โคโรน่าไวรัสในไทยยังจะไปอีกยาว ดูจากวิถี (trajectory)
เส้นกร๊าฟเมื่อวันที่ ๒๘ มีนา พุ่งจี๊ดเกือบเป็นแนวตั้ง (vertical)
เหมือนอิตาลีและอเมริกา แถมจำนวนผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดแซงหน้ากรุงเทพฯ
(๕๙%) ผลของมาตรการปิดเมืองแล้วคนแห่กลับบ้านเดิม
ส่วนที่คึกคักตอนนี้ก็เป็นการเยียวยา ๕
พันบาท สำหรับคนตกงานและแรงงานนอกระบบซึ่งไม่ได้อยู่ในโครงการประกันสังคม
ที่ตั้งชื่อเก๋ไก๋ว่า #เราไม่ทิ้งกัน เปิดให้ตั้งแต่เมื่อวาน เพิ่งเริ่มลงทะเบียนได้เมื่อราวทุ่มกว่าๆ
เพราะปัญหา “เปิดปุ๊บล่มปั๊บ”
จนถึงวันนี้เมื่อเกือบเจ็ดโมงครึ่ง จำนวนผู้ลงทะเบียนทะลุ
๑๐ ล้านแล้ว ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อเกิน ๑,๒๐๐ คน ไม่ว่า ‘หอการค้าไทย’ จะออกมาพยายามสร้างขวัญกำลังใจอย่างใดๆ
ว่ามาตรการเยียวยานี้ได้ผลดี เสียแต่ถ้า
“บุคคลที่มีศักยภาพในด้านการเงิน
โดยเฉพาะมหาเศรษฐีที่ติด ๑๐ อันดับของประเทศ ออกมาช่วยสนับสนุน เพราะการที่บุคคลเหล่านี้รวยได้
ก็มาจากคนในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงอยากให้ทำอะไรดีๆ คืนสู่สังคมบ้าง”
ก็เถอะ
ความจริงก็คือการรับมือ ‘โควิด-๑๙’ ในไทยยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
อุปกรณ์การแพทย์สำหรับใช้ทั้งในการปกป้อง ตรวจหาเชื้อไวรัส กับการรักษาผู้ป่วย
ยังไม่เพียงพอ และจะยิ่งสากรรจ์เมื่อต่อไปพบว่าการติดเชื้อเพิ่มในอัตราเร่ง (exponentially)
กระทั่งในขณะที่อัตราติดเชื้อพุ่งอย่างนี้ ยังไม่สามารถเชื่อใจได้ว่าตัวเลขตรงกับความเป็นจริงแค่ไหน
เอ้วเอ้ว ชาวนนทะบูลลี่ @youcallmeels
ทายทักตารางผู้ติดเชื้อของทางการ “ตรวจวันละไม่ถึงพันเคส ก็ว่า
ทำไมยอดไม่ขึ้น หึหึ”
ทางด้าน ‘Thirdd Sapol’ เสริม “เมื่อวานอธิบดีกรมวิทย์ฯ บอกว่าถึงปัจจุบันตรวจมาแล้ว ๔๐,๐๐๐ คน
แต่จากตัวเลขมันได้แค่ ๑๐,๐๐๐ คนเอง (= PUI ลบด้วย
Under Exam.) อีก ๓๐,๐๐๐ ไปไหน” แล้วตัวเลขรอตรวจ หรือ Under
Exam. เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“การรายงานตัวเลขรายจังหวัดก็มีปัญหา...แถมยังมีตัวเลขไม่ตรงอีก
เช่น เมื่อวานนนทบุรีรายงาน ตัวเลขเพิ่ม ๑๔ คน
แต่ในการแถลงของกระทรวงเลขไม่เห็นขึ้น” จากเหตุไปหาผล “การตัดสินใจที่ถูกต้องฉับไว
ย่อมต้องเกิดขึ้นจากข้อมูลที่แม่นยำ”
กุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้อยู่ที่
การเปิดฉากรับมืออย่างทันควันและทำการตรวจหาผู้ติดเชื้อแต่แรกเริ่มทันที
อย่างที่ไต้หวันและเยอรมนีทำ เชื่องช้าเพราะคิดไม่ถึงอย่างอิตาลี หรือเพราะอวดดีอย่างสหรัฐและไทย
รอดได้ก็สวรรค์โปรด
ในสหรัฐยังดีที่เสียงจากประชาชนและบุคคลากรการแพทย์
‘ดังพอ’ ให้ทรั้มพ์ยอมรับฟังในเวลาไม่นานนัก
(เดี๋ยวนี้เอาไปใช้หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งปลายปีแล้วนี่ ขณะที่คู่แข่งหมดโอกาส)
แต่ว่า ‘ไอทู้บ’ ของไทยอาจไม่ ‘เขี้ยว’ เท่าทรั้มพ์ เลยเอาแต่เงียบปล่อยให้ ‘Hear
Noooo’ เล่นอยู่คนเดียว
ก็เลยมีแฮ้สแท็ก #อนุทินออกไปเหอะ ออกมาแซง #รัฐบาลส้นตีน
อยู่ขณะนี้ ด้วยเหตุว่า “จริงจ้า แพทย์ต้องมานั่งตัดชุด ทำแมสเองอ่ะ
แล้วตอนนี้คือทำไม่ทัน ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน” เสียงบ่นก่นด่าจาก @sumaterh
พร้อมกันไปกับโรงพยาบาลหลายแห่งออกประกาศ ‘ขอรับบริจาค’ บ้างระบุต้องการเพียงวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น
แต่แห่งอื่นถ้ามาเป็นตัวเงินก็โอเค จนมีคนเซี้ยวเฮี้ยวเสียจนน่าโขก เหน็บว่า “บุคคลากรทางการแพทย์...ยามนี้ช่างมีความอดทนสูงเสียเหลือเกิน”
หรือจะเป็นเพราะจากที่ “หมอ รพ.รัฐใน ตจว.เล่ามาตอนนี้เหลือหน้ากากกับชุด
PPE ใช้ไม่ถึงเดือน ถูกสั่งจาก ผญ.ว่าต้องรายงานเข้าส่วนกลางว่าของมีพอใช้ตลอด”
orawan ข่าวเข้ม @tukorawan ทวี้ตเมื่อวันก่อน
“ส่วนที่ว่า สธ.จะส่งของให้ ขอไปสองอาทิตย์แล้วยังไม่ได้
พอเอกชนจะบริจาคก็ถูกห้ามถ่ายรูปเกรงเสียภาพพจน์ ถ้าโวยผ่านโซเชียลถูกขู่สั่งย้าย
เพราะนโยบายสั่งมาห้ามทำคนแพนิค” อ่า แก้โรคระบาดด้วย ศอฉ. ก็อย่างนี้แหละ