วันพุธ, กรกฎาคม 22, 2569

ขอแสดงความนับถือ : เปิดใจ ยิ่งชีพ กลัวแต่ต้องสู้! เปิด 9 รายชื่อเชื่อมโยง ‘คดีโกงเลือกสว.’ ปรากฏทั้ง นายก รองนายก รัฐมนตรี และ สส.

https://www.facebook.com/reel/1353773483601076

กลัวแต่ต้องสู้! เปิดใจ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน(iLaw) กับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.)
.....

 
https://www.facebook.com/reel/1940026499898467

iLaw
11 hours ago
·
เปิด 9 รายชื่อเชื่อมโยง ‘คดีโกงเลือกสว.’ ปรากฏทั้ง นายก รองนายก รัฐมนตรี และ สส.
.
1. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
2. ทรงศักดิ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
3. ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
4. กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปฯรัฐบาล
5. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
6. นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
7. สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
8. พิชัย ชมภูพล สส. พรรคภูมิใจไทย
9. ศุภชัย โพธิสุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
.
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ilaw.or.th/articles/58778
.....

เปิดข้อมูลขบวนการทุจริตการเลือกสว. ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในรัฐบาล

21/07/2026
iLaw

หลังการเลือกวุฒิสภา (สว.) ครั้งแรกด้วยระบบพิเศษ “แบ่งกลุ่ม-เลือกกันเอง” ที่ประชาชนโดยทั่วไปไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย ผ่านพ้นไปในเดือนมิถุนายน 2567 มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกจำนวนมากที่พบเห็นความไม่ปกติ และข้อสงสัยในการทุจริต ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่การตรวจสอบและดำเนินคดีก็ไม่คืบหน้า จนต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเรื่องร้องเรียนและเข้ามาร่วมสืบสวนด้วย จึงมีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อผู้ได้รับเลือกเป็นสว. อย่างน้อย 138 คน และผู้ร่วมในขบวนการอีกรวมเป็น 229 คน


บรรยากาศการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567

เป็นเวลากว่าสองปีแล้วนับตั้งแต่วันเลือกสว. ระดับประเทศที่เต็มไปด้วยข้อกังขา พยานผู้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ และอยู่ร่วมในขบวนการทุจริตการเลือกสว. ครั้งใหญ่เริ่มทยอยเปิดตัว และเปิดข้อมูลทั้งต่อพนักงานสอบสวน และต่อสาธารณะ ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนและเทคนิคการโกงการเลือกสว. ที่เกี่ยวข้องกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย สส. และรัฐมนตรีฝ่ายรัฐบาล “สีน้ำเงิน” จำนวนมาก

ไอลอว์รวบรวมข้อมูลจากพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์ และนำเสนอข้อมูลต่อประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฯฝ่ายค้าน) ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้ใช้อำนาจของฝ่ายค้านตรวจสอบการใช้อำนาจและความโปร่งใสของรัฐบาลว่า มีส่วนร่วมในขบวนการโกงการเลือกสว. ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่

ซึ่งข้อมูลที่ไอลอว์นำยื่นอต่อวิปฯ ฝ่ายค้าน ให้ความสอบความถูกต้องแท้จริง เกี่ยวข้องกับบุคคลอย่างน้อย 9 คน ดังนี้

1. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ในช่วงปี 2567 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในคณะรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งต่อมาในปี 2569 หลังชนะการเลือกตั้งอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีผู้สมัครสว. กลุ่ม 14 คนหนึ่งเปิดเผยว่า หลังผ่านการเลือกระดับจังหวัดเพื่อเข้าสู่ระดับประเทศแล้วได้เดินทางไปที่อาคารรัฐสภา ได้พบกับอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี หลังจากได้พูดคุยกันเกี่ยวกับการเลือกสว. อนุทินจึงได้มอบหมายให้เลขานุการ คือ ไตรศลี ไตรสรณกุล แจ้งหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการประสานงานเรื่องการเลือกสว. ให้ ซึ่งเป็นหมายเลขของสุขสำรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้โทรศัพท์ประสานงานกันต่อหลังจากนั้น ซึ่งพยานคนนี้ได้ถ่ายรูปคู่กับทั้งอนุทิน และสุขสำรวยที่รัฐสภาไว้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีพยานให้การว่า ได้พบเห็นอนุทิน ชาญวีรกูล ไปที่โรงแรมพูลแมน บางกอก คิงเพาเวอร์ ช่วงหลังการเลือกสว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 โดยอยู่ร่วมกับผู้ที่เพิ่งได้รับคัดเลือกเป็นสว. มากกว่า 100 คน เพื่อประชุมร่วมกัน โดยหลังการประชุมพบข้อสรุปว่า จะเลือกใครเป็นประธานและรองประธานสว.

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยรู้เห็นในการทุจริตเลือกสว. ด้วยหรือไม่

2. ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี

ทรงศักดิ์ ทองศรี เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์มาแล้วหลายสมัย ตั้งแต่ ปี 2535 ในการเลือกตั้งปี 2562 เขาสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยเป็น สส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 6 ทรงศักดิ์เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จนถึงการเลือกตั้งในปี 2569 พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งและทรงศักดิ์ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี

ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นเครือญาติพี่น้องในตระกูลทองศรีที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นรุ่งโรจน์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์, เพิ่มพูน ทองศรี อดีต สว.บุรีรัมย์ จากการเลือกตั้ง, หรือจักรกฤษณ์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์ รวมถึงพรเพิ่ม ทองศรี สว. กลุ่ม 13 จากอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพี่ชายของทรงศักดิ์

ข้อเท็จจริงปรากฏจากคำบอกเล่าของพยานว่า ขณะมีการประชุมร่วมกันของผู้สมัครสว.​หลายคน ที่โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีผู้สมัครสว. คนหนึ่งประกาศในที่ประชุมว่า เป็นคำสั่งของทรงศักดิ์ให้แบ่งรายชื่อให้ชัดเจน จากนั้นจึงมีการโทรศัพท์ไปแจ้งว่ามีการจัดทำบัญชีรายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว แล้วจะนำส่งให้ทรงศักดิ์รับทราบข้อมูล ซึ่งต่อมาผู้สมัครคนที่ทำหน้าที่ประสานงานนั้นได้รับเลือกเป็นสว.​

พยานยังเล่าว่า ก่อนวันเลือกระดับประเทศมีการนัดหมายให้ผู้สมัครสว. ระดับประเทศราว 100 คนมารวมตัวกันที่โรงแรมธารา แกรนด์ ปทุมธานี โดยมีการจัดเตรียมห้องพักไว้ให้แล้ว พยานเล่าว่า ได้รับคำสั่งให้อยู่ในห้องพักและจะมีบุคคลที่อ้างว่าเป็นคนของทรงศักดิ์ และทีมงานของพรรคภูมิใจไทยจะนำเงินค่าตอบแทนมาให้ สุดท้ายไม่ได้รับเงินสด แต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยสว. หลังการเลือกเสร็จสิ้น

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และทรงศักดิ์มีส่วนร่วมในการทุจริตเลือกสว. หรือไม่

3. ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ภราดร ปริศนานันทกุล เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต จังหวัดอ่างทอง เขต 1 ในนามพรรคชาติไทยพัฒนาระหว่างปี 2550 – 2557 ก่อนย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และได้รับเลือกตั้งในปี 2562 2566 ภราดรดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคภูมิใจไทยระหว่างปี 2563 – 2567 และดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคในปี 2567 ก่อนลาออกเพื่อเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรระหว่างปี 2567-2568 ภราดรได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

พยานซึ่งเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เล่าว่า ในการจัดการเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. 2567 มีการจัดการคนและแบ่งการดูแลตามสายจังหวัด โดยเน้นไปที่จังหวัดขนาดเล็ก มีอำเภอไม่มาก เช่น จังหวัดเลย บึงกาฬ หนองบัวลำภู เป็นต้น ทราบจากเพื่อนสส. พรรคภูมิใจไทยว่าช่วงเดือนเมษายน 2567 มีการวางแผนของพรรคภูมิใจไทยเพื่อให้ได้มาซึ่งสว. โดยมีแกนนำคือภราดร ปริศนานันทกุล พร้อมกับทีมคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่

มีพยานเล่าว่า คนกลุ่มดังกล่าวนำระเบียบและข้อบังคับมาศึกษาวิเคราะห์และจัดทำระบบปฏิบัติการขึ้นมาผ่านโปรแกรม offline ซึ่งแผนดังกล่าวถูกนำเสนอในการประชุมกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาเกินครึ่งหรือมากกว่า 100 คน และมีการวางแผนให้ได้ สว. อย่างน้อยกลุ่มละ 6 คน

แผนการดังกล่าว คณะทำงานซึ่งพยานทราบว่าเป็นทีมงานของภราดรได้เสนอต่อผู้ใหญ่ของพรรค ขอค่าสนับสนุนผู้สมัครคนละ 4,000 บาท และสำหรับผู้สมัครระดับอำเภอที่ผ่านไปสู่ระดับจังหวัด อำเภอละ 3 คน ขอค่าสนับสนุนคนละ 10,000 บาท และสำหรับผู้สมัครที่ผ่านเข้าไปสู่ระดับประเทศจะได้รับเงินสนับสนุนรายละ 40,000 บาท โดยมีนายต่าย เป็นผู้ช่วยสส. ของภราดรเป็นผู้ดำเนินการตามแผนงาน

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และภราดรเป็นหัวหน้าขบวนการในการทุจริตเลือกสว. หรือไม่

4. กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปฯรัฐบาล

กรวีร์ ปริศนานันทกุล เป็นน้องชายของภราดร ปริศนานันทกุล เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบ่งเขต จังหวัดอ่างทอง เขต 2 ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งขณะนั้นสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อมาย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ปี 2562 จนมาภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 กรวีร์ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ข้อเท็จจริงจากพยานคนหนึ่งเล่าว่า

กรวีร์ ปริศนานันทกุลเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยรุ่นใหม่ที่มีส่วนริเริ่มวางแผนเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ทั้งยังร่วมอยู่ด้วยขณะที่แกนนำพรรคคนหนึ่งนำระบบผ่านโปรแกรม offline มานำเสนอ

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ช่วงก่อนวันเลือกสว. ระดับประเทศ สมพร บุญฤทธิ์ ผู้ช่วยดำเนินงาน สส. ของกรวีร์ซึ่งได้รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน ได้ขับรถพานิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล หนึ่งในผู้สมัครสว. จากจังหวัดอ่างทอง ไปที่โรงแรมวังยาว ริเวอร์ จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นที่ประชุมร่วมกันของผู้สมัครสว. จำนวนหนึ่ง จากนั้นขับรถต่อไปที่โรงแรมมารวย การ์เด้น เพื่อลงทะเบียนเปิดห้องพัก โดยใบเสร็จของโรงแรมออกในชื่อของสมพร

ผู้สมัครสว. จากจังหวัดอ่างทองที่เข้ารอบระดับประเทศจำนวนหนึ่งเดินทางจากจังหวัดอ่างทองมาพักที่โรงแรมมารวย การ์เด้น ในวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ก่อนการเลือกระดับประเทศเพียงหนึ่งวัน เช่น 
  • ศรีรัตน์ กันพันธ์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 20 จากอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
  • มนตรี บุญถนอม ผู้สมัครสว. กลุ่ม 6 จากอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
  • พัชรา ลาภเจริญ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 14 จากอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
  • ชลิดา ฮุนสวัสดิกุล ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 12 จากอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
หนึ่งในนั้น คือ สืบศักดิ์ แววแก้ว ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นสว. ด้วย รวมทั้งนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล ก็ได้รับเลือกเป็นสว. เช่นกัน

นอกจากนี้ยังข้อมูลพบว่า มีชื่อไอศิกา รักซ้อน เลขานุการส่วนตัวของกรวีร์ เป็นผู้เข้าพักที่โรงแรมมารวย การ์เด้น ด้วย

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และกรวีร์เป็นหัวหน้าขบวนการในการทุจริตเลือกสว. หรือไม่

5. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ในช่วงปี 2567 พิพัฒน์ รัชกิจประการ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในคณะรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน สังกัดพรรคภูมิใจไทยก่อนที่จะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หลังการเลือกตั้งในปี 2569

จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า สมัยที่พิพัฒน์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาระหว่างปี 2562-2566 ได้แต่งตั้งให้พิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีทำงานร่วมกัน ซึ่งพิบูลย์อัฑฒ์ได้รับเลือกเป็นสว. ชุดนี้ โดยมีพยานคนหนึ่งบอกว่า ทั้งสองคนยังมีฐานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย

มีพยานที่เล่าว่า ภรรยาของพิพัฒน์ คือ นาที รัชกิจประการ ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นลูกพี่ลูกน้องกับสว. คนหนึ่งในชุดนี้ คือ ประเทือง มนตรี ซึ่งลูกชายของประเทือง ชื่อ อธิวัฒน์ มนตรี เป็นผู้ประสานงานให้ผู้สมัครสว. หลายสิบคนมาพูดคุยกันที่โรงแรมอัศวินก่อน และมีพยานอีกคนบอกว่า ได้พบเห็นนาที รัชกิจประการ พร้อมลูกสาว คือ ปกรกานต์ รัชกิจประการ เข้าร่วมการประชุมเพื่อเตรียมโพยการเลือกสว. ที่โรงแรมธาราแกรนด์ จังหวัดปทุมธานี ในช่วงก่อนวันเลือกสว. ระดับประเทศไม่กี่วันอีกด้วย

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และพิพัฒน์มีสายสัมพันธ์กับสว. และมีส่วนร่วมในการทุจริตเลือกสว. หรือไม่

6. นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นภินทร ศรีสรรพางค์ เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดราชบุรี และเป็นสว. จากการเลือกตั้งในปี 2543 ของจังหวัดราชบุรี หลังจากนั้นเคยเป็นสส. บัญชีรายชื่อสังกัดพรรคเพื่อไทย ในช่วงปี 2567 นภินทร ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในสังกัดพรรคภูมิใจไทยในคณะรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน หลังการเลือกตั้งปี 2569 ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

มีพยานเล่าว่า ในช่วง 2-3 วันก่อนวันเลือกกสว. ระดับประเทศหนึ่งวัน มีผู้สมัครสว. จำนวนหนึ่งได้เข้าพบกับนภินทร ที่ห้องทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ โดยเป็นผู้สมัครสว. ในกลุ่มเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรจากหลายจังหวัด ซึ่งมีการทำความตกลงกันว่า หากได้รับเลือกเป็นสว. แล้วจะต้องทำอย่างไร และมีการบังคับให้ผู้สมัครสว. ลงชื่อในใบลาออกจากตำแหน่งสว. เอาไว้ล่วงหน้า

ซึ่งในชั้นสอบสวนมีพยานยืนยันว่า มีผู้สมัครสว. กลุ่มหนึ่งได้เข้าพบกับนภิทรในช่วงเวลาดังกล่าวจริง แต่เป็นนัดหมายเพื่อพูดคุยเรื่องอื่น และนภินทรปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือเรื่องสว. เพราะกฎหมายห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยว

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และนภินทรมีส่วนร่วมในการทุจริตเลือกสว. หรือไม่

7. สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สุขสมรวย วันทนียกุล ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต จังหวัดอำนาจเจริญ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย มาตั้งแต่ปี 2566 ก่อนที่จะได้ควบตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งในปี 2569

จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีพยานบอกเล่าว่าได้ไปพบกับอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้ช่วยเรื่องการสมัครสว. แล้วเลขานุการของอนุทินได้ให้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับการประสานงานเป็นหมายเลขของสุขสมรวย นอกจากนี้ มีพยานที่เปิดเผยว่าได้รับการชักชวนจากพ.ต.อ.วิเชียร์ โชคพิพัฒน์ทวี ให้ไปสมัครสว. ในจังหวัดอำนาจเจริญ และได้มอบเงินให้ 6,000 บาทเป็นค่าป่วยการ ซึ่งระหว่างกระบวนการได้ไปร่วมประชุมกับผู้สมัครคนอื่นๆ ที่รีสอร์ทสุขสำราญ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ

ยังมีพยานที่เป็นผู้สมัครสว. ในจังหวัดอำนาจเจริญ พูดถึงอดีตนายกอบต. ชื่อ กนก ศรศิลป์ ที่เป็นผู้ชักชวนและจัดหาคนไปสมัครสว. ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยและสุขสมรวย จากฐานข้อมูลผู้สมัครสว. ทั้งหมดยังพบว่า มีคนนามสกุลเดียวกับสุขสมรวย 2 คน ชื่อ สุพรรณษา วันทนียกุล สมัครกลุ่ม 14 กลุ่มสตรี ที่จังหวัดอำนาจเจริญ และวรรณา วันทนียกุล สมัครกลุ่ม 14 ที่จังหวัดสงขลาด้วย

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า บุคคลเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขสมรวยจริงหรือไม่ และมีการการกระทำที่เป็นการทุจริตการเลือกสว. ที่สุขสมรวยมีส่วนรู้เห็นด้วยจริงหรือไม่

8. พิชัย ชมภูพล สส. พรรคภูมิใจไทย

ในช่วงปี 2566 – 2569 พิชัย ชมภูพล ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย ในอดีตเคยดำรงตำแหน่งกำนัน ตำบลเสวียต อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) เขตอำเภอท่าฉาง

จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 ก่อนการสมัครสว. มีเงินโอนเข้าบัญชีของพิชัยจำนวน 500,000 บาท ซึ่งผู้โอนอธิบายเพียงว่า เป็นการยืมเงินกันเท่านั้น และมีพยานซึ่งเป็นผู้สมัครสว. ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า ได้รับการติดต่อจากสุบิน ศักดา ผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินของดีเอสไอ ซึ่งเป็นผู้ช่วยของพิชัย ชมภูพล เพื่อให้ช่วยลงคะแนนในการเลือกสว. ในอำเภอวิภาวดี โดยสุบินยังจ่ายเงินเป็นเงินสดให้ 3,000 บาท ก่อนวันเลือกระดับอำเภอ และได้รับอีก 2,000 บาทก่อนวันเลือกระดับจังหวัด และยังมีพยานอีกคนที่เล่าถึงการกระทำของสุภาส พิณกรต ผู้ช่วยอีกคนของพิชัยว่า เป็นผู้พาคนมากกว่า 10 คนไปสมัครสว. ที่อำเภอท่าฉางด้วย

นอกจากนี้ เสมียนศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 6 ชื่อนิสิตา หมั่นไชย ยังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินอีกหนึ่งคน และมีประวัติการโอนเงินหลักหมื่นและหลักแสนบาทหลายครั้งระหว่างเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน 2567 ซึ่งการโอนเงินของนิสิตาหลายรายการเป็นการโอนไปให้กับผู้สมัครสว. ด้วย

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า บุคคลเหล่านี้เป็นผู้ช่วยทำงานให้กับพิชัยจริงหรือไม่ และมีการโอนเงิน หรือการกระทำที่เป็นการทุจริตการเลือกสว. ภายใต้การสั่งการของพิชัยหรือไม่

9. ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ศุภชัย โพธิ์สุ เคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย ระหว่าง ปี 2562 – 2566 และครองตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครพนมมา 4 สมัย ในปี 2544 ปี 2548 ปี 2550 และปี 2562 ศุภชัยถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตตามคำพิพากษาศาลฎีกา หลังการเลือกสว. ระดับประเทศได้ไม่นาน ปรากฏคลิปที่ศุภชัยยืนกล่าวในงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับ สว. ของจังหวัดนครพนมเคียงข้างกับสว. ที่เพิ่งได้รับเลือก และเป็นเจ้าของคำกล่าว “สว.สีน้ำเงิน” ซึ่งกล่าวไว้ในคลิปนั้น

มีพยานที่สมัครสว. ในจังหวัดนครพนม เล่าว่า หลังผ่านเข้าสู่รอบระดับประเทศแล้วได้รับการติดต่อจากผู้สมัครคนหนึ่ง ซึ่งภายหลังได้รับเลือกเป็นสว. ให้ไปร่วมประชุมที่โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้พบกับศุภชัย โพธิ์สุ พร้อมกับผู้สมัครสว. อีกหลายคนในห้องประชุม ในการประชุมนั้นมีการสั่งให้ตีตาราง และจดหมายเลขของผู้สมัครสว. ตามคำสั่ง หรือการจัดทำ “โพย” ในการออกเสียง ขณะที่พยานอีกคนที่อยู่ในห้องประชุมเดียวกันก็ให้การทำนองเดียวกัน และยังเพิ่มเติมข้อเท็จจริงว่า เมื่อเขาแสดงความไม่เห็นด้วยกับกระบวนการดังกล่าว ศุภชัยก็ได้เชิญออกไปคุยด้านนอกในลักษณะเกลี้ยกล่อมให้อยู่ร่วมในกระบวนการเพื่อเลือกสว. ต่อ

ขณะที่ในชั้นสอบสวน เมื่อศุภชัย ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ ก็ยอมรับว่า เดินทางไปที่โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วงวันเวลาที่มีการประชุมกันจริง โดยไปให้กำลังใจกลุ่มผู้สมัครสว. ของจังหวัดนครพนม และได้เข้าสังเกตการณ์กระบวนการแนะนำตัวโดยไม่เห็นการทำโพยฮั้วที่โรงแรมดังกล่าว

จึงขอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ และศุภชัยมีส่วนร่วมในการทุจริตเลือกสว. หรือไม่

https://www.ilaw.or.th/articles/58778