วันอังคาร, พฤศจิกายน 05, 2562

รูปธรรมมาแล้ว สรรพากรรีดเลือดประชากร (น่าจะเพราะ) อสังหาฯ อีอีซี ทรุด เหลือขายบานเบอะ


รูปธรรมมาแล้ว สรรพากรรีดเลือดประชากร นโยบายการเก็บภาษีในปี ๒๕๖๓ เข้มมาก อธิบดีบอกต้องได้ ๒.๑๑ ล้านล้าน ตามเป้า เอาเทคโนโลยี่วิธีขูดมาใช้ให้ความสะดวกผู้เสียจ่ายได้ง่ายๆ ชนิดถึงเลือดซิบก็ไม่รู้สึก

อธิบดีกรมนี้แจงเมื่อวาน (๔ พ.ย.) “จะเน้นการขยายฐานการเก็บภาษี” จากบุคคลธรรมดา “ที่ตอนนี้มีผู้อยู่ในระบบภาษี ๑๑.๗ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑๐% จากปีงบประมาณก่อนหน้า” ถึงอย่างนั้นยังไม่พอ

ต้องตามเก็บจากอีก ๓-๔ ล้านรายจากผู้ที่ควรอยู่ในระบบ (ทั้งสิ้น ๑๔ ล้าน) แต่ ลอดตาช้าง ไปได้ โดยจะใช้ทั้งวิธีโอ้โลมปฏิโลม (ไม้อ่อน) และขืนใจ (ไม้แข็ง) ไม่จ่าย เจ็บนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่างั้น “ทุกคนต้องเสียภาษีให้ถูกต้องเป็นธรรมเท่ากัน”

เหมือนดังกรณีนิติบุคคล ซึ่ง “ส่วนใหญ่เป็นผู้เสียภาษีรายใหญ่ที่มีรายได้เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ๐.๔๖%” แต่คนเหล่านี้ “มีสัดส่วนการเสียภาษีถึง ๖๔% ของภาษีนิติบุคคลที่เก็บได้ล่าสุด ๒.๔ แสนล้านบาท”

“จะเห็นว่าการเก็บภาษีส่วนใหญ่เป็นการเก็บภาษีได้จากรายใหญ่ ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือเอสเอ็มอี” ฉะนี้จะให้ เป็นธรรมก็ต้องไปไล่เก็บรายย่อยอย่างที่ว่า แม้นว่าที่ผ่านมา “พบว่าผู้มีรายได้สูงได้ประโยชน์” ก็ตาม


จะว่านั่นคือตรรกะในการรีดภาษีของรับบาล คสช.๒ ก็ได้ ฟังแล้วคลับคล้ายกับรีดรายใหญ่มามากแล้ว ห่างตาเล็นอะไรทำนองนั้น ต่อไปจะตามเก็บเล็กเก็บน้อยจากรายย่อยบ้าง ดูอย่างโครงการอีอีซีที่เอื้อกันและกันกับรายใหญ่ จนดูเหมือนเป็นโครงการอสังหาฯ มากกว่าอุตสาหกรรม

ตอนนี่ท่าจะไม่ไหว ที่ทางซึ่งบรรษัทเจ้าสัวไปจับจองดักหน้าและเริ่มโครงการพัฒนาของตนเองไปบ้างแล้ว ปรากฏว่า “อสังหาฯ ๓ จังหวัดเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังชะลอตัวด้วยพิษเศรษฐกิจ” อาคารชนิดต่างๆ ที่สร้างไว้ เหลือขาย เป็นเบือ
 
ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์แจ้งว่า มูลค่าเหลือขายในพื้นที่อีอีซีขณะนี้ ๒ แสนกว่าล้านบาท อ้างว่ามาตรการกำหนดอัตราสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ แอลทีวีซึ่ง “ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยคงจะต้องสำรองเงินเพิ่มขึ้นที่ราว ๑๑-๒๒ เท่า ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย” (เมื่อก่อนเพียง ๕-๑๑ เท่า) นั้น

“ทำให้สัญญาณการขายต่ำ ทั้งยังมีความสุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับการขอกู้ เนื่องจากโรงงานในเขต EEC บางแห่งชะลอการผลิต ออร์เดอร์ลด” อ้าวประชุมอาเซียนเพิ่งจบไปหลัดๆ เห็นโปรเฟสเซ่อโฆษกรัฐบาลบอกว่า มีผู้นำต่างชาติรับปากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจประเทศไทย จะมาลงทุนอีอีซีกันตรึมไง

ตอนแถลงนั่นยังไม่ทันดูตัวเลขมั้ง ที่มีการจดแจ้งไว้แล้วว่า ในบรรดาตลาดอสังหาฯ พื้นที่อีอีซี ๓ จังหวัดอ้อทสุดชลบุรี ถัดมาเป็นระยอง และน้องเล็กกว่าเพื่อคือฉะเชิงเทรานั้น

บ้านจัดสรรในชลบุรีเหลือขาย ๕๘.๒% ส่วนของฉะเชิงเทราซึ่งตลาดอ่อนที่สุดเหลือขาย ๘๙.๕% ขณะที่จังหวัดระยองกลับมีจำนวนบ้านจัดสรรเหลือขายถึง ๙๕.๙% เหล่านี้ขนาดที่รัฐบาลตู่ออกมาตรการ ลดค่าโอน ค่าจดจำนอง มากระตุ้นแล้วนะ

ฟังจากการสาธยายของด็อกเตอร์วิชัย วิรัตกพันธ์ ที่ว่า “โซนพัทยาก็เริ่มโอเวอร์ซัพพลายบ้างแล้ว เพราะระบายได้น้อยลง กำลังซื้อของคนไทยโดน LTV ทั้งจีนก็ชะลอการซื้อตามไปด้วย” ก็ต้องร้องเอ๊ะ ปุดโถ


ไอทู้บ อุตส่าห์โฆษณาสรรพคุณการเป็นผู้นำในภูมิภาคและคู่ค่ากับอาเซียนเสียใหญ่โตเลิศลอย ปรัชญาของไทยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่กำลังโดนทั้งเพื่อนทิ้งไว้ท้าย ซ้ำมหามิตรใหม่จะไม่มีเยื่อใยเสียอีก
 
แบบนี้ต้องคิดแล้วละ ที่เด็กนักเรียนเขียนป้ายต่อต้านบุหรี่แล้วมีแถมภาพปริศนา ปลา + ‘stop’ “ทำลายประเทศ” น่ะ ท่าจะจริง