วันศุกร์, ตุลาคม 02, 2569

‘น้ำกับไฟ’ ภัยพิบัติสองอย่างเวลานี้ ที่รัฐบาลสีน้ำเงินของ ‘อนุทิน’ มีมือเปรอะ ตัวเปื้อนเยอะอยู่ ตามการตรวจพบของ กมธ.ปภ.

‘น้ำกับไฟ’ ภัยพิบัติสองอย่างเวลานี้ ที่รัฐบาลสีน้ำเงินของ ‘อนุทิน’ มีมือเปรอะ ตัวเปื้อนเยอะอยู่ ตามการตรวจพบของ กมธ.ปภ.หรือกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาภัยธรรมชาติ ว่าการบริหารจัดการน้ำไม่ถึงขั้น กับบูรณาการข้อมูลน้ำล้มเหลว

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี และณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก ร่วมกันแถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์ เริ่มแต่ปัญหาการเตือนภัยที่ณฐชนนแจ้งว่า “ระบบ Cell Broadcast มักจะส่งล่าช้ากว่าเหตุการณ์จริงมาก”

เขายกตัวอย่างกรณีหมู่บ้าน Modern City ที่ระยอง ข้อความเตือนภัยมาถึงช้าไป ๑-๒ ชั่วโมง แต่ “หน่วยงานอย่าง ปภ. กับ สทนช. มักปฏิเสธความรับผิดชอบ และอ้างว่าเป็นหน่วยงานปลายทาง” หรือกรณี ฝายกากตะกอนแร่ที่ทองผาภูมิ เมืองกาญจน์ พังทลาย

“แต่ไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนว่าน้ำปลอดภัยต่อการใช้สอยหรือไม่” อีกเรื่อง นฤมาศ แถลงสถานการณ์พื้นที่ภาคตะวันออก วันที่ ๑ ตุลา ภัยน้ำท่วมที่แปดริ้วยังคงอยู่ในระดับสูง และรอคอยความช่วยเหลือ ส่วนที่อำเภอพานทอง ชลบุรี

“ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำแห่งสุดท้าย เริ่มมีมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่แล้วแม้ฝนจะไม่ตก” แล้วเจอผีซ้ำดั้มพลอย ดั่งวิกฤตซ้อนวิกฤตจากการที่ในพื้นที่ มีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมคึกโครมโจ๋งครึ่ม ที่ อ.ศรีมโหสภ จ.ปราจีนบุรี

“น้ำชะกากตะกอนเคมีมีคราบสายรุ้งมันวาวใกล้บ่อฝังกลบของเสียอันตราย” ไหลลงสู่ชุมชนและพื้นทีเกษตรกรรม อันจะส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศน์ทางอาหาร และสุขภาพของชาวบ้าน แล้วนี่เป็นเหตุภัยพิบัติ ซึ่ง “ยังไม่มีการประสานข้อมูลไปยังกรม ปภ.”

ภัทรพงษ์บอกว่านี่ละ “ปัญหาชัดเจนเรื่องการทำงานที่ไม่ประสานกัน ระหว่างหน่วยงานจัดการน้ำและภัยพิบัติ” ที่ทั้งนายกฯ อนุทิน และรองนายกฯ ทรงศักดิ์ ทองศรี สื่อสารต่อประชาชนอย่างสับสน คนละเรื่องเดียวกัน ประชาชนไม่รู้ว่าแต่ละวันน้ำจะขึ้นขนาดไหน

ย้อนไปเรื่องพลังงานที่เป็นปัญหามาแต่แรกๆ ซึ่งรัฐบาลนี้คุยโวเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ สฤณี อาชวานันทกุล ชี้ว่า “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP2026 แม้ดูเผินๆ จะดูดีเพราะมี ‘ทางเลือก’ ถึง ๔ ทาง แต่แท้ที่จริงมีสองอย่างที่เรา เลือกไม่ได้"

คือหนึ่ง “การเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มอีก 9,100 MW ระหว่างปี 2026-2037 (เพิ่มจาก 6,300 MW ในร่าง PDP2024 ที่ไม่ได้ประกาศ)” และ “การเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ SMR รวม 9,000 MW ตลอดแผน (ส่วนใหญ่ 8,700 MW เข้าระหว่างปี 2038-2050)”

ชี้ชัดว่า ‘ผู้มีอิทธิพล’ ซึ่งกำหนดนโยบายพลังงานให้แก่ชาติ เป็นผู้รับผลประโยชน์รายใหญ่ๆ

(https://www.facebook.com/SarineeA/posts/RSdPbZ7 และ https://www.facebook.com/thai.udd.news/posts/KAQswf5Kdt8i)