วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 23, 2562

และแล้วการเมือง 3 ก๊ก ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มา ! แต่คนดูชักเซ็งกับมุกโบราณของลิเกการเมืองเต็มที





มาแล้ว การเมือง 3 ก๊ก ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดการเมือง 3 ก๊กไว้ตั้งแต 6 สิงหาคม 2561

‘มาร์ค’ชี้การเมืองไทยเป็นยุค‘สามก๊ก’รับศึกเลือกตั้ง‘เพื่อไทย’ได้เปรียบ
https://www.naewna.com/politic/356071

เกิดขึ้นจริง 21 พฤษภาคม 2562

เปิดดีล !! “ประชาธิปัตย์–ภูมิใจไทย” ชูขั้วที่ 3 ทางออกประเทศ
https://www.pptvhd36.com/…/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%…/103406

ส่วนสำเร็จหรือไม่ก็ต้องดุกันยาว ๆ
แต่ถ้าเกิดอย่างนี้จริงจะมี 3 ขั้ว

1. 7 พรรคต่อต้านสืบทอดอำนาจ 245 เสียง
พรรคเพื่อไทย 136 เสียง
พรรคอนาคตใหม่ 80 เสียง
พรรคเสรีรวมไทย 10 เสียง
พรรคประชาชาติ 7 เสียง
พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 เสียง
พรรคเพื่อชาติ 5 เสียง
พรรคพลังปวงชนไทย 1 เสียง

2. ประยุทธ์และพวกรวมกันไม่เกิน 137 เก้าอี้
พลังประชารัฐ 115 เก้าอี้
รวมพลังประชาชาติไทย 5 เก้าอี้
พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 เก้าอี้
พรรครักผืนป่า 2 เก้าอี้
พรรคประชาชนปฏิรูป 1 เก้าอี้
พรรค 1เสียง 11 เก้าอี้

3. ประชาธิป้ตย์ 52 +ภูมิใจไทย 51 = 103 เสียง


Thanapol Eawsakul

ooo

'อภิสิทธิ์' วิเคราะห์การเมืองไทยยุคนี้เหมือน 'สามก๊ก'

Published on Aug 6, 2018


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่ามีลักษณะเหมือนสามก๊ก 

1.พรรคการเมืองที่อิงอยู่กับตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือมีแนวทางคล้ายคลึงกับนายทักษิณ 

2.พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาหรือแสดงท่าที่ว่าพร้อมจะสนับสนุนผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ไม่ว่า จะเป็นพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกฯ หรือผู้มีอำนาจในคสช. ไม่วาจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) 

3.ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คือทางเลือกอีกทางหนึ่ง ที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณมาตลอด และยืนยันที่จะต่อสู้อยู่ ขณะเดียวกันแนวทางของ คสช.หรือรัฐบาลปัจจุบันหลายอย่างก็ไม่สอดคล้องกับแนวคิดของประชาธิปัตย์ 

โดยเฉพาะแนวคิดเบื้องหลังการบริหารของรัฐบาลปัจจุบัน ที่เน้นการรวมศูนย์ และเน้นแนวคิดแบบราชการเป็นตัวกำหนดนโยบาย แต่ประชาธิปัตย์เสนอแนวทางที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ต่างจากทั้ง พรรคเพื่อไทย และคสช. ส่วนหลังเลือกตั้งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ถึงแม้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคนมองว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ 

รายละเอียดเพิ่มเติม http://morning-news.bectero.com/polit...

ooo


คนดูชักเซ็งลิเกเต็มที


ในอารมณ์ที่นักการเมืองได้ปลดล็อกอาละวาด ฟาดงวงฟาดงาปั่นบรรยากาศดุเดือดตั้งแต่หาเสียง ปั่นวาทกรรม แบ่งข้างเผด็จการ ประชาธิปไตย

แห่กระแสสาวกกองเชียร์ กระตุกเชื้อชนวนไฟขัดแย้งคุโชนกลับมา

ในสถานการณ์เกมรบครั้งสุดท้ายเพื่อชิงเกมอำนาจจาก คสช.กลับไปอยู่ในมือฝ่ายนายใหญ่ทีมดูไบ

และบังเอิญสุดสูสี ถึงนาทีนี้ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะตัวเลข ส.ส.แต่ละขั้วก้ำกึ่ง

จ่อในระดับ “ปริ่มน้ำ–ใต้น้ำ” นั่นก็ยิ่งทำให้เป็น “ธาตุแท้” นักการเมืองออกลีลาดึงเช็ง ลากเกม ต่อรองเก้าอี้กันอย่างออกหน้าออกตา พรรค “ตัวแปร” ปั่นราคากันอย่างโจ๋งครึ่ม

“น้ำเน่า” ส่งกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั้งบ้านทั้งเมือง

ตามฉากท้องเรื่องแบบที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นัด “เสี่ยต่อ” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปนั่งร่วมวงกินข้าว

โพสต์โซเชียลมีเดียโชว์ให้แปรความกันเป็นนัย กำลังทำงานกันอยู่ ไม่ได้กินเฉยๆ

“เล่นลิเก” โหมโรง “ขั้วที่สาม” หลอกคนดู

ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ มันเป็นไปไม่ได้ ทั้งด้วยเงื่อนไข “บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ” และเงื่อนไขสถานการณ์ทางด้านความมั่นคงในห้วงเปลี่ยนผ่านประเทศ

ถ้าภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ “ใจถึง” พอป่านนี้ลุยจับขั้วแบบ “พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน” จบไปนานแล้ว

แต่แนวโน้มก็อย่างที่จับไต๋ได้ ตามรายงานวงในที่ทั้งภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ยกหลักการหรูๆจะแยกกันไปถามประชาชนจะเอากับขั้วที่สามหรือไม่

ถ้าไม่เอาด้วยก็พร้อม “วงแตก” แยกกันไปแบบทางใครทางมัน

และนั่นก็แทรกด้วยการโยนข้อต่อรองโควตา ประชาธิปัตย์ขอกระทรวงนี้ ภูมิใจไทยล็อกเก้าอี้นั้น

มันก็ชัดแค่ “ขั้วหลวมๆ” เฉพาะกิจ แตะมือกันลอยๆ

และนั่นก็ย้อนแย้งกับสภาพการณ์ที่เห็นตรงหน้า ภายในพรรคประชาธิปัตย์เองยังแตกกันเละซัดกันนัว ไม่รู้กี่ขั้วต่อกี่ขั้ว

จะเอาพลังที่ไหนไปจับมือกับภูมิใจไทย แห่เกมบีบพลังประชารัฐ

อย่าว่าแต่เซียนการเมืองเขี้ยวทันกันจะดักทางได้ ทหารก็รู้ทัน แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปยังอ่านไต๋ออก

ปัญหามันอยู่ที่พรรคตัวแปรยิ่งลากเกมยื้อไป กระแสสังคมเริ่มหมั่นไส้ ยิ่งเป็นอะไรที่อ้างเสียงประชาชนต่อรองผลประโยชน์ อ้างหลักการโน่น ชูหลักการนี่ ถ้าจะให้ดี ลองให้คนไปนั่งดูคอมเมนต์ในรายการข่าวทีวี หรือนับคอมเมนต์ในเพจเฟซบุ๊กดูได้

มีแต่เสียงด่า เสียงบ่น “เอียน” กับมุกโบราณของนักการเมืองยุค “พระเจ้าเหา”

กระแสตีกลับ พรรคตัวแปรเสี่ยงตกเป็น “จำเลย”

ส่วน “ตัวเต็ง” แค่ถือไพ่ใบสุดท้ายอยู่ในมือรอคิวโหวตนายกรัฐมนตรี

ตามอาการนิ่งๆของ “นายกฯลุงตู่” ที่พูดตามหลักการ ตอนนี้สถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในภาวะเสี่ยงจากสงครามการค้าสหรัฐอเมริกากับจีน เพราะฉะนั้นถ้าการเมืองในประเทศนิ่ง ตั้งรัฐบาลได้เร็วเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน กระตุ้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ยุติความสับสนในสังคม

รัฐบาลชัด ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะฟื้นเองโดยอัตโนมัติ.

ทีมข่าวการเมือง ไทยรัฐ
(https://www.thairath.co.th/news/politic/1573785)