🇫🇷 Many in #France are still reeling from the destruction of businesses and town halls during protests over the weekend. The destruction has raised questions of whether the looters were mostly from cooridnated groups or individuals taking advantage of the demonstrations. Watch for more ⤵️
— FRANCE 24 English (@France24_en) October 19, 2026
อาจารย์ด้านฝรั่งเศสศึกษาให้สัมภาษณ์ @France24_en ว่า ผิดหวังกับคำปราศรัยของประธานาธิบดีมาครง หนึ่งวันหลังการประท้วงใหญ่ที่มีคนเข้าร่วมกว่าครึ่งล้าน (https://t.co/OfOvtYun2U) . เพราะหลังจากการทำลายทรัพย์สินและอาคารประมาณ 1,500 แห่งในการประท้วงเมื่อวันเสาร์ มาครงเพียงแต่แสดงท่าทีแข็งกร้าว และประกาศว่าจะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเดียว เน้นเรื่อง “Law and order” โดยไม่ได้ประกาศท่าทีหรือมาตรการที่จะตอบสนองกับข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมของนักเรียนด้านการเพิ่มงบการศึกษา หรือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับค่าครองชีพ . มาครงไม่แม้แต่จะพูดถึงผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บในการชุมนุม! . คำแถลงของมาครง หรือที่ล้อกันว่าเป็น “ประธานาธิบดีของคนรวย” “président des riches” แสดงถึง “a sense of detachment” ความรู้สึกห่างเหินต่อปัญหา ไม่ได้ใส่ใจใยดีกับข้อเรียกร้องที่ชอบธรรรมของประชาชน . สถานการณ์ตอนนี้มันจึงคล้าย ๆ กับที่เกิดขึ้นใน “Les Misérables” ซึ่ง France24 เอามาใช้ตั้งชื่อการสัมภาษณ์ครั้งนี้ “ความรู้สึกห่างเหินของมาครง ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูง และความกังวลต่ออนาคตของคนรุ่นใหม่” . ทำให้เชื่อได้ว่าปัญหาที่เป็นชนวนให้คนหลายแสนออกมาประท้วงในท้องถนนจึงจะยังไม่หายไป . เพียงแต่สื่อทั้งในไทยและเทศต่างไปโฟกัสที่ภาพความรุนแรง “การเผาบ้านเผาเมือง” มากกว่าสาเหตุที่ทำให้ประชาชนหลายกลุ่มแค้นเคืองและระเบิดออกมาเป็นปฏิบัติการต่าง ๆ และไม่คิดที่จะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่เป็นตัวสร้างปัญหา มันง่ายและได้ยอดไลก์มากกว่าจากการด่าผู้ชุมนุม . ในยุคของ engagement คงเป็นเรื่องธรรมดาที่สื่อจะแข่งขันกันเลือกนำเสนอแต่ภาพและข่าวความรุนแรง มากกว่าจะพูดถึงปัญหาและความต้องการที่ไม่ได้รับการแก้ไข และก็เข้าทางสื่อและอินฟลูฝ่ายขวาที่เอาภาพอาคารเทศบาลเมือง หรือห้างร้านที่ถูกทำลายและปล้นสะดมมาแสดง เพราะมันเรียกความสนใจของคนได้มากกว่า . ทั้ง ๆ ที่ในการประท้วงของคน 5.5 แสน ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงได้ประมาณ 2,000 คน หรือประมาณ 0.0036% ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยมาก . คนกลุ่มนี้จะสวมเสื้อคลุมศีรษะสีดำและปกปิดใบหน้า พวกเขาคือกลุ่มแบล็กบล็อก (black bloc) ซึ่งเป็นกลุ่มอนาธิปไตย (anarchists) ซ้ายจัด ต่อต้านอำนาจนิยมที่มักปรากฏตัวในการประท้วงหลายครั้งเพื่อก่อความวุ่นวายมาตลอด ตั้งแต่สมัยต่อต้านทุนนิยม ธนาคารโลก ฯลฯ . คนกลุ่มนี้มีจำนวนไม่มาก ไม่ได้เกิดจากการจัดตั้งของผู้ประท้วงโดยตรง แต่พวกเขาก็เป็นผู้ประท้วงเช่นกัน แม้ว่าแนวทางการทำงานของพวกเขาจะต่างจากนักเรียน นักศึกษา สหภาพแรงงาน หรือแม้แต่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง (gilets jaunes) ที่ประกอบไปด้วยคนหนุ่มสาวและวัยกลางคนที่โกรธแค้นรัฐบาลและตำรวจ และมักตะโกนว่า “Macron Démission” มาตลอด ตั้งแต่การประท้วงในปี 2018 สมัยมาครง 1 . สื่อจึงควรแยกแยะครับ ไม่ได้ห้ามที่จะเสนอภาพความรุนแรงตามที่เกิดขึ้นจริง และยอมรับว่าคนที่ก่อความรุนแรงในการประท้วงมีจริง แต่ไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่แน่นอน และสื่อจะต้องมุ่งมั่นและขยันมากพอที่จะเสนอให้เห็นว่า ปัญหาที่เป็นแกนกลางมันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างไร รัฐบาลมาครงเลวร้าย เพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของประชาชนอย่างไร . เพราะในขณะที่คนฝรั่งเศสต้องจ่ายภาษีรายได้บุคคลธรรมดามากเป็นอันดับต้น ๆ ของยุโรป (เกือบเท่ากับเดนมาร์ก) และของโลก แต่สวัสดิการและบริการสาธารณะที่พวกเขาได้รับกลับมามันไม่คุ้มกัน ในความเห็นของพวกเขา ความอึดอัดคับข้องใจที่สะสมกันมานาน ก็ระเบิดออกมาอย่างที่เห็น . ถามว่าใครจะได้ประโยชน์จากการประท้วงและจลาจลครั้งนี้ ซึ่งก็ต้องมองว่าการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 6 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี และในขณะนี้ Marine Le Pen ผู้สมัครจากพรรคขวาจัดมีคะแนนนำ (32%) มากกว่ารองอันดับ 2 เท่าตัว ส่วนคนที่มีคะแนนเสียงตามมาอันดับ 2 + 3 + 4 ก็มีคะแนนที่ไล่เลี่ยกันอย่างมาก . สถานการณ์ความวุ่นวายตอนนี้ย่อมเป็นคุณกับผู้สมัครฝ่ายขวาจัดแน่นอน ซึ่งจะได้เข้าไปวัดในการเลือกตั้งรอบสอง (runoff) ค่อนข้างแน่นอน ส่วนคนที่มีคะแนนตามมาทั้งสามคน (ขวากลาง ซ้ายกลาง และซ้ายจัด) ยังไม่ชัดเจนว่าใครจะได้เข้าไปรอบสอง . ส่วน Jean-Luc Mélenchon ผู้นำฝ่ายซ้ายจัดซึ่งมีภาพเข้ามาสนับสนุนการประท้วงด้วย ย่อมได้รับผลกระทบ เพราะจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดความรุนแรง
— Pipob (@pipob69) October 19, 2026
Pipob
@pipob69
·Oct 19
อาจารย์ด้านฝรั่งเศสศึกษาให้สัมภาษณ์
@France24_en ว่า ผิดหวังกับคำปราศรัยของประธานาธิบดีมาครง หนึ่งวันหลังการประท้วงใหญ่ที่มีคนเข้าร่วมกว่าครึ่งล้าน (https://youtu.be/Il7BmNDSnxE)
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ส่วน Jean-Luc Mélenchon ผู้นำฝ่ายซ้ายจัดซึ่งมีภาพเข้ามาสนับสนุนการประท้วงด้วย ย่อมได้รับผลกระทบ เพราะจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดความรุนแรง
คุณวันเพ็ญ เบญจพันธ์ คนไทยที่อาศัยอยู่ใน #ฝรั่งเศส มา 11 ปี และอยู่เมืองที่มีการประท้วง บอกว่า ปัญหาสะสมกันมานานหลายรัฐบาล และมีการประท้วงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ยุค มาครง 1 และมาครง 2 นอกจากกลุ่มนักเรียนที่นัดชุมนุม 17 ต.ค. ก็มีกลุ่มสหภาพแรงงานมาร่วมด้วย และคนทั่วไปที่ไม่พอใจในนโยบายของรัฐบาล ตั้งแต่เรื่องการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง ค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก นโยบายรัดเข็มขัดของรบ. เหมือน "ขูดเลือดจากปู" ก่อนหน้านี้ก็มีการประท้วงการเพิ่มอายุเกษียณ เธอยังบอกด้วยว่า ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างกลุ่มผู้ประท้วง กับกลุ่มแบล็กบล็อก (black bloc) (คนที่สวมชุดดำคลุมศีรษะและปิดบังใบหน้า) ซึ่งตั้งใจมาทำให้มันพัง กับอีกกลุ่มหนึ่งคือพวกฉวยโอกาส รวมทั้งเยาวชนซึ่งไม่ได้มาจากแค่บางเชื้อชาติ พวกผมทองผิวขาวก็มีเหมือนกัน ไม่ใช่เป็นผู้อพยพอย่างเดียว @PPTVHD36 https://t.co/SjkcKoFWR1
— Pipob (@pipob69) October 20, 2026
France may classify the arson attack on Limoges town hall as terrorism French Justice Minister Gérald Darmanin said the authorities are considering the possibility. The suspected arsonist is linked to left-wing radicals.
— NEXTA (@nexta_tv) October 20, 2026
NEXTA
@nexta_tv
·7 ชม.
🚨 จับกุมผู้ต้องสงสัยในฝรั่งเศสคดีวางเพลิงศาลาว่าการเมืองลีมอฌ (Limoges) พบเป็นนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายจัดวัย 40 ปี
รายงานจาก AFP และ Le Parisien ระบุว่า ชายคนดังกล่าวมีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังความมั่นคง (Fiché S) ของฝรั่งเศส เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายจัดที่มีแนวคิดสุดโต่ง
ก่อนหน้านี้ เขาเคยตกเป็นเป้าสนใจของตำรวจจากกรณีใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ
ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกจับกุมโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษ RAID ทั้งนี้ การสืบสวนเหตุวางเพลิงเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งส่งผลให้อาคารศาลาว่าการเมืองอันเก่าแก่ได้รับความเสียหายอย่างหนักนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย