วันศุกร์, ตุลาคม 23, 2569

เรื่องนี้รัฐบาลไทยต้องตาม ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังพัวพันกับการเมืองระหว่างประเทศและความมั่นคง - รัฐบาล 'มิน อ่อง หล่าย' ล้วงลูกไทย อ้างพื้นที่เมียนมา เข้าถึงข้อมูลแรงงาน-ข่มขู่สื่อ ขูดรีดภาษีแรงงานคืนประเทศ ไม่จ่ายไม่ต่อพาสปอร์ต / ไม่กลับไปทำเรื่องที่บ้านก็ไม่ได้ทำงานในไทยต่อ กับดักหาคนเติมกองทัพ??? เศรษฐกิจไทยสะดุดแน่


รัฐบาล 'มิน อ่อง หล่าย' ล้วงลูกไทย อ้างพื้นที่เมียนมา เข้าถึงข้อมูลแรงงาน-ข่มขู่สื่อ | TODAY

สำนักข่าวทูเดย์

Oct 21, 2026 

https://www.youtube.com/watch?v=MqWjtacprxo
.....


Pod Nathaphob
16 hours ago
·
สืบหาข้อมูลมาได้ว่าเจ้าของศูนย์ CI พม่าที่สมุทรปราการตัวจริง ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือ ญาติของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ชื่อ 'อู ขิ่น หม่อง จ่อ' (U Khin Maung Kyaw) คนใส่เสื้อดำทางซ้ายสุดในรูป
.
หลังจากโพสต์เมื่อวานที่ถูกมาเฟียทั้งไทยและพม่าประจำศูนย์ CI ตม สมุทรปราการ พยายามคุกคามและขัดขวางการรายงานข่าวเหตุการณ์กระบวนการทำ CI ของแรงงานข้ามชาติเมียนมา มีหลายคนก็ติดต่อเข้ามาช่วยเหลือและส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ก็ได้รับข้อมูลชิ้นใหม่มาว่า "เจ้าของศูนย์ CI ตม สมุทรปราการ มีชื่อว่า 'คิม หม่อง จอ' กรรมการผู้จัดการบริษัท United K.M.K ซึ่งเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารรับรองตัวบุคคล (Certificate of Identity หรือ CI) มาแล้วในอดีต
.
ปัจจุบันคนของมิน อ่อง หล่าย เข้ามาเปิดศูนย์ออกเอกสารยืนยันตัวบุคคล ( CI) จำนวน 5 แห่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ชาวเมียนมาปฏิบัติงานอยู่รวม 31 คน ทั้งนี้ บริษัท ยูไนเต็ด เค.เอ็ม.เค จำกัด (United K.M.K Co., Ltd.) ของอู ขิ่น หม่อง จ่อ ได้รับสัมปทานครอบครัว เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านเทคนิค ภายในศูนย์ดังกล่าว
.
จากรายงานของสำนักข่าว The Irrawaddy เมื่อปี 2023 ระบุว่าภรรยาของอู ขิ่น หม่อง จ่อมีความเกี่ยวข้องทางเครือญาติกับ นางจู จู ลา (Daw Kyu Kyu Hla) ภรรยาของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า U Khin Maung Kyaw ผู้นี้เคยเป็นนายทหารเมียนมาที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนฝึกนายทหาร (Officer Training School - OTS) รุ่นที่ 71
.
อีกด้านหนึ่งก็พบข้อมูลว่า U Khin Maung Kyaw เป็นนักธุรกิจชาวพม่า รวมทั้ง​เป็นเครือข่ายนายหน้าค้าอาวุธและเทคโนโลยีความมั่นคงรายใหญ่ของกองทัพพม่า (Tatmadaw) ผ่านกลุ่มบริษัท เช่น Dynasty International Company Limited ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกา (OFAC), สหภาพยุโรป (EU), สหราชอาณาจักรและแคนาดา ในฐานะผู้จัดหาอาวุธและยุทโธปกรณ์ให้แก่รัฐบาลทหารพม่า
.
สำหรับความเกี่ยวข้องกับศูนย์ CI ในไทยนั้น แม้ในทางนิตินัย (เอกสารทางการ) ไม่ปรากฏชื่อ อู ขิ่น หม่อง จ่อ เป็นผู้ดำเนินงานหรือถือหุ้นตรงในกระบวนการจัดตั้งศูนย์ CI เนื่องจากหน้าฉากเป็นข้อตกลงระดับรัฐบาลระหว่างกระทรวงแรงงานไทยกับสถานทูตเมียนมา
.
แต่ใน​ทางพฤตินัย เครือข่ายผลประโยชน์ ​ระบบศูนย์ CI, คิวทำเอกสาร, การเก็บภาษีเงินได้ และการบังคับโอนเงินกลับประเทศของแรงงาน เป็นแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศโดยตรงของ SAC (สภาบริหารแห่งรัฐพม่า) ซึ่งการบริหารจัดการพื้นที่หน้างาน สัญญาเช่าสถานที่เอกชน และบริการจุด One-stop service มักถูกจัดสรรผ่านกลุ่มเอเจนซี่/โบรกเกอร์ที่มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเครือข่ายผู้นำทหารพม่าในเนปิดอว์
.
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังพบอีกว่ามีบริษัทอีกหนึ่งแห่งของ Aung Pyae Sone บุตรชายของ มิน อ่อง หล่าย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เกี่ยวกับเอกสาร CI นี้ด้วยเช่นกัน นั่นเท่ากับว่าศูนย์ CI ทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และชลบุรี กลายเป็นแห่งธุรกิจครอบครัวแห่งใหม่ให้กับตระกูลผู้นำทหารพม่า มาดำเนินธุรกิจขูดรีดแรงงานข้ามชาติในไทยได้อย่างหน้าตาเฉย
.
ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นพวกนักสิทธิมนุษยชน อนุรักษ์นิยม ชาตินิยม แนวคิดใดก็ตามแต่ ในฐานะคนไทยการปล่อยให้คนเหล่านี้ที่มีความไม่โปร่งใส ถูกนานาชาติคว่ำบาตร มาขูดรีดแรงงานของพวกเขาถึงในบ้านของเรา อย่างน้อยๆ เราควรเห็นตรงกันสักครั้งว่า นี่คือสิ่งที่ควรต่อต้านและเรียกร้องให้พวกมื้อเปื้อนเลือดเหล่านี้อออกไปจากประเทศไทยอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ใช่มาใช้ประเทศของเราทำธุรกิจแบบนี้
.
และหากถ้ารัฐบาลไทยยังนิ่งเฉย ผมเห็นว่าเดือนหน้าจะมีการจัดประชุม United Nations Forum on Business and Human Rights 23–25 พ.ย. 2569 ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คงขายหน้าไม่น้อยถ้าหากเรื่องดังกล่าวนี้จะถูกนำไปเสนอต่อนานาชาติในที่ประชุม
.
ประเทศไทยมีทางเลือกสามารถพิจารณาเปิดขึ้นทะเบียนและต่ออายุแรงงานฝ่ายเดียวแบบชั่วคราวไปก่อน เพื่อให้แรงงานทุกคนสามารถเข้าสู่ระบบได้ภายในระยะเวลา 1–2 ปี ประเทศไทยมีฐานข้อมูลของแรงงานกลุ่มนี้อยู่แล้ว ผ่านการเก็บอัตลักษณ์บุคคลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, การทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) โดยกระทรวงมหาดไทย รวมถึงการเก็บข้อมูลสุขภาพผ่านการตรวจสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบฐานข้อมูลของไทยมีความพร้อมมากกว่ารัฐบาลพม่า ในการดำเนินการลงทะเบียนแรงงานกลุ่มนี้ แต่ไทยไม่เลือกทางนี้ แต่เลือกเปิดประตูบ้านให้โจรเข้ามาปล้นคนงานถึงในบ้านตนเอง
.
ท้ายที่สุดได้รับข้อมูลจากในพื้นที่มาว่า เช้าวันนี้ศูนย์ CI ตม สมุทรปราการ ปิดประตูไม่ให้คนภายนอกเข้าไปสังเกตการณ์แล้ว จากที่ควรทำให้โปร่งใส กลับยิ่งมีพิรุธถึงกระบวนการข้างในนั้น สรุปแล้วภายในศูนย์ CI ทั้ง 5 แห่ง รัฐบาลนี้ยกอำนาจการบริหารที่ดินให้กับเผด็จการทหารพม่าทำอะไรได้ตามอำเภอใจในราชอาณาจักรเลยใช่ไหม นี่คือคำถามสำคัญ
.
แหล่งข้อมูล
Junta Insider Wins Myanmar Migrant Contract in Thailand
https://www.irrawaddy.com/.../junta-insider-wins-myanmar...

https://www.facebook.com/photo/?fbid=28728501690177360&set=a.246721065448803
.....




Pod Nathaphob
15 hours ago
·
มีคอมเม้นต์จากโพสต์ที่แล้วเรื่องเจ้าของศูนย์ CI ที่เป็นญาติมิน อ่องหล่าย และถามว่า 'ทำไมเจ้าหน้าที่ไทยถึงไม่สนใจเรื่องอันตรายแบบนี้เลยแปลกไหม'
.
แต่ข้อเท็จจริงคือ กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ของไทยเรานี่ละครับ ที่เป็นคนอำนวยความสะดวกด้านการตรวจลงตราให้แก่เจ้าหน้าที่ทางการเมียนมาที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ CI ด้วยตนเอง
.
สาระสำคัญของจดหมายดังกล่าวคือ การอำนวยความสะดวกให้ทางการเมียนมาจัดส่งเจ้าหน้าที่จำนวน 33 ราย เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ CI ทั้ง 5 แห่งในไทย
.
ผมไม่ได้ต้องการกล่าวโทษกรมจัดหางาน แต่อยากให้พวกท่านรู้ว่าการอนุญาตให้รัฐบาลทหารพม่าเอาคนของตนเองเข้ามามีอำนาจในศูนย์ CI นั้น สิ่งที่ตามมาคือการที่รัฐบาลพม่า ดึงเอาพวกพ้อง ญาติ มาเฟีย ที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร มาหาผลประโยชน์ภายในศูนย์ CI พวกท่านควรยอมรับข้อผิดพลาด ที่ปล่อยปะละเลยไม่มีการตรวจสอบภายในศูนย์ CI ปล่อยให้พวกพ้องทหารพม่าเข้ามาทำอะไรก็ได้แบบนี้ได้อย่างไร ควรยุติการดำเนินการของศูนย์​ CI ทั้งหมดจนกว่าจะมีความโปร่งใส มีเจ้าหน้าที่รัฐไทยคอยควบคุมดูแล และเปิดให้สื่อมวลชน คนทั่วไปสามารถเข้าไปสังเกตการณ์กระบวนการได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ทั้งมาเฟียไทยกับพม่ารวมหัวกันยึดครองอำนาจในพื้นที่แบบนี้
.
เมื่อสักครู่มีแรงงานคนหนึ่งที่เจอผมเมื่อวานที่ศูนย์ CI สมุทรปราการ ได้โทรเข้ามาหาผม และขอให้ปิดบังตัวตนเขา เขาร้องขอผมในฐานะสื่อมวลชนว่า อยากให้กลับมาที่ศูนย์ CI อีกครั้งได้ไหม เพราะตอนนี้พวกแรงงานถูกขูดรีด จนไม่ไหวกันแล้วแต่ไม่สามารถเรียกร้องใครได้ เอาง่ายๆ แม้กระทั่งข้าวที่จะกินยังต้องรอใบเสร็จจากทางรัฐบาลพม่า และต้องกินข้าวเท่าที่ทางการพม่าจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่เรือนจำพม่า ขอเรียกร้องใ้ห้ยุติศูนย์ CI และจัดการเอาคนพม่าที่มีความสัมพันธ์กับผู้นำทหารพม่า และจ้องจะรีดไถ่แรงงานออกไปจากประเทศไทยในทันที

กรมการจัดหางาน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

https://www.facebook.com/photo?fbid=28728958060131723&set=a.246721065448803

.....

.....



The101.world
17 hours ago
·
"มาตรการด้านเอกสารและหนังสือเดินทางจึงถูกนำมาใช้ควบคู่กับการหารายได้ โดยมีเป้าหมายทั้งการดึงเงินเข้าสู่คลังของรัฐบาลทหาร การกดดันให้คนหนุ่มสาวเดินทางกลับประเทศเพื่อเข้าสู่ระบบเกณฑ์ทหาร และการตรวจสอบบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการต่อต้านรัฐบาล"
.
อดิศร เกิดมงคล เขียนถึงมาตรการควบคุมหนังสือเดินทาง การโอนเงิน และการเก็บภาษีของรัฐบาลทหารพม่า กำลังผลักแรงงานและผู้อพยพชาวเมียนมาหลายกลุ่มเข้าสู่ภาวะไร้เอกสาร ขณะที่ไทยต้องรับแรงกระทบทั้งด้านแรงงาน สาธารณสุข ความมั่นคง และสิทธิมนุษยชน
.
อ่านได้ที่: https://www.the101.world/myanmar-passport
.
"ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเป็นหนังสือเดินทางประเภททำงานหรือประเภทการศึกษา ต้องยื่นเรื่องเพื่อรอการอนุมัติรายชื่อจากกรุงเนปิดอว์ผ่านช่องทางของสถานทูต ทำให้กระบวนการใช้เวลานานและไม่มีความแน่นอน"
.
"ผู้ขอต่ออายุบางกลุ่มยังต้องเดินทางกลับไปพม่า เพื่อสแกนลายนิ้วมือและดวงตา รวมถึงต้องมีเอกสารรับรองจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมือง กองกำลังต่อต้าน หรือขบวนการต่อต้านรัฐบาล หากสมาชิกในครอบครัวมีประวัติการต่อต้าน รัฐบาลพม่าอาจปฏิเสธการออกหนังสือเดินทาง"
.
"มาตรการเหล่านี้เริ่มถูกบังคับใช้อย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงปี 2566–2567 โดยมีการผลักดันระบบโอนเงินผ่านบริษัทจัดหางานเอกชน ก่อนที่มาตรการด้านหนังสือเดินทางจะสร้างความกังวลอย่างหนักแก่แรงงาน นักศึกษา และผู้อพยพชาวเมียนมาในประเทศไทย"
.
ภาพถ่าย: ณฐาภพ สังเกตุ
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1659941035500696&set=a.523964959098315