เปิดพอร์ต ‘ปิยะสมบัติกุล’ ดีลที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 2 หมื่นล้าน จากธุรกิจไม้อัดแปรรูป สู่พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ใจกลางกรุงเทพฯตระกูล “ปิยะสมบัติกุล” ถูกจับตาอีกครั้ง หลังกระแสข่าวปิด ดีลที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 2 หมื่นล้านถนนวิทยุ–ซอยต้นสน ถือเป็น “ดีลประวัติศาสตร์”สู่เมกะโปรเจกต์ถูกจับตามอง 📌 จากที่ดินสถานทูต สู่เมกะโปรเจกต์ ใจกลางกรุง ถนนวิทยุยังคงเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่ดินแพงที่สุดของกรุงเทพฯ และเมื่อผืนดินขนาดเกือบ 20 ไร่ บริเวณถนนวิทยุ–ซอยต้นสน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตเนเธอร์แลนด์ ถูกจับตามองในฐานะสินทรัพย์ที่อาจเปลี่ยนมือ ย่อมไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การซื้อที่ดิน” หากแต่เป็นการขยับหมากครั้งสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนจุดเด่นของที่ดินแปลงนี้อยู่ที่สถานะกรรมสิทธิ์แบบ Freehold ซึ่งหาได้ไม่ง่ายในย่าน CBD ชั้นในของกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันยังรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและมีอาคารเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยทำเลและขนาดที่ดิน ราคาตลาดจึงถูกประเมินในระดับประมาณ 2.8–3.5 ล้านบาทต่อตารางวา หากประเมินจากขนาดที่ดินเกือบ 20 ไร่ มูลค่ารวมย่อมขยับขึ้นไปแตะระดับ หลายหมื่นล้านบาท และทำให้แปลงนี้กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนรายใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ “ใครซื้อ” เพียงอย่างเดียว แต่คือ ใครมีศักยภาพมากพอที่จะเปลี่ยนที่ดินเกือบ 20 ไร่กลางถนนวิทยุ ให้กลายเป็นโครงการมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทได้ 📌 ทำเลทอง FAR 10 เท่า เปิดประตูเมกะโปรเจกต์ สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เผยว่าในมุมของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ความน่าสนใจของที่ดินไม่ได้จบอยู่ที่ทำเล เพราะข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและศักยภาพในการพัฒนาคือหัวใจของการตีมูลค่าพื้นที่ดังกล่าวถูกระบุว่าอยู่ในพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่พาณิชยกรรม โดยมี FAR 10:1 ซึ่งในทางหลักการหมายถึงสามารถพัฒนาพื้นที่อาคารรวมได้สูงสุดประมาณ 10 เท่าของพื้นที่ดิน ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของกฎหมายควบคุมอาคารและผังเมืองที่เกี่ยวข้องเมื่อประกอบกับพื้นที่ว่างตามเกณฑ์ OSR และถนนวิทยุที่มีขนาดกว้างกว่า 16 เมตร ศักยภาพของแปลงจึงเปิดกว้างตั้งแต่สำนักงานเกรดเอ โรงแรมระดับลักชัวรี คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ ไปจนถึงโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ นี่คือเหตุผลที่ตลาดจับตาว่า ที่ดินผืนนี้อาจไม่ได้ถูกมองในฐานะ “แลนด์แบงก์” ธรรมดา แต่เป็น เพชรเม็ดใหญ่ที่สามารถต่อยอดเป็นอภิมหาโปรเจกต์ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม มูลค่าโครงการระดับแสนล้านบาทเป็นเพียงการประเมินศักยภาพในเชิงพัฒนา ไม่ใช่มูลค่าการซื้อขายที่ยืนยันแล้ว และการพัฒนาโครงการจริงยังต้องขึ้นอยู่กับผังเมือง กฎหมายอาคาร การออกแบบ ต้นทุนทางการเงิน รวมถึงภาวะตลาดในช่วงเวลาที่ลงทุน อ่านต่อ: https://t.co/wuemRM1XmO #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจBusiness
— กรุงเทพธุรกิจ (@ktnewsonline) October 5, 2026
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
เปิดพอร์ต ‘ปิยะสมบัติกุล’ ดีลที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 2 หมื่นล้าน
จากธุรกิจไม้อัดแปรรูป สู่พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ใจกลางกรุงเทพฯตระกูล “ปิยะสมบัติกุล” ถูกจับตาอีกครั้ง หลังกระแสข่าวปิด ดีลที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 2 หมื่นล้านถนนวิทยุ–ซอยต้นสน ถือเป็น “ดีลประวัติศาสตร์”สู่เมกะโปรเจกต์ถูกจับตามอง จากที่ดินสถานทูต สู่เมกะโปรเจกต์ ใจกลางกรุง
ถนนวิทยุยังคงเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่ดินแพงที่สุดของกรุงเทพฯ และเมื่อผืนดินขนาดเกือบ 20 ไร่ บริเวณถนนวิทยุ–ซอยต้นสน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตเนเธอร์แลนด์ ถูกจับตามองในฐานะสินทรัพย์ที่อาจเปลี่ยนมือ ย่อมไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การซื้อที่ดิน” หากแต่เป็นการขยับหมากครั้งสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนจุดเด่นของที่ดินแปลงนี้อยู่ที่สถานะกรรมสิทธิ์แบบ Freehold ซึ่งหาได้ไม่ง่ายในย่าน CBD ชั้นในของกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันยังรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและมีอาคารเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ด้วยทำเลและขนาดที่ดิน ราคาตลาดจึงถูกประเมินในระดับประมาณ 2.8–3.5 ล้านบาทต่อตารางวา หากประเมินจากขนาดที่ดินเกือบ 20 ไร่ มูลค่ารวมย่อมขยับขึ้นไปแตะระดับ หลายหมื่นล้านบาท และทำให้แปลงนี้กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนรายใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ “ใครซื้อ” เพียงอย่างเดียว แต่คือ ใครมีศักยภาพมากพอที่จะเปลี่ยนที่ดินเกือบ 20 ไร่กลางถนนวิทยุ ให้กลายเป็นโครงการมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทได้
ทำเลทอง FAR 10 เท่า เปิดประตูเมกะโปรเจกต์
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เผยว่าในมุมของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ความน่าสนใจของที่ดินไม่ได้จบอยู่ที่ทำเล เพราะข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและศักยภาพในการพัฒนาคือหัวใจของการตีมูลค่าพื้นที่ดังกล่าวถูกระบุว่าอยู่ในพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่พาณิชยกรรม โดยมี FAR 10:1 ซึ่งในทางหลักการหมายถึงสามารถพัฒนาพื้นที่อาคารรวมได้สูงสุดประมาณ 10 เท่าของพื้นที่ดิน ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของกฎหมายควบคุมอาคารและผังเมืองที่เกี่ยวข้องเมื่อประกอบกับพื้นที่ว่างตามเกณฑ์ OSR และถนนวิทยุที่มีขนาดกว้างกว่า 16 เมตร ศักยภาพของแปลงจึงเปิดกว้างตั้งแต่สำนักงานเกรดเอ โรงแรมระดับลักชัวรี คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ ไปจนถึงโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่
นี่คือเหตุผลที่ตลาดจับตาว่า ที่ดินผืนนี้อาจไม่ได้ถูกมองในฐานะ “แลนด์แบงก์” ธรรมดา แต่เป็น เพชรเม็ดใหญ่ที่สามารถต่อยอดเป็นอภิมหาโปรเจกต์ใจกลางกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม มูลค่าโครงการระดับแสนล้านบาทเป็นเพียงการประเมินศักยภาพในเชิงพัฒนา ไม่ใช่มูลค่าการซื้อขายที่ยืนยันแล้ว และการพัฒนาโครงการจริงยังต้องขึ้นอยู่กับผังเมือง กฎหมายอาคาร การออกแบบ ต้นทุนทางการเงิน รวมถึงภาวะตลาดในช่วงเวลาที่ลงทุน
อ่านต่อ: https://bangkokbiznews.com/business/property/1254967