วันอาทิตย์, มีนาคม 25, 2561

"กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย" ตอบข้อโต้แย้งเซเล็บเผด็จการ ว่าด้วยการยุบ คสช.





ตอนสุดท้ายแล้วสำหรับสไลด์ว่าด้วยข้อเสนอยุบ คสช.

หลังจากที่เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา พวกเราได้นำเสนอข้อเรียกร้องให้ยุบ คสช. และเปลี่ยนสถานะของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาลรักษาการเพื่อเปิดทางไปสู่การเลือกตั้ง ก็ได้มีปฏิกิริยาจากบุคคลสำคัญหลายท่านใน คสช. ต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว มีทั้งที่โต้แย้งกลับมาตรงๆ ใช้การถามค้าน หรือพยายามพูดชี้ชวนให้เชื่อว่าปัญหาไม่มีอยู่จริง ทั้งหมดนี้เพื่อหาเหตุแห่งความชอบธรรมว่าทำไม คสช. จึงสมควรต้องอยู่ต่อ

ท่านที่ติดตามเพจนี้คงจะเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้วว่า พวกเราก็ได้ตอบกลับคำโต้แย้งเหล่านี้ไปทั้งหมดแล้ว แต่สำหรับท่านใดที่ยังไม่เห็น ในสไลด์นี้เราจะรวบรวมมาให้ได้รับชมกันอีกครั้ง





ปณิธาน วัฒนายากร - ยุบ คสช. แล้วใครจะดูแลความสงบเรียบร้อย

ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ตั้งคำถามกลับมาว่า "ภารกิจหลักของ คสช. คือการรักษาเสถียรภาพ ดูแลความปลอดภัย และรักษาความเรียบร้อยของบ้านเมือง ในช่วงที่จะมีการเปิดพื้นที่มากขึ้นและจะมีการเลือกตั้ง จะต้องคิดด้วยว่าใครจะทำภารกิจเหล่านี้ และใครจะทำได้สำเร็จ"

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/872716

พวกเราขอตอบดังนี้

ใครจะดูแลความเรียบร้อย? ก็รัฐบาลรักษาการ และหน่วยงานราชการต่างๆ ไงครับ

ประเทศไทยในเวลานี้มีกระทรวงกลาโหม มีกระทรวงมหาดไทย มีกองทัพ มีตำรวจ มี สมช. มี กอ.รมน. ฯลฯ อีกสารพัด ในยุครัฐบาลเลือกตั้งที่ผ่านมาการดูแลความสงบเรียบร้อยโดยหน่วยงานเหล่านี้ก็เป็นไปได้ด้วยดีตลอด

แล้วทำไมหน่วยงานเหล่านี้จึงจะไม่สามารถดูแลความเรียบร้อยในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ ทำไมพอเข้ายุครัฐประหารแล้วหน่วยงานเหล่านี้จึงไม่สามารถดูแลความเรียบร้อยเองได้ ต้องตั้ง คสช. ขึ้นมาอีกที (แล้วก็รับเงินเดือนเพิ่มกันไป) หน่วยงานเหล่านี้จะไร้น้ำยาไปเสียดื้อๆ เลยหรือ

ความเป็นจริงคือประเทศไทยไม่ได้มีภัยความมั่นคงอะไรที่ใหญ่หลวงถึงขนาดต้องคง คสช. ไว้ เราไม่มีปัญหากับชาติมหาอำนาจหรือประเทศเพื่อนบ้านในช่วงนี้

สาเหตุเดียวที่ทำให้ไม่เกิดความสงบ ดังเช่นในช่วงความขัดแย้งปี 2556-2557 ก็เพราะมีบางหน่วยงานของรัฐเองที่รู้เห็นเป็นใจในการก่อความไม่สงบ จงใจนำประเทศไปสู่ทางตันเพื่อที่จะเข้ามาปกครองประเทศด้วยวิธีนอกระบบ

และถ้าใครอยากให้ให้มีการเลือกตั้งเร็วๆ เขาย่อมอยากให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย และจะไม่ก่อความไม่สงบขึ้นมาแน่ๆ เพราะรู้ดีว่านั่นจะกลายเป็นเหตุอ้างให้ คสช. เลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก (พวกเราเองแม้จะชุมนุมแต่ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะอยู่ในความสงบเช่นกัน)

ในทางกลับกัน คนที่ไม่อยากให้เกิดการเลือกตั้งต่างหากที่จะพยายามสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ เพื่อหาเรื่องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ

พวกเราจึงอยากถามกลับไปยังคุณปณิธานว่า คุณคิดว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จากการเลื่อนเลือกตั้ง ผู้ที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นมากที่สุดในเวลานี้ และมีศักยภาพพอที่จะสร้างสถานการณ์ความไม่สงบเพื่อเป็นเหตุอ้างให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก คือใคร?





พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา - รัฐธรรมนูญมาตรา 265 กำหนดให้ คสช. อยู่ทำหน้าที่ต่อ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้ดำรงตำแหน่ง คสช. รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว. กระทรวงกลาโหม ได้อ้างว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 265 ระบุว่า “ให้ คสช. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่า ครม. ที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งครั้งแรกจะเข้ารับหน้าที่” ดังนั้น คสช. จึงต้องดำรงอยู่ต่อไป

ที่มา https://www.khaosod.co.th/politics/news_832358

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 265 เขียนไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า คสช. ต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น การที่กลุ่มคนเลือกตั้งเสนอให้ยุบ คสช. จึงเป็นไปไม่ได้

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/874349

พวกเราขอตอบดังนี้

ทางออกง่ายๆ เลยคือแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 265 นี้เสีย

คสช. มักอ้างกฎหมายเสมอเมื่อมันเป็นประโยชน์ต่อสถานะทางอำนาจของตน (ในขณะที่ถ้ากฎหมายใดขัดขวางการใช้อำนาจของตนก็จะฉีกมันเสียดื้อๆ เลย) อ้างในทำนองว่ามันเป็นสิ่งที่มีอยู่มาตั้งแต่แรกแล้ว มันกำหนดเอาไว้อย่างนั้น จึงต้องปฏิบัติตามมัน จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 นี้ คสช. ก็ร่างขึ้นมาเองทั้งหมด เพื่อตอบสนองความต้องการและผลประโยชน์ของตัวเอง

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี 2560 คสช. เองก็เคยแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้ว่าจะผ่านการลงประชามติไปแล้วแต่ก็ยังหาช่องทางแก้จนได้ แล้วเหตุใดจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดช่องทางให้ยุบ คสช. เร็วกว่าเดิมบ้างไม่ได้

มาตราเดียวที่ต้องถูกแก้เพื่อเปิดทางให้ยุบ คสช. ได้คือมาตรา 265 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล ไม่ใช่บทถาวร ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงไม่เป็นการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพเสรีภาพของประชาชนแต่อย่างใดเลย อันที่จริงเป็นการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยซ้ำ เพราะนำไปสู่การยกเลิกคณะบุคคลที่มีอำนาจละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้อย่างไม่จำกัด

หากถามถึงเหตุผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดช่องทางให้ยุบ คสช. ก็เป็นไปตามที่พวกเราได้แถลงไปแล้วว่า เพื่อสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก และไม่มีการสืบทอดอำนาจของ คสช. ต่อไป

ส่วนกับคำถามที่ว่าใครจะทำหน้าที่ของ คสช. ก็เป็นไปตามที่เราได้ตอบกับคุณปณิธาน วัฒนายากร ไปก่อนหน้านี้แล้ว คือให้รัฐบาลรักษาการและหน่วยงานราชการรับผิดชอบหน้าที่เหล่านั้น

เพราะฉะนั้น เลิกอ้างกฎหมายเพื่อหวงกันอำนาจของตัวเอง คืนสิทธิในการกำหนดอนาคตของประเทศให้กับประชาชนได้แล้ว





พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง - คสช. ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง

พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. และผู้ดำรงตำแหน่ง คสช. ได้อ้างว่า คสช. ถือเป็นกลไกรัฐธรรมนูญ จึงว่ายุบไม่ได้ โดย คสช. ไม่ได้มีบทบาทในการเลือกตั้ง มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลบรรยากาศการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยดี และยืนยันว่า คสช. ไม่ได้จะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งแต่อย่างใด จะวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงกลไกต่างๆ ทางการเมือง

ที่มา https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_88207

พวกเราขอตอบดังนี้

คสช. “เป็น” อุปสรรคต่อการเลือกตั้ง

เพราะ คสช. มีอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ที่ให้อำนาจในการออกคำสั่งใดๆ ก็ได้ โดยถือว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเป็นที่สุด นั่นหมายความว่า คสช. ยังคงถืออำนาจที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ทุกเมื่อ

และแม้ว่าการเลื่อนการเลือกตั้งอาจเป็นผลมาจากมติของ สนช. คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือการดำเนินการจากองค์กรอื่นๆ เราก็มิอาจล่วงรู้ได้เลยว่ามติ คำวินิจฉัย หรือการดำเนินการเหล่านั้นเป็นไปเพราะถูกชี้นำหรือกดดันจาก คสช. ซึ่งถืออำนาจสูงสุดไว้หรือไม่

ยิ่งเมื่อประกอบกับท่าทีของ คสช. ที่พยายามหาเสียงให้กับตนเองและขัดขวางการดำเนินการของพรรคการเมืองต่างๆ จึงน่าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า คสช. จะพยายามใช้อำนาจที่ตนมี ไม่โดยทางตรงก็ทางอ้อม ในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก และหาช่องทางสืบทอดอำนาจให้กับตัวเอง

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยุบ คสช. เพื่อสร้างหลักประกันเบื้องต้นว่าจะไม่มีการใช้อำนาจดังกล่าวในการแทรกแซงการเลือกตั้ง

สำหรับที่ พล.อ.อ.จอมได้กล่าวว่า คสช. ถือเป็นกลไกรัฐธรรมนูญ เราได้ชี้แจงประเด็นนี้ไปแล้วในการตอบคำถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าสามารถแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดช่องให้ยุบ คสช. ได้

สำหรับที่ พล.อ.อ.จอมได้กล่าวว่า คสช. ไม่ได้มีบทบาทในการเลือกตั้ง ยิ่งเป็นการสนับสนุนข้อเรียกร้องของเรา เพราะเท่ากับยอมรับเองว่าแม้ไม่มี คสช. ก็จัดการเลือกตั้งได้

สำหรับที่ พล.อ.อ.จอมได้กล่าวว่า คสช. มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลบรรยากาศการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยดี เราได้ชี้แจงประเด็นนี้ไปแล้วในการตอบคำถามคุณปณิธาน วัฒนายากร ว่าภารกิจดังกล่าวสามารถให้รัฐบาลรักษาการและหน่วยงานราชการทำแทนได้

และสำหรับที่ พล.อ.อ.จอมอ้างว่า คสช. ไม่ได้จะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งแต่อย่างใด จะวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงกลไกต่างๆ บอกตรงๆ ว่าเราไม่สามารถเชื่อลมปากของ คสช. ที่พูดออกมาปากเปล่าทั้งที่ยังกอดอำนาจไว้กับตัวได้อีกแล้ว เพราะ คสช. โกหกประชาชนมานับครั้งไม่ถ้วน หาก คสช. จะให้เราเชื่อได้ว่าเป็นกลาง ไม่แทรกแซงจริงๆ คสช. ต้องปฏิบัติให้เห็นโดยการยุบตัวเองเสีย

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า พล.อ.อ.จอม เป็นหนึ่งในผู้ดำรงตำแหน่ง คสช. มีเงินเดือน 119,920 บาท พล.อ.อ.จอมจึงเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากการดำรงอยู่ของ คสช. (และเสียประโยชน์จากการยุบ คสช.) ด้วยเช่นกัน





นี่คือบทพิสูจน์สำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่า คสช. มีความจริงใจในการจะทำให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด และไม่คิดจะสืบทอดอำนาจเผด็จการต่อไปหรือไม่

ถ้าอยากให้มีการเลือกตั้งจริงๆ ไม่คิดสืบทอดอำนาจจริงๆ ก็พิสูจน์ให้เห็น ด้วยการยุบ คสช. เสีย

แต่ถ้าไม่ทำ ก็คงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า คสช. มีปณิธานที่จะแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องจากเลือดเนื้อ หยาดเหงื่อ และน้ำตาของประชาชนอย่างเป็นการถาวร





สุดท้ายนี้ขอฝากกิจกรรมของพวกเราในวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561 นี้ ขอเชิญพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมแสดงพลัง ทวงสิทธิในการกำหนดอนาคตของประเทศกลับคืนมา

"รวมพลังกันอีกครั้ง เดินหน้าถอนราก คสช."

ในวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561 เวลา 16.00 น. รวมตัวกันที่สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แล้วเดินหน้าสู่กองทัพบก

#หยุดวางไข่เผด็จการ
#หยุดยื้อเลือกตั้ง
#หยุดสืบทอดอำนาจ
#ถอนรากคสช


ที่มา FB


กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group - DRG