
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move
a day ago ·
ติดตาม! “พีมูฟ” ลั่นกลองศึก! นัดชุมนุม 4 ตุลา' ปักหลักหน้าทำเนียบฯ ทวงคืน “สิทธิที่ดิน” หลังยุบ บจธ เร่งรัฐสานต่อภารกิจประชาชน‘ชวนจับตา’ วันนัดหมายสำคัญ เมื่อศึกที่ดินระอุอีกระลอก เครือข่ายภาคประชาชน เกษตรกรจากหลายพื้นที่ นัดชุมนุมใหญ่ เคลื่อนขบวนสู่เป้าหมาย 4 ตุลาคม นี้ ปักหลักหน้าทำเนียบฯ นี่ไม่ใช่เพียงการชุมนุมคัดค้านนโยบายของรัฐบาล แต่เป็นการกลับมาทวงถามอนาคตของภารกิจการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน หลัง “สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน” หรือ บจธ. สิ้นสุดการดำเนินงานตามมติของรัฐบาล
เมื่อรัฐบาลอนุทิน ปิดฉากธนาคารที่ดิน (บจธ.) พีมูฟประกาศกลับมาอีกครั้ง 4 ต.ค.นี้ ทวงคำตอบเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย รัฐบาลต้องทบทวนมติ ครม. และเปิดทางให้ภารกิจธนาคารที่ดินเดินหน้าต่อผ่าน พอช.
การกลับมาครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังรัฐบาล เดินหน้าปิดฉาก บจธ. ทั้งราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรียุบเลิก บจธ. โดยมีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปสำหรับรัฐบาล นี่คือการปรับโครงสร้างและลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ แต่ในส่วนพีมูฟ เนี่คือจุดเริ่มต้นที่ใหญ่กว่าเดิม เมื่อธนาคารที่ดินถูกยุบ แล้วประชาชนที่กำลังรอการแก้ไขปัญหาที่ดิน จะเดินต่ออย่างไร
'ย้ำ' เพื่อหลักประกันเกี่ยวกับภารกิจการถ่ายโอนในสิทธิที่ดินที่มั่นคงกว่า หากรัฐไร้ความชัดเจนตามข้อเสนอของพีมูฟ พร้อมชุมนุมต่อเนื่อง จนกว่าจะได้คำตอบที่เป็นรูปธรรม
“ยุบหน่วยงาน” ไม่ควรเท่ากับ “ยุติภารกิจ”ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา บจธ. กลายเป็นอีกหนึ่งในประเด็นสำคัญที่พีมูฟเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ขยายเวลาการดำเนินงานของ บจธ. ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อศึกษาทบทวนบทบาท ภารกิจ และความจำเป็นของหน่วยงาน
เมื่อถึงเส้นตาย การยุบเลิกก็เกิดขึ้น พีมูฟจึงกลับมาหน้าทำเนียบฯ อีกครั้ง พร้อมคำถามว่า กลไกที่จะมารับช่วง จะสามารถทำงานต่อเนื่องได้ทันทีหรือไม่ เพราะปัญหาที่ดินของประชาชนไม่ได้หยุดลงพร้อมกับวันสิ้นสุดของหน่วยงาน เพราะที่ดินที่อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อยังต้องเดินหน้า รวมทั้งสัญญาที่อยู่ระหว่างดำเนินการยังต้องได้รับการดูแล ชุมชนที่กำลังรอการแก้ไขปัญหายังต้องการคำตอบ หลายครอบครัวที่กำลังเสี่ยงสูญเสียที่ดินยังต้องการหลักประกัน
นี่จึงเป็น...เหตุผลที่พีมูฟยืนยันว่า การเปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงานต้องไม่ทำให้ภารกิจของประชาชนสะดุด
“จาก 29 กันยายน สู่ 4 ตุลา เส้นทางจากการเจรจา ถึงการชุมนุม”จาก “โต๊ะเจรจา” สู่ “หน้าทำเนียบ” พีมูฟประกาศเคลื่อนไหว จี้รัฐบาลหยุดสุญญากาศที่ดิน สานต่อภารกิจ บจธ. หวั่นคนจน เกษตรกรรายย่อย คนเข้าไม่ถึงสิทธิ คนไร้ที่ดินทำกิน รวมถึงคนจนเมือง และผู้คนที่กำลังรอความช่วยเหลือต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่
เมื่อ 29 กันยา ที่ผ่านมาไม่นานนี้ ตัวแทนพีมูฟ เข้าหารือกับฝ่ายรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ทบทวนแนวทางการยุติ บจธ. และหาทางออกให้ภารกิจด้านที่ดินเดินหน้าต่อ ด้วยความกังวลอย่างต่อเนื่องว่าการถ่ายโอนภารกิจไปยังกลไกราชการอาจทำให้การทำงานที่ต้องอาศัยความคล่องตัวและการทำงานใกล้ชิดกับชุมชนเกิดความล่าช้า
หนึ่งในข้อเสนอที่หยิบยกขึ้นมาคือ การนำภารกิจบางส่วนไปสานต่อภายใต้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. โดยเฉพาะภารกิจที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และประเด็น โฉนดชุมชน
“เมื่อคำตอบสุดท้ายยังไม่ชัดเจน พีมูฟจึงเลือกใช้พื้นที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเป็นเวทีทวงถามอีกครั้ง”อาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม คือวันนัดหมาย และวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่พีมูฟเตรียมติดตามคำตอบจากรัฐบาล
เบื้องหลังข้อพิพาทเรื่อง บจธ. ถือเป็นอีกปัญหาในการเข้าถึงที่ดินของคนจนและเกษตรกร สำหรับครอบครัวหนึ่ง ที่ดินหนึ่งผืนอาจเป็นทั้งบ้าน เป็นแหล่งผลิตอาหาร เป็นพื้นที่ทำการเกษตร เป็นรายได้ และเป็นหลักประกันที่จะส่งต่อให้ลูกหลาน การสูญเสียที่ดินจึงไม่ได้หมายถึงการเสียทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสูญเสีย ฐานชีวิต
“เตรียมติดตามความคืบหน้าและคำตอบจากรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 5 ตุลาคม”แก่นของข้อเสนอไม่ใช่เพียงการเรียกร้องให้คงหน่วยงานเดิม แต่เป็นการเรียกร้องให้ กลไกแก้ไขปัญหาที่ดินต้องไม่ถูกตัดตอน เพราะสำหรับคนที่กำลังรอที่ดินทำกิน รอการแก้ไขปัญหาการถือครอง หรือกำลังอยู่ในกระบวนการรักษาที่ดินของตนเอง ความล่าช้าของระบบราชการอาจไม่ได้หมายถึงเพียงการรอเอกสารอีกหนึ่งฉบับ แต่อาจหมายถึงความไม่มั่นคงในชีวิตและอนาคตของครอบครัว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา บจธ. ถูกออกแบบให้เข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาการเข้าถึงที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย รวมถึงประชาชนที่อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญเสียที่ดินจากภาระหนี้ การจำนอง หรือการขายฝาก ในอีกด้านหนึ่ง บจธ. ยังถูกใช้เป็นกลไกสนับสนุนการจัดการที่ดินในระดับชุมชน ซึ่งเป็นที่มาของความพยายามผลักดันแนวทาง “โฉนดชุมชน”นี่คือเหตุผลที่พีมูฟมองว่า บจธ. ไม่ควรถูกพิจารณาเพียงในฐานะองค์กรหนึ่งที่มีต้นทุนการบริหาร แต่ต้องพิจารณาจาก ผลที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ได้รับการแก้ไขปัญหา
แม้รัฐบาลมีแนวทางให้ภารกิจถูกถ่ายโอนไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. เพื่อดูแลและหาหน่วยงานมารับช่วงต่อ
แต่สำหรับพีมูฟ ยังตั้งข้อกังวลว่า กลไกดังกล่าวจะสามารถรักษาความต่อเนื่องของงานที่กำลังดำเนินการอยู่ได้หรือไม่ ทั้งกรณีที่ต้องใช้ทั้งกลไกทางการเงิน การจัดหาที่ดิน และการทำงานร่วมกับชุมชน เพราะการแก้ปัญหาที่ดินไม่ได้จบลงเพียงการออกเอกสารสิทธิ แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ใครจะมีที่ดินทำกิน ใครจะรักษาที่ดินไม่ให้หลุดมือ และชุมชนจะมีสิทธิจัดการที่ดินของตนเองอย่างไร อีกทั้งประชาชนที่อยู่ในกระบวนการของ บจธ. วันนี้ จะถูกพาเดินต่อไปถึงปลายทางอย่างไร
“โฉนดชุมชน” อีกโจทย์ที่พีมูฟไม่ยอมให้หายไปพร้อมกับ บจธ.”สำหรับภาคประชาชน การยุบธนาคารที่ดินไม่ได้แยกออกจากประเด็นโฉนดชุมชน
เพราะทั้งสองเรื่องเชื่อมโยงกันอยู่ที่คำถามเดียวกัน คือ ประชาชนจะมีหลักประกันในการเข้าถึงและจัดการที่ดินได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้ เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือและพีมูฟเคยเสนอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเสนอให้ขยายอายุ บจธ. จนกว่าจะมีกลไกถาวรด้านธนาคารที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดิน ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้สะท้อนว่า สำหรับภาคประชาชนที่ดิน” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องกรรมสิทธิ์รายบุคคล แต่ยังเป็นเรื่องของ สิทธิชุมชน การจัดการทรัพยากรร่วม และความมั่นคงในการดำรงชีวิต
สำหรับคนจนที่กลับมาหน้าทำเนียบฯ อีกครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พีมูฟนำปัญหาที่ดินมาปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาล แต่สถานการณ์ในครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะจากเดิมที่ประชาชนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาล “ไม่ยุบ” วันนี้ บจธ. กลับถูกยุบไปแล้ว ดังนั้นคำถามจึงหนักแน่นขึ้น และการชุมนุมคงหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไรกับคนที่ยังอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาการเคลื่อนขบวน 4 ตุลาคม นี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณว่า พีมูฟจะไม่ยอมให้การสิ้นสุดของหน่วยงานกลายเป็นการสิ้นสุดของภารกิจแก้ปัญหาที่ดิน การปักหลักครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงข้อเรียกร้องเชิงนโยบาย แต่มีคนที่กำลังรอคำตอบอยู่เบื้องหลัง
สิ่งนั้นคือ เกษตรกรที่รอที่ดินทำกิน
ครอบครัวที่กำลังรักษาที่ดินของตนเอง ชุมชนที่กำลังผลักดันการจัดการที่ดินร่วมกัน และคนจนที่ต้องการหลักประกันว่า วันหนึ่งพวกเขาจะมีที่ดินเป็นของตนเอง หรืออย่างน้อยมีสิทธิใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างมั่นคง
“จาก “คำรับปาก” สู่ “คำตอบที่เป็นรูปธรรม”สิ่งที่พีมูฟสะท้อนมาตลอดคือ ความไม่มั่นใจต่อการแก้ไขปัญหาที่ต้องผ่านกระบวนการราชการหลายขั้นตอน
เพราะประชาชนเคยผ่านทั้งการยื่นหนังสือ การตั้งคณะกรรมการ การประชุมหารือ และการรอคำตอบมาแล้วหลายครั้ง
จึงต้องการมากกว่าคำรับปาก ต้องการกลไก ต้องการกรอบเวลา และต้องการหลักประกันว่าภารกิจที่กำลังดำเนินอยู่จะไม่ถูกตัดตอน โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ บจธ. สิ้นสุดลงแล้ว แต่กลไกใหม่ยังอยู่ระหว่างการจัดวาง
คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ
ภารกิจและสัญญาของ บจธ. ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จะเดินหน้าต่ออย่างไร
ประชาชนที่อยู่ในกระบวนการแก้ไขปัญหาจะได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างไรในช่วงเปลี่ยนผ่าน
กลไกใดจะทำหน้าที่ด้านการจัดหาที่ดินและช่วยเหลือประชาชนที่เสี่ยงสูญเสียที่ดิน
รัฐบาลจะวางกลไกถาวรด้านธนาคารที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดินอย่างไร
จากการประชุมสู่การชุมนุม จากหนังสือร้องเรียนสู่การเคลื่อนขบวน จากคำถามว่าจะยุบธนาคารที่ดินหรือไม่ มาถึงคำถามที่ใหญ่กว่าเดิมว่า เมื่อยุบแล้ว สิทธิของประชาชนจะเดินต่อไปทางไหนคำถามเหล่านี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในรั้วทำเนียบรัฐบาล แต่เป็นคำถามที่อยู่กับประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ วันที่ 4 ตุลาคม ต่อเนื่องถึงวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม อาจเป็นอีกบทหนึ่งในการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดิน
"พีมูฟ" จึงต้องประกาศเลื่อนไหว ติดตามคำตอบจากรัฐบาล เพื่อต้องการสิ่งที่มากกว่าคำรับปาก และหากยังไม่มีความชัดเจน ก็พร้อมปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง
เนื้อหาเรื่อง โดย :ศรายุทธ ฤทธิพิณออกแบบภาพ โดย :กัญญ์วรา หมื่นแก้ว
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1383437503969831&set=a.265760042404255