วันอาทิตย์, กรกฎาคม 26, 2563

ตุลาการศาล รธน. ชี้คดี บอส อยู่วิทยา ทำระบบยุติธรรมหมดความหมาย บัดนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่ากฎหมายมันไม่ศักดิ์สิทธิ์และไม่น่าเคารพเชื่อฟังอีกแล้ว จี้นายกฯต้องพูด




ตุลาการศาล รธน. ชี้คดี บอส อยู่วิทยา ทำระบบยุติธรรมหมดความหมาย จี้นายกฯต้องพูด

25 ก.ค. 2563
ข่าวสดออนไลน์

“ทวีเกียรติ” ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้คดี ”บอส” ทำให้ระบบความยุติธรรมหมดความหมาย จี้ “นายกฯ”ออกมาพูด


วันที่ 25 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นในกรุ๊ปไลน์กฎหมาย เกี่ยวกับการสั่งไม่ฟ้องคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตทุกข้อหาว่า เรื่องขับรถชนคนตาย เป็นเรื่อง common ที่คนรู้เห็นและเข้าใจกันทุกชนชั้น ทั้งประเทศ

แต่การที่จำเลยไม่ถูกสั่งฟ้องเพราะสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกรณีนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดและไม่มีใครเข้าใจได้เลย

แทนที่จะช่วยโดยทำสำนวนว่าประมาทร่วม และช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายอย่างดี แล้วปล่อยให้ศาลแล้วถูกศาลตัดสินจำคุกแต่ให้รอลงอาญา

ดังนั้น อัยการที่ไม่สั่งฟ้อง และตำรวจที่ไม่แย้ง ซึ่งทั้งคู่เป็นองค์กรหลักในกระบวนการยุติธรรม ที่เปราะบางอยู่แล้ว ก็ยิ่งกลายเป็นความล้มเหลว และหมดหวังที่จะพึ่งได้อีกจากคนทั้งประเทศที่รับรู้เข้าใจเรื่องง่ายๆ นี้หมดทุกคน และจะทำให้ระบบความยุติธรรมหมดความหมาย ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป

ถ้ามองให้ดีจะเห็นว่าเศรษฐกิจก็ล้มเหลว โควิดก็คุกคาม สังคมก็แตกแยก คนเบื่อและเกลียดรัฐบาลมากขึ้น การเมืองก็แย่งผลประโยชน์ และคนรู้สึกว่ามีแต่นักการเมืองน้ำเน่าที่แก่งแย่ง หน้าไม่อายและกอบโกยคอร์รัปชั่นไม่ต่างจากยุคก่อนๆ

อย่างเดียวที่รัฐบาลใช้เป็นหลักพิงประคองตัวอยู่ได้คือ Law and Order

บัดนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่ากฎหมายมันไม่ศักดิ์สิทธิ์และไม่น่าเคารพเชื่อฟังอีกแล้ว

เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องประชาชนทุกภาคส่วนรุมกันด่าตำรวจหรืออัยการ แล้วพอผ่านไปสองอาทิตย์ พอซาลงก็จบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพังทลายลงของรัฐบาล ซึ่งจะมาเร็วมาก

โดยเฉพาะเมื่อมีคนโยง และชาวบ้านเชื่อว่านายกฯรับเงิน 300 ล้าน เพื่อช่วยโควิดจากเขาเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นเรื่องเดียวกันกับเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่น้ำผึ้งหยดเดียว แต่เป็นน้ำผึ้งทั้งไห ที่เทราดลงไป

ขณะที่ม็อบของคนรุ่นใหม่กำลังจุดติด ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านการผูกขาดอำนาจ ต่อต้านพวกทุจริต ต่อต้านรัฐบาลที่ทำให้คนตกงาน เศรษฐกิจล้มเหลว หรือต่อต้านเผด็จการ ทั้งหมดคือภาพรวมของการต่อต้านสังคมที่อยุติธรรมนั่นเอง

เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยรัฐบาลไม่รับรู้ ไม่ตั้งใจ แต่ timing ที่มาคือการสาดน้ำมันเข้ากองไฟที่เพิ่งจุดติดแค่กองเล็กๆ จากการชุมนุมของนักศึกษาเท่านั้น และมันจะทำให้เกิดกองไฟลุกท่วมประเทศในเวลารวดเร็วมาก

โอกาสเดียวที่นายกฯตู่ จะหลุดรอด และพารัฐบาลออกจากพายุอารมณ์ และความโกรธแค้นของผู้คนทั้งประเทศได้ คือการออกมาพูดโดยเร็วที่สุดว่า รัฐบาลไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้เรื่องนี้ แต่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม ไม่ใช่จะมาพูดว่ารัฐบาลจะไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม

เพราะ perception ของคนทั้งประเทศ เห็นรัฐบาลสั่งได้หมดมาตั้งแต่ คสช.แล้ว และนายกฯจะตั้งกรรมการขึ้นตรวจสอบกระบวนการเรื่องนี้ทั้งหมด จากคนที่สังคมไว้วางใจ โดยให้ทำให้เร็วที่สุด สักสองสัปดาห์ และประกาศว่า ถ้าพบว่ามีอะไรผิดพลาด ทุจริตหรือประพฤติไม่ชอบ

จะลงโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างรุนแรงที่สุด เพื่อเรียกศรัทธาและความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมกลับมา และทำให้มี Law and Order ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่คำ้จุนรัฐบาลนี้ในเวลานี้กลับคืนมาเป็นหลักเดียวที่รัฐบาลจะใช้คำ้จุนตนเองต่อไปได้ครับ