วันพุธ, ตุลาคม 14, 2569

เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ประกาศมุ่งมั่น “เราจะเดินทางไปส่งเสียงที่หน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ไม่ย่นย่อ

เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ประกาศมุ่งมั่น ระหว่างการประชุมประจำปีของสถาบันการเงินโลกทั้งสองแห่ง ที่กรุงเทพฯ ๑๒-๑๘ ตุลานี้ “เราจะเดินทางไปส่งเสียงที่หน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ไม่ย่นย่อ

แม้นว่า “มีนักกิจกรรมหรือเครือข่ายภาคประชาชนถูกคุกคามในหลากหลายพื้นที่” อาทิเช่น “๒๒ กันยายน ๒๕๖๙ มีชาย ๒ คนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ไปตามหานักปกป้องสิทธิฯ ตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎรที่จังหวัดเชียงใหม่” บังเอิญไม่พบตัว

๒ ตุลา “มีตำรวจท่องเที่ยวในเครื่องแบบ พยายามขอเข้าพื้นที่จัดงานเปิดตัวเครือข่าย และถามว่าจะมีชาวต่างชาติร่วมชุมนุมหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีตำรวจสืบสวนจากนครบาลแฝงตัวมาลงทะเบียนเข้างาน เพื่อประเมินผู้เข้าร่วม”

๖ ตุลา “มีเพจเฟซบุ๊กเผยแพร่เนื้อหาซึ่งโจมตีเครือข่ายฯ ในพื้นที่ปาตานี โยงเรื่องความมั่นคงและอ้างว่ามีต่างชาติหนุนหลัง ซึ่งไม่เป็นความจริง และที่จังหวัดหนองบัวลำภู มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไปพบผู้ใหญ่บ้าน” สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุม

๗ ตุลา ตำรวจขอนแก่นไปข่มขู่มารดาของนักกิจกรรมคนหนึ่ง เนื่องจากสอบถาม “ว่า ลูกทำงานที่ไหน ทำงานอะไร ที่ทำงานของลูกอยู่ที่ใด” เมื่อมารดาตอบว่าไม่ทราบกลับดึงดัน และพูดจาก้าวร้าวว่า “เป็นแม่ทำไมไม่รู้ที่ทำงานลูก”

๘ ตุลา “มีชายฉกรรจ์ ๖ คน บุกไปหาผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ณ ที่ทำงานในจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อซักถามเรื่องการเข้าร่วมประชุม” สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ กล่าวในงานเสวนา ที่ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ทั้งที่ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่ใช่ก่อกวนคุกคามผู้ชุมนุม นี่ไม่ใช่ครั้งแรก การคุกคามเยี่ยงนั้นของเจ้าหน้าที่รัฐ เคยเกิดขึ้นแบบเดียวกัน ก่อนการประชุม APEC2022

เครือข่ายภาคประชาชนเห็นว่า ประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งก่อนหน้าและครั้งนี้ “ไม่ว่าจะเป็นประเด็นคนจนเมือง รัฐสวัสดิการ ผู้ให้บริการทางเพศ เป็นบทเรียนในอดีต...สร้างผลกระทบที่ชาวบ้านไม่เคยได้รับการเยียวยา”

(https://www.facebook.com/iLawClub/posts/MQbdCzxHg)