วันพุธ, ตุลาคม 21, 2569

ไอติม ยืนยัน ฝ่ายค้านขอเวลาซักฟอก 5 วัน ชูธีม ‘กินรวบ โกยเรียบ’ พร้อมแจงปม สว. ร้องสอบจริยธรรม


THE STANDARD

15 hours ago
·
UPDATE: พริษฐ์ยืนยันฝ่ายค้านขอเวลาซักฟอก 5 วัน ชูธีม ‘กินรวบ โกยเรียบ’ พร้อมแจงปม สว. ร้องสอบจริยธรรม

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ประธานวิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่าฝ่ายค้านเสนอขอเวลาอภิปราย 5 วัน และลงมติ 1 วัน เนื่องจากมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน พร้อมเปิดประเด็นการอภิปรายที่ครอบคลุมถึงปัญหาการทุจริตและการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

วันนี้ (20 ตุลาคม) ที่รัฐสภา พริษฐ์ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุมร่วมกันของวิป 3 ฝ่ายในวันพรุ่งนี้ (21 ตุลาคม) เพื่อหารือถึงกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกสำคัญที่สุดที่ฝ่ายค้านใช้ตรวจสอบรัฐบาล ปัจจัยที่สำคัญคือการจัดสรรเวลาให้เพียงพอสำหรับฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อมูล และให้เวลารัฐมนตรีรวมถึงนายกรัฐมนตรีในการชี้แจงข้อกล่าวหา

พริษฐ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านประเมินเวลาที่เหมาะสมในการอภิปรายครั้งนี้อยู่ที่ 5 วัน และลงมติในวันที่ 6 โดยอ้างอิงจากสถิติในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 ครั้ง ใช้เวลาอภิปราย 4 วันเต็มและลงมติในวันที่ 5 แต่สำหรับการอภิปรายครั้งนี้ มีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเพิ่มขึ้นเป็น 18 คน การปรับเวลาเพิ่มเป็น 5 วันจึงถือว่าสมเหตุสมผล ซึ่งฝ่ายค้านจะนำหลักเกณฑ์นี้ไปหารือในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย

“สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่สาขาของรัฐบาล รัฐบาลไม่ควรจะคิดเองเออเองว่าจำนวนที่ต้องใช้อยู่กี่วัน เนื่องจากฝ่ายค้านคือผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าเนื้อหาและหลักฐานที่มีครอบคลุมกี่ประเด็น การที่รัฐบาลคาดเดาและกำหนดวันเองจึงเป็นการข้ามขั้นตอน เรื่องนี้ต้องเป็นข้อตกลงร่วมกันของทุกฝ่าย” พริษฐ์กล่าว

⚈ เปิดธีมซักฟอก ‘กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหารายวัน’ ย้ำอภิปรายปมฮั้ว สว. ได้

พริษฐ์กล่าวถึงภาพรวมของการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ฝ่ายค้านจะแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประชาชน ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ปากท้อง การบริหารจัดการน้ำท่วม การทุจริต และระบบอุปถัมภ์ โดยระบุพฤติกรรมของรัฐบาลผ่าน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. กินรวบ: พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความพยายามเข้าไปแทรกแซงหรือมีส่วนร่วมในโครงการเลือก สว. เพื่อหวังยึดกุมองค์กรอิสระ ทำลายกลไกถ่วงดุล และสร้างสภาวะที่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายตนเอง

2. โกยเรียบ: ข้อครหาเรื่องการทุจริต การใช้งบประมาณผ่านโครงการที่ขาดความโปร่งใส การเอื้อประโยชน์จากทรัพยากรสาธารณะ และการตัดโอกาสประชาชน เช่น กรณีข้อสงสัยเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น

3. แก้ปัญหาได้แค่รายวัน: ความล้มเหลวในการวางแผนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ พลังงาน และสถานการณ์น้ำท่วม จนนำไปสู่การตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบรายวัน

ส่วนกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า การอภิปรายครั้งนี้จะต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบัน และอาจไม่สามารถอภิปรายถึงคดีฮั้ว สว. ได้นั้น

พริษฐ์ยืนยันว่า ประเด็นดังกล่าวถูกบรรจุอยู่ในญัตติและสามารถอภิปรายได้อย่างแน่นอน เนื่องจากการลงมติไว้วางใจไม่ได้พิจารณาเพียงการปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน แต่ยังครอบคลุมถึงพฤติกรรมและการใช้อำนาจในอดีตของรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ซึ่งย่อมส่งผลต่อความไว้วางใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามแนวปฏิบัติที่เคยมีมา

สำหรับการแบ่งเวลาอภิปรายของแต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้าน พริษฐ์ระบุว่าได้มีการหารือเบื้องต้นแล้ว แต่ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องกรอบเวลาทั้งหมดก่อนจึงจะสามารถจัดสรรตามสัดส่วนได้อย่างเป็นทางการ

⚈ พร้อมรับการตรวจสอบหลังถูกร้องจริยธรรม โต้ สว. ไม่ต้องมาสอนเรื่องประโยชน์ทับซ้อน

พริษฐ์ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มี สว. ยื่นคำร้องตรวจสอบจริยธรรมตนเอง จากกรณีที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องการฮั้วเลือก สว. โดยระบุว่าพร้อมเข้าสู่ทุกกระบวนการตรวจสอบ เช่นเดียวกับที่เคยให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนหน้านี้

พริษฐ์ยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ขัดต่อจริยธรรม แต่เป็นหน้าที่ของ สส. ที่เมื่อพบเบาะแสความพยายามทุจริตการเลือก สว. เพื่อเข้าไปควบคุมองค์กรอิสระ ก็ไม่ควรเพิกเฉย และต้องทำความจริงให้ปรากฏเพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดลอยนวล

ส่วนข้อเรียกร้องที่ต้องการให้ตนยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการจริยธรรมนั้น พริษฐ์ชี้แจงว่า ตนเข้าใจในหลักการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นอย่างดี และตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในฐานะกรรมการหากมีการพิจารณาเรื่องที่ตนเป็นผู้ถูกกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม พริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตกลับไปยังผู้ร้อง ซึ่งมีรายงานว่าเป็นกลุ่ม สว. สายสีน้ำเงิน ว่าเป็นการกระทำที่ย้อนแย้ง เนื่องจาก สว. กลุ่มดังกล่าวพยายามเรียกร้องเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งที่ตนเองก็มีส่วนในการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และท้ายที่สุดก็ร่วมกันลงมติยกคำร้องให้กับ สว. จำนวนมาก รวมถึงผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองฝั่งรัฐบาล

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1483786907213981&set=a.586524703606877