วันเสาร์, เมษายน 27, 2567

อยากสมัคร สว. รีบดูด่วน ระเบียบ กกต. วางเงื่อนไขไว้หลายอย่าง การแนะนำตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องส่งให้เฉพาะผู้สมัครด้วยกัน



อยากสมัคร สว. 67 ดูด่วน กกต. ออกระเบียบ สร้างเงื่อนไขการแนะนำตัวผู้สมัคร

เมษายน 26, 2024
iLaw

ระบบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ภายใต้ระบบ “แบ่งกลุ่มอาชีพ” – “เลือกกันเอง” ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เฉพาะผู้สมัคร สว. ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเท่านั้น ที่จะมีสิทธิในการ “เลือก” ผู้ที่สมควรจะเป็น สว. ทำหน้าที่ในรัฐสภาเป็นผู้แทนปวงชนได้ ระบบนี้เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาใหม่ โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 (กรธ.) นำโดยมีชัย ฤชุพันธุ์

นอกจากระบบที่ออกแบบมาให้ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิเข้าไปเลือก สว. ได้ ต่างจากการเลือกตั้ง สส. และต่างจากการเลือกตั้ง สว. ตามรัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ 2550 ผู้สมัคร สว. 2567 ยังไม่สามารถหาเสียงได้ ทำได้เพียงแต่ “แนะนำตัว” ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด

วันที่ 26 เมษายน 2567 ราชกิจจานุเบกษาก็เผยแพร่ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 (ระเบียบ กกต. การแนะนำตัวฯ) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2567) โดยวางเงื่อนไขในการแนะนำตัวของผู้สมัครอย่างเข้มข้น

ทำเอกสารแนะนำตัวได้ไม่เกินสองหน้าเอสี่ แนะนำตัวทางอิเล็กทรอนิกส์จำกัดให้รู้เฉพาะผู้สมัคร สว.

ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป.สว. ฯ) ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการกำหนดรายละเอียดเรื่องการเลือก สว. มาตรา 36 วางหลักให้ ผู้สมัครแนะนำตัวได้ตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด และในวรรคสองยังระบุอีกว่า หากบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้สมัคร จะช่วยเหลือผู้สมัครในการแนะนำตัว ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กกต. กำหนดด้วย และในมาตรา 70 กำหนดบทลงโทษว่า ผู้สมัคร รวมถึงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้สมัคร หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องการแนะนำตัว ที่กกต. กำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งห้าปี

สำหรับวิธีการแนะนำตัว ระเบียบ กกต. การแนะนำตัวฯ ข้อ 5 ระบุว่า ให้ “ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือก” สามารถแนะนำตัวตามระเบียบนี้ได้นับแต่วันที่ระเบียบฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ส่วนวิธีการแนะนำตัว ในระเบียบระบุไว้สองกรณี

กรณีแรก การแนะนำตัวแบบใช้เอกสาร ผู้สมัครสามารถทำเอกสารแนะนำตัวได้ ระบุข้อความยาวไม่เกินสองหน้ากระดาษเอสี่ (ข้อ 7) โดยสิ่งที่สามารถระบุในเอกสารได้ คือ
  • ข้อมูลส่วนตัว
  • รูปถ่าย
  • ประวัติการศึกษา
  • ประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร
ทั้งนี้ ผู้สมัครไม่สามารถนำเอกสารแนะนำตัว ไปแจกในสถานที่เลือก หมายความว่า ถ้าผู้สมัคร สว.จะแจกเอกสารแนะนำตัวกัน ก็ต้องทำภายนอกสถานที่เลือก ก่อนการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ

กรณีที่สอง การแนะนำตัวผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้สมัครสามารถทำได้ “ด้วยตนเอง” ซึ่งหมายความว่า หากจะแนะนำตัวผ่านโซเขียลมีเดียต่างๆ การส่ง การเผยแพร่ข้อความ จะต้องทำผ่านบัญชีส่วนตัวของผู้สมัครรายนั้น โดยการแนะนำตัวผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิสก์ ผู้สมัครต้องใช้ข้อความเหมือนในเอกสารแนะนำตัวที่เป็นกระดาษตามกรณีแรก และเผยแพร่แก่ “ผู้สมัครอื่น” ในการเลือกเท่านั้น (ข้อ 8)

หากผู้สมัครจะแนะนำตัวผ่านทางช่องทางออนไลน์ เช่น การส่งข้อความทางไลน์ เฟซบุ๊ก หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ ก็ต้องจำกัดส่งให้เฉพาะ “ผู้สมัครอื่น” หรือตั้งค่าให้เฉพาะผู้ที่สมัคร สว. เท่านั้นที่จะเห็นข้อความการแนะนำตัว ขณะที่สาธารณชน จะไม่สามารถเห็นได้เลยว่าผู้สมัคร สว. แต่ละคน แนะนำตัวกันอย่างไร หรือพูดอีกอย่างคือ ระเบียบ กกต. การแนะนำตัวฯ ออกแบบมาให้เฉพาะ “ผู้สมัคร สว.” พูดคุยกันเอง แนะนำตัวเองเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเรื่องผู้สมัครจะแนะนำตัวผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์โดยเผยแพร่ได้เฉพาะ “ผู้สมัครอื่น” เท่านั้น ใช้แค่กับกรณีการแนะนำตัวผ่านช่องทางนี้ หากเป็นการแนะนำในกรณีแรก คือการแนะนำตัวแบบใช้เอกสารปรินท์เป็นกระดาษออกมา ในระเบียบ กกต. ข้อ 11 (3) ห้ามแจกเอกสารแนะนำตัวด้วยการวาง โปรย หรือติดประกาศในที่สาธารณะ ในระหว่างวันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีผลบังคับใช้ จนถึงวันที่ กกต. ประกาศผลการเลือก สว. เท่ากับว่าหากผู้สมัคร สว. อยากแนะนำตัวด้วยเอกสาร โดยติดประกาศในที่สาธารณะ หรือวางในที่ต่างๆ ก็สามารถทำได้ก่อนพระราชกฤษฎีกาประกาศใช้

นอกจากนี้ หากผู้สมัคร สว. จะมีผู้ที่ช่วยเหลือในการแนะนำตัว รวมถึงบุคคลอื่นที่อยากจะช่วยเหลือผู้สมัครแนะนำตัว ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการในระเบียบ กกต. ก่อน ข้อ 9 กำหนดว่า ก่อนจะดำเนินการแนะนำตัว ผู้สมัคร สว. ต้องแจ้งชื่อ คนอื่นที่ผู้สมัครยินยอมให้ช่วยเหลือแนะนำตัว หรือเรียกว่า “ผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร” ต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดด้วย และหากจะเปลี่ยนแปลงชื่อก็ต้องแจ้งด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเป็นกรณีที่ผู้สมัครให้ สามี ภรรยา หรือบุตร เป็นผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร ไม่จำเป็นต้องแจ้งชื่อ

กรณีที่ผู้สมัครไม่ได้แจ้งชื่อผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร ถ้าผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับแจ้งเรื่องนี้ สามารถแจ้งให้ผู้สมัครปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ ถ้าผู้สมัครยังไม่ดำเนินการตาม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอาจนำมาเป็นเหตุดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวน ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดได้

หลัง พ.ร.ฎ. ออก จนถึงวันประกาศผล ผู้สมัคร สว. แนะนำตัว-ให้สัมภาษณ์ออกสื่อไม่ได้

สำหรับข้อห้ามในการแนะนำตัว ระเบียบ กกต. การแนะนำตัวฯ กำหนดข้อห้ามผู้สมัคร และผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร ดังนี้
  • ห้ามผู้สมัคร หรือผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการแนะนำตัว (ข้อ 10)
  • นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีผลบังคับใช้ จนถึงวันที่ กกต. ประกาศผลการเลือก สว. ห้ามผู้สมัครหรือผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร แนะนำตัวในกรณีดังต่อไปนี้ (ข้อ 11)
    • ฝ่าฝืนข้อห้ามตาม พ.ร.ป. สว. ฯ กล่าวคือ ห้ามแนะนำตัวโดยจัดให้มีมหรสพ งานรื่นเริง ตามมาตรา 77 (2)
    • ผู้ที่ประกอบอาชีพสื่อ-สายบันเทิง ห้ามใช้ความสามารถหรืออาชีพตัวเองเอื้อประโยชน์ในการแนะนำตัว
    • ห้ามแจกเอกสารแนะนำตัวด้วยการวาง โปรย หรือติดประกาศในที่สาธารณะ
    • ห้ามแนะนำตัวโดยใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือปลุกระดมก่อให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่
    • ห้ามแนะนำตัวทางวิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์
    • ห้ามให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นักข่าว หรือสื่อโฆษณา ที่เผยแพร่ทางแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ
    • ห้ามจงใจไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบนี้
ระเบียบ กกต. ห้ามเยอะกว่า พ.ร.ป. สว.ฯ ผู้สมัคร ห้ามยอมให้ผู้สมัครคนอื่นเข้ามา “ช่วยเหลือ”

ในพ.ร.ป. สว.ฯ หนึ่งในข้อห้ามสำคัญของผู้สมัคร คือ ห้ามผู้สมัครใดยินยอมให้บุคคลต่อไปนี้ “ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว.” (มาตรา 76 วรรคสอง)
  • กรรมการบริหารพรรคการเมือง
  • ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • สมาชิกสภาท้องถิ่น
  • ผู้บริหารท้องถิ่น
  • ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

นอกจากข้อห้ามข้างต้น ตามพ.ร.ป. สว.ฯ มาตรา 76 ระเบียบ กกต. การแนะนำตัวฯ ข้อ 12 ยังกำหนดข้อห้ามที่ดูเผินๆ เหมือนจะคล้ายกัน แต่เขียน “กว้าง” กว่ามาก โดยระบุห้าม “ผู้สมัคร” ยินยอมให้บุคคลเหล่านี้เข้ามา “ช่วยเหลือผู้สมัครไม่ว่ากรณีใดๆ”
  • ผู้สมัครคนอื่น
  • กรรมการบริหารพรรคการเมือง
  • ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่น
  • ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
การที่ระเบียบ กกต. เขียนไว้เช่นนี้ เป็นการระบุกว้างกว่ากรณีของมาตรา 76 ที่กำหนดเฉพาะห้ามผู้สมัครยินยอมให้ผู้อื่น “ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว.” ขณะที่กรณีของข้อ 12 กำหนดไว้ว่าเป็นการ “ช่วยเหลือผู้สมัครไม่ว่ากรณีใดๆ” โดยข้อความดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ กกต.ใช้ดุลยพินิจในการตีความว่าการกระทำใดที่จะเป็นการช่วยเหลือผู้สมัคร และขัดต่อระเบียบฉบับนี้

https://www.ilaw.or.th/articles/30357