บัส เทวฤทธิ์
Yesterday
·
[ชี้ 4 สัญญาณผิดปกติโครงการตึก สตง. ก่อนถล่ม จี้แจงปมสัญญา-วัสดุ-เก้าอี้แพง
สตง. แจงปมตึกสร้างล่าช้า อ้างโควิด-ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง ยันดำเนินการตามระเบียบ]
.
วานนี้ (19 ตุลาคม 2569) ผมได้อภิปรายรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยพบ 4 สิ่งบ่งชี้ความผิดปกติเรื้อรังในโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการ สตง. แห่งใหม่ ซึ่งหากมีการจัดการอย่างเด็ดขาดตั้งแต่แรกอาคารอาจไม่ถล่มลงมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหวในต้นปี 2568
.
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลและไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานอื่นก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องย้อนกลับมาตรวจสอบการทำงานของตัวเองว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะกรณีตึก สตง. ถล่มซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาด้านประสิทธิภาพหรือข้อสงสัยความผิดปกติ แต่เป็นโศกนาฏกรรมที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 คนต้องสังเวยกับเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง หาก สตง. ให้ความสำคัญกับข้อสังเกตจากรายงานของกรมบัญชีกลางในปีงบประมาณ 2566 และ 2567 มากกว่านี้ก็อาจสะกิดใจตรวจสอบก่อนเกิดเหตุได้ ซึ่งในรายงานของกรมบัญชีกลาง ผมสรุปเป็น 4 สิ่งบ่งชี้สำคัญ ดังนี้
.
สิ่งบ่งชี้แรก คือ ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่องทางการเงินแต่ สตง. ไม่ยอมบอกเลิกสัญญา รายงานปี 2566 หน้า 25 ระบุว่าโครงการล่าช้ากว่าแผนอย่างมากเนื่องจากผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องทางการเงิน แต่ สตง. กลับเลือกเจรจากับผู้รับเหมาต่อแทนการประเมินความเสี่ยงและพิจารณาบอกเลิกสัญญา ทั้งที่รายงานหน้า 30 ก็ระบุว่า สตง. ยอมรับเองว่าผู้รับเหมาบริหารเงินทุนผิดพลาดจนขาดสภาพคล่อง และแม้จะเร่งรัดเพียงใดผู้รับจ้างก็ไม่อาจเร่งงานก่อสร้างได้
.
สิ่งบ่งชี้ประการที่สอง คือ การขอแก้แบบก่อสร้างและแก้สัญญาหน้างานถี่เกินไป โดยรายงานปี 2566 หน้า 25 ระบุว่าโครงการนี้มีการแก้ไขสัญญาถึง 7 ฉบับในช่วงปี 2565-2567 ซึ่ง สตง. ชี้แจงว่า 4 ใน 7 ครั้งเป็นการแก้ไขแบบก่อสร้างให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผู้คุมงานควรเสนอแนวทางการแก้ไขก่อนจะถึงช่วงก่อสร้างจริง การแก้แบบหน้างานซ้ำซ้อนเช่นนี้ย่อมเสี่ยงทำให้งานออกมาไม่สมบูรณ์ด้วย และในรายงานปี 2567 หน้า 24–25 กรมบัญชีกลางต้องเข้ามาสอบสวนเจาะลึกข้อเท็จจริง ถึงความถูกต้องของการแก้ไขสัญญาในส่วนนี้ด้วย
.
สิ่งบ่งชี้ประการที่สาม คือ ความหละหลวมในการอนุมัติวัสดุก่อสร้างและการปล่อยให้มี "การจ้างช่วง" โดยรายงานปี 2567 หน้า 25 กรมบัญชีกลางได้ตั้งประเด็นตรวจสอบความถูกต้องกรณีที่จะต้องอนุมัติวัสดุและครุภัณฑ์ของผู้รับจ้าง ซึ่งสะท้อนความน่าสงสัยว่าอาจมีการใช้วัสดุผิดสเปกหรือไม่ได้มาตรฐานเพราะผู้รับเหมาไม่มีเงิน นอกจากนี้ยังมีการพุ่งเป้าตรวจสอบประเด็น "การจ้างช่วง" (subcontracting) ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการลักลอบให้ผู้รับเหมารายย่อยอื่นที่ไม่ได้มาตรฐานมารับช่วงทำโครงสร้างแทน
.
ประการสุดท้าย คือ ประวัติการทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการจ้างออกแบบ หาก สตง. ตัดสินใจเด็ดขาดในการตัดจบสัญญากับผู้รับเหมาที่มีปัญหาทางการเงินตั้งแต่แรกก็อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมได้ ผมไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นการเบรกการทำงานของ สตง. เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องอิฐ หิน ปูน ทราย แต่เป็นเรื่องการกัดกินชีวิตของผู้คนเกือบ 100 คน เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วเราควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการปฏิรูปภายในและปรับแก้กระบวนการต่าง ๆ
.
นอกจากนี้ผมอยากให้ สตง. ชี้แจงปัญหาการก่อสร้างอาคารในต่างจังหวัดด้วย ในรายงานปี 2567 ระบุว่ามีอาคารก่อสร้างล่าช้า 2 แห่งและมีการบอกเลิกสัญญา 5 แห่ง ซึ่งไม่ปรากฏในรายงานปี 2566 จึงอยากทราบว่า สตง. มีกระบวนการติดตามโครงการที่ล่าช้าอย่างไร และหลังจากบอกเลิกสัญญาแล้ว มีแนวทางดำเนินการต่ออย่างไร
.
อีกประเด็นหนึ่ง คือ การจัดซื้อเก้าอี้ในตำแหน่งกราบเรียนในราคาตัวละ 90,000 บาท แม้โฆษก สตง. จะชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ แต่สังคมยังคงจับตาว่า สตง. ใช้หลักเกณฑ์และดุลพินิจใดในการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะการตัดสินใจของ สตง. อาจกลายเป็นบรรทัดฐานให้หน่วยงานอื่นนำไปใช้ด้วย ผมจึงอยากให้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าการกำหนดคุณลักษณะและราคาของเก้าอี้ดังกล่าวเป็นไปตามหลักการใดในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ทั้งหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส ประสิทธิภาพและประสิทธิผล และการตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการกล่าวถึงเหตุผลเรื่องตำแหน่งกราบเรียนก็อยากทราบว่า เหตุผลดังกล่าวสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทั้ง 4 นี้อย่างไร
.
อีกประเด็นที่ผมอยากสอบถาม คือ กรณีที่ สตง. ส่งหนังสือถึง Thai PBS เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม กระบวนการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นและการเปิดเผยข้อเท็จจริงเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับสิทธิในการชี้แจงของผู้ที่ถูกตรวจสอบ แต่ในกรณีนี้หนังสือของ สตง. ไม่ได้ระบุว่าสกู๊ปดังกล่าวมีข้อมูลบิดเบือนหรือผิดพลาดตรงไหนแต่กลับกล่าวหาว่าเป็นการชี้นำสังคม ในฐานะที่ผมเคยทำงานสื่อมาก่อนเห็นว่าข้อกล่าวหาเช่นนี้คลุมไป หากมีข้อมูลส่วนใดผิดพลาด สตง. ก็ควรชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชนที่เฝ้าดูอยู่ แม้ว่า สตง มีสิทธิ์ที่จะส่งจดหมายแต่การดำเนินการเช่นนี้เป็นการขู่กลาย ๆ เพราะว่าทาง สตง. เองก็มีอำนาจในการตรวจสอบองค์กร
.
ผมสรุปตอนท้ายว่า สตง. เป็นองค์กรที่สังคมจับตามองเพราะมีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานอื่น ดังนั้นคนก็จะเฝ้ามองว่าวิธีการ แนวทางการทำงาน และวิธีปฏิบัติของ สตง. อาจกลายเป็นแบบอย่างให้กับองค์กรอื่นในภาครัฐด้วย หาก สตง. เลือกใช้วิธีการเช่นนี้ หน่วยงานอื่นก็อาจนำไปปฏิบัติตามได้เช่นกัน จึงหวังว่า สตง. จะชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทบทวนและปฎิรูปและเปลี่ยนแปลงวิธีคิดในฐานะที่เป็นองค์กรที่จะตรวจสอบ เป็นแม่แบบและเป็นแบบอย่างขององค์กรอื่น ๆในรัฐนี้
.
ด้านประวิทย์ ตันตราจินต์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ชี้แจงต่อคำถามของสมาชิกวุฒิสภาในภาพรวมผลการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และ 2567 โดยชี้แจงประเด็นการเบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้าว่าปัญหาส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2565 ซึ่งส่งผลให้ผู้รับจ้างหลายรายขาดสภาพคล่องและประสบปัญหาด้านแรงงาน ประกอบกับมาตรการขยายเวลาของกรมบัญชีกลาง ทำให้การก่อสร้างล่าช้าและส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและกลับมาดำเนินการก่อสร้างได้ การเบิกจ่ายจึงต้องเป็นไปตามงวดงานที่ค้างมาจากปีก่อน ส่งผลให้อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2566 อยู่ในระดับต่ำมากเพียงร้อยละ 10
.
สำหรับเรื่องการก่อสร้างตึก ในช่วงที่มีการตรวจสอบตามรายงานของกรมบัญชีกลาง โครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยปัญหาหลักที่พบในขณะนั้นคือการก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า ยังไม่มีประเด็นเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุการก่อสร้างล่าช้าเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เช่นเดียวกับการเบิกจ่ายงบลงทุนทั่วไปที่ล่าช้าเช่นกัน และเพราะผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องด้วย ซึ่งโครงการก่อสร้างตึกก็ได้รับขยายระยะเวลาตามมาตรการโควิด 500 กว่าวัน
.
สตง. ไม่ได้ละเลยปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้มีหนังสือเร่งรัดและติดตามการดำเนินงานจากผู้รับจ้างหลายครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเห็นว่าผู้รับจ้างอาจไม่มีความพร้อมที่จะดำเนินโครงการต่อ จึงพิจารณายกเลิกสัญญา กระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 คณะกรรมการตรวจรับมีมติให้ยกเลิกสัญญา ปัจจุบันทั้งสัญญาก่อสร้างอาคารและสัญญาควบคุมงานได้ถูกยกเลิกเรียบร้อยแล้ว
.
สำหรับกรณีอาคารสำนักงาน สตง. ในต่างจังหวัด 5 แห่งที่ก่อสร้างล่าช้าและถูกทิ้งร้าง ภายหลังยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างเดิมได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ครบทั้ง 5 แห่งแล้ว ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 3 แห่ง ส่วนอีก 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัดตากและจังหวัดพะเยา คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนภายในปี 2570
.
ส่วนข้อซักถามเฉพาะเรื่อง เช่น ราคาครุภัณฑ์หรือเก้าอี้ผู้บริหาร ประวิทย์ชี้แจงว่าตนไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงจึงอาจไม่มีรายละเอียดข้อมูลทั้งหมด แต่ได้สอบถามผู้รับผิดชอบและได้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเก้าอี้สำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ใช้งานมีราคาตัวละกว่า 10,000 บาท ทั้งนี้สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบันยืนยันว่า สตง. ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานครุภัณฑ์หรือหลักเกณฑ์การประเมินราคา เนื่องจาก สตง. เองก็เป็นหน่วยงานที่ต้องรับการตรวจสอบจากกรมบัญชีกลางเช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ หากดำเนินการไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดทางวินัยและอาจต้องคืนเงินเช่นกัน
.
ในช่วงท้าย ประวิทย์ชี้แจงถึงระบบควบคุมและตรวจสอบภายในของ สตง. ว่า แม้ผู้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะเป็นคนละกลุ่มกันแต่ภายในหน่วยงานก็มีการตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การพิจารณาตามลำดับสายบังคับบัญชาไปจนถึงขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักการเงินการคลังซึ่งมีประสบการณ์จากงานตรวจสอบมาก่อน ตนได้ตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายก่อนลงนามอนุมัติโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับที่ สตง. ใช้ตรวจสอบหน่วยงานอื่น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไป ค่าก่อสร้าง ค่าครุภัณฑ์ หรือการจัดซื้อจัดจ้าง หากพบรายการใดไม่ถูกต้องก็จะส่งกลับเพื่อแก้ไข พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนมีเจตนาที่จะปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย
.
รายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖
https://pis.parliament.go.th/PARFileDownloadProxy/download?s=CV62M6OHalqAMHR0uGW4hhSvKVeYCs9X3wIEzp5ya6gFFVORQbDd6z2NOX4hazeVZLHNUJ-dgeVWpOg7-9CLHxz7Fffw_cQcD4NwpPvxamML7xq-ZUykszNzXXH1ZzHyVqwanbP2rcXRByWj78fKKPhwvwEt5x8ZHfSnZQ==&ref=10962729&n=1
.
รายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
https://pis.parliament.go.th/PARFileDownloadProxy/download?s=YE2rOveP_O736v4fVL4SpbqAxyNv7Ce8-jDknYFRT_sTsG4_OCPP0JwNozKTSMGjz3JQ9-IAgtQW9s6vzPDE60qMnaixl30hnNzR8MQr8qtBl8SyZ5N6gZnqTjoSjrFN23aZ3BK86QFJWgKyuD4CY89NC9HGUuCs5KTWPg==&ref=10962733&n=1
#สตง #สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
·
[ชี้ 4 สัญญาณผิดปกติโครงการตึก สตง. ก่อนถล่ม จี้แจงปมสัญญา-วัสดุ-เก้าอี้แพง
สตง. แจงปมตึกสร้างล่าช้า อ้างโควิด-ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง ยันดำเนินการตามระเบียบ]
.
วานนี้ (19 ตุลาคม 2569) ผมได้อภิปรายรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยพบ 4 สิ่งบ่งชี้ความผิดปกติเรื้อรังในโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการ สตง. แห่งใหม่ ซึ่งหากมีการจัดการอย่างเด็ดขาดตั้งแต่แรกอาคารอาจไม่ถล่มลงมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหวในต้นปี 2568
.
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลและไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานอื่นก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องย้อนกลับมาตรวจสอบการทำงานของตัวเองว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะกรณีตึก สตง. ถล่มซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาด้านประสิทธิภาพหรือข้อสงสัยความผิดปกติ แต่เป็นโศกนาฏกรรมที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 คนต้องสังเวยกับเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง หาก สตง. ให้ความสำคัญกับข้อสังเกตจากรายงานของกรมบัญชีกลางในปีงบประมาณ 2566 และ 2567 มากกว่านี้ก็อาจสะกิดใจตรวจสอบก่อนเกิดเหตุได้ ซึ่งในรายงานของกรมบัญชีกลาง ผมสรุปเป็น 4 สิ่งบ่งชี้สำคัญ ดังนี้
.
สิ่งบ่งชี้แรก คือ ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่องทางการเงินแต่ สตง. ไม่ยอมบอกเลิกสัญญา รายงานปี 2566 หน้า 25 ระบุว่าโครงการล่าช้ากว่าแผนอย่างมากเนื่องจากผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องทางการเงิน แต่ สตง. กลับเลือกเจรจากับผู้รับเหมาต่อแทนการประเมินความเสี่ยงและพิจารณาบอกเลิกสัญญา ทั้งที่รายงานหน้า 30 ก็ระบุว่า สตง. ยอมรับเองว่าผู้รับเหมาบริหารเงินทุนผิดพลาดจนขาดสภาพคล่อง และแม้จะเร่งรัดเพียงใดผู้รับจ้างก็ไม่อาจเร่งงานก่อสร้างได้
.
สิ่งบ่งชี้ประการที่สอง คือ การขอแก้แบบก่อสร้างและแก้สัญญาหน้างานถี่เกินไป โดยรายงานปี 2566 หน้า 25 ระบุว่าโครงการนี้มีการแก้ไขสัญญาถึง 7 ฉบับในช่วงปี 2565-2567 ซึ่ง สตง. ชี้แจงว่า 4 ใน 7 ครั้งเป็นการแก้ไขแบบก่อสร้างให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผู้คุมงานควรเสนอแนวทางการแก้ไขก่อนจะถึงช่วงก่อสร้างจริง การแก้แบบหน้างานซ้ำซ้อนเช่นนี้ย่อมเสี่ยงทำให้งานออกมาไม่สมบูรณ์ด้วย และในรายงานปี 2567 หน้า 24–25 กรมบัญชีกลางต้องเข้ามาสอบสวนเจาะลึกข้อเท็จจริง ถึงความถูกต้องของการแก้ไขสัญญาในส่วนนี้ด้วย
.
สิ่งบ่งชี้ประการที่สาม คือ ความหละหลวมในการอนุมัติวัสดุก่อสร้างและการปล่อยให้มี "การจ้างช่วง" โดยรายงานปี 2567 หน้า 25 กรมบัญชีกลางได้ตั้งประเด็นตรวจสอบความถูกต้องกรณีที่จะต้องอนุมัติวัสดุและครุภัณฑ์ของผู้รับจ้าง ซึ่งสะท้อนความน่าสงสัยว่าอาจมีการใช้วัสดุผิดสเปกหรือไม่ได้มาตรฐานเพราะผู้รับเหมาไม่มีเงิน นอกจากนี้ยังมีการพุ่งเป้าตรวจสอบประเด็น "การจ้างช่วง" (subcontracting) ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการลักลอบให้ผู้รับเหมารายย่อยอื่นที่ไม่ได้มาตรฐานมารับช่วงทำโครงสร้างแทน
.
ประการสุดท้าย คือ ประวัติการทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการจ้างออกแบบ หาก สตง. ตัดสินใจเด็ดขาดในการตัดจบสัญญากับผู้รับเหมาที่มีปัญหาทางการเงินตั้งแต่แรกก็อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมได้ ผมไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นการเบรกการทำงานของ สตง. เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องอิฐ หิน ปูน ทราย แต่เป็นเรื่องการกัดกินชีวิตของผู้คนเกือบ 100 คน เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วเราควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการปฏิรูปภายในและปรับแก้กระบวนการต่าง ๆ
.
นอกจากนี้ผมอยากให้ สตง. ชี้แจงปัญหาการก่อสร้างอาคารในต่างจังหวัดด้วย ในรายงานปี 2567 ระบุว่ามีอาคารก่อสร้างล่าช้า 2 แห่งและมีการบอกเลิกสัญญา 5 แห่ง ซึ่งไม่ปรากฏในรายงานปี 2566 จึงอยากทราบว่า สตง. มีกระบวนการติดตามโครงการที่ล่าช้าอย่างไร และหลังจากบอกเลิกสัญญาแล้ว มีแนวทางดำเนินการต่ออย่างไร
.
อีกประเด็นหนึ่ง คือ การจัดซื้อเก้าอี้ในตำแหน่งกราบเรียนในราคาตัวละ 90,000 บาท แม้โฆษก สตง. จะชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ แต่สังคมยังคงจับตาว่า สตง. ใช้หลักเกณฑ์และดุลพินิจใดในการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะการตัดสินใจของ สตง. อาจกลายเป็นบรรทัดฐานให้หน่วยงานอื่นนำไปใช้ด้วย ผมจึงอยากให้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าการกำหนดคุณลักษณะและราคาของเก้าอี้ดังกล่าวเป็นไปตามหลักการใดในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ทั้งหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส ประสิทธิภาพและประสิทธิผล และการตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการกล่าวถึงเหตุผลเรื่องตำแหน่งกราบเรียนก็อยากทราบว่า เหตุผลดังกล่าวสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทั้ง 4 นี้อย่างไร
.
อีกประเด็นที่ผมอยากสอบถาม คือ กรณีที่ สตง. ส่งหนังสือถึง Thai PBS เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม กระบวนการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นและการเปิดเผยข้อเท็จจริงเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับสิทธิในการชี้แจงของผู้ที่ถูกตรวจสอบ แต่ในกรณีนี้หนังสือของ สตง. ไม่ได้ระบุว่าสกู๊ปดังกล่าวมีข้อมูลบิดเบือนหรือผิดพลาดตรงไหนแต่กลับกล่าวหาว่าเป็นการชี้นำสังคม ในฐานะที่ผมเคยทำงานสื่อมาก่อนเห็นว่าข้อกล่าวหาเช่นนี้คลุมไป หากมีข้อมูลส่วนใดผิดพลาด สตง. ก็ควรชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชนที่เฝ้าดูอยู่ แม้ว่า สตง มีสิทธิ์ที่จะส่งจดหมายแต่การดำเนินการเช่นนี้เป็นการขู่กลาย ๆ เพราะว่าทาง สตง. เองก็มีอำนาจในการตรวจสอบองค์กร
.
ผมสรุปตอนท้ายว่า สตง. เป็นองค์กรที่สังคมจับตามองเพราะมีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานอื่น ดังนั้นคนก็จะเฝ้ามองว่าวิธีการ แนวทางการทำงาน และวิธีปฏิบัติของ สตง. อาจกลายเป็นแบบอย่างให้กับองค์กรอื่นในภาครัฐด้วย หาก สตง. เลือกใช้วิธีการเช่นนี้ หน่วยงานอื่นก็อาจนำไปปฏิบัติตามได้เช่นกัน จึงหวังว่า สตง. จะชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทบทวนและปฎิรูปและเปลี่ยนแปลงวิธีคิดในฐานะที่เป็นองค์กรที่จะตรวจสอบ เป็นแม่แบบและเป็นแบบอย่างขององค์กรอื่น ๆในรัฐนี้
.
ด้านประวิทย์ ตันตราจินต์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ชี้แจงต่อคำถามของสมาชิกวุฒิสภาในภาพรวมผลการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และ 2567 โดยชี้แจงประเด็นการเบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้าว่าปัญหาส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2565 ซึ่งส่งผลให้ผู้รับจ้างหลายรายขาดสภาพคล่องและประสบปัญหาด้านแรงงาน ประกอบกับมาตรการขยายเวลาของกรมบัญชีกลาง ทำให้การก่อสร้างล่าช้าและส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและกลับมาดำเนินการก่อสร้างได้ การเบิกจ่ายจึงต้องเป็นไปตามงวดงานที่ค้างมาจากปีก่อน ส่งผลให้อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2566 อยู่ในระดับต่ำมากเพียงร้อยละ 10
.
สำหรับเรื่องการก่อสร้างตึก ในช่วงที่มีการตรวจสอบตามรายงานของกรมบัญชีกลาง โครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยปัญหาหลักที่พบในขณะนั้นคือการก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า ยังไม่มีประเด็นเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุการก่อสร้างล่าช้าเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เช่นเดียวกับการเบิกจ่ายงบลงทุนทั่วไปที่ล่าช้าเช่นกัน และเพราะผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องด้วย ซึ่งโครงการก่อสร้างตึกก็ได้รับขยายระยะเวลาตามมาตรการโควิด 500 กว่าวัน
.
สตง. ไม่ได้ละเลยปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้มีหนังสือเร่งรัดและติดตามการดำเนินงานจากผู้รับจ้างหลายครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเห็นว่าผู้รับจ้างอาจไม่มีความพร้อมที่จะดำเนินโครงการต่อ จึงพิจารณายกเลิกสัญญา กระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 คณะกรรมการตรวจรับมีมติให้ยกเลิกสัญญา ปัจจุบันทั้งสัญญาก่อสร้างอาคารและสัญญาควบคุมงานได้ถูกยกเลิกเรียบร้อยแล้ว
.
สำหรับกรณีอาคารสำนักงาน สตง. ในต่างจังหวัด 5 แห่งที่ก่อสร้างล่าช้าและถูกทิ้งร้าง ภายหลังยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างเดิมได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ครบทั้ง 5 แห่งแล้ว ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 3 แห่ง ส่วนอีก 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัดตากและจังหวัดพะเยา คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนภายในปี 2570
.
ส่วนข้อซักถามเฉพาะเรื่อง เช่น ราคาครุภัณฑ์หรือเก้าอี้ผู้บริหาร ประวิทย์ชี้แจงว่าตนไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงจึงอาจไม่มีรายละเอียดข้อมูลทั้งหมด แต่ได้สอบถามผู้รับผิดชอบและได้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเก้าอี้สำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ใช้งานมีราคาตัวละกว่า 10,000 บาท ทั้งนี้สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบันยืนยันว่า สตง. ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานครุภัณฑ์หรือหลักเกณฑ์การประเมินราคา เนื่องจาก สตง. เองก็เป็นหน่วยงานที่ต้องรับการตรวจสอบจากกรมบัญชีกลางเช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ หากดำเนินการไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดทางวินัยและอาจต้องคืนเงินเช่นกัน
.
ในช่วงท้าย ประวิทย์ชี้แจงถึงระบบควบคุมและตรวจสอบภายในของ สตง. ว่า แม้ผู้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะเป็นคนละกลุ่มกันแต่ภายในหน่วยงานก็มีการตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การพิจารณาตามลำดับสายบังคับบัญชาไปจนถึงขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักการเงินการคลังซึ่งมีประสบการณ์จากงานตรวจสอบมาก่อน ตนได้ตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายก่อนลงนามอนุมัติโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับที่ สตง. ใช้ตรวจสอบหน่วยงานอื่น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไป ค่าก่อสร้าง ค่าครุภัณฑ์ หรือการจัดซื้อจัดจ้าง หากพบรายการใดไม่ถูกต้องก็จะส่งกลับเพื่อแก้ไข พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนมีเจตนาที่จะปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย
.
รายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖
https://pis.parliament.go.th/PARFileDownloadProxy/download?s=CV62M6OHalqAMHR0uGW4hhSvKVeYCs9X3wIEzp5ya6gFFVORQbDd6z2NOX4hazeVZLHNUJ-dgeVWpOg7-9CLHxz7Fffw_cQcD4NwpPvxamML7xq-ZUykszNzXXH1ZzHyVqwanbP2rcXRByWj78fKKPhwvwEt5x8ZHfSnZQ==&ref=10962729&n=1
.
รายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
https://pis.parliament.go.th/PARFileDownloadProxy/download?s=YE2rOveP_O736v4fVL4SpbqAxyNv7Ce8-jDknYFRT_sTsG4_OCPP0JwNozKTSMGjz3JQ9-IAgtQW9s6vzPDE60qMnaixl30hnNzR8MQr8qtBl8SyZ5N6gZnqTjoSjrFN23aZ3BK86QFJWgKyuD4CY89NC9HGUuCs5KTWPg==&ref=10962733&n=1
#สตง #สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน