วันอังคาร, ตุลาคม 27, 2569

ญี่ปุ่นได้แก้ไขกฎหมายราชวงศ์ครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาจำนวนสมาชิกราชวงศ์ที่ลดลงและจำนวนทายาทที่มีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์ที่น้อยลง ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษากฎการสืราชบัลลังก์แบบดั้งเดิมที่กำหนดให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น และอนุญาตให้เจ้าหญิงคงสถานะราชวงศ์ไว้ได้หลังการสมรส แต่บุตรในอนาคตของพวกเธอยังคงถูกห้ามไม่ให้สืบทอดราชบัลลังก์







https://time.com/article/2026/10/26/japan-imperial-succession-new-policies-monarchy-hisahito-aiko/
.....

ญี่ปุ่นได้แก้ไขกฎหมายราชวงศ์ครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาจำนวนสมาชิกราชวงศ์ที่ลดลงและจำนวนทายาทที่มีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์ที่น้อยลง ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษากฎการสืราชบัลลังก์แบบดั้งเดิมที่กำหนดให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงหลักและผลกระทบมีดังนี้:

1. การเปิดรับบุตรบุญธรรมชายจากราชวงศ์สาขาเดิม

นโยบาย: กฎหมายอนุญาตให้สมาชิกราชวงศ์รับบุตรบุญธรรมชายโสด (อายุอย่างน้อย 15 ปี) ที่เป็นทายาทโดยชอบธรรมของสมาชิกชายจากราชวงศ์สาขาเดิม ซึ่งราชวงศ์สาขาเหล่านี้ถูกถอดถอนสถานะราชวงศ์ในปี 1947 เพื่อลดค่าใช้จ่ายหลังสงคราม

ข้อจำกัด: บุตรบุญธรรมชายเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์โดยทันที แต่บุตรชายในอนาคตของพวกเขาสามารถถือเป็นทายาทโดยชอบธรรมได้

ความขัดแย้ง: ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ตั้งคำถามว่าประชาชนจะมองญาติห่างๆ ที่ไม่คุ้นเคยเหล่านี้ว่าเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยมีการฟ้องร้องทางกฎหมายบางส่วนที่อ้างว่านโยบายนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว

2. อนุญาตให้เจ้าหญิงคงสถานะราชวงศ์ไว้ได้หลังการสมรส

นโยบาย: ภายใต้กฎเดิม เจ้าหญิงที่แต่งงานกับสามัญชน (เช่น อดีตเจ้าหญิงมาโกะ) จะสูญเสียสถานะราชวงศ์ ทำให้ทายาทของพวกเธอถูกตัดขาดจากการสืราชบัลลังก์โดยสิ้นเชิง กฎหมายใหม่นี้อนุญาตให้สมาชิกราชวงศ์หญิง—รวมถึงเจ้าหญิงไอโกะ (พระธิดาของจักรพรรดินารุฮิโตะ) ที่ได้รับความนิยม—คงสถานะราชวงศ์ไว้ได้หลังจากแต่งงานกับคนนอกราชวงศ์

ข้อจำกัด: แม้ว่าเจ้าหญิงจะสามารถคงสถานะไว้ได้ แต่บุตรในอนาคตของพวกเธอยังคงถูกห้ามไม่ให้สืบทอดราชบัลลังก์

3. จงใจหลีกเลี่ยงการมีพระมหากษัตริย์หญิง

แม้ว่าผลสำรวจจะแสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวญี่ปุ่นกว่า 80% สนับสนุนการอนุญาตให้มีจักรพรรดินีหญิง—และมีการสนับสนุนเจ้าหญิงไอโกะอย่างกว้างขวาง—นักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็ประสบความสำเร็จในการขัดขวางการสืราชบัลลังก์ของสตรี

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า การปฏิรูปดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มฝ่ายขวาภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่เป็นพรรครัฐบาล เพื่อขยายสายการสืราชบัลลังก์ ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ทางกฎหมายที่จะมีจักรพรรดินีครองราชย์

การตอบรับจากสาธารณชนและผู้เชี่ยวชาญ

การปฏิรูปดังกล่าวได้รับการตอบรับที่หลากหลาย แม้ว่าจะมีจุดประสงค์เพื่อรักษาความอยู่รอดของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีมายาวนานนับพันปี แต่ทั้งนักวิจารณ์และผลสำรวจความคิดเห็นสาธารณะชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวขาดความเข้าใจหรือความไว้วางใจจากสาธารณชนในวงกว้าง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การนำบุตรบุญธรรมที่อยู่ห่างไกลเข้ามาอาจทำลายความลึกลับและความเชื่อมโยงกับสาธารณชนที่ราชวงศ์เคยมีมาแต่เดิม

ภายใต้กฎหมายการสืราชบัลลังก์แบบสืบสายจากบิดาอย่างเคร่งครัดของญี่ปุ่น สายการสืราชบัลลังก์จึงยังคงเป็นของผู้ชายเท่านั้น นโยบายที่ปรับปรุงใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงลำดับการสืราชบัลลังก์ แต่พยายามขยายกลุ่มผู้สืทอดราชบัลลังก์ในอนาคตโดยอนุญาตให้บุตรบุญธรรมเพศชายจากตระกูลสาขาเดิมของราชวงศ์สามารถสืทอดราชบัลลังก์ได้ (แต่เฉพาะบุตรชายในอนาคตเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์)

ลำดับการสืทอดราชบัลลังก์เบญจมาศในปัจจุบันมีดังนี้:

มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ (ฟุมิฮิโตะ) – พระอนุชาของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ – พระหลานชายของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ พระชนมายุ 20 พรรษา และพระโอรสของมกุฎราชกุมารอากิชิโนะ (ปัจจุบันพระองค์เป็นรัชทายาทพระองค์เดียวที่มีอายุน้อยกว่า 60 พรรษาในราชวงศ์)

เจ้าชายฮิตาชิ (มาซาฮิโตะ) – พระลุงของจักรพรรดินารุฮิโตะ พระชนมายุ 90 พรรษา (พระอนุชาของจักรพรรดิโชวะ)

เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันกีดกันสมาชิกหญิงในราชวงศ์ เช่น เจ้าหญิงไอโกะ พระธิดาของจักรพรรดินารุฮิโตะ และพระธิดาของมกุฎราชกุมารอากิชิโนะ จากการสืราชบัลลังก์ จำนวนสมาชิกชายในราชวงศ์ที่มีสิทธิ์สืราชบัลลังก์จึงลดลง ทำให้รัฐบาลต้องดำเนินการปฏิรูปกฎหมายการรับบุตรบุญธรรมเมื่อเร็วๆ นี้