วันพฤหัสบดี, เมษายน 19, 2561

มท.๑ พูดยังกับเป็น ‘บ็อต’ ปกป้อง 'ทรู' แต่สำหรับผู้ใช้บริการ "มือถือไม่ได้มีบริษัทเดียว"


ต่อกรณีที่บริษัททรูมู้ฟเอช ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย นำข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ากว่าหมื่นรายไปแปะไว้บนคลังข้อมูล คลาวด์ ของแอมาซอน (S3) เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอึงมี่ทางสื่อสังคมว่า กระทำผิดหลักเกณฑ์ความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตอย่างรุนแรง

วานนี้ (๑๗ เมษา) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รองหัวหน้า คสช. และ รมว.มหาดไทย ให้ความเห็นแก้ตัวแทน ทรูว่า “ข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นเพียงข้อมูลหน้าบัตรประชาชนเท่านั้น” ส่วนข้อมูลเชิงลึกกว่านั้นยังอยู่ในระบบป้องกันของทางราชการ ซึ่งหากเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบทำให้ข้อมูลรั่วออกไปก็ต้องได้รับโทษ

ทั่น มท.๑ พูดยังกับเป็น บ็อต (หุ่นยนต์โฆษณาชวนเชื่อ) ของทรู มีหน้าที่พ่นข้อมูลเท็จ (faked news) และเบี่ยงประเด็นให้พ้นความผิดของผู้เป็นนาย เพราะ

หนึ่ง แม้เพียงข้อมูลหน้าบัตรก็ไม่ใช่ใครจะเอาไปวางแผงแสดงในตลาดนัดได้ ถ้าเจ้าตัวไม่อนุญาต และมันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของได้หลายสถาน ดังที่เดอะแม้ทเทอร์ เขาทำกร๊าฟฟิคให้ดู เป็นถึง รมว. น่าจะตระหนักรู้สักนิดก็ยังดี

สอง ว่าตามจริง เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ในความหมายด้านความมั่นคงทางอินเตอร์เน็ต ก็คือบริษัททรูนั่นแหละ แบบเดียวกับที่เฟชบุ๊คต้องรับผิดชอบเมื่อเรื่องแดงออกมาว่า ถูก เคมบริดจ์ แอนาเลติก้า บริษัทวิจัยยุทธศาสตร์ด้วยระบบอีเล็คโทรนิคจากอังกฤษ แอบฉกข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟชบุ๊คเอาไปช่วยงานหาเสียงให้ประธานาธิบดีทรั้มพ์

ทางการไทย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทยเจ้าของงานบัตรประชาชน และ กสทช. มีหน้าที่โดยตรงคอยดูแลเรื่องความมั่นคงของข้อมูลส่วนตัวประชาชน แทนที่จะคอยจ้องปิดว้อยซ์ทีวีและหาทางผ่อนปรนให้เจ๊ติ๋มทีวีพูล

โดยเฉพาะเมื่อมีผู้หวังดีพยายามแจ้งเบาะแสให้ทรูรับรู้ปัญหา กลับเจอกับกระบวนการ เร็ดเทปสนองตอบอย่างเชื่องช้า เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำในแผนกบริการประชาชน หรือมีแต่ไม่รู้เรื่องเลยผลักภาระไปให้สำนักงานใหญ่ ที่อาจมีแต่ผู้บริหาร จึงไม่มีใครตอบรับการสื่อสารจากสาธารณะ

นีล เมอริแกน นักวิจัยคอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษ เข้าไปดูคลังข้อมูลคลาวด์ของแอมาซอน (เอส ๓) เมื่อเดือนมกราคม พบว่ามีกล่องข้อมูลของทรูมู้ฟเอชที่ฝากไว้อย่างเปิดโล่งให้ใครก็ค้นได้ เขาจึงทดลองเข้าไปเซิ้ร์ชดู ปรากฏว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าทรูทั้งนั้น ทั้งภาพถ่ายบัตรประชาชน ชื่อ ที่อยู่ ฯลฯ ซึ่งเป็นการละเลยหลักเกณฑ์ความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต

เขากลับเข้าไปดูใหม่อีกหนึ่งเดือนต่อมา ยังเห็นข้อมูลเหล่านั้นเปิดโล่งอยู่ จึงได้พยายามติดต่อกับแผนกบริการลูกค้าของบริษัททรูมู้ฟเอชเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ กลับได้รับแจ้งให้ติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่แทนเมื่อกลางเดือนมีนาคม

(เหตุที่เขาเก็บเรื่องเงียบรอเป็นเดือน เขาอธิบายว่าตั้งใจจะรอให้มีการปิดข้อมูลนั้นเสียก่อน มิฉะนั้นปูดออกไปจะมีคนแห่ไปดู และอาจมีมิจฉาชีพเข้าไปล้วงความลับได้)

อีกสองสามอาทิตย์หลังจากนีลส่งอีเมลไปยังสำนักงานใหญ่ทรูแล้วยังเงียบอยู่ เขาจึงติดต่อไปที่หนังสือพิมพ์ เดอะ รีจิสเตอร์ ของอังกฤษ ให้ตีพิมพ์เรื่องนี้ ทรูจะได้ขยับทำอะไรสักอย่างบ้าง สองวันต่อมาเขาจึงได้รับแจ้งจากทรูว่าจัดการแก้ไขปัญหาแล้ว

นีลกลับไปเช็คที่แอมาซอนคลาวด์อีกครั้ง ข้อมูลเหล่านั้นยังคงเป็นสาธารณะเช่นเดิม จนอีกหนึ่งวันต่อมาถึงได้ถูกเปลี่ยนค่าเป็น ส่วนตัว สาธารณชนไม่สามารถเข้าไปดูได้
 
เรื่องนี้ทรูให้ข่าวเมื่อต้นเดือนเมษาว่า คลังข้อมูลถูกเจาะ (Hacked) แต่ข้อเท็จจริงเป็นความผิดของทรูเอง เมื่อนำข้อมูลไปฝาก ไม่ได้ตั้งค่าส่วนตัวไว้ หรือไม่เช่นนั้น “ก็มีใครไปเปลี่ยนจากส่วนตัวให้เป็นสาธารณะ

ซึ่งยิ่งหนักเข้าไปใหญ่” (น่าห่วงจะเป็นกระบวนการบ่อนทำลาย) นีลเขียนบทถาม-ตอบ ให้ความกระจ่างแก่ผู้ใช้บริการทรูที่เข้าไปไต่ถามและขอคำแนะนำกันเต็ม คำถามส่วนหนึ่งบอกว่าเขาลือกัน “ว่าคุณเป็นแฮ้คเกอร์”

(มีผู้แปลบทความถาม-ตอบของนีลเอาไว้ ดูภาพประกอบ)


ความเชื่องช้าของทรูในการแก้ปัญหารุนแรงอย่างนี้ เห็นได้ในอีกตัวอย่างเมื่อ สุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. โพสต์ถามทรูมู้ฟว่า “ได้แจ้งตรงกับผู้ใช้บริการหมื่นกว่ารายที่กล่าวถึงหรือยัง ว่าข้อมูลรั่ว”

ก็ได้รับคำตอบจากทรูว่า “ท่านสามารถแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ผ่านช่องทาง ดีเอ็ม เพื่อให้ทางเราประสาน ไอทรูม้าร์ท ตรวจสอบ และจะติดต่อกลับภายในสี่ชั่วโมง นะคะ”
 
การนี้ ทรูได้แจ้งเรื่องราวให้ กสทช. ทราบอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าข้อมูลที่แจ้งไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าใดนัก หากพิจารณาตามที่นักคอมพิวเตอร์ไทยรายหนึ่งอธิบายไว้ (มติชนลงข่าวโปรแกรมเมอร์ หัวร้อน รายนี้) ว่า

“ทรูชี้แจงกับ กสทช. ว่าถูกเจาะข้อมูลด้วยเครื่องมือพิเศษ ๓ ชั้นนั้น ตนนึกออกแค่สองขั้นตอน คือ ๑.สแกนหาลิ้งค์ ๒.ดาวน์โหลด ซึ่งทรูบอกอีกว่าถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนั้นไม่มีทางได้ไปแน่นอน ทั้งที่การทำบักเก็ตสแกนหรือหาลิ้งค์ที่หลุดออกมานั้นไม่ยากเลย”

นายธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล โปรแกรมเมอร์ชาวไทยโพสต์ด้วยว่า “เชื่อว่าวิศวกรทรูรู้แก่ใจว่าเป็นความผิดพลาด แต่ผู้บริหารกลับบอกว่าโดนแฮ้ค...กสทช.ได้ถามหรือไม่ว่า จะรับผิดชอบลูกค้าอย่างไร
 
กสทช. ต้องเข้าไปควบคุมดูแลแล้ว เพราะนี่คือสิทธิประโยชน์ของประชาชน ควรทำให้เป็นคดีแบบอย่าง” ก็ไม่รู้ว่า กสทช. จะทำได้แค่ไหนเพราะชุดนี้ คสช. ตั้งเองกับมือ ส่วนทรูมู้ฟนั้นมีอะไรลึกล้ำกับ คสช. สาม ป. หรือเปล่าไม่รู้

รู้แต่ว่าทรูมู้ฟเป็นของซีพี ซึ่งเป็นหุ้นส่วนมั่งคั่งยั่งยืนทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านทาง ประชา (เจ้าสัว) รัฐ นี่ละ แล้วก็เมื่อครั้งประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเป็นผู้อำนวยการ ศอฉ. ปี ๕๓ ที่มีเสื้อแดงตายเยอะแยะนั่นแระ

ตอนนั้นทั่นสุเทือกเคยเป็นกรรมการของบริษัททรูอยู่ด้วย ตอนนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองของ กปปส. เอาไว้สนับสนุนประยุทธ์ขึ้นเป็นนายกฯ คนนอก หลังจากเลือกตั้ง

มันจึงมีสายใยโยงระยางกันอยู่อย่างนี้ แล้วแต่จะคิด ทางที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นลูกค้าถ้ากลัว 'เสี่ยง' ต่อไปข้างหน้า จะเอาอย่าง ♥ Moui  ♥@moui บ้างก็ได้ เธอทวี้ตว่า

“ตอนแรกกะว่าค่ายไหนก็มีโอกาสรั่วได้หมด กะจะอดทนต่อละ แต่พอเห็นคำตอบทางค่ายโบ้ยแบบนั้น พอละ มือถือไม่ได้มีบริษัทเดียว

- ขณะอยู่ที่ค่ายใหม่ ทำเรื่องย้ายเข้า ค่ายเก่าโทรมายื่นข้อเสนอส่วนลด พร้อมถามสาเหตุที่ย้ายออก เราบอกจากข่าววันนี้เลยค่ะ”

ร่วมยินดีกับชาวสตูล... อุทยานธรณีสตูล ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจาก UNESCO เป็นอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของประเทศไทย ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งธรณีของจังหวัดสตูล





ยูเนสโกยก 'สตูล' เป็น 'อุทยานธรณีโลก'


Apr 18, 2018
ที่มา Voice TV


อุทยานธรณีสตูลได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากองค์การยูเนสโก ขึ้นบัญชีเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลก หรือ Unesco Global Geopark แห่งแรกในประเทศไทย


ที่ประชุมสำนักเลขาธิการยูเนสโก ครั้งที่ 204 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส มีมติรับรอง 'อุทยานธรณีสตูล' เป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกแห่งแรกในประเทศไทย คาดว่าจะส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา และจะทำให้ไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างยั่งยืน เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์และเสริมสร้างความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติทั่วโลก

ทั้งนี้ ยูเนสโกนิยาม 'อุทยานธรณีโลก' ว่าเป็นขอบเขตพื้นที่ที่ประกอบด้วยแหล่งที่มีคุณค่าด้านธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม มีการบริหารจัดการแบบองค์รวมระหว่างการอนุรักษ์ การให้ความรู้ การศึกษาวิจัย และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่ตั้งแต่เริ่มต้น

ขณะที่ อุทยานธรณีสตูล ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดสตูล คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และอำเภอเมือง รวมเป็นพื้นที่กว่า 2,597.21 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่ และชายหาดที่สวยงาม มีความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ อุทยานธรณีสตูล ระบุว่า "ผืนดินแห่งนี้ เป็นบันทึกหลักฐานของโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคเก่า เกิดเป็นแหล่งสร้างออกซิเจนให้กับโลกในช่วงเวลานั้น ต่อมามีการยกตัวของเปลือกโลกก่อเกิดเป็นเทือกเขา และถ้ำ ซึ่งได้กลายเป็นบ้านหลังแรกของมนุษย์โบราณ ปัจจุบันผู้คนยังดำรงชีวิตโดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของแผ่นดินนี้อยู่ และก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์"

ส่วนการพิจารณาสถานะอุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีโลก เป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 ที่เห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และมอบหมายให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ เสนอเรื่องต่อสำนักเลขาธิการยูเนสโก จนกระทั่งมีมติชี้ขาดที่ประชุมในครั้งนี้

ที่ผ่านมา ยูเนสโกประกาศรับรองอุทยานธรณีโลกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 120 แห่ง ใน 33 ประเทศทั่วโลก โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ ในมาเลเซีย 1 แห่ง เวียดนาม 1 แห่ง และอินโดนีเซีย 2 แห่ง

Photo: Unesco/Satun Geopark

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ลาวเตรียมขอขึ้นทะเบียน "รำวง-สงกรานต์" เป็นมรดกโลก
ยูเนสโกยกย่อง 'กำพล วัชรพล' เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์
ยูเนสโกเพิ่มมรดกโลกอีก 21 แห่ง

...



...

Springnews//อุทยานธรณีสตูล สู่อุทธยานธรณีระดับโลก



https://www.youtube.com/watch?v=-oMFxZTWk_0

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมเสนออุทธยานธรณีจังหวัดสตูล เป็นอุทยานธรณีระดับโลก เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและเป็นสถานที่ศึกษาทางวิชาการสำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

นับเป็นก้าวสำคัญอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทยที่จะได้มีอุทยานธรณีโลก หลายคนคงคุ้นเคยกับอุทยานแห่งชาติ แต่กับคำว่าอุทยานธรณีนั้น คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า คืออะไรและใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินจัดตั้งพื้นที่เป็นอุทยานธรณี 

และหากอธิบายตามหลักการที่ยูเนสโกตั้งไว้ อุทยานธรณีคือ พื้นที่ที่ประกอบไปด้วยแหล่งที่มีความสำคัญอย่างโดดเด่นทางด้านธรณีวิทยา รวมถึงคุณค่าทางด้านโบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ทั้งบนบกและทะเล 

กรมทรัพยกรธรณีได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ศึกษา วิจัย สำรวจและประเมินสภาพทรัพยากรธรณีในท้องถิ่นที่ยื่นเสนอขอจัดตั้งอุทยานธรณี โดยจะพิจาณาจากองค์ประกอบต่างๆ ที่ยูเนสโก เป็นผู้ กำหนด แล้วรัฐบาลจะยื่นเสนอต่อยูเนสโกพิจารณาประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับโลก และสตูลกำลังถูกเสนอชื่อเป็นอุทยานธรณีแห่งใหม่ของโลก และแห่งแรกของไทย 

ขณะนี้กรมทรัพยากรธรณี ได้ศึกษาองค์ประกอบทางธรณีวิทยาในจังหวัดสตูล และจะผลักดันอุทยานธรณีสตูล ให้ขึ้นเป็นอุทยานธรณีระดับโลก 

ซึ่งราวเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน ยูเนสโก จะส่งเจ้าหน้าที่ มาสำรวจประเมินพื้นที่ และหากอุทยานธรณีสตูล ผ่านการพิจารณา // นอกจากจะเป็นอุทยานธรณีโลก แห่งแรกของไทย ยังจะเป็นอุทยานธรณีโลก แห่งล่าสุดของอาเซียน 

จะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของไทย เพิ่มคุณค่าแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาทางธรณีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย


ตอแหลลงตับ?!?


ooo




พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกต่างชื่นชมระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยอยู่แล้วที่ได้ดำเนินนโยบายนี้ ทำให้ครอบคลุมดูแลประชากรประเทศถึง 99.95% เหลือเพียงเด็กแรกเกิดเท่านั้น แต่หลังจากนี้จะทำอย่างไรเพื่อให้การรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขเป็นไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพของประเทศ โดยในส่วนของงบประมาณนั้น หากประเทศมีรายได้มากขึ้น งบประมาณประเทศก็จะมากขึ้น รวมถึงงบประมาณที่จะลงสู่กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่หากรายได้ไม่เพิ่มขึ้น จะทำอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดเพื่อทำให้ระบบเดินต่อไปได้และยั่งยืน

(https://prachatai.com/journal/2018/04/76414)

...

ความเห็นส่วนหนึ่งจากโพสต์...
(https://www.facebook.com/Prachatai/posts/10155528870386699)

Passakorn Lamongkol ตาย ๆ เผด็จการจ้องทำลายโครงการอยู่ไม่เคยขาด มาแสดงการเอาดีใส่ตัวกับโครงการบัตรทองแบบนีั้ มันทุเรศสุด ๆ ว่ะ

Pim Pim ได้หน้าไปกับผลงานที่ตัวเองไม่ได้ทำ แถมยังจะยกเลิกโครงการ ด่าเช็ดรัฐบาลเก่าที่ทำไว้เช้า เย็น ไม่เคยเห็นใครหน้าหนาเท่านายกคนนี้อีกแล้ว

Budsaya Khunakhornsawat ตอนนี้เท่ากับยกเลิกบัตรทองแล้ว เพราะแผนการปฏิรูปสาธารณสุข ตามยุทธศาสตร์20 ปีในรธน. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว

มีผลเท่ากับยกเลิกบัตรทองเพราะ
1.ให้ประชาชน ทั้งจ่ายก่อนป่วย(เหมือนบัตรสปร. บัตรครอบครัวสมัยก่อน คล้ายจ่ายประกันชีวิต) และจ่ายตอนไปหาหมออีกด้วย ตามราคาโรคที่เขากำหนด

2.ระบบบริหารจัดการที่สปสช. สำนักงานหลักประกันสุขภาพและบอร์ดที่มีประชาชนร่วมอยู่ด้วย และพัฒนาให้บัตรทองดีขึ้นมาตลอด ก็จะเปลี่ยนไป

ตู่นี่มันมือถือสาก จริงๆ
แถมเอาความดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น
เป็นตัวการสร้างความเหลื่อมล้ำของแท้

...






อ่านยัง! หนังสือ 'ประวัติศาสตร์ชาติไทย' จัดทำโดย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี 2558 ที่กำลังมีข้อถกเถียงว่า ลำเอียง บิดเบือนข้อเท็จจริง ลองอ่านได้ตามนี้



ooo





Wake Up News - ยก 'บิ๊กตู่' ปราบโกง เข้าตำรา! ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์ https://youtu.be/pzWumLsFUp8 ข้อมูลจาก @YouTube

ooo

ชวนอ่าน...





อันนี้ต้องอ่านเอง หุหุ คนที่เขาเคยถูกคสช.จับ เขายังโกรธทรูอยู่ เพราะจนท.รู้เรื่องการสื่อสารทุกอย่าง ทั้งที่ไม่เคยเปิดเผยข้อมูลใดๆ จนท.ยอมรับเอง สืบจาก “เน็ตบ้านน้อง”




ooo


เมื่อวาน Harit โพสต์เรื่อง True เลยทำให้เราจำอะไรบางอย่างได้ เลยอยากจะแชร์ประสพการณ์นี้ให้มิตรสหายฟัง ถือว่าเป็น "ข้อมูล" อีกด้านหนึ่งก็แล้วกัน

เมื่อสองปีที่แล้ว ที่โดนจับตอนทำเพจ8แอดมินเรารักประยุทธ์ ทุกคนคงทราบว่าเราถูกทหารมาล็อกตัวถึงบ้านคลุมหัวปิดตาพาไปค่ายทหาร เพื่อนๆโดนเหมือนกัน (วันที่27 เม.ย. นี้ครบสองปีละ โคตรไว ตังค่ารั้วบ้านที่แมร่งพังเข้ามายังไม่ได้ซักบาท)

วันที่เราเข้าไปในค่าย (ผมมาถึงคนแรกๆ Harit มาถึงเย็นๆ เพราะถูกพาตัวมาจากขอนแก่น) ช่วงสอบสวน ทหารได้ปริ้นท์คอนเท้นต์งานต่างๆที่ไม่เกี่ยวกับคดี เพื่อมาสอบถามว่านี่เป็นของคุณใช่หรือไม่? ผมก็ตอบว่า "ถ้าใช่แล้วผิดตรงไหน บอกมาหน่อยตรงไหนที่ผิดกฏหมาย ภาพ , โพสต์ หรือข้อมูลในภาพ ในโพสต์?" เขาก็ว่าไม่ได้ผิดอะไร เอามาถามเฉยๆ

เสริมนิดหนึ่ง *รู้แม้กระทั่ง "โทร" หาใครเวลาไหน อย่างไร ในช่วงสองสามสัปดาห์นั้น หรือคุยกับใครก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไป (ขณะนั้นเรายังไม่ได้ทำการปลดล็อคโทรศัพท์ให้เขาด้วยลายนิ้วมือ รหัสอะไรเราไม่ยอมบอกทั้งหมด)*

ผมถามกลับคำหนึ่ง คือสงสัยมานานแล้ว กูจะเก็บตายห่าอยู่ในนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ขอคำตอบหน่อยก็แล้วกัน ผมถามเขาว่า "พี่รู้ได้ไง ทั้งๆที่วินาทีนี้ ผมยัง 'ไม่ยินยอม' ที่จะให้แอคเค้าท์ Facebook หรือแม้กระทั่งรหัสปลดล็อดมือถือ ของของผมแก่พี่? (ขณะนั้น เขายังปลดล็อกมือถือผมไม่ได้)

เขาก็ยังไม่ตอบ แฉล่บไปสอบเรื่องอื่น คุยเรื่องครอบครัว บลาๆๆๆๆ

จนกระทั่งสักพัก ผมกับพนักงานสอบสวน อยู่กันสองคน ทหารแม่งลงไปกินข้าวละ เราก็คุยกันลึกขึ้นกว่าตอนที่ทหารอยู่ คุยไปคุยมา เขาถามผมว่า "คำถามที่น้องถามว่าพี่รู้ได้อย่างไร ว่าน้องโพสต์คอนเท้นต์?" ผมก็ อืมๆ ใช่พี่ ผมถามพี่นั่นแหละ

"น้องใช้เบอร์มือถือของค่ายไหน?" ผมตอบไปว่า ผมใช่ "Ais กับ True"

"แล้วเน็ตบ้านน้องหละ?" พนักงานสอบสวนถามขึ้นอีกครั้ง แล้วผมตอบว่า "ใช้ True พี่"

พนักงานสอบท่านนั้นตอบกลับมาว่า "นั่นแหละ"

คือแม่งเป็นคำตอบสั้นๆ ที่ทำให้ผมย้อนคิดถึงเรื่องนี้หลายขั้นตอนหลายวาระ จนถึงตอนนี้

หนึ่งในแปดแอดมินเรา ที่โดนจับ และใช้เน็ตบ้าน True ก็โดนยกกล่องเล้าท์เตอร์ไปเข้าค่ายทหารด้วย

เราเคยคุยเรื่องนี้กับปอนด์ (Harit) โมโหเรื่องนี้มาก Harit กับเราคิดเหมือนกันคืออยากจะฟ้องแม่งสักตั้ง แต่ทนายคดีเราขอไว้ก่อน เก็บไว้เมื่อมีวาระโอกาส

ตอนแรกเราพยายามเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟัง แต่ทุกคนไม่เชื่อเรา ยังคิดว่า คสช.ทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ความสามารถยังไม่ถึงกับการจะแฮคข้อมูลประชาชนได้ถึงขนาดนั้น พอเวลาไปเรื่องนี้ให้ใครฟัง มันเหมือนเราพารานอยด์ไปเอง

พอวันหนึ่ง รบ.พยายามจะผ่าน พรบ.ตัวหนึ่ง ที่ให้ขอข้อมูลออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องใช้หมายศาล เรายิ่งมั่นใจยิ่งขึ้น ว่า รัฐบาลทหาร สมารถทำเรื่องพวกนี้ได้จริง และกำลังทำให้เป็นเรื่องถูกกฏหมาย

และยิ่งกรณี มีข่าวข้อมูล True รั่วออกมาจำนวนมาก ช่วงปี 59-60 และ พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ "ไม่ต้องตกใจ หลุดแค่นี้จิ๊บๆ" เรายิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ว่า เราก็คงเป็นหนึ่งใน "ผู้ถูกกระทำ" ในเรื่องนี้ ว่าเราโดนจริงๆ

ที่เล่ามานี้ ผมไม่ได้ชี้ชวนให้ทุกคนต้องเชื่อเหมือนผมแต่อย่างใด

ผมแค่อยาก "ถ่ายทอด" สิ่งที่เคยโดนมาและมันไม่ควรที่จะเป็นเรื่องที่ "ถูกทำให้ลืม" อีกต่อไป....

จากผู้ประสพภัย



อย่าตกใจนะ... ยุคปฏิรูปน้ำเน่า "บิ๊กตู่' กำลังตกปลาในบ่อเพื่อน เพราะแต่เดิมไม่ได้สร้างบ่อปลาไว้ ก็ไปตกของคนอื่น





'นิพิฏฐ์' ชี้อย่าตกใจตลาดนัดการเมืองยุค 'บิ๊กตู่' ตกปลาในบ่อเพื่อน


18 เม.ย. 2561
โดย ไทยรัฐออนไลน์


"นิพิฏฐ์" ชี้ อย่าตกใจตลาดนัดนักการเมืองยุค "บิ๊กตู่" ปฏิรูป น้ำเน่า ตกปลาในบ่อเพื่อน ดูดนักการเมืองเหนาเก่า ซัดอ้างเหตุ 4 ปี เพิ่งคิดตั้งที่ปรึกษาการเมือง...


วันที่ 18 เม.ย.61 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการ ครม.มีมติแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และผู้ช่วยรัฐมนตรี ว่า ไม่แปลกใจ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารทุกครั้ง เพียงแต่คนไทยไม่จำเองประการต่อไป มีนักการเมืองที่ไปร่วมกับคณะรัฐประหารทุกครั้งนักการเมืองเหล่านี้ ส่วนใหญ่พฤติกรรมจะค้านสายตาประชาชนแต่ในตลาดนัดการเมืองมันหาง่ายราคาก็ไม่สูงเกินไป ต่อรองกันได้จะซื้อรายตัวหรือยกเข่ง ก็แล้วแต่ต่อรองกันต่อไปนี้ จะมีเรื่องทำนองนี้ให้เห็นมากขึ้น ก็อย่าตกใจ หรือแปลกใจอะไรนี่ยุครัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เรียกว่า ยุคปฏิรูป มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำการปฏิรูปเองก็หวังว่า จะเห็นการปฏิรูปดีๆ เกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง เพียงแต่ ผมขอแช่งไว้ว่า ใครก็ตามใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ทำการพรรค ขอให้ประสบชะตากรรมเหมือนผู้นำในอดีตทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องใช้แก้ความทุกข์ให้ประชาชน มิใช่สนองตัณหาของตัวเองที่พูดนี้มิได้ระบุชื่อใคร และใครไม่ทำก็อย่าร้อนตัว

เมื่อถามว่า เป็นการดูดนักการเมืองหรือไม่ว่า นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า มันชัดอยู่แล้ว เพราะนายกฯบอกว่าให้มาเป็นที่ปรึกษาทางการเมือง ตนคิดว่าปีสุดท้ายของนายกฯแล้วจะมามีที่ปรึกษาเรื่องการเมืองเพื่ออะไร ทำไมเพิ่งมาคิดมีที่ปรึกษาทางการเมืองเอาปีนี้ ทำให้เห็นว่านายกฯกำลังจะเข้าสู่การเมือง เดิมไม่ได้สร้างบ่อปลาไว้ ก็ไปตกของคนอื่น เพื่อจะยุบรวมเป็นบ่อเดียวกัน แสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่า การปฏิรูปการเมืองไม่ง่าย เพราะความจริงยังเป็นน้ำเน่า ภาคปฏิบัติยังแย่ ล้าหลัง ซึ่งไม่แปลกใจกับเรื่องที่เกิดแต่อยากเตือนประชาชนที่กำลังผิดหวังอยู่ว่า ต้องทำใจ และเราอาจจะได้เห็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายกว่านี้ก็ได้ มีนักการเมืองประเภทหนึ่งที่ยอมให้เขาดูด ซึ่งมีประจำ แต่นักการเมืองอีกประเภทไม่ยอมให้ดูด ก็ต้องดูว่าใครมีความเข้มแข็งมีอุดมการณ์มากกว่ากัน ซึ่งชัดอยู่แล้วว่า คสช.ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคก็ได้ เมื่อถามต่อว่า หากคสช.ใช้วิธีดูดนักการเมืองหน้าเก่า พรรคประชาธิปัตย์จะรับมืออย่างไร นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์ไม่ต้องรับมืออะไร อดีตส.ส.ของประชาธิปัตย์มีความเข้มแข็งและมีอุดมการณ์ในตัวทุกคน คงจะไม่ถูกดูดไปได้ คนที่ถูกดูดมีรังสีอยู่แล้ว ดูหน้าผากก็รู้ว่าใครถูกดูดบ้างหรือไม่.

...


ความใจกล้าหน้าด้านของ คสช.

ดึงวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ จากชาติไทยพัฒนา
มาเป็นรมว.ท่องเที่ยว

ต่อมา ก็ไปกับไอ้แดงและคณะ
ไปคุยกับบ้านใหญ่นครปฐม สะสมทรัพย์
พอพวก พท.ไปตีกอล์ฟกับบ้านนี้ ไอ้ควายตู้ออกอาการ
ทำมาบอก ระวังผิดกฎหมาย ทั้งที่ตัวก็ไปภาพหลุดทนโท่

แล้วก็นัดอนุทิน ไปคุยกันที่ต่างประเทศ

พอตั้งผู้ว่าฯ ก็เอาสกลธี กปปส.มาเป็นรองผู้ว่าพ่วงด้วย

ตอนนี้ก็ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้ม พลังชลมาเป็นที่ปรึกษา
แถมบอกไม่ต้องลาออกจากพรรค โอ้ ด้านเหลือทน

แถมอีกคน ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อ๊อด ถั่งเช่า ตาคนนี้ก็พยายามจะเข้าแก๊งรปห.ตั้งแต่สมัยเป็นนายกสมาคมโอลิมปิค โดยตอนนั้นรับหน้าที่เป็นคนเอานายกออกประเทศ ก่อนจะมีคำตัดสินคดีที่ดินรัชดา ต่อมาก็คลิปถั่งเช่าหลุด (แต่ถ้าได้เข้าไปฟังดูดีๆเนื้อหาไม่ได้มีส่วนหนึ่งส่วนใดพาดพิงสถาบันอย่างที่โดนกล่าวหา) มาตอนนี้อ๊อดได้ที ก็ขานรับพร้อมช่วยไอ้ควายตู้อยู่ต่อแบบคนนอกอีกราย

แต่ละคนดูแล้วอนาคตทางการเมืองไม่น่าจะเหลือ
รอดูวันที่อำนาจคืนกลับมาหาประชาชนก่อนละกัน อิอิ


กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ


TRUE ไม่ได้โดนแฮกโว้ยยยยย "นายอาร์ม" หงุดหงิด True ชี้แจงกสทช. จนต้องมาออกอีกคลิป




https://www.facebook.com/castby9arm/videos/1904584162945748/

...




เรียนท่านรัฐมนตรีมหาดไทยทราบ ท่านรู้หรือไม่? ข้อมูลบน 'หน้าบัตรประชาชน' เอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง... (เป็นเจ้ากระทรวงที่ออกบัตรประชาชน แต่กลับไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองออก มันสำคัญยังไง (ท่านมาเป็นรัฐมนตรีได้ยังไง) 😔)





เรียนท่านรัฐมนตรี รู้หรือไม่? ข้อมูลบน 'หน้าบัตรประชาชน' เอาไปทำอะไรได้บ้าง
.
หลายคนอาจจะตกใจ ร้องเสียงหลง หรืออยากยกมือทาบอก เมื่อรัฐมนตรีมหาดไทยออกมาพูดถึงกรณีค่ายมือถือหนึ่งทำข้อมูลลูกค้านับหมื่นคนรั่วไหล ว่า “มีเพียงข้อมูลหน้าบัตรประชาชน” (ย้ำคำว่า 'เพียง') ไม่ใช่ข้อมูลเชิงลึกอะไร
.
ทั้งๆ ที่สิ่งที่ปรากฏในหน้าบัตรประชาชน ก็มีข้อมูลเชิงลึกอยู่ตั้งหลายอย่างแล้ว!
.
ถ้าคุณมีอายุเกินเจ็ดขวบ เราเชื่อว่าทุกคนมีบัตรประชาชนอยู่ในกระเป๋าสตางค์ ลองหยิบขึ้นมาพินิจพิจารณากันดูว่า บนหน้าบัตรมีข้อมูลอะไรปรากฏอยู่บ้าง เลขบัตรประชาชน 13 หนัก ชื่อตัว-ชื่อสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด ที่อยู่ วันออกบัตร ผู้ออกบัตร วันที่บัตรหมดอายุ และรูปถ่าย
.
ซึ่งแค่ ‘ข้อมูล 8 อย่าง’ นี้ก็เอาไปทำอะไรได้มากมาย The MATTER จะเล่าให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง เพียงข้อมูลหน้าบัตรประชาชนนี่แหละ ไม่ต้องไปใช้เครื่องดูข้อมูลอะไรในชิปที่แปะมากับบัตรเลย
.
- เปิดบัญชีธนาคาร

- สมัครบัตรเครดิต

- เปิดใช้งานโทรศัพท์มือถือ

- ขอสินเชื่อ/กู้เงิน

- เช็คข้อมูลภาษี

- ใช้สมัครงาน

- ใช้สมัครสมาชิกสินค้า/บริการบางประเภท

- ใช้ทำธุรกรรม

- ใช้ยืนยันตัวตน

- ใช้รับเงิน

- ใช้เข้าถึงข้อมูลอื่นๆ ในระบบคอมพิวเตอร์

- ฯลฯ
.
ด้วยความหลากหลายของการใช้งาน เพียงหน้าบัตรประชาชนนี่แหล่ะ ทำให้มีการรณรงค์ว่าเมื่อนำสำเนาไปใช้ทำอะไรแล้ว นอกจาก #เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง เจ้าของบัตรจำเป็นจะต้อง #ขีดคร่อมด้วยว่าเอาไปใช้ทำอะไร และหากบัตรหายก็#ควรจะไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจไว้ แม้ว่าการทำบัตรใหม่ในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้ใบแจ้งความแล้วก็ตาม (แม้ต้องเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท) แต่เพื่อความสบายใจ เพราะมีกรณีการขโมยบัตรไปก่ออาชญากรรมอยู่เนืองๆ เจ้าของบัตรจะได้นอนหลับได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องสะดุ้งตื่นขวัญผวา
.
สำหรับต้นทุนการผลิตบัตรประชาชนต่อใบ จะมีราคาเฉลี่ย 19 บาท 58 สตางค์ โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต้องจัดทำคำสั่งซื้อทุกๆ ปี เป็นเงินปีละหลายร้อยล้านบาท

- ปี 2560 จัดซื้อ 12.51 ล้านใบ ใช้งบประมาณ 246 ล้านบาทเศษ

- ปี 2559 จัดซื้อ 19.59 ล้านใบ ใช้งบประมาณ 387 ล้านบาทเศษ

- ปี 2558 จัดซื้อ 9.89 ล้านใบ ใช้งบประมาณ 204 ล้านบาทเศษ

โดยทุกสัญญามี บริษัท ดาต้าโปรดักส์ ทอปปัง ฟอร์ม จำกัด เป็นคู่สัญญา
.
และไม่เพียงบัตรประชาชนเท่านั้นที่มีข้อมูลสำคัญปรากฏอยู่บนหน้าบัตร กระทั่ง ‘ใบขับขี่’ หรือ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)’ ก็ยังมีข้อมูลสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเลขบัตรประชาชนและวัด/เดือน/ปีเกิด
.
การที่ข้อมูลบนหน้าบัตรประชาชนรั่วออกมา จึงไม่ต่างจาก ‘ข้อมูลสำคัญ’ หลุดมาแทบจะทั้งยวงเลยต่างหาก (กระทั่งถ่ายรูปบัตรประชาชนแชร์ลงในโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันเขายังห้ามเลย อย่าว่าแต่ให้จับบัตรตัวจริง) จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

- อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://thematter.co/quick-bite/thai-id-card/49810
.
.
[ The MATTER เคยทำสกู๊ปเอาไว้ว่า นอกจากบัตรประชาชนแล้ว ยังมีของสำคัญอีก 5 อย่างที่ห้ามโพสต์ลงในโซเชียลฯ เด็ดขาด เพราะอาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ประโยชน์ได้ และตัวเจ้าของนั่นแหล่ะที่จะเดือดร้อน อยากรู้ไหมมีอะไรบ้าง ลองคลิกเข้าไปอ่านกันดู https://thematter.co/byte/5-things-you-should-not-post-online/36991 ]

#Quickbite #idcard #TheMATTER


The MATTER


...


Panupat Taothaisong เป็นเจ้ากระทรวงที่ออกบัตรประชาชน แต่กลับไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองออก มันสำคัญยังไง (ท่านมาเป็นรัฐมนตรีได้ยังไง)

Natha Thawanapong ที่อยากรู้ตอนนี้คือหน้าบัตรของใครบ้างที่เป็นหมื่นกว่ารายนั้น ควรให้พวกเขารู้ตัวและไปแจ้งความทำบัตรใบใหม่ พร้อมทั้งยกเลิกบัตรใบเก่าด้วย ไว้เป็นหลักฐานว่าหากใครนำสำเนาหน้าบัตรใบนั้นมาใช้ เจ้าของบัตรตัวจริงก็ยังมีสิทธิ์ต่อสู้ได้ว่าอาจไม่ใช่เขาที่นำไปทำธุรกรรมที่เป็นปัญหา

ooo



https://www.facebook.com/thairath/videos/10156840713362439/

...


วันพุธ, เมษายน 18, 2561

กอล์ฟ 'สะสมทรัพย์' ตัวเองไปได้แต่ห้ามเพื่อไทยไปบ้าง หลังจากหวยไปออกที่ 'คุณปลื้ม'


ตอนนั้นชวนกันไปตีกอล์ฟสนามดัง บังเอิญเจอ สะสมทรัพย์เจ้าของ เลยได้กินข้าวแล้วชักรูปร่วมกันไว้โพสต์เฟชบุ๊ค ก็เท่านั้น ตอนนี้หวยบนดินไปออกที่ คุณปลื้ม ดันห้ามคนอื่นนัดไปกินข้าวเล่นกอล์ฟกับเจ้าของสนามนครปฐมบ้าง

เออนะ สันดานพวกนักการเมืองสามานย์ก็อย่างนี้ละ ไม่รู้นะ ดูจากโพสต์วาสนา นาน่วม น่าจะอย่างนั้น

นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เผยเบื้องหลังของการที่ได้รับแต่งตั้งจากบิ๊กตุ่นให้ไปเป็นที่ปรึกษาฝ่าย (นัก) การเมืองว่าเพื่อ “ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ” แต่คนตั้งบอก “ตนต้องฟังเขาว่าอย่างไร เพราะตนจำเป็นต้องมีนักการเมืองมาบ้างเพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน”


ตีความตามตัวอักษร ไอ้ ตน นี่มัน ประเทศชาติ เรอะ เอาเถอะชั่งเผือกไว้ก่อนตรงนั้น ทั่นตู่เค้าบอกอีกว่า “ผมไม่รังเกียจนักการเมือง ไม่รังเกียจใครทั้งสิ้น” อ้าวจะเปลี่ยนกลับไปเป็นนักการเมืองอีกหนแล้วเหรอ เฮ้อ กลับไปกลับมาเป็นวันทองสองใจ

“ยืนยันไม่ได้ตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เพราะวันนี้กำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จำเป็นต้องมีคนเหล่านี้มาให้คำปรึกษา” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงได้ตรงกับคำของนายสนธยาเดี๊ย

“ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมือง และไม่ใช่เงื่อนไขที่เป็นข้อตกลงทางการเมืองแต่อย่างใด” พูดสไตล์เดียวกับว่าที่นายเลยเชียวนะ อะไรไม่ดีปฏิเสธทุกอย่าง
 
อดีต รมว.วัฒนธรรมโบ้ยไปโน่น หัวหน้าเทคโนแครท คสช. ทั่นรองฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นเจ้าของโปรเจ็ค ดึงไปช่วยงานอีอีซีฐานที่เป็นคนในพื้นที่ทราบปัญหาดี ตั้งแต่แปดริ้ว เมืองชล ระยอง มีอะไรแก้ไขได้หมด

แล้วก็อีกเรื่อง หัวหน้าพลังชลขอปฏิเสธ ไม่ได้ถูกดูด และคงไม่พูดว่าจะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน ต้องรอให้มีผลเลือกตั้งออกมาก่อน ตอนนี้ยังเป็นพลังชลเต็มตัว

ส่วนเกี่ยวกับน้องชายที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยว ก็เพราะฝีมือแท้ๆ คุณภาพคับแก้ว ไหนจะเคยเป็น ส.ส. หลายสมัย ไหนจะเป็นโยมอุปฐากเมืองพัทยา แล้วยังเป็นนายกสมาคมวินเซิ้ร์ฟ “สร้างแชมป์โลกได้หลายคนแล้ว” ด้วย


ทางด้านประยุทธ์เลยฉวยโอกาสโฆษณาชวนเชื่อ “รัฐบาลขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้บ้านเมืองอย่าเกิดความขัดแย้ง ถ้าก่อนการเลือกตั้งยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย ก็ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ วันข้างหน้าก็จะวุ่นวายเหมือนเดิมอีก”

พูดแบบนี้สมกับที่หนังสือประวัติชาติไทย ฉบับเลียนายของกรมศิลปากรเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเลยทีเดียวว่า “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง และใช้หลักคุณธรรม เพื่อนำประเทศให้เป็นประชาธิปไตย” (หน้า ๑๙๕)

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จุฬาฯ ตาไว เก็บเอามาแจ้งให้ประชาชนรับรู้กัน ทำให้มีคน “ตั้งคำถามกับข้อความที่ปรากฏในหนังสือเรียนนี้จำนวนมาก อาทิ นี่สินะ ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์” กับ

เชื่อๆๆครับ ว่าเข้ามาขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวงและใช้หลักคุณธรรม ในรัฐบาลนี้จึงไม่มีการทุจริตอะไรเลย ไม่มีการโกงเงินคนจน โกงเงินเด็ก ไม่มียืมนาฬิกาเพื่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินว่ามีทรัพย์สินงอกมาได้อย่างไร ไม่มีเอี่ยวเงินซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ...”


อ๊ะ เดี๋ยวก่อนวารสาร เดอะ ดิพลอแม็ท เพิ่งรายงาน “ล่าสุด ตัวแทนของรัฐบาลไทยลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดหาปืนใหญ่แบบอัตตาจรล้อยาง (ATMG) ขนาด ๑๕๕ มม. ของบริษัทด้านอาวุธยุทโธปกรณ์อิสราเอล 'เอลบิต ซิสเต็มส์' ช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา” นี่นา
 
“พล.ร.อ. จุมพล ลุมพิกานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหมของไทย เป็นผู้ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ ๒๓ มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อจัดซื้อปืนใหญ่ฯ จำนวน ๖ กระบอก คาดว่าจะใช้งบประมาณราว ๘๖๕ ล้านบาท หรือ ๒๖.๓๙ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ”

ว้อยซ์ทีวีช่วยแปลมาให้อ่านไทยด้วยว่า “งบประมาณของกระทรวงกลาโหมไทยเมื่อปีที่แล้ว คิดเป็นร้อยละ ๑.๔๒ ของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศ คิดเป็นเงินกว่า ๖,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ ๑.๙ แสนล้านบาท

โดยร้อยละ ๔๘ เป็นของกองทัพบก ร้อยละ ๑๙ เป็นของกองทัพเรือ ร้อยละ ๑๘ เป็นของกองทัพอากาศ”


อย่างนี้นี่เอง ประยุทธ์ถึงได้ “ยืนยันรัฐบาลทำตอบสนองทุกกลุ่มทุกฝ่าย สิ่งใดที่เคยทำไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้ก็ทำให้จนได้” ทุกกองทัพได้รับครบถ้วนหน้า จะมากน้อยกว่ากันสักหน่อย แต่ก็มีเงินติดมือด้วยกันทุกกอง

ประวัติศาสตร์ไทย น่าเชื่อถือ???




ประวัติศาสตร์ไทย???


Pichai Naripthaphan

...




ระยำมั้ย

กรมศิลปากร เขียนหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย

มีข้อความว่า กปปส.ออกมาประท้วง พรบ.นิรโทษกรรมทักษิณ

มีผู้เข้าร่วมนับแสน จนนำไปสู่การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จนนำไปสู่การยึดอำนาจโดยประยุทธ และตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ โดยมีนโยบายปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ซึ่ง อ.เจษฏา ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว โดยบอกว่า กปปส.มาชุมนุมแค่หลักหมืน แต่กลับเอารูปภาพคนเสื้อแดงที่มีนับแสนมาประกอบเนื้อเรื่อง และรัฐบาลประยุทธกลายเป็นรัฐบาลที่โปร่งใส่ สุจริต ทั้งที่มีเรื่องราวทุจริตคอรัปชั่นมากมาย..นี่แหล่ะเข้าตำราที่ว่า...ผู้ชนะ คือ คนเขียนประวัติศาสตร์

ผมเห็นด้วยกับ อ.เจษฏา เป็นอย่างยิ่ง ผู้ชนะสามารถเขียนประวัติศาสตร์ให้เลิศเลอเพอร์เฟ็คยังงัยก้อได้ เพราะไม่มีใครสามารถแก้ไขได้ พอนานๆไปคนก้อลืมเลือน แล้วไปยึดติดกับตำราที่เขียนกันมา ซึ่งเราเห็นได้จากตัวอย่างประวัติศาสตร์ในอดีตที่ศึกษาเปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์ประเทศเพื่อนบ้านหรือจากต่างชาติ กลับพบว่ามีการบิดเบือนชนิดหน้ามือเป็นหลังตีนกันเลยทีเดียว

ตราบใดที่ข้าราชการทั้งหลาย ยังไม่สำนึกถึงบุญคุณของประชาชนผู้เสียภาษีเลี้ยงดูพวกมัน ยังคงทำงานเอาอกเอาใจผู้มีอำนาจ เป็นทาสทุนศักดินา อย่าได้หวังว่าคนกลุ่มนี้จะช่วยเหลือคนไทยหรือพัฒนาชาติไทยให้เจริญทัดเทียมประเทศอื่นได้ เพราะคนพวกนี้ไม่ยอมรับความจริงที่ทิ่มแทงใจผู้มีอำนาจผู้มีบารมี วันๆก้อทำงานรับใช้ผู้มีอำนาจ เอาใจผู้มีอำนาจโดยไม่สนใจประชาชน ไม่สนใจอนาคตประเทศชาติ พร้อมสร้างรอยด่าง สร้างตราบาปให้กับประเทศให้กับคนในชาติได้ตลอดเวลา เพียงเพื่อให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์เพียงเล็กๆน้อยๆเท่านั้น...!!!!!



Saming Nakhon-in

ooo

เรื่องเกี่ยวข้อง...

'ศรีสุวรรณ' ร้อง 'ประยุทธ์' ยุติแพร่หนังสือประวัติศาสตร์ อัดเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อของ คสช.

(https://prachatai.com/journal/2018/04/76417)

“เวลาประเทศเสียหาย ให้ออกมาด้วยนะ” ตอนนี้ประเทศเสียหาย เค้าออกมาแล้วไง... สาส์นท้าดีเบตเรื่องอนาคตและทางออกของประเทศไทย





สาส์นท้าดีเบตเรื่องอนาคตและทางออกของประเทศไทย :
ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งทำการรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อปี พ.ศ.2557

ดังที่ท่านได้บอกกับพวกเราในวันที่พวกเราไปชูป้าย “ชาวจุฬาฯ รักลุงตู่ (เผด็จการ)” ว่า “เวลาประเทศเสียหาย ให้ออกมาด้วยนะ” และในเวลานี้ที่ประเทศชาติเสียหายมามากพอแล้ว ผมจึงอยากจะเชิญท่านมาร่วมดีเบตกันเพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทย จากวิกฤตความน่าเชื่อถือทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม พูดคุยเกี่ยวกับเศรษฐกิจแบบ 4.0 และระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาของประเทศไทยในอนาคตอย่างประเด็นสังคมผู้สูงวัย (aging society) และความยั่งยืนทางการคลัง (fiscal sustainability) ที่ท้าทายประเทศไทยของเราเป็นอย่างมาก รวมทั้งการถกเรื่อง “สิทธิมนุษยชน” ซึ่งถือว่าเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลของท่านได้ประกาศไว้ แต่ในทางปฏิบัติกลับยังคงมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้อย่างต่อเนื่อง

ผมจึงขอเชิญท่านมาร่วมดีเบตกับผมในเวลาและสถานที่ที่ท่านสะดวก เพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากความเสียหายนี้เสียที เพื่อยุติทศวรรษที่สูญหาย (lost decade) และเริ่มต้นทศวรรษใหม่ที่ดีกว่าเดิม ทศวรรษที่เป็น “จุดสมดุล” ระหว่าง “ประชาชน” กับ “ประชาธิปไตย” โดยไม่มี “เผด็จการ”

หากท่านรับคำท้านี้ขอให้แจ้งเวลาและสถานที่ที่ท่านสะดวกผ่านทางสื่อ เพื่อให้สื่อมวลชนได้เข้าร่วมฟังเป็นสักขีพยาน และเพื่อสาธารณชนได้ร่วมชื่นชมในวิสัยทัศน์ของท่านพร้อมกันด้วย

The invitation to join the debate :

Dear General Prayut Chan-o-cha, the head of the National Council for Peace and Order (NCPO),who led the overthrown of then elected government in 2014.

As you have personally told us on April 9th 2018, when my friends and I went out and held the sign that said “Chula students love Uncle Too (Dictator)” that we need come out when the country is in trouble. Well, now I think the country has been in huge trouble ever since you took power,

I therefore would like to invite you to a debate that we will discuss and seek solutions to our country's economy problems, political problems, society problems and environmental problems. I would like to also discuss about some topics that I perceive as very challenging to our country such as your Economy 4.0 system, economic structure that move forward by knowledge and technological inventions, aging society and fiscal sustainability. Most importantly, this debate will involve human rights issues, which is your government's national agenda. Although it is the national agenda, Many people and I continue to constantly see and experience violations on human rights in Thailand.

Please join me in a debate when and wherever it is most convenient for you, so we can discuss about how we can get our country out of the stagnated situation, stop this lost decade and start the better one, the one that Thai people can live along with Democracy and devoid dictatorships.

If you accept this invitation, would you please inform me the time and place you have chosen through mass media, so people can tune in for the debate.


Tanawat Wongchai

...


อลงกรณ์ ดาวเดือน ไอ้เด็กเมื่อวานซืน มึงบอกเขาเผด็จการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน มึงเคยผ่านยุคไอ้ทักษิณ ไอ้สมชาย อียิ่งลักษณ์ใหม ถ้าเป็นตอนนั้นมึงพูดแบบนี้ มึงตายโหง ไปแล้ว. ยุคนี้แหละชาวบ้าน ปลอดภัยสุด เสรีภาพสุดแล้ว จะมีคนไม่พอใจก็พวกบ้าประชาธิปไตยจอมปลอม อยากเลือกตั้ง ได้พวกขี้โกงกลับมาอีก เรื่องของเรื่องที่ป่วนบ้านเมือง ก็แค่อยากได้ ไอ้ นช.ทักษิณ กับอียิ่งลักษ์ กลับมา เหอ เหอ ฝันไปเถอะพวกมึง....สู้ให้ตาย ก็ไม่ชนะ

Thanapat Tummati ลุง วางถุงกาวลงก่อน ใจเย็นๆ
เด็กเค้าสู้ด้วยสมอง ลุงเอะอะด่าๆ ไม่ใช้สมองเลยลุง

ธวัชชัยนันท์ เศตราภรณ์ภัค กล้าคุยกับเด็กด้วยเหตุผลไหม หรือจะเป็นแค่ผู้ใหญ่ทำตัวแบบอะไรอะไรก็ถูกหมด แบบพวกน้ำเต็มตุ่มละลุงเอ้ย

คุณไม่ได้อยู่ในประเทศไทยนะเฟ้ย.... พฤติกรรมขายหน้าของนายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศไทย ถูกจับร่วมกับโสเภณี ในนครนิวยอร์ก




บทความแปล: นายพลไทยถูกรวบตัวชั่วคราว หลังจากการปราบปรามโสเภณีในกรุงนิวยอร์ค

จาก โพสต์ของ New York Post วันนี้

อ้างอิง: https://nypost.com/…/thai-general-briefly-detained-in-ny-a…/

--------------

คุณไม่ได้อยู่ในประเทศไทยนะเฟ้ย เพื่อนรัก....

นายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศไทย ถูกจับกุมเนื่องจากพยายาม อุุปถัมภ์โสเภณีผู้หนึ่ง ตอนกลางดึกของวันเสาร์ที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา และอีกไม่นานเท่านัก ก็ถูกปล่อยตัว เนื่องจากว่า นายทหารท่านนี้ มีสิทธิทางการทูตคุ้มครองอยู่ ตามรายงานของฝ่ายตำรวจกรุงนิวยอร์ค

กลุ่มผู้ทำการจับกุมจาก เมืองแมนแฮตตั้นด้านใต้ ทำการจับกุมบุคคลชื่อ Rawin Thanomsingah ที่โรงแรม Marriott ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Lexington เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มของคืนวันเสาร์

ทางการตำรวจกล่าวว่า คุณ Rawin ได้รับการปล่อยตัวในเวลาไม่นานนัก หลังเที่ยงคืนของวันอาทิตย์ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า คุณ Rawin มีสิทธิทางการทูตคุ้มครองอยู่

ทางฝ่ายตำรวจเปิดเผยต่อว่า คุณ Rawin มียศทางการทหารระดับ พลจัตวา (Brigadier General) ในกองทัพอากาศไทย แต่ไม่ปรากฎว่า ยศตำแหน่งนี้ มีอยู่ในกองทัพอากาศไทยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันว่า บุคคลที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกันมีจริง แต่เป็นยศของ นาวาอากาศเอก (Group Captain) ในกองทัพอากาศไทย

ตำรวจนิวยอร์คไม่ได้ยืนยันทันทีว่า บุคคลผู้นี้ เป็นคนเดียวกันหรือไม่

การจับกุมเรื่องโสเภณีนี้ เป็น "การปฎิบัติการโรงแรม" (Hotel Operation) เพื่อที่จะหาพวกผู้ชายค้ากาม (Johns) ทั้งหลาย

แต่ก็ยังไม่เคลียร์ว่า นายทหารท่านนี้ พักอยู่ที่โรงแรม Marriott ใน Midtown Manhattan หรือเปล่า หรือว่า เขาเพียงแต่ออกไปพบกับ เหยื่อปลอมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสร้างไว้ล่อเป้าเอง

ทางฝ่ายตำรวจกรุงนิวยอร์ค ได้ทำการโพสต์โฆษณาปลอม เกี่ยวกับโสเภณีหญิง และทำการจับกุมผู้ชายผู้ค้ากาม ซึ่งปรากฎตัว ณ จุดนัดหมายในการออกเดท ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งข้อความ (Text messages) ไปยังผู้ต้องสงสัย แต่พวกนี้ก็ไม่ปรากฎตัวแต่อย่างใด และก็ถือว่า พวกนี้โชคดีมากๆ ที่การล่อที่จะเข้าไปจับกุม กลายเป็นโมฆะไป

อย่างไรก็ตาม ทางสถานกงศุลไทยไม่ได้ตอบรับคำเชิญของ New York Post เพื่อแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใดทั้งสิ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

-----------------

ความคิดเห็นของผู้แปล:

ทาง FBI และ Local Law Enforcement ชอบใช้ Operations แบบนี้ ที่เคยเห็นมาคือ ส่ง Text ไปให้กับผู้ต้องสงสัยว่า ผู้ต้องสงสัย ถูกรางวัลใหญ่ เช่นเป็นเงินสดจำนวนพอสมควร (เช่น $2-3 พันเหรียญ) ขอให้คอนเฟริ์ม และมารับยังสถานที่ที่นัดไว้ จากนั้น เมื่อผู้ต้องหาปรากฎตัว ก็มีหมายจับพร้อมอยู่แล้ว ทันท่วงที

เคสที่เคยเห็นทาง Local Law Enforcement จับกุมคนพวกนี้ คือ พวกที่ "โดด" หรือ "เบี้ยว" ค่าปรับ หรือ ค่าเลี้ยงดูผู้เยาว์ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายจริงๆ

-----------------

อย่างไรก็ตาม ขอเชิญติดตามข่าวกันต่อไปว่า อะไรจะเกิดขึ้น และทางการไทยจะชี้แจงอะไรให้ทราบหรือไม่

ติดว่่า ทางสื่อมวลชนไทยคงจะไม่มีการลงข่าวเรื่องนี้กัน

แต่ขอบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาส่งโฆษณา ล่อเป้าเหล่านี้ ไปยังผู้ต้องสงสัยในการค้ากามเป็นจำนวนมาก และถ้าใครปรากฎตัว ก็หมายความว่า เป็นปลาเข้ามาฮุบเหยื่อของทางการทันที ทางการเขามีประวัติเรียบร้อย (มากกว่าหนึ่งครั้ง) และไม่เชื่อว่า เป็นเรื่อง "ฟลุ๊ค" ครั้งเดียวด้วย

เพราะถ้าไม่ชัวร์จริง ทางฝ่ายตำรวจกรุงนิวยอร์คจะถูกฟ้องเละเทะแน่นอน เราทราบดีว่า ค้าจ้างทนายโหดแค่ไหน ถ้าเรื่องเหล่านี้ ไม่มีข้อเท็จจริงปนอยู่

และทางคุณ Rawin ก็สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้เช่นกัน ถ้าเรื่องและประวัติที่ทางตำรวจนิวยอร์คจัดไว้ ไม่เป็นความจริง อันนี้ก็ไปสู้กันในศาลยุติธรรมที่นี่ได้ค่ะ

---------------------

สิทธิทางการทูตอาจจะคุ้มกันการจับกุมได้ แต่มันไม่ได้คุ้มกันการลงข่าวของ New York Post แต่อย่างใด เพราะนี่คือ สิทธิตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับ เสรีภาพของการแสดงความคิดเห็น และลงข่าวของสื่อมวลชน

Happy Tuesday ค่ะ

Doungchampa Spencer-Isenberg



Doungchampa Spencer-Isenberg


BMI บริษัทวิจัยในเครือบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch ชี้ ยิ่งประเทศไทยเลื่อนเลือกตั้งออกไป ยิ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ ถามถึงความตั้งใจจริงของคณะรัฐประหาร ในการนำพาประเทศกลับสู่การปกครองแบบรัฐบาลประชาธิปไตยพลเรือน



GETTY IMAGES
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลือกสี่แยกราชประสงค์ เป็นสถานที่ปราศรัยปิดการหาเสียงเลือกตั้งปี 2554 เมื่อวันที่ 1 ก.ค.


BMI/Fitch: ยิ่งเลือกตั้งช้า ยิ่งกระทบความมั่นใจนักลงทุนต่างชาติ


16 เมษายน 2018
ที่มา BBC Thai


BMI บริษัทวิจัยในเครือบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch ชี้ ยิ่งประเทศไทยเลื่อนเลือกตั้งออกไป ยิ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ กังวลว่าความวุ่นวายทางการเมืองจะเพิ่มขึ้น และตั้งคำถามถึงความตั้งใจจริงของคณะรัฐประหาร ในการนำพาประเทศกลับสู่การปกครองแบบรัฐบาลประชาธิปไตยพลเรือน

บทวิเคราะห์ของ BMI จากสิงคโปร์ ออกมาเมื่อ 13 เม.ย. หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติยื่นขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีเนื้อหาที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งทั่วไปที่เลื่อนมาเป็นภายในกุมภาพันธ์ 2562 ต้องเลื่อนออกไปอีกเป็นครั้งที่ 5

"การรับคำร้องนี้จะส่งผลให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองเพิ่มขึ้น ลดทอนความมั่นใจของนักลงทุน ในความเห็นของเรา การส่งคำร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีประวัติการลงมติที่เป็นประโยชน์ต่อคณะรัฐประหาร สะท้อนให้เห็นความประสงค์ของกองทัพที่ต้องการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ในขณะที่ พวกเขาพยายามหาทางเพิ่มคะแนนนิยมที่กำลังตกต่ำลงเนื่องจากเรื่องทุจริตที่อื้อฉาว" นักวิเคราะห์จาก BMI ระบุและเสริมว่า การเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจะช่วย "ดำรงไว้ซึ่งสถานะของกองทัพในบทบาทผู้รักษาความสงบของบ้านเมือง"



AFP/GETTY IMAGE
คำบรรยายภาพพรรคเพื่อไทยปราศรัยที่ลานพระบรมรูป ร. 6 เมือการเลือกตั้งทั่วไป 2554


ส่อเลื่อนวันเลือกตั้งครั้งที่ 4 จะมีใครเป็น "โมฆะบุรุษ"
สนช. ส่งร่างกฎหมายส.ว.ให้ศาล รธน. ตีความ หลังมีชัยท้วง
ม.44 ปลด "สมชัย" พ้น กกต.


นักวิเคราะห์ในเครือสถาบันจัดอันดับ Fitch มองว่า คำสัญญาของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในพฤศจิกายน 2561 นั้น ไม่เป็นจริง และต้องถูกเลื่อนออกไป เพื่อขอเวลาปรับปรุงภาพลักษณ์และเพิ่มคะแนนนิยมที่ลดลง เนื่องจากการปกปิดความมั่งคั่งของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขณะที่สาธารณชนได้ตั้งคำถามถึงความสำเร็จของเป้าหมายของรัฐบาลทหารในการแก้ปัญหาการทุจริต


GETTY IMAGES


BMI ยกผลสำรวจความเห็นของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่าคนส่วนใหญ่เชื่อว่า การทุจริตในประเทศเลวร้ายลงหรือไม่ดีขึ้น นับตั้งแต่ที่คณะรัฐประหารเข้าปกครองประเทศหลังยึดอำนาจเมื่อ พ.ค. 2557

"ด้วยคะแนนนิยมของ คสช. ที่กำลังติดลบ เราเชื่อว่า คสช.จะใช้การเลื่อนการเลือกตั้งเพื่อยกสถานะตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่า พรรคการเมืองที่มีนโยบายขัดแย้งกับกองทัพจะไม่สามารถหาประโยชน์จากความนิยมที่ลดลงเพื่อให้ได้เปรียบในการเลือกตั้ง"


GETTY IMAGES


"นิ่งเสียตำลึงทอง"ของ ประวิตร ก่อ "วิกฤตรัฐบาล"?
ประวิตรมีทรัพย์เท่าไร ถึงใส่นาฬิกาเรือนละหลายล้านบาทได้
ประวิตร วงษ์สุวรรณ: อนาคต "พี่ใหญ่" วัย 72


เมื่อ 11 เม.ย.สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยเเพร่เอกสารข่าวภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ รับคำร้องที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งความเห็นของสมาชิก สนช. จำนวน 27 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรค 1 (1) ประกอบมาตรา 263 ว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 35 (4) และ (5) มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 95 วรรค 3 และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 92 วรรค 1 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 หรือไม่


BBC THAI
คำบรรยายภาพสนช. มีมติเอกฉันท์ ผ่านร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.


2 มาตรา ที่เป็นปัญหาได้แก่

-มาตรา 35 ระบุว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ใด ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและไม่ได้เเจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรือเเจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอันสมควร ผู้นั้นจะถูกจำกัดสิทธิ์ (4) การดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา (5) สิทธิในการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

-มาตรา 92 วรรค 1 ระบุว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพลภาพ หรือผู้สูงอายุในการออกเสียงลงคะแนนให้คณะกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายให้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับการออกเสียงลงคะแนนของบุคคลดังกล่าว ไว้เป็นพิเศษหรือจัดให้มีการช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนนภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวต้องให้บุคคลนั้นได้ออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเอง ตามเจตนาของบุคคลนั้น เว้นแต่ลักษณะทางกายภาพทำให้คนพิการ หรือทุพลภาพ หรือผู้สูงอายุไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ ให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำการเแทนโดยความยินยอม และเป็นไปตามเจตนาของคนพิการ หรือทุพลภาพ หรือผู้สูงอายุนั้น ทั้งนี้ให้ถือเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ


BBC THAI


อย่างไรก็ตาม BMI มองข้อดีของการยื่นตีความต่อศาล รธน. ว่า จะช่วยลดความกำกวมของข้อกฎหมาย ลดความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งในอนาคต ส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

บีบีซีไทย พยายามติดต่อตัวแทนฝ่ายรัฐบาลเพื่อขอคำชี้แจงเรื่องนี้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ตอนลุงตู่ปฎิวัติเข้ามาใหม่ๆ บอกว่า นักการเมืองเลว นักการเมืองโกง ประเทศฉิบหายเพราะนักการเมือง ..ตอนนี้นักการเมืองดีเเล้วใช่ไม๊ครับ??😜






"ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่สามารถเข้าถึงได้" โอ้นี่หรือคือบริษัทไอที Ascend Commerce (iTrueMart) แถลงระบุว่าการเข้าถึง S3 แบบเปิดสาธารณะเป็นการแฮก



โอ้นี่หรือคือบริษัทไอที Ascend Commerce (iTrueMart) แถลงระบุว่าการเข้าถึง S3 แบบเปิดสาธารณะเป็นการแฮก


17 April 2018
By: lew
Blognone


วันนี้ทางทรูมูฟเข้าชี้แจงต่อกสทช. นายสืบสกล สกลสัตยาทร ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Ascend Commerce ผู้ให้บริการเว็บ iTrueMart (ปัจจุบันคือ WeMall) ก็ชี้แจงข้อมูลที่หลุดออกมา

ข้อความแถลงดังนี้ (พยายามตรงคำต่อคำ มีไม่ชัดเจนบ้างดูเพิ่มเติมในที่มา) "ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่สามารถเข้าถึงได้ ในกรณีนี้ผู้เชี่ยวชาญความจริงเขาไม่มีสิทธิ์ในการที่จะเข้าถึงสตอเรจตัวนี้ ได้ใช้เครื่องมือพิเศษ ซึ่งในบล็อกของเขาเองก็เขียนไว้ชัดเจนว่าตัวทูลเพิ่งสามารถใช้งานได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ทูลตัวนี้ทำให้ข้อมูลบน S3 ทั้งที่เป็นข้อมูลปกปิดกลับถูกเปิดเผยได้ทั้งหมด ต้องใช้ทูลถึง 3 ตัวถึงจะเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมด ซึ่งข้อมูลที่เข้าถึงเป็นข้อมูลของลูกค้าทรูมูฟเอชที่สมัครหรือซื้อซิมพร้อมเครื่องมือถือผ่านช่องทาง iTrueMart เท่านั้น ในโฟลเดอร์มีเฉพาะไฟล์ที่เป็นสำเนาบัตรประชาชนของลูกค้าจำนวนทั้งหมด 11,400 ราย ในแง่ของข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกแฮกไปไม่มีนอกจากนี้ มีเฉพาะสำเนาบัตร ไม่มีกระทั่งว่าเขาใช้เบอร์มือถืออะไร ซึ่งข้อมูลทั้งหมดตรงนี้ได้ถูก เ่ออ. อย่างที่เราทราบเรื่องเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา และทีมงานได้ปิดรูโหว่ตรงนี้ทันทีอย่างที่นาย Merrigan แจ้งในบล็อกของเขาก็คือวันที่ 12 เมษายนรูโหว่ได้ถูกปิดไปเมื่อเวลาหนึ่งทุ่ม เรายังไม่ได้นิ่งนอนใจแค่นั้น เรายังเพิ่มมาตรการต่างๆ ในการที่จะรักษาความปลอดภัยตรงนี้ให้แข็งแรงขึ้น เพราะต้องยอมรับว่า Cyber Security ในโลกยุคปัจจุบันก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก มีทูล มีเครื่องมือใหม่ๆ ให้แฮกเกอร์ ให้คนที่เป็นพวก security agency ทั้งหลายใช้อย่างรวดเร็ว อันนี้ก็เป็นบทเรียนนึง อันนี้เป็นช่องทางของ iTureMart เท่านั้น"

ที่มา - SeeMe




ต่อจากนี้คือความเห็นและข้อมูลเพิ่มเติมของผม (lew ผู้เขียนข่าว)

ผมไม่ทราบว่าการชี้แจงของคุณสืบสกล เป็นการจงใจเบี่ยงประเด็นเพื่อลดความเสียหาย หรือถูกวิศวกรในบริษัทชี้แจงมาเช่นนี้จริงๆ และคุณสืบสกลก็เชื่อตามนั้น อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดูจะชี้นำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้

ประเด็นแรกเครื่องมือทั้งสามตัวที่กล่าวถึงนั้นไม่ใช่เครื่องมือที่ทำให้ข้อมูลปิดลับสามารถอ่านได้แต่อย่างใด เครื่องมือเหล่านั้นเป็นเครื่องมือค้นหา AWS S3 bucket และลองตรวจสอบดูว่าคนทั่วไปสามารถอ่านข้อมูลภายในได้หรือไม่ แม้ว่าเครื่องมือที่สแกนแบบใช้งานง่ายเช่นนี้จะเพิ่งมีขึ้นมาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่การที่วิศวกรทำงานผิดพลาด เผลอเปิดข้อมูลออกสู่สาธารณะนั้นมีรายงานมาตั้งแต่ปี 2013 โดย Rapid7

วิศวกรจำนวนหนึ่งอาจจะเข้าใจผิดว่าการตั้งชื่อ bucket ให้แปลกเข้าไว้ คงไม่มีใครมาเห็น อย่างไรก็ตามความปลอดภัยก็น่าจะใกล้เคียงกับผู้ใช้ที่อยากคุยเรื่องส่วนตัวแล้วไปตอบกันในเว็บบอร์ดร้างๆ ที่ไม่ค่อยมีใครใช้ ที่สุดท้ายก็ข้อมูลหลุดได้อยู่ดี

ประเด็นที่สอง กระบวนการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่มีรายงานออกมาไม่ใช่การแฮก คุณ Merrigan แจ้ง bucket ที่เปิดสู่สาธารณะเท่านั้น คลาวด์สตอเรจทุกเจ้าล้วนเปิดให้ตั้งค่าปิดข้อมูลสำหรับผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น (อ่าน FAQ เพิ่มเติมโดยคุณ Merrigan)

ประเด็นที่สาม ปัญหาไม่ใช่เครื่องมือที่พัฒนาไปรวดเร็ว แต่เป็นแนวทางทำงานภายในที่ต้องแก้ไข เครื่องมืออาจจะทำให้ปัญหามองเห็นในวงกว้างได้มากขึ้น หลังจากนี้คนไทยก็อาจจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ตรวจสอบว่ามีการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในไทยบ้างหรือไม่ ชื่อบริษัทไทยอาจจะถูกกรองคำสำคัญเพื่อตรวจหา bucket กันมากขึ้น จากเดิมที่คุณ Merrigan มาพบ bucket ของ iTrueMart เพียงเพราะจำนวนไฟล์มากผิดสังเกต

สิ่งที่ Ascend ควรตอบคำถามคือเหตุใด bucket นี้จึงถูกตั้งค่าเป็นสาธารณะ มันถูกตั้งมาตั้งแต่เมื่อใด ด้วยเหตุผลอะไรนอกจากนี้ที่บริษัทอ้างว่ามีข้อมูลหลุดออกมาเพียง 11,400 รายการโดยไม่มีข้อมูลอื่น ก็ควรชี้แจงว่าไฟล์ใน bucket ทั้งหมด 45,736 นั้นเป็นไฟล์ประเภทใดบ้าง

ooo







ooo





เป็นหมันอีก... เลื่อนอีกเป็นครั้งที่ 6 การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ โดยอ้างเหตุว่า ต้องการพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ ด้าน วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมว.การกระทรวงการคลัง ยืนยันกฎหมายบังคับใช้แน่ปี 2562


...


กลัวกระทบผู้เสียภาษี! สนช. เลื่อนพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ มาแล้ว 6 ครั้ง


เมื่อ 11 เม.ย. 2561
โดย iLaw


วันที่ 22 มีนาคม 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ… เป็นครั้งที่ 6 ออกไปอีก 60 วัน ทำให้กฎหมายดังกล่าวถูกเลื่อนการพิจารณาออกไปนานกว่า 1 ปีแล้ว นับตั้งแต่สนช.มีมติรับหลักการเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 ทั้งนี้ กมธ. ผู้รับผิดชอบร่างอ้างเหตุว่า ต้องการพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ ประกอบกับที่ผ่านมามีเอกชนให้ความเห็นในเชิงคัดค้าน อย่างไรก็ดี วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันกฎหมายบังคับใช้แน่ปี 2562 ย้ำ ขยายเวลาเพื่อพิจารณาลดภาษีให้เอกชนบางราย


เลื่อนมาแล้ว 6 ครั้ง กมธ. ระบุ ต้องการพิจารณาอย่างรอบคอบ

ที่ผ่านมา สนช.ขอขยายเวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ ครั้งละ 60 วัน โดยครั้งที่ 1 วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 ครั้งที่ 2 วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ครั้งที่ 3 วันที่ 21 กันยายน 2560 ครั้งที่ 4 วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 ครั้งที่ 5 วันที่ 24 มกราคม 2561และ ครั้งที่ 6 วันที่ 22 มีนาคม 2561

โดยการขอขยายเวลาครั้งที่ 5 ให้เหตุผลว่า ต้องพิจารณาข้อมูลและความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรากฎหมายลำดับรอง และต้องนำข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญมาพิจารณา ส่วนครั้งที่ 6 ให้เหตุผลว่า ต้องพิจารณารายละเอียดให้รอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้เสียภาษีและรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


สนช. เคยขอไม่เปิดเผยบันทึกการประชุม อ้างเหตุกระทบเจ้าของกรรมสิทธิ์


ก่อนการขอขยายเวลาครั้งที่ 4 (วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560) สนช. มีวาระการประชุมพิจารณาให้เปิดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ จำนวนสองครั้ง คือ ครั้งที่ 33 วันที่ 20 กันยายน 2560 และครั้งที่ 35 วันที่ 4 ตุลาคม 2560 แต่สุดท้ายที่ประชุมมีมติไม่ให้เปิดเผยบันทึกการประชุม เหตุผลว่า บันทึกการประชุมมีข้อมูลบุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในกลุ่มตัวอย่างและการเปิดเผยข้อมูลอาจส่งผลกระทบให้เกิดการเข้าใจผิดและสับสนได้

ต่อมา วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 องค์กรจับตาปัญหาที่ดิน (Land Watch Thai) ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกเพื่อขอให้สนช. มีมติเปิดเผยบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการฯ 2 ครั้งดังกล่าว สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. รับจดหมายและกล่าวว่า จะนำความเห็นดังกล่าวส่งให้คณะกรรมาธิการฯ ต่อไป แต่การที่สนช.มีมติไม่เปิดเผยบันทึกการประชุมฯ เนื่องจากยังไม่ได้ข้อยุติ หากการพิจารณาเสร็จแล้วก็จะเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างแน่นอน


เอกชนรวมตัวคัดค้าน กลัวต้นทุนเพิ่มขึ้นหลังกฎหมายบังคับใช้


ระหว่างการขยายเวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ มีผู้มีส่วนได้เสียเข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสนช.หลายครั้ง เช่น วันที่ 20 เมษายน 2560 ดร.จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ประธานสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยและคณะฯ ยื่นหนังสือชี้แจ้งว่า อัตราภาษีใหม่ตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนอย่างมาก และก่อความไม่เสมอภาคกับโรงเรียนของรัฐที่ไม่ต้องมีภาระในการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งการเพิ่มต้นทุนต่อโรงเรียนเอกชนจะย่ิงไม่เป็นธรรมต่อนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เพราะนักเรียนโรงเรียนเอกชนไม่ได้รับการอุดหนุนการศึกษาจากรัฐเช่นเดียวกับนักเรียนโรงเรียนของรัฐ และการเพิ่มต้นทุนให้โรงเรียนเอกชนทำให้โรงเรียนเอกชนไม่สามารถแข่งขันกับโรงเรียนรัฐได้ สวนทางกับนโยบายของรัฐที่ต้องการให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้น จึงเสนอว่าให้โรงเรียนเอกชนได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

วันที่ 11 สิงหาคม 2560 นายกสมาคมกอล์ฟไทย เข้ามาขอความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ เพราะเมื่อคำนวณพื้นที่สนามกอล์ฟแล้ว จะต้องเสียภาษีที่ดินมากกว่าตามเดิมถึงสิบเท่า ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกภาระภาษี ขาดทุนจนต้องเลิกกิจการ และจะส่งผลต่อนักกีฬากอล์ฟทั้งสมัครเล่นและอาชีพที่จะขาดแคลนสนามฝึกซ้อม

วันที่ 26 กันยายน 2560 พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ สมาชิกสนช. ในฐานะรองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะผู้แทนจากหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยื่นข้อคิดเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลประชาชนทั่วไป ธุรกิจ SMEs และภาคธุรกิจ เช่น ภาษีที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีต้นทุนการประกอบการที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า ประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยหลังที่สองจะต้องรับภาระภาษีมากขึ้น จึงเสนอว่าให้ยกเว้นภาษีที่อยู่อาศัยที่อยู่ในเขตเทศบาลเดียวกันที่มีมูลค่ารวมกันไม่ถึง 50 ล้านบาท และควรลดภาษีให้กับทรัพย์สินจากการรับมรดก และทรัพย์สินประเภท สถานพยาบาลเอกชน สถานศึกษาเอกชน สวนสัตว์ และแหล่งท่องเที่ยวเอกชน


ร่างกฎหมายยังเป็นที่กังขา หวั่นเก็บภาษีได้น้อย


สำหรับ ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ จะมาบังคับใช้แทนพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และพ.ร.บภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ซึ่งใช้มานานแล้ว มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจน แต่ก็มีข้อกังขา เช่น การลดเพดานภาษีที่ดินว่างเปล่าในปีแรกจากร้อยละห้า แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไขให้จัดเก็บเพียงร้อยละสองเท่านั้น และกำหนดเพิ่มขึ้นปีละร้อยละ 0.5 และจัดเก็บสูงสุดไม่เกินร้อยละห้า ซึ่งการลดเพดานภาษีเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ถือครองที่ดินตามข้อเสนอของเอกชนที่มักจะสะสมที่ดินไว้เพื่อนำไปพัฒนาต่อในช่วงเวลาที่เหมาะสม

อีกข้อกังขาคือ การจัดเก็บภาษีบ้านจะเริ่มจากบ้านที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ซึ่งจากการประเมินของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยพบว่า บ้านที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาทมีเพียงไม่กี่พันหน่วยเท่านั้นและตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการจัดเก็บภาษีดังกล่าว


รมช.คลังฯ ยืนยันประกาศใช้ ปี 62 เตรียมพิจารณาลดภาษีให้เอกชน


ล่าสุด วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แม้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯจะถูกขยายออกไปอีก 2 เดือน แต่ก็เชื่อว่าการพิจารณาสนช.วาระ 2 และ 3 น่าจะเสร็จภายในพฤษภาคมนี้ ก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้ได้ทันกำหนดเดิมปี 2562 แน่นอน และการขยายเวลาพิจารณาจะไม่กระทบต่อหลักการของร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ โครงสร้างและการเก็บภาษียังคงเดิมแต่ในชั้นคณะกรรมาธิการฯ ได้ปรับเพดานและอัตราภาษีลงจากร่างฉบับของรัฐบาล

ส่วนสาเหตุของการขยายเวลาออกไปก็เพื่อให้สนช. ได้พิจารณาในประเด็นที่ดินที่ได้รับการบรรเทาภาษี เช่น ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ เช่น เขตปลอดการบิน รวมถึงโรงเรียนเอกชน มหาวิทยาลัย สนามกีฬา ซึ่งลดภาษีลง 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับข้อสังเกตเรื่องพื้นที่สนามกอล์ฟนั้น ในมุมของภาษีที่ดินถือเป็นสนามกีฬาด้วย ซึ่งโดยปกติสนามกอล์ฟเสียภาษีฟุ่มเฟือยและภาษีสิ่งแวดล้อมจากภาษีสรรพสามิตอยู่แล้ว