ก่อนผ่อนปรนล็อคดาวน์ ฟังศบค.ทุกวันแถลงเตือนประชาชนถึง New Normal ว่า
ท่านต้องใช้ชีวิตในวิถีใหม่เช่นใส่หน้ากากทุกครั้งเมื่อออกไปที่สาธารณะ , ท่านยังต้องรักษา social distance อยู่เสมอ , ท่านต้องไม่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวส์ ต้องไม่มีพฤติกรรมมั่วสุม , ผู้ประกอบการต้องทำตามกฎระเบียบที่ออกมา ฯลฯ มิเช่นนั้นก็จะเกิดการระบาดใหม่ขึ้นมาอีก
ซึ่งเห็นด้วยทุกข้อครับ เมื่อไหร่ที่การ์ดเราตก เช่น ไม่ใส่หน้ากากหรือรวมตัวกันเยอะๆก็จะกลับไปสู่เวฟใหม่เร็วยิ่งขึ้น
แต่ก่อนผ่อนปรน , 👫 ประชาชนก็ต้องเตือนรัฐบาลเช่นกันว่า
😇- ท่านต้องมีมาตรการช่วงผ่อนปรนและ ‘social distance’ ที่ฉลาดและเป็นรูปธรรมชัดเจน
เพราะที่ผ่านมาท่านก็น่าจะเรียนรู้แล้วการคาดหวังจิตสำนึกจากคนหลักล้านเพื่อควบคุมปัญหาโรคระบาดนั้นไม่เวิร์ค
===
👻 - ท่านต้องไม่หลายมาตรฐาน ไม่ละเว้นมาตรการแก่ผู้มีอำนาจหรืออภิสิทธิชน ไม่ว่าจะผู้บริหาร , สส. , ลูกทหารชั้นสูง , ไฮโซ ฯลฯ ( เช่น ไม่ยอมกักตัวหลังกลับจากเมืองนอก ฯลฯ)
อย่าให้เหมือนที่ผ่านมาที่การระบาดในหลายแหล่งซึ่งไม่ได้มาจากผีน้อยหรือชาวบ้านที่ท่านย้ำบ่อยแต่กลับมาจากคนมีเงินหรือเหล่าอภิสิทธิ์ชน
===
🥊- ท่านต้องเข้มงวดกวดขัน ตรวจสอบสถานประกอบการใหญ่ เช่น สนามมวยฯ ให้เท่าเทียมกับผู้ประกอบการรากหญ้าอย่าง ร้านอาหารหรือร้านเสริมสวย
ไม่ใช่ปล่อยให้สถานประกอบการ ‘เส้นใหญ่’ ละเมิดกฎจนเกิดคลัสเตอร์แบบตอนสนามมวยฯ
===
👩💼- ท่านต้องกำหนดนโยบายที่ผ่านการระดมความคิดจากหลายภาคส่วน
ไม่ใช่เหมือนตอนปิดกรุงเทพฯที่ยึดตามแนวทางหมอเน้นควบคุมโรคแล้วก็สั่งปิดเลย
โดยไม่ได้คิดถึงมุมทางเศรษฐศาสตร์,สังคมวิทยาหรือจิตวิทยาที่คนจะแห่ออกต่างจังหวัดแล้วนำไปสู่การระบาดเกือบทั้งประเทศ
===
👨🌾- ท่านต้องมี ‘มาตรการรองรับที่ดี’ หลังประกาศกฎหรือนโยบาย
อย่าให้เหมือนล็อคดาวน์ยาวหลายคนตกงานแต่เรื่องเงินเยียวยา 5000 ที่เละเทะไม่ทั่วถึง หรือค่าไฟที่คนด่าตรึมถึงปรับมาช่วยเหลือ หรือจู่ๆประกาศงดจำหน่ายเหล้าโดยไม่คิดถึงภาวะถอนเหล้า (alcohol withdrawal) จนมีคนเสียชีวิต
===
🛬- ท่านต้องไม่ห่วงการท่องเที่ยวมากเสียจนโรคกลับมาระบาดหนัก
เหมือนช่วงแรกที่หลายคนห่วงเรื่องนักท่องเที่ยวจีนแต่ก็ยังปล่อยสบายๆมีเชิดสิงโต
หรือเน้นกักตัวคนไทยกลับจากต่างประเทศ แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินออกจากสนามบินแล้วเที่ยวเลย
===
🤤- ท่านต้องยกเลิกการขายฝันด้วย ‘ข่าวดี’หรือสื่อสารเชิง overclaim ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในกรอบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ เช่น ในอดีตที่ใช้คำว่า'โรคนี้เราเอาอยู่ , ไทยค้นพบยารักษา ฯลฯ' ทั้งๆที่โรคก็เพิ่งระบาด
เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและประมาท
===
👶- ท่านต้องไม่มองประชาชนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเด็กๆที่ไม่ต้องรู้มาก แล้วท่านก็คอยสั่งเป็นระยะให้ทำตามแบบสไตล์ที่เรียกว่าคุณพ่อรู้ดี มุบมิบข้อมูลกลัวประชาชนรู้เยอะ
แต่ควรให้เกียรติที่จะสื่อสารแบบเท่าเทียมกัน ทำให้เห็นแนวทางอนาคต เลวร้ายสุดคืออะไร แผนการสเต็ปถัดมาคืออะไร
===
😷- ท่านต้องไม่บั่นทอนจิตใจประชาชนด้วยคำพูดที่ปชช.รู้สึกว่าท่านโกหก
เช่น หน้ากากอนามัยไม่ขาดตลาด แค่ไปหาซื้อผิดที่ ไปซื้อให้ถูกที่ซิจะเอาสะดวกอย่างเดียวหรือยังไง , หน้ากากอนามัยมีสต๊อก200ล้านชิ้นพอใช้สบายๆสี่เดือน , หน้ากากกับอุปกรณ์มีเพียงพอจนท. ไม่ได้ขาดแคลน รพ.ไม่ต้องขอรับบริจาค
===
🏛 - ท่านต้องระวังอคติหรืออย่ามี hidden agenda ทางการเมืองในปัญหาโรคระบาด
เช่นหากจะงดการชุมนุม (social gathering)
แต่ก่อนท่านชอบยกตัวอย่างพูดเน้นการชุมนุมทางการเมืองหรือช่วงแถลงที่กำชับกรณีก๊งเหล้าหรือการพนัน
ท่านควรเน้นย้ำรูปธรรมชัดเจนมากกว่าว่า กิจกรรมรวมคนนั้นได้ไม่เกินกี่คน ภายในพื้นที่เท่าไหร่
ซึ่งจะชุมนุมในประเพณีพื้นบ้านหรือชุมนุมงานบุญหรือการเมืองก็ควรถูกเคร่งครัดเหมือนๆกัน
====
เมื่อเกิดระบาดเวฟใหม่
👨🎤 - ท่านต้องไม่แถลงสับสน กลับไปกลับมา (เหมือนตอนปิดกรุงเทพฯ) หรือมีคนนึงแถลงอย่างจนประชาชนด่า ซักพักก็มีอีกคนตามมาแก้คำพูดของคนก่อนหน้า
👨🎤- ท่านต้องโปร่งใส อย่ากลับไปเป็นเหมือนช่วงแรกที่ไม่ค่อยบอกรายละเอียดของการระบาด ปชช.ก็ไปหาคำตอบกันเอง ส่งข่าวกันเองผ่านไลน์มีแต่จะทำให้สับสน เกิดเฟคนิวส์ มีข่าวลือ (ผู้ป่วยไปที่นั่นมา ไปที่โน่นมา)
👨🎤- ท่านควรเลือก’คนแถลง’ ให้ดีๆ ไม่ใช่เน้นคนใหญ่คนโตแต่เน้นคนรู้จริงที่สื่อสารดี
👨🎤- หรือหากให้นายกฯมาพูดก็เน้นการสื่อสารที่พูดช้าๆ สบตา ใส่ใจเสมือนประชาชนเป็นคนฟังตรงหน้าที่กำลังหวาดกลัวและลำบากไม่ใช่พูดเหมือนไม่เห็นหัวประชาชน
แถลงแบบเอาใจเขามาใส่ใจเราหรือมี empathy มากยิ่งขึ้นก็จะยิ่งดี แล้วแถลงช่วงวิกฤติก็อย่าใช้สำนวนราชการหรือเยิ่นเย้อเอาที่ practical
ซึ่งในช่วงหลังนั้นท่านก็ปรับปรุงการแถลงต่างๆได้ดีขึ้น
แต่ก็การ์ดอย่าตกนะครับ การ์ดอย่าตก
===
เรากำลังใช้ชีวิตภายใต้หลักการของ 🔨The Hammer and the Dance 💃ก็เหมือนกันทั่วโลกที่กำลังรับมือ Covid
เมื่อระบาดหนัก กราฟขึ้นไต่ชันก็คือช่วงเวลา 🔨‘ค้อนทุบ’ ทั้งเคอฟิวส์ ทั้งล็อคดาวน์ ฯลฯ คือมาตรการเข้มที่ทุบกราฟให้กลับมาแบน
แต่ไม่มีชาติใดใช้ค้อนทุบไปตลอด ประชาชนก็อดตายก็ต้องถึงช่วงเวลาผ่อนปรนหรือช่วง💃 ‘เต้นรำทำกิน’
ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อคนติดต่อกันมากขึ้น ผ่านไปซักพักก็จะต้องมีการระบาดใหม่เหมือนกันหมดทั้งโลก พอถึงตอนนั้น🔨ก็ต้องทุบกันใหม่
จนกว่าจะมีวัคซีน ก็จะเป็นวงจรแบบนี้ ทุบสลับเต้น
ดังนั้นเราทุกคนล้วนอยากให้ช่วงเต้นรำนั้นยาวนานที่สุด💃 ไม่ใช่ทำมาหากินได้แค่อาทิตย์เดียวก็เกิดยอดหลักร้อยจนต้องกลับมาใช้ค้อนทุบอีก
ซึ่งก็ต้องอาศัยจิตสำนึกประชาชน + ผลงานของรัฐบาลไปด้วยกัน
======
======
สเตตัสก่อนหน้านี้ที่ชวนไปอ่านครับ
^_^ รู้เท่าทัน Covid19 จากการอ่านตัวเลข
https://www.facebook.com/IbehindYou/photos/fpp.285055493317/10157447292873318/?type=3&theater
"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
https://www.facebook.com/IbehindYou/photos/a.286053878317/10157458859863318/?type=3&theater
...
"รัฐกำลังทำให้สังคมไทยนิยามปัญหาสุขภาพใน
ค.หมายแคบ คือ การติดเชื้อไวรัส
ค.เครียด ภาวะซึมเศร้า
ค.รุนแรงในครอบครัว และการฆ่าตัวตาย
กลายเป็นปัญหา “ส่วนตัว” ที่รัฐไม่ต้องรับผิดชอบ
ทั้งที่มันคือปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง
เป็นผลจากมาตรการของรัฐ
และสะท้อนสุขภาพสังคมที่กำลังเสื่อมถอย"
ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ
คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
29 เมษายน 2563
#โควิด19
#ไขลานความคิด