พวกผู้ปฏิบัติงานของ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ นี่เขาใช้ ‘mold’ หรือแม่พิมพ์เดียวกันทางด้านจริยธรรม เวลาถูกตั้งคำถามเรื่องทุจริต หรือโดนจับผิด ก็จะ ‘แถ’ ลงข้างคู หนักนักมักใช้วิธีตั้งข้อกล่าวหาสวนกลับ สร้างบรรยากาศเชิงรุกกลบเกลื่อน
อย่างกรณีฮั้ว สว.ที่กำลังโดนเคี่ยวเดือดปุด ด้วยหลักฐานการทุจริตผุดแทบไม่เว้นแต่ละวัน หัวเรือใหญ่ นักพ่น นักเป่าตัวยง พยายามสร้างวาทกรรม “รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยวฮั้ว สว.” บรรดา “ลูกขุนพลอยพยักรับลูกต่อ ลิ่วล้อ กองเชียร์+ไอโอปลายแถว
เฮละโลตามเป็นพรวน หัวชนฝา หน้าไม่อาย” ประทีป คงสิบ เกิดความรำคาญ หยิกว่า “ขบวนการฮั้ว (โกง) สว.เกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้ก็จริง แต่ไม่ใช่เหตุผลยกเว้นความผิด ความรับผิดชอบของพวกคุณ” เขาชี้ถึงคำตัดสินของคณะอนุ กกต.ชุด ๒๖
ซึ่งมีมติสั่งฟ้องศาลผู้ที่มีส่วนร่วมการทุจริต ๒๒๙ คน ที่มีชื่อ ‘อนุทิน’ ชาญวีรกูล และลิ่วล้อ รวมอยู่ในลิสต์ จึงได้ต้องออกมาแถกัน จนต้องตั้งข้อกังขาว่า “ความกล้าหาญทางการเมือง กับ หน้าด้านทางการเมือง มีเส้นบางๆ คั่นแค่นั้นเอง”
เช่นกันกับประธานสภาผู้แทนฯ ในฐานะประธานรัฐสภา ถูกจี้ทุกวี่วัน เมื่อไรจะส่งศาลฎีกาพิจารณาคดี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ‘ซุกหุ้น’ ที่ ปปช.ชุดอมน้ำเงิน สั่งยกฟ้องเสียดื้อๆ พอฝ่ายค้านและ สว.ยื่นคำร้องขอให้ศาลตัดสิน ซึ่งต้องส่งผ่านประธานรัฐสภา
วานนี้ โสภณ ซารัมย์ ออกมาบอกว่า “ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้ว โดยมีบุคคลภายนอกร่วมด้วย” ยืดเวลาออกไปอีกไม่รู้กี่เดือน พอนักข่าวตามซักว่ากรรมการที่ว่าเป็นใครบ้าง มีกรอบเวลาพิจารณาไหม
ทั่นประธานฯ ตอบว่าบอกไม่ได้ เพราะ “มีข้อตกลงร่วมกันว่าระหว่างการทำงานขอความเป็นอิสระ หลังจากที่สรุปรายงานแล้ว ก็พร้อมที่จะเปิดเผยรายชื่อว่ามีใครบ้าง” แต่ไม่ต้องห่วง มีตัวตนทุกคน ไม่ใช่กรรมการทิพย์ และกรณีกรอบเวลาก็แบบเดียวกัน
คือกรรมการพวกนี้ต้องไปอ้อนวอนขอร้องให้มาช่วย “ในวันที่ไปเจรจากันนั้น บอกว่าขอให้ไปทำให้ละเอียด” ดังนั้นจึงต้องอดใจรอ “ถ้าส่งมาเร็วตนก็ทำได้เร็ว ถ้าจะช้าก็ได้แค่นี้” ยกตัวอย่างเสียด้วยเรื่องแต่งตั้งผู้ช่วย สส. ให้เวลากรรมการ ๙๐ วัน
มาขอเพิ่มอีก ๓๐ วันก็ต้องให้ เพราะตั้งโจทย์ไว้ว่า “ผลออกมาอย่างไรต้องตอบสังคมได้” แน่ะ แถแบบชั้นเชิงสูงเสียด้วย พอถูกอีกคำถามว่าอย่างนี้จะถูกมองว่ายื้อนะ ทั่นโสภณออกลูกข่ม “ถ้าพูดว่ายื้อมันก็ยื้อ ถ้าพูดว่าไม่ยื้อมันก็ไมยื้อ ต้องดูที่ขั้นตอน” สิ
“สมควรใช้สมองทำเรื่องอื่นบ้าง อย่ามัวหมกมุ่น...ไม่ใช่ว่าทุกวันต้องมาพูดแต่เรื่องเดียว ก็ทำให้มันเห็นผล ให้สังคมเชื่อถือก็แล้วกัน” อูย ทั่นขย่มแรง จน ‘ไอติม’ รีบชี้แจง “ผมย้ำว่า ไม่มีใคร ‘หมกมุ่น’ กับเรื่องนี้” นะครับทั่น
ข้อสำคัญ “เรากังวลว่าท่านจะ ‘หมกเม็ด’ และตัดตอนให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล” ต่างหาก มันเป็นความกังวลเช่นเดียวกันกับอีกองค์กรที่ ๔ ใน ๗ มาจากสีน้ำเงิน “ว่า กกต.จะตัดตอนคดีโกง สว.ให้ไปไม่ถึงศาล” ฉันใดก็ฉันนั้น
(https://x.com/paritw92/status/2089763004565144033?s=q7-lQRD, https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/3AybQBf และ https://www.facebook.com/tawan.ten/posts/RLbYsXsA9q)
