วันจันทร์, กรกฎาคม 27, 2563

"ประเทศนี้มันไม่ปกติ ทหารที่เปิดโปงคอรัปชั่นในกองทัพ โดนดำเนินคดี คนปกติพูดความจริงโดนหาว่าเป็นบ้า" ช่วยกันไปให้กำลังใจ"หมู่อาร์ม" 29 กค. นี้ เวลา 08.30 น ศาลทหารกรุงเทพ






อัยการศาลทหารกรุงเทพสั่งฟ้องผม หมู่อาร์ม ( ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี ) ทั้งหมด 2 ข้อหา โทษรวมกัน 10 ปี ศาลทหารกรุงเทพนัดส่งตัวและอ่านคำฟ้อง ในวันพุธ ที่ 29 ก.ค. 63 เวลา 08.30 น. ต้องลุ้นว่าจะได้ประกันตัวหรือถูกขัง
คดีนี้สืบเนื่องมาจากนายทหารพระธรรมนูญ
เจ้าพนักงานสอบสวนคดีอาญาได้เรียกให้ผมเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาในความผิด 2 ข้อหา 1) ขัดขืนหรือละเว้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นคำสังให้ขังผม คนที่ออกคำสั่งนี้ก็คือพลตรีอภิชาติ อาจสันเที๊ยะ คนเดียวกันกับคนที่ผมไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ว่า กระทำการทุจริตฯ ต่อมากองทัพบกก็ได้แถลงว่าการทุจริตดังกล่าวมีมูลความจริง ส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการ
ข้อหาที่ 2) ความผิดที่กล่าวหาว่าผมหนีราชการทหาร
ผมยืนยันในความบริสุทธิ์พร้อมจะต่อสู้คดีตามกฎหมาย แต่ผมกลับพบความผิดปกติและรู้สึกผิดหวังกับกระบวนการยุติธรรมในชั้นต้น
1. ในวันที่ไปรับทราบข้อกล่าวหาผมได้ขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน ต่อนายทหารพระธรรมนูญเจ้าพนักงานสอบสวนคดีอาญา เพราะผมต้องการแสวงหาพยานหลักฐานต่าง ๆ มาต่อสู้คดี แต่แล้วผมยังไม่ทันยื่นคำให้การ นายทหารพระธรรมนูญก็สรุปส่งสำนวนไปให้กับอัยการศาลทหารกรุงเทพก่อนแล้ว ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่เจ้าพนักงานสอบสวนรีบส่งสำนวนไปให้อัยการโดยที่ผู้ต้องหาอย่างผมยังไม่ทันได้ยื่นคำให้การเลย
2. ผมต้องไปยื่นคำให้การกับอัยการศาลทหารกรุงเทพพร้อมทั้งขอให้เรียกพยานเอกสารทั้งหมด 3 รายการและเอกสารที่เกี่ยวข้องเข้ามาในคดีเพื่อให้ผมได้ตรวจสอบผมจะได้มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และจะได้นำเอกสารมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผม แต่แล้วผมก็พบกับความผิดหวังอีกครั้ง อัยการศาลทหารกรุงเทพไม่ยอมสนใจเรียกพยานเอกสารเข้ามาในคดี แม้ว่าผมจะได้ร้องขอความเป็นธรรมแล้วก็ตาม และอัยการศาลทหารกรุงเทพยังได้รีบยื่นฟ้องผมไปทันทีตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 63 โดยที่ผมไม่มีโอกาสได้อ่านเอกสารต้นเรื่องเกี่ยวกับคำสั่งขังและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ว่ามีความเป็นไปเป็นมาอย่างไรบ้าง สั่งขังผมเพราะอะไร จากเหตุอะไร เมื่อวันไหน ข้อมูลเป็นอย่างไร หนทางข้างหน้าช่างหม่นหมอง เพราะตอนนี้ผมไม่มีข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับเอกสารที่เขากล่าวหาว่าผมกระทำความผิด ผมขอให้เรียกพยานเอกสารก็ถูกปฏิเสธ ผมไม่มีสิทธิตรวจดูคำสั่งที่อ้างว่าผมขัดขืนไม่ปฏิบัติตามว่าเป็นคำสั่งอะไร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
วันพุธ ที่ 29 ก.ค. 63 เวลา 08.30 น. ผมต้องเดินทางไปศาลทหารกรุงเทพ ผมไม่รู้ว่าวันนั้นผมจะได้ประกันตัวหรือไม่ แต่ผมเชื่อมั่นในความยุติธรรมความถูกต้อง ผมพร้อมจะต่อสู้คดีตามกฎหมายจนถึงที่สุดพิสูจน์ให้ทุกคนในประเทศเห็นว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย สิ่งที่ผมได้ทำไปทั้งหมดก็เพื่อเรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบการทุจริตเพื่อผลประโยชน์ของกองทัพ ประเทศชาติ และประชาชน ผมยังจะสู้ต่อ สู้ต่อไปครับ
ขอเชิญสื่อมวลชนทุกท่านและประชาชนทุกคนมาร่วมให้กำลังใจผมที่ศาลทหารกรุงเทพด้วยนะครับ #ให้มันจบที่รุ่นเรา