วันอาทิตย์, เมษายน 28, 2562

ไม่แน่ใจรัฐบาลตู่ใช้ ‘ชิโนโมเดล’ หรือ ‘ลาวโมเดล’ กันแน่ เห็นที "ต้องคิดค้นวิธีสกัด ‘น้ำมันพราย’ จากทุนจีนและเจ้าสัวไทยเสียละมัง"


ไม่แน่ใจรัฐบาลตู่ใช้ ชิโนโมเดลหรือ ลาวโมเดล กันแน่ พอหัวหน้า คสช.กลับจากจีน กระทรวงการคลังก็ประกาศยกเลิกแผนแจกเงิน ๑,๕๐๐ บาทให้คนท่องเที่ยวเมืองรอง ๕๕ จังหวัด หันไปใส่เงินบัตรคนจน ๕๐๐ บาทไว้ซื้อของร้านธงฟ้าแทน

คงไม่ใช่เพราะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์โวยเรื่อง “ทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม” เมื่อราคาตกไม่หยุด (ล่าสุดเหลือแค่โลละ ๑.๖๐ บาท) แล้วพาดไปถึงเรื่องแจกเงินพันห้าไว้เที่ยวเมืองรอง ว่า “แนวคิดไม่เข้าท่า”

แม้นว่าอดีตรองหัวหน้าพรรค หนึ่งในผู้เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าคนใหม่ของ ปชป. ประกาศก้องที่เมืองคอน จะเข้าร่วมรัฐบาลค่อนข้างแน่นอน” กับพรรคพลังประชารัฐ คงหวังได้เอี่ยวดีลเจ้าสัวรับทุนจีน ๔.๖ ล้านล้านบาท

ที่แน่ๆ ตอนนี้คลัง บ่จี๊เงินกำไรที่รัฐบาลทักษิณทำไว้ คสช.ถลุงเกลี้ยง แล้วยังสร้างหนี้เพิ่มอีก ดังรายงานสถานะบัญชีการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับปีที่ผ่านมา “ยังไม่ฟื้น” แถมขาดทุนอีก ๑.๕๓ แสนล้านบาท

และก็เช่นเคย ไม่ยอมรับความ ด้อย ประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการ อ้างว่าปี ๒๕๖๑ เกิดการแข็งค่าของเงินบาท จึงต้องขายทิ้งสินทรัพย์ต่างประเทศที่เคยได้มาเมื่อหลายปีก่อน

ทำให้อัตราขาดทุน สะสมของแบ๊งค์ชาติในปลายยุค คสช.เก่า กำลังจะต่อสมัย คสช.ใหม่นี่ อยู่ที่ ๘.๘ แสนล้านบาทเข้าไปแล้ว


ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯ จากการยึดอำนาจบอกด้วยปากของวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกรัฐบาล ว่าเป็นปลื้มกับการเยือนจีนมาก โดยเฉพาะสไตล์การปกครองของสี จิ้นผิง ก่อนหน้านี้สักเดือนก็ยังแนะให้คนไทยอ่านผลงานของผู้นำจีนคนนี้

ดังนั้นจึงขอเอาอย่างการพัฒนาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหามลพิษของจีน ซ้ำชวนให้ประธานาธิบดีจีนมาเยือนไทยเพื่อสานต่อ “ความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ที่รอบด้าน” ผูกมัดนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ เข้ากับบีอาร์ไอ หรือเส้นทางสายไหมของจีน

เนื่องจากได้เตรียมการไว้ให้หมดแล้ว ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงพอประมาณที่จีนจะได้กำไรเพียบ ค่าจ้าง สินค้า และสิทธิประโยชน์บนผืนแผ่นดินไทยนาน ๙๙ ปี แล้วยังจะมีรายได้ดอกเบี้ยกู้ยืมอัตราสูง ที่แม้จะไม่ได้ทางตรงก็ผ่านการเป็นพันธมิตรเงินทุนของแบ็งค์จีนกับเจ้าสัวไทย

หวังว่าความ ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืนต่อไปในยุค คสช.๒ กับจีนนี้จะไม่มีวิธีแก้ปัญหาพืชผลไทยราคาตกต่ำด้วยการให้ปลูกพืชผลชนิดอื่นเฉพาะที่จีนต้องการ เหมือนกับ ลาวโมเดลซึ่งจีนได้สัมปทานใช้ประโยชน์ที่ดิน ปลูกกล้วยหอมส่งกลับจีนโดยตรง ประเทศเจ้าบ้านได้แค่ค่าเช่าราคาต่ำ ระยะยาว

ที่น่าห่วงมากกว่าพฤติกรรมเอาเปรียบของจีน อยู่ที่นิสัยซ้ำซากของผู้นำไทยคนนี้ พืชผลเศรษฐกิจไหนราคาตกก็บอกให้เปลี่ยนชนิดปลูกสะเปะสะปะ หมามุ่ยมั่ง สตรอว์แบรี่บ้าง สักแต่ว่านึกอะไรขึ้นมาได้โดยไม่มีพื้นฐานข้อมูลทางโลจิสติกและการตลาด
 
อย่างเรื่องราคาปาล์มนี่ก็ ไอทู้บ คนนี้แหละที่เร่งชาวไร่ภาคใต้ปลูกแทนยาง เสร็จแล้วไม่มีปัญญาดันราคาให้เลี้ยงตัวได้ อย่าว่าแต่โลละ ๒.๗๐-๒.๘๐ บาทที่ขาดทุนแล้ว ราคาซึ่งรองโฆษก ปชป. ร้องว่าตกต่ำสุดๆ ๑.๘๐ บาท ถึงวันนี้ลงไปอีก ๒๐ สตางค์

@TichilaThaipbs รายงาน “นิคมสหกรณ์ปลายพระยา จ.กระบี่ เปลี่ยนป้ายราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันเหลือกิโลกรัมละ ๑.๖๐ บาท...ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนหนัก เพราะค่าเก็บเกี่ยวเเละค่าขนส่งตันละ ๘๐๐ -๙๐๐ บาท ไม่คุ้มกับการตัดปาล์มขาย”

ข้อเรียกร้องของนายเชาว์ มีขวด ที่ว่ารอพลังประชารัฐไม่ไหว ดูจะสวนทางกับคนโตในพรรค ปชป.อย่างหน้าเป็นหลัง วันก่อน กรณ์ จาติกวณิช ไปให้คำมั่นกับกลุ่มเศรษฐีนครศรีธรรมราชว่า ปชป. จะไปร่วมเป็นเบี้ยเติมเต็มให้เผด็จการทหารอีกแน่
 
ข่าวว่าเสร็จจากสนทนากับนายจิมมี่ ชวาลา อดีต รมว.คลังโย่งของประชาธิปัตย์ก็ซาวเสียงนักธุรกิจที่ไปร่วมงานเลยเชียว ว่าไปอยู่กับประยุทธ์ดีไหม ได้เสียงตอบรับอึงมี่ คนเหล่านี้ไม่สนในสิ่งที่รองโฆษกฯ เตือนถึงชั้นเชิงหลอกล่อ ตบตา เอาลูกกวาดล่อของทีมประยุทธ์

ดังที่เขาชี้ว่า การแก้ปัญหาราคาปาล์มโดยรัฐบาลชดเชยให้กิโลละ ๓.๒๐ บาท แต่กำหนดให้อยู่ในเกณฑ์คุณภาพที่เจ้าสัวรับซื้อเท่านั้น ส่วนใหญ่จึงยังขายได้ในราคาไม่ถึง ๒ บาทอยู่ดี หรือในกรณีที่โรงไฟฟ้าบางปะกงรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบในราคากิโลกรัมละ ๑๘ บาท แต่ผู้ขายต้องส่งให้ทางเรือ

“ซึ่งในประเทศนี้มีเอกชนเพียงรายเดียวที่มีเรือขนส่งน้ำมันปาล์ม” นายเชาว์เผย “มาตรการที่ออกมายังส่อเค้าเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน มากกว่าการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร” เสียด้วย

เห็นทีพรรคที่คิดจะเข้าไปร่วมรัฐบาลใหม่กับ คสช. อย่าง ปชป.ต้องคิดค้นวิธีสกัด น้ำมันพรายจากทุนจีนและเจ้าสัวไทยเสียละมัง