วริสา มีเจริญ - Warisa Meecharoen
Yesterday
·
วันนี้จูนได้มีโอกาสร่วมประชุมกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่ง #กรมวิชาการเกษตร ก็ได้มาพูดคุยประเด็นร่าง พ.ร.บ.พันธุ์พืช ฉบับใหม่ UPOV และมีเรื่องกะเพราโผล่ขึ้นมาด้วย ก็เลยมีบางประเด็นที่จูนสงสัยอยู่ค่ะ
.
ก่อนอื่นต้องบอกว่าจูนสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ทุกชนิดนะคะ และที่จูนสงสัยก็ไม่ใช่แค่เรื่อง #กะเพราแก้วจุรี ทั้ง 4 พันธุ์ของ #ซีพีแรม แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ค่ะ
.
จูนเพิ่งทราบจริง ๆ ว่าการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ใช้การพิจารณาลักษณะที่พืชแสดงออก (Phenotype) เป็นหลัก ว่ามีความแตกต่างจากพันธุ์อื่นชัดเจนหรือไม่ ตามหลัก DUS โดยไม่จำเป็นต้องตรวจเปรียบเทียบพันธุกรรม (Genome)
(
ตรงจุดนี้จูนคิดเองมาเสมอว่าต้องยืนยันด้วยการเทียบ Genome กับพันธุ์อื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว)
.
จากข้อมูลที่ระบุว่า กะเพราแก้วจุรี 01-04 ของซีพีแรม พัฒนามาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองรหัส CPR1 โดยใช้สารเคมีชักนำให้เพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม ร่วมกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และตรวจปริมาณ DNA ด้วยเทคนิค Flow cytometry
.
แต่พอจูนลองค้นหาข้อมูล ก็เกิดคำถามว่า แล้วกะเพราพื้นเมือง CPR1 เป็นกะเพราอะไร? กะเพราแดง กะเพราขาว กะเพราป่า? แล้วหน้าตาต่างจากกะเพราแก้วจุรีแค่ไหน?
.
เนื่องจากลักษณะประจำพันธุ์ของแก้วจุรี 01-04 เอง บางลักษณะก็ดูแตกต่างกันไม่มากนะคะ คือความต่างเล็กน้อยนี้มันอาจเพียงพอในทางวิชาการก็ได้ แต่เอาจริง ๆ (จากความสงสัยส่วนตัว) เราใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าความแตกต่างนั้นเพียงพอ?
(อยากชวนให้ดูข้อมูลและภาพได้ตามเอกสารที่แนบในคอมเมนต์นะคะ)
.
กะเพราในไทยมีหลายสายพันธุ์ และกะเพราใบใหญ่ที่พัฒนาด้วยวิธีใกล้เคียงกัน ก็ไม่ได้มีแค่แก้วจุรี แต่ยังมี KU034-C8-14, KU034-C8-21 และ KU034-C8-24 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาขึ้นมาก่อนด้วย
.
เพราะฉะนั้น สิ่งที่จูนอยากรู้คือ เมื่อมีพันธุ์พืชใดมาขอรับสิทธิคุ้มครอง ทางกรมวิชาการเกษตรได้นำพันธุ์อื่น ๆ ที่มีอยู่เดิมมาเปรียบเทียบด้วยหรือไม่?
.
ถ้ากะเพราแก้วจุรีมีลักษณะคล้ายคลึงจนอาจซ้ำกับกะเพราสายพันธุ์อื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว จะทำอย่างไร?
มีการเปรียบเทียบกะเพราแก้วจุรีกับกะเพราพื้นเมืองที่มีอยู่ในประเทศไทยมากเพียงใด เพื่อยืนยันว่าลักษณะที่ใช้จำแนกแก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04 นั้นแตกต่างจากพันธุ์อื่นจริง?
เข้าใจว่าการปรับปรุงพันธุ์ย่อมทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ก็ยังอยากทราบวิธีการตรวจสอบจริง ๆ ค่ะ
.
ลองมองดูทางสหรัฐอเมริกา เขามีแนวทางให้นำพันธุ์ใหม่ไปเปรียบเทียบกับพันธุ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงที่สุด ภายใต้สภาพการปลูกเดียวกัน เพื่อดูว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนหรือไม่
(
แก้ไขเพิ่มนะคะ- มีคนให้ข้อมูลมาว่าที่ไทยก็มีการปลูกเทียบเหมือนกัน)
.
ก็เลยอยากชวนคิดว่า ไทยมีฐานข้อมูลพันธุ์พืชสำหรับใช้เปรียบเทียบมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะพันธุ์พื้นเมืองที่มีอยู่หลากหลาย และไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนไว้ทุกพันธุ์ เช่น กะเพรา
แล้วถ้าเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีพันธุ์พื้นเมืองอะไรอยู่ก่อนบ้าง เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพันธุ์ที่กำลังขอรับความคุ้มครองนั้นแตกต่างจากพันธุ์ที่มีอยู่เดิมจริง?
.
อีกเรื่องที่ยังสงสัยคือความคงตัว (Stability) เพราะเอกสารแก้วจุรีระบุว่ามีการปลูกทดสอบใน 2 พื้นที่ ระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน 2565 จูนจึงอยากทราบว่ามีการทดสอบกี่รอบการปลูก และมีหลักฐานอะไรยืนยันว่าลักษณะที่แตกต่างเหล่านั้นยังคงอยู่เมื่อขยายพันธุ์ต่อไป
.
ทั้งหมดนี้จูนยังไม่ได้สรุปว่ากระบวนการตรวจสอบของกรมวิชาการเกษตรมีข้อบกพร่องนะคะ เพราะเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะอาจไม่ใช่ผลการตรวจสอบทั้งหมด และอาจมีข้อมูลที่จูนยังไม่ทราบอีกมาก
.
แต่ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นช่องโหว่ของการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่หรือไม่?
ลองคิดดูว่า ถ้าวันหนึ่งเกษตรกรปลูกกะเพราพื้นเมืองที่ปลูกกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่กลับมีลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์ที่ได้รับสิทธิคุ้มครองไปแล้ว เราจะใช้หลักฐานอะไรพิสูจน์ว่าเป็นพันธุ์ที่มีอยู่ก่อน ไม่ใช่พันธุ์ที่ไปละเมิดสิทธิของใคร?
และใครควรเป็นฝ่ายรับผิดชอบ?
.
และสุดท้าย จูนคิดว่าการตั้งคำถามเรื่องนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับการสนับสนุนงานวิจัยพัฒนาพันธุ์พืชแต่อย่างใดค่ะ
เราอยากเห็นพันธุ์พืชใหม่ๆ แต่ก็ควรมั่นใจด้วยว่าจะไม่ไปสร้างปัญหาให้กับคนที่ปลูกพันธุ์พืชดั้งเดิมอยู่ก่อนแล้วค่ะ
หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำเข้ามาได้นะคะ
·
วันนี้จูนได้มีโอกาสร่วมประชุมกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่ง #กรมวิชาการเกษตร ก็ได้มาพูดคุยประเด็นร่าง พ.ร.บ.พันธุ์พืช ฉบับใหม่ UPOV และมีเรื่องกะเพราโผล่ขึ้นมาด้วย ก็เลยมีบางประเด็นที่จูนสงสัยอยู่ค่ะ
.
ก่อนอื่นต้องบอกว่าจูนสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ทุกชนิดนะคะ และที่จูนสงสัยก็ไม่ใช่แค่เรื่อง #กะเพราแก้วจุรี ทั้ง 4 พันธุ์ของ #ซีพีแรม แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ค่ะ
.
จูนเพิ่งทราบจริง ๆ ว่าการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ใช้การพิจารณาลักษณะที่พืชแสดงออก (Phenotype) เป็นหลัก ว่ามีความแตกต่างจากพันธุ์อื่นชัดเจนหรือไม่ ตามหลัก DUS โดยไม่จำเป็นต้องตรวจเปรียบเทียบพันธุกรรม (Genome)
(
ตรงจุดนี้จูนคิดเองมาเสมอว่าต้องยืนยันด้วยการเทียบ Genome กับพันธุ์อื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว).
จากข้อมูลที่ระบุว่า กะเพราแก้วจุรี 01-04 ของซีพีแรม พัฒนามาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองรหัส CPR1 โดยใช้สารเคมีชักนำให้เพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม ร่วมกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และตรวจปริมาณ DNA ด้วยเทคนิค Flow cytometry
.
แต่พอจูนลองค้นหาข้อมูล ก็เกิดคำถามว่า แล้วกะเพราพื้นเมือง CPR1 เป็นกะเพราอะไร? กะเพราแดง กะเพราขาว กะเพราป่า? แล้วหน้าตาต่างจากกะเพราแก้วจุรีแค่ไหน?.
เนื่องจากลักษณะประจำพันธุ์ของแก้วจุรี 01-04 เอง บางลักษณะก็ดูแตกต่างกันไม่มากนะคะ คือความต่างเล็กน้อยนี้มันอาจเพียงพอในทางวิชาการก็ได้ แต่เอาจริง ๆ (จากความสงสัยส่วนตัว) เราใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าความแตกต่างนั้นเพียงพอ?(อยากชวนให้ดูข้อมูลและภาพได้ตามเอกสารที่แนบในคอมเมนต์นะคะ)
.
กะเพราในไทยมีหลายสายพันธุ์ และกะเพราใบใหญ่ที่พัฒนาด้วยวิธีใกล้เคียงกัน ก็ไม่ได้มีแค่แก้วจุรี แต่ยังมี KU034-C8-14, KU034-C8-21 และ KU034-C8-24 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาขึ้นมาก่อนด้วย
.
เพราะฉะนั้น สิ่งที่จูนอยากรู้คือ เมื่อมีพันธุ์พืชใดมาขอรับสิทธิคุ้มครอง ทางกรมวิชาการเกษตรได้นำพันธุ์อื่น ๆ ที่มีอยู่เดิมมาเปรียบเทียบด้วยหรือไม่?.
ถ้ากะเพราแก้วจุรีมีลักษณะคล้ายคลึงจนอาจซ้ำกับกะเพราสายพันธุ์อื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว จะทำอย่างไร?
มีการเปรียบเทียบกะเพราแก้วจุรีกับกะเพราพื้นเมืองที่มีอยู่ในประเทศไทยมากเพียงใด เพื่อยืนยันว่าลักษณะที่ใช้จำแนกแก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04 นั้นแตกต่างจากพันธุ์อื่นจริง?เข้าใจว่าการปรับปรุงพันธุ์ย่อมทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ก็ยังอยากทราบวิธีการตรวจสอบจริง ๆ ค่ะ
.
ลองมองดูทางสหรัฐอเมริกา เขามีแนวทางให้นำพันธุ์ใหม่ไปเปรียบเทียบกับพันธุ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงที่สุด ภายใต้สภาพการปลูกเดียวกัน เพื่อดูว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนหรือไม่
(
แก้ไขเพิ่มนะคะ- มีคนให้ข้อมูลมาว่าที่ไทยก็มีการปลูกเทียบเหมือนกัน).
ก็เลยอยากชวนคิดว่า ไทยมีฐานข้อมูลพันธุ์พืชสำหรับใช้เปรียบเทียบมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะพันธุ์พื้นเมืองที่มีอยู่หลากหลาย และไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนไว้ทุกพันธุ์ เช่น กะเพรา
แล้วถ้าเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีพันธุ์พื้นเมืองอะไรอยู่ก่อนบ้าง เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพันธุ์ที่กำลังขอรับความคุ้มครองนั้นแตกต่างจากพันธุ์ที่มีอยู่เดิมจริง?.
อีกเรื่องที่ยังสงสัยคือความคงตัว (Stability) เพราะเอกสารแก้วจุรีระบุว่ามีการปลูกทดสอบใน 2 พื้นที่ ระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน 2565 จูนจึงอยากทราบว่ามีการทดสอบกี่รอบการปลูก และมีหลักฐานอะไรยืนยันว่าลักษณะที่แตกต่างเหล่านั้นยังคงอยู่เมื่อขยายพันธุ์ต่อไป.
ทั้งหมดนี้จูนยังไม่ได้สรุปว่ากระบวนการตรวจสอบของกรมวิชาการเกษตรมีข้อบกพร่องนะคะ เพราะเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะอาจไม่ใช่ผลการตรวจสอบทั้งหมด และอาจมีข้อมูลที่จูนยังไม่ทราบอีกมาก
.
แต่ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นช่องโหว่ของการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่หรือไม่?
ลองคิดดูว่า ถ้าวันหนึ่งเกษตรกรปลูกกะเพราพื้นเมืองที่ปลูกกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่กลับมีลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์ที่ได้รับสิทธิคุ้มครองไปแล้ว เราจะใช้หลักฐานอะไรพิสูจน์ว่าเป็นพันธุ์ที่มีอยู่ก่อน ไม่ใช่พันธุ์ที่ไปละเมิดสิทธิของใคร?และใครควรเป็นฝ่ายรับผิดชอบ?
.
และสุดท้าย จูนคิดว่าการตั้งคำถามเรื่องนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับการสนับสนุนงานวิจัยพัฒนาพันธุ์พืชแต่อย่างใดค่ะ
เราอยากเห็นพันธุ์พืชใหม่ๆ แต่ก็ควรมั่นใจด้วยว่าจะไม่ไปสร้างปัญหาให้กับคนที่ปลูกพันธุ์พืชดั้งเดิมอยู่ก่อนแล้วค่ะ
หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำเข้ามาได้นะคะ