วันเสาร์, เมษายน 20, 2562

'ฟอร์ด เส้นทางสีแดง' เล่าถึงการเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ รับทราบข้อกล่าวหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โพสต์ข่าวตัดสิทธิฯทูลกระหม่อมฯ





ผมเดินทางมาศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเมื่อเวลา 11.00 น. เมื่อมาถึงสำนักงาน DSI พบว่ามีการเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งกายในชุดปฏิบัติการเหมือนกับเตรียมพร้อมจะล้อคตัว ผมถูกเชิญเข้าไปในห้องสอบสวนที่มีเจ้าหน้าที่ DSI 5 คน ผมถูกแจ้งข้อกล่าวหา​ว่าทำผิดคดีความมั่นคงเนื่องจากโพสเฟสบุ้คที่มีเนิ้อหาชื่นชมทูลกระหม่อมฟ้าหญิงอุบลรัตน์​ เมื่อผมขอดูหลักฐานเจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าได้นำหลักฐานเป็นเอกสาร 3 แผ่นมาให้ดู โดยแจ้งว่าสองแผ่นแรกมาจากไทยโพสต์ (ไทยโพสต์​เป็นสื่อขวาจัดรับใช้เผด็จการและเคยถูกผมแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาท)​ ส่วนอีกแผ่นเป็นความจากเฟสบุ้คประกอบโพสนี้ เมื่อทราบว่าหลักฐานที่นำมาใช้ในการดำเนินคดีนำมาจากไทยโพสต์ผมจึงขอสำเนาเป็นหลักฐาน แต่ DSI ไม่อนุญาต​ ยืนยันจะให้เฉพาะแผ่นสุดท้าย เมื่อเห็นว่าผิดปกติผมจึงปฏิเสธ​ที่จะลงชื่อในบันทึกสอบปากคำ ทาง DSI ทุกคนได้ลุกเตรียมออกจากห้องสอบสวน ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ DSI ที่แต่งกายเหมือนคอมมาโด​รอเตรียมพร้อมอยู่หน้าห้องสอบสวน ผมสันนิฐานว่าพวกเขาคงจะออกคำสั่งให้จับกุมควบคุมตัวโดยอ้างว่าผมไม่ให้ความร่วมมือ และผมเกรงว่า DSI อาจจะอ้างคดีความมั่นคงมาคัดค้านประกันตัวจึงได้ยินยอมให้ความร่วมมือลงนามรับทราบข้อกล่าวหา​ พิมพ์ลายนิ้วมือ ภาพประกอบโพสนี้เป็นหลักฐานใบสุดท้าย มีข้อความบางส่วน (ขีดเส้นใต้)​ อ่านว่า "การตัดสินใจลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของทูลกระหม่อมเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เปิดเผย และกล้าหาญ​ที่โลกสมควรยกย่อง .. ผมเคยได้ยินเรื่องดีๆของท่านมากมายเกี่ยวกับการวางตัวอย่างเป็นกันเองกับประชาชน การทุ่มเททำงานเพื่อให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด โครงการ To Be Number One .. ทูลกระหม่อมสมควรได้รับการยกย่องในความกล้าหาญที่ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวจะเข้ามาอาสาประชาชน​นำความสงบร่มเย็นกลับมาสู่ประเทศ​ชาติ ดีกว่าประยุทธ จันทร์​โอชาที่เข้ามาเป็นนายกด้วยกระบอกปืนและรัฐประหาร​" ส่วนข้อความที่ DSI อ้างว่าผิดพรบ.คอม​พิวเตอร์​คือย่อหน้าที่ 4 ที่ผมปฏิเสธกระแสข่าวลืิอว่าคสช.จะใช้ม.44 ตัดสิทธิ์​ทูลกระหม่อมจากการลงแข่งขันซึ่งแพร่หลายทางโซเชียลว่าไม่เป็นความจริง

ในความเห็นผม เนื้อหาในโพสนี้ไม่มีสิ่งใดเป็นเท็จ แต่ที่ผิดคือมันแสลงใจเผด็จการริษยา​ที่เห็นประชาชนรักทูลกระหม่อม เชิดชู​สถาบันกษัตริย์​มากกว่าตนเอง เผด็จการนอกจากจะปิดปากนักกิจกรรม​ไม่ให้เคลื่อนไหว​เพื่อประ​ชาธิปไตย​ ไม่ให้กล่าวถึงการโกงเลือกตั้งแล้ว ยังต้องการปิดปากประชาชนมิให้แสดงความชื่นชมสถาบันกษัตริย์​อีกด้วย เพื่ออะไรลองตรองดู

หากมาตรา 112 มีไว้เพื่อกำจัดคนเห็นต่างทางการเมืองแล้ว วันนี้พรบ.คอมพิวเตอร์​ยังถูกเผด็จการ​นำมาใช้ดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหว​ที่จงรักภักดี และยืนต่อสู้กับเผด็จการ​อย่างเปิดเผย เพื่อหวังให้นักกิจกรรม​หวาดกลัวจะได้ไม่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านโกงเลือกตั้ง

#นักกิจกรรมจะไม่มีวันกลัวเผด็จการ


Anurak Jeantawanich