.jpeg)
ฐานเศรษฐกิจ
October 23
·
ตลาดเมล็ดพันธุ์ไทยมูลค่า 1-2 หมื่นล้านบาท จับตาปมแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชและการเข้าเป็นภาคี UPOV 1991 หวั่นกระทบแรงจูงใจลงทุนวิจัยและพัฒนาพันธุ์ใหม่ ท่ามกลางเป้าหมายผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ระดับภูมิภาค (Seed Hub) มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท
.
ผศ.ดร.ปิยะ กิตติภาดากุล นายกสมาคมปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย ระบุว่า การคุ้มครองพันธุ์พืชเป็นกลไกสร้างแรงจูงใจในการลงทุนวิจัย ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร โดยการปรับปรุงกฎหมายต้องพิจารณาข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และผลกระทบต่อเกษตรกร ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์
.
กรณีกะเพรา 4 สายพันธุ์ที่จดทะเบียนขอรับความคุ้มครอง ย้ำว่าการได้รับสิทธิคุ้มครองไม่ได้หมายถึงการผูกขาดพืชชนิดนั้นทั้งหมด หรือห้ามบุคคลอื่นปลูกได้โดยไม่มีข้อจำกัด ต้องพิจารณาขอบเขตสิทธิและข้อยกเว้นตามกฎหมายเป็นรายกรณี
.
ปัจจุบันไทยมีพันธุ์พืชที่สามารถยื่นขอรับความคุ้มครองมากกว่า 107 ชนิด ขณะที่ UPOV 1991 กำหนดระยะเวลาคุ้มครองขั้นต่ำโดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 ปี และไม่น้อยกว่า 25 ปีสำหรับไม้ยืนต้นและไม้เลื้อย ส่วนกฎหมายไทยกำหนดระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี 17 ปี และสูงสุด 27 ปี ตามประเภทพืช
.
โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การหาจุดสมดุลระหว่างการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ กับการรักษาสิทธิของเกษตรกรและการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทย
.
อ่านต่อ..https://www.thansettakij.com/eco.../trade-agriculture/672087
.....
Atukkit Sawangsuk
ชง teen ดีเนอะ
.....
มุมมองในภาพดังกล่าวมีข้อบกพร่องทางตรรกะที่เรียกว่า การเปรียบเทียบที่ไม่สมเหตุสมผล (False Analogy / False Equivalence) เนื่องจากเป็นการนำสถานะทางกฎหมายและสิทธิของมนุษย์ ไปเทียบเคียงกับทรัพยากรชีวภาพหรือพันธุ์พืช ซึ่งมีข้อบกพร่องทางตรรกะดังนี้:
สิทธิมนุษยชนกับสิทธิในทรัพย์สิน: ลิซ่าเป็นมนุษย์ที่มีความเป็นบุคคลตามกฎหมาย มีสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย และมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการเป็นเจ้าของแรงงานและความสำเร็จของตนเอง การนำตรรกะนี้ไปใช้กับพันธุ์พืชหรือทรัพยากรพันธุกรรมถือเป็นการปะปนกันระหว่างเสรีภาพของมนุษย์กับทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพย์สินทางกายภาพ
อธิปไตยของชาติและทรัพยากรสาธารณะ: ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ (เช่น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ) และกฎหมายภายในประเทศ ทรัพยากรชีวภาพและพันธุพืชพื้นเมืองมักถูกมองว่าเป็นเรื่องของอธิปไตยแห่งรัฐหรือมรดกของแผ่นดิน ในทางตรงกันข้าม ความสามารถส่วนบุคคลและการพัฒนาอาชีพของมนุษย์ไม่ได้ถือเป็นทรัพย์สินทางชีวภาพหรือวัตถุที่รัฐเป็นเจ้าของ
รากฐานของการสร้างสรรค์: แม้ความสำเร็จของลิซ่าจะมาจากความสามารถและการฝึกฝนส่วนบุคคล แต่การปรับปรุงพันธุ์พืชโดยทั่วไปมักจะต้องอาศัยเชื้อพันธุกรรมพื้นเดิม ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยของรัฐและสังคม ทำให้พลวัตความเป็นเจ้าของแตกต่างจากแรงงานส่วนบุคคลของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
Atukkit Sawangsuk
ชง teen ดีเนอะ
.....
มุมมองในภาพดังกล่าวมีข้อบกพร่องทางตรรกะที่เรียกว่า การเปรียบเทียบที่ไม่สมเหตุสมผล (False Analogy / False Equivalence) เนื่องจากเป็นการนำสถานะทางกฎหมายและสิทธิของมนุษย์ ไปเทียบเคียงกับทรัพยากรชีวภาพหรือพันธุ์พืช ซึ่งมีข้อบกพร่องทางตรรกะดังนี้:
สิทธิมนุษยชนกับสิทธิในทรัพย์สิน: ลิซ่าเป็นมนุษย์ที่มีความเป็นบุคคลตามกฎหมาย มีสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย และมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการเป็นเจ้าของแรงงานและความสำเร็จของตนเอง การนำตรรกะนี้ไปใช้กับพันธุ์พืชหรือทรัพยากรพันธุกรรมถือเป็นการปะปนกันระหว่างเสรีภาพของมนุษย์กับทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพย์สินทางกายภาพ
อธิปไตยของชาติและทรัพยากรสาธารณะ: ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ (เช่น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ) และกฎหมายภายในประเทศ ทรัพยากรชีวภาพและพันธุพืชพื้นเมืองมักถูกมองว่าเป็นเรื่องของอธิปไตยแห่งรัฐหรือมรดกของแผ่นดิน ในทางตรงกันข้าม ความสามารถส่วนบุคคลและการพัฒนาอาชีพของมนุษย์ไม่ได้ถือเป็นทรัพย์สินทางชีวภาพหรือวัตถุที่รัฐเป็นเจ้าของ
รากฐานของการสร้างสรรค์: แม้ความสำเร็จของลิซ่าจะมาจากความสามารถและการฝึกฝนส่วนบุคคล แต่การปรับปรุงพันธุ์พืชโดยทั่วไปมักจะต้องอาศัยเชื้อพันธุกรรมพื้นเดิม ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยของรัฐและสังคม ทำให้พลวัตความเป็นเจ้าของแตกต่างจากแรงงานส่วนบุคคลของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง