วันเสาร์, กรกฎาคม 25, 2569

จบข่าว! รัฐบาลพับแผนแลนบริดจ์ "ไม่คุ้มค่า"!

 
https://www.facebook.com/watch/?v=1731074248099368
.....

ความพลิกผันของการพับแผน "โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge)" ที่เคยถูกชูเป็นอภิมหาโครงการระดับพฤกษชาติ เป็นประเด็นทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สร้างความประหลาดใจอย่างมากให้แก่ประชาชนทั่วไป

การเปลี่ยนแปลงของท่าทีรัฐบาลเกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ:

1. ผลศึกษาทางการเงินจริง "NPV ติดลบ"

ในช่วงแรกของการเดินสาย Roadshow รัฐบาลใช้ตัวเลขการประมาณการเชิงบวกเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อนักลงทุนต่างชาติ แต่เมื่อตั้งคณะกรรมการศึกษาอย่างถี่ถ้วนโดยเชิญหน่วยงานเศรษฐกิจและกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาทบทวนสมมติฐานใหม่ (รับมือสภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนไป) กลับพบว่า:

อัตราผลตอบแทนทางการเงิน (IRR) ลดลงอย่างรวดเร็ว

มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) กลายเป็น ติดลบกว่า 10,000 ล้านบาท จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เป็นบวก

ปริมาณตู้สินค้าประเมินว่าลดลง และสายการเดินเรือหลัก 9 ใน 10 รายทั่วโลกเริ่มกระจายการลงทุนไปยังเส้นทางอื่นแล้ว

2. ความคุ้มค่าด้าน Logistics ในทางปฏิบัติจริง

หนึ่งในคำถามสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญสายการเดินเรือมาโดยตลอด คือ "ความซับซ้อนของต้นทุนและเวลา" * การยกตู้สินค้าลงจากเรือฝั่งหนึ่ง ขึ้นรถไฟ/รถบรรทุก ข้ามฝั่งไปลงเรืออีกฝั่งหนึ่ง มี Double Handling Cost (ค่าใช้จ่ายในการยกถ่ายสินค้าหลายต่อ)

แม้จะช่วยย่นระยะทางประหยัดเวลาเดินทางได้นิดหน่อยเมื่อเทียบกับการแล่นผ่านช่องแคบมะละกา แต่เวลาที่เสียไปกับกระบวนการคลังสินค้าและการขนถ่ายกลับไม่คุ้มค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการที่เพิ่มขึ้น

3. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มองข้ามไม่ได้

การแถลงผลสรุปชี้ชัดว่า เส้นทางโครงการตัดผ่านพื้นที่เปราะบางทางธรรมชาติอย่างรุนแรง เช่น ป่าชายเลนผืนใหญ่ และแนวปะการัง รวมถึงส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ชุมชนท้องถิ่น และโอกาสการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งสร้างแรงต้านทางสังคมสูงมากหากยังฝืนเดินหน้าต่อ

4. บทบาททางการเมืองและการยอมรับความเป็นจริง

ยุทธศาสตร์การชูเมกะโปรเจกต์มักถูกใช้เพื่อสร้างสัญลักษณ์ความหวังทางเศรษฐกิจและการดึงเงินลงทุน (FDI) แต่เมื่อกระบวนการศึกษาเชิงลึก (Due Diligence) สรุปออกมาชัดเจนว่ารัฐบาลอาจต้องตกเป็นผู้รับภาระงบประมาณสูงเกินไป และความเสี่ยงตกอยู่กับประเทศ การยอม "ถอย" หรือ "พับแผน" จึงเป็นทางออกเพื่อจำกัดความเสียหายทางงบประมาณและการเมืองในระยะยาว

ทิศทางใหม่ของรัฐบาล: ปรับแผนเบนเข็มไปใช้วิธี "Upgrade สิ่งที่มีอยู่" แทนการลงทุนใหม่ทั้งหมด เช่น การปรับปรุงเพิ่มศักยภาพท่าเรือระนองเดิม และการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อ (Missing Link) เพื่อเชื่อมกับโครงข่ายหลัก แทนการทุ่มงบมหาศาลสร้างอภิมหาโปรเจกต์แลนด์บริดจ์รูปแบบเดิม
.....

ข้อมูลชุดนี้มาจากการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดยมีรายละเอียดและแหล่งที่มาหลักดังนี้:

การแถลงข่าวของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์: นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับประธานคณะทำงาน 3 ชุด (เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช., ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนกระทรวงคมนาคม)

รายงานการวิเคราะห์ทางการเงิน (สศช.): ที่ชี้แจงตัวเลข NPV ติดลบ 10,287 ล้านบาท และผลตอบแทนทางการเงิน (IRR) ลดลงเหลือ 4.8% รวมถึงข้อมูลพฤติกรรมสายการเดินเรือ 9 ใน 10 รายที่หันไปลงทุนเส้นทางอื่น

รายงานข่าวสื่อมวลชนและการวิเคราะห์: สื่อหลัก เช่น ผู้จัดการออนไลน์, PPTV HD36, สำนักข่าวแนวหน้า รวมถึงบทวิเคราะห์และประเด็นพูดคุยในรายการ Suthichai Live ของคุณสุทธิชัย หยุ่น ในเย็นวันเดียวกัน