วันพุธ, มิถุนายน 03, 2569

"กระเบื้องดินเผา" บ้านอองโตนี "วัตถุในสงครามความทรงจำ" : มารู้จักประวัติศาสตร์ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าของผู้มีอำนาจรัฐเท่านั้น แต่"ผู้แพ้" (ในปัจจุบัน) ก็สามารถเขียนประวัติศาสตร์ออกมาประชันขันแข่งกับประวัติศาสตร์กระแสหลักได้

https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/27356206507352829

Thanapol Eawsakul 
5 hours ago
·
"กระเบื้องดินเผา" บ้านอองโตนี "วัตถุในสงครามความทรงจำ"
..........

(1)
ประวัติศาสตร์แม้ว่าจะเป็นเรือ่งน่าเบื่อ แต่กลายเป็นว่าแทบทุกครั้งก็จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ผู้นำ/ผู้บริหารการศึกษา
การเรียน การสอบ ประวัติศาสตร์ ก็จะถูกนำมาพูดทุกครั้ง
ล่าสุด ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ แถลงถึงทิศทางสำคัญของรัฐบาลในการเดินหน้าปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครั้งใหญ่ มุ่งยกระดับการจัดการเรียนการสอน 3 วิชาหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย ควบคู่กับการพัฒนาระเบียบวินัยและการเป็นพลเมืองโลก ดังคำกล่าวตอนหนึ่งว่า
.......
สมรรถนะที่แท้จริงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทักษะอาชีพ แต่คือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การปรับปรุงวิชาประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ จะเปลี่ยนผ่านจากการท่องจำสู่ “การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์” เพื่อให้เยาวชนเข้าใจพัฒนาการของชาติและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศเพื่อประชาชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในฐานะเรื่องราวที่พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วม
“ทุกประเทศที่มีระบบการศึกษาเข้มแข็ง ล้วนสอนให้เด็กรู้จักรากเหง้าของตนเอง รู้ว่าตนเป็นใคร มาจากไหน และมีหน้าที่อะไรต่อสังคม รัฐบาลเชื่อมั่นว่า พลเมืองที่เข้าใจที่มาของประเทศ คือพลเมืองที่พร้อมมีส่วนร่วมสร้างชาติ”
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์
https://www.matichon.co.th/weekly/hot-news/article_898255
ประวัติศาสตร์แบบที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวมาแต่ต้น
มีคนนิยามไว้มากมายไม่ว่า
ประวัติศาสตร์สกุลดำรงราชานุภาพ
หรือ
ประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยม
 
(2)
แตประวัติศาสตร์ก็ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เรื่องเ่ล่าของผู้ชนะหรือผู้ยึดครองอำนาจรัฐเท่านั้น
แต่ยังมีประวัติศาสตร์ของผู้แพ้
ประวัติศาสตร์ของผู้ถูกเนรเทศ
และผู้คนนอกประวัติศาสตร์อีกไม่น้อย
พิพิธภัณฑ์บ้านอองโตนี ที่พำนักสุดท้ายของปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส คือความพยายามหนึ่งในการต่อสู้กับความทรงจำกระแสหลักของรัฐไทย
พิพิธภัณฑ์บ้านอองโตนีจึงไม่ใช่เพียงแต่สถานที่เท่านั้น แต่มันคือ “สงครามความทรงจำ” ที่ต่อเนื่องยืดเยื้อมาเกือบศตวรรษแล้ว

(3)
กล่าวสำหรับพิพิธภัณฑ์บ้านอองโตนี ที่มีการเปิดตัวโครงการไปเมือเดือนพฤษภาคม 2567
ธนาธร แถลงเปิดตัวบ้านอองโตนี อนุสรณ์สถานผู้ถูกกระทำจากรัฐ จ่อยกเป็นมรดกชาติไทย... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/politics/news_4583896
ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 อ.สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ และคณะ แขกชุดล่าสุดที่ได้ไปเยือนบ้านอองโตนี ได้บันทึกความทรงจำล่าสุดไว้
.............
บ้านอองโตนี : Antony Transform.
มาเยี่ยมบ้านอองโตนี หลังจากที่รู้จักชื่อบ้านนี้มาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยในปีที่ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-ปรีดี พนมยงค์ ถึงแก่อสัญกรรม
ตอนนั้นมีข้อถกเถียงกันว่า จะใช้คำว่าถึงแก่กรรม อสัญกรรม หรือถึงแก่พิราลัย เพราะผู้ตายเป็นถึงรัฐบุรุษอาวุโส แม้ตอนนำกระดูกกลับมาตั้งที่ตึกโดม ก็ยังมีข่าวลือกันว่าพระราชทานผ้าไตรร่วมงานบำเพ็ญกุศลหรือเป็นการขอพระราชทานจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยกันแน่
ตอนอยู่ปารีส เคยมีคนพาเดินผ่านบ้านอองโตนีอยู่หนหนึ่ง ตอนนั้นแค่มองเข้าไป ไม่กล้าถ่ายรูปด้วยซ้ำเพราะทางครอบครัวพนมยงค์ขายต่อให้คนเวียดนามไปแล้ว
วันก่อนเพิ่งได้มีโอกาสเดินเข้าบ้านอองโตนี ก็พบว่าบ้านอยู่ระหว่างการซ่อมแซมครั้งใหญ่ เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาใหม่ ทำพื้น ทำผนัง ประตูหน้าต่าง รอบตัวบ้านเหมือนมีผ้าพันแผลทั่วร่าง - ดูเหมือนคนป่วยที่กำลังได้รับการดูแลรักษา-ให้กลับมาเหมือนเดิมเมื่อครั้งที่ยังเป็นบ้านของอดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษอาวุโส ผู้นำการเปลี่ยนแปลงการปกครองและชายชราผู้ลี้ภัยพาลการเมืองจนชั่วชีวิต
บ้านอองโตนี อยู่ในช่วงของการฟักตัวของดักแด้ เพื่อจะกลายเป็นผีเสื้อ - พิพิธภัณฑ์บ้านปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ เพื่อบอกเล่าชีวิต ความฝัน ความหวัง ความผิดหวังของผู้คนที่เคยอยู่ที่นี่ และชีวิตของการเมืองไทยที่สร้างผลเปลี่ยนแปลงผู้คนที่เกี่ยวข้องอย่างเกินคาด การแตกแห่งมิตร การอพยพลี้ภัยพลัดพี่พลัดน้อง พ่อไม่ได้พบหน้าลูกจนวันสุดท้ายของชีวิต ฯ
บ้านอองโตนี (2570) เกิดขึ้นใหม่เพื่อที่จะส่งเสียง-เพื่อสื่อสาร ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของอดีตทั้งในฐานะส่วนบุคคลหรือฐานะพลเมืองของชาติ หากหวังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสำหรับคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับคำถามคำตอบและทางเลือกของชีวิตและสังคมที่ดีของพลเมือง ของรัฐในอนาคตด้วย
https://www.facebook.com/suddan.frontier/posts/pfbid0CzMVXfy3hmmtK7rDBFbF98iZ3AXKNvAm9qVxUMp45Wc9E13BbMzsC77Nr3JmL4edl
.......

(4)
ในฐานะคนที่สนใจเก็บสิ่งของ เมื่อเห็นหลังคา "กระเบื้องดินเผา" ที่ต้องรื้อมาเพื่อเปลี่ยนใหม่ และมีการเก็บไว้ส่วนหนึ่งแล้วคิดว่าน่าจะต้องเอามาทำอะไรสักอย่าง
ในขั้นต้นได้รบกวนคุณศิริวุฒิ บุญชื่น ที่ได้ร่วมคณะให้ช่วยนำกระเบื้องดังกล่าวลัดฟ้ามาเมืองไทยก่อน 2 ชิ้น (หนัก 7 กิโล)
ซึ่งถ้าไม่ทำอะไร สิ่งของเหล่านี้ก็คงต้องเอาไปย่อยสลายหรือกลบฝังไว้ในที่ใดที่หนึ่ง ในกรุงปารีส
ถ้าเอากลับมาได้ส่วนหนึ่ง สิ่งของเหล่านี้ ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุจัดแสดงในง่านต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ งานนิทรรศการประวัติศาสตร์ หรืออื่น ๆ
และที่คิดไว้ในใจอีกอย่างคือผมเคยได้โปสการ์ดกำแพงเบอร์ลิน ที่เอาเศษกำแพงมาใส่ไว้ในโปสการ์ดก็น่าสนใจไปอีกแบบ
แต่ไม่ว่าจะออกมาเช่นไร ผมเชื่อว่า ผู้มีอำนาจทุกยุค ทุกสมัยล้วนให้ความสำคัญกับ วัตถุทางประวัติศาสตร์ ไม่มากก็น้อย ดังพระราชอำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในปี 2500 ตอนหนึ่งว่า
" เรื่องโบราณสถานนั้นเป็นเกียรติของชาติ อิฐเก่า ๆ แผ่นเดียวก็มีค่าควรที่จะช่วยกันรักษาไว้ ถ้าเราขาดสุโขทัย อยุธยา และกรุงเทพฯแล้วประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย"

(5)
อย่างที่กล่าวมาแล้ว ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีเฉพาะผู้ชนะ หรือผู้นำในปัจจุบันเท่านั้น "ผู้แพ้" (ในปัจจุบัน) ก็สามารถเขียนประวัติศาสตร์ออกมาประชันขันแข่งกับประวัติศาสตร์กระแสหลักได้เช่นกัน
"กระเบื้องดินเผา" บ้านอองโตนี ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของ "วัตถุในสงครามความทรงจำ" ที่ยาวนาน


















https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/27342677688705711