วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 29, 2569

ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลที่พ่ายแพ้ ก้าวลงจากเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวในไมอามี พร้อมครอบครัว หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์อนุมัติให้เขาเข้าสหรัฐอเมริกาได้ แม้จะมีคำสั่งศาลห้ามเขาออกจากประเทศบ้านเกิดก็ตาม เหตุใดโบลโซนาโรและครอบครัวจึงลี้ภัยไปยังสหรัฐอเมริกาหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีในบราซิล










ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ได้เดินทางถึงรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา หลังจากหลบหนีออกนอกประเทศพร้อมกับครอบครัว ซึ่งได้รับวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ ศาลสูงสุดของบราซิลได้มีคำสั่งให้เขาส่งมอบหนังสือเดินทางคืน ท่ามกลางการสอบสวนในคดีฟอกเงิน







 




https://x.com/FoxNews/status/2115489205685985663

ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ได้เดินทางถึงไมอามีโดยเครื่องบินส่วนตัว หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์อนุมัติให้เขาเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาได้ แม้ว่าจะมีคำสั่งศาลห้ามไม่ให้เขาเดินทางออกนอกประเทศก็ตาม

มีรายงานว่า โบลโซนาโรใช้หนังสือเดินทางอิตาลีเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศอาร์เจนตินาพร้อมกับครอบครัว ก่อนจะขึ้นเครื่องบินส่วนตัวซึ่งแวะพักที่ประเทศเอกวาดอร์ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าสู่รัฐฟลอริดา

รัฐบาลของทรัมป์ยืนยันว่าได้ออกวีซ่าให้แก่โบลโซนาโรและครอบครัว เพียงไม่กี่วันหลังจากที่เขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่: https://foxnews.com/world/sen-flavio-bolsonaro-reportedly-flees-brazil-us-election-loss

.....

สมาชิกในครอบครัวโบลโซนาโรได้เดินทางไปหรือขอลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาหลังความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง เนื่องจากมีการสอบสวนทางกฎหมายที่กำลังจะเกิดขึ้น การดำเนินคดีอาญาที่อาจเกิดขึ้น และความปรารถนาทางการเมืองที่จะรักษาสถานะในเวทีระหว่างประเทศ

ปัจจัยทางกฎหมายและการเมืองที่สำคัญ

การหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีและการควบคุมตัวทันที:

ไจร์ โบลโซนาโร (ธันวาคม 2022): ตัดสินใจเดินทางไปฟลอริดา 2 วันก่อนหมดวาระ การออกจากตำแหน่งก่อนกำหนดทำให้เขาเสียเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมายของประธานาธิบดี (foro privilegiado) และหลีกเลี่ยงการส่งมอบอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยแบบดั้งเดิมให้กับลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา เขาเผชิญกับการสอบสวนทางอาญาหลายคดี รวมถึงข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งเสริมข้อกล่าวอ้างเรื่องการโกงการเลือกตั้ง การยุยงให้เกิดการจลาจลเมื่อวันที่ 8 มกราคมในบราซิเลีย และการพยายามก่อรัฐประหารที่ขัดต่อประชาธิปไตย

ฟลาวิโอ โบลโซนาโร: หลังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ฟลาวิโอ โบลโซนาโรได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาตามคำสั่งของศาลฎีกาที่ให้เขาส่งมอบหนังสือเดินทาง เขาและครอบครัวได้ขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมและควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดีที่ออกโดยศาลของบราซิล

การหลีกเลี่ยงการถ่ายโอนอำนาจ:

การเดินทางออกจากประเทศก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง สมาชิกในครอบครัวได้ส่งสัญญาณถึงการปฏิเสธผลการเลือกตั้ง และหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมในการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติหรือการส่งมอบสายสะพายประธานาธิบดี

พันธมิตรทางการเมืองและการลี้ภัยระหว่างประเทศ:

ครอบครัวโบลโซนาโรได้สร้างความสัมพันธ์ทางการเมืองกับผู้นำฝ่ายขวา พันธมิตร และเครือข่ายผู้ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา (โดยเฉพาะในฟลอริดา) การออกจากบราซิลทำให้พวกเขาสามารถรวบรวมการสนับสนุนจากชาวต่างชาติฝ่ายอนุรักษ์นิยม ล็อบบี้เจ้าหน้าที่ต่างประเทศ และแสดงให้เห็นการดำเนินการทางกฎหมายต่อพวกเขาว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

(รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งเสริมข้อกล่าวหาการโกงการเลือกตั้ง ยุยงให้เกิดการจลาจลเมื่อวันที่ 8 มกราคมในกรุงบราซิเลีย และพยายามก่อรัฐประหารต่อต้านประชาธิปไตย)

กระบวนการทางกฎหมายและการสืบสวนของตำรวจสหพันธ์ในบราซิลมุ่งเน้นไปที่สามประเด็นหลัก ได้แก่ การตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง การวางแผนประสานงานรัฐประหาร และการยุยงสนับสนุนผู้สนับสนุนระหว่างการจลาจลเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2023 ในกรุงบราซิเลีย

1. การกล่าวอ้างการทุจริตการเลือกตั้งที่ไม่มีมูลความจริง

ก่อนและหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองในเดือนตุลาคม 2022 อดีตประธานาธิบดีไจร์ โบลโซนาโร ได้ดำเนินแคมเปญอย่างต่อเนื่องเพื่อตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของระบบการลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์ของบราซิล:

การทำให้การลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์เสื่อมเสียชื่อเสียง: ในการออกอากาศสาธารณะและการประชุมอย่างเป็นทางการ รวมถึงการนำเสนอทางโทรทัศน์ในเดือนกรกฎาคม 2022 ต่อนักการทูตต่างประเทศ โบลโซนาโรอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่าหีบลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์ของบราซิลมีความเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กและการทุจริต

การสอบสวนและการตัดสิทธิ์โดยศาลเลือกตั้งสูงสุด (TSE): ศาลเลือกตั้งสูงสุด (TSE) ตัดสินว่าข้อกล่าวหาฉ้อโกงที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์เหล่านี้ constitutes การใช้อำนาจทางการเมืองในทางที่ผิดและการใช้สื่อสาธารณะในทางที่ผิด ส่งผลให้ Bolsonaro ถูกห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจนถึงปี 2030

2. แผนการรัฐประหารที่ถูกกล่าวหา

ตำรวจสหพันธ์บราซิลเปิดเผยแผนการที่เป็นระบบเพื่อล้มล้างผลการเลือกตั้งปี 2022 และป้องกันไม่ให้ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้ง Luiz Inácio Lula da Silva เข้ารับตำแหน่ง:

การร่างพระราชกฤษฎีการัฐประหาร: ผู้สืบสวนพบร่างพระราชกฤษฎีกา (เรียกว่า "ร่างพระราชกฤษฎีการัฐประหาร") จากบ้านของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม Anderson Torres และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นของอดีตผู้ช่วยส่วนตัวของ Bolsonaro พันโท Mauro Cid ร่างดังกล่าวเสนอให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิกถอนผลการเลือกตั้ง และควบคุมตัวผู้พิพากษาศาลฎีกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Alexandre de Moraes

แรงกดดันต่อผู้บัญชาการทหาร: คำให้การของตำรวจสหรัฐฯ เปิดเผยว่า โบลโซนาโรได้นำเสนอแผนการร่างต่อผู้บัญชาการทหารระดับสูงด้วยตนเอง เพื่อหารือเกี่ยวกับการระดมกำลังทหารเพื่อหยุดยั้งการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานาธิบดี แม้ว่าผู้นำระดับสูงของกองทัพบกและกองทัพอากาศจะปฏิเสธที่จะเข้าร่วมก็ตาม

แผนปฏิบัติการฉุกเฉินที่เป็นปรปักษ์อย่างยิ่ง: หลักฐานที่นำเสนอโดยผู้สอบสวนเน้นย้ำถึงแผนการย่อยที่รุนแรง (รวมถึงแผนการที่ใช้รหัสว่า "มีดสั้นสีเขียวและสีเหลือง") ซึ่งมีรายละเอียดแผนการลับในการลอบสังหารบุคคลสำคัญทางการเมือง รวมถึงประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้ง ลูลา รองประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้ง เกราลโด อัลค์มิน และผู้พิพากษาศาลฎีกา อเล็กซานเดร เดอ โมราเอส

3. การยุยงให้เกิดการจลาจล 8 มกราคม

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2023 ผู้สนับสนุนของโบลโซนาโรหลายพันคนเดินขบวนจากกองบัญชาการทหารในกรุงบราซิเลีย ฝ่าฝืนแนวป้องกัน และบุกเข้าไปในรัฐสภาบราซิล ทำเนียบประธานาธิบดี (ปาลาซิโอ โด ปลาแนลโต) และศาลฎีกา:

วาทกรรมยุยง: อัยการโต้แย้งว่า การสื่อสารต่อต้านประชาธิปไตยเป็นเวลาหลายเดือน วาทกรรมที่กล่าวหาว่าฝ่ายตุลาการเป็นเผด็จการ และคำแถลงที่ไม่ยอมประนีประนอม ได้สร้างเงื่อนไขโดยตรงที่นำไปสู่ความไม่สงบในสังคม

การสนับสนุนการตั้งค่าย: ผู้สนับสนุนได้ตั้งค่ายอยู่นอกฐานทัพทั่วประเทศบราซิล เรียกร้องให้กองทัพเข้าแทรกแซงภายใต้การตีความผิดของมาตรา 142 แห่งรัฐธรรมนูญบราซิล ทางการยืนยันว่าสมาชิกคนสำคัญของรัฐบาลจงใจอนุญาตให้ค่ายเหล่านี้ยังคงดำเนินกิจกรรมต่อไปเพื่อเป็นกลยุทธ์กดดัน

การพิจารณาคดีและผลทางกฎหมาย ในเดือนกันยายนปี 2025 ศาลฎีกาแห่งสหพันธรัฐบราซิลได้ตัดสินว่านายไจร์ โบลโซนาโร และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในรัฐบาล รวมถึงอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้ช่วยทางทหาร มีความผิดฐานพยายามก่อรัฐประหารและพยายามล้มล้างหลักนิติธรรมในระบอบประชาธิปไตย โบลโซนาโรถูกตัดสินจำคุก 27 ปี 3 เดือน

(รายละเอียด คดีฟอกเงิน)

ข้อหาฟอกเงิน (Money Laundering) ที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารู (Jair Bolsonaro) และบุตรชาย โดยเฉพาะ ฟลาวิโอ โบลโซนารู (Flávio Bolsonaro) ประกอบด้วยคดีและประเด็นการสอบสวนทางกฎหมายสำคัญหลายคดี ดังนี้

1. คดีการยักยอกและฟอกเงินจากเครื่องเพชร/ของขวัญต่างประเทศ

รายละเอียด: ในเดือนกรกฎาคม 2024 ตำรวจสหพันธ์ของบราซิลได้สั่งฟ้อง ฌาอีร์ โบลโซนารู ในข้อหาฟอกเงินและสมคบคิดกระทำความผิดทางอาญา

กลไกการกระทำผิด: ข้อหาดังกล่าวระบุว่าโบลโซนารูและคณะทำงานได้นำเครื่องเพชรและของขวัญมูลค่าสูงที่ได้รับจากรัฐบาลต่างประเทศ (เช่น ซาอุดีอาระเบีย) ในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ออกไปขายในต่างประเทศแบบลักลอบโดยไม่แจ้งต่อศุลกากร แล้วนำเงินสดที่ได้เข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งตามกฎหมายบราซิล ของขวัญทางการเมืองมูลค่าสูงถือเป็นทรัพย์สินของรัฐบาล ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนบุคคล

2. คดีเงินสนับสนุนและธุรกรรมทางเงินต้องสงสัย (PIX)

รายละเอียด: ฝ่ายสืบสวนและหน่วยงานตรวจสอบการเงินของบราซิลได้ยื่นเอกสารต่อศาลฎีกา ชี้ให้เห็นถึงธุรกรรมการเงินผิดปกติมูลค่ากว่า 30 ล้านเรอัล (ประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงปี 2022–2023

ข้อสงสัย: มีการโอนเงินจำนวนมากผ่านระบบชำระเงิน PIX เข้าบัญชีของโบลโซนารูโดยไม่มีแหล่งที่มาทางบัญชีที่ชัดเจน ซึ่งตำรวจสงสัยว่าเป็นการยักย้ายและฟอกเงินสดที่ได้รับมาจากกลุ่มสนับสนุนทางการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์
 
3. คดีการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มการพนันและการกู้เงินของ ฟลาวิโอ โบลโซนารู

การสอบสวนคดีพนันและเว็บสล็อต: ในเดือนตุลาคม 2026 ศาลฎีกาบราซิลเปิดการสอบสวน ฟลาวิโอ โบลโซนารู สมาชิกวุฒิสภาและบุตรชาย ในข้อหาฟอกเงินและนำเงินออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย ผ่านการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มการพนันกีฬาและสลากกินแบ่ง

คดีรับเงินจากธนาคาร/นายธนาคาร: ฟลาวิโอถูกสอบสวนกรณีการรับเงินสนับสนุนหลายล้านดอลลาร์จากผู้บริหารธนาคาร (เช่น Banco Master) และกรณีสินเชื่อกู้ซื้อคฤหาสน์หรูในบราซิเลีย ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าเป็นการฟอกเงินผ่านนิติกรรมอำพราง

4. คดีหักหัวคิวเงินเดือนเจ้าหน้าที่ ("Rachadinha")

รายละเอียด: คดีดั้งเดิมตั้งแต่สมัยที่ฟลาวิโอดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา州ริโอเดจาเนโร ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจัดทำรูปแบบ "Rachadinha" หรือการบังคับให้เจ้าหน้าที่และผู้ช่วยในสภาคืนเงินเดือนบางส่วนให้แก่ครอบครัว

การฟอกเงิน: เงินสดที่ถูกยักยอกมาจะนำไปฟอกผ่านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในธุรกิจร้านช็อกโกแลต และการฝากเงินสดมูลค่าต่ำจำนวนหลายสิบครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของหน่วยงานป้องกันการฟอกเงิน (COAF)

(Gemini รวบรวม)







ฟลาวิโอ โบลโซนาโร กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม ว่าเขาจะยังคงอยู่ในประเทศบราซิลเพื่อต่อสู้กับข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่มีต่อเขา ภายหลังจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศ แต่ในอีกสองวันต่อมา เขากลับเดินทางไปถึงไมอามี รัฐฟลอริดา ทั้งที่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งศาลที่ให้ส่งมอบหนังสือเดินทางของเขาคืนแก่ทางการ