วันศุกร์, มิถุนายน 22, 2561

บรรยากาศการประท้วง ประยุทธ์ ณ กรุงลอนดอน จาก Thailand Human Rights Campaign UK คุณพ่อของคริสติน่า ที่ลูกสาวเสียชีวิตที่เกาะเต่า มาร่วมเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย (มีคลิบ)





Stand up to Thai military regime to protect human rights

คุณพ่อของคริสติน่า ที่ลูกสาวเสียชีวิตที่เกาะเต่า มาร่วมเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย



https://www.facebook.com/thaihrc/videos/636780090021251/





https://www.facebook.com/thaihrc/videos/635824946783432/





แถลงการณ์ร่วม : Thailand Human Rights Campaign UK ร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชนในเยอรมัน Stiftung Asienhaus และ Thai prodemocracy in UK ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเผด็จการทหารไทย


We Condemn Human Rights Abuses by the Thai Military Junta







Link statement

https://www.asienhaus.de/…/we-condemn-human-rights-abuses-…/

ไอทู้ปน่าร้ากกก ยักไหล่บอก 'ไทม์' ไม่ยื้อเลือกตั้ง แต่ถ้ามีสถานการณ์ ก็ "คุมไม่ได้นะ"

เกลื่อนเน็ตวานนี้ ๒๑ มิ.ย. มีแต่รูป ไอทู้ปอินลันดั้น กับวันเกิดยิ่งลักษณ์ ไม่รู้จะก็อปแปะอันไหนดี รักพี่เสียดายน้อง ระหว่างน่ารักกับสวย เลยปั่นแปะได้คนน่าร้าก ก็เออนะ ไหนๆ เขาอุตส่าห์มาเต็มที่ “เสื้อ ผ้า หน้า ผม...เป๊ะ”

ดังที่วาสนา นาน่วม ถ่ายทอดภาพ “ผ้าพันคอ...Louis Vuitton (ราคาสองหมื่นกว่าเชียวนา) แว่นตา...Ray Ban...บิ๊กตู่จัดเต็มเยือนเมืองผู้ดีอังกฤษ” มีทั้งเสื้อกั๊ก (แบบซับในพอง) ผูกผ้าพันคอ (อากาศอุ่นอุณหภูมิราว ๒๕-๓๒ เซลเซียส) แสงจ้าเลยสวมแว่นกันแดด

ลุงแกน่าร้ากมากกกก ตอนไปเลขที่ ๑๐ ถนนดาวนิ่ง นั่งเจี๋ยมเจี้ยมฟังเธรีซ่า เมย์ นายกฯ อังกฤษถามเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง งานนี้มีคลิปแชร์กันทั่วโซเชียลครื้นเครงมาก ขนาดมนุษย์ออฟฟิชรายหนึ่งต้องรีทวี้ตว่า

“กำลังเครียดเรื่องงานอยู่ เห็นคลิปนี้แล้วฮาลั่นเลยครับ...ลุงตู่นี่คืนความสุขให้ประชาชนจริงๆ”

แต่ก็เนอะ ต้องยอมรับ “คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ” จึงมีใครสองสามคนทำแค้ปชั่นเปรียบเทียบ เช่น “อยู่ในประเทศ vs อยู่ต่างประเทศ” (สตีฟจ๊าก @stevejar) หรือ “อยู่เมืองไทย กับ ไปเมืองนอก” ไหงต่างลิบ
บ้างทำกราฟฟิคเทียบเคียงคำที่เฮียตุ่นเที่ยวบอกคนโน้นคนนี้เวลาไปทัวร์มหาอำนาจ เรื่องโร้ดแม็พเลือกตั้ง

ตอนปี ๕๘ บอกอาเบ้ นายกฯ ญี่ปุ่นว่า คาดจะมีเลือกตั้งต้นปี ๕๙ ต่อมาเจอบัน คี มูน เลขาฯ ยูเอ็น ก็บอกเขาว่าน่าจะกลางปี ๖๐ จัดเลือกตั้งได้ พอไปยูเอสปี ๖๐ เจอทรั้มพ์ รีบแจ้งเขาทันทีปีหน้า (๖๑) ไอจะมีอีเร็คชั่น (อุ๊บ สะกดผิดขออภัย ต้อง เล็ค)

คราวนี้ก่อนเจอะคุณนายเมย์ชิงประกาศก่อนเขาถาม ว่าเลือกแน่ตอนกุมภา ๖๒ ทั้งที่พวกลิ่วล้อและบริกรนำร่องไปแล้วว่าอาการไส้เลื่อนมาเยือน ต้องยืดเลือกตั้งไปถึงเมษา
 
นางเธรีซ่าเธอถึงได้ย้ำกับลุงตู่ว่า “ขอกระตุ้นให้สาวต่อความก้าวหน้าไปสู่การเลือกตั้งอย่างเปิดเผยในประเทศไทย โดยเดินตามแนวมาตรฐานของนานาชาติ รวมถึงเร่งปลดล็อคพรรคการเมืองเสียแต่เนิ่นๆ”


นอกนั้นนายกฯ หญิงของอังกฤษยังให้ข่าวดีถึงความสัมพันธ์รอบใหม่ “จะดำเนินการเจรจาเกี่ยวกับการเปิดการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนความเชื่อมั่นที่มีต่อนโยบาย Thailand 4.0 และยินดีสนับสนุนให้ภาคเอกชนอังกฤษร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)” (ลอกมาจาก Wassana Nanuam)

นายกฯ ไทยที่ไม่ได้มาจากประชาชนเหมือนอังกฤษ ยิ้มแก้มปริไปเลย ที่จริงแกยิ้มรอตั้งแต่เดินเข้าห้อง ก่อนจะนั่งลงด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะประจวบเหมาะ นิตยสารไทม์ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ โดยชาลี แคมพ์เบลล์

คงยิ้มเพราะเขาพาดหัวว่า “นักประชาธิปไตย เผด็จการ ไม่รู้แบบไหนที่ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกจะเป็น”

นอกจากบอกกับชาลีว่า ประเทศไทยมีสัมพันธภาพกับจีนมาหลายพันปี และกับสหรัฐราวๆ ๒๐๐ ปี “ไชน่าเป็นหุ้นส่วนอันดับหนึ่งของไทย” ชาลีเขาคงขี้เกียจขุดประวัติศาสตร์มาถามแย้งว่าประเทศไทยนี่เก่าแก่หลายพันปีเชียวหรือ

ช่างเถอะ ประยุทธ์บอกชาลีด้วยว่า ที่อยู่มาสี่ปีนี่ไม่ใช่เสริมอำนาจ (หรือสร้างบารมี) นะ “แต่มาแก้ปัญหาต่างๆ เอาชนะอุปสรรค เสริมสร้างความมั่นคง เพื่อมุ่งหน้าสู่อนาคต” หูย ขนลุก แต่กระนั้นชาลีอดตั้งปุจฉาไม่ได้

“อนาคตที่จะมายังฝ้าฟางอยู่นะ การชุมนุมประท้วงโดยสันติยังถูกสกัดกั้นเป็นปกติ อย่างน้อยๆ มีผู้ต้องหารในศาลทหาร ๑,๘๐๐ ราย และดังที่ฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์กล่าวไว้ มันดิ่งลึกลงไปในห้วงวังเวงของการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

“ความพยายามที่จะก่อตั้งระบบการเมืองชนิดใหม่ ที่อ้างว่าจะทำให้ประเทศไทยได้ประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ ยังคงหมายความว่าต้องมีกองทัพกำกับควบคุม” ชาลีอ้างประยุทธ์บอกเขาว่าจะสลายระบบเสียงข้างมากชนะขาด

“เราไม่อาจใส่ใจแต่กับเสียงข้างมาก แล้วละเลยเสียงข้างน้อยอย่างที่เป็นมาอีกต่อไป” นี่ก็เข้าลักษณะคนเป็นใหญ่พูดได้ตามใจ เพราะไม่น่าที่จะมีการละเลยเสียงข้างน้อย มิหนาซ้ำเสียงข้างน้อยนั้นเองข่มเหงเสียงข้างมากด้วยอำนาจปลายปากกระบอกปืนของทหาร
 
ใครอยากอ่านว่าประยุทธ์คุยกับชาลี (ผ่านปากของปณิธาน วัฒนายากร) โดยละเอียดอะไรบ้าง ไปดูที่ http://time.com/5318235/thailand-prayuth-chan-ocha/ ทว่าลงท้ายลุงตูบยังไม่วายยันว่า “การเป็นเผด็จการของเขาทำอย่างไม่เต้มใจและเพียงชั่วคราว”

ที่เขาตัดสินใจเข้ามา (ครองเมืองสี่ปีนี่) “มันยากมากกว่าจะทำใจได้” ดังนั้นเขาจะไม่ยื้ออยู่หลังจากกุมภาพันธ์ ๖๒ แล้วละ แต่ข้อแม้มีว่า “สถานการณ์และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างไร” เขายักไหล่ขณะเสริมว่า “ผมไม่สามารถควบคุมได้นะ”

“คนไทยจำนวนล้านๆ ก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน” ชาลีเปรยด้วยแนวคิดแบบประชาธิปไตยในสังคมตะวันตก ที่เชื่อว่าประเทศชาติจะไปรอดต่อเมื่อประชาชนเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนผ่านการใช้สิทธิเลือกตั้ง 

เมื่อลุงอยู่ต่างประเทศ มักย้ำว่า ไทยเลือกตั้งแน่นอน ก.พ.62


...

“บิ๊กตู่” ย้ำกับประธานสภาขุนนางสหราชอาณาจักรไทยเลือกตั้งก.พ.62


https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/10157574068642729/

...



...


...



ความแตกต่างของนายกที่มาจากการเลือกตั้ง..กับนายกที่ประชาชนไม่ได้เลือก..!!ชัดเจนนะ




ชินวัตร ขยับ - คสช. ป่วน? "ยิ่งลักษณ์" โพสต์ วันเกิด เป็นปีแรกจากต่างประเทศ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ยังคิดถึงและไม่ลืมกัน





วันเกิดปีนี้ เป็นปีแรกของดิฉัน ที่อยู่ในต่างประเทศ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ยังคิดถึงและไม่ลืมกัน แม้ว่าวันนี้ ดิฉันจะต้องจากบ้านเกิดมา แต่พี่น้องประชาชนและแฟนคลับ ก็ยังส่งคำอวยพรมาให้ดิฉันแต่เช้า รวมถึงการ์ดอวยพร ขนม ดอกไม้ รูปภาพพร้อมกำลังใจและความห่วงใยมาให้ผ่านช่องทางต่างๆมากมาย แถมหลายคนยังขับรถมาไกลจากต่างจังหวัดเพื่อฝากของให้กับดิฉัน พร้อมกันนี้ขออนุโมทนาบุญกับอีกหลายคนที่ไปทำบุญวันเกิดให้กับดิฉันด้วยนะคะ

สิ่งเหล่านี้มีคุณค่ากับดิฉันเป็นอย่างมาก สำหรับมิตรภาพ ความรักความหวังดีที่มีต่อกันเสมอมา ดิฉันจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ

ดิฉันต้องขอขอบคุณพี่ชายที่ทำให้วันเกิดของดิฉันเป็นไปอย่างอบอุ่น พี่ชายบอกว่าให้ทำตัวให้มีความสุขเพื่อคนที่เรารักจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะชีวิตทุกคนก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำรงชีวิต และท่านก็ให้เวลากับดิฉันทั้งวัน โดยเลี้ยงวันเกิดให้ทั้ง 2 มื้อ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ฉลองวันเกิดกับพี่ชายหลังจากที่ไม่ได้พบกันเป็นเวลานาน รู้สึกดีใจและประทับใจมากค่ะ

นอกจากนั้นดิฉันยังได้รับการ์ดที่ลูกชายสุดที่รักทำเองกับมือฝากมาให้ด้วย ตื้นตันใจค่ะ

สุดท้ายนี้ ดิฉันก็ขอส่งความสุขและกำลังใจผ่านเฟซบุ๊คนี้ไปยังพี่น้องประชาชนและแฟนเพจทุกท่านด้วยเช่นกันนะคะ ขอบคุณค่ะ



Yingluck Shinawatra

...


ชินวัตร ขยับ - คสช. ป่วน?

นับจากตกที่นั่ง "นักโทษหนีคดี" น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยออกมาสื่อสารใด ๆ ต่อสาธารณะ แม้ก่อนหน้านั้นแกนนำพรรคเพื่อไทยเคยคาดการณ์ว่าจะมีแถลงการณ์จาก "นายกฯ ผู้น้อง" เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่โดยข้อเท็จจริงมีเพียง "นายกฯ ผู้พี่" ที่ทั้งทวีตข้อความ ให้สัมภาษณ์สื่อ และสื่อสารกับคนการเมืองใกล้ชิดโจมตีรัฐบาล คสช. เป็นระยะ ๆ ทว่าได้หลีกเลี่ยงจะพูดถึงอนาคตน้องสาวโดยตรง

อย่างไรก็ตามการปรากฏภาพถ่ายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในอิริยาบถต่าง ๆ อาทิ ไปชอปปิ้งที่ลอนดอน, ทำฟันในดูไบ, กินเกาลัดที่ปักกิ่ง ได้ทำให้รัฐบาล คสช. เสียสมาธิไม่น้อย


AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพนายทักษิณกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมงานเปิดตัวหนังสือของอดีต รมต.ญี่ปุ่น ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในแขวงชิโยดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 29 มี.ค. 2561


"ขณะนี้ประเทศไทยมี 2 คนขยับอยู่ต่างประเทศ แต่กลับทำให้คนป่วนไปหมดในประเทศ ส่วนตัวจึงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเมื่อ 12 ก.พ. 2561 หลังปรากฏข่าวนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ประเทศจีน

จากการตรวจสอบของบีบีซีไทยพบว่า ในรอบเกือบปีที่ผ่านมา มีผู้พบความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในอย่างน้อย 9 เมือง จาก 6 ประเทศ โดยถือหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของประเทศอื่น หลังทางการไทยยกเลิกพาสปอร์ตทั้ง 4 เล่มของเธอ ตั้งแต่ ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา




ส่วนหนึ่งของบทความบีบีซีไทย

51 ปียิ่งลักษณ์ กับสถานะ “นารีพเนจร”



EXCLUSIVE BBC Thai : ทักษิณ ภาวนา มีเลือกตั้ง ก.พ. 62 มั่นใจ เพื่อไทย มาที่ 1





https://www.facebook.com/BBCThai/videos/2113120922242270/


อ่านเพิ่มเติม

EXCLUSIVE: ทักษิณ วอน ประยุทธ์ จัดเลือกตั้ง ก.พ. 62 ตามสัญญา มั่นใจ เพื่อไทย มาที่ 1


” “จอม เพชรประดับ” เผย ได้พบอดีตนายกฯ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ที่ อเมริกา “ยิ่งลักษณ์” ยัน ไม่คิดหนี แต่ ”ทักษิณ” ไม่ยอม "ผมจะไม่ยอมให้น้องสาวผมติดคุกแม้แต่วันเดียว หรือแม้แต่วินาทีเดียว"



สุขสันต์วันเกิดครับ "นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย"

หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 นี่เป็นครั้งแรก ที่ผมมีโอกาสได้พบคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ Kentucky อเมริกา วันที่เธอและพี่ชาย คุณทักษิณ ชินวัตร ไปเยี่ยมมหาวิทยาลัย Kentucky มหาวิทยาลัยที่ทั้งสองท่านเคยสำเร็จการศึกษามา
มีผู้คนมาพบปะกันเยอะแยะมากมาย บวกกับภารกิจของผมเองที่วุ่นวาย และมีเวลาอันจำกัด เลยไม่ได้จับเข่าพูดคุย ถามไถ่ในหลายประเด็นที่อยากถาม
โดยเฉพาะคำถามใหญ่ที่ว่า ทำไมจึงตัดสินใจหนีออกมาจากประเทศไทย
แต่ในวงสนทนาวันนั้นมีผู้นำมาเล่าให้ฟังว่า มีคนถามคำถามนี้ด้วยเช่นกัน คำตอบจากส่วนลึกในห้วใจของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยบอกว่า "เธอไม่คิดจะหนี และพร้อมที่จะเดินเข้าคุก เพราะเธอยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าจะยังดำรงความเป็นธรรมให้กับเธอ และเธอก็ยืนยันเรื่องนี้มาโดยตลอด"
ถึงตรงนี้เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางวงสนทนาทันทีว่า "แต่ผมจะไม่ยอมให้น้องสาวผมติดคุกแม้แต่วันเดียว หรือแม้แต่วินาทีเดียว"
และนี่คือประตูเปิด. เส้นทางการลี้ภัยออกจากประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่สองที่จำต้องลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ
เข้าใจ และเห็นใจ ทั้งสองอดีตนายกฯ
พีี่ชาย - ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตน้องสาวไม่เพียงเพราะสายเลือดเดียวกัน แต่ด้วยเพราะเป็นผู้นำพาน้องสาวเข้าสู่สมรภูมิการเมืองที่เข่นฆ่ากันอย่างบ้าคลั่งในประเทศไทย
จะทำใจ..และจะมีลมหายใจอยู่ได้อย่างไร ในวันที่น้องสาวต้องเดินเข้าคุก
และ ณ วันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบนเส้นทางผู้ลี้ภัยของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยทั้งสองท่าน
ทุกวันเวลาที่ผ่านไป กับการใช้ชีวิตใหม่ในแผ่นดินประเทศอื่น ผมยังคงเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความร่าเริง เพิ่มมากขึ้น ไม่เหมือนกับ"คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อสี่ปี่ก่อนในประเทศไทย
ดีใจที่เห็นเธอมีความสุข ดีใจที่เธอมีครอบครัวที่ดี มีพี่ชายที่รักเธออย่างที่สุด และดีใจที่เธอยังคิดถึงประเทศไทย และคนไทยผู้รักประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา
สุขสันต์วันเกิดครับ "นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย"
21 มิถุนายน 2561



‘อนุสรณ์’ คำนวณ งบดูดส.ส. น่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาท ถาม ท่อน้ำเลี้ยงทุ่มขนาดนี้หวังได้ประโยชน์อะไร






‘อนุสรณ์’ คำนวณ งบดูดส.ส. บอกน่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาท


21 มิถุนายน พ.ศ.2561
มติชนสุดสัปดาห์


“เพื่อไทย”คำนวณงบดูดส.ส. บอก น่าจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาทหรือไม่ ถาม ท่อน้ำเลี้ยงทุ่มขนาดนี้หวังได้ประโยชน์อะไร

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักการเมืองนำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำยม เดินสายพบปะเพื่อดูดอดีต ส.ส.ทั้งจากภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคอื่นๆ เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯอีกครั้ง ว่า ประชาชนชาวไทยต้องช่วยกันตอบคำถามว่า เราจะปล่อยให้ละครน้ำเน่าทางการเมืองที่น่าเบื่อหน่าย กลับมาฉายวนซ้ำอีกรอบหรือไม่ การดูดด่วน โดยวิธีน้ำเน่าโบราณ ตกปลาในบ่อเพื่อน ใช้เหยื่อหลายรูปแบบ ทั้งการเอาคดีความมากดดันและต่อรอง การอ้างว่าจะแบ่งเขตให้ได้เปรียบ การันตีปลอดใบส้ม ใบเหลือง ใบแดง ยังจะใช้ได้ผลอีกหรือในยุค 4G ที่สำคัญเหยื่อที่อานุภาพดึงดูดสูงสุดทุกยุคทุกสมัย คือการนำเงินมาล่อ กระแสข่าวบอกว่าแค่เชิญมาคุย จ่ายก่อนเลย 3 แสนบาทก่อน ระหว่างตัดสินใจ จ่ายดูแลร่ายเดือนเดือนละ 5 แสนบาท ถ้าเป็นส.ส.เกรดเอเมื่อตกลงย้ายไปจ่ายก้อนแรก 50 ล้านบาท ถ้าดูดอดีตส.ส. 100 คน เงินก้อนแรกก็คือ 5 พันล้านบาท รวมงบดูแลรายเดือนเดือนละ 5 แสนบาท ไปอีก 8 เดือนก่อนการเลือกตั้ง น่าจะใช้เงินในการดูดประมาณ 6 พันล้านบาทหรือไม่

แล้วเศรษฐกิจแบบนี้คนหาเช้ากินค่ำหรือนักธุรกิจที่หากินโดยสุจริตที่ไหนจะมาจ่ายเงินให้นักการเมือง ดังนั้น ต้องไปดูว่าใครได้ประโยชน์จากการดูด คนนั้นต้องจ่ายหรือไม่ แหล่งเงินจึงน่าจะมาจากเครือข่ายใกล้ๆตัวของนักดูดหรือไม่ แล้วมีหรือที่เขาหว่านพืชแล้วไม่หวังผล ลงทุนแล้วไม่ถอนทุน ถ้าเขาลงทุนไป 6 พันล้านบาท เขาจะต้องถอนทุนคืนกี่เท่า ถ้า 5 เท่าก็คือ 3 หมื่นล้านบาท แล้วเขาจะเอาคืนจากที่ไหน คนที่ดูดจึงต้องหวังเข้าไปเป็นรัฐบาลเป็นผู้ถืออำนาจรัฐเพื่อจะได้ถอนทุนคืนได้ ดังนั้นประชาชนจะยอมให้ บุ​ฟเฟต์​คา​บิ​เน็ต รุมแทะ กัดกินประเทศกลับมาอีกหรือ สังคมไทยต้องรู้เท่าทันนักดูด หยุดวงจรอุบาทว์ เพื่อป้องกันประเทศชาติย้อนกลับไปสู่หลุมดำ และรอสั่งสอนขบวนการดูดในการเลือกตั้งครั้งหน้า

#Time เรียกประยุทธ์ว่า “สฤษดิ์น้อย” ทำ #รัฐประหาร เพื่อรักษาผลประโยชน์และสถานะของชนชั้นนำของไทยช่วงเปลี่ยนรัชกาล...



Thailand’s Leader Promised to Restore Democracy. Instead He's Tightening His Grip

(http://time.com/5318235/thailand-prayuth-chan-ocha/)






กำลังเครียดเรื่องงานอยู่ เห็นคลิปนี้แล้วฮาลั่นเลยครับ..😂😂😂 ลุงตู่นี่คืนความสุขให้ประชาชนจริงๆ😂😂😂 #ดูหน้าลุงสิ (เป็นมิสเตอร์บีน)


...

อื้อฮือ เยส อื้อฮือ เยส


https://www.facebook.com/pavinchachavalpongpun/videos/1416230825145343/




วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 21, 2561

กว่า ๙๕% คนไทยชอบโทษประหารชีวิต ลงตัวพอดีความผิด ม.๑๑๓ ฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต


ยังเป็นเรื่องถกกันอยู่หนักไม่หาย ต่อกรณีที่กรมราชทัณฑ์ฉีดสารพิษประหารนักโทษเด็ดขาดชายวัย ๒๖ ปีเมื่อ ๑๘ มิถุนายน อีกเป็นครั้งแรกหลังจากพักไปนาน ๙ ปี และมีองค์กรเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งไทยและเทศออกโรงคัดค้าน

“วันเดียวกัน โฆษกของผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการประหารชีวิตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย” ว่าเหลืออีกปีเดียวก็จะครบ ๑ ทศวรรษ นับแต่มีการประหารชีวิตครั้งสุดท้ายในประเทศไทย

ซึ่งจะทำให้ไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ยกเลิกโทษประหารอย่างเป็นทางการดังสหภาพยุโรปคาดหวัง “แต่กรณีการประหารชีวิตนายธีรศักด์ (หลงจิ) แสดงให้เห็นถึงการก้าวถอยหลังอย่างชัดเจน...

สหภาพยุโรปขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยงดเว้นการประหารชีวิตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดำเนินการเพื่อพักการใช้โทษประหารและยกเลิกโทษประหารชีวิตในที่สุด”


เช่นกัน วันก่อน (๑๙ มิ.ย.) สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) ออกแถลงการณ์แจ้งว่า

“การนำเอาโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ สวนทางกับคำมั่นสัญญาของประเทศไทย” เมื่อปี ๒๕๕๙ ต่อกลไก Universal Periodic Review “ว่าจะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิต” นางซินเทีย เวลิโก้กล่าวด้วยว่า

แม้แต่ในแผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่ ๓ ก็มีการย้ำคำมั่นดังกล่าวไว้ ดังนั้น “เราเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ดำเนินมาตรการต่างๆ โดยเร่งด่วนเพื่อคืนสู่ภาวะการงดเว้นการใช้โทษประหารชีวิตในกระบวนการนำไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยสมบูรณ์

https://www.thairath.co.th/content/1312909

ครั้นวานนี้ (๒๐ มิ.ย.) นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช รักษาการผอ.สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล แถลงว่า “กำลังร่วมมือกับมูลนิธิสันติภาพและวัฒนธรรม ผลักดันโครงการรณรงค์ยกเลิกโทษประหาร

เพราะตามหลักการเราเห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน แม้เขาบางคนจะมีพฤติกรรมทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่เราก็มีความเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถปรับปรุงปรับเปลี่ยนได้...

การสนับสนุนโทษร้ายแรงก็จะสะท้อนว่า เราไม่สนใจชีวิตเพื่อนมนุษย์ ซึ่งโทษประหารก็บ่งบอกเราแล้วว่า ไม่อาจลดการก่ออาชญากรรมร้ายแรง ค้ายาเสพติด ให้ลดน้อยลง จึงจำเป็นที่สังคมไทยต้องขบคิดการยกเลิกโทษประหารอย่างจริงจัง”


ท่ามกลางการเรียกร้องเหล่านั้น กลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศไทยปรากฏออกมาทางโซเชียลมีเดีย ไปในทางเห็นชอบกับการลงโทษประหารชีวิตกันมาก โพลของไทยรัฐผ่านทางไลน์เมื่อตอนสามทุ่มครึ่งวานนี้ ผู้ตอบ ๓๐,๙๓๙ คน มีแค่ ๑,๑๘๗ คนไม่เห็นด้วย

ทางด้านสปริงนิวส์ ทำกร๊าฟฟิคผลโพลต่างๆ ทั้งของตนเอง เนชั่น ไทยรัฐ เวิร์คพ้อยท์ สนุก และดราม่าแอ๊ดดิค ล้วนเห็นด้วยกับการมีโทษประหารมากกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้น

ความเห็นของผู้สนับสนุนเหล่านั้นจำนวนมากอ้างว่า ลองเป็นพ่อแม่ ลูกหลาน ญาติพี่น้อง ของตนเองที่โดนคนร้ายคร่าชีวิตดูบ้าง จะรู้สึกกันอย่างไร
 
อนันต์ชัย ไชยเดช ทนายคนดังรายหนึ่งโพสต์เฟชบุ๊คอ้างว่า “การลงโทษประหารชีวิต มันทำให้ความเจ็บปวดของญาติเหยื่อ ลดน้อยลง คือ ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต” แต่ก็พบกับคอมเม้นต์โดยทนายอู๊ด วิบูลย์ บุญภัทรรักษา พ่อของไผ่ ดาวดิน แย้งว่า

“เราพัฒนามาไกลมากแล้ว หาจำต้องย้อนไปใช้ตามวิธีคิดของกฎหมายตราสามดวงหรืออื่นๆ ทำนองเดียวกัน หามิเช่นนั้นแล้ว จะกลับเข้าสู่ดั้งเดิมเช่นกันคือ ตาต่อตาฟันต่อฟัน และนั่นหมายถึงความสำคัญของกฎหมายจะลดน้อยถอยลง”

เช่นเดียวกับโพสต์ของลูกสาว สุวรรณี สุคนธาMaynart Nantakwang ระบายความในใจ คิดถึงแม่อ้างว่า “เพื่อประโยชน์ของสังคม...ถามพวกที่ออกมาปกป้องคัดค้านการลงโทษที่สมควรแล้วนั้น จิตใจทำด้วยอะไร

ใครก็ตามที่ออกมาปกป้องฆาตกร คนเหล่านั้นคงมีจิตใจคล้ายกัน อ้างสิทธิมนุษย์ชน...คนที่ถูกฆาตกรรมอย่างทารุณและเป็นผู้บริสุทธิ์ มีสิทธิ์เรียกร้องความตายคืนมาได้มั้ย” ก็ตามมาด้วยข้อคิดของ Nithinand Yorsaengrat

“เราทุกคนต่างเป็นมนุษย์ ต่างต้องการความเป็นธรรม บางคนตาย มีคนพูดแทน หลายร้อยหลายพันหลายหมื่นหลายแสนหลายล้านคนตาย นอกจากไม่มีใครพูดแทน เรื่องราวของพวกเขายังถูกทำให้เงียบหาย...

หากเราเชื่อว่าโลกนี้มีวิธีการเดียวเท่านั้นเพื่อผดุงความยุติธรรม คือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หากเราเชื่อว่าต้องฆ่า คนเลว คนชั่ว ในทัศนะของเรา เพื่อให้โลก (ของใคร?) สวยงาม เราต้องฆ่ากันอีกกี่ศพ? ต้องฆาตกรรมหมู่กลางเมืองคนคิดต่างอีกกี่ศพ?

ทางด้าน Atukkit Sawangsuk เจ้าเก่า แม้เขา “ไม่ถึงกับปฏิเสธโทษประหารเสียทีเดียว” แต่ก็ตั้งแง่เป็นข้อสังเกตุว่า “สิ่งที่กลัวมากกว่าคือ ถ้าใช้โทษประหารเยอะๆ เรามั่นใจกระบวนการยุติธรรมแค่ไหนเชียว ก็เห็นอยู่ว่ามีทั้งจับแพะ ยัดยา มีใช้เงินหรือเส้นสายแล้วหลุดรอดได้...

พูดอีกอย่าง ถ้ากระบวนการยุติธรรมเป็นที่เชื่อมั่น จะประหารก็ได้ แต่วันนี้ไม่เชื่อมั่นว่ะ...ปัญหาทุกวันนี้คือ คนไม่รู้สึกว่ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม เพิ่มโทษแรงคิดว่าจะทำให้หลาบจำ เป็นเยี่ยงอย่าง ก็เปล่าเลย...

การลดอาชญากรรม เพื่อไม่ให้คนบริสุทธิ์ต้องเป็นเหยื่อ มันต้องคิดให้รอบ ไม่ใช่คิดแค่ใช้ยาแรง...มันเป็นวิธีคิดอย่างฉาบฉวยของสลิ่ม แบบเดียวกับปราบโกงต้องนิมนต์คนดีขั้นเทพมาเป็นองค์กรอิสระ

การแก้ปัญหาแบบสลิ่มคือเป็นคนดี เกลียดคนชั่ว แล้วใช้วิธีสุดโต่ง ยิ่งสุดโต่งแบบข่มขืนต้องประหาร ข่มขืนต้องตัดหำ (อย่างที่ E-Thing หล่อนว่า) ยิ่งเป็นคนดี”

พอมาถึง สุรพศ ทวีศักดิ์ ผู้ชำนาญการด้านศาสนาเอ่ยถึงแนวคิด ศาสนากับโทษประหารชีวิตไว้ว่า “บาทหลวงคริสต์บอก ไม่เห็นด้วยกับโทษประหารชีวิตและขอสนับสนุนให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต ส่วนผู้นำอิสลามว่า โทษประหารยังมีเหตุผล มีความจำเป็น ไม่ควรยกเลิก...

ขณะพระ (ในพุทธศาสนาไทย) ที่จัดหลักสูตรด้านสันติศึกษาบอกว่า ไม่สนับสนุนให้คงอยู่และไม่สนับสนุนให้ยกเลิก” เขาเองเล่าถึงตำนานองคุลีมาล ฆาตกรต่อเนื่องยุคพุทธกาล โดย “สรุปเหตุผลที่องคุลีมาลไม่ควรถูกประหารชีวิต”

“บ่งนัยสำคัญว่าพุทธะไม่ได้คิดในประเด็นว่า คนที่ฆ่าคนอื่นควรถูกฆ่าให้ตายตกไปตามกันจึงจะยุติธรรม”

แต่สำหรับ Somsak Jeamteerasakul มองว่า “ปมปัญหาว่า ทำไมประเทศไทย จึงไม่มีการประหารชีวิตมา ๘-๙ ปี และทำไมจึงมาเริ่มมีเป็นครั้งแรกไม่กี่วันนี้” เขาว่า “อยู่ที่ วัง

คือ วัง (เก่า) ดองเรื่อง คนที่ถูกตัดสินประหารไปแล้วร้อยกว่าคนไว้ตลอด ๘-๙ ปี และตอนนี้ วัง (ใหม่) ส่งสัญญาณ ว่าให้มีการประหารชีวิต ใช้โทษประหารชีวิตไปได้”

แต่อะไรก็ไม่พี้คเท่าทวี้ตของ surasak pitipattra @surasak_chu และอีกหลายๆ คนที่เห็นข่าวนายกฯ พูดถึงเรื่องนี้ “พอลุงตู่บอกว่าประเทศไทยยังต้องมีโทษ #ประหารชีวิต ผมนี่อยากเห็นคนโดนประหารเลยครับ โฮะ ๆ”

ก็เพราะมีภาพแชร์ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๓ กันเกลื่อน ที่บอกว่า “ผู้กระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต...” นั่นละ

เลยทำให้คดีที่กลุ่ม พลเมืองโต้กลับฟ้องประยุทธ์ จันทร์โอชาและพวก ฐานใช้กำลังยึดอำนาจ ซึ่งศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา วันที่ ๒๒ มิ.ย. นี้ เป็นที่น่าสนใจหนักเข้าไปใหญ่ อีกทั้งนัยว่าจะมีคณะทูตต่างประเทศหลายรายไปร่วมสังเกตุการณ์ ฟังคำพิพากษานี้ด้วย

คลิปงานเสวนาราตรี "ก่อน...วันพิพากษา" คดีฟ้อง คสช.เป็นกบฏ ผู้ฟ้องพ่ายแพ้ไปแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนศาลฎีกาจะมีคำสั่งว่ารับฟ้องคดีนี้หรือไม่ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้





Activity Date: Wed, 2018-06-20 19:00

หลังการรัฐประหารโดย คสช.ไม่นาน กลุ่มพลเมืองโต้กลับฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช. ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ผู้ฟ้องพ่ายแพ้ไปแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนศาลฎีกาจะมีคำสั่งว่ารับฟ้องคดีนี้หรือไม่ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ดี ก่อนการพิพากษา 2 วัน มีการจัดเสวนาว่าด้วยความสำคัญของคดีนี้ซึ่งใครอาจหัวเราะ แต่มันเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่พลเมืองควรศึกษา และนักกฎหมายพลาดไม่ได้

อ่านรายละเอียดคดีที่ http://www.tlhr2014.com/th/?p=7744

(https://prachatai.com/activity/2018/06/77464)

...

คลิบงาน



https://www.youtube.com/watch?v=6I1NRIy9ckQ

...




British Ambassador to Thailand twits : PM urged progress to deliver free and fair #elections







Brian John Davidson is a British diplomat who is Ambassador to Thailand.

"ประจักษ์" : สึนามิคนรุ่นใหม่ Vote for Change คว่ำพรรคทหาร-ล้าง คสช.






“ประจักษ์” Vote for Change สึนามิคนรุ่นใหม่คว่ำพรรคทหาร-ล้าง คสช.


18 June 2018
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

สัมภาษณ์พิเศษ

ในห้วงการเมืองไทย “ฝุ่นตลบ” พรรค-นักการเมืองเก่า “ถูกดูด” พรรคการเมืองใหม่ควานหาผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง-โรดแมปการเลือกตั้งยังลูกผีลูกคน

“ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ” จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้เวลาในช่วประชาธิปไตย-การเลือกตั้งไทยถูก “เว้นวรรค” ลงพื้นที่”ขลุก” อยู่กับการเลือกตั้งเพื่อนบ้าน-มาเลเซียที่เพิ่งรู้ผลไปสด-หมาด

“ผศ.ดร.ประจักษ์” กำลังอยู่ระหว่าง “ระดมสมอง” นักวิชาการรัฐศาสตร์-เชี่ยวชาญอาเซียน เพื่อทำโครงการวิจัย “พลวัตทางการเมืองเรื่องการเลือกตั้งและประชาธิปไตยในอาเซียน ศึกษาเปรียบเทียบประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์”

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวน “ผศ.ดร.ประจักษ์” ถอดบทเรียนการเมืองเพื่อนบ้าน สะท้อนการเมืองไทย ก่อนจะ “ขีดเส้นใต้” ว่า แคมเปญ “vote for change” จะถูกรณรงค์จากพรรคการเมืองขั้วตรงข้ามรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์-คสช.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

Vote for Change

“ผศ.ดร.ประจักษ์” ฉายภาพการเมืองอาเซียน “สะท้อน” การเมืองไทยว่า vote for change เป็นเทรนด์ที่มาทั่วโลก อาเซียนเห็นชัดเจน เช่น มาเลเซีย พรรคอัมโนบอกว่า vote continue เพื่อรักษาเสถียรภาพ สถานะเดิม แต่ฝ่ายค้านบอกโหวตเพื่อการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายคนเลือก vote for change ขณะที่ฟิลิปปินส์ ดูแตร์เตบอกถ้าอยากได้อะไรแหวกแนว แปลกใหม่ การเมืองแบบใหม่ให้เลือกข้าพเจ้า แต่ฝ่ายอื่นบอกว่าโหวตเพื่อความต่อเนื่อง

“สำหรับการเมืองไทย ไม่มีการเลือกตั้งตั้งแต่ปี”54 รวม 7 ปี คนต้องการความเปลี่ยนแปลงเพราะหยุดนิ่งมานาน 4 ปีที่ผ่านมา มีสภาแต่งตั้ง ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการดีเบตกฎหมาย ไม่มีการถกเถียง ไม่ว่ารัฐบาลจะชูตัวเลขสถิติอะไร เป็นเรื่องของความรู้สึก เศรษฐกิจดีขึ้นแต่คนไม่รู้สึก”

พรรคทางเลือกมาแรงกว่าทหาร
“ตอนนี้คนทั่วไปรู้สึกว่าหยุดนิ่ง ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากกว่าเดิม แต่กลุ่มนายทุนอาจได้ประโยชน์จากโครงการอีอีซี นโยบายประชารัฐ วาทกรรมรวยกระจุกจนกระจายจะถูกนำมาใช้ในแคมเปญหาเสียง ประชาชนจะรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ”



“ใครก็ตามที่นำเสนอเป็นพรรคการเมืองนอมินีทหาร สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กลับมาจะไม่มีอนาคต คนไม่เลือก ขายลำบาก ใครที่บอกว่า โหวตเพื่อความต่อเนื่องให้ผู้นำชุดปัจจุบันกลับมาสานต่อการปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี จะได้เสียงน้อย ขายไม่ได้ เพราะเท่ากับบอกว่า โหวตแล้วได้เหมือนเดิมอีก 4 ปี ฉะนั้นพรรคที่มีโอกาสจะมาแรงกว่า คือ ต้องชี้ให้เห็นว่าตัวเองจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างไร”

โอกาสนักการเมืองหน้าใหม่


“ผศ.ดร.ประจักษ์” ถอดบทเรียนการเมืองอาเซียน-ฟันธงการเมืองไทยว่า ท้ายสุดทั้งประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อไทย (พท.) และทุกพรรคที่ไม่ใช่พรรคนอมินีทหารจะหาเสียงบนฐาน จะเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างไรให้ออกจากความหยุดนิ่ง พล.อ.ประยุทธ์-คสช.จะเป็นเป้าโจมตี ผลงานรัฐบาลรอบ 4 ปีจะถูกขุดคุ้ยและนำเสนอเรื่อง vote for change เป็นจุดขาย เพราะคนอยากเปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งจะแข่งกันระหว่าง 2 ขั้ว ไม่ใช่ ปชป.กับ พท. แต่เป็นขั้วที่ไม่เอา คสช.กับขั้วที่สืบทอดอำนาจให้ คสช.

“ขั้วที่สืบทอดอำนาจให้กับ คสช.จะขายความต่อเนื่อง ขายยุทธศาสตร์ 20 ปี ขาย พล.อ.ประยุทธ์ให้กลับมาทำต่อ อีกขั้วหนึ่ง ปชป. พท. และอีกหลายพรรค ยุทธศาสตร์ คือ จะทำอะไรให้ต่างไปจาก คสช.และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อยากได้อะไรแปลกใหม่ นโยบายเศรษฐกิจแบบใหม่ วิชั่นแบบใหม่ วิจารณ์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี”

ถึงแม้ว่าวันนี้ “ผศ.ดร.ประจักษ์” ยังไม่สามารถทำนายว่าสภาพการเมืองไทยจะเลือกข้าง-ขั้วใดในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทว่าบทเรียนจาก 3 ประเทศในอาเซียนเขาเห็นว่า ถ้าประเทศหยุดนิ่งยาวนาน มีปัญหาคอร์รัปชั่น การบริหารประเทศค่อนข้างล้มเหลว เศรษฐกิจไม่กระจายไปสู่คนระดับล่าง พรรคที่อยู่ในอำนาจเดิมจะเสียเปรียบ ประชาชนจะเทคะแนนเสียงให้ตัวเลือกใหม่ ให้โอกาสคนอื่น คนหน้าใหม่มาทำแทนเพราะอยู่มา 4 ปีแล้วไม่ได้ทำให้โชติช่วงชัชวาล

คสช.อยู่นานยิ่งเสียเปรียบ

“ถ้าถามว่าสุกงอมหรือยัง 4 ปีนานแล้วนะ ตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ไม่เคยมีรัฐบาลจากการรัฐประหารชุดไหนอยู่ได้นานขนาดนี้ รัฐบาลนี้อยู่นานที่สุด ยิ่งอยู่นานยิ่งเสียเปรียบ อยู่แล้วผลงานไม่ดี อยู่นานคนยิ่งอยากเปลี่ยนแปลง”

สำหรับ “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่จะทำให้สถานการณ์ “สุกงอม” นำไปสู่การ vote for change เทียบการเมือง
อาเซียนกับการเมืองไทย ได้แก่ หนึ่ง คอร์รัปชั่น ภาพคอร์รัปชั่นจะเป็นจุดด่างพร้อย ถูกโจมตี สอง แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องไม่ได้ ถ้าบริหารประเทศไม่ดีแล้วยังมีการคอร์รัปชั่นจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะแพ้

คำถามถึงความชัดเจนของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า จะลงเล่นการเมืองในนามพรรคการเมือง-นายกฯคนนอก-ในบัญชี ที่ถูกทิ้งไว้เป็นปริศนาจนถึงวันนี้

“ผศ.ดร.ประจักษ์” วิเคราะห์ว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เลือกที่จะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อเล่นการเมืองและเปิดตัวเร็ว ยิ่งโดนโจมตีเร็ว เหมือนกับ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่ยอมกลับลำมาทำงานการเมืองในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)

“คนอาจจะชอบคุณสุเทพตอนเป็นลุงกำนัน แต่ไม่ชอบให้กลับมาทำการเมืองปกติ ไม่แน่ใจว่ามวลชน กปปส.จะตามลุงกำนันมาสู่คุณสุเทพที่เป็นนักการเมือง บทเรียนเมื่อครั้งพันธมิตรฯ โอ้โห คนมากันล้นหลาม แต่พอมาตั้งพรรคการเมืองใหม่ คนไม่เลือก”

“เทียบเคียงกับ พล.อ.ประยุทธ์ คนอาจจะสนับสนุนในนามหัวหน้าคณะรัฐประหาร มายึดอำนาจ ทำให้บ้านเมืองสงบ แต่อาจจะไม่ได้ชอบ หรือไม่สนับสนุนตอนเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องมาเสี่ยงคลุกโคลนเพื่อสืบทอดอำนาจ”

มุ้ง-ก๊วน ฉุดคะแนน คสช.

แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะปฏิเสธว่าไม่ลงเลือกตั้ง-ไม่เล่นการเมือง แต่การประชุม “ครม.สัญจร” เปิดดีล-ดูดนักการเมืองมาแล้ว 10 ครั้ง มัดใจด้วยโครงการ-งบประมาณไปกว่า 2.1 ล้านล้านบาท

“ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธไม่ได้าเป็นนักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ คนจะไม่ได้เลือกเพราะตัวบุคคลหรือผู้สมัครในแต่ละเขต หรือนโยบายปลีกย่อย แต่คนจะเลือกด้วยภาพใหญ่ ใครเสนอวิชั่นไปสู่อนาคตได้ดีกว่ากัน”

“นักการเมืองหน้าเก่า ๆ มุ้งการเมืองที่ไปดูดมา คิดว่าคะแนนนิยมจะไม่ดี ประวัติศาสตร์พรรคทหารไปไม่รอด คนสนับสนุนการยึดอำนาจเพราะเหตุเฉพาะหน้ากับการตั้งพรรคทหารเพื่อสืบทอดอำนาจ คนละเรื่อง”

“ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้เรื่องอุดมการณ์และทิศทางประเทศ ไม่ใช่เจ้าพ่อคนไหนมาแข่ง ใครมีอิทธิพลกว่ากัน ใครมีระบบหัวคะแนนมากกว่า เอาคนเด่นดัง เงินทุ่มลงไป ดูด ส.ส.ไปหาผู้สมัครเกรดเอ ผู้มีอิทธิพล เจ้าพ่อท้องถิ่นจะสอบตกหมด”

สึนามิ Young Voter

“ผศ.ดร.ประจักษ์” เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเปลี่ยนรูปโฉมจากในอดีตไปโดยสิ้นเชิง หนึ่ง ระบบเลือกตั้งใหม่ถอดด้าม ไม่เคยใช้มาก่อน สอง ไม่มีการเลือกตั้งมาแล้ว 7 ปี สาม มี young voter คนที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกหลายล้านคน มาพร้อมกับค่านิยมใหม่ ใครจับคนกลุ่มนี้จะได้ 20-30 ที่นั่ง การเมืองไทยจะมีสึนามิไปสู่การเปลี่ยนแปลงเหมือนการเมืองมาเลเซีย ถึงเวลาเข้าคูหาเลือกตั้งไม่มีใครไปกำหนดได้ และตอนนั้นมันจะระเบิดออกมา

เขาเชื่อว่า ท้ายที่สุดการเลือกตั้งในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม ไม่มีใครควบคุมได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะอำนาจจะอยู่ในมือประชาชน มีความไม่แน่นอน-พลวัตสูง ถึงแม้จะปิดได้ก็เพียงชั่วคราว ได้ 4 ปีและคาดหวังว่าจะคุมได้ทั้งหมด และส่งพรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุนและคุมกลไกรัฐหวังว่าจะชนะคงไม่ง่าย

ม.44 ข้าม รธน.เลื่อนเลือกตั้ง

แม้ร่าง พ.ร.ป.ส.ส.-ส.ว.จะผ่านด่านศาลรัฐธรรมนูญไปได้ และมองเห็นปลายทางการเลือกตั้ง-กุมภาพันธ์ปี’62 แต่เขาเชื่อว่าการเมืองไทยมักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

“เกิดเหตุความวุ่นวายก็อ้างได้แล้วว่าจัดการเลือกตั้งไม่ได้ คสช.ยังอยู่ในฐานะองค์กร มาตรา 44 ยังอยู่ สามารถออกมาข้ามรัฐธรรมนูญได้ ยกเลิกรัฐธรรมนูญได้ ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 44 เลื่อนการเลือกตั้งได้”

เขาทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะจัดการเลือกตั้งในช่วงที่ครองกระแสนิยมสูงสุด ยิ่งตอนนี้หากต้องการให้พรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุนหาเสียงได้ ต้องการไปดูด ส.ส. แต่กฎหมายพรรคการเมืองทำให้ตั้งพรรคการเมืองยาก และบังคับใช้กับพรรคทหารด้วย จึงกลายเป็นติดบ่วงที่ตัวเองทำเอาไว้

...




พวกอวยเผด็จการไม่อายฝรั่ง เชียร์ 'ประยุทธ์' ให้นั่งนายกฯ ยาว




...





คนไทยในลอนดอนเชียร์ 'ประยุทธ์' ขอให้นั่งนายกฯ ยาว


นายกฯ เดินทางถึงสหราชอาณาจักร โดยพบปะกลุ่มคนไทยในลอนดอนที่รอต้อนรับให้กำลังใจ ส่งเสียงเชียร์ให้นั่งนายกฯ ต่อ 'พล.อ.ประยุทธ์' ย้ำอย่าให้ใครมาทำลายแผ่นดินเกิด พร้อมพบนักธุรกิจไทย และเตรียมพบ 'เทเรซา เมย์' นายกฯ อังกฤษ

ภารกิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 20-26 มิ.ย ว่า เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (20 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง

พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะเดินทางเข้าที่พักที่โรงแรมรอยัล แลงคาสเตอร์ สำหรับการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ภายหลังจากที่สหภาพยุโรปมีมติปรับฟื้นสัมพันธ์การเมืองกับไทย

ภายในโรงแรมที่พัก ได้มีกลุ่มคนไทย ที่อยู่ในกรุงลอนดอน มารอต้อนรับนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางถึง ได้พบทักทายกับกลุ่มคนไทยที่มารอต้อนรับ พร้อมนำดอกไม้มามอบให้กำลังใจ และบอกกับ นายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรียังไม่แก่และเป็นแฟนคลับตัวจริงของนายกรัฐมนตรี รวมถึงเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีด้วย

ขณะที่ นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนมากๆ และขอให้ทุกคนมีความสุขทำอะไรให้สำเร็จรวมไปถึงลูกหลานทุกคนด้วย อย่างไรก็ตาม แผ่นดินเกิดของเราคือประเทศไทยจะไปไหนมาไหนก็ต้องสำนึกในแผ่นดินเกิดอย่าให้ใครมาทำร้ายและทำลายแผ่นดินของพวกเราฝากดูแลด้วย

จากนั้นมีประชาชนตะโกนว่า ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้บรรยายสรุปการเดินทางเยือนและมอบนโยบายให้กับทีมประเทศไทย ณ กรุงลอนดอน พร้อมทั้งหารือกับนักธุรกิจซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนไทยรายใหญ่ในอังกฤษ อาทิ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) และคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรณ์ และนายไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์ จากกลุ่มเอ็มไพร์เอเชีย แอชเซต

และในเวลา 16.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรี จะออกเดินทางไปยังทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เพื่อเข้าพบกับนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และช่วงเย็นนายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน และภริยา จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ

https://www.voicetv.co.th/read/ry6pWhw-Q

...




https://www.facebook.com/BBCThai/videos/2111951309025898/


ภาพ-คลิบต้าน "ประยุทธ์" เยือน อังกฤษ




https://www.facebook.com/konthaiuk.protect.democracy/videos/1766186403416461/


ป้ายขับไล่ประยุทธ์ ที่ลอนดอน
ขอขอบคุณ@เจ้าของภาพ








https://www.facebook.com/konthaiuk.protect.democracy/videos/1766213573413744/




https://www.facebook.com/BBCThai/videos/2111938242360538/

...


ooo

อีกมุมของการประท้วง...



https://www.facebook.com/rungrat.pothitappa/videos/1893792080676857/






ก่อนการยึดอำนาจ เธอยังเป็นลูกสาวเศรษฐี แต่เพียงแค่เวลาไม่กี่ปี แค่เงินประกันตัวเธอยังต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ซึ่งเป็นกองทุนสำหรับ “ผู้มีรายได้น้อย” แบบนี้จะบอกว่าเศรษฐกิจดีได้อย่างไร!!!




... โพลทุกโพลที่ออกมาตั้งแต่วันแรกที่ คสช. เข้ามาจนถึงวันนี้

ชัดเจนว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของประชาชนที่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขก็คือเรื่องเศรษฐกิจ

ไม่มีโพลไหนบอกเลยว่า “เศรษฐกิจ” ดี

ตัวเลข GDP จึงไร้ความหมาย

เพราะเมื่อประชาชนล้วงมือลงไปควานหาเงินในกระเป๋า

เงินในกระเป๋ากลับน้อยลงกว่าเดิม

หรือไม่มีเลย

มีคนพยายามอธิบายว่าทำไมตัวเลข GDP จึงสูงถึง 4.8% แต่ประชาชนไม่รู้สึกว่ามีเงินมากขึ้น

ตัวเลขผลกำไรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่สูงกว่าตัวเลข GDP หลายเท่าตัว

หรือความร่ำรวยของมหาเศรษฐีทั้งหลายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ประชากรที่ยอดพีระมิดรวยขึ้นอย่างแรง

นั่นคือเหตุผลที่ GDP จึงขยับขึ้นเป็น 4.8%

แต่คนส่วนใหญ่ในประเทศกลับรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี

ยิ่งนานวัน คำว่า “รวยกระจุก จนกระจาย” จะยิ่งปักลึกลงในใจคน

ไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์จึงเริ่มร้อนใจ

เพราะรู้ดีว่าเมื่อถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

“คนรวย” หรือ “คนจน” จะมีสถานะเท่าเทียมกันทันที

เพราะทุกคนมี 1 เสียงเท่ากัน

มีคนบอกว่าตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่แสดงว่าเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ลงกว่าเดิม

คือ การที่ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ “ตั๊น” ยื่นขอความช่วยเหลือเงินประกันตัวจากกองทุนยุติธรรม

“ตั๊น” นั้นเป็นทายาทธุรกิจของตระกูลภิรมย์ภักดี

มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย






เป็นลูกสาวของ “จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด

มีเงินไปเรียนต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ

ก่อนการยึดอำนาจ เธอยังเป็นลูกสาวเศรษฐี

แต่เพียงแค่เวลาไม่กี่ปี แค่เงินประกันตัวเธอยังต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม

ซึ่งเป็นกองทุนสำหรับ “ผู้มีรายได้น้อย”

แบบนี้จะบอกว่าเศรษฐกิจดีได้อย่างไร

(https://www.matichonweekly.com/column/article_109408)


วันพุธ, มิถุนายน 20, 2561

ประยุทธ์บอกอังกฤษ เลือกตั้งต้องรอโปรดเกล้าฯ อ้าว แล้วเมื่อไหร่ คสช.จะกราบบังคมทูล


เหมือนกับที่เคยบอกอียู ญี่ปุ่น และอเมริกา มาแล้วสี่ห้าหนเรื่องโร้ดแม็พเลือกตั้ง คราวนี้เอาอีกจะบอกอังกฤษว่าต้องรอโปรดเกล้าฯ ภายใน ๙๐ วันเสียก่อน

นักข่าวยังไม่เข้าใจวันไหนแน่วะ จะบอกให้มันแน่นอนกว่านี้สักหน่อยได้ไหม ก็เลยถามนำว่าก่อนพระบรมราชาภิเษกหรา ฮ่าฮ่า ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงได้แย้มออกมานิด “หลังอยู่แล้ว...หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก”

แล้วเมื่อไหร่จะบรมราชาภิเษกล่ะ สำหรับประยุทธ์บอกว่า “คสช.กำลังพิจารณาอยู่ คือการเตรียมการไปสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” แต่ทั่นรองฯ วิษณุ เครืองาม ไม่อย่างนั้น “ระบุว่ายังไม่ทราบวันเวลาชัดเจนเกี่ยวกับวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพราะขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัย”

อ้าว มันวกวนกันไปมากระไรอยู่ ถ้า คสช.เป็นคนจัดการ ก็กราบบังคมทูลฯ ไปเสียสิว่าเมื่อไหร่ วันไหน พระองค์จะได้ทรงวินิจฉัย เตรียมเสด็จกลับมาจากเยอรมนีตามนั้น หรือถ้าทรงติดขัดก็จะได้แจ้งแก่ คสช. ให้เลื่อนขึ้นเลื่อนลงอย่างไร ว่าไป

เท่าที่เคยได้ยินผู้สันทัดราชกรณีกิจของ ร.๑๐ นี่ เรื่องกฎบัตรกฎหมายกราบบังคมทูลไป มักจะทรงพระราชทานกลับมาอย่างรวดเร็วเสียเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นปัญหาน่าจะอยู่ที่ คสช. มากกว่า เตรียมการแล้วจริงหรือ และไปถึงไหน

อ้างพระบรมราชวินิจฉัยน่ะอาจทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทได้นะ เหมือนที่ประยุทธ์ชอบโทษรัฐบาลที่แล้วตะบัน อะไรหลายอย่าง นโยบายที่เอามาเปลี่ยนชื่อ ประชา (รัฐ+ไทย) นิยมนั่นไง ลอกเขามาแล้วยังคุยทับถมเสียอีก ว่าเอามาทำได้ดีกว่า

ตานี้ รมช. อังกฤษเขาไม่ได้ถนัดชั้นเชิงพูดอ้อมค้อมวกวนอย่างนายกฯ และรองฯ ของไทย เขาพูดชัดเจน “เรายังมีความเข้าใจว่าวันเลือกตั้งจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีขึ้นก่อนหน้านั้น”
 
นายม้าร์ค ฟีลด์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซี ก่อนที่จะมีการพบกันระหว่างนางเทริซ่า เมย์ กับประยุทธ์ “เราประกาศอย่างชัดเจนมาตลอดว่าเราอยากเห็นการกลับสู่การเลือกตั้งแบบมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทยอย่างเร็วที่สุด”

ที่เขายังพูดย้ำหัวตะปูอย่างนั้นอยู่ ก็เพราะ “เรายังไม่สามารถเชื่อได้หมดใจว่าจะมีการเลือกตั้งได้ในเวลานั้นจริง จนกว่าเราจะทราบว่าพิธีบรมราชาภิเษกจะมีขึ้นเมื่อไร”


นั่นแสดงว่าใครๆ เขารู้ทั้งนั้นว่ามันหน้าที่รัฐบาลจัดการ จะอ้างรอพระราชวินิจฉัย ฟังไม่ขึ้นนักหรอก ซ้ำประยุทธ์พูดบ่ายเบี่ยง อ้างว่ารายการทัวร์อังกฤษ-ฝรั่งเศสครั้งนี้ “เพราะต้องไปทำความเข้าใจกับต่างประเทศในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของไทย และการเปิดโรดโชว์อีอีซี

เลี่ยงบาลี เหมือนว่าจะต้องทำโน่นทำนี่ให้เสร็จเรียบร้อยตอนนี้ ตอนที่ถึงเวลาจะต้องไป เพราะอยู่นานเกินการและเสียงไล่ดังยิ่งขึ้นทุกวัน ที่ผ่านมาเละเทะ ผลาญเงินมากมาย คนในชาติ รวยกระจุก จนกระจายทำมาหากินฝืดเคือง ค่าครองชีพสูง สินค้าราคาตก คนว่างงานเยอะ

มีคนสรุปผลงานสี่ปีของประยุทธ์เอาไว้ตรงเผง ว่าเขาคือ “บิดาแห่งการปลูกพืชหมุนเวียนทดแทน” ดังเช่น กลางปี ๕๘ แก้ปัญหาเกษตร ด้วยการ (จีบปากจีบคอ) พูด แนะประชาชนปลูกหมามุ่ยแทนข้าว อ้างว่าใช้ทำยา ราคากิโลละเป็นหมื่น
 
ที่ไหนได้ขึ้นปี ๕๙ ชาวไร่ชาวนาร้องจ๊าก หมามุ่ยขายไม่ออก คนแนะนำไม่ช่วยหาตลาดให้ พอปลายปี ๖๐ เอาอีก บิ๊กตู่ชวนคนไทยปลูกมะพร้าวน้ำหอม ไม่ทันไรกลางปี ๖๑ ราคามะพร้าวเหลือแค่ลูกละ ๔ บาท ชาวไร่ชุมพรร้องโอดครวญระงม

ครั้นปลายปี ๖๐ ประยุทธ์ออดอ้อนคนใต้ให้ปรับตัวต่อปัญหาราคายางตก ‘free fall’ ไม่มีหูรูด ให้หันไปปลูกปาล์มน้ำมันกันแทน ที่ไหนได้ ต้นปี ๖๑ ราคาปาล์มตกต่ำบ้าง ชาวไร่ยกกันไปเรียกร้องให้รัฐบาลทหารช่วย ต้องคว้าน้ำเหลวโดนประยุทธ์ศอกกลับ หาว่าบอกให้เลิกปลูกแล้วไม่เชื่อ

ยังมีพืชพันธุ์ ประยุทธ์นิยม อีกสองสามอย่างที่นายกฯ คสช. แนะให้ปลูก ได้แก่ มะนาว มังคุด และกล้วยหอม ที่พ้นไปไม่ถึงปี พืชผลเหล่านี้ราคาตกฮวบฮาบ  รวมไปถึงล่าสุดราคาสับปะรดลูกละบาทยังขายไม่ออก ต้องเอามาแจกหรือบริจาคให้วัด
 
จากผลเวรผลกรรมเหล่านี้ของประยุทธ์และรัฐบาล คสช. ชาวบ้านถึงได้เรียกร้องให้มีเลือกตั้งเสียที จะได้มีรัฐบาลที่ต้องฟังเสียงของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งบ้าง และอย่างน้อยๆ ได้พ้นบ่วงนักถลุงเงินตัวยง เมื่อเห็นตัวเลขกันจะแจ้งแล้วว่า

๔ ปี คสช. สร้างหนี้ไว้ให้ประชาชนจนท่วมหัวแล้ว ๕.๑๘ ล้านล้านบาท แล้วยังมีหนี้ชดเชยการขาดดุลและสำหรับบริหารหนี้อีก๓.๖๙ ล้านล้านบาทด้วย