
THE STANDARD
Yesterday
·
ปัญหาการทำเหมืองแร่อย่างไร้การควบคุม ทั้งเหมืองแรร์เอิร์ธและเหมืองทองคำโดยบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจและเอกชนจีน ในรัฐฉานของเมียนมา ที่มีการปล่อยสารพิษไหลข้ามพรมแดนลงสู่แม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก อย่างสารหนู สารตะกั่ว หรือสารปรอท ในระดับที่สูงเกินมาตรฐานไปหลายเท่า เป็นวิกฤตใหญ่ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้แก่ประชาชนนับล้านที่อาศัยแม่น้ำเหล่านี้ในการดำรงชีวิต
การปนเปื้อนรุนแรงของสารพิษในแม่น้ำเหล่านี้ ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว (2025) แต่จนถึงวันนี้ ผ่านมาแล้วเกือบ 15 เดือน ประชาชนที่ได้รับผลกระทบยังคงเผชิญผลกระทบอันเลวร้าย จำนวนมากต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตหรือสูญเสียอาชีพดั้งเดิม เช่น ประมง การเกษตร หรือการท่องเที่ยว เนื่องจาก ‘อันตรายของสารพิษปนเปื้อน’ และ ‘ความกลัว’ ของผู้คน ที่มองแม่น้ำเหล่านี้ว่าเป็น ‘แม่น้ำพิษ’ จนทำให้ไม่กล้าลงเล่นน้ำ หรือใช้น้ำจากแม่น้ำในการอุปโภคบริโภค หรือแม้แต่ซื้อหรือกินปลาหรือพืชผักผลไม้ที่มาจากพื้นที่ติดกับแม่น้ำเหล่านี้ เพราะกลัวว่าสารพิษจะสะสมเข้าไปในร่างกาย
ความเดือดร้อนนี้ ถูกนำเสนอผ่านสื่อไทยบ่อยครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงของชาวบ้านที่เรียกร้องความช่วยเหลือ การเยียวยา และการแก้ปัญหาอย่างถาวรจากรัฐบาล และฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลจีนและเมียนมา ที่ต้องการให้หยุดกิจการเหมืองเหล่านี้
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือเสียงความเดือดร้อนจากชาวบ้าน ดูเหมือนจะไร้น้ำหนักและไม่มีค่าพอ ทำให้การแก้ปัญหาที่เห็นผลอย่าง ‘จริงจัง’ ไม่เคยเกิดขึ้น มีเพียงคำยืนยันจากรัฐบาลว่า “ได้ตั้งคณะทำงานติดตามปัญหา และมีการประสานงานร่วมกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่องแล้ว” แต่ผลลัพธ์ในการแก้ปัญหาที่เร่งด่วนยังเป็นคำถามใหญ่ที่ไร้คำตอบ
หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สำคัญและเป็นที่จับตามองอย่างมาก คือการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนล่าสุดของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่างวันที่ 16 - 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยผลลัพธ์ของการเยือนและการพบหารือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง มีทั้งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความร่วมมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
อย่างไรก็ตาม กลับไม่ปรากฏว่ามีการหารือหรือประสานความร่วมมือกับรัฐบาลจีน เพื่อตรวจสอบหรือแก้ไขปัญหาการทำเหมืองแร่ของบริษัทจีนในเมียนมา ที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำหลายสายของไทย
ท่าทีของรัฐบาลที่ดูเมินเฉยในการผลักดันปัญหานี้ผ่านความร่วมมือกับจีนอย่างจริงจัง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ และหน่วยงานภาคประชาสังคมที่ติดตามการแก้ไขปัญหา แสดงความ ‘ผิดหวังอย่างมาก’ ต่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน
เพียรพร ดีเทศน์ กรรมการบริหารมูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ ซึ่งติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนของสารพิษในแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี แสดงความผิดหวังที่นายกรัฐมนตรีไม่หยิบยกปัญหานี้พูดคุยกับจีน ทั้งที่ปรากฏข้อมูลชัดเจนว่า บริษัทจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำเหมือง โดยเฉพาะเหมืองแรร์เอิร์ธ ที่จีนควบคุมและครอบครองการผลิตเป็นอันดับหนึ่งของโลก
“ไปตั้ง 4 วัน นายกรัฐมนตรีน่าจะมีโอกาสในการพูดเรื่องเหล่านี้บ้าง หรืออย่างน้อยพูดในทางสาธารณะ เพื่อก่อให้เกิดความตระหนักว่า ประชาชนไทยกำลังได้รับผลกระทบและแม่น้ำของไทยกำลังปนเปื้อน” เธอกล่าว และตัดพ้อว่า
“เรารู้สึกว่า รัฐบาลไม่รักประชาชน ไม่รักอนาคตของประชาชนหรือไม่”
อ่านต่อบทความเต็มได้ที่
https://thestandard.co/anutin-china-mining-pollution-thai-rivers/
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1399169115675761&set=a.586524703606877
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1399169115675761&set=a.586524703606877