
...
Sita Karnkriangkrai
7h
Sita Karnkriangkrai
7h
·
ผมเคยแก้ปัญหา จ่ายค่าแรงคนงานเป็นสัปดาห์ เพื่อแก้ปัญหาคนงานต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยหักยี่สิบต่อวีค
วีคที่ว่า เป็นภาษาที่คนงานก่อสร้างและผู้รับเหมาใช้กัน ที่หมายถึง 15 วัน ครับ ไม่ใช่สัปดาห์ หรือ 7 วัน
บริษัทที่จ้างคนงาน ที่กินค่าแรงรายวัน ส่วนใหญ่ในประเทศนี้ (น่าจะถือทำเนียมปฏิบัติมาจากบริษัทคนจีน ที่จ่ายเงินเดือนทุกขึ้น 1 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ ตามปฏิทินจีน ที่ถือเป็นวันหยุดงานประจำวีค) ที่จ่ายค่าแรง 15 วันครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้ง
ค่าแรงน้อยนิด ที่คนงานได้รับ ในวันเวลานั้น ทำให้คนงานหลายคน ส่วนมาก ต้องไปกู้เงินร้านค้าขายกับข้าวหน้าไซต์งานก่อสร้าง ร้อยละยี่สิบบาท
อัตราดอกเบี้ย ร้อยละยี่สิบที่ว่า เป็นอัตราตายตัว ที่หากกู้ 100 บาท จะได้เงินสดไปเพียง 80 บาท ที่ไม่ว่าคนงานจะกู้วันไหนของวีค วันเงินค่าแรงออก ก็ต้องเอาเงินทั้งต้นและดอกเบี้ยไปจ่ายเงินกู้นั้น ทีเดียว 100 บาท
แม้ว่า วันที่บากหน้าไปกู้เงิน จะเป็นเพียงวันเดียว ก่อนถึงวีคที่จะได้รับเงินค่าแรง ก็ต้องจ่ายตามอัตรานี้
ร้อยละ 20 ต่อวีค ซึ่งโหดสัสจริง ๆ
กู้หนึ่งร้อย ได้เงินสดเพียง 80 บาท วันจ่ายเงินกู้คืน วันเงินค่าแรงออก ต้องจ่ายคืนครบร้อย
คนงานหลายคนออกจากบ้านมา ไม่มีเงินติดตัวก็ต้องยอมจ่ายดอกแสนโหดแบบนี้
เพื่อแก้ปัญหานี้ ผมคุยกับพนักงานที่ประจำสำนักงาน เราตกลงยอมเหนื่อย ย่นระยะเวลาการจ่ายเงินเดือนเป็นทุกวันพุธ โดยตัดงวดค่าแรงวันจันทร์ วันอังคารทำรายการตัวเลขเบิกจ่าย และวันพุธ หอบหิ้วเงินเป็นแสน บางครั้ง 3-4 แสน ไปตั้งโต๊ะจ่ายเงินที่หน้างาน เพื่อลดการต้องกู้ยืมด้วยดอกแสนโหดนั้น
เราทำจ่ายค่าแรงเป็นเงินสดแบบนี้ เป็นสัปดาห์อยู่นานหลายปี จนค่าแรงขยับสูงขึ้น และดูแล้วว่า ไม่มีการกู้ยืมเงินด้วยดอกแสนโหดแบบนั้นที่หน้างานแล้ว เราจึงเพิ่มระยะการจ่ายเงินเป็น 15 วันต่อครั้ง จ่ายค่าแรงเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งว่าไปแล้ว ก็ยังเป็นภาระกับทางสำนักงาน ที่ต้องเบิกเงินสด ที่มีทั้งแบงค์พัน แบงค์ห้าร้อย แบงค์ร้อย แบงค์ 50 แบงค์ 20 และเหรียน 10 บาท 5 บาท หนึ่งบาท และห้าสิบสตางค์ ตามที่โปรแกรม Lotus จะคำนวนออกมาให้ แล้วขอความอนุเคราะห์ธนาคารเบิกเงินสอดเป็นแสน ด้วยเงินย่อยตามรายการที่โปรแกรม lotus กำหนดให้ เอาไปจ่ายหน้างาน
จนวันหนึ่ง มีข่าวออกตามหน้าสื่อว่า ภรรยา(ที่ว่าไปแล้ว เป็นภรรยาเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นของผมเอง ที่ถูกฆ่ายัดกระสอบเอาศพไปทิ้งกลางสะพาน)เจ้าของบริษัทรับเหมา ขนเงินไปจ่ายค่าแรงแบบนี้ ถูกคนขับรถใจร้ายจงใจทำร้ายจนเสียขีวิต เพื่อชิงเงินที่จะเอาไปจ่ายค่าแรงนั้น เราจึงติดต่อธนาคาร ขอโอนเงินผ่านบัญชี เพื่อเข้าบัญชีคนงานโดยตรง โดยยอมจ่ายค่าโอนเข้าบัญชีในอัตราพิเศษที่ไม่สูงมากนัก เราจึงแก้ปัญหาเอาเงินสดไปตั้งโต๊ะที่หน้างาน จ่ายค่าแรงไปได้
มาวันนี้ มีข่าวว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินเดือนข้าราขการเป็นงวด 2 งวดในหนึ่งเดือน
สำหรับผมที่มีประสบการณ์ตรงเรื่องดอกแสนโหด ผมคิดว่า เป็นความริเริ่มใหม่ ที่คงต้องมาดูว่า มีข้อดี ข้อด้อยที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อการนี้อย่างไร
คนเงินเดือนมาก คงเดือดร้อน ที่ได้เงินน้อยลง ในหนึ่งงวด และยุ่งยากในการบริหารจัดการเงินน้้น
แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ต้องเรียกใหม่ว่า ได้เงินเดือนต้นเดือนใช้ไม่ชนปลายเดือน การได้เงินเร็วขึ้น อาจทำให้เขาไม่ต้องหน้ามึด กู้เงินช่วงปลายเดือน ที่ไม่ว่าวันไหนของเดือน เงินกู้ที่ได้มาก็ถูกหักร้อยละยี่สิบ เมื่อสิ้นเดือนจ่ายเต็มร้อย น่าจะเป็นประโยชน์กันข้าราชการเหล่านี้ เหมือนที่ผมแก้ปัญหาดอกแสนโหด ที่คนงานผมต้องจำยอมในวันเวลานั้น อย่างไม่มีทางเลี่ยง
ดีครับ สนับสนุนให้คิดต่อ ว่า ทางออกนี้ จะเอามาแก้ปัญหา ตัดวงจรดอกเบี้ยแสนโหดกันได้ไหม โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อย และลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานรัฐ และรวมถึงรัฐสภา ที่ท่านรอง พาไปเลี้ยงหมูกระทะเมื่อ3-4 สัปดาห์ก่อนด้วย
ดีกว่า ไม่คิด ไม่ปรับเปลี่ยน ไม่ทำอะไรเลยกับเรื่องนี้ นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมานะครับ ว่าไหม?
ผมเคยแก้ปัญหา จ่ายค่าแรงคนงานเป็นสัปดาห์ เพื่อแก้ปัญหาคนงานต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยหักยี่สิบต่อวีค
วีคที่ว่า เป็นภาษาที่คนงานก่อสร้างและผู้รับเหมาใช้กัน ที่หมายถึง 15 วัน ครับ ไม่ใช่สัปดาห์ หรือ 7 วัน
บริษัทที่จ้างคนงาน ที่กินค่าแรงรายวัน ส่วนใหญ่ในประเทศนี้ (น่าจะถือทำเนียมปฏิบัติมาจากบริษัทคนจีน ที่จ่ายเงินเดือนทุกขึ้น 1 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ ตามปฏิทินจีน ที่ถือเป็นวันหยุดงานประจำวีค) ที่จ่ายค่าแรง 15 วันครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้ง
ค่าแรงน้อยนิด ที่คนงานได้รับ ในวันเวลานั้น ทำให้คนงานหลายคน ส่วนมาก ต้องไปกู้เงินร้านค้าขายกับข้าวหน้าไซต์งานก่อสร้าง ร้อยละยี่สิบบาท
อัตราดอกเบี้ย ร้อยละยี่สิบที่ว่า เป็นอัตราตายตัว ที่หากกู้ 100 บาท จะได้เงินสดไปเพียง 80 บาท ที่ไม่ว่าคนงานจะกู้วันไหนของวีค วันเงินค่าแรงออก ก็ต้องเอาเงินทั้งต้นและดอกเบี้ยไปจ่ายเงินกู้นั้น ทีเดียว 100 บาท
แม้ว่า วันที่บากหน้าไปกู้เงิน จะเป็นเพียงวันเดียว ก่อนถึงวีคที่จะได้รับเงินค่าแรง ก็ต้องจ่ายตามอัตรานี้
ร้อยละ 20 ต่อวีค ซึ่งโหดสัสจริง ๆ
กู้หนึ่งร้อย ได้เงินสดเพียง 80 บาท วันจ่ายเงินกู้คืน วันเงินค่าแรงออก ต้องจ่ายคืนครบร้อย
คนงานหลายคนออกจากบ้านมา ไม่มีเงินติดตัวก็ต้องยอมจ่ายดอกแสนโหดแบบนี้
เพื่อแก้ปัญหานี้ ผมคุยกับพนักงานที่ประจำสำนักงาน เราตกลงยอมเหนื่อย ย่นระยะเวลาการจ่ายเงินเดือนเป็นทุกวันพุธ โดยตัดงวดค่าแรงวันจันทร์ วันอังคารทำรายการตัวเลขเบิกจ่าย และวันพุธ หอบหิ้วเงินเป็นแสน บางครั้ง 3-4 แสน ไปตั้งโต๊ะจ่ายเงินที่หน้างาน เพื่อลดการต้องกู้ยืมด้วยดอกแสนโหดนั้น
เราทำจ่ายค่าแรงเป็นเงินสดแบบนี้ เป็นสัปดาห์อยู่นานหลายปี จนค่าแรงขยับสูงขึ้น และดูแล้วว่า ไม่มีการกู้ยืมเงินด้วยดอกแสนโหดแบบนั้นที่หน้างานแล้ว เราจึงเพิ่มระยะการจ่ายเงินเป็น 15 วันต่อครั้ง จ่ายค่าแรงเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งว่าไปแล้ว ก็ยังเป็นภาระกับทางสำนักงาน ที่ต้องเบิกเงินสด ที่มีทั้งแบงค์พัน แบงค์ห้าร้อย แบงค์ร้อย แบงค์ 50 แบงค์ 20 และเหรียน 10 บาท 5 บาท หนึ่งบาท และห้าสิบสตางค์ ตามที่โปรแกรม Lotus จะคำนวนออกมาให้ แล้วขอความอนุเคราะห์ธนาคารเบิกเงินสอดเป็นแสน ด้วยเงินย่อยตามรายการที่โปรแกรม lotus กำหนดให้ เอาไปจ่ายหน้างาน
จนวันหนึ่ง มีข่าวออกตามหน้าสื่อว่า ภรรยา(ที่ว่าไปแล้ว เป็นภรรยาเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นของผมเอง ที่ถูกฆ่ายัดกระสอบเอาศพไปทิ้งกลางสะพาน)เจ้าของบริษัทรับเหมา ขนเงินไปจ่ายค่าแรงแบบนี้ ถูกคนขับรถใจร้ายจงใจทำร้ายจนเสียขีวิต เพื่อชิงเงินที่จะเอาไปจ่ายค่าแรงนั้น เราจึงติดต่อธนาคาร ขอโอนเงินผ่านบัญชี เพื่อเข้าบัญชีคนงานโดยตรง โดยยอมจ่ายค่าโอนเข้าบัญชีในอัตราพิเศษที่ไม่สูงมากนัก เราจึงแก้ปัญหาเอาเงินสดไปตั้งโต๊ะที่หน้างาน จ่ายค่าแรงไปได้
มาวันนี้ มีข่าวว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินเดือนข้าราขการเป็นงวด 2 งวดในหนึ่งเดือน
สำหรับผมที่มีประสบการณ์ตรงเรื่องดอกแสนโหด ผมคิดว่า เป็นความริเริ่มใหม่ ที่คงต้องมาดูว่า มีข้อดี ข้อด้อยที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อการนี้อย่างไร
คนเงินเดือนมาก คงเดือดร้อน ที่ได้เงินน้อยลง ในหนึ่งงวด และยุ่งยากในการบริหารจัดการเงินน้้น
แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ต้องเรียกใหม่ว่า ได้เงินเดือนต้นเดือนใช้ไม่ชนปลายเดือน การได้เงินเร็วขึ้น อาจทำให้เขาไม่ต้องหน้ามึด กู้เงินช่วงปลายเดือน ที่ไม่ว่าวันไหนของเดือน เงินกู้ที่ได้มาก็ถูกหักร้อยละยี่สิบ เมื่อสิ้นเดือนจ่ายเต็มร้อย น่าจะเป็นประโยชน์กันข้าราชการเหล่านี้ เหมือนที่ผมแก้ปัญหาดอกแสนโหด ที่คนงานผมต้องจำยอมในวันเวลานั้น อย่างไม่มีทางเลี่ยง
ดีครับ สนับสนุนให้คิดต่อ ว่า ทางออกนี้ จะเอามาแก้ปัญหา ตัดวงจรดอกเบี้ยแสนโหดกันได้ไหม โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อย และลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานรัฐ และรวมถึงรัฐสภา ที่ท่านรอง พาไปเลี้ยงหมูกระทะเมื่อ3-4 สัปดาห์ก่อนด้วย
ดีกว่า ไม่คิด ไม่ปรับเปลี่ยน ไม่ทำอะไรเลยกับเรื่องนี้ นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมานะครับ ว่าไหม?