วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 30, 2569

29 กรกฎาคม 2560 ‘โกตี๋’ ถูกอุ้มหายในลาว - เท่าที่รู้ มีผู้ลี้ภัยทางการเมืองอย่างน้อย 9 ราย ที่หายสาบสูญหรือเสียชีวิตอย่างปริยายในต่างแดน (ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม)


The Momentum
16 hours ago
·
29 กรกฎาคม 2560
‘โกตี๋’ ถูกอุ้มหายในลาว
.
วันนี้เมื่อ 9 ปีก่อน วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ ‘โกตี๋’ นักจัดรายการวิทยุและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดปทุมธานี ถูกกลุ่มชายติดอาวุธนำตัวไปจากบริเวณหน้าบ้านพักในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว หลังจากนั้นไม่มีใครพบเห็นหรือติดต่อเขาได้อีก และจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าเขาถูกนำตัวไปที่ใด ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อการหายตัวไปครั้งนี้
.
ตามข้อมูลที่ Human Rights Watch รวบรวมจากพยาน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.45 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2560 ขณะที่วุฒิพงศ์ ภรรยา และเพื่อนกำลังจะเข้าไปในบ้านพัก ชายประมาณ 10 คน แต่งกายด้วยชุดดำ สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า และพกอาวุธ บุกเข้าทำร้ายทั้ง 3 คน ผู้ก่อเหตุใช้เครื่องช็อตไฟฟ้า มัดมือ ปิดตา และปิดปาก ก่อนนำตัววุฒิพงศ์ขึ้นรถไปยังสถานที่ที่ไม่ทราบแน่ชัด ส่วนภรรยาและเพื่อนถูกทิ้งไว้ในพื้นที่เกิดเหตุ โดยทั้งสองให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุพูดภาษาไทย
.
ก่อนหายตัวไป วุฒิพงศ์เป็นที่รู้จักในฐานะแกนนำคนเสื้อแดงในจังหวัดปทุมธานี และผู้จัดรายการสถานีวิทยุชุมชนที่ใช้ชื่อว่า เรดการ์ด เรดิโอ เขามีจุดยืนทางการเมืองแข็งกร้าวและวิพากษ์วิจารณ์กองทัพ รัฐบาล และสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเปิดเผย จนถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศ ศาลอาญาอนุมัติหมายจับเขาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2557 แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมตัวได้
.
หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ชื่อของวุฒิพงศ์ยังปรากฏอยู่ในคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เรียกให้บุคคลเข้ารายงานตัว เขาหลบหนีออกจากประเทศไทย และไปอาศัยอยู่ในประเทศลาว พร้อมดำเนินรายการทางอินเทอร์เน็ตและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหารไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงไทยพยายามประสานกับทางการลาวให้ติดตามตัวเขากลับมาดำเนินคดี
.
หลังปรากฏข่าวการหายตัว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ในขณะนั้น ระบุว่า หน่วยงานความมั่นคงไทยยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าโกตี๋ถูกจับตัวไป ขณะที่ พลเอก ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นการสร้างข่าวเพื่อประโยชน์ในการหลบหนี หรืออาจเกิดจากความขัดแย้งภายในกลุ่ม พร้อมปฏิเสธว่า ฝ่ายความมั่นคงไทยไม่ได้นำตัววุฒิพงศ์กลับเข้าประเทศ
.
อย่างไรก็ตาม หลังจากวันนั้นวุฒิพงศ์ก็ไม่เคยปรากฏตัวอีก การหายไปของเขาจึงไม่ได้จบลงในฐานะข่าวลือ แต่กลายเป็นหนึ่งในกรณีการหายตัวของผู้ลี้ภัยการเมืองไทยในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ทั้งกรณี อิทธิพล สุขแป้น หรือดีเจซุนโฮ ที่หายตัวในลาว กรณี สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และผู้ติดตาม ตลอดจนกรณี ชูชีพ ชีวะสุทธิ์, สยาม ธีรวุฒิ, กฤษณะ ทัพไทย และวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่หายตัวในเวลาต่อมา
.
ในปี 2567 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการหายตัวของผู้ลี้ภัยการเมืองไทย 9 ราย และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี 2566 ขณะเดียวกันประเทศไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สูญหาย และอนุสัญญามีผลต่อประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567
.
9 ปีหลังวุฒิพงศ์ถูกนำตัวไปจากบ้านพัก ครอบครัวของเขายังคงไม่ได้รับคำตอบ รัฐบาลไทยและรัฐบาลลาวยังไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1504434005063978&set=a.654659416708112
.....

เหตุการณ์การบังคับให้สูญหายของ ‘โกตี๋’ (วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ) หรือ "สหายหมาน้อย" นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและอดีตผู้จัดรายการวิทยุชุมชนกลุ่มเสื้อแดง:

📌 สรุปเหตุการณ์

วันที่เกิดเหตุ: 29 กรกฎาคม 2560

สถานที่: หน้าบ้านพักในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

รูปแบบเหตุการณ์: * กลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำประมาณ 10 คน พร้อมอาวุธครบมือและสวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า บุกเข้าควบคุมตัวโกตี๋ขณะกำลังลงจากรถพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน

กลุ่มชายดังกล่าวใช้เครื่องช็อตไฟฟ้า ทำร้ายร่างกาย มัดมือไพล่หลัง ผ้ายัดปาก และคลุมศีรษะ ก่อนจะแยกตัวโกตี๋ขึ้นรถยนต์อีกคันไป

พยานในเหตุการณ์ (เพื่อนที่ถูกขังไว้ในบ้านก่อนหลุดออกมาได้) ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุพูดภาษาไทยชัดเจน

บริบท: โกตี๋เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองหลังการรัฐประหารปี 2557 และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีมาตรา 112 รวมถึงคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งทางการไทยในขณะนั้นได้ประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากทางการลาว

STATUS & ผลกระทบ

สถานะปัจจุบัน: ไร้การติดต่อและไม่ทราบชะตากรรมนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ

ท่าทีของรัฐ: กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงของไทยในขณะนั้นปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

นัยทางสังคม: เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้เป็นหนึ่งในกรณีการบังคับสูญหาย (Enforced Disappearance) ของนักกิจกรรมทางการเมืองไทยที่ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนำไปสู่การเรียกร้องความเป็นธรรมและกฎหมายป้องกันการอุ้มหายในเวลาต่อมา
รายละเอียด หตุการณ์การบังคับสูญหาย (Enforced Disappearance) ของนักกิจกรรมทางการเมืองไทยที่ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน

การบังคับสูญหาย (Enforced Disappearance) ของนักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยในประเทศเพื่อนบ้าน หลังเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2557 ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญอย่างยิ่ง มีผู้ลี้ภัยทางการเมืองอย่างน้อย 9 ราย ที่หายสาบสูญหรือเสียชีวิตอย่างปริยายในต่างแดน (ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม)

📌 รายชื่อและสรุปเหตุการณ์ของผู้ลี้ภัย 9 ราย

1. อิทธิพล สุขแป้น ("ดีเจซุนโฮ")
วันเกิดเหตุ: มิถุนายน 2559
สถานที่: นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
รูปแบบ: ดีเจวิทยุชุมชนและผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง หายตัวไปอย่างเงียบๆ เป็นรายแรกๆ หลังการรัฐประหาร

2. วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ ("โกตี๋")
วันเกิดเหตุ: 29 กรกฎาคม 2560
สถานที่: นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
รูปแบบ: ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหมวกไหมพรมพร้อมอาวุธบุกอุ้มตัวไปจากบ้านพักต่อหน้าพยาน

3. สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ("สุรชัย แซ่ด่าน")
วันเกิดเหตุ: ธันวาคม 2561
สถานที่: สปป.ลาว
รูปแบบ: นักเคลื่อนไหวอาวุโส หายตัวไปพร้อมกับผู้ติดตาม 2 คน (สหายภูชนะ และ สหายกาสะลอง)

4–5. ชัชชาญ บุปผาวัลย์ ("สหายภูชนะ") & ไกรเดช ลือเลิศ ("สหายกาสะลอง")
วันเกิดเหตุ: ธันวาคม 2561 (ยื่นยืนยันมกราคม 2562)
สถานที่: แม่น้ำโขง อำเภอธาตุพนม และอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
รูปแบบ: ทั้งสองคนหายตัวไปพร้อมสุรชัย ต่อมาพบ ศพถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ (ผูกยัดกระสอบ ยัดเสาปูน มัดมือไพล่หลัง) ลอยมาติดริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตไทย ขณะที่ตัวสุรชัยยังคงสูญหาย

6–8. ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ("ลุงสนามหลวง"), กฤษณะ ทัพไทย ("สหายยังบลัด") และ สยาม ธีรวุฒิ ("สหายข้าวเหนียวมะม่วง")
วันเกิดเหตุ: พฤษภาคม 2562
สถานที่: ชายแดนเวียดนาม / กัมพูชา
รูปแบบ: รายงานจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า ทั้ง 3 คนเดินทางออกจากลาวไปยังเวียดนาม ก่อนจะถูกจับกุมและส่งตัวข้ามแดน และหลังจากนั้นไม่มีใครพบเห็นหรือสามารถติดต่อได้อีกเลย

9. วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ("ตาร์")

วันเกิดเหตุ: 4 มิถุนายน 2563
สถานที่: หน้าอพาร์ตเมนต์ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
รูปแบบ: ถูกกลุ่มคนมีอาวุธลักพาตัวขึ้นรถตู้ไป ขณะกำลังคุยโทรศัพท์กับพี่สาว คำพูดสุดท้ายที่บันทึกไว้ได้คือ "หายใจไม่ออก"

🏛️ ข้อสรุปและท่าทีของหน่วยงานสิทธิมนุษยชน

ผลการตรวจสอบของ กสม.: คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีมติและรายงานผลการตรวจสอบ (รายงานที่ 22/2567) ระบุว่า กรณีผู้ลี้ภัยทั้ง 9 ราย "น่าเชื่อว่าเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ" และชี้ว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมีการละเลยหรือดำเนินการติดตามสืบสวนล่าช้าเกินสมควร

การปราบปรามข้ามชาติ (Transnational Repression): องค์กรระหว่างประเทศอย่าง Human Rights Watch และ Amnesty International บันทึกกรณีเหล่านี้ในฐานะตัวอย่างของความร่วมมือหรือการปล่อยเกียร์ว่างระหว่างรัฐบาลในภูมิภาคอาเซียนในการปราบปรามผู้เห็นต่างข้ามแดน

การขับเคลื่อนกฎหมาย: การสูญหายของวันเฉลิมและผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ภาคประชาสังคมไทยร่วมกันผลักดันจนเกิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมายในอดีต

Gemini ช่วยรวบรวม