วันพุธ, ตุลาคม 21, 2569

ผู้คนจำนวนมากในประเทศฝรั่งเศสยังคงตกตะลึงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจต่าง ๆ และอาคารที่ทำการของเทศบาล ระหว่างเหตุการณ์ประท้วงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเสียหายดังกล่าวทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า ผู้ที่ก่อเหตุปล้นสะดมนั้นเป็นกลุ่มที่วางแผนมาเป็นอย่างดี หรือเป็นเพียงบุคคลที่ฉวยโอกาสจากสถานการณ์การประท้วงกันแน่






Pipob
@pipob69
·Oct 19

อาจารย์ด้านฝรั่งเศสศึกษาให้สัมภาษณ์
@France24_en ว่า ผิดหวังกับคำปราศรัยของประธานาธิบดีมาครง หนึ่งวันหลังการประท้วงใหญ่ที่มีคนเข้าร่วมกว่าครึ่งล้าน (https://youtu.be/Il7BmNDSnxE)
. 
เพราะหลังจากการทำลายทรัพย์สินและอาคารประมาณ 1,500 แห่งในการประท้วงเมื่อวันเสาร์ มาครงเพียงแต่แสดงท่าทีแข็งกร้าว และประกาศว่าจะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเดียว เน้นเรื่อง “Law and order” โดยไม่ได้ประกาศท่าทีหรือมาตรการที่จะตอบสนองกับข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมของนักเรียนด้านการเพิ่มงบการศึกษา หรือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับค่าครองชีพ
. 
มาครงไม่แม้แต่จะพูดถึงผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บในการชุมนุม!
. 
คำแถลงของมาครง หรือที่ล้อกันว่าเป็น “ประธานาธิบดีของคนรวย” “président des riches” แสดงถึง “a sense of detachment” ความรู้สึกห่างเหินต่อปัญหา ไม่ได้ใส่ใจใยดีกับข้อเรียกร้องที่ชอบธรรรมของประชาชน
. 
สถานการณ์ตอนนี้มันจึงคล้าย ๆ กับที่เกิดขึ้นใน “Les Misérables” ซึ่ง France24 เอามาใช้ตั้งชื่อการสัมภาษณ์ครั้งนี้ “ความรู้สึกห่างเหินของมาครง ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูง และความกังวลต่ออนาคตของคนรุ่นใหม่”
. 
ทำให้เชื่อได้ว่าปัญหาที่เป็นชนวนให้คนหลายแสนออกมาประท้วงในท้องถนนจึงจะยังไม่หายไป
. 
เพียงแต่สื่อทั้งในไทยและเทศต่างไปโฟกัสที่ภาพความรุนแรง “การเผาบ้านเผาเมือง” มากกว่าสาเหตุที่ทำให้ประชาชนหลายกลุ่มแค้นเคืองและระเบิดออกมาเป็นปฏิบัติการต่าง ๆ และไม่คิดที่จะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่เป็นตัวสร้างปัญหา มันง่ายและได้ยอดไลก์มากกว่าจากการด่าผู้ชุมนุม
. 
ในยุคของ engagement คงเป็นเรื่องธรรมดาที่สื่อจะแข่งขันกันเลือกนำเสนอแต่ภาพและข่าวความรุนแรง มากกว่าจะพูดถึงปัญหาและความต้องการที่ไม่ได้รับการแก้ไข และก็เข้าทางสื่อและอินฟลูฝ่ายขวาที่เอาภาพอาคารเทศบาลเมือง หรือห้างร้านที่ถูกทำลายและปล้นสะดมมาแสดง เพราะมันเรียกความสนใจของคนได้มากกว่า
. 
ทั้ง ๆ ที่ในการประท้วงของคน 5.5 แสน ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงได้ประมาณ 2,000 คน หรือประมาณ 0.0036% ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยมาก
. 
คนกลุ่มนี้จะสวมเสื้อคลุมศีรษะสีดำและปกปิดใบหน้า พวกเขาคือกลุ่มแบล็กบล็อก (black bloc) ซึ่งเป็นกลุ่มอนาธิปไตย (anarchists) ซ้ายจัด ต่อต้านอำนาจนิยมที่มักปรากฏตัวในการประท้วงหลายครั้งเพื่อก่อความวุ่นวายมาตลอด ตั้งแต่สมัยต่อต้านทุนนิยม ธนาคารโลก ฯลฯ
. 
คนกลุ่มนี้มีจำนวนไม่มาก ไม่ได้เกิดจากการจัดตั้งของผู้ประท้วงโดยตรง แต่พวกเขาก็เป็นผู้ประท้วงเช่นกัน แม้ว่าแนวทางการทำงานของพวกเขาจะต่างจากนักเรียน นักศึกษา สหภาพแรงงาน หรือแม้แต่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง (gilets jaunes) ที่ประกอบไปด้วยคนหนุ่มสาวและวัยกลางคนที่โกรธแค้นรัฐบาลและตำรวจ และมักตะโกนว่า “Macron Démission” มาตลอด ตั้งแต่การประท้วงในปี 2018 สมัยมาครง 1
. 
สื่อจึงควรแยกแยะครับ ไม่ได้ห้ามที่จะเสนอภาพความรุนแรงตามที่เกิดขึ้นจริง และยอมรับว่าคนที่ก่อความรุนแรงในการประท้วงมีจริง แต่ไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่แน่นอน และสื่อจะต้องมุ่งมั่นและขยันมากพอที่จะเสนอให้เห็นว่า ปัญหาที่เป็นแกนกลางมันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างไร รัฐบาลมาครงเลวร้าย เพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของประชาชนอย่างไร
. 
เพราะในขณะที่คนฝรั่งเศสต้องจ่ายภาษีรายได้บุคคลธรรมดามากเป็นอันดับต้น ๆ ของยุโรป (เกือบเท่ากับเดนมาร์ก) และของโลก แต่สวัสดิการและบริการสาธารณะที่พวกเขาได้รับกลับมามันไม่คุ้มกัน ในความเห็นของพวกเขา ความอึดอัดคับข้องใจที่สะสมกันมานาน ก็ระเบิดออกมาอย่างที่เห็น
. 
ถามว่าใครจะได้ประโยชน์จากการประท้วงและจลาจลครั้งนี้ ซึ่งก็ต้องมองว่าการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 6 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี และในขณะนี้ Marine Le Pen ผู้สมัครจากพรรคขวาจัดมีคะแนนนำ (32%) มากกว่ารองอันดับ 2 เท่าตัว ส่วนคนที่มีคะแนนเสียงตามมาอันดับ 2 + 3 + 4 ก็มีคะแนนที่ไล่เลี่ยกันอย่างมาก
. 
สถานการณ์ความวุ่นวายตอนนี้ย่อมเป็นคุณกับผู้สมัครฝ่ายขวาจัดแน่นอน ซึ่งจะได้เข้าไปวัดในการเลือกตั้งรอบสอง (runoff) ค่อนข้างแน่นอน ส่วนคนที่มีคะแนนตามมาทั้งสามคน (ขวากลาง ซ้ายกลาง และซ้ายจัด) ยังไม่ชัดเจนว่าใครจะได้เข้าไปรอบสอง
.
ส่วน Jean-Luc Mélenchon ผู้นำฝ่ายซ้ายจัดซึ่งมีภาพเข้ามาสนับสนุนการประท้วงด้วย ย่อมได้รับผลกระทบ เพราะจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดความรุนแรง












NEXTA
@nexta_tv
·7 ชม.
🚨 จับกุมผู้ต้องสงสัยในฝรั่งเศสคดีวางเพลิงศาลาว่าการเมืองลีมอฌ (Limoges) พบเป็นนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายจัดวัย 40 ปี

รายงานจาก AFP และ Le Parisien ระบุว่า ชายคนดังกล่าวมีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังความมั่นคง (Fiché S) ของฝรั่งเศส เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายจัดที่มีแนวคิดสุดโต่ง

ก่อนหน้านี้ เขาเคยตกเป็นเป้าสนใจของตำรวจจากกรณีใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกจับกุมโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษ RAID ทั้งนี้ การสืบสวนเหตุวางเพลิงเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งส่งผลให้อาคารศาลาว่าการเมืองอันเก่าแก่ได้รับความเสียหายอย่างหนักนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย