์ (Harit) โมโหเรื่องนี้มาก Harit กับเราคิดเหมือนกันคืออยากจะฟ้องแม่งสักตั้ง แต่ทนายคดีเราขอไว้ก่อน เก็บไว้เมื่อมีวาระโอกาส

ตอนแรกเราพยายามเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟัง แต่ทุกคนไม่เชื่อเรา ยังคิดว่า คสช.ทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ความสามารถยังไม่ถึงกับการจะแฮคข้อมูลประชาชนได้ถึงขนาดนั้น พอเวลาไปเรื่องนี้ให้ใครฟัง มันเหมือนเราพารานอยด์ไปเอง

พอวันหนึ่ง รบ.พยายามจะผ่าน พรบ.ตัวหนึ่ง ที่ให้ขอข้อมูลออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องใช้หมายศาล เรายิ่งมั่นใจยิ่งขึ้น ว่า รัฐบาลทหาร สมารถทำเรื่องพวกนี้ได้จริง และกำลังทำให้เป็นเรื่องถูกกฏหมาย

และยิ่งกรณี มีข่าวข้อมูล True รั่วออกมาจำนวนมาก ช่วงปี 59-60 และ พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ "ไม่ต้องตกใจ หลุดแค่นี้จิ๊บๆ" เรายิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ว่า เราก็คงเป็นหนึ่งใน "ผู้ถูกกระทำ" ในเรื่องนี้ ว่าเราโดนจริงๆ

ที่เล่ามานี้ ผมไม่ได้ชี้ชวนให้ทุกคนต้องเชื่อเหมือนผมแต่อย่างใด

ผมแค่อยาก "ถ่ายทอด" สิ่งที่เคยโดนมาและมันไม่ควรที่จะเป็นเรื่องที่ "ถูกทำให้ลืม" อีกต่อไป....

จากผู้ประสพภัย



อย่าตกใจนะ... ยุคปฏิรูปน้ำเน่า "บิ๊กตู่' กำลังตกปลาในบ่อเพื่อน เพราะแต่เดิมไม่ได้สร้างบ่อปลาไว้ ก็ไปตกของคนอื่น





'นิพิฏฐ์' ชี้อย่าตกใจตลาดนัดการเมืองยุค 'บิ๊กตู่' ตกปลาในบ่อเพื่อน


18 เม.ย. 2561
โดย ไทยรัฐออนไลน์


"นิพิฏฐ์" ชี้ อย่าตกใจตลาดนัดนักการเมืองยุค "บิ๊กตู่" ปฏิรูป น้ำเน่า ตกปลาในบ่อเพื่อน ดูดนักการเมืองเหนาเก่า ซัดอ้างเหตุ 4 ปี เพิ่งคิดตั้งที่ปรึกษาการเมือง...


วันที่ 18 เม.ย.61 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการ ครม.มีมติแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และผู้ช่วยรัฐมนตรี ว่า ไม่แปลกใจ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารทุกครั้ง เพียงแต่คนไทยไม่จำเองประการต่อไป มีนักการเมืองที่ไปร่วมกับคณะรัฐประหารทุกครั้งนักการเมืองเหล่านี้ ส่วนใหญ่พฤติกรรมจะค้านสายตาประชาชนแต่ในตลาดนัดการเมืองมันหาง่ายราคาก็ไม่สูงเกินไป ต่อรองกันได้จะซื้อรายตัวหรือยกเข่ง ก็แล้วแต่ต่อรองกันต่อไปนี้ จะมีเรื่องทำนองนี้ให้เห็นมากขึ้น ก็อย่าตกใจ หรือแปลกใจอะไรนี่ยุครัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เรียกว่า ยุคปฏิรูป มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำการปฏิรูปเองก็หวังว่า จะเห็นการปฏิรูปดีๆ เกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง เพียงแต่ ผมขอแช่งไว้ว่า ใครก็ตามใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ทำการพรรค ขอให้ประสบชะตากรรมเหมือนผู้นำในอดีตทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องใช้แก้ความทุกข์ให้ประชาชน มิใช่สนองตัณหาของตัวเองที่พูดนี้มิได้ระบุชื่อใคร และใครไม่ทำก็อย่าร้อนตัว

เมื่อถามว่า เป็นการดูดนักการเมืองหรือไม่ว่า นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า มันชัดอยู่แล้ว เพราะนายกฯบอกว่าให้มาเป็นที่ปรึกษาทางการเมือง ตนคิดว่าปีสุดท้ายของนายกฯแล้วจะมามีที่ปรึกษาเรื่องการเมืองเพื่ออะไร ทำไมเพิ่งมาคิดมีที่ปรึกษาทางการเมืองเอาปีนี้ ทำให้เห็นว่านายกฯกำลังจะเข้าสู่การเมือง เดิมไม่ได้สร้างบ่อปลาไว้ ก็ไปตกของคนอื่น เพื่อจะยุบรวมเป็นบ่อเดียวกัน แสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่า การปฏิรูปการเมืองไม่ง่าย เพราะความจริงยังเป็นน้ำเน่า ภาคปฏิบัติยังแย่ ล้าหลัง ซึ่งไม่แปลกใจกับเรื่องที่เกิดแต่อยากเตือนประชาชนที่กำลังผิดหวังอยู่ว่า ต้องทำใจ และเราอาจจะได้เห็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายกว่านี้ก็ได้ มีนักการเมืองประเภทหนึ่งที่ยอมให้เขาดูด ซึ่งมีประจำ แต่นักการเมืองอีกประเภทไม่ยอมให้ดูด ก็ต้องดูว่าใครมีความเข้มแข็งมีอุดมการณ์มากกว่ากัน ซึ่งชัดอยู่แล้วว่า คสช.ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคก็ได้ เมื่อถามต่อว่า หากคสช.ใช้วิธีดูดนักการเมืองหน้าเก่า พรรคประชาธิปัตย์จะรับมืออย่างไร นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์ไม่ต้องรับมืออะไร อดีตส.ส.ของประชาธิปัตย์มีความเข้มแข็งและมีอุดมการณ์ในตัวทุกคน คงจะไม่ถูกดูดไปได้ คนที่ถูกดูดมีรังสีอยู่แล้ว ดูหน้าผากก็รู้ว่าใครถูกดูดบ้างหรือไม่.

...


ความใจกล้าหน้าด้านของ คสช.

ดึงวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ จากชาติไทยพัฒนา
มาเป็นรมว.ท่องเที่ยว

ต่อมา ก็ไปกับไอ้แดงและคณะ
ไปคุยกับบ้านใหญ่นครปฐม สะสมทรัพย์
พอพวก พท.ไปตีกอล์ฟกับบ้านนี้ ไอ้ควายตู้ออกอาการ
ทำมาบอก ระวังผิดกฎหมาย ทั้งที่ตัวก็ไปภาพหลุดทนโท่

แล้วก็นัดอนุทิน ไปคุยกันที่ต่างประเทศ

พอตั้งผู้ว่าฯ ก็เอาสกลธี กปปส.มาเป็นรองผู้ว่าพ่วงด้วย

ตอนนี้ก็ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้ม พลังชลมาเป็นที่ปรึกษา
แถมบอกไม่ต้องลาออกจากพรรค โอ้ ด้านเหลือทน

แถมอีกคน ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อ๊อด ถั่งเช่า ตาคนนี้ก็พยายามจะเข้าแก๊งรปห.ตั้งแต่สมัยเป็นนายกสมาคมโอลิมปิค โดยตอนนั้นรับหน้าที่เป็นคนเอานายกออกประเทศ ก่อนจะมีคำตัดสินคดีที่ดินรัชดา ต่อมาก็คลิปถั่งเช่าหลุด (แต่ถ้าได้เข้าไปฟังดูดีๆเนื้อหาไม่ได้มีส่วนหนึ่งส่วนใดพาดพิงสถาบันอย่างที่โดนกล่าวหา) มาตอนนี้อ๊อดได้ที ก็ขานรับพร้อมช่วยไอ้ควายตู้อยู่ต่อแบบคนนอกอีกราย

แต่ละคนดูแล้วอนาคตทางการเมืองไม่น่าจะเหลือ
รอดูวันที่อำนาจคืนกลับมาหาประชาชนก่อนละกัน อิอิ


กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ


TRUE ไม่ได้โดนแฮกโว้ยยยยย "นายอาร์ม" หงุดหงิด True ชี้แจงกสทช. จนต้องมาออกอีกคลิป




https://www.facebook.com/castby9arm/videos/1904584162945748/

...




เรียนท่านรัฐมนตรีมหาดไทยทราบ ท่านรู้หรือไม่? ข้อมูลบน 'หน้าบัตรประชาชน' เอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง... (เป็นเจ้ากระทรวงที่ออกบัตรประชาชน แต่กลับไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองออก มันสำคัญยังไง (ท่านมาเป็นรัฐมนตรีได้ยังไง) 😔)





เรียนท่านรัฐมนตรี รู้หรือไม่? ข้อมูลบน 'หน้าบัตรประชาชน' เอาไปทำอะไรได้บ้าง
.
หลายคนอาจจะตกใจ ร้องเสียงหลง หรืออยากยกมือทาบอก เมื่อรัฐมนตรีมหาดไทยออกมาพูดถึงกรณีค่ายมือถือหนึ่งทำข้อมูลลูกค้านับหมื่นคนรั่วไหล ว่า “มีเพียงข้อมูลหน้าบัตรประชาชน” (ย้ำคำว่า 'เพียง') ไม่ใช่ข้อมูลเชิงลึกอะไร
.
ทั้งๆ ที่สิ่งที่ปรากฏในหน้าบัตรประชาชน ก็มีข้อมูลเชิงลึกอยู่ตั้งหลายอย่างแล้ว!
.
ถ้าคุณมีอายุเกินเจ็ดขวบ เราเชื่อว่าทุกคนมีบัตรประชาชนอยู่ในกระเป๋าสตางค์ ลองหยิบขึ้นมาพินิจพิจารณากันดูว่า บนหน้าบัตรมีข้อมูลอะไรปรากฏอยู่บ้าง เลขบัตรประชาชน 13 หนัก ชื่อตัว-ชื่อสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด ที่อยู่ วันออกบัตร ผู้ออกบัตร วันที่บัตรหมดอายุ และรูปถ่าย
.
ซึ่งแค่ ‘ข้อมูล 8 อย่าง’ นี้ก็เอาไปทำอะไรได้มากมาย The MATTER จะเล่าให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง เพียงข้อมูลหน้าบัตรประชาชนนี่แหละ ไม่ต้องไปใช้เครื่องดูข้อมูลอะไรในชิปที่แปะมากับบัตรเลย
.
- เปิดบัญชีธนาคาร

- สมัครบัตรเครดิต

- เปิดใช้งานโทรศัพท์มือถือ

- ขอสินเชื่อ/กู้เงิน

- เช็คข้อมูลภาษี

- ใช้สมัครงาน

- ใช้สมัครสมาชิกสินค้า/บริการบางประเภท

- ใช้ทำธุรกรรม

- ใช้ยืนยันตัวตน

- ใช้รับเงิน

- ใช้เข้าถึงข้อมูลอื่นๆ ในระบบคอมพิวเตอร์

- ฯลฯ
.
ด้วยความหลากหลายของการใช้งาน เพียงหน้าบัตรประชาชนนี่แหล่ะ ทำให้มีการรณรงค์ว่าเมื่อนำสำเนาไปใช้ทำอะไรแล้ว นอกจาก #เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง เจ้าของบัตรจำเป็นจะต้อง #ขีดคร่อมด้วยว่าเอาไปใช้ทำอะไร และหากบัตรหายก็#ควรจะไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจไว้ แม้ว่าการทำบัตรใหม่ในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้ใบแจ้งความแล้วก็ตาม (แม้ต้องเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท) แต่เพื่อความสบายใจ เพราะมีกรณีการขโมยบัตรไปก่ออาชญากรรมอยู่เนืองๆ เจ้าของบัตรจะได้นอนหลับได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องสะดุ้งตื่นขวัญผวา
.
สำหรับต้นทุนการผลิตบัตรประชาชนต่อใบ จะมีราคาเฉลี่ย 19 บาท 58 สตางค์ โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต้องจัดทำคำสั่งซื้อทุกๆ ปี เป็นเงินปีละหลายร้อยล้านบาท

- ปี 2560 จัดซื้อ 12.51 ล้านใบ ใช้งบประมาณ 246 ล้านบาทเศษ

- ปี 2559 จัดซื้อ 19.59 ล้านใบ ใช้งบประมาณ 387 ล้านบาทเศษ

- ปี 2558 จัดซื้อ 9.89 ล้านใบ ใช้งบประมาณ 204 ล้านบาทเศษ

โดยทุกสัญญามี บริษัท ดาต้าโปรดักส์ ทอปปัง ฟอร์ม จำกัด เป็นคู่สัญญา
.
และไม่เพียงบัตรประชาชนเท่านั้นที่มีข้อมูลสำคัญปรากฏอยู่บนหน้าบัตร กระทั่ง ‘ใบขับขี่’ หรือ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)’ ก็ยังมีข้อมูลสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเลขบัตรประชาชนและวัด/เดือน/ปีเกิด
.
การที่ข้อมูลบนหน้าบัตรประชาชนรั่วออกมา จึงไม่ต่างจาก ‘ข้อมูลสำคัญ’ หลุดมาแทบจะทั้งยวงเลยต่างหาก (กระทั่งถ่ายรูปบัตรประชาชนแชร์ลงในโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันเขายังห้ามเลย อย่าว่าแต่ให้จับบัตรตัวจริง) จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

- อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://thematter.co/quick-bite/thai-id-card/49810
.
.
[ The MATTER เคยทำสกู๊ปเอาไว้ว่า นอกจากบัตรประชาชนแล้ว ยังมีของสำคัญอีก 5 อย่างที่ห้ามโพสต์ลงในโซเชียลฯ เด็ดขาด เพราะอาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ประโยชน์ได้ และตัวเจ้าของนั่นแหล่ะที่จะเดือดร้อน อยากรู้ไหมมีอะไรบ้าง ลองคลิกเข้าไปอ่านกันดู https://thematter.co/byte/5-things-you-should-not-post-online/36991 ]

#Quickbite #idcard #TheMATTER


The MATTER


...


Panupat Taothaisong เป็นเจ้ากระทรวงที่ออกบัตรประชาชน แต่กลับไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองออก มันสำคัญยังไง (ท่านมาเป็นรัฐมนตรีได้ยังไง)

Natha Thawanapong ที่อยากรู้ตอนนี้คือหน้าบัตรของใครบ้างที่เป็นหมื่นกว่ารายนั้น ควรให้พวกเขารู้ตัวและไปแจ้งความทำบัตรใบใหม่ พร้อมทั้งยกเลิกบัตรใบเก่าด้วย ไว้เป็นหลักฐานว่าหากใครนำสำเนาหน้าบัตรใบนั้นมาใช้ เจ้าของบัตรตัวจริงก็ยังมีสิทธิ์ต่อสู้ได้ว่าอาจไม่ใช่เขาที่นำไปทำธุรกรรมที่เป็นปัญหา

ooo



https://www.facebook.com/thairath/videos/10156840713362439/

...


วันพุธ, เมษายน 18, 2561

กอล์ฟ 'สะสมทรัพย์' ตัวเองไปได้แต่ห้ามเพื่อไทยไปบ้าง หลังจากหวยไปออกที่ 'คุณปลื้ม'


ตอนนั้นชวนกันไปตีกอล์ฟสนามดัง บังเอิญเจอ สะสมทรัพย์เจ้าของ เลยได้กินข้าวแล้วชักรูปร่วมกันไว้โพสต์เฟชบุ๊ค ก็เท่านั้น ตอนนี้หวยบนดินไปออกที่ คุณปลื้ม ดันห้ามคนอื่นนัดไปกินข้าวเล่นกอล์ฟกับเจ้าของสนามนครปฐมบ้าง

เออนะ สันดานพวกนักการเมืองสามานย์ก็อย่างนี้ละ ไม่รู้นะ ดูจากโพสต์วาสนา นาน่วม น่าจะอย่างนั้น

นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เผยเบื้องหลังของการที่ได้รับแต่งตั้งจากบิ๊กตุ่นให้ไปเป็นที่ปรึกษาฝ่าย (นัก) การเมืองว่าเพื่อ “ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ” แต่คนตั้งบอก “ตนต้องฟังเขาว่าอย่างไร เพราะตนจำเป็นต้องมีนักการเมืองมาบ้างเพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน”


ตีความตามตัวอักษร ไอ้ ตน นี่มัน ประเทศชาติ เรอะ เอาเถอะชั่งเผือกไว้ก่อนตรงนั้น ทั่นตู่เค้าบอกอีกว่า “ผมไม่รังเกียจนักการเมือง ไม่รังเกียจใครทั้งสิ้น” อ้าวจะเปลี่ยนกลับไปเป็นนักการเมืองอีกหนแล้วเหรอ เฮ้อ กลับไปกลับมาเป็นวันทองสองใจ

“ยืนยันไม่ได้ตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เพราะวันนี้กำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จำเป็นต้องมีคนเหล่านี้มาให้คำปรึกษา” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงได้ตรงกับคำของนายสนธยาเดี๊ย

“ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมือง และไม่ใช่เงื่อนไขที่เป็นข้อตกลงทางการเมืองแต่อย่างใด” พูดสไตล์เดียวกับว่าที่นายเลยเชียวนะ อะไรไม่ดีปฏิเสธทุกอย่าง
 
อดีต รมว.วัฒนธรรมโบ้ยไปโน่น หัวหน้าเทคโนแครท คสช. ทั่นรองฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นเจ้าของโปรเจ็ค ดึงไปช่วยงานอีอีซีฐานที่เป็นคนในพื้นที่ทราบปัญหาดี ตั้งแต่แปดริ้ว เมืองชล ระยอง มีอะไรแก้ไขได้หมด

แล้วก็อีกเรื่อง หัวหน้าพลังชลขอปฏิเสธ ไม่ได้ถูกดูด และคงไม่พูดว่าจะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน ต้องรอให้มีผลเลือกตั้งออกมาก่อน ตอนนี้ยังเป็นพลังชลเต็มตัว

ส่วนเกี่ยวกับน้องชายที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยว ก็เพราะฝีมือแท้ๆ คุณภาพคับแก้ว ไหนจะเคยเป็น ส.ส. หลายสมัย ไหนจะเป็นโยมอุปฐากเมืองพัทยา แล้วยังเป็นนายกสมาคมวินเซิ้ร์ฟ “สร้างแชมป์โลกได้หลายคนแล้ว” ด้วย


ทางด้านประยุทธ์เลยฉวยโอกาสโฆษณาชวนเชื่อ “รัฐบาลขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้บ้านเมืองอย่าเกิดความขัดแย้ง ถ้าก่อนการเลือกตั้งยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย ก็ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ วันข้างหน้าก็จะวุ่นวายเหมือนเดิมอีก”

พูดแบบนี้สมกับที่หนังสือประวัติชาติไทย ฉบับเลียนายของกรมศิลปากรเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเลยทีเดียวว่า “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง และใช้หลักคุณธรรม เพื่อนำประเทศให้เป็นประชาธิปไตย” (หน้า ๑๙๕)

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จุฬาฯ ตาไว เก็บเอามาแจ้งให้ประชาชนรับรู้กัน ทำให้มีคน “ตั้งคำถามกับข้อความที่ปรากฏในหนังสือเรียนนี้จำนวนมาก อาทิ นี่สินะ ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์” กับ

เชื่อๆๆครับ ว่าเข้ามาขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวงและใช้หลักคุณธรรม ในรัฐบาลนี้จึงไม่มีการทุจริตอะไรเลย ไม่มีการโกงเงินคนจน โกงเงินเด็ก ไม่มียืมนาฬิกาเพื่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินว่ามีทรัพย์สินงอกมาได้อย่างไร ไม่มีเอี่ยวเงินซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ...”


อ๊ะ เดี๋ยวก่อนวารสาร เดอะ ดิพลอแม็ท เพิ่งรายงาน “ล่าสุด ตัวแทนของรัฐบาลไทยลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดหาปืนใหญ่แบบอัตตาจรล้อยาง (ATMG) ขนาด ๑๕๕ มม. ของบริษัทด้านอาวุธยุทโธปกรณ์อิสราเอล 'เอลบิต ซิสเต็มส์' ช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา” นี่นา
 
“พล.ร.อ. จุมพล ลุมพิกานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหมของไทย เป็นผู้ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ ๒๓ มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อจัดซื้อปืนใหญ่ฯ จำนวน ๖ กระบอก คาดว่าจะใช้งบประมาณราว ๘๖๕ ล้านบาท หรือ ๒๖.๓๙ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ”

ว้อยซ์ทีวีช่วยแปลมาให้อ่านไทยด้วยว่า “งบประมาณของกระทรวงกลาโหมไทยเมื่อปีที่แล้ว คิดเป็นร้อยละ ๑.๔๒ ของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศ คิดเป็นเงินกว่า ๖,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ ๑.๙ แสนล้านบาท

โดยร้อยละ ๔๘ เป็นของกองทัพบก ร้อยละ ๑๙ เป็นของกองทัพเรือ ร้อยละ ๑๘ เป็นของกองทัพอากาศ”


อย่างนี้นี่เอง ประยุทธ์ถึงได้ “ยืนยันรัฐบาลทำตอบสนองทุกกลุ่มทุกฝ่าย สิ่งใดที่เคยทำไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้ก็ทำให้จนได้” ทุกกองทัพได้รับครบถ้วนหน้า จะมากน้อยกว่ากันสักหน่อย แต่ก็มีเงินติดมือด้วยกันทุกกอง