
ความเป็นจริงที่ข้าพเจ้าค้นพบจากการศึกษาผู้นำการเมืองไทยมาหลายสิบปี คือ ผู้นำทหารจอมพลนายพลที่เป็นนายกรัฐมนตรีจากรัฐประหาร ต่างมีแนวโน้มศักยภาพในการบริหารประเทศให้เจริญมั่งคั่งศิวิไลซต่ำ
แต่ระบบที่พวกเขาสร้างขึ้น ที่แจกผลประโยชน์รอบด้านให้ข้าราชการระดับสูง กลุ่มอนุรักษ์นิยม และเอื้อผลประโยชน์ต่อพ่อค้านักธุรกิจผูกขาดที่มาสวามิภักดิ์ ปล่อยให้กลุ่มนี้รันประเทศในด้านต่างๆ โดยเน้นให้ยอมรับว่างบประมาณและผลประโยชน์ทหารทุกด้านต้องสำคัญมาอันดับหนึ่ง และคนกลุ่มนี้ก็อวยชัยยกย่องให้เหล่าจอมพลนายพลดูมีภาพลักษณ์ที่เป็นผู้นำที่แสนวิเศษ ผลิตภาพลักษณ์ให้ตลอดเวลา
ส่วนจอมพลนายพลจะมุ่งเน้นใช้ชีวิตประจำวันไปกับยุทธวิธีกำกับคู่แข่งในกองทัพ และคิดหาแต่กลยุทธทำลายหรือต่อรองกำหราบด้วยวิธีการที่ไม่มีกรอบศีลธรรมสำนึกแห่งอารยธรรมใดๆ เพื่อรักษาอำนาจ
แต่ในทศวรรษที่ผ่านมานี้ ข้าพเจ้าเห็นความเปลี่ยนแปลง หนึ่งในนั้นคือ เราเห็นนายพลนายพันทุกเหล่าทัพแสวงหาวุฒิปริญญาโทปริญญาเอกจากมหาลัยเอกชนเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่วัย 50 มันแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านสำนึกของความสำคัญว่า บทบาททหารเป็นไปในเส้นเอียงลาดลงจากจุดที่เคยสูงสุดเมื่อ 30-60 ปีที่แล้ว กำลังวิ่งลงตลอดเวลา
นายพลทหารไม่ใช่ผู้นำสังคมวัฒนธรรมการเมืองเศรษฐกิจไทยอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งตกค้างทางอดีตเมื่อหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
https://prachatai.com/journal/2019/05/82702
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์:นิทาน ม.44 อุ้มทีวีดิจิทัล “ลุงสั่งเฮีย อุ้มเสี่ย ด้วยเงินเรา”