‘น้ำกับไฟ’ ภัยพิบัติสองอย่างเวลานี้ ที่รัฐบาลสีน้ำเงินของ ‘อนุทิน’ มีมือเปรอะ ตัวเปื้อนเยอะอยู่ ตามการตรวจพบของ กมธ.ปภ.หรือกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาภัยธรรมชาติ ว่าการบริหารจัดการน้ำไม่ถึงขั้น กับบูรณาการข้อมูลน้ำล้มเหลว
ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี และณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก ร่วมกันแถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์ เริ่มแต่ปัญหาการเตือนภัยที่ณฐชนนแจ้งว่า “ระบบ Cell Broadcast มักจะส่งล่าช้ากว่าเหตุการณ์จริงมาก”
เขายกตัวอย่างกรณีหมู่บ้าน Modern City ที่ระยอง ข้อความเตือนภัยมาถึงช้าไป ๑-๒ ชั่วโมง แต่ “หน่วยงานอย่าง ปภ. กับ สทนช. มักปฏิเสธความรับผิดชอบ และอ้างว่าเป็นหน่วยงานปลายทาง” หรือกรณี ฝายกากตะกอนแร่ที่ทองผาภูมิ เมืองกาญจน์ พังทลาย
“แต่ไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนว่าน้ำปลอดภัยต่อการใช้สอยหรือไม่” อีกเรื่อง นฤมาศ แถลงสถานการณ์พื้นที่ภาคตะวันออก วันที่ ๑ ตุลา ภัยน้ำท่วมที่แปดริ้วยังคงอยู่ในระดับสูง และรอคอยความช่วยเหลือ ส่วนที่อำเภอพานทอง ชลบุรี
“ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำแห่งสุดท้าย เริ่มมีมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่แล้วแม้ฝนจะไม่ตก” แล้วเจอผีซ้ำดั้มพลอย ดั่งวิกฤตซ้อนวิกฤตจากการที่ในพื้นที่ มีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมคึกโครมโจ๋งครึ่ม ที่ อ.ศรีมโหสภ จ.ปราจีนบุรี
“น้ำชะกากตะกอนเคมีมีคราบสายรุ้งมันวาวใกล้บ่อฝังกลบของเสียอันตราย” ไหลลงสู่ชุมชนและพื้นทีเกษตรกรรม อันจะส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศน์ทางอาหาร และสุขภาพของชาวบ้าน แล้วนี่เป็นเหตุภัยพิบัติ ซึ่ง “ยังไม่มีการประสานข้อมูลไปยังกรม ปภ.”
ภัทรพงษ์บอกว่านี่ละ “ปัญหาชัดเจนเรื่องการทำงานที่ไม่ประสานกัน ระหว่างหน่วยงานจัดการน้ำและภัยพิบัติ” ที่ทั้งนายกฯ อนุทิน และรองนายกฯ ทรงศักดิ์ ทองศรี สื่อสารต่อประชาชนอย่างสับสน คนละเรื่องเดียวกัน ประชาชนไม่รู้ว่าแต่ละวันน้ำจะขึ้นขนาดไหน
ย้อนไปเรื่องพลังงานที่เป็นปัญหามาแต่แรกๆ ซึ่งรัฐบาลนี้คุยโวเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ สฤณี อาชวานันทกุล ชี้ว่า “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP2026 แม้ดูเผินๆ จะดูดีเพราะมี ‘ทางเลือก’ ถึง ๔ ทาง แต่แท้ที่จริงมีสองอย่างที่เรา เลือกไม่ได้"
คือหนึ่ง “การเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มอีก 9,100 MW ระหว่างปี 2026-2037 (เพิ่มจาก 6,300 MW ในร่าง PDP2024 ที่ไม่ได้ประกาศ)” และ “การเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ SMR รวม 9,000 MW ตลอดแผน (ส่วนใหญ่ 8,700 MW เข้าระหว่างปี 2038-2050)”
ชี้ชัดว่า ‘ผู้มีอิทธิพล’ ซึ่งกำหนดนโยบายพลังงานให้แก่ชาติ เป็นผู้รับผลประโยชน์รายใหญ่ๆ
(https://www.facebook.com/SarineeA/posts/RSdPbZ7 และ https://www.facebook.com/thai.udd.news/posts/KAQswf5Kdt8i)
