Rabbi Yosef Chaim Kantor, a longtime Chabad leader in Thailand, faces loss of Thai citizenship after Interior Minister Anutin Charnvirakul signed a revocation order on October 28, 2026. The Interior Ministry cites 16 occasions when Kantor used his US nationality for travel to or from Australia after being naturalised in 2013. Chabad says its work supports Jewish residents and visitors, while the citizenship order makes no criminal findings in the separate business, land and financial inquiries. #General Read more: https://t.co/m0S3dU7ryO
— Thenationthailand (@Thenationth) October 29, 2026
https://x.com/Thenationth/status/2115674825452900623
.....
อนุทินสั่งเพิกถอนสัญชาติไทยของ “แคนเตอร์” หลังพบมีการใช้หนังสือเดินทางสหรัฐฯ เดินทางเข้าออกประเทศถึง 16 ครั้ง
อนุทิน ชาญวีรกูล ในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งเพิกถอนสัญชาติไทยของรับบี โยเซฟ ไคม์ แคนเตอร์ (Rabbi Yosef Chaim Kantor) เหตุผลสำคัญที่ระบุไว้ในคำสั่งดังกล่าวคือ การที่แคนเตอร์ยังคงใช้หนังสือเดินทางสหรัฐอเมริกาของตนในการเดินทางเข้าออกประเทศถึง 16 ครั้ง หลังจากที่ได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2556
การดำเนินการนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสัญชาติของไทย ซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีในการเพิกถอนสัญชาติได้ หากพบว่าบุคคลที่ได้รับสัญชาติโดยการแปลงสัญชาติยังคงใช้สัญชาติเดิมของตนอยู่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขในการแปลงสัญชาติ
.....
วิเคราะห์เพิ่มเติมใน มิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมืองระหว่างประเทศ จากกรณีการเพิกถอนสัญชาติของรับบี โยเซฟ ไคม์ แคนเตอร์ (Rabbi Yosef Chaim Kantor) ได้ดังนี้
1. จุดยืนเรื่อง "อำนาจอธิปไตยเหนือสัญชาติ" กับสหรัฐอเมริกา
ความเคร่งครัดในกฎหมายภายใน: แม้สหรัฐอเมริกาจะยินยอมให้พลเมืองของตนถือสองสัญชาติได้ (Dual Nationality) แต่ประเทศไทยมีจุดยืนทางกฎหมายสัญชาติอย่างชัดเจนว่า หากเป็นบุคคลที่ได้สัญชาติโดยการแปลงสัญชาติ ต้องไม่ใช้สิทธิจากสัญชาติเดิม การดำเนินการครั้งนี้เป็นการยืนยันอำนาจอธิปไตยทางกฎหมายของไทยโดยไม่ให้ข้อยกเว้นแก่นกะทิงหรือบุคคลจากชาติมหาอำนาจ
ผลกระทบระดับทางการเมืองกับสหรัฐฯ: เนื่องจากรับบีแคนเตอร์ถือหนังสือเดินทางสหรัฐฯ การเพิกถอนสัญชาติไทยและการบังคับใช้ข้อกฎหมายอาจได้รับการเฝ้ามองจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในฐานะการคุ้มครองสิทธิทางกฎหมายของพลเมืองอเมริกัน แต่ในเชิงการทูต ทางการไทยชี้แจงชัดเจนว่าเป็นเรื่องของ การละเมิดเงื่อนไขการแปลงสัญชาติภายในประเทศ จึงยากที่จะนำไปสู่ข้อขัดแย้งทางการทูตในระดับรัฐต่อรัฐ
2. นัยต่อความสัมพันธ์ไทย–อิสราเอล และชุมชนชาวยิวในระดับสากล
บทบาทศูนย์กลางของเครือข่าย Chabad: รับบีแคนเตอร์ดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทย และเป็นผู้นำชุมชนชาวยิวที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอลและชาวยิวจากอเมริกา
ความกังวลด้านภาพลักษณ์และความเป็นอยู่ของชาวยิว/ชาวอิสราเอล: สื่อมวลชนต่างประเทศ (เช่น สื่ออิสราเอล) เริ่มให้ความสนใจประเด็นนี้ โดยตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางการตรวจสอบของไทยที่มีต่อองค์กรและธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายชาบัดและชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยว (เช่น ภูเก็ต) การที่รัฐบาลไทยเน้นย้ำว่าเป็นเรื่อง ข้อกฎหมายรายบุคคล จึงสำคัญมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกตีความผิดไปว่าเป็นความขัดแย้งทางศาสนา หรือนโยบายกีดกันชาวยิวและนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล
3. มิติความมั่นคงข้ามชาติและการกักกันการใช้ประโยชน์จาก "พาสปอร์ตสองใบ"
การป้องกันสภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย: ในเวทีความมั่นคงสากล การที่บุคคลหนึ่งสลับใช้หนังสือเดินทางของสองประเทศเดินทางเข้า-ออก อาจก่อให้เกิดช่องโหว่ในการติดตามตัว การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินข้ามชาติ หรือการหลบเลี่ยงภาษี การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังส่งสัญญาณถึงนานาชาติว่าประเทศไทยไม่ยินยอมให้ใช้สัญชาติไทยเป็น "เครื่องมืออำนวยความสะดวก" ในลักษณะการถือครองสัญชาติแบบแฝง
การประสานงานของหน่วยงานตรวจสอบ: คดีนี้เชื่อมโยงกับการสอบถามข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสรรพากร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยกระดับมาตรการกำกับดูแลบุคคลและเครือข่ายทุนต่างชาติให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลในการต่อต้านการฟอกเงินและความมั่นคงข้ามชาติ
4. สรุปภาพรวมทางการทูต
ท่าทีของรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงมหาดไทย เป็นการเน้นย้ำเรื่อง "Rule of Law" (หลักนิติธรรม) โดยพยายามแยกแยะประเด็นความผิดพลาดส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. สัญชาติ ออกจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ทั้งกับสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และชุมชนชาวยิวในไทย เพื่อรักษาดุลยภาพทางการทูตและเสถียรภาพความมั่นคงภายในประเทศไปพร้อมกัน
(Gemini ช่วยวิเคราะห์)