วันศุกร์, ตุลาคม 30, 2569

Rabbi ชาวยิว ถูก อนุทิน ชาญวีรกูล เพิกถอนสัญชาติไทย เหตุผลสำคัญที่ระบุไว้ในคำสั่งคือ แคนเตอร์ยังคงใช้หนังสือเดินทางสหรัฐอเมริกาของตนในการเดินทางเข้าออกประเทศถึง 16 ครั้ง หลังจากที่ได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติไปแล้ว ซึ่งถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขในการแปลงสัญชาติ ผลจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คงต้องรอดู









https://x.com/Thenationth/status/2115674825452900623
.....

อนุทินสั่งเพิกถอนสัญชาติไทยของ “แคนเตอร์” หลังพบมีการใช้หนังสือเดินทางสหรัฐฯ เดินทางเข้าออกประเทศถึง 16 ครั้ง

อนุทิน ชาญวีรกูล ในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งเพิกถอนสัญชาติไทยของรับบี โยเซฟ ไคม์ แคนเตอร์ (Rabbi Yosef Chaim Kantor) เหตุผลสำคัญที่ระบุไว้ในคำสั่งดังกล่าวคือ การที่แคนเตอร์ยังคงใช้หนังสือเดินทางสหรัฐอเมริกาของตนในการเดินทางเข้าออกประเทศถึง 16 ครั้ง หลังจากที่ได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2556

การดำเนินการนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสัญชาติของไทย ซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีในการเพิกถอนสัญชาติได้ หากพบว่าบุคคลที่ได้รับสัญชาติโดยการแปลงสัญชาติยังคงใช้สัญชาติเดิมของตนอยู่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขในการแปลงสัญชาติ
.....


วิเคราะห์เพิ่มเติมใน มิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมืองระหว่างประเทศ จากกรณีการเพิกถอนสัญชาติของรับบี โยเซฟ ไคม์ แคนเตอร์ (Rabbi Yosef Chaim Kantor) ได้ดังนี้

1. จุดยืนเรื่อง "อำนาจอธิปไตยเหนือสัญชาติ" กับสหรัฐอเมริกา

ความเคร่งครัดในกฎหมายภายใน: แม้สหรัฐอเมริกาจะยินยอมให้พลเมืองของตนถือสองสัญชาติได้ (Dual Nationality) แต่ประเทศไทยมีจุดยืนทางกฎหมายสัญชาติอย่างชัดเจนว่า หากเป็นบุคคลที่ได้สัญชาติโดยการแปลงสัญชาติ ต้องไม่ใช้สิทธิจากสัญชาติเดิม การดำเนินการครั้งนี้เป็นการยืนยันอำนาจอธิปไตยทางกฎหมายของไทยโดยไม่ให้ข้อยกเว้นแก่นกะทิงหรือบุคคลจากชาติมหาอำนาจ

ผลกระทบระดับทางการเมืองกับสหรัฐฯ: เนื่องจากรับบีแคนเตอร์ถือหนังสือเดินทางสหรัฐฯ การเพิกถอนสัญชาติไทยและการบังคับใช้ข้อกฎหมายอาจได้รับการเฝ้ามองจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในฐานะการคุ้มครองสิทธิทางกฎหมายของพลเมืองอเมริกัน แต่ในเชิงการทูต ทางการไทยชี้แจงชัดเจนว่าเป็นเรื่องของ การละเมิดเงื่อนไขการแปลงสัญชาติภายในประเทศ จึงยากที่จะนำไปสู่ข้อขัดแย้งทางการทูตในระดับรัฐต่อรัฐ

2. นัยต่อความสัมพันธ์ไทย–อิสราเอล และชุมชนชาวยิวในระดับสากล

บทบาทศูนย์กลางของเครือข่าย Chabad: รับบีแคนเตอร์ดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทย และเป็นผู้นำชุมชนชาวยิวที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอลและชาวยิวจากอเมริกา

ความกังวลด้านภาพลักษณ์และความเป็นอยู่ของชาวยิว/ชาวอิสราเอล: สื่อมวลชนต่างประเทศ (เช่น สื่ออิสราเอล) เริ่มให้ความสนใจประเด็นนี้ โดยตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางการตรวจสอบของไทยที่มีต่อองค์กรและธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายชาบัดและชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยว (เช่น ภูเก็ต) การที่รัฐบาลไทยเน้นย้ำว่าเป็นเรื่อง ข้อกฎหมายรายบุคคล จึงสำคัญมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกตีความผิดไปว่าเป็นความขัดแย้งทางศาสนา หรือนโยบายกีดกันชาวยิวและนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล

3. มิติความมั่นคงข้ามชาติและการกักกันการใช้ประโยชน์จาก "พาสปอร์ตสองใบ"

การป้องกันสภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย: ในเวทีความมั่นคงสากล การที่บุคคลหนึ่งสลับใช้หนังสือเดินทางของสองประเทศเดินทางเข้า-ออก อาจก่อให้เกิดช่องโหว่ในการติดตามตัว การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินข้ามชาติ หรือการหลบเลี่ยงภาษี การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังส่งสัญญาณถึงนานาชาติว่าประเทศไทยไม่ยินยอมให้ใช้สัญชาติไทยเป็น "เครื่องมืออำนวยความสะดวก" ในลักษณะการถือครองสัญชาติแบบแฝง

การประสานงานของหน่วยงานตรวจสอบ: คดีนี้เชื่อมโยงกับการสอบถามข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสรรพากร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยกระดับมาตรการกำกับดูแลบุคคลและเครือข่ายทุนต่างชาติให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลในการต่อต้านการฟอกเงินและความมั่นคงข้ามชาติ

4. สรุปภาพรวมทางการทูต

ท่าทีของรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงมหาดไทย เป็นการเน้นย้ำเรื่อง "Rule of Law" (หลักนิติธรรม) โดยพยายามแยกแยะประเด็นความผิดพลาดส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. สัญชาติ ออกจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ทั้งกับสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และชุมชนชาวยิวในไทย เพื่อรักษาดุลยภาพทางการทูตและเสถียรภาพความมั่นคงภายในประเทศไปพร้อมกัน

(Gemini ช่วยวิเคราะห์)