แรงส์! รศ. ดร. พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต จวกนายกฯ อนุทิน ที่มอง "โกงสอบ" เป็นเรื่องบุคคล ไม่กล้าแตะระบบราชการ ชี้ คิดแบบนี้เป็นนายกฯ ได้ไง? https://t.co/Gb9D4FZfXv https://t.co/eKbSuiBan1
— @Partisans (@PartisansG) October 10, 2026
https://x.com/PartisansG/status/2108781205038768148
.....
มุมมองของ รศ. ดร. พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สะท้อนถึงข้อถกเถียงสำคัญในสังคมไทยเกี่ยวกับ "ปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้าง" โดยเฉพาะประเด็นการโกงสอบเข้ารับราชการ (เช่น การสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น) ซึ่งมีเครือข่ายความสัมพันธ์และกระบวนการทุจริตฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน
การที่นักวิชาการออกมาตำหนิผู้นำรัฐบาลในลักษณะดังกล่าว มีประเด็นสำคัญที่ขยายความได้ดังนี้:
.....
มุมมองของ รศ. ดร. พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สะท้อนถึงข้อถกเถียงสำคัญในสังคมไทยเกี่ยวกับ "ปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้าง" โดยเฉพาะประเด็นการโกงสอบเข้ารับราชการ (เช่น การสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น) ซึ่งมีเครือข่ายความสัมพันธ์และกระบวนการทุจริตฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน
การที่นักวิชาการออกมาตำหนิผู้นำรัฐบาลในลักษณะดังกล่าว มีประเด็นสำคัญที่ขยายความได้ดังนี้:
- การมองปัญหาแบบแยกส่วนเทียบกับปัญหาเชิงระบบ: การที่ผู้มีอำนาจมองว่าการโกงสอบเป็นเพียงความผิดพลาดหรือการกระทำผิดของปัจเจกบุคคล (Individual wrongdoing) ทำให้แนวทางแก้ไขมุ่งไปที่การลงโทษรายบุคคลแบบปลายเหตุ เช่น ไล่ออกหรือดำเนินคดีกับผู้เข้าสอบบางราย โดยละเลยการตรวจสอบโครงสร้างอำนาจ ขบวนการซื้อขายตำแหน่ง หรือระบบอุปถัมภ์ที่เอื้อให้เกิดการทุจริตเป็นขบวนการ
- ความรับผิดชอบทางการเมืองของผู้นำ: ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีบทบาทกำกับดูแลกลไกราชการ การแสดงท่าทีปัดความรับผิดชอบหรือมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล ถูกมองว่าสะท้อนถึงการขาดเจตจำนงทางการเมือง (Political Will) ที่จะรื้อถอนและปฏิรูประบบราชการอย่างจริงจัง
- ผลกระทบต่อความเชื่อมั่น: ปัญหาการทุจริตสอบเข้ารับราชการไม่เพียงแต่ทำลายความยุติธรรมและตัดโอกาสของคนมีความสามารถ แต่ยังบั่นทอนความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อระบบราชการและเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งถูกคาดหวังให้ใช้อำนาจเด็ดขาดในการจัดการปัญหาระดับโครงสร้างเหล่านี้