วันพุธ, ตุลาคม 21, 2569

"อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ศุภชัย ใจสมุทรเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง "ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" ผู้อำนวยการ iLaw ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากรณีการแถลงข่าวยื่นข้อมูล "คดีโกงเลือกสว." ต่อวิปฯ ฝ่ายค้าน ที่รัฐสภา นี่คือ คดีที่เข้าข่ายการฟ้องคดีไม่สุจริตตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ให้ศาลยกฟ้องได้ทันที และนี่คือแนวทางที่เตรียมต่อสู้คดีของฝ่ายจำเลย

 
https://www.facebook.com/reel/1620391639563174


iLaw
13 hours ago
·
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ศุภชัย ใจสมุทร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ อ. 2672/69 จากการที่ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ แถลงข่าวในการยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการตรวจสอบบุคคลในรัฐบาลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก สว. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569

เนื้อหาในส่วนการแถลงข่าวที่เกี่ยวข้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันได้ ไม่ใช่เพียงการกล่าวอ้างลอยๆ เป็นการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดกฏหมายหรือมีการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการเลือกสว. จริงหรือไม่ อันเป็นปกติวิสัยและเป็นหน้าที่ที่ประชาชนพึงกระทำ ไม่ได้เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ผู้ถูกฟ้องคดีขอแจ้งให้สื่อมวลชนและทุกท่านทราบถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการที่จะดำเนินการต่อไป ดังนี้

1) เนื้อหาของคดีนี้ผู้ถูกฟ้องคดีได้กล่าวไปตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วในสังคม ไม่ได้เป็นการใส่ร้ายและไม่ได้เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งตัวโจทก์เองย่อมทราบดีอยู่แล้ว และยังเป็นการดำเนินคดีจากการเปิดเผยข้อมูลการทุจริตและประพฤติมิชอบด้วยกฏหมาย ตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา พ.ศ. 2569 จึงเป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 161/1 และขอให้ศาลอาญาควรสั่งยกฟ้องคดีได้ทันทีและห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันอีก

2) หากศาลมีการนัดไต่สวนมูลฟ้อง ก็ขอเรียกร้องให้โจทก์ที่เป็นตัวความในการฟ้องคดีเดินทางมาเบิกความต่อศาลด้วยตัวเองในวันที่ 14 ธันวาคม 2569 เพื่อพิสูจน์สิ่งที่โจทก์อ้างว่าเป็นความจริง หรือเป็นความเท็จ และพิสูจน์สิ่งที่ผู้ถูกฟ้องคดีก็ยืนยันว่าเป็นความจริงเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นบุคคลเดียวที่รู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคดีนี้ที่สุด และหากเบิกความเท็จฝ่าฝืนต่อความเป็นจริงก็จะมีโทษทางอาญาตามมา หรือหากโจทก์ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้เพราะติดภารกิจอื่นหรือไม่สามารถอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง ก็ขอให้โจทก์ถอนฟ้องไปเสีย

3) หากภายหลังศาลมีคำสั่งรับฟ้องคดีนี้เอาไว้พิจารณาและฝ่ายโจทก์และจำเลย ต้องนำสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่ามีพยานที่กล่าวถึงเหตุการณ์ทั้งสองจริงหรือไม่เจำเลยก็จะใช้สิทธิขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารการสอบสวนในคดีการโกงเลือก สว. ในมือของคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้ามาในสำนวน อย่างน้อยดังต่อไปนี้ https://www.ilaw.or.th/articles/59577


https://www.facebook.com/photo?fbid=1551635480343399&set=a.625664036273886