วันพุธ, สิงหาคม 15, 2561

‘สมยศ พฤกษาเกษมสุข’ ไลฟ์สดคุยกับ ‘ไสว ทองอ้ม’ เหยื่อกระสุนปี 52 โจทก์ผู้ฟ้องกองทัพ แต่ศาลฎีกายกฟ้อง พร้อมสั่งยึดทรัพย์จ่ายค่าธรรมเนียมศาล-ค่าอัยการ เจ้าตัวเล่าประสบการณ์โดนยิงและความรู้สึกหลังโดนยึดทรัพย์




https://www.facebook.com/somyot.pruksakasemsuk/videos/208132973389415/


‘สมยศ’ ถก ‘ไสว ทองอ้ม’ เสื้อแดงเหยื่อกระสุน52 หลังถูกศาลสั่งยึดทรัพย์ ผ่อนผันได้ถึง ก.ย.นี้


2018-08-14 
ประชาไท


‘สมยศ พฤกษาเกษมสุข’ ไลฟ์สดคุยกับ ‘ไสว ทองอ้ม’ เหยื่อกระสุนปี 52 โจทก์ผู้ฟ้องกองทัพ แต่ศาลฎีกายกฟ้อง พร้อมสั่งยึดทรัพย์จ่ายค่าธรรมเนียมศาล-ค่าอัยการ เจ้าตัวเล่าประสบการณ์โดนยิงและความรู้สึกหลังโดนยึดทรัพย์ ด้าน สมยศ เผยไปกรมบังคับคดีวันนี้ขอผ่อนผันการยึดที่นาได้ถึง ก.ย. ระหว่างนี้จะเจรจากับกองทัพขอให้ยุติการบังคับคดี



ซ้าย ไสว, ขวา สมยศ


14 ส.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ส.ค.) สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมทางการเมือง ได้ถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กบัญชี ‘Somyot Pruksakasemsuk’ สัมภาษณ์ ไสว ทองอ้ม ผู้ถูกยิงจนพิการที่แขนในการชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2552 และเมื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับกองทัพ ศาลฎีกาได้ตัดสินให้ยกฟ้อง และสั่งให้ ไสว และสนอง พานทอง โจทก์ร่วมอีกคน จ่ายค่าธรรมเนียมศาลและจ่ายค่าทนายจำเลย (อัยการ) ของฝ่ายกองทัพด้วย รวมเป็นเงิน เป็นเงิน 212,114 บาท ขณะเดียวกันเงินในบัญชีธนาคารของไสวที่มีอยู่เกือบ 5,000 ถูกอาญัติ และและเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สุรินทร์ยังได้ยึดที่นาของไสวจำนวน 8 กว่าไร่ ราคาประเมิน 460,980 บาท เพื่อทำการขายทอดตลาด


ศาลสั่งยึดทรัพย์เหยื่อกระสุนปี 52 ขายทอดตลาดชดใช้แทนกองทัพ
ไขประเด็น 'เยียวยา' เสียงจากผู้สูญเสีย หลักกฎหมาย และคดีแพ่งตัวอย่าง เมษา 52


ประชาไทได้ถอดความการสัมภาษณ์ ดังนี้

สมยศ : ตอนมาร่วมชุมนุมกับ นปช. และ นปก. เรารู้จักมักคุ้นกับแกนนำเสื้อแดงคนไหนบ้าง?

ไสว : ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวเลย เพียงแต่อยู่ล่างเวที แล้วก็ฟัง เพราะใจมันชอบ มันรัก

แกนนำที่เราชอบฟังมีใครบ้าง?

ชอบทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นใคร

เราได้ข้อคิดอะไรบ้างจากการไปร่วมชุมนุม?

ได้ข้อคิดเกี่ยวกับด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เรารู้ว่าความเป็นอยู่ของเรามันเกี่ยวพันกับอะไร มันมีผลกระทบจากการเมืองด้วยไหม ใช่ มันมีผลกระทบกัน ถ้าการเมืองไม่ดีเศรษฐกิจก็ไม่ดี

ชุมนุมเริ่มวันที่ 8 เม.ย. 52 ไปร่วมชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เพราะอะไรถึงไปร่วมชุมนุม?

เพราะเกิดจากพรรคเสียงข้างน้อยได้จัดตั้งเป็นรัฐบาลในค่ายทหาร พอผมรู้ข่าวผมก็เลยไป มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนที่มาจากเสียงข้างน้อยถึงมาเป็นนายกฯ เสียงข้างมากน่าจะมีสิทธิ เสียงข้างน้อยไม่ได้มาจากเสียงประชาชนแต่ได้รับตำแหน่งในค่ายทหาร มันไม่ยุติธรรม ไม่ชอบธรรม ไม่ถูกต้อง

จากการชุมนุมหน้าทำเนียบต่อเนื่องมา ทำไมถึงไปที่สามเหลี่ยมดินแดงตอนตีสี่ของ 13 เม.ย.52?

ผมออกจากทำเนียบรัฐบาลเพราะมีประกาศว่าจะมีทหารมาที่สามเหลี่ยมดินแดง พี่น้องท่านใดที่จะไปดูที่นั่นก็ไปได้ เราก็เลย ตอนแรกไม่มีใคร เงียบ ผมก็ไปนั่งเล่นกันที่นั่น แล้วก็หลับ พอตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนตอนรบกันแบบนั้นเลย ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา มองบนฟ้า มีลูกปืนลอยมาเป็นลูกไฟ ผ่านหน้าผ่านหัวผมไป พอผมลุกขึ้นมา เห็นทหารเต็มท้องถนน ยิงปืนขึ้นข้างบนบ้าง ยิงไปข้างๆ บ้าง ผมลุกขึ้นจะก้าวออกจากที่นั่น ไม่ไกลจากทหารเท่าไหร่ ประมาณ 20-30 เมตร จังหวะก้าวได้สองก้าว ผมหันกลับไปมอง ลูกปืนมาเลยตรงนี้ (ไหล่ด้านใน) แล้วไปทะลุออกตรงนี้ (ไหล่ด้านนอก)



ไสว ชี้บาดแผลที่ตนเองได้รับจากกระสุนปืน


เราเห็นว่ากระสุนมาจากฝั่งทหาร?

มาจากฝั่งทหารแน่นอน เพราะผมเดินออกไป พอหันหน้ากลับมา ลูกกระสุนก็ทะลุเข้ามา มันเจ็บ มันปวด ความเจ็บปวดมันวิ่งเข้าสู่หัวใจ แล้วรู้สึกจุก หายใจไม่ออก ก็หมดสติไปตอนนั้น มารู้สึกตัวอีกทีแขนก็หัก อยู่โรงพยาบาลราชวิถี

อยู่โรงพยาบาลกี่วัน?

ร่วมๆ เดือน

รู้สึกยังไงที่ร่วมชุมนุมกับ นปช. แล้วถูกยิงบาดเจ็บจนกระทั่งพิการ?

มันเป็นความรักความชอบส่วนตัว เกิดอะไรขึ้นผมก็ยอมรับในชะตา ในอนาคตของตัวเอง ว่าการตัดสินใจของผมมันใช่แล้ว มันถูกแล้ว มันดีแล้ว ผมไม่โทษใคร ไม่ว่าใคร ผมอยากไป ผมต้องการ ผมตัดสินใจแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องเกิด อะไรจะดับก็ต้องดับ มันห้ามไม่ได้ เป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา

แล้วตัดสินใจยังไงถึงได้ไปฟ้องกองทัพเรื่องที่เขายิงเรา?

พอรักษาบาดแผลจนหายแล้ว พอดีพี่สมยศโทรไปหาผม โทรมาให้กำลังใจ ผมคิดขึ้นมาในใจว่า เราไปชุมนุม ไปเรียกร้อง ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วก็ถูกยิง ทำไมถึงถูกยิง เลยตัดสินใจ ผมอยากฟ้อง ผมตัดสินใจของผมเอง ไม่มีใครบอก ผมไปด้วยความบริสุทธิ์ใจของผมเอง ผมถูกทำแบบนี้ ผมก็คิดว่าคนเราทำไมถึงทำกันได้ขนาดนี้ มันเป็นสิทธิของผม ผมต้องฟ้อง มันจะแพ้หรือชนะผมก็ไม่รู้ ทนายคารม พลพรกลาง และทนายสุวิทย์ ทองนวล คือทนายสองท่านที่ช่วยว่าความให้ตลอดระยะเวลาที่ต่อสู้ในศาลเกือบ 10 ปี แล้วผมก็ฟ้องในฐานะคนอนาถาด้วย ผมไม่มีเงิน แต่ได้ทนายทั้งสองท่านมาช่วยว่าความ

เราฟ้องร่วมกับสนอง พานทอง ที่โดนยิงที่หัวเข่า ร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ศาลชั้นต้นตัดสินว่าไง?

ศาลชั้นต้นตัดสินให้เราชนะคดี ให้ทางกองทัพไทยกับกองทัพบกร่วมกันจ่ายเงินค่าเสียหาย เป็นเงิน 1,200,000 บาท อัยการอุทธรณ์ ผลการตัดสินชั้นศาลอุทธรณ์ก็ให้ฝ่ายกองทัพชนะ ให้เหตุผลว่า ลูกปืนที่ผมถูกยิงเป็นลูกปืนพก ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าลูกปืนนี้มาจากไหน ใครเป็นคนยิง

หมอที่บอกว่าเป็นกระสุนปืนพก เป็นหมอจากไหน?

เข้าใจว่าเป็นหมอจากโรงพยาบาลราชวิถี เพราะผมรักษาตัวที่นั่น แต่ผมไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วหมอมาจากไหน

สุดท้ายก็ไปยื่นฎีกา แล้วผลเป็นยังไง?

ผลการตัดสินก็ยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ผมซึ่งเป็นโจทก็ร่วมกับสนองร่วมกันจ่ายค่าธรรมเนียมศาล ค่าทนายทดแทนให้กับฝ่ายจำเลย เป็นเงิน 212,114 เป็นค่าทนายความ 60,000 ซึ่งเป็นเรื่องที่เราโต้แย้งไป

รู้สึกยังไงบ้างที่เราบาดเจ็บแล้วต้องชำระค่าทนายให้กับฝ่ายจำเลยซึ่งคือกองทัพบกด้วย?

ผมเคารพในการตัดสินคดีของศาล แต่ซึ่งที่ผมได้รับ คือการถูกยึดที่นา ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่ย่าตายาย มาจนถึงรุ่นแม่ แล้วก็รุ่นผม แล้วที่ดิน 8 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา มูลค่ามันก็ค่อนข้างสูง แล้วยึดเงินในบัญชีธนาคารผมเกือบ 5,000 บาท ซึ่งเงินที่ผมจะไปจ่ายค่าธรรมเนียมศาล ค่าทนายให้ฝ่ายจำเลย ถ้าสองคนร่วมกันจ่ายก็ตกคนละ 106,000 กว่าบาท แต่เขายึดทั้งที่นา ทั้งเงินในบัญชี มันก็ค่อนข้างหนัก

คือผมจะจ่าย หรือผมไม่มีจ่ายผมก็ปล่อยให้ยึดเลย มันมาถึงขนาดนี้แล้ว แต่พอดีทางพวกพี่สมยศรวบรวมเงินมาให้ประมาณ 50,000 บาท ผมก็เลยต้องไปยื่นที่สำนักนายกฯ ขอยับยั้งการอายัดทรัพย์สินของผม แล้วผมก็จะไปไกล่เกลี่ยกับกรมบังคับคดี ว่าจะจ่ายแบบไหน จ่ายเท่าไหร่ ผมพอมีกำลังมีความสามารถจะจ่ายได้ไหม ถ้าผมไม่มีกำลัง ไม่มีแรง ยังไงส่วนตัวผมไม่มีจ่ายอยู่แล้ว ผมยินดีให้ยึดที่นา ในเมื่อมีพี่สมยศและพี่น้องที่มีใจรักความเป็นธรรม รักความถูกต้อง รักในความเท่าเทียม รักในความเสมอภาค รักเสรีภาพ รักความดี รักความจริง พี่น้องมีใจเมตตาให้ผม ช่วยเหลือผม ผมขอขอบคุณเป็นอย่างมาก สิ่งที่ท่านให้มาคือเงินช่วยเหลือผม ผมจะเอาไปชำระเสียค่าทำเนียมศาล ค่าทนายฝ่ายจำเลย

ท้ายสุดในการสัมภาษณ์ สมยศ ได้กล่าวสรุปว่า นี่เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ประเทศที่นับถือพุทธศาสนา เกิดปัญหาทางการเมือง ประชาชนก็ไปรวมตัวใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ถูกความรุนแรงจากการปราบปรามของรัฐบาล จนกระทั่งบาดเจ็บ พิการ จำนวนมากมายที่เสียชีวิตลงไป เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะดำเนินการในคดีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ปี 54 ที่อนุมัติจ่ายเงินให้ครอบครัวของคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันนี้เป็นอีกปรากฎการณ์หนึ่งที่คนถูกกระทำ ถูกกดขี่ แทนที่จะได้รับความยุติธรรมก็กลับตาลปัตร ถูกกล่าวหา หลายคนติดคุก หลายคนบาดเจ็บ พิการ ที่เสียชีวิตก็ยังไม่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมกลับมาได้ ไม่มีการดำเนินการทั้งในชั้นของ ปปช. และศาลก็ได้ยกฟ้องคดีเหล่านี้

“แต่กรณีของไสว ทองอุ้ม เป็นกรณีที่มากไปกว่าที่เราเห็น นอกจากความยากจนในฐานะที่คุณไสวเป็นผู้ใช้แรงงานในอู่รถแห่งหนึ่ง ที่รักความยุติธรรมและออกไปเคลื่อนไหวกับ นปช. และความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นเมื่อถูกยิง พิการ ต่อสู้คดีเพื่อหาความเป็นธรรม นอกจากหาไม่พบแล้วยังต้องชำระหนี้จากการดำเนินการตามสิทธิเสรีภาพของตัวเอง” สมยศ กล่าว

ขอผ่อนผันการยึดที่นาได้ถึง ก.ย. จ่อเจรจากับกองทัพขอให้ยุติการบังคับคดี

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้ากรณีที่ไสว ทนาย และกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้เดินทางไปที่กรมบังคับคดีจังหวัดสุรินทร์ในวันนี้ โดย สมยศ กล่าวว่า กรมบังคับคดีก็ได้ทำตามคำสั่งของศาลเรื่องการบังคับคดีเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ของฝ่ายกองทัพบก

ทั้งนี้พวกตนได้แจ้งกรมบังคับคดีว่ากำลังดำเนินการร้องทุกข์กับสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องค่าเสียหายไม่สะท้อนความเป็นจริง โดยการมีค่าธรรมเนียมศาลก็เป็นกระบวนการปกติซึ่งไม่น่าจะมาเรียกเก็บกับโจทก์ ซึ่งใช้สิทธิในการฟ้อง ซึ่งเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงมี และค่าทนายความนั้นไม่ถูกต้องเนื่องจากอัยการเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งอัยการก็คือทนายความแผ่นดิน ราชการไม่ได้เสียเงินก้อนนี้เลย ความเสียหายมันไม่มี

“เราขอผ่อนผันไปอย่าเพิ่งเอาที่นาไปขายทอดตลาด และตอนนี้ที่นาก็กำลังปลูกข้าวอยู่ด้วย จะเก็บเกี่ยวได้ในเดือนพฤศจิกายน ตอนนี้เราก็สามารถผ่อนผันได้ไปถึงเดือนกันยายน เพื่อให้เรามีเวลาไปเจรจากับกองทัพบก โดยอาจจะขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติช่วยเป็นตัวกลาง ถ้ากองทัพยุติการบังคับคดี กองทัพบกก็ทำเรื่องไปที่ศาล ศาลก็มีคำสั่งมาที่กรมบังคับคดี เรื่องนี้ก็จะยุติ แต่ถ้ากองทัพบกยืนยันว่าจะเอาเงินก้อนนี้ให้ได้ กระบวนการบังคับคดีก็ยังจะเกิดขึ้น” สมยศ กล่าว


สามารถบริจาคเงินให้แก่ไสว ทองอ้ม และสนอง พานทองได้ ในนามของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 105-233265-3 ส่งสลิปการโอนเงินมาที่ editor@prakaifai.com สอบถามเพิ่มเติมที่ 065-5575005