วันจันทร์, ตุลาคม 05, 2569

มาตรการกดดันและคว่ำบาตรระดับสากลได้ผล ตำรวจกัมพูชาจับกุมชาวต่างชาติรวม 587 คน ที่ทำงานเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ในเมืองปอยเปต โดยระบุว่าตัวการใหญ่หรือหัวโจกเป็นคนไทย และในกลุ่มผู้ต้องหามีคนไทยรวมอยู่ด้วย 15 คน



เจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งชาติกัมพูชาได้เข้าตรวจค้นตึกสูง 30 ชั้นในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรวม 587 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอินโดนีเซีย (ประมาณ 518 ราย) ร่วมด้วยชาวไทย และชาวกัมพูชา

ปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์/สแกมเมอร์ในปอยเปตและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่องโดยทางการกัมพูชา เกิดจาก ปัจจัยกดดันสำคัญทั้งภายในและระหว่างประเทศ ดังนี้:

ความกดดันและการประสานงานจากรัฐบาลต่างประเทศ:

แรงกดดันจากอินโดนีเซียและประเทศในอาเซียน: จากจำนวนผู้ถูกจับกุมล่าสุดที่เป็นชาวอินโดนีเซียสูงถึง 518 ราย รวมถึงผู้เสียหายชาวไทยและชาติอื่นๆ ทางการของประเทศเหล่านี้มีการประสานข้อมูลทางการข่าว ร้องเรียนผ่านช่องทางการทูต และกดดันให้กัมพูชาเร่งช่วยเหลือพลเมืองของตนที่ถูกหลอกลวงหรือบังคับทำงาน

การปราบปรามร่วมกับทางการไทย: ตำรวจไทยและหน่วยงานความมั่นคงมีการตั้งทีมสืบสวนร่วมและส่งข้อมูลพิกัด/เบาะแสของหัวหน้าเครือข่ายให้แก่ฝ่ายกัมพูชา เพื่อกวาดล้างแก๊งที่พุ่งเป้าหลอกลวงคนไทย

มาตรการกดดันและคว่ำบาตรระดับสากล:

องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (เช่น UNODC) และประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ได้ยกระดับการกดดันกัมพูชาอย่างหนัก ทั้งการจัดอันดับความเสี่ยงด้านการค้ามนุษย์ (Human Trafficking Report) และการประกาศคว่ำบาตรนายทุนหรือกลุ่มอิทธิพลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฐานสแกมเมอร์ ทำให้รัฐบาลกัมพูชาต้องเร่งสร้างผลงานเพื่อลดแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลก

การกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติของรัฐบาลกัมพูชา:

กระทรวงมหาดไทยและตำรวจแห่งชาติกัมพูชามีนโยบายเร่งกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยว/การลงทุน จึงสั่งการให้กองบังคับการตำรวจจังหวัดบันเตียเมียนเจยเข้มงวด ตรวจค้นอาคารสูงและคาสิโนในพื้นที่ปอยเปตอย่างต่อเนื่องเพื่อกวาดล้างกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการ

จากรายงานข่าวปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ (Online Scam) ของทางการกัมพูชา ณ ตึกสูง 30 ชั้น กลางเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 มีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องหาชาวไทยดังนี้:
บทบาทหัวหน้าเครือข่าย: รายงานข่าวระบุว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าหนึ่งในหัวหน้าเครือข่าย/หัวโจกผู้ควบคุมการดำเนินงานภายในฐานปฏิบัติการดังกล่าวเป็นคนไทย

จำนวนผู้ต้องหาชาวไทย: ในบรรดาผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 587 คน มีคนไทยที่ถูกควบคุมตัวจำนวนประมาณ 15 ถึง 18 คน (ส่วนใหญ่ของผู้ถูกจับกุมทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซียจำนวน 518 ราย และชาวกัมพูชา)

ลักษณะการกระทำความผิดและข้อหา:

กลุ่มคนไทยทั้งหมดถูกนำตัวไปสอบสวนร่วมกับผู้ต้องหาชาติตื่นๆ เพื่อคัดแยกบทบาทว่าทำหน้าที่เป็น "พนักงานสแกมเมอร์/คอลเซ็นเตอร์" หรือเป็น "ผู้คุม/ผู้บริหารระดับปฏิบัติการ"

ถูกแจ้งข้อหาเบื้องต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมเครือข่ายฉ้อโกงทางออนไลน์ข้ามชาติ การทำงานผิดกฎหมาย และการเข้าเมือง/พำนักโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายกัมพูชา

ขั้นตอนการดำเนินการต่อ: ทางการกัมพูชาจะทำการคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ออกจากผู้ต้องหา หากพบว่าเป็นผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายกัมพูชาก่อนส่งตัวกลับประเทศไทยผ่านช่องทางส่งผู้ร้ายข้ามแดน/ความร่วมมือตำรวจชายแดนต่อไป