วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 30, 2569

“ฟ้า พรหมศร” ยังอดอาหารเรียกร้องการประกันตัวต่อเนื่อง มีอาการปวดท้อง-ชาแขนขา-ต้องคอยระวังวูบ (ทำไม การเรียกร้องสิทธิการประกันตัว ถึงมีความสำคัญมาก ในแง่กระบวนการยุติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนสากล - นี่ยังไม่รวม การป้องกันความเสียหายที่กู้คืนไม่ได้)


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
10 hours ago
·
“ฟ้า พรหมศร” ยังอดอาหารเรียกร้องการประกันตัวต่อเนื่อง มีอาการปวดท้อง-ชาแขนขา-ต้องคอยระวังวูบ
.
.
เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ระหว่างฎีกาที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี เขาเริ่มอดอาหารอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยเขาเรียกร้องสิทธิประกันตัว เพื่อขอโอกาสในการออกไปดูแลครอบครัว โดยพ่อของเขาป่วยโรคพาร์กินสันและกำลังนำไปสู่อัลไซเมอร์ รวมถึงแม่ที่มีอาการซึมเศร้า
.
บรรยากาศเรือนจำในช่วงบ่ายค่อนข้างเงียบ ไม่คึกคักเหมือนทุกวัน อาจเพราะเป็นช่วงหยุดยาว การรอยื่นเอกสารครั้งนี้ใช้เวลาราว 45 นาที ก็ได้รับแบบฟอร์มไปยื่นที่งานเยี่ยมผู้ต้องขัง
.
รอไม่นานนัก ฟ้าเดินออกมในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ แววตาดูเหนื่อยล้า ฟ้าดูผอมไม่ต่างจากสัปดาห์ก่อนนัก แต่ท่าทางดูเหนื่อยล้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด เขาสูดหายใจลึก ๆ 2-3 รอบก่อน พร้อมกับดมยาดมไปด้วย ก่อนพยักหน้าให้
.
ฟ้ายกหูโทรศัพท์ขึ้นและเริ่มอัปเดตถึงสภาพร่างกายเป็นอันดับแรก เขาแจ้งว่าค่าน้ำตาลอยู่ที่ 66 ความดันค่อนข้างต่ำ ตัวบนอยู่ที่ 90 ช่วงเช้าที่ผ่านมา เขาทดลองไม่กินน้ำหวาน แต่สัมผัสได้ว่าร่างกายทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงได้จิบกาแฟที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ไปนิดหน่อย เขายังต้องกินกลูโคสต่อไป เพื่อให้ร่างกายมีพลังงาน
.
ส่วนอาการปวดท้อง ยังคงปวดเรื่อยๆ จนเป็นเรื่องปกติ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาอาการปวดท้องทำให้เริ่มรู้สึกเหมือนโดนต่อยท้องตลอดเวลา ปวดแสบ ปวดจุก มีน้ำย่อยขย่อนออกมาบ้าง และเรื่องอาการชาตามขา เท้า แขน ก็มีมากขึ้น ขณะที่นั่งอยู่นี้ก็รู้สึกชา และปวดเมื่อยตามเนื้อตัวมากขึ้น รวมทั้งยังถ่ายเป็นน้ำ และปัสสาวะเริ่มขัด ๆ
.
โดยรวม ๆ ฟ้าบอกว่าร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา เวลาเดินเข้าเดินออกในแดน ก็ค่อนข้างเหนื่อยมาก ต้องคอยระวังการวูบหรือหน้ามืด การลุกขึ้นไปไหน ต้องคำนวณเป้าหมายให้แน่วแน่ แล้วรีบเดินไปให้ถึง ในช่วง 2-3 นี้ หลังขึ้นเรือนนอนช่วงบ่ายสาม เขาจะหมดแรงและหลับไปเลย จนตื่นมาสวดมนต์ช่วงห้าโมงเย็น พอสวดเสร็จก็ฟุบหลับไปต่อ
.
.
ฟ้าเล่าว่าก่อนหยุดยาว ข้างในมีกิจกรรมค่อนข้างเยอะ อัดกันในวันเดียว ทั้งวันเฉลิมพระชนมพรรษา ตักบาตรในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา อีกทั้งโดยปกติในวันอังคารของสัปดาห์ จะเป็นวันที่นำผู้ต้องขังจากเรือนจำชั่วคราวรังสิต มาจำแนก กลายเป็นว่าอาทิตย์นี้ต้องมาจำแนกในวันจันทร์ ซึ่งแดนที่ฟ้าอยู่เป็นแดนแรกรับ ผู้ต้องขังใหม่ก็จะต้องเข้ามาที่นี่ ส่วนคนเก่าก็ต้องรีบทยอยให้จำแนกไปแดนอื่น จึงเป็นวันที่ค่อนข้างวุ่นวายมากๆ
.
แต่ฟ้าบอกว่าแม้จะวุ่นวายเช่นนี้ แต่เหมือนกับเขาหูดับ รู้สึกเงียบ ๆ ในตัวเอง เหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในรูปที่อยู่คนเดียว และเสียงประกาศต่าง ๆ เป็นเพียงเสียงแว่ว ๆ มา
.
ฟ้ายังเล่าว่าในการอดอาหารนี้ เขากลับนึกถึงอาหารอยู่เสมอ คิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ อาหารที่ชอบอีกหลาย ๆ เมนูที่ปรับปรุงสูตรเอง เขาเอ่ยถึงข้าวคลุกกะปิ แล้วเล่าถึงสูตรการทำแบบที่เอาใบตองห่อกะปิแล้วนำไปปิ้งหรือย่าง จากนั้นก็ตั้งกะทะใส่น้ำมันเพียงน้อย แล้วแผ่กะปิที่ย่างนั้นลงไป ให้พอหอมก็นำน้ำตาลโตนดลงไปเคี่ยว รสชาติที่ได้จะหวานปลาย ๆ เค็มหน่อย ๆ แล้วยังมีกลิ่นหอมใบตอง ตัวกะปินี้คือกุ้งหมักเมื่อโดนไฟย่างก็จะมีความหอมอ่อน ๆ จากนั้นนำข้าวลงไปผัดหรือคลุก ข้าวที่ได้จะเป็นข้าวคลุกกะปิเม็ดข้าวจะถูกเคลือบด้วยน้ำมันหน่อย ๆ รสชาติดีมาก ฟ้าเล่าถึงสูตรอาหารนี้ด้วยสีหน้ามีความสุข
.
.
vช่วงท้าย ก่อนฟ้าไปพัก เขาเล่าถึงการสนทนากับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องทุจริต จากการติดตามข่าวการโกงการเลือกวุฒิสภา และการโกงการสอบท้องถิ่น เขาให้ความเห็นไปว่า ในโลกเราใบนี้ สังคมจะจรรโลงได้ด้วย ‘ธรรม’ 3 ประการ คือ 1. คุณธรรม 2. จริยธรรม และ 3. ลงมือทำ
.
โดยคำว่า “คุณธรรม” สำหรับเขา มีความหมายว่าการกระทำอันใดอันก่อให้เป็นคุณแก่ธรรมชาติ เช่น การซื่อสัตย์ต่อตนเอง การซื่อสัตย์ต่อผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่น .และ “จริยธรรม” คือการกระทำอันใดที่เป็นไปเพื่อธรรมชาติ สอดคล้องกับธรรมชาติ ส่วน “การลงมือทำ” คือทำในสิ่งที่ถูกต้องในคุณธรรม และจริยธรรม ข้างต้น
.
ฟ้าสรุปว่า ถ้าบ้านใดเมืองใดเสื่อมคุณธรรมและจริยธรรม ต้นน้ำชั่ว ปลายน้ำ จะดีได้อย่างไร ข้าราชการโกงจุดเล็ก ๆ แล้วประเทศจะเจริญไปได้อย่างไร ถ้าจุดเล็ก ๆ เบื้องต้น ยังเสียหายคุณธรรม จริยธรรมของผู้นำขาด การนำพาประเทศก็พาไปทางเสื่อมเช่นกัน
.
.
อ่านบนเว็บไซต์ https://tlhr2014.com/archives/85284

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1451995883437544&set=a.656922399611567
.....

การเรียกร้อง "สิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว" (สิทธิการประกันตัว) ถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและหลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยมีเหตุผลและความสำคัญในมิติต่าง ๆ ดังนี้

1. หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of Innocence)

นี่คือหลักการพื้นฐานที่สุดของกฎหมายอาญาทั่วโลก ซึ่งระบุว่า "ผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด"

ผลในทางปฏิบัติ: เมื่อรัฐยังไม่ได้พิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด การขังคุกไว้ก่อนตัดสินจึงมีลักษณะไม่ต่างจากการลงโทษล่วงหน้า

การจำกัดเสรีภาพต้องเป็นข้อยกเว้น: การขังคุกระหว่างรอการพิจารณาคดีควรเป็น "ข้อยกเว้น" ที่ใช้เฉพาะกรณีจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่ "หลักทั่วไป"

2. ความเสมอภาคในการต่อสู้คดี (Equality of Arms)

สิทธิการประกันตัวส่งผลต่อความสามารถในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองอย่างมาก:

การเข้าถึงทรัพยากรและพยานหลักฐาน: ผู้ที่ได้รับสิทธิประกันตัวสามารถเดินทางไปรวบรวมพยานหลักฐาน ค้นหาเอกสาร หรือปรึกษาทนายความได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นส่วนตัว

ข้อจำกัดในเรือนจำ: ผู้ต้องขังมีความยากลำบากอย่างยิ่งในการสื่อสารกับทนายความหรือค้นหาหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหา ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่าง "อำนาจของรัฐ" กับ "สิทธิของประชาชน"

3. การป้องกันความเสียหายที่กู้คืนไม่ได้ (Irreversible Harm)

กระบวนการทางยุติธรรมอาจใช้เวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปี หากผู้ต้องหาถูกขังไว้ตลอดเวลาแล้วต่อมาศาลพิพากษา "ยกฟ้อง":

ผลกระทบต่อชีวิต: สิ่งที่สูญเสียไป ทั้งชื่อเสียง อาชีพการงาน รายได้ ครอบครัว และสุขภาพจิต ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้เต็มที่

เงินเยียวยาไม่เพียงพอ: แม้รัฐจะมีเงินชดเชยกรณีติดคุกฟรี แต่ก็ไม่สามารถทดแทนเวลาและคุณค่าชีวิตที่เสียไปได้

4. มาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR ข้อ 9) ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยเป็นภาคี ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า:

"มิให้ถือเป็นหลักทั่วไปว่าจะต้องควบคุมบุคคลที่รอการพิจารณาคดีไว้ในยามขัง..."

ศาลจะปฏิเสธการประกันตัวได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลอันสมควรและมีหลักฐานชัดเจนเท่านั้น เช่น:

ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ชัดเจนว่าจะ หลบหนี

จะไป ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยาน

จะไป ก่อเหตุอันตรายประการอื่น

5. การป้องกันการใช้อำนาจรัฐล้นเกิน (Checks and Balances)

สิทธิการประกันตัวเป็นเครื่องมือคานอำนาจไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐ (ตำรวจ อัยการ หรือสถาบันยุติธรรม) ใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้ง กดดัน หรือปิดปากผู้เห็นต่างทางการเมืองหรือผู้คัดค้านอำนาจรัฐ
สรุป

การประกันตัวจึงไม่ใช่ "การให้อภัยโทษ" หรือ "การรอดพ้นความผิด" แต่เป็น "มาตรการคุ้มครองสิทธิพื้นฐาน" เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์ความจริงดำเนินไปได้อย่างเที่ยงธรรม โดยไม่ทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไปเสียก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสิน