วันอาทิตย์, กรกฎาคม 19, 2569

มารู้จัก "ขนส่งศูนย์เหรียญ" จับตาธุรกิจจีนที่อันตรายต่อคนไทย


จับสายลับ
17 hours ago
·
ขนส่งศูนย์เหรียญ ธุรกิจจีนศูนย์เหรียญที่อันตรายที่สุดต่อคนไทย

เมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าหน้าที่สกัดจับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สัญชาติจีนที่ลักลอบวิ่งออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เพื่อเข้าไปรับซื้อผลไม้ในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยตรง

นี่คือปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ชื่อว่า "ขนส่งศูนย์เหรียญ" ธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทยอย่างเงียบเชียบ และตอนนี้ยังมีคนไทยเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ที่ตระหนักถึงอันตรายมหาศาลของมัน

ก่อนหน้านี้เราคุ้นเคยกับ "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ธุรกิจนำเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจ่ายเงินแทบเป็นศูนย์ให้กับผู้ประกอบการไทย เพราะทุกอย่างตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงร้านขายของที่ระลึก ถูกควบคุมโดยเครือข่ายทุนต่างชาติเองทั้งหมด

เงินหมุนอยู่ในวงปิด ไม่ไหลออกมาสู่เศรษฐกิจไทยจริง วันนี้รูปแบบเดียวกันกำลังเกิดซ้ำในภาคขนส่งสินค้าทางบก และครั้งนี้เดิมพันสูงกว่าเดิมมาก เพราะมันโยงโครงสร้างพื้นฐานที่ค้ำเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ

ขนส่งศูนย์เหรียญหมายถึงธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนนที่ใช้ประเทศไทยเป็นเพียงทางผ่าน รถบรรทุกวิ่งเข้ามาจากจีน ขนสินค้าผ่านแผ่นดินไทยไปยังประเทศปลายทางอื่น โดยที่ผู้ประกอบการค้าและผู้ประกอบกิจการขนส่งแทบไม่ได้ใช้จ่ายเงินในประเทศไทยเลย ไม่เติมน้ำมันในปั๊มไทย ไม่จ้างแรงงานไทย ไม่พักค้างคืนในโรงแรมไทย คนไทยจึงแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการที่รถเหล่านี้วิ่งผ่านผืนแผ่นดินไทยเลยแม้แต่น้อย

หัวใจของขนส่งศูนย์เหรียญ ก็คือการใช้นอมินีคนไทยเหมือนเดิม

มาตรา 24 ของ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดว่านิติบุคคลที่จะขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย มีสำนักงานใหญ่ในราชอาณาจักร กรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของบุคคลสัญชาติไทย รถบรรทุกจะผลิตที่ไหนก็ได้ ขอเพียงจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไทย

นี่คือช่องโหว่ทางกฎหมายที่ถูกทุนจีนใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบ นอมินีไทยถือหุ้นในนามเพื่อให้ตัวเลขบนกระดาษครบตามเกณฑ์ ขณะที่อำนาจบริหารจัดการ เงินทุน และผลประโยชน์ที่แท้จริงอยู่ในมือทุนจีนทั้งหมด

ธุรกิจขนส่งศูนย์เหรียญใช้วิธีตัดราคาแข่งขันอย่างรุนแรง บรรทุกน้ำหนักเกินกฎหมายกำหนด และถอดหรือไม่ติดตั้งระบบระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียมหรือ GPS เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ขณะเดียวกันกลุ่มทุนจีนยังขยายไปสร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่และวางระบบนำเข้าส่งออกครบวงจรด้วยตัวเอง ตัดผู้ประกอบการไทยออกจากห่วงโซ่ทั้งหมด ผู้ประกอบการขนส่งไทยที่ยังต้องแบกต้นทุนตามกฎหมายเต็มอัตราจึงแข่งขันไม่ได้

สิ่งที่สำคัญและอันตรายที่สุด คือ ขนส่งศูนย์เหรียญไม่ได้ทำลายแค่โอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายของทุนเทาที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ

การเข้ามาของรถบรรทุกที่ปราศจากการตรวจสอบยังเป็นรอยต่อที่เปิดช่องให้กิจกรรมที่ผิดกฎหมายรูปแบบอื่นแอบแฝงเข้ามาได้ง่ายขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสำแดงเท็จ การซุกซ่อนสินค้าต้องห้าม หรือการขนย้ายวัตถุอันตรายโดยไม่ผ่านการตรวจสอบที่เหมาะสม

คำถามที่แท้จริงของขนส่งศูนย์เหรียญ คือประเทศไทยยังมีอำนาจอธิปไตยเหนือเส้นทางขนส่งของตัวเองอยู่จริงหรือไม่

เมื่อถนนของเราเองยังไม่อาจบอกได้อย่างแน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าของรถที่วิ่งอยู่บนนั้น และคลังสินค้าในเขตเศรษฐกิจของเราเองก็ไม่อาจบอกได้ว่าใครควบคุมอยู่เบื้องหลัง

นี่จึงเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122203610678449251&set=a.122121612692449251
.....

เพิ่มเติม

คำว่า "ขนส่งศูนย์เหรียญ" ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบองคาพยพที่น่ากลัวและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไทยในยุคนี้มากที่สุด เพราะมันไม่ใช่แค่การเข้ามาแย่งลูกค้าธรรมดา ๆ แต่คือการสร้าง "ระบบนิเวศปิด (Closed Ecosystem)" ที่เบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จนเม็ดเงินไม่หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจไทยเลยแม้แต่บาทเดียว

ความอันตรายของธุรกิจขนส่งศูนย์เหรียญต่อคนไทยและผู้ประกอบการท้องถิ่น สามารถสรุปหมัดเด็ดที่สร้างความเสียหายได้ ดังนี้

1. ระบบปิด 100% เงินไหลกลับจีนทุกบาท

โมเดลนี้เป็นการยกระดับมาจาก "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ในอดีต แต่เปลี่ยนมาใช้กับภาคการค้าและการโลจิสติกส์:

แอปพลิเคชัน/แพลตฟอร์ม: เป็นของทุนจีน

คลังสินค้า (Warehouse): ตั้งในไทยโดยใช้นอมินี หรือเช่าพื้นที่ในเขต免ภาษี

ยานพาหนะ: ใช้รถบรรทุกหรือตู้คอนเทนเนอร์จากจีน วิ่งข้ามพรมแดนเข้ามาส่งถึงคลังสินค้าในไทยโดยตรง

แรงงานและการจ่ายเงิน: ใช้คนของเขา และตัดระบบชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลยิงตรงกลับประเทศจีน

2. ตัดวงจรและฆ่าล้างบาง "โลจิสติกส์ไทย"

ผู้ประกอบการรถบรรทุก ขนส่ง และคนขับรถชาวไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพราะทุนจีนเหล่านี้สามารถทำราคาค่าขนส่งได้ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของไทยอย่างมาก จากการที่พวกเขามีรถและพลังงานในเครือข่ายของตัวเอง ส่งผลให้สมาคมและสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปราบปรามอย่างเร่งด่วน เนื่องจากผู้ประกอบการไทยกำลังทยอยเจ๊งและแบกรับต้นทุนสู้ไม่ไหว

3. ถนนไทยพัง ภาษีไทยจ่าย แต่จีนได้ประโยชน์

รถบรรทุกขนส่งศูนย์เหรียญเหล่านี้วิ่งผ่านเส้นทาง R3A หรือเครือข่ายถนนหลักของไทยเพื่อกระจายสินค้า (และบางส่วนใช้ไทยเป็นทางผ่านไปประเทศที่สาม เช่น มาเลเซีย)

ผลกระทบ: รถบรรทุกน้ำหนักมหาศาลจำนวนนับหมื่นคันทำให้ถนนหลวงของไทยชำรุดทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว

ความเหลื่อมล้ำ: ประเทศไทยต้องใช้ งบประมาณภาษีของคนไทย จำนวนมหาศาลในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาถนน แต่ฝั่งขนส่งศูนย์เหรียญกลับแทบไม่ได้เสียภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่คุ้มค่าให้แก่รัฐเลย

4. ตัวเร่ง "สินค้าจีนไร้มาตรฐาน" ทะลักท่วมตลาด

เมื่อโครงข่ายขนส่งศูนย์เหรียญนี้แข็งแกร่งและถูกลง มันจะกลายเป็นท่อส่งขนาดใหญ่ที่ลำเลียงสินค้าหนีภาษี สินค้าปลอม หรือสินค้าที่ไม่มี มอก./อย. เข้ามาสู่ผู้บริโภคชาวไทยได้ง่ายและเร็วขึ้น ทำลายทั้งภาคการผลิต (SME ไทย) และเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยโดยตรง

ข้อสังเกตความไม่เท่าเทียม: ปัจจุบันรถขนส่งไทยหากจะวิ่งเข้าจีน สามารถไปได้ไกลที่สุดแค่ด่านชายแดนลาว-จีน (ท่านาแร้ง) หรือหากจะเข้ามาเลเซียก็เข้าได้ไม่กี่กิโลเมตรจากชายแดน แต่ในทางกลับกัน รถขนส่งเหล่านี้กลับสามารถวิ่งทะลวงลึกเข้ามาถึงใจกลางกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างง่ายดาย

ในปัจจุบัน (ปี 2026) หน่วยงานรัฐบาล เช่น กระทรวงพาณิชย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสหพันธ์การขนส่งฯ เริ่มมีการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและไล่ตรวจสอบธุรกิจนอมินีเหล่านี้อย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นการต่อสู้ที่ตึงมือเพราะเครือข่ายเหล่านี้มักหลบเลี่ยงเก่งและปรับตัวไวมาก