วันอาทิตย์, ตุลาคม 04, 2569

กนกรัตน์ เลิศชูสกุลI เดือนตุลาในมือคนรุ่นใหม่ ประวัติศาสตร์ของคนที่แพ้แล้วไม่ยอมแพ้ I คนตุลาผ่านจุดพีคไปแล้ว แต่อาจารย์บอกว่า ไม่ต้องห่วง ประวัติศาสตร์เดือนตุลาลงหลักปักฐานมีชีวิตอยู่ในมือคนรุ่นใหม่ เพียงแต่คนตุลาไม่ใช่เจ้าของประวัติศาสตร์อีกต่อไป คนรุ่นใหม่จะมอง 6 ตุลาในทัศนะของเขาเอง


กนกรัตน์ เลิศชูสกุลI เดือนตุลาในมือคนรุ่นใหม่ ประวัติศาสตร์ของคนที่แพ้แล้วไม่ยอมแพ้ I ประชาธิปไตย2สี

matichon tv

Premiered 9 hours ago 

รายการประชาธิปไตยสองสี อธึกกิต แสวงสุข(ใบตองแห้ง) สนทนากับ รศ.ดร. กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ประเด็น 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 เมื่อ คนตุลาหมดอายุ เดือนตุลาในมือคนรุ่นใหม่ ประวัติศาสตร์ของคนที่แพ้แล้วไม่ยอมแพ้ เสาร์ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น.

https://www.youtube.com/watch?v=B8ziG7Dc4w0
.....


Atukkit Sawangsuk
17 hours ago ·

18.00 น.
เรารำลึก 50 ปี 6 ตุลา
ไม่ใช่มาสดุดีวีรกรรมคนตุลาคนเข้าป่าออกป่ามามีบทบาทโดดเด่นด้านต่างๆ
แต่จุดร่วมสำคัญ คืออาชญากรรมโดยรัฐ ที่โหดเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์มนา
กับมาตรา 112 มรดก 6 ตุลา
(ซึ่งแม้ว่าการรณรงค์เข้าชื่อแก้ไขให้โทษกลับไปเหมือนก่อน 6 ตุลาจะไม่ใช่การแก้ไขที่ครบถ้วน แต่ก็คือจุดร่วมในวาระ 50 ปี 6 ตุลา)
:
“คนเดือนตุลาหมดอายุแล้ว” อาจารย์หยินบอกว่าก็เหมือนยาที่มีวันหมดอายุ
คนเดือนตุลาถึงจุดพีคสุด ในทศวรรษ 2530 ในแง่ของการเมืองวัฒนธรรม เป็น inspiration ทางสังคม
แล้วพอทศวรรษ 2540-2550 ก็เป็นพลังขับเคลื่อน ทั้งผ่านพรรคการเมืองอย่างไทยรักไทย ทั้งในแวดวงวิชาการ วัฒนธรรม ภาคประชาสังคม NGO
แต่จุดแตกหักมาถึง ในตอนไล่ทักษิณ - หนุนรัฐประหาร ปี 48-49
ซึ่งคนตุลาฝั่งพันธมิตรถึงขั้นใส่ร้ายเพื่อน “ล้มเจ้า” ปฏิญญาฟินแลนด์
:
อะไรคือสาเหตุ พูดกันจริงๆ แม้คนตุลาส่วนใหญ่ยังมีอุดมการณ์ความมุ่งหวังให้สังคมดีขึ้น แต่แนวคิดทิศทางที่เคยมีร่วมกัน มันแตกสลาย จบไปแล้วตั้งแต่ปี 2525-26
ทัศนะต่อทุนนิยม อเมริกา อำนาจจารีต มันจึงแตกต่างกันสุดขั้ว ระหว่างคนตุลาสองฝ่าย ที่เป็นมันสมองเป็นคนวางยุทธศาสตร์ไทยรักไทย ในการพัฒนาเศรษฐกิจ
กับสายประชาสังคม ที่ออกจากป่ามาก็สมาทานแนวคิดชุมชนนิยมของหมอประเวศ
:
คนตุลาผ่านจุดพีคไปแล้ว (แม้บางคนยังไม่รู้ตัว)
แต่อาจารย์หยินบอกว่า ไม่ต้องห่วง ประวัติศาสตร์เดือนตุลาลงหลักปักฐานมีชีวิตอยู่ในมือคนรุ่นใหม่
เพียงแต่คนตุลาไม่ใช่เจ้าของประวัติศาสตร์อีกต่อไป คนรุ่นใหม่จะมอง 6 ตุลาในทัศนะของเขาเอง
:
อะไรคือจุดร่วม ระหว่างคนตุลากับคนรุ่นใหม่
อาจารย์หยินชี้ว่า
1.เป็นขบวนการนักศึกษา ซึ่งต่างจาก 2475, 2535 หรือ 2553
2.มีเป้าหมายทะลุเพดาน ต้องการเปลี่ยนประเทศ (แม้แนวทางปฎิวัติด้วยกำลังอาวุธผิด เป็นบทเรียน)
3.ขบวนการนักศึกษา ทั้งตอนเคลื่อนไหวประชาธิปไตยและเข้าป่า ประสานกับกรรมกร ชาวนา ชาติพันธุ์ cross class
อันนี้เพิ่งรู้เหมือนกันนะ อาจารย์บอกว่าที่คนรุ่นใหม่สนใจประวัติศาสตร์ในป่า ความน่าตื่นเต้นมันอยู่ที่การ cross class ไม่ใช่ตื่นเต้นเรื่องวีรกรรม
:
4.สำคัญที่สุด คนรุ่น 63 ในปัจจุบัน อยู่ในภาวะ burn out แพ้แล้วถอดใจ ผิดหวัง ทั้งกับสถานการณ์และพรรคการเมือง ต้องเข้าสู่ระบบต้องตั้งชีวิตใหม่
มันก็เหมือนคนตุลาตอนพ่ายแพ้ออกจากป่า เจ็บปวด ผิดหวัง เคว้งคว้าง เสียศูนย์ ยิ่งกว่านี้หลายเท่า ช่วงชีวิตช่วงเวลาที่สูญเสียไปก็ยาวนานกว่า ทุ่มเททั้งชีวิต ความยากลำบาก ทันใดนั้น ว่างเปล่า
ต้องกลับมาเรียน หรือกลับมาหางาน ในสภาพที่ติดลบกว่าคนรุ่นเดียวกันหลายปี
แต่ในอีกด้าน ประวัติศาสตร์คนตุลา มันก็คือประวัติศาสตร์ของคนแพ้ ที่ไม่ยอมแพ้
ต่อสู้สร้างสถานะจนเป็นที่ยอมรับ มีบทบาทสำคัญ ตั้งแต่ 2530-2550
(แม้สุดท้ายจะแตกกันจนพ้นช่วงพีค)
คนรุ่น 63 วันนี้ ก็เหมือนคนตุลาในช่วงพ่ายแพ้
และจะกลับมาทั้งทางการเมืองวัฒนธรรม และการผลักดันเปลี่ยนสังคม
เหมือนที่เคยเเกิดขึ้นนั่นเอง (แต่เก็บรับบทเรียนว่า ฝ่ายก้าวหน้าพอเวลาผ่านไปก็มักจะแตกกัน)

https://www.facebook.com/photo/?fbid=28612935408361583&set=a.1744875672260921