วันจันทร์, ตุลาคม 19, 2569

การลงทุนที่ย้อนแย้งไม่ตอบโจทย์ สวนทางกับหลักรัฐบาลดิจิทัล


คนนอนนา
17 hours ago
·
เป็นประเทศที่ขูดเอาภาษีเขาไป
แล้วให้เขามาต่อคิวรับเงินจากภาษีเขาคืน

บางทีก็ งง ว่าจะลงทุนด้าน Ai ด้านระบบเทคโนโลยี
ไปทำไมมากมาย ก็ต่อเมื่อ ประชาชนยังต้องแหกขี้ตา
มาต่อคิว มายืนยันตัวตน มายืนยันว่ามีปัญหาจริง
ทั้งที่ควรเป็นหน้าที่ของภาครัฐ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1429030016099899&set=a.390961966573381.....


ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงปัญหาความล้าสมัยและการขาดประสิทธิภาพของระบบราชการในหลายมิติ :

สวนทางระหว่างงบประมาณเทคโนโลยีกับความจริง: ภาครัฐมักมีโครงการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI มูลค่ามหาศาล แต่เทคโนโลยีเหล่านั้นกลับไม่ได้ถูกนำมาบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานหรืออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ภาระที่ตก,อยู่กับประชาชน: ในยุคที่ควรจะสามารถทำธุรกรรมหรือยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัลจากที่บ้านได้ ประชาชนผู้เดือดร้อน (เช่น ผู้ประสบภัยน้ำท่วม) กลับต้องตื่นตั้งแต่ตีสองเพื่อมาเข้าคิวรอรับความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความยากลำบาก

การขาดฐานข้อมูลกลางและการบูรณาการ: ภาครัฐมีข้อมูลทะเบียนราษฎร์และข้อมูลส่วนบุคคลอยู่แล้ว แต่หน่วยงานรัฐมักทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Silo) ข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน ทำให้รัฐไม่สามารถตรวจสอบและจ่ายเงินเยียวยาหรือให้ความช่วยเหลือได้โดยอัตโนมัติ ต้องให้ประชาชนพิสูจน์ตัวตนซ้ำซาก

กระบวนการที่สวนทางกับหลักรัฐบาลดิจิทัล: การที่รัฐเป็นฝ่ายรอให้ประชาชนวิ่งเข้าหาเพื่อขอรับสิทธิ ทั้งที่รัฐควรมีฐานข้อมูลและระบบคาดการณ์เพื่อเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนเชิงรุก สะท้อนว่าโครงสร้างการทำงานยังยึดติดกับระบบราชการแบบเก่าเมื่อหลายสิบปีก่อน