
ประชาไท Prachatai.com
6 hours ago
·
‘แจ็ค’ ผู้ฆ่าความเงียบ คดีฮั้ว สว. วัดใจ กกต.กล้า (ไม่) สั่งฟ้อง ? วัดดวงเขย่า ‘สภาสีน้ำเงิน’ เพื่อร่าง รธน.ใหม่
.
1) ราวกับจุดระเบิดเมื่อ ‘ยิ่งชีพ’ จากไอลอว์ยื่นข้อมูลให้ฝ่ายค้านตรวจสอบกรณีฮั้ว สว. เพราะ 1) เชื่อมโยงนักการเมืองใหญ่ของภูมิใจไทยถึง 9 คน 2) ระบุพฤติการณ์อย่างชัดเจนว่าแต่ละคนเกี่ยวกันอย่างไรจากปากคำของพยานบุคคล แม้หลายส่วนจะไม่ได้ ‘ใหม่’ เป็นการรวบรวมสิ่งที่กระจัดกระจายให้เห็น ‘โครงหลัก’ ว่าขบวนการนั้นทำงานมโหฬารและมีประสิทธิภาพอย่างไร
.
2) พรรคภูมิใจไทย ‘ประกาศกร้าว’ ในวันเดียวกันว่าจะมีการฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่กระแสสังคมสะท้อนกลับผ่านการ ‘ลงชื่อออนไลน์’ ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับของภาคประชาชน ที่ไอลอว์คือหนึ่งในผู้นำขบวน จาก 3 หมื่นกว่าชื่อ (กฎหมายกำหนดให้ต้องมี 5 หมื่นรายชื่อ) ภายในคืนเดียวหลังการขู่ฟ้อง รายชื่อเพิ่มเป็น 2 เท่า และวันต่อมาพบว่าทะลุแสนรายชื่อแล้ว
.
3) เป็นที่ชัดแจ้งว่า ปรากฏการณ์นี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจของ กกต. อย่างแน่นอน เพราะจะต้องมีคำสั่งว่า คดีฮั้วสว.ที่อยู่ในมือจะสั่งฟ้องหรือไม่ ภายในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนหน้านี้สังคมเกรงว่า กกต.จะไม่สั่งฟ้อง แม้ว่าคณะไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต.เองจะเคยมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งหมด 229 คน (ในจำนวนนี้ 138 คน เป็นสว.ชุดปัจจุบัน) ไว้ก็ตาม หาก กกต.ชุดใหญ่สั่งไม่ฟ้องก็ต้องเผชิญกับการตอบคำถามสังคมอย่างหนัก และควรต้องคาดเดาต่อไปด้วยว่าความโกรธแค้นของผู้คนจะแปรผลเป็นสิ่งใด
.
สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บอกชัดว่าจะมีมติภายในเดือน ส.ค. พร้อมแย้ม ‘จุดโหว่’ ไว้ให้ลุ้นด้วยว่า บางเรื่องคณะชุดที่ 26 ทำไม่ทันเพราะกว่าตั้งคณะชุดนี้ได้ก็ล่วงเลยมาเป็นปี มีเวลาทำงานเพียง 4 เดือน แม้เห็นในสำนวนแล้วอยากจะสืบสวนสอบสวนต่อ แต่ไม่มีเวลาดำเนินการเพราะสังคมมองว่าคดีล่าช้าเกินไปแล้ว
.
พริษฐ์ สส.พรรคประชาชนวิเคราะห์แนวโน้มของ กกต.ว่าเป็นไปได้ 3 แบบ คือ 1) กกต.เห็นตามคณะสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ส่งเรื่อง 229 คนไปให้ศาลฎีกาพิจารณา 2) กกต.เห็นตามคณะอนุวินิจฉัยฯ 36 ตีตกคำร้องทั้งหมด 229 คน 3) กกต.ส่งคำร้องแค่บางส่วนไปศาลฎีกา
.
มีการประเมินว่าข้อ 3 น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด โดยสังคมต้องร่วมจับตา-กดดัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตัดตอนส่งเรื่องไปที่ศาลแค่เฉพาะผู้ปฏิบัติการ ละเว้นผู้สั่งการ ผู้วางแผน หรือส่งเรื่องไปที่ศาลแค่บางจังหวัด ทั้งที่ต้องครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ
.
4) กลับมาที่ร่างกฎหมายของภาคประชาชนที่ได้แสนรายชื่ออย่างรวดเร็ว ต้องบอกว่ามันเป็นร่างที่ radical ที่สุดในจำนวนทุกร่างที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอ เนื่องจาก 1) ให้สสร.ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน 2) คณะกรรมาธิการยกร่างต้องไม่เกี่ยวข้องกับรัฐประหาร 3) การโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างเสร็จแล้วจะใช้เสียง 2 ใน 3 ของ สสร.เอง ไม่ผ่านรัฐสภาซึ่งเพราะรู้กันดีว่าวุฒิสภามี ‘สว.สีน้ำเงิน’ เป็นเสียงข้างมากแทบจะเบ็ดเสร็จ จากนั้นจึงไปทำประชามติถามประชาชน
.
5) เงื่อนไขของร่างภาคประชาชนที่กำหนดให้กรรมาธิการยกร่างต้องไม่เกี่ยวพันกับรัฐประหาร (เป็นสมาชิก, เป็นที่ปรึกษา, เป็นผู้ปฏิบัติงาน) นั้นน่าสนใจยิ่ง เนื่องจากในการหารือระหว่าง พริษฐ์-นรเศรษฐ์ กับ 3 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นำโดยนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เพิ่งพ้นตำแหน่งหลังการหารือไม่นานนั้น) มีข้อความบางอย่างสะกิดใจ ‘ประภาส ปิ่นตบแต่ง’ หนึ่งในสว.ที่ได้ร่วมพูดคุยบันทึกถึงประเด็นสำคัญที่ไม่ค่อยมีใครสนใจไว้ว่า ตุลาการทั้งหมดเห็นว่า รัฐธรรมนูญใหม่นั้นทำได้เพียง ‘แก้ไข’ รัฐธรรมนูญ 2560 และผู้ที่ยกร่างจำเป็นต้องเข้าใจจิตวิญญาณและเป้าหมายของรัฐธรรมนูญ 2560
.
แน่นอน ผู้ยกร่างด่านแรกที่มีบทบาทสำคัญมากก็คือ คณะกรรมาธิการยกร่าง นั่นเอง ดังนั้น สิ่งที่ร่างภาคประชาชนระบุไว้ถือว่าเป็น ‘การปิดทาง’ เครือข่ายเดิมที่มีวิธีคิด วิธีมองการเมือง แบบเดียวกับคณะรัฐประหารและได้สร้างเงื่อนปมไว้มากมายในรัฐธรรมนูญ 2560
.
อย่างไรก็ดี ร่างภาคประชาชนเป็นเหมือนอุดมคติที่ในทางการเมืองที่ผู้คนต่างคาดหมายได้ว่า (แทบ) เป็นไม่ได้ที่จะผ่านการพิจารณาของรัฐสภา แต่หากกระแสสังคมตอบรับและให้ความสนใจอีกครั้งก็อาจมีอำนาต่อรองบางประการได้มากขึ้น
.
6) กลับมาที่เรื่อง ‘ฮั้ว สว.’ หากจำกันได้ คดีนี้ตั้งต้นในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย นำโดยแพทองธาร ชินวัตร และเป็นชนวนให้ภูมิใจไทยออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แม้ในฉากหน้าจะยกเรื่อง ‘คลิปอังเคิล’ ก็ตาม ก่อนหน้านั้นไม่นานดีเอสไอรับคดี สว.เป็นคดีพิเศษ ท่ามกลางการถกเถียงกันมากกว่า นี่เป็นอำนาจ กกต.เท่านั้นหรือไม่ ท้ายที่สุดบอร์ดดีเอสไอมีมติ 11:4 รับเป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐานฟอกเงิน โดยไม่ยุ่งข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร
.
มีนาคม 2568 พล.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรมขณะนั้น เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ดีเอสไอมีพยานประมาณ 7,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เข้าไปในพื้นที่การเลือก สว.ระดับประเทศ ที่เมืองทองธานีถึง 3,000 คน สอดคล้องรายงานของสำนักข่าวอิศรา ที่ระบุว่ามีพยาน 7,000 คนเหล่านี้มีทั้งคนที่เป็น สว.ปัจจุบัน และ สว.สำรอง ดีเอสไอสั่งแจ้งธุรกรรมทุกบัญชีในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนทั้งรายการรับ-จ่าย ตั้งแต่ 2,500 บาทขึ้นไป ค่าสมัคร สว.-ค่าถ่ายรูป-ค่าเดินทาง
.
จากนั้นปรากฏข่าว กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว.เข้าร้องเรียนต่อดีเอสไอให้ช่วยคุ้มครอง หลังถูกข่มขู่ไม่ให้เข้าร่วมเป็นพยานในคดีฮั้วเลือก สว.โดยระบุว่า เกิดการข่มขู่พยานหลายคนให้ไปแจ้งความว่าดีเอสไอมีการบังคับพยานให้ซัดทอดบางพรรคการเมือง การข่มขู่ทำผ่านเครือข่ายนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
.
จากนั้นไม่นาน รัฐบาลอนุทิน1 ถือกำเนิดอย่าง ‘ส้มหล่น’ ในเดือนกันยายน 2568 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน มีพยานรายหนึ่งจาก จ.ขอนแก่น ได้ยื่นหนังสือถึงดีเอสไอโดย ‘ขอกลับคำให้การ’ ที่เคยให้กับดีเอสไอ ยืนยันว่าไม่มีโพยฮั้ว สว. ตามที่ตนเคยให้การไว้ แต่ในขณะนั้นตนถูกบังคับข่มขู่ให้ให้การเท็จเพื่อให้ร้ายต่อพรรคภูมิใจไทย ด้านกลุ่ม สว.สำรองที่ออกมาเปิดโปงเรื่องการฮั้วระบุว่า การที่พยานกลับคำให้การกันรัวๆ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล
.
เดือน ธ.ค. 2568 ผู้ต้องหาที่ดีเอสไอส่งฟ้องต่ออัยการพิเศษข้อหาฟอกเงินเหลืออยู่เพียง 8 คน จากเดิมที่อนุกรรมการชุดที่ 26 ของ กกต.เองจะเคยมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งหมด 229 คน
.
7) ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ดีเอสไอในยุครัฐบาลแพทองธารไม่ได้ทำงานจนสุดทาง แน่นอนเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ทิศทางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มีการไล่เช็คบิลอดีตรัฐมนตรี 2 คน คือ ภูมิธรรม เวชยชัย ที่เคยนั่งรองนายกฯ ในฐานะประธานบอร์ดดีเอสไอ และ ทวี สอดส่อง ที่เคยคุมกระทรวงยุติธรรม และเป็นรองประธานบอร์ดดีเอสไอ โดยกลุ่ม สว.เสียงข้างมาก (ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว.) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่าทั้งสองใช้อำนาจในการแทรกแซงดีเอสไอเพื่อทำคดีฮั้วเลือก สว. เข้าข่ายไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
.
ต่อมา 21 ม.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:2 วินิจฉัยว่า ภูมิธรรมและทวี ไม่พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี โดยชี้ว่าทั้งสองไม่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ทั้งนี้ การวินิจฉัยของศาล รธน.เกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วจากการเปลี่ยนรัฐบาล แต่คดียังไม่จบเพราะ สว.ร้องไปยัง ป.ป.ช.อีกทางหนึ่งด้วยให้ตรวจสอบ ภูมิธรรม-บอร์ดดีเอสไอ รวม 11 คน ในความผิดมาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) เพราะการรับคดีฮั้วสว.เป็นการแทรกแซงอำนาจวุฒิสภาอย่างร้ายแรง ขณะที่ทวี และพ.ต.ต. ยุทธนา เจอข้อหาไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ปัจจุบันคดียังอยู่ในมือ ป.ป.ช.
.
8 ) ถึงที่สุดที่มาของคำว่า ‘สว.สีน้ำเงิน’ ที่พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึก มีการรายงานความผิดปกติต่างๆ ในกระบวนการมากมาย ตามข้อมูลจากไอลอว์ ระบุถึงปรากฎการณ์ผิดปกติหลายอย่าง เช่น สว. หลายคนได้คะแนนมากเป็นพิเศษจนล้นกระดาน, ในวันเลือก สว.ระดับประเทศพบผู้สมัครใส่เสื้อสีเหลืองเดินทางด้วยรถตู้พร้อมคนขับป้ายทะเบียนบุรีรัมย์ ผลลัพธ์ของการเลือกไขว้ปรากฏว่าจังหวัดฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยล้วนเป็นจังหวัดที่มี สว.หลายคน เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ ได้สว.ถึง 14 คน จังหวัดเล็กจิ๋วอย่างอ่างทองได้ สว. 6 คน สตูลได้ สว. 6 คน, อยุธยาได้สว.7 คน เป็นต้น
.
9) การรัฐประหาร 2557 และการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ตั้งอยู่บนฐานของการเกลียดกลัวและกีดกันนักการเมืองโดยไม่คำนึงว่าพวกเขามาจากการเลือกตั้งของประชาชน หากไปไล่อ่านชวเลขการประชุมของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ที่นำโดยมีชัย ฤชุพันธ์ จะพบทัศนคตินี้ชัดเจน พวกเขาพยายามออกแบบระบบการเลือกอะไรก็ได้ที่จะหนีภาพหลอนของ ‘สภาผัวเมีย’ ในอดีตที่ สว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งสภา พวกเขาออกแบบการเลือกให้ซับซ้อน แต่ผลลัพธ์ในวันนี้พิสูจน์แล้วว่า มันหนักยิ่งกว่าสภาผัวเมียหลายเท่า และทุกคนต้องร่วมจ่ายความถดถอยเชิงระบบของประชาธิปไตยไทย
.
คำถามคือ หลังจาก ‘แจ็ค’ หรือยิ่งชีพ ได้ทำลายความเงียบลงแล้ว พร้อมต้นทุนคดีหมิ่นประมาทที่น่าจะรุนแรงจากพรรคผู้กุมอำนาจบริหารและนิติบัญญัติ แรงสนับสนุนของสังคมโดยรวมจะพาเรื่องนี้ไปสู่จุดไหน
https://www.facebook.com/photo?fbid=1491596866347949&set=a.643704854470492
https://prachatai.com/journal/2026/07/118156