
เพจ "มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH)" อ้างอิงรายงานข่าวจากรายการ "ข่าว 3 มิติ" เกี่ยวกับการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานในจังหวัดปราจีนบุรีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 มีรายละเอียดข้อเท็จจริงและประเด็นความเป็นมาสรุปได้ดังนี้ครับ:
การลงพื้นที่ตรวจสอบ: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานในจังหวัดปราจีนบุรี
กรณี บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด:
ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 200 ไร่
ตรวจพบว่าเป็นโรงงานเถื่อนทั้งหมด ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการแม้แต่ใบเดียว
แม้ว่าจะถูกคำสั่งปิดไปแล้ว แต่ยังคงลักลอบประกอบกิจการต่อ
กรณี บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด:
เป็นโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้รีไซเคิลกากอุตสาหกรรมอันตราย
ตั้งอยู่บนพื้นที่รับน้ำ "ทุ่งบางพลวง"
ประสบปัญหาเมื่อเกิดน้ำหลาก ทำให้ถังบรรจุน้ำมันเครื่องเก่าและตัวทำละลาย (Solvent) ที่ใช้แล้ว ถูกน้ำพัดพากระจัดกระจาย จนกลายเป็นที่มาของคราบสีรุ้งปนเปื้อนในพื้นที่
มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH)
·
“ให้ปิดถาวรโรงงานแห่งนี้ เอากากออกไปจากพื้นที่ด้วย”
.
เสียงตะโกนผ่านเครื่องขยายเสียงดังไปทั่วบริเวณพื้นที่ถนนสาธารณะหน้าบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด โรงงานบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมใน จ.ปราจีนบุรี ที่เรียกได้ว่าตอนนี้ชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ในฐานะเป็นเจ้าของผลงานฝากรอยคราบสีรุ้งบนผิวน้ำที่ท่วมพื้นที่นาข้าวใน ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
.
ช่วงสายวันนี้ (19 ตุลาคม 2569) ท่ามกลางแดดร้อนแรง ประชาชนปราจีนบุรีจำนวนกว่า 50 คน มาปักหลักรอพบวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ ที่เดินทางมาลงพื้นที่ โดยตามข้อมูลในหมายแจ้งข่าวระบุว่า "เพื่อตรวจติดตามเรื่องการแก้ไขการรั่วไหวของคราบน้ำมันในพื้นที่”
.
“เราได้บอกกล่าวมาตลอดว่าทุ่งนาแห่งนี้เป็นทุ่งรับน้ำของทุ่งบางพรวง”
.
ธีระ ศรีมงคล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านสระมะเขือ ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่จับไมค์สะท้อนข้อกังวล เขาบอกว่าบริเวณทุ่งนาโล่งกว้างใหญ่ที่อยู่โดยรอบซึ่งปัจจุบันพบการปนเปื้อนคราบน้ำมัน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่รับน้ำ
.
ด้านวราวุธ รมว. อุตสาหกรรม กล่าวต่อหน้ามวลชนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่า ขณะนี้ทุ่งนาในรอบการเพาะปลูกนี้ได้รับความเสียหายแล้ว ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าผลกระทบจะจำกัดอยู่เพียงผลผลิตในรอบนี้ หรือจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงการเพาะปลูกและผลผลิตในรอบถัดไปด้วยหรือไม่
.
“ยิ่งน้ำแห้งไปปุ๊ป มันจะไปเกาะบนต้นข้าว คราวนี้มันเอาออกไม่ได้แล้ว
.
“ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม บางครั้งมันไม่สามารถมองเห็นหรือตัดสินกันด้วยตาเปล่าได้ ต้องคอยดูกันไปว่าฤดูกาลหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เรายืนยันว่า ความเสียหาย ความเดือดร้อนที่พี่น้องเจอขณะนี้ ทางบริษัทจะต้องเยียวยา รวมถึงค่าการกำจัดน้ำมันด้วย” รมว. อุตสาหกรรมย้ำ
.
หลังจากนั้น วราวุธชี้แจงเพิ่มเติมว่า ได้พูดคุยกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยืนยันตรงกันว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ในปีนี้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
.
“สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้คือการวางมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อรับมือหากเกิดฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำมากเช่นนี้อีก โดยต้องพิจารณาว่าสถานประกอบการแต่ละแห่งจะดำเนินการอย่างไร”
.
วราวุธชี้แจงไปถึงการตรวจสอบโรงงานประเภท 105 (คัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว) และประเภท 106 (นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่) ซึ่งเป็นกลุ่มโรงงานที่สังคมให้ความกังวล และปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 3,000 โรงงานทั่วประเทศ ด้วยว่า ตนเองได้แจ้งให้อุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดทุกโรงงาน ทั้งเรื่องความถูกต้องของการประกอบกิจการ การได้รับอนุญาต และการปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
.
ทั้งนี้ หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ก็จะใช้มาตรา 37 ดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากพบการกระทำผิด ก็จะใช้มาตรา 39 เพื่อสั่งปิดโรงงาน
.
“กรณีความเสียหายในพื้นที่นี้ก็ได้กำชับกับผู้ประกอบการแล้ว ว่าค่าเสียหายและค่าดำเนินการ ทางบริษัทต้องเป็นผู้รับผิดชอบ 100%” นั่นคือสิ่งที่คนเป็นรัฐมนตรีลั่นวาจาไว้ต่อหน้าประชาชนหลายสิบคน
.
รวมแล้วรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะใช้เวลาลงพื้นที่ ณ จุดของบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด รวมถึงการพูดคุยกับประชาชนที่มาบอกเล่าความทุกข์ เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
.
ไม่ไกลกัน มีทุ่งนาที่ตอนนี้หลังน้ำลดลง ปรากฏคราบน้ำมันลอยติดบนต้นข้าวและผิวน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นฉุน เราพบปูตัวหนึ่งเดินลุยคราบน้ำมัน ปลา 2 ตัวยังติดอยู่กับ “ลวง” อุปกรณ์หาปลาของชาวบ้าน ทั้งหมดดูจะเป็นภาพแทนความขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงระหว่างพื้นที่เกษตรกรรม แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และคราบน้ำมันที่มาจากภาคอุตสาหกรรม
.
แม้คนระดับรัฐมนตรีจะกล่าวประโยคที่ว่า “ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม บางครั้งมันไม่สามารถมองเห็นหรือตัดสินกันด้วยตาเปล่าได้ ต้องคอยดูกันไปว่าฤดูกาลหน้าจะเป็นอย่างไร”
.
แต่ฤดูกาลนี้ หลังปราจีนบุรีน้ำลด นอกจากคราบน้ำมันเหม็นฉุน ดูเหมือนคนทั้งประเทศจะเริ่มเห็นได้ด้วยตาว่า ระบบการกำกับดูแลของประเทศนี้ผุพังเพียงใด จนกระทั่งเปิดให้ผู้ประกอบการร่วมกับคนของรัฐร่วมกันประกอบสร้างภาพทิวทัศน์ที่ผิดธรรมชาติเหล่านี้ขึ้นมา
.
เรื่องและภาพ : นราธิป ทองถนอม มูลนิธิบูรณะนิเวศ
.....
Puangthong Pawakapan
ถ้าจะปล่อยให้ทำกันขนาดนี้ ตัดแผ่นดินขายจีนไปเลย คนไทยยังอาจได้อะไรคืนมาบ้าง